หน้าแรกตัฟซีรAl-Muminoon (23)

ตัฟซีร Al-Muminoon (23) — المؤمنون

มักกียะฮ์ · 118 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

قَدْ أَفْلَحَ ٱلْمُؤْمِنُونَ ﴿١﴾

แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ได้ประสบความสำเร็จที่แท้จริง โดยจะได้รับสิ่งที่พวกเขาปรารถนาและ รอดพ้นจากสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว

ٱلَّذِينَ هُمْ فِى صَلَاتِهِمْ خَـٰشِعُونَ ﴿٢﴾

บรรดาผู้ที่นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา อวัยวะต่างๆของพวกเขาจะสงบนิ่งและหัวใจของพวกเขาจะไร้ซึ่งทุกสิ่งที่เป็นการงานดุนยา

وَٱلَّذِينَ هُمْ عَنِ ٱللَّغْوِ مُعْرِضُونَ ﴿٣﴾

และบรรดาผู้ที่หลีกห่างจากสิ่งที่เป็นเท็จและสิ่งที่ไร้สาระต่างๆ และหลีกห่างจากสิ่งที่ทำให้เป็นบาปที่มาจากการพูดและการกระทำต่างๆ

وَٱلَّذِينَ هُمْ لِلزَّكَوٰةِ فَـٰعِلُونَ ﴿٤﴾

และบรรดาผู้ที่ชะล้างตัวเองจากคุณลักษณะต่างๆที่ชั่วร้าย และเป็นผู้ที่ชำระทรัพย์สมบัติของพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยการบริจาคซะกาต

وَٱلَّذِينَ هُمْ لِفُرُوجِهِمْ حَـٰفِظُونَ ﴿٥﴾

และบรรดาผู้ที่ปกป้องรักษา (ไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของ) ส่วนอันพึงสงวนของพวกเขาให้ห่างไกลจากการทำซินา (ผิดประเวณี) การลิวาต (การสังวาสที่ ผิดธรรมชาติ) และการกระทำอนาจารต่างๆ ดังนั้นพวกเขานั้นเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์

إِلَّا عَلَىٰٓ أَزْوَٰجِهِمْ أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُهُمْ فَإِنَّهُمْ غَيْرُ مَلُومِينَ ﴿٦﴾

เว้นแต่กับบรรดาภรรยาของพวกเขา หรือผู้หญิงที่พวกเขาได้ครอบครอง (คือทาสี) ซึ่งพวกเขาจะไม่ถูกตำหนิใดๆในการที่จะเพลิดเพลินด้วยการมี เพศสัมพันธุ์หรืออื่นๆ กับพวกนาง

فَمَنِ ٱبْتَغَىٰ وَرَآءَ ذَٰلِكَ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْعَادُونَ ﴿٧﴾

สำหรับผู้ใดที่แสวงหาความเพลิดเพลินอื่นจากบรรดาภรรยาหรือบรรดาหญิงที่อยู่ในการครอบครองของเขาแล้ว(หมายถึงทาสี) ดังนั้นเขาจะเป็นผู้ที่ละ เมิดกฏของอัลลอฮฺ โดยการละเมิดในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงอนุญาตให้เขากระทำไปสู่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้

وَٱلَّذِينَ هُمْ لِأَمَـٰنَـٰتِهِمْ وَعَهْدِهِمْ رَٰعُونَ ﴿٨﴾

และบรรดาผู้ที่รักษาสิ่งที่ได้รับมอบหมายจากอัลลอฮฺ หรือสิ่งที่ได้รับมอบหมายจากบ่าวของพระองค์ และพวกเขาจะรักษาคำมั่นสัญญา โดยจะไม่ ทำลายมัน แต่จะพิทักษ์รักษามัน

وَٱلَّذِينَ هُمْ عَلَىٰ صَلَوَٰتِهِمْ يُحَافِظُونَ ﴿٩﴾

และบรรดาผู้ที่รักษาการละหมาดของพวกเขา ด้วยการทำเป็นประจำและทำในเวลาของมัน ด้วยการรักษาองค์ประกอบต่างๆของมัน(สิ่งที่เป็นรุ กุน)และสิ่งที่จำเป็นต่างๆ(สิ่งที่เป็นวาญิบ)และสิ่งที่ส่งเสริมให้ทำ(สิ่งที่เป็นสุนัต) بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْوَٰرِثُونَ ﴿١٠﴾

ผู้ที่มีคุณลักษณะดังกล่าวนั้นพวกเขาคือทายาท

ٱلَّذِينَ يَرِثُونَ ٱلْفِرْدَوْسَ هُمْ فِيهَا خَـٰلِدُونَ ﴿١١﴾

ซึ่งพวกเขาจะได้รับมรดกสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และความสุขสบายของพวกเขาในสรวงสวรรค์นั้นจะไม่ขาดหาย

وَلَقَدْ خَلَقْنَا ٱلْإِنسَـٰنَ مِن سُلَـٰلَةٍۢ مِّن طِينٍۢ ﴿١٢﴾

และโดยแน่นอนยิ่งเราได้สร้างบิดาแห่งมนุษยชาติ ท่านนบีอาดัม มาจากดิน ซึ่งเป็นดินที่ถูกคัดเลือกที่เป็นส่วนแก่นแท้ของมัน ที่เกิดขึ้นจากน้ำที่ ผสมกับดินทุกส่วนของโลก ثم جعلنهنطفة فى قرار مكين

ثُمَّ جَعَلْنَـٰهُ نُطْفَةًۭ فِى قَرَارٍۢ مَّكِينٍۢ ﴿١٣﴾

หลังจากนั้นเราได้สร้างลูกหลานของเขาเป็นรุ่นๆ จากน้ำอสุจิที่พำนักอยู่อย่างมั่นคงในมดลูกจนคลอด

ثُمَّ خَلَقْنَا ٱلنُّطْفَةَ عَلَقَةًۭ فَخَلَقْنَا ٱلْعَلَقَةَ مُضْغَةًۭ فَخَلَقْنَا ٱلْمُضْغَةَ عِظَـٰمًۭا فَكَسَوْنَا ٱلْعِظَـٰمَ لَحْمًۭا ثُمَّ أَنشَأْنَـٰهُ خَلْقًا ءَاخَرَ ۚ فَتَبَارَكَ ٱللَّهُ أَحْسَنُ ٱلْخَـٰلِقِينَ ﴿١٤﴾

แล้วหลังจากนั้นเราได้ทำให้เชื้ออสุจิที่พำนักอยู่ในมดลูกกลายเป็นก้อนเลือดสีแดง แล้วเราได้ทำให้ก้อนเลือดสีแดงนั้นกลายเป็นก้อนเนื้อ แล้วเราได้ ทำให้ก้อนเนื้อกลายเป็นกระดูกแข็งแรง แล้วเราหุ้มกระดูกนั้นด้วยเนื้อ แล้วเราได้เป่าวิญญาณให้เขากลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง และให้เขาออกมามีชีวิต ดังนั้นความจำเริญยิ่งแด่อัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นเลิศยิ่งแห่งปวงผู้สร้าง ثم إنكم بعد ذلك لميتون

ثُمَّ إِنَّكُم بَعْدَ ذَٰلِكَ لَمَيِّتُونَ ﴿١٥﴾

หลังจากที่พวกเจ้า (โอ้บรรดามนุษย์ทั้งหลาย)ได้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้แล้ว พวกเจ้าก็จะต้องตายเมื่อถึงเวลาที่กำหนด

ثُمَّ إِنَّكُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ تُبْعَثُونَ ﴿١٦﴾

หลังจากความตายของพวกเจ้าได้เกิดขึ้น พวกเจ้าจะถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นจากหลุมฝังศพของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ เพื่อเป็นการสอบสวนพวกเจ้าต่อ การงานต่างๆที่พวกเจ้าได้กระทำไว้

وَلَقَدْ خَلَقْنَا فَوْقَكُمْ سَبْعَ طَرَآئِقَ وَمَا كُنَّا عَنِ ٱلْخَلْقِ غَـٰفِلِينَ ﴿١٧﴾

และแน่นอนยิ่ง เราได้สร้างเบื้องบนพวกเจ้า (โอ้บรรดามนุษย์เอ๋ย) ซึ่งชั้นฟ้าทั้งเจ็ดไว้เป็นชั้นๆ และเรามิได้เพิกเฉย หรือหลงลืมต่อสิ่งต่างๆที่เราสร้าง มา

وَأَنزَلْنَا مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۢ بِقَدَرٍۢ فَأَسْكَنَّـٰهُ فِى ٱلْأَرْضِ ۖ وَإِنَّا عَلَىٰ ذَهَابٍۭ بِهِۦ لَقَـٰدِرُونَ ﴿١٨﴾

๑๘ และเราได้หลั่งน้ำให้ลงมาจากฟากฟ้าตามปริมาณที่จำเป็น ไม่มากเกินไป จนเกิดการเสียหาย และไม่น้อยเกินไปจนไม่พอใช้ แล้วเราได้ให้มันขังอยู่ใน แผ่นดิน เพื่อให้มนุษย์และสัตว์ต่างๆ ได้รับประโยชน์ และแท้จริงเรามีความสามารถอย่างแน่นอนในการที่จะให้มันเหือดแห้งไป แล้วพวกเจ้าจะไม่ได้รับ ประโยชน์จากมันอีกเลย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร فأنشأنا لكم به جنت من ن خيل وأعنب ل كم فيها فوكهكثيرة ومنها تأكلون

فَأَنشَأْنَا لَكُم بِهِۦ جَنَّـٰتٍۢ مِّن نَّخِيلٍۢ وَأَعْنَـٰبٍۢ لَّكُمْ فِيهَا فَوَٰكِهُ كَثِيرَةٌۭ وَمِنْهَا تَأْكُلُونَ ﴿١٩﴾

และด้วยน้ำนั้น เราได้ทำให้เกิดสวนต่างๆแก่พวกเจ้า เช่นต้นอินทผลัม และต้นองุ่น ในสวนนั้นมีผลไม้หลายชนิดและหลายสีสำหรับพวกเจ้า เช่น มะเดื่อ ทับทิม และแอปเปิล และส่วนหนึ่งพวกเจ้าก็บริโภคมัน

وَشَجَرَةًۭ تَخْرُجُ مِن طُورِ سَيْنَآءَ تَنۢبُتُ بِٱلدُّهْنِ وَصِبْغٍۢ لِّلْـَٔاكِلِينَ ﴿٢٠﴾

และเราได้ทำให้ต้นไซตูนงอกออกมาจากเขตภูเขาซีนายให้แก่พวกเจ้า ซึ่งจากผลของมันจะสกัดน้ำมันออกมา เพื่อใช้ทาและบริโภค

وَإِنَّ لَكُمْ فِى ٱلْأَنْعَـٰمِ لَعِبْرَةًۭ ۖ نُّسْقِيكُم مِّمَّا فِى بُطُونِهَا وَلَكُمْ فِيهَا مَنَـٰفِعُ كَثِيرَةٌۭ وَمِنْهَا تَأْكُلُونَ ﴿٢١﴾

และแท้จริง (โอ้มนุษย์ทั้งหลาย) ในเรื่องปศุสัตว์ (อูฐ,วัว,แพะ,แกะ) นั้นเป็นข้อคิดและข้อยืนยันทีสัมคัญที่บ่งบอกถึงความสามารถของอัลลอฮฺและ ความอ่อนโยนที่มีต่อพวกเจ้า เราให้พวกเจ้าดื่มจากสิ่งที่อยู่ในท้องของสัตว์เหล่านี้ซึ่งน้ำนมบริสุทธิ์อันเป็นที่โอชาสำหรับผู้ดื่ม และในเรื่องที่เกี่ยวกับ มัน ยังมีประโยชน์อีกมากมายสำหรับพวกเจ้า เช่น การขี่มัน หนังของมัน ขนของมัน และบริโภคเนื้อของมัน

وَعَلَيْهَا وَعَلَى ٱلْفُلْكِ تُحْمَلُونَ ﴿٢٢﴾

และพวกเจ้าถูกบรรทุกบนหลังอูฐเมื่ออยู่บนบท และถูกบรรทุกบนเรือเมื่ออยู่ในทะเล

وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِۦ فَقَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥٓ ۖ أَفَلَا تَتَّقُونَ ﴿٢٣﴾

และแน่นอนยิ่ง เราได้ส่งนูหฺอะลัยฮิสสลาม ไปยังหมู่ชนของเขา เพื่อเผยแพร่ให้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นเขาได้กล่าวว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย พวกเจ้า จงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺองค์เดียวเถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงสำหรับพวกเจ้านอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้าจะไม่ยำเกรงต่อพระองค์ ด้วยการปฎิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามกระนั้นหรือ?!"

فَقَالَ ٱلْمَلَؤُا۟ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦ مَا هَـٰذَآ إِلَّا بَشَرٌۭ مِّثْلُكُمْ يُرِيدُ أَن يَتَفَضَّلَ عَلَيْكُمْ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّهُ لَأَنزَلَ مَلَـٰٓئِكَةًۭ مَّا سَمِعْنَا بِهَـٰذَا فِىٓ ءَابَآئِنَا ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٢٤﴾

แล้วบรรดาหัวหน้า(ผู้มีอิทธิพล มีบารมี) ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺได้กล่าวแก่พรรคพวกและสาธารณะชนของพวกเขาว่า "เขาผู้นี้ที่อ้างตนว่าเป็นรอ สูล แท้จริงเขามิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นปุถุชนคนธรรมดาเช่นเดียวกับพวกเจ้าที่ต้องการเป็นผู้ปกครองและเป็นผู้นำเหนือพวกเจ้า และหากอัลลอฮฺ ประสงค์ที่จะส่งรอสูลให้กับเราจริง แน่นอนพระองค์ต้องส่งเราะสูลที่เป็นมะลาอิกะฮฺลงมา ไม่ใช่ที่มาจากมนุษย์ เราไม่เคยได้ยินคำพูดเช่นนี้จาก บรรพบุรุษของเราที่มาก่อนเราเลย" إن هوإلا رجل به جنة فتربصوابه حت حين

إِنْ هُوَ إِلَّا رَجُلٌۢ بِهِۦ جِنَّةٌۭ فَتَرَبَّصُوا۟ بِهِۦ حَتَّىٰ حِينٍۢ ﴿٢٥﴾

"และเขามิได้เป็นอะไรนอกจากเป็นคนบ้าเท่านั้น เขาไม่รู้ถึงสิ่งที่เขาพูด ดังนั้นพวกเจ้าจงอดทนรอคอยจนกว่าเรื่องของเขาจะเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อ ผู้คน"

قَالَ رَبِّ ٱنصُرْنِى بِمَا كَذَّبُونِ ﴿٢٦﴾

นูหฺอะลัยฮิสสะลาม ได้กล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยเหลือข้าพระองค์ ด้วยการลงโทษพวกเขาที่พวกเขาปฏิเสธไม่ยอม เชื่อฟังข้าพระองค์" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَأَوْحَيْنَآ إِلَيْهِ أَنِ ٱصْنَعِ ٱلْفُلْكَ بِأَعْيُنِنَا وَوَحْيِنَا فَإِذَا جَآءَ أَمْرُنَا وَفَارَ ٱلتَّنُّورُ ۙ فَٱسْلُكْ فِيهَا مِن كُلٍّۢ زَوْجَيْنِ ٱثْنَيْنِ وَأَهْلَكَ إِلَّا مَن سَبَقَ عَلَيْهِ ٱلْقَوْلُ مِنْهُمْ ۖ وَلَا تُخَـٰطِبْنِى فِى ٱلَّذِينَ ظَلَمُوٓا۟ ۖ إِنَّهُم مُّغْرَقُونَ ﴿٢٧﴾

ดังนั้น เราจึงได้วะหฺยูแก่เขาให้ต่อเรือภายใต้สายตาของเราและการสอนของเราเพื่อเจ้าจะได้รู้ถึงวิธีการสร้างมัน และเมื่อคำบัญชาของเราว่าด้วยการ เกิดหายนะได้มาถึง และน้ำในเตาก็จะเดือดพุ่ง เจ้าจงบรรทุกสัตว์มีชีวิตทุกชนิด ตัวผู้และตัวเมียเพื่อรักษาสายพันธ์ และครอบครัวของเจ้าด้วย นอกจากผู้ที่คำประกาศิตจากอัลลอฮฺได้บันทึกไว้ก่อนแล้วว่าจะเกิดหายนะ เช่น ภรรยาของเจ้า และลูกชายของเจ้า และเจ้าอย่าได้ขอความช่วยเหลือจาก ข้าให้กับบรรดาผู้ที่อธรรมที่ปฎิเสธศรัทธาต่อข้า ด้วยการขอให้พวกเขารอดและปล่อยไม่ให้เกิดความหายนะเกิดขึ้นแก่พวกเขา แท้จริงแล้วพวกเขา ต้องประสบกับความหายนะ (โดยไม่มีทางเลือก) ด้วยการจมน้ำท่วมตาย

فَإِذَا ٱسْتَوَيْتَ أَنتَ وَمَن مَّعَكَ عَلَى ٱلْفُلْكِ فَقُلِ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِى نَجَّىٰنَا مِنَ ٱلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٢٨﴾

ครั้นเมื่อเจ้าและผู้ที่อยู่ร่วมกับเจ้าที่เป็นผู้ศรัทธาที่รอดชีวิตได้ขึ้นไปอยู่บนเรือแล้ว ก็จงกล่าวเถิดว่า "มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้เราได้ รอดจากหมู่ชนผู้อธรรม แล้วพระองค์ได้ทำลายพวกเขา"

وَقُل رَّبِّ أَنزِلْنِى مُنزَلًۭا مُّبَارَكًۭا وَأَنتَ خَيْرُ ٱلْمُنزِلِينَ ﴿٢٩﴾

และจงกล่าวเถิดว่า ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงให้ข้าได้ลงจากเรือสู่พื้นดินด้วยการลงที่มีความจำเริญ และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้เลิศยิ่ง ในบรรดาผู้ที่ทำให้ลงทั้งหลาย" إن فى ذلك لٔايت وإن كنا لمبتلين

إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ وَإِن كُنَّا لَمُبْتَلِينَ ﴿٣٠﴾

แท้จริงในเรื่องราวที่ได้กล่าวมานั้น จากการให้นูหฺและผู้ศรัทธาที่ร่วมกับเขาได้รอดจากน้ำท่วม และการทำลายบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ถือว่าเป็น สัญญาณที่ชัดแจ้ง ที่บ่งบอกถึงความสามารถของเราในการช่วยเหลือบรรดารอสูลและการทำลายล้างบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่อพวกเขา และแน่นอน ที่สุดเราเป็นผู้ทดสอบประชาชาติของนูหฺ โดยส่งเขาแก่พวกเขาเพื่อให้เกิดความกระจ่างระหว่างผู้ศรัทธากับผู้ปฏิเสธ และระหว่างผู้ที่เชื่อฟังกับผู้ที่ เนรคุณ ثم أنشأنا من بعدهم قرنا ءاخرين

ثُمَّ أَنشَأْنَا مِنۢ بَعْدِهِمْ قَرْنًا ءَاخَرِينَ ﴿٣١﴾

แล้วหลังจากที่เราได้ทำลายล้างประชาชาตินูหฺแล้ว เราได้บังเกิดประชาชาติอีกกลุ่มหนึ่ง (พวกอ๊าด)

فَأَرْسَلْنَا فِيهِمْ رَسُولًۭا مِّنْهُمْ أَنِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥٓ ۖ أَفَلَا تَتَّقُونَ ﴿٣٢﴾

ดังนั้นเราได้ส่งรอสูลคนหนึ่ง (ฮูด) ไปยังพวกเขาซึ่งมาจากพวกเขา โดยเขาได้กล่าวว่า "พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺองค์เดียวเถิด ไม่มีพระเจ้า อื่นใดที่แท้จริงสำหรับพวกเจ้านอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้าจะไม่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และทำตาม สิ่งที่พระองค์ทรงให้ปฏิบัติกระนั้นหรือ?!"

وَقَالَ ٱلْمَلَأُ مِن قَوْمِهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَكَذَّبُوا۟ بِلِقَآءِ ٱلْـَٔاخِرَةِ وَأَتْرَفْنَـٰهُمْ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا مَا هَـٰذَآ إِلَّا بَشَرٌۭ مِّثْلُكُمْ يَأْكُلُ مِمَّا تَأْكُلُونَ مِنْهُ وَيَشْرَبُ مِمَّا تَشْرَبُونَ ﴿٣٣﴾

يأكل مما تأكلون منهويشرب مما تشربون บรรดาผู้นำ(ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล) ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ ไม่เชื่อต่อวันปรโลกที่มีทั้งรางวัลและการลงโทษ ในหมู่พวกเขา และเป็นพวกที่ความ สำราญต่างๆในโลกนี้ที่เราได้ประทานให้แก่พวกเขาได้ทำให้พวกเขาโอหังหยิ่งยโส พวกเขาได้กล่าวแก่ผู้ตามและปุถุชนของพวกเขาว่า "เขาผู้นี้มิใช่ใคร อื่น นอกจากเป็นปุถุชนคนธรรมดาเช่นเดียวกับพวกเจ้า เขากินอาหารเช่นเดียวกับที่พวกเจ้ากิน และเขาดื่มเช่นเดียวกับพวกเจ้าดื่ม เขาไม่ได้มีอะไรที่ โดดเด่นเหนือพวกเจ้า ที่จะทำให้เขาถูกส่งมาเป็นรอสูลแก่พวกเจ้า" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ولئن أطعتم بشرا مثلكم إنكم إذا ل خسرون

وَلَئِنْ أَطَعْتُم بَشَرًۭا مِّثْلَكُمْ إِنَّكُمْ إِذًۭا لَّخَـٰسِرُونَ ﴿٣٤﴾

และหากพวกเจ้าเชื่อฟังมนุษย์ธรรมดาเช่นเดียวกับพวกเจ้า แน่นอนพวกเจ้าจะเป็นผู้ที่ขาดทุน เพราะพวกเจ้าจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากการเชื่อฟัง เขา อันเนื่องจากการที่พวกเจ้าละทิ้งพระเจ้าต่างๆ ของพวกเจ้า แล้วไปตามคนที่ไม่มีอะไรดีเหนือพวกเจ้า أيعدكم أنكم إذا متم وكنتم ترابا وعظما أنكم م خرجون

أَيَعِدُكُمْ أَنَّكُمْ إِذَا مِتُّمْ وَكُنتُمْ تُرَابًۭا وَعِظَـٰمًا أَنَّكُم مُّخْرَجُونَ ﴿٣٥﴾

เขาผู้นี้ที่อ้างตนว่าเป็นรอสูลได้สัญญากับพวกเจ้าใช่หรือไม่ว่า "แท้จริงเมื่อพวกเจ้าได้ตายไปแล้ว และพวกเจ้าได้กลายเป็นดินและกระดูก แน่นอนพวก เจ้าจะถูกนำออกมาจากหลุมฝังศพของพวกเจ้าในสภาพที่มีชีวิตอีกครั้ง?! มันเป็นไปได้หรือ?!"

۞ هَيْهَاتَ هَيْهَاتَ لِمَا تُوعَدُونَ ﴿٣٦﴾

สิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสัญญาไว้ว่า"พวกเจ้าจะถูกนำออกมาจากหลุมฝังศพอีกครั้งในสภาพที่มีชีวิตหลังจากที่พวกเจ้าได้ตายไปแล้ว และได้กลายเป็นดิน เป็นกระดูดไปแล้วนั้น มันเป็นเรื่องที่ไกลเกินจริง"

إِنْ هِىَ إِلَّا حَيَاتُنَا ٱلدُّنْيَا نَمُوتُ وَنَحْيَا وَمَا نَحْنُ بِمَبْعُوثِينَ ﴿٣٧﴾

ไม่มีการมีชีวิตที่แท้จริง นอกจากการมีชีวิตในโลกนี้เท่านั้น จะไม่มีคำว่าชีวิตในปรโลอีก เมื่อคนที่มีชีวิตในหมู่พวกเราได้ตายไปก็จะไม่มีการฟื้นคืนชีพ อีก และคนอื่นจะถูกคลอดออกมาแล้วมีชีวิตต่อ และพวกเราจะไม่ถูกนำให้ออกมาฟื้ นคืนชีพอีกครั้งหลังจากที่ได้ตายไปแล้ว เพื่อสู่การพิพากษาในวันกิ ยามะฮฺ

إِنْ هُوَ إِلَّا رَجُلٌ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًۭا وَمَا نَحْنُ لَهُۥ بِمُؤْمِنِينَ ﴿٣٨﴾

เขาผู้นี้ที่อ้างว่าเป็นรอสูลถูกส่งมายังพวกเจ้ามิใช่ใครอื่น นอกจากเป็นคนธรรมดาที่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺโดยใช้การแอบอ้างสิทธิ์นี้เท่านั้น และเราไม่ ยอมศรัทธาต่อเขาเป็นอันขาด

قَالَ رَبِّ ٱنصُرْنِى بِمَا كَذَّبُونِ ﴿٣٩﴾

รอสูล (ฮูด) ได้กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยเหลือข้า ด้วยการลงโทษพวกเขา เพราะพวกเขาปฏิเสธไม่ยอมเชื่อข้า قال عما قليل ليصبحن ندمين

قَالَ عَمَّا قَلِيلٍۢ لَّيُصْبِحُنَّ نَـٰدِمِينَ ﴿٤٠﴾

พระองค์อัลลอฮฺได้ตอบเขาว่า "หลังจากชั่วเวลาอีกเล็กน้อย พวกเขาที่ปฏิเสธในสิ่งที่เจ้าได้นำมา จะกลายเป็นผู้เศร้าโศกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการ ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อของพวกเขา"

فَأَخَذَتْهُمُ ٱلصَّيْحَةُ بِٱلْحَقِّ فَجَعَلْنَـٰهُمْ غُثَآءًۭ ۚ فَبُعْدًۭا لِّلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٤١﴾

ดังนั้นเสียงกัมปนาทที่หนักและผลาญชีวิตได้คร่าชีวิตพวกเขาอย่างสาสมที่สุด เพราะความหยิ่งยโสของพวกเขา ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้หายนะดั่ง เศษขยะลอยน้ำ ฉะนั้นความหายนะ(และห่างไกลจากความเมตตาจากอัลลอฮฺ)จึงประสบแก่หมู่ชนผู้อธรรม ثم أنشأنا من بعدهم قرونا ءاخرين

ثُمَّ أَنشَأْنَا مِنۢ بَعْدِهِمْ قُرُونًا ءَاخَرِينَ ﴿٤٢﴾

หลังจากความหายนะของพวกเขาแล้ว เราได้บังเกิดหมู่ชนอีกหลายกลุ่ม เช่น หมู่ชนลูต หมู่ชนซุอายบฺ และหมู่ชนยูนุส بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ما تسبق من أمة أجلها وما يستٔخرون

مَا تَسْبِقُ مِنْ أُمَّةٍ أَجَلَهَا وَمَا يَسْتَـْٔخِرُونَ ﴿٤٣﴾

ไม่มีประชาชาติใดจากประชาชาติที่ปฏิเสธเหล่านี้ที่จะได้รับการลงโทษก่อนกำหนดของมัน และก็จะไม่ล่าช้ากว่ากำหนดเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องมือ ป้องกันก็ตาม

ثُمَّ أَرْسَلْنَا رُسُلَنَا تَتْرَا ۖ كُلَّ مَا جَآءَ أُمَّةًۭ رَّسُولُهَا كَذَّبُوهُ ۚ فَأَتْبَعْنَا بَعْضَهُم بَعْضًۭا وَجَعَلْنَـٰهُمْ أَحَادِيثَ ۚ فَبُعْدًۭا لِّقَوْمٍۢ لَّا يُؤْمِنُونَ ﴿٤٤﴾

ل ايؤمنون แล้วเราได้ส่งบรรดารอสูลของเรามาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่รอสูลได้มายังประชาชาติหนึ่ง พวกเขาจะปฎิเสธรอสูลท่านนั้น ดังนั้นเราจึงทำให้พวกเขา บางกลุ่มได้พินาศตามอีกบางกลุ่ม จนไม่เหลือใครอีกเลย นอกจากเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพวกเขาที่ผู้คนได้เล่าต่อกันมา ฉะนั้น ความหายนะจึงประสบแก่ บรรดาผู้ที่ไม่ยอมศรัทธาในสิ่งที่รอสูลของพวกเขาได้นำมาจากพระเจ้าของพวกเขาเอง ثم أرسلنا موس وأخاههرون بٔايتنا وسلطن مبين

ثُمَّ أَرْسَلْنَا مُوسَىٰ وَأَخَاهُ هَـٰرُونَ بِـَٔايَـٰتِنَا وَسُلْطَـٰنٍۢ مُّبِينٍ ﴿٤٥﴾

แล้วเราได้ส่งมูซาและพี่ชายของเขาคือฮารูน พร้อมด้วยสัญญาณทั้งหลายของเราเก้าชนิดด้วยกันคือ (ไม้เท้า มือ ตั๊กแตน เหา กบ เลือด น้ำท่วม ความ แห้งแล้ง ขาดแคลนผลไม้) และด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง

إِلَىٰ فِرْعَوْنَ وَمَلَإِي۟هِۦ فَٱسْتَكْبَرُوا۟ وَكَانُوا۟ قَوْمًا عَالِينَ ﴿٤٦﴾

เราได้ส่งเขาทั้งสอง(มูซาและฮารูน)ไปยังฟิรเอานฺและบุคคลชั้นหัวหน้าของเขา แต่พวกเขาเย่อหยิ่งอวดใหญ่อวดโต พวกเขาจึงไม่ศรัทธาต่อทั้งสอง และพวกเขานั้นเป็นหมู่ชนที่เย่อหยิ่งจองหองต่อผู้คนด้วยการกดขี่และความอยุติธรรม

فَقَالُوٓا۟ أَنُؤْمِنُ لِبَشَرَيْنِ مِثْلِنَا وَقَوْمُهُمَا لَنَا عَـٰبِدُونَ ﴿٤٧﴾

พวกเขากล่าวว่า "จะให้พวกเราศรัทธาต่อบุคคลทั้งสองที่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา ที่ไม่มีความโดดเด่นใดๆเหนือพวกเราเลยและพวกพ้องของเขา ทั้งสอง (ลูกหลานอิสรออีล) ก็เป็นทาสรับใช้เรากระนั้นหรือ?!"

فَكَذَّبُوهُمَا فَكَانُوا۟ مِنَ ٱلْمُهْلَكِينَ ﴿٤٨﴾

ดังนั้นพวกเขาจึงปฏิเสธเขาทั้งสองในสิ่งที่ทั้งสองได้นำมาจากอัลลอฮฺ และด้วยเหตุที่พวกเขาปฏิเสธไม่ยอมเชื่อฟังนั้น พวกเขาจึงอยู่ในหมู่ผู้ถูก ทำลายจมน้ำตาย

وَلَقَدْ ءَاتَيْنَا مُوسَى ٱلْكِتَـٰبَ لَعَلَّهُمْ يَهْتَدُونَ ﴿٤٩﴾

และแท้จริงเราได้ให้คัมภีร์(อัตเตารอต) แก่มูซา เพื่อพวกเขาจะได้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องและปฏิบัติตามมัน

وَجَعَلْنَا ٱبْنَ مَرْيَمَ وَأُمَّهُۥٓ ءَايَةًۭ وَءَاوَيْنَـٰهُمَآ إِلَىٰ رَبْوَةٍۢ ذَاتِ قَرَارٍۢ وَمَعِينٍۢ ﴿٥٠﴾

และเราได้ทำให้อีซาบุตรของมัรยัม และแม่ของเขาเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถของเรา ที่ได้ทำให้มัรยัมได้ตั้งครรค์เขาโดยไม่ต้องมี พ่อ และเราได้ให้ที่พักพิงแก่เขาทั้งสอง ณ ที่ราบสูงแห่งหนึ่ง (บัยตุลมักดิส) เหมาะที่จะเป็นที่พักอาศัยอย่างสะดวกสบายและมีธารน้ำไหล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

يَـٰٓأَيُّهَا ٱلرُّسُلُ كُلُوا۟ مِنَ ٱلطَّيِّبَـٰتِ وَٱعْمَلُوا۟ صَـٰلِحًا ۖ إِنِّى بِمَا تَعْمَلُونَ عَلِيمٌۭ ﴿٥١﴾

โอ้บรรดารอสูลเอ๋ย พวกเจ้าจงบริโภคสิ่งที่ข้าได้อนุญาตแก่พวกเจ้าจากสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ต่อพวกเจ้า และจงประกอบคุณงามความดีตาม บทบัญญัติของข้า เพราะแท้จริง ข้ารอบรู้ถึงทุกสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ทุกการกระทำของพวกเจ้าจะไม่ถูกซ่อนเร้นสำหรับข้า

وَإِنَّ هَـٰذِهِۦٓ أُمَّتُكُمْ أُمَّةًۭ وَٰحِدَةًۭ وَأَنَا۠ رَبُّكُمْ فَٱتَّقُونِ ﴿٥٢﴾

และแท้จริงศาสนาของพวกเจ้า (โอ้บรรดารอสูลเอ๋ย) เป็นศาสนาเดียวกันคืออิสลาม และข้าคือพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ไม่มีผู้ใดเป็นพระผู้อภิบาลแก่ พวกเจ้านอกจากข้า ฉะนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงต่อข้าด้วยการปฎิบัติตามคำสั่งใช้ของข้า และห่างไกลจากสิ่งต้องห้ามต่างๆของข้า

فَتَقَطَّعُوٓا۟ أَمْرَهُم بَيْنَهُمْ زُبُرًۭا ۖ كُلُّ حِزْبٍۭ بِمَا لَدَيْهِمْ فَرِحُونَ ﴿٥٣﴾

แล้วบรรดาสาวกของพวกเขา(รอซูล)ก็ได้แตกแยกกันในเรื่องศาสนาของพวกเขา(หลังจากที่บรรดารอซูลได้จากไป) จนกลายเป็นพรรคเป็นพวก ซึ่ง แต่ละฝ่ายจะพอใจในสิ่งที่ตนเองได้ยึดถือโดยเชื่อว่าเป็นศาสนาที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัยและจะไม่สนใจต่อสิ่งใดๆของฝ่ายอื่นอีกเลย فذرهم فىغمرتهم حت حين

فَذَرْهُمْ فِى غَمْرَتِهِمْ حَتَّىٰ حِينٍ ﴿٥٤﴾

ดังนั้นเจ้า (มุหัมมัด) จงปล่อยพวกเขาให้อยู่อย่างที่พวกเขาเป็นอยู่ในความโง่เขล่าและความสับสน จนกว่าเวลาแห่งการลงโทษจะลงมายังพวกเขา أيحسبون أنما نمدهم به من مال وبنين

أَيَحْسَبُونَ أَنَّمَا نُمِدُّهُم بِهِۦ مِن مَّالٍۢ وَبَنِينَ ﴿٥٥﴾

نُسَارِعُ لَهُمْ فِى ٱلْخَيْرَٰتِ ۚ بَل لَّا يَشْعُرُونَ ﴿٥٦﴾

56 บรรดาพรรคพวกที่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี พวกเขาคิดหรือว่า สิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเขา เช่น ทรัพย์สินเงินทองและลูกหลานในชีวิตนี้นั้น มันเป็นการ เร่งสิ่งที่ดีแก่พวกเขาที่พวกเขาสมควรจะได้รับกระนั้นหรือ?! มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดไว้เลย แท้จริงที่เราให้แก่พวกเขานั้นเพื่อเป็นการต่อเติม และล่อลวงพวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขานั้นไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย

إِنَّ ٱلَّذِينَ هُم مِّنْ خَشْيَةِ رَبِّهِم مُّشْفِقُونَ ﴿٥٧﴾

แท้จริงบรรดาผู้ที่อยู่กับความศรัทธาและความดีของพวกเขานั้น พวกเขาเป็นผู้มีจิตใจที่ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา

وَٱلَّذِينَ هُم بِـَٔايَـٰتِ رَبِّهِمْ يُؤْمِنُونَ ﴿٥٨﴾

และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อโองการต่างๆ แห่งคัมภีร์ของพระเจ้า

وَٱلَّذِينَ هُم بِرَبِّهِمْ لَا يُشْرِكُونَ ﴿٥٩﴾

และบรรดาผู้ที่ศรัทธาถึงความเป็นเอกะของพระผู้อภิบาลของพวกเขาและไม่ตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์

وَٱلَّذِينَ يُؤْتُونَ مَآ ءَاتَوا۟ وَّقُلُوبُهُمْ وَجِلَةٌ أَنَّهُمْ إِلَىٰ رَبِّهِمْ رَٰجِعُونَ ﴿٦٠﴾

และบรรดาผู้ที่มุ่งมั่นกับการทำความดี และพยายามสู่การใกล้ชิดอัลลอฮฺด้วยการปฎิบัติคุณงามความดีต่างๆ โดยที่พวกเขาหวั่นเกรงว่าอัลลอฮฺจะไม่ ตอบรับสิ่งที่พวกเขาได้ใช้จ่ายไปและไม่ตอบรับความดีต่างๆของพวกเขา ในวันที่พวกเขากลับไปหาพระองค์ในวันกิยามะฮฺ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أُو۟لَـٰٓئِكَ يُسَـٰرِعُونَ فِى ٱلْخَيْرَٰتِ وَهُمْ لَهَا سَـٰبِقُونَ ﴿٦١﴾

ชนเหล่านั้นที่มีคุณสมบัติอันยิ่งใหญ่ พวกเขารีบเร่งในการประกอบความดีทั้งหลาย และพวกเขาเป็นผู้ที่รุดหน้าสู่ความดีเหล่านั้น และด้วยเหตุนี้ทำให้ พวกเขานำหน้าคนอื่นๆ

وَلَا نُكَلِّفُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا ۖ وَلَدَيْنَا كِتَـٰبٌۭ يَنطِقُ بِٱلْحَقِّ ۚ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ ﴿٦٢﴾

และเรามิได้วาง(สิ่งใดเพื่อ)เป็นภาระแก่ผู้ใด เว้นแต่(สิ่งนั้นอยู่ใน)ความสามารถของเขา(ผู้นั้น) และ ณ ที่เรานั้นมีบันทึก ที่เราได้บันทึกการงานของคน ทุกคน ซึ่งบันทึกนั้นจะบอกแต่ความจริงเท่านั้นไม่มีข้อสงสัยใดๆอีกเลย โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกอยุติธรรมอย่างแน่นอน ความดีจะไม่ถูกลดและความ ชั่วจะไม่ถูกเพิ่ม بل قلوبهم فى غمرةمن هذا ولهم أعمل من دون ذلك هم لها عملون

بَلْ قُلُوبُهُمْ فِى غَمْرَةٍۢ مِّنْ هَـٰذَا وَلَهُمْ أَعْمَـٰلٌۭ مِّن دُونِ ذَٰلِكَ هُمْ لَهَا عَـٰمِلُونَ ﴿٦٣﴾

แต่ว่าหัวใจของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาอยู่ในสภาพที่เมินเฉยต่ออัลกุรอานที่บอกใว้ซึ่งความจริงและเป็นคัมภีร์ที่ได้ประทานลงมาแก่พวกเขา และ สำหรับพวกเขานั้นมีการงานอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการปฏิเสธศรัทธา โดยที่พวกเขาต้องปฏิบัติมัน

حَتَّىٰٓ إِذَآ أَخَذْنَا مُتْرَفِيهِم بِٱلْعَذَابِ إِذَا هُمْ يَجْـَٔرُونَ ﴿٦٤﴾

จนกระทั่งเมื่อเราได้เอาชีวิตบรรดาผู้ที่อยู่ในความสุขสำราญในโลกนี้จากหมู่พวกเขาด้วยการลงโทษในวันกิยามะฮฺ เมื่อนั้นพวกเขาก็ตะโกนร้องขอ ความช่วยเหลือ

لَا تَجْـَٔرُوا۟ ٱلْيَوْمَ ۖ إِنَّكُم مِّنَّا لَا تُنصَرُونَ ﴿٦٥﴾

และได้มีการกล่าวแก่พวกเขาเพื่อให้เกิดความท้อแท้สิ้นหวังจากความเมตตาของอัลลอฮฺว่า "พวกเจ้าอย่าได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือใดๆเลยในวัน นี้ แท้จริงจะไม่มีใครที่สามารถช่วยพวกเจ้าเพื่อยับยั้งพวกเจ้าจากบทลงโทษของอัลลอฮฺหรอก"

قَدْ كَانَتْ ءَايَـٰتِى تُتْلَىٰ عَلَيْكُمْ فَكُنتُمْ عَلَىٰٓ أَعْقَـٰبِكُمْ تَنكِصُونَ ﴿٦٦﴾

แน่นอนบรรดาโองการจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺนั้นได้ถูกนำมาอ่านแก่พวกเจ้ามาอย่างต่อเนื่องแล้วบนโลกนี้ แต่พวกเจ้าก็หันกลับไม่สนใจ เมื่อได้ฟัง โองการนั้นเพราะเกลียดชังมัน مستكبرين به سمرا تهجرون

مُسْتَكْبِرِينَ بِهِۦ سَـٰمِرًۭا تَهْجُرُونَ ﴿٦٧﴾

การที่พวกเจ้าได้กระทำเช่นนั้น เพื่อต้องการแสดงถึงความหยิ่งจองหองของพวกเจ้าต่อผู้คนด้วยการอ้างว่า "แท้จริงแล้วพวกเจ้านั้นเป็นชาวหะร็อม ทั้งๆ ที่พวกเจ้านั้นไม่ใช่ชาวหะร็อม เพราะชาวหะร็อมที่แท้จริงนั้นคือ เหล่าบรรดาผู้ที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺเท่านั้น พร้อมกันนั้นพวกเจ้าจับกลุ่ม สนทนาเกี่ยวกับมันอย่างผิดๆ แท้จริงแล้วพวกเจ้าไม่ได้ให้เกียรติต่อมัน"

أَفَلَمْ يَدَّبَّرُوا۟ ٱلْقَوْلَ أَمْ جَآءَهُم مَّا لَمْ يَأْتِ ءَابَآءَهُمُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٦٨﴾

บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้น พวกเขามิได้ใคร่ครวญในอัลกุรอานที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาเพื่อพวกเขาจะได้ศรัทธาต่อมันและปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในนั้น หรือว่าได้มีมายังพวกเขาซึ่งสิ่งที่มิได้มีมายังบรรพบุรุษของพวกเขารุ่นก่อนๆ พวกเขาจึงต่อต้านและปฏิเสธมันกระนั้นหรือ?! بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร أم لم يعرفوارسولهم فهم له منكرون

أَمْ لَمْ يَعْرِفُوا۟ رَسُولَهُمْ فَهُمْ لَهُۥ مُنكِرُونَ ﴿٦٩﴾

หรือว่าพวกเขาไม่รู้จักมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม คนที่อัลลอฮฺได้ส่งไปยังพวกเขา จึงเป็นเหตุที่พวกเขาปฏิเสธต่อต้านเขากระนั้นหรือ?! แท้จริงแล้วพวกเขารู้จักเขาและรู้ถึงความจริงใจและความซื่อสัตย์ของเขาเป็นอย่างดี

أَمْ يَقُولُونَ بِهِۦ جِنَّةٌۢ ۚ بَلْ جَآءَهُم بِٱلْحَقِّ وَأَكْثَرُهُمْ لِلْحَقِّ كَـٰرِهُونَ ﴿٧٠﴾

แต่พวกเขากล่าวว่า"เขาผู้นั้น(มุหัมมัด)เป็นคนบ้า" แท้จริงแล้วพวกเขาพูดโกหก แท้ที่จริงแล้วเขาได้นำมาซึ่งความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าสิ่งที่ได้ นำมานั้นมาจากอัลลอฮฺ แต่ส่วนมากของพวกเขาเป็นผู้เกลียดชังความจริงและเกลียดชังต่อตัวเขาเพราะความอิจฉาที่มาจากตัวของพวกเขาเองและ ฝักใฝ่ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องของพวกเขา

وَلَوِ ٱتَّبَعَ ٱلْحَقُّ أَهْوَآءَهُمْ لَفَسَدَتِ ٱلسَّمَـٰوَٰتُ وَٱلْأَرْضُ وَمَن فِيهِنَّ ۚ بَلْ أَتَيْنَـٰهُم بِذِكْرِهِمْ فَهُمْ عَن ذِكْرِهِم مُّعْرِضُونَ ﴿٧١﴾

م عرضون และหากว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปและบริหารจัดการสิ่งเหล่านั้นให้สอดคล้องกับความปรารถนาของอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาแล้ว แน่นอนบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในนั้นต้องเสียหาย เพราะความไร้ซึ่งความรู้ของพวกเขาที่เกี่ยวกับผลกระทบต่าง ๆ ที่จะตามมา และไม่รู้ถึงความถูกต้องและความเสียหายจากการบริหารจัดการ แต่เราได้ประทานสิ่งที่เป็นเกียรติยิ่งให้แก่พวกเขา นั่นก็คืออัลกุรอาน แต่พวกเขาผิน หลังให้กับมัน

أَمْ تَسْـَٔلُهُمْ خَرْجًۭا فَخَرَاجُ رَبِّكَ خَيْرٌۭ ۖ وَهُوَ خَيْرُ ٱلرَّٰزِقِينَ ﴿٧٢﴾

โอ๋ รอสูลเอ๋ย เจ้าได้ขอค่าจ้าง (ในการเผยแพร่ศาสนา) จากพวกเขา เลยทำให้พวกเขานั้นปฏิเสธการเผยแพร่ของเจ้ากระนั้นหรือ? สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น จากเจ้าอย่างแน่นอน เพราะการตอบแทนของพระผู้อภิบาลของเจ้าดีกว่าการตอบแทนจากพวกเขาเหล่านั้นและคนอื่นๆ และพระองค์เท่านั้นทรงเป็น เลิศยิ่งในหมู่ผู้ประทานปัจจัยยังชีพ وإنك لتدعوهم إلى صرط م ستقيم

وَإِنَّكَ لَتَدْعُوهُمْ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٧٣﴾

โอ้ รอสูลเอ๋ย แท้จริงเจ้านั้นต้องเชิญชวนพวกเขาและคนอื่นๆไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่คดเคี้ยว และมันก็คือเส้นทางของอิสลามนั้น เอง

وَإِنَّ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ عَنِ ٱلصِّرَٰطِ لَنَـٰكِبُونَ ﴿٧٤﴾

และแท้จริงบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลกและสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ที่มีทั้งการพิพากษา การลงโทษ และการตอบแทนความดี พวกเขาจะเอียงออก จากแนวทางอิสลามไปสู้แนวทางที่คดเคี้ยวอื่นๆ ที่เชื่อมไปสู้ไฟนรก

۞ وَلَوْ رَحِمْنَـٰهُمْ وَكَشَفْنَا مَا بِهِم مِّن ضُرٍّۢ لَّلَجُّوا۟ فِى طُغْيَـٰنِهِمْ يَعْمَهُونَ ﴿٧٥﴾

หากเราเมตตาต่อพวกเขาและขจัดความแห้งแล้งและความหิวโหยออกจากชีวิตของพวกเขา แน่นอนพวกเขาก็ยังคงหลงจากความจริง ลังเลและ สับสน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَقَدْ أَخَذْنَـٰهُم بِٱلْعَذَابِ فَمَا ٱسْتَكَانُوا۟ لِرَبِّهِمْ وَمَا يَتَضَرَّعُونَ ﴿٧٦﴾

และโดยแน่แท้เราได้ทดสอบพวกเขาด้วยประเภทต่างๆของภัยพิบัติ แต่พวกเขาก็ไม่ได้นอบน้อมถ่อมตนต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา และไม่วิงวอน ขอจากพระองค์อย่างถ่อมตัว เพื่อที่พระองค์จะได้ให้พวกเขารอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆในขณะที่มันเกิดขึ้น

حَتَّىٰٓ إِذَا فَتَحْنَا عَلَيْهِم بَابًۭا ذَا عَذَابٍۢ شَدِيدٍ إِذَا هُمْ فِيهِ مُبْلِسُونَ ﴿٧٧﴾

จนกระทั่งเมื่อเราเปิดประตูแห่งการลงโทษอันสาหัสแก่พวกเขา เมื่อนั้นแหละพวกเขาก็จะเป็นผู้ที่ท้อแท้สิ้นหวังจากทุกสิ่งที่เป็นทางออกและทุกสิ่งที่ เป็นความดี

وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَنشَأَ لَكُمُ ٱلسَّمْعَ وَٱلْأَبْصَـٰرَ وَٱلْأَفْـِٔدَةَ ۚ قَلِيلًۭا مَّا تَشْكُرُونَ ﴿٧٨﴾

และอัลลอฮฺ สุบหานาฮุ วะตะอาลา คือผู้ที่สร้างให้แก่พวกเจ้า (โอ้ บรรดาผู้ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพทั้งหลาย) ซึ่งสัมผัสการฟังเพื่อพวกเจ้าจะได้ยิน สายตา เพื่อพวกเจ้าจะได้มองเห็น และหัวใจเพื่อพวกเจ้าจะได้เข้าใจ แต่ถึงกระนั้นพวกเจ้าก็ยังไม่ขอบคุณพระองค์ที่ได้ทรงประทานความโปรดปรานแห่ง ประสาทสัมผัสเหล่านี้แก่พวกเจ้า นอกเสียจากผู้คนส่วนน้อยเท่านั้น

وَهُوَ ٱلَّذِى ذَرَأَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ وَإِلَيْهِ تُحْشَرُونَ ﴿٧٩﴾

โอ้ บรรดามนุษย์ทั้งหลาย พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเจ้าในโลกนี้ และพวกเจ้าจะถูกรวบรวมให้กลับไปหาพระองค์ในวันปรโลกเพื่อพิพากษาและรับผล ตอบแทน

وَهُوَ ٱلَّذِى يُحْىِۦ وَيُمِيتُ وَلَهُ ٱخْتِلَـٰفُ ٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ ۚ أَفَلَا تَعْقِلُونَ ﴿٨٠﴾

และอัลลอฮฺพระองค์เดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ทรงให้เป็นและไม่มีใครเป็นผู้ให้เป็นนอกจากพระองค์ และพระองค์เท่านั้นที่ทรงให้ตายและไม่มีใครเป็นผู้ให้ ตายนอกจากพระองค์ และพระองค์เท่านั้นทรงสิทธิในการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกลางคืนกลางวัน ความมืดและความสว่าง ความยาวและความสั้น พวก เจ้ามิได้ใช้สติปัญญาพิจารณาถึงความสามารถและความเป็นเอกะของพระองค์ในการสร้างและการจัดการหรอกหรือ?!

بَلْ قَالُوا۟ مِثْلَ مَا قَالَ ٱلْأَوَّلُونَ ﴿٨١﴾

แต่ทว่าพวกเขาได้กล่าวเช่นเดียวกับการกล่าวของบรรพบุรุษและชนชาติก่อนๆ ของพวกเขาในการปฏิเสธศรัทธา

قَالُوٓا۟ أَءِذَا مِتْنَا وَكُنَّا تُرَابًۭا وَعِظَـٰمًا أَءِنَّا لَمَبْعُوثُونَ ﴿٨٢﴾

พวกเขาได้กล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่ยอมรับและปฏิเสธว่า "เมื่อเราได้ตายไปแล้ว และเราได้กลายเป็นฝุ่นดินและกระดูกป่น แล้วเราจะถูกให้ฟื้ นคืนชีพอีกครั้ง เพื่อการพิพากษากระนั้นหรือ?!"

لَقَدْ وُعِدْنَا نَحْنُ وَءَابَآؤُنَا هَـٰذَا مِن قَبْلُ إِنْ هَـٰذَآ إِلَّآ أَسَـٰطِيرُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٨٣﴾

แท้จริงเราได้ถูกสัญญากับสัญญานี้ (คือการฟื้นคืนชีพหลังจากความตาย) และบรรพบุรุษของเราก็ได้ถูกสัญญานี้มาก่อนแล้วเช่นกัน และเราไม่เคย ได้เห็นว่าสัญญานี้เป็นความจริง มันมิใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นนิยายเหลวไหลของคนสมัยก่อนและเป็นการโกหกของพวกเขาเท่านั้น

قُل لِّمَنِ ٱلْأَرْضُ وَمَن فِيهَآ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿٨٤﴾

โอ้ รอสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธผู้ที่ไม่ยอมรับการฟื้ นคืนชีพเถิด ว่า "แผ่นดินนี้และผู้ที่อยู่ในนั้นเป็นของใคร หากพวกท่านรู้?" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

سَيَقُولُونَ لِلَّهِ ۚ قُلْ أَفَلَا تَذَكَّرُونَ ﴿٨٥﴾

พวกเขาจะกล่าวว่า "แผ่นดินและผู้ที่อยู่บนแผ่นดินนั้น มันเป็นของอัลลอฮฺ" จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด (มุหัมมัด) "พวกเจ้าจะไม่พิจารณาใคร่ครวญบ้าง หรือ? ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของแผ่นดินและผู้ที่อยู่บนแผ่นดิน มีความสามารถที่จะให้พวกเจ้าได้มีชีวิตอีกครั้งหลังจากที่พวกเจ้าตาย?"

قُلْ مَن رَّبُّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ ٱلسَّبْعِ وَرَبُّ ٱلْعَرْشِ ٱلْعَظِيمِ ﴿٨٦﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด (มุหัมมัด) "ใครเป็นเจ้าของชั้นฟ้าทั้งเจ็ด และเป็นเจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดที่ใหญ่กว่ามันอีก?"

سَيَقُولُونَ لِلَّهِ ۚ قُلْ أَفَلَا تَتَّقُونَ ﴿٨٧﴾

พวกเขาจะกล่าวว่า "ชั้นฟ้าทั้งเจ็ด และบัลลังก์อันยิ่งใหญ่มันเป็นของอัลลอฮฺ" ดังนั้นจงกล่าวแก่พวกเขาเถิด (มุหัมมัด) "ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่ ยำเกรงต่อพระองค์หรือ? ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ได้ห้ามไว้ เพื่อพวกเจ้าจะได้รอดพ้นจากการลงโทษ ของพระองค์" قل من بيده ملكوت كل شىء وهويجيرولا يجارعليه إن كنتمتعلمون

قُلْ مَنۢ بِيَدِهِۦ مَلَكُوتُ كُلِّ شَىْءٍۢ وَهُوَ يُجِيرُ وَلَا يُجَارُ عَلَيْهِ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿٨٨﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด (มุหัมมัด) "ผู้ใดคือผู้ที่อำนาจการครอบครองที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในมือของเขา โดยไม่มีสิ่งใดที่จะหลุด จากการครอบครองของเขา และเขาเป็นผู้คุ้มครองดูแลบรรดาบ่าวของเขาตามที่เขาต้องการ และจะไม่มีผู้ใดสามารถปกป้องคนที่เขาต้องการให้เกิด สิ่งเลวร้าย แล้วป้องกันเขาจากการลงโทษได้ หากพวกท่านรู้?"

سَيَقُولُونَ لِلَّهِ ۚ قُلْ فَأَنَّىٰ تُسْحَرُونَ ﴿٨٩﴾

พวกเขาจะกล่าวว่า "อำนาจอันกว้างใหญ่ไพศาลทุกสิ่งอย่างอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ผู้ทรงศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด (มุหัมมัด) "สติ ปัญญาของพวกเจ้าหายไปได้อย่างไร? จนทำให้พวกเจ้าหันไปบูชาสิ่งอื่นนอกจากพระองค์ทั้งๆ ที่พวกเจ้าก็ยอมรับสิ่งนั้น?!"

بَلْ أَتَيْنَـٰهُم بِٱلْحَقِّ وَإِنَّهُمْ لَكَـٰذِبُونَ ﴿٩٠﴾

มันไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขากล่าวอ้าง แต่ตรงกันข้ามเราได้นำเอาความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆเลย มาให้แก่พวกเขา และแท้จริงพวกเขาเป็นกลุ่มชน ผู้กล่าวเท็จต่อสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวอ้างไว้ เช่น อัลลอฮฺนั้นมีคู่ชีวิตและมีบุตร อัลลอฮฺทรงสูงส่งเหนือคำกล่าวของพวกเขาด้วยความสูงส่งที่ยิ่งใหญ่

مَا ٱتَّخَذَ ٱللَّهُ مِن وَلَدٍۢ وَمَا كَانَ مَعَهُۥ مِنْ إِلَـٰهٍ ۚ إِذًۭا لَّذَهَبَ كُلُّ إِلَـٰهٍۭ بِمَا خَلَقَ وَلَعَلَا بَعْضُهُمْ عَلَىٰ بَعْضٍۢ ۚ سُبْحَـٰنَ ٱللَّهِ عَمَّا يَصِفُونَ ﴿٩١﴾

อัลลอฮฺมิได้ทรงมีบุตรดั่งที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้อ้างไว้ และไม่มีพระเจ้าอื่นที่ถูกเคารพอย่างแท้จริงเคียงคู่กับพระองค์ และหากมีพระเจ้าอื่นจริง เคียงคู่กับพระองค์ แน่นอนพระเจ้าแต่ละองค์ก็จะนำเอาสิ่งที่ตนได้สร้างไว้ไปจนหมด และพยายามเอาชนะซึ่งกันและกัน และทำให้ระบบของจักรวาล เสียหายและในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงเป็นการยืนยันว่าพระเจ้าที่แท้จริงนั้นมีเพียงองค์เดียวเท่านั้น นั่น คืออัลลอฮฺ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากคำกล่าวที่ไม่เหมาะสมของบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ว่าพระองค์ทรงมีบุตรและทรงมีคู่

عَـٰلِمِ ٱلْغَيْبِ وَٱلشَّهَـٰدَةِ فَتَعَـٰلَىٰ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿٩٢﴾

พระองคฺผู้ทรงรอบรู้ในทุกสิ่งที่สิ่งถูกสร้างนั้นมองไม่เห็น และทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่มองเห็นและสามารถรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสได้ ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนไป จากพระองค์ได้ พระองค์ทรงสูงส่งยิ่งและทรงบริสุทธิ์ยิ่งกว่าการที่พระองค์จะมีสิ่งอื่นมาเทียบพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร قل رب إما ترينى ما يوعدون

قُل رَّبِّ إِمَّا تُرِيَنِّى مَا يُوعَدُونَ ﴿٩٣﴾

โอ้ รอสูลเอ๋ย (มุหัมมัด) จงกล่าวเถิด "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า หากพระองค์จะทรงให้ข้าได้เห็นซึ่งการลงโทษต่อบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายตามที่ พระองค์ได้สัญญากับพวกเขาไว้"

رَبِّ فَلَا تَجْعَلْنِى فِى ٱلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٩٤﴾

ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า หากพระองค์จะลงโทษพวกเขาโดยที่ข้ากำลังมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยแล้ว ขอทรงอย่าทำให้ข้าต้องอยู่ในหมู่พวกเขา แล้ว ทำให้การลงโทษนั้นได้ประสบต่อข้าอย่างที่ได้ประสบต่อพวกเขา

وَإِنَّا عَلَىٰٓ أَن نُّرِيَكَ مَا نَعِدُهُمْ لَقَـٰدِرُونَ ﴿٩٥﴾

และแท้จริงเรามีความสามารถอย่างแน่นอนที่จะให้เจ้าได้เห็นการลงโทษที่เราได้สัญญากับพวกเขาไว้ ไม่มีคำว่าลำบากสำหรับเราในการที่จะทำสิ่งนั้น และสิ่งอื่นๆก็เช่นกัน

ٱدْفَعْ بِٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ ٱلسَّيِّئَةَ ۚ نَحْنُ أَعْلَمُ بِمَا يَصِفُونَ ﴿٩٦﴾

โอ้ รอสูลเอ๋ย เจ้าจงปราบคนที่ทำร้ายเจ้าด้วยนิสัยที่ดียิ่ง ทำความเข้าใจ และอดทนต่อความชั่วของเขา เรารู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขากล่าวหา เช่น การตั้ง ภาคีและปฏิเสธไม่เชื่อฟัง แล้วรวมทั้งที่พวกเขากล่าวหาเจ้าในสิ่งที่ไม่เหมาะกับเจ้า เช่น กล่าวหาเจ้าเป็นนักไสยศาสตร์และเป็นคนบ้า

وَقُل رَّبِّ أَعُوذُ بِكَ مِنْ هَمَزَٰتِ ٱلشَّيَـٰطِينِ ﴿٩٧﴾

และจงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากการล่อลวงต่างๆและเสียงกระซิบกระซาบของชัย ฏอน وأعوذ بك رب أن يحضرون

وَأَعُوذُ بِكَ رَبِّ أَن يَحْضُرُونِ ﴿٩٨﴾

และข้าขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ให้พ้นจากการที่พวกเขาจะนำความชั่วร้ายบางอย่างสู่การงานของข้าพระองค์

حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَ أَحَدَهُمُ ٱلْمَوْتُ قَالَ رَبِّ ٱرْجِعُونِ ﴿٩٩﴾

จนกระทั่งเมื่อความตายได้มาหาคนใดคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี และเขาจะได้เห็นสิ่งที่เขาต้องเผชิญ เขาจะกล่าวด้วยความเสียใจต่อสิ่งที่เขาได้ พลาดไปจากอายุของเขาที่ผ่านมา และจากสิ่งที่เขาได้ละเลยไปในการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ โดยเขาจะกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรง ให้ข้ากลับไปมีชีวิตในดุนยา (โลกนี้) อีกครั้งด้วยเถิด"

لَعَلِّىٓ أَعْمَلُ صَـٰلِحًۭا فِيمَا تَرَكْتُ ۚ كَلَّآ ۚ إِنَّهَا كَلِمَةٌ هُوَ قَآئِلُهَا ۖ وَمِن وَرَآئِهِم بَرْزَخٌ إِلَىٰ يَوْمِ يُبْعَثُونَ ﴿١٠٠﴾

เพื่อข้าจะได้ประกอบคุณงามความดีเมื่อใดที่ข้ากลับไป มันจะไม่เป็นอย่างอย่างที่ขอแน่นอน แท้จริงมันเป็นแค่เพียงคำกล่าวอ้างเท่านั้น และหากเขาได้ กลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งเขาก็จะไม่ทำตามที่สัญญาไว้ และคนที่ตายไปแล้วก็จะยังคงอยู่ที่กั้นระหว่างโลกนี้กับปรโลกจนถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพ จะไม่มี ใครกลับจากโลกบัรซัคไปโลกดุนยาเพื่อรับรู้ในสิ่งที่พวกเขาพลาดไปและแก้ไขในสิ่งที่พวกเขาทำลายไปได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَإِذَا نُفِخَ فِى ٱلصُّورِ فَلَآ أَنسَابَ بَيْنَهُمْ يَوْمَئِذٍۢ وَلَا يَتَسَآءَلُونَ ﴿١٠١﴾

ดังนั้นเมื่อมะลาอิกะฮฺที่ได้รับมอบหมายให้เป่าสังข์ได้เป่าสังข์ครั้งที่สองที่เป็นการประกาศถึงการเกิดวันกิยามะฮฺ ความสัมพันธ์ทางตระกูลระหว่างพวก เขาที่พวกเขาเคยโอ้อวดกันนั้น ในวันนั้นจะไม่มีอีกต่อไป พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับความน่าสะพรึงกลัวของวันปรโลกและพวกเขาจะไม่ไต่ถามซึ่งกันและ กัน เพราะต่างคนต่างหมกมุ่นกับเรื่องของตัวเอง

فَمَن ثَقُلَتْ مَوَٰزِينُهُۥ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿١٠٢﴾

ดังนั้นผู้ใดตราชูความดีของเขาหนักกว่าความชั่วแล้ว ชนเหล่านั้น พวกเขาคือผู้ที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริง โดยพวกเขาจะได้รับซึ่งสิ่งที่พวกเขา ต้องการ และห่างไกลจากสิ่งที่พวกเขาสะพรึงกลัว

وَمَنْ خَفَّتْ مَوَٰزِينُهُۥ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ فِى جَهَنَّمَ خَـٰلِدُونَ ﴿١٠٣﴾

ดังนั้นผู้ใดที่ตราชูความดีของเขาเบากว่าความชั่วแล้ว ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ทำให้ตัวของพวกเขาเองขาดทุน ด้วยการทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อตัว เอง และละทึ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น การศรัทธา และการประกอบคุณงามความดี ฉะนั้นแล้วพวกเขาจะพำนักอยู่ในนรกตลอดกาลโดยไม่มีวันออกมา จากมัน

تَلْفَحُ وُجُوهَهُمُ ٱلنَّارُ وَهُمْ فِيهَا كَـٰلِحُونَ ﴿١٠٤﴾

ไฟนรกจะเผาไหม้ใบหน้าของพวกเขา ริมฝีปากบนและล่างของพวกเขาได้หดตัวจนเห็นฟันออกมาเนื่องจากการบูดเบี้ยวอย่างรุนแรง ألم تكن ءايتى تتل عليكم فكنتم بها تكذبون

أَلَمْ تَكُنْ ءَايَـٰتِى تُتْلَىٰ عَلَيْكُمْ فَكُنتُم بِهَا تُكَذِّبُونَ ﴿١٠٥﴾

และได้มีการกล่าวแก่พวกเขาด้วยการตำหนิว่า "โองการทั้งหลายของอัลกุรุอานมิได้ถูกนำมาอ่านแก่พวกเจ้าบนโลกนี้ แล้วพวกเจ้าก็ปฏิเสธมัน ไม่ใช่ หรือ?!"

قَالُوا۟ رَبَّنَا غَلَبَتْ عَلَيْنَا شِقْوَتُنَا وَكُنَّا قَوْمًۭا ضَآلِّينَ ﴿١٠٦﴾

พวกเขากล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเราความชั่วช้าเลวทรามของพวกเราที่พระองค์เองทรงรู้ดีมาก่อนได้ครอบงำพวกเรา และพวกเราเป็นหมู่ชน ผู้หลงทางจากความจริง"

رَبَّنَآ أَخْرِجْنَا مِنْهَا فَإِنْ عُدْنَا فَإِنَّا ظَـٰلِمُونَ ﴿١٠٧﴾

ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ทรงโปรดนำพวกเราออกจากนรกด้วยเถิด ถ้าหากเรากลับไปเหมือนที่พวกเราเคยเป็นอีก ทั้งการปฏิเสธ ศรัทธาและการหลงทาง ดังนั้นแน่นอนเราก็เป็นพวกอธรรมกับตัวของเราเอง และจะไม่มีข้ออ้างใดๆอีกสำหรับพวกเรา

قَالَ ٱخْسَـُٔوا۟ فِيهَا وَلَا تُكَلِّمُونِ ﴿١٠٨﴾

อัลลอฮฺ ตรัสว่า พวกเจ้าจงอาศัยอยู่ในนรกอย่างต่ำต้อยเถิด และพวกเจ้าอย่าได้มาพูดกับข้าอีก

إِنَّهُۥ كَانَ فَرِيقٌۭ مِّنْ عِبَادِى يَقُولُونَ رَبَّنَآ ءَامَنَّا فَٱغْفِرْ لَنَا وَٱرْحَمْنَا وَأَنتَ خَيْرُ ٱلرَّٰحِمِينَ ﴿١٠٩﴾

แท้จริงมีหมู่ชนกลุ่มหนึ่งจากปวงบ่าวของฉัน ที่ศรัทธาต่อฉัน พวกเขากล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา พวกเราได้ศรัทธาต่อพระองค์ ดังนั้นขอ พระองค์โปรดอภัยโทษต่อบาปของเรา และขอพระองค์ทรงเมตตาต่อเราด้วยความเมตตาของพระองค์ด้วยเถิด และพระองค์เท่านั้น ทรงเป็นผู้เมตตา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ที่ดียิ่ง"

فَٱتَّخَذْتُمُوهُمْ سِخْرِيًّا حَتَّىٰٓ أَنسَوْكُمْ ذِكْرِى وَكُنتُم مِّنْهُمْ تَضْحَكُونَ ﴿١١٠﴾

แต่พวกเจ้าได้ถือเอาผู้ศรัทธาเหล่านั้นที่ร้องขอต่อพระเจ้าของพวกเขาเป็นที่ล้อเลียนขบขันพวกเขา และพวกเจ้าล้อเลียนพวกเขาจนกระทั่งลืมนึกถึง อัลลอฮฺ และพวกเจ้าก็หัวเราะเยาะเย้ยและล้อเลียนพวกเขา, sehingga hal itu melupakan kalian dari mengingat Allah, dan kalian juga selalu menertawakan mereka dengan tujuan mengolok-olok dan mencemooh merekaแต่พวกเจ้ากลับเอาผู้ศรัทธาที่วิงวอนขอ ต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา กลายเป็นสิ่งล้อเลียน และพวกเจ้ายังคงดูแคลนพวกเขา ดูถูกเยาะเย้ยพวกเขา จนกระทั้งการกระทำของพวกเจ้าเหล่า นั้น ทำให้พวกเจ้าลืมรำลึกถึงอัลลอฮฺ และพวกเจ้าหัวเราะต่อพวกเขาเป็นการเยาะเย้ยดูถูกดูแคลนพวกเขา

إِنِّى جَزَيْتُهُمُ ٱلْيَوْمَ بِمَا صَبَرُوٓا۟ أَنَّهُمْ هُمُ ٱلْفَآئِزُونَ ﴿١١١﴾

แท้จริงข้าได้ตอบแทนรางวัลให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายให้ได้รับชัยชนะด้วยสรวงสวรรค์ในวันกิยามะฮฺ เพราะความอดทนของพวกเขาในการเชื่อ ฟังอัลลอฮฺ และอดทนในสิ่งที่พวกเขาได้รับอันตรายจากพวกเจ้า

قَـٰلَ كَمْ لَبِثْتُمْ فِى ٱلْأَرْضِ عَدَدَ سِنِينَ ﴿١١٢﴾

อัลลอฮฺจะถามพวกเขาว่า "พวกเจ้าพำนักอยู่ในแผ่นดินนานกี่ปี และพวกเจ้าได้เสียเวลาไปเท่าไรแล้ว?"

قَالُوا۟ لَبِثْنَا يَوْمًا أَوْ بَعْضَ يَوْمٍۢ فَسْـَٔلِ ٱلْعَآدِّينَ ﴿١١٣﴾

พวกเขากล่าวตอบว่า "เราได้พำนักอยู่วันเดียวหรือบางส่วนของวันเท่านั้น ขอพระองค์ได้ถามผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณวันและเดือนเถิด"

قَـٰلَ إِن لَّبِثْتُمْ إِلَّا قَلِيلًۭا ۖ لَّوْ أَنَّكُمْ كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿١١٤﴾

พระองค์ทรงกล่าวว่า "พวกเจ้ามิได้พำนักอยู่บนดุนยาเว้นแต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น มันง่ายที่จะอดทนในการเชื่อฟัง หากพวกเจ้ารู้ถึงจำนวนของเวลาที่ พวกเจ้าได้พำนักอย่างแท้จริง" أفحسبتم أنما خلقنكم عبثا وأنكم إ لينا لا ترجعون

أَفَحَسِبْتُمْ أَنَّمَا خَلَقْنَـٰكُمْ عَبَثًۭا وَأَنَّكُمْ إِلَيْنَا لَا تُرْجَعُونَ ﴿١١٥﴾

พวกเจ้าคิดว่า (โอ้มนุษย์ทั้งหลาย) แท้จริงเราได้ให้พวกเจ้าบังเกิดขึ้นเพื่อความสนุกสนานโดยไร้วัตถุประสงค์ โดยไม่มีผลบุญหรือบทลงโทษเช่น ปศุสัตว์ และแท้จริงพวกเจ้าจะไม่กลับไปหาเราในวันกิยามะฮฺ เพื่อพิพากษาและรับผลตอบแทนกระนั้นหรือ?!

فَتَعَـٰلَى ٱللَّهُ ٱلْمَلِكُ ٱلْحَقُّ ۖ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ رَبُّ ٱلْعَرْشِ ٱلْكَرِيمِ ﴿١١٦﴾

ความสูงส่งเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ทรงมีอำนาจสูงสุดอย่างแท้จริง ผู้ทรงกระทำการในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์คือสัจธรรมที่แท้จริง และ สัญญาของพระองค์คือสัจธรรม และคำตรัสของพระองค์คือสัจธรรม ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพอิบาดะฮฺอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์ พระผู้ อภิบาลบัลลังก์อันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สุด และผู้ใดที่เป็นพระผู้อภิบาลของสิ่งถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่สุด เขาผู้นั้นเป็นพระผู้อภิบาลของ สิ่งถูกสร้างทุกทั้งหมด

وَمَن يَدْعُ مَعَ ٱللَّهِ إِلَـٰهًا ءَاخَرَ لَا بُرْهَـٰنَ لَهُۥ بِهِۦ فَإِنَّمَا حِسَابُهُۥ عِندَ رَبِّهِۦٓ ۚ إِنَّهُۥ لَا يُفْلِحُ ٱلْكَـٰفِرُونَ ﴿١١٧﴾

และผู้ใดวิงวอนขอจากพระเจ้าอื่นร่วมกับอัลลอฮฺ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานใดๆพิสูจน์ได้เลยว่าเขานั้นสมควรได้รับการเคารพอิบาดะฮฺ แท้จริงแล้วผล ตอบแทนการกระทำที่ไม่ดีของเขาอยู่ณ ที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะตะอาลา พระองค์คือผู้ให้การตอบแทนเขาด้วยการลงโทษเขา แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร รัทธาจะไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่พวกเขาร้องขอ และไม่รอดจากสิ่งที่พวกเขาความหวาดกลัว

وَقُل رَّبِّ ٱغْفِرْ وَٱرْحَمْ وَأَنتَ خَيْرُ ٱلرَّٰحِمِينَ ﴿١١٨﴾

(โอ้ มุหัมมัด) จงกล่าวเถิด "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน ขอพระองค์ทรงอภัยต่อฉันต่อบาปของฉัน และทรงเมตตาต่อฉัน ด้วยความเมตตาของ พระองค์ และพระองค์เท่านั้นคือผู้ทรงเมตตาที่ดียิ่งต่อผู้ที่มีบาป แล้วพระองค์ก็ตอบรับการกลับใจ (เตาบะฮฺ) ของเขา" ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-Muminoon — المؤمنون

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา