يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱتَّقُوا۟ رَبَّكُمْ ۚ إِنَّ زَلْزَلَةَ ٱلسَّاعَةِ شَىْءٌ عَظِيمٌۭ ﴿١﴾
โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของเจ้า ด้วยการปฏิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งใช้และละทิ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม แท้จริงสิ่งที่ จะมาพร้อมกับวันกิยามะฮ์ จะเป็นแผ่นดินไหวหรือ อื่นๆ ที่เป็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวต่างๆนั้น มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก จำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อม สำหรับวันนั้นให้ดี ด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮ์พอพระทัย
يَوْمَ تَرَوْنَهَا تَذْهَلُ كُلُّ مُرْضِعَةٍ عَمَّآ أَرْضَعَتْ وَتَضَعُ كُلُّ ذَاتِ حَمْلٍ حَمْلَهَا وَتَرَى ٱلنَّاسَ سُكَـٰرَىٰ وَمَا هُم بِسُكَـٰرَىٰ وَلَـٰكِنَّ عَذَابَ ٱللَّهِ شَدِيدٌۭ ﴿٢﴾
ى วันที่พวกเจ้าเห็นมันคือวันที่บรรดาแม่ที่ให้นมลูกจะไม่สนใจลูกของตัวเอง และบรรดาหญิงที่ตั้งครรภ์ต่างก็จะแท้งที่นางได้ตั้งครรภ์ไว้ อันเนื่องจาก ความน่าสะพรึงกลัวอย่างรุนแรง และเจ้าจะเห็นผู้คนต่างก็อยู่ในสภาพที่มึ่นเมาขาดสติอันเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวอย่างมาก และพวกเขาก็ ไม่ได้เมาที่มาจากการกินเหล้า แต่เนื่องจากการลงโทษของอัลลอฮ์ที่รุนแรงนั้นนั้น ได้ทำให้พวกเขาขาดสติไป
وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يُجَـٰدِلُ فِى ٱللَّهِ بِغَيْرِ عِلْمٍۢ وَيَتَّبِعُ كُلَّ شَيْطَـٰنٍۢ مَّرِيدٍۢ ﴿٣﴾
และมนุษย์บางคนมีผู้โต้ที่เถียงในเรื่องความสามารถของอัลลอฮ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการฟื้ นคืนชีพของผู้ที่ตายไปแล้ว โดยปราศจากความรู้ที่สามารถ อ้างอิงได้ และพวกเขานั้นปฏิบัติตามชัยฏอนทุกตัวที่ดื้อรั้นในเรื่องความเชื่อและคำพูดของเขาและปฏิบัติตามบรรดาผู้นำที่หลงผิด
كُتِبَ عَلَيْهِ أَنَّهُۥ مَن تَوَلَّاهُ فَأَنَّهُۥ يُضِلُّهُۥ وَيَهْدِيهِ إِلَىٰ عَذَابِ ٱلسَّعِيرِ ﴿٤﴾
ได้มีการกำหนดบันทึกไว้เป็นที่เรีบยบร้อยแล้วว่าถึงบรรดาผู้ที่ดื้อรั้นที่มาจากชัยฏอนที่มีทั้งมนุษย์และญิน โดยใครก็ตามที่ตามมันและเชื่อต่อมัน มัน จะทำให้ผู้นั้นหลงผิดไปจากเส้นทางที่ถูกต้อง และจะนำพาไปสู่การลงโทษแห่งไฟนรกด้วยการนำพาไปสู่การปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِن كُنتُمْ فِى رَيْبٍۢ مِّنَ ٱلْبَعْثِ فَإِنَّا خَلَقْنَـٰكُم مِّن تُرَابٍۢ ثُمَّ مِن نُّطْفَةٍۢ ثُمَّ مِنْ عَلَقَةٍۢ ثُمَّ مِن مُّضْغَةٍۢ مُّخَلَّقَةٍۢ وَغَيْرِ مُخَلَّقَةٍۢ لِّنُبَيِّنَ لَكُمْ ۚ وَنُقِرُّ فِى ٱلْأَرْحَامِ مَا نَشَآءُ إِلَىٰٓ أَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ثُمَّ نُخْرِجُكُمْ طِفْلًۭا ثُمَّ لِتَبْلُغُوٓا۟ أَشُدَّكُمْ ۖ وَمِنكُم مَّن يُتَوَفَّىٰ وَمِنكُم مَّن يُرَدُّ إِلَىٰٓ أَرْذَلِ ٱلْعُمُرِ لِكَيْلَا يَعْلَمَ مِنۢ بَعْدِ عِلْمٍۢ شَيْـًۭٔا ۚ وَتَرَى ٱلْأَرْضَ هَامِدَةًۭ فَإِذَآ أَنزَلْنَا عَلَيْهَا ٱلْمَآءَ ٱهْتَزَّتْ وَرَبَتْ وَأَنۢبَتَتْ مِن كُلِّ زَوْجٍۭ بَهِيجٍۢ ﴿٥﴾
โอ้ มนุษย์เอ๋ย! หากพวกเจ้ายังอยู่ในการสงสัยแคลงใจในความสามารถของเรา เกี่ยวกับการฟื้ นคืนชีพหลังความตาย ดังนั้นจงคิดใตร่ตรองเกี่ยวกับ การสร้างพวกเจ้ามา แท้จริงเราได้บังเกิดบิดาของเจ้าอาดัม มาจากดิน แล้วเราได้สร้างลูกหลานของเขามาจากเชื้ออสุจิของผู้ชายที่เข้าไปในรังไข่ของ ผู้หญิง แล้วเปลี่ยนจากน้ำอสุจิเป็นก้อนเลือดแข็ง แล้วเปลี่ยนจากก้อนเลือดแข็งเป็นก้อนเนื้อที่คล้ายก้อนเนื้อที่สุก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนก้อนเนื้อไปสู่ การเป็นสิ่งถูกสร้างที่สมบุรณ์โดยให้อยู่ในมดลูกจนถึงวันที่คลอดออกมาเป็นเด็กทารก หรือไม่สมบูรณ์โดยการแท้ง ทั้งหมดนั้นเพื่อเราจะได้แสดงให้ พวกเจ้าได้เห็นความสามารถของเราในการสร้างพวกเจ้าเป็นขั้นเป็นตอน และเราให้ทารกนั้นอยู่ในครรภ์ตามที่เราประสงค์ จนถึงเวลาที่กำหนดไว้คือ เก้าเดือน แล้วเราให้พวกเจ้าคลอดออกมาจากท้องมารดาเป็นทารก แล้วเพื่อพวกเจ้าจะได้บรรลุสู่วัยฉกรรจ์ของพวกเจ้าทั้งด้านพละกำลังและสติ ปัญญา และในหมู่พวกเจ้ามีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และในหมู่พวกเจ้ามีผู้ที่มีชีวิตอยู่จนถึงวัยชราโดยที่มีความอ่อนแอทางด้านพละกำลังและสติ ปัญญา จนกระทั่งมีสภาพที่ดูแย่กว่าตอนเด็ก โดยเขาจะไม่รู้อะไรเลยหลังจากที่เคยรู้มาก่อน และเจ้าจะเห็นแผ่นดินแห้งแล้งไม่มีพืชผลใดๆเลย ครั้น เมื่อเราได้หลั่งน้ำฝนลงมาบนมัน มันก็จะเคลื่อนไหวขยายตัวและงอกออกมาเป็นต้นไม้ และแผ่นดินก็ได้ทำให้ต้นไม้งอกออกมาเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
ذَٰلِكَ بِأَنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلْحَقُّ وَأَنَّهُۥ يُحْىِ ٱلْمَوْتَىٰ وَأَنَّهُۥ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٦﴾
สิ่งเหล่านั้นที่เราได้กล่าวถึงแก่พวกเจ้านั้น-เริ่มจากการสร้างพวกเจ้าในครั้งแรก ขั้นตอนต่างๆของมัน และสภาพต่างๆของเด็กที่เกิดมาในหมู่พวก เจ้านั้น ทั้งหมดก็เพื่อที่จะให้พวกเจ้าได้ศรัทธาว่าอัลลอฮ์ผู้ที่สร้างพวกเจ้านั้นคือพระเจ้าที่แท้จริงโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ ซึ่งแตกต่างกับรูปปั้นที่พวกเจ้า ทำการบูชากัน และเพื่อให้พวกเจ้าได้ศรัทธาว่า พระองค์คือผู้ทรงให้คนตายได้ฟื้นคืนชีพ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดทำให้ พระองค์อ่อนแอได้
وَأَنَّ ٱلسَّاعَةَ ءَاتِيَةٌۭ لَّا رَيْبَ فِيهَا وَأَنَّ ٱللَّهَ يَبْعَثُ مَن فِى ٱلْقُبُورِ ﴿٧﴾
และเพื่อให้พวกเจ้าได้ศรัทธาว่า แท้จริงวันอวสานนั้นจะมาถึงอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัยเลยในการมาของมัน และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงทำให้มีการ ฟื้ นคืนชีพสำหรับคนที่ตายไปแล้วออกมาจากหลุมฝังศพของพวกเขาเพื่อที่จะทำการตอบแทนแก่พวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ
وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يُجَـٰدِلُ فِى ٱللَّهِ بِغَيْرِ عِلْمٍۢ وَلَا هُدًۭى وَلَا كِتَـٰبٍۢ مُّنِيرٍۢ ﴿٨﴾
และในหมู่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาบางคนได้ทำการโต้เถียงในเรื่องการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ โดยปราศจากความรู้ที่จะนำไปสู่สัจธรรมที่แท้จริง และ ปราศจากการปฏิบัติตามผู้ที่นำทางสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และปราศจากคัมภีร์ที่ส่องแสงที่ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์เพื่อนำทางพวกเขา
ثَانِىَ عِطْفِهِۦ لِيُضِلَّ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ ۖ لَهُۥ فِى ٱلدُّنْيَا خِزْىٌۭ ۖ وَنُذِيقُهُۥ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ عَذَابَ ٱلْحَرِيقِ ﴿٩﴾
เขาก็จะเอียงคอของเขาด้วยความหยิ่งยโสเพื่อที่จะให้ผู้คนหันเหออกจากการศรัทธาและห่างไกลจากการเข้าสู่ศาสนาของอัลลอฮ์ สำหรับผู้ที่มีลักษณะ ดังกล่าวนั้น เขาจะมีความตกต่ำในโลกดุนยานี้ด้วยการลงโทษที่จะเกิดขึ้นแก่เขา และในปรโลกเราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษด้วยไฟที่ลุกโชน
ذَٰلِكَ بِمَا قَدَّمَتْ يَدَاكَ وَأَنَّ ٱللَّهَ لَيْسَ بِظَلَّـٰمٍۢ لِّلْعَبِيدِ ﴿١٠﴾
และได้มีการกล่าวแก่เขาว่า"การลงโทษที่เจ้าได้ประสบอยู่นั้น มันเกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าเอง ที่มาจากการปฏิเสธศรัทธาและบาปต่างๆที่เจ้าเคย ทำ และอัลลอฮ์จะไม่ลงโทษผู้ใด นอกจากด้วยบาปที่เขาได้ก่อไว้"
وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يَعْبُدُ ٱللَّهَ عَلَىٰ حَرْفٍۢ ۖ فَإِنْ أَصَابَهُۥ خَيْرٌ ٱطْمَأَنَّ بِهِۦ ۖ وَإِنْ أَصَابَتْهُ فِتْنَةٌ ٱنقَلَبَ عَلَىٰ وَجْهِهِۦ خَسِرَ ٱلدُّنْيَا وَٱلْـَٔاخِرَةَ ۚ ذَٰلِكَ هُوَ ٱلْخُسْرَانُ ٱلْمُبِينُ ﴿١١﴾
ในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้ที่สับสนซึ่งอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ด้วยความสงสัย ซึ่งหากเขาประสบกับความดีด้วยการมีสุขภาพที่ดีและความมั่งคั่ง เขาก็จะยังคง ศรัทธาและเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ต่อไป แต่ถ้าหากเขาประสบกับบททดสอบด้วยโรคภัยหรือความยากจน เขาก็จะสิ้นหวังในศาสนาของเขาและละทิ้ง ศาสนาไป เขาก็จะเป็นผู้ที่ขาดทุนบนโลกนี้ ดังนั้นการปฏิเสธศรัทธาของเขาไม่ได้ทำให้เขาได้รับอะไรเพิ่มจากดุนยาของเขา จากสิ่งที่ไม่ได้บันทึกไว้ให้ แก่เขา และเขาจะขาดทุนในโลกหน้าโดยการที่เขาจะต้องพบกับบทลงโทษของอัลลอฮ์ เหล่านั้นคือการขาดทุนอย่างชัดแจ้ง
يَدْعُوا۟ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَضُرُّهُۥ وَمَا لَا يَنفَعُهُۥ ۚ ذَٰلِكَ هُوَ ٱلضَّلَـٰلُ ٱلْبَعِيدُ ﴿١٢﴾
บรรดารูปปั้ นซึ่งมันไม่ให้โทษแก่เขาเมื่อเขาฝ่าฝืนและมันก็ไม่ให้ประโยชน์อะไรเมื่อเขาเชื่อฟัง การวิงวอนต่อบรรดารูปปั้ นที่ไม่สามารถให้โทษและ ประโยชน์ใดได้นั้น คือการหลงผิดที่ห่างไกลจากความจริงยิ่ง เขาบูชารูปปั้นเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ซึ่งมันไม่สามารถที่จะให้โทษหากเขาเนรคุณต่อ มัน และไม่มีอำนาจที่จะนำประโยชน์ใด ๆ มาสู่เขาหากเขาเชื่อฟังมัน การวิงวอนต่อรูปปั้นนั้นไม่ทำให้เกิดโทษและไม่ทำให้เกิดประโยชน์ใดๆ มันเป็นการ หลงทางจากสัจธรรมที่แสนไกล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
يَدْعُوا۟ لَمَن ضَرُّهُۥٓ أَقْرَبُ مِن نَّفْعِهِۦ ۚ لَبِئْسَ ٱلْمَوْلَىٰ وَلَبِئْسَ ٱلْعَشِيرُ ﴿١٣﴾
ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาที่วิงวอนขอต่อบรรดารูปปั้ นทั้งหลาย โทษของมันซึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอนมันไกล้กว่าประโยชน์ของมันที่ไม่มี แน่นอนสิ่งที่ถูกเคารพ สักการะที่โทษของมันไกล้กว่าประโยชน์นั้น มันเป็นผู้ช่วยเหลือที่ชั่วที่สุดสำหรับผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากมัน และมันเป็นมิตรที่ชั่วช้าสำหรับผู้ที่มีมัน เป็นมิตร
إِنَّ ٱللَّهَ يُدْخِلُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ جَنَّـٰتٍۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ يَفْعَلُ مَا يُرِيدُ ﴿١٤﴾
แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงยอมรับบรรดาผู้ศรัทธาในพระองค์และกระทำความดีเข้าไปในสรวงสวรรค์ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่าง แท้จริงอัลลอฮ์ ทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ เป็นความเมตตาแก่ผู้ที่พระองค์ทรงเมตตา และการลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงลงโทษ ไม่มีสิ่งใดบังคับพระองค์ ได้
مَن كَانَ يَظُنُّ أَن لَّن يَنصُرَهُ ٱللَّهُ فِى ٱلدُّنْيَا وَٱلْـَٔاخِرَةِ فَلْيَمْدُدْ بِسَبَبٍ إِلَى ٱلسَّمَآءِ ثُمَّ لْيَقْطَعْ فَلْيَنظُرْ هَلْ يُذْهِبَنَّ كَيْدُهُۥ مَا يَغِيظُ ﴿١٥﴾
كيده ما يغيظ ผู้ใดคิดว่าอัลลอฮ์จะไม่ทรงช่วยเหลือนบีของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ก็จงให้เขาผู้นั้นต่อเชือกขึ้นสู่หลังคาบ้านของ เขา แล้วผูกคอเขาโดยให้ตัวเองลอยจากพื้นดิน แล้วให้เขาคิดดูว่า สิ่งที่เขาพบเจอกับตัวของเขาเองนั้นจากความเคียดแค้นได้หมดสิ้นไปหรือไม่ กับ การกระทำแบบนั้น อัลลอฮ์คือผู้ช่วยเหลือนบีของพระองค์ ไม่ว่าผู้นั้นจะต่อต้านหรือปฏิเสธ
وَكَذَٰلِكَ أَنزَلْنَـٰهُ ءَايَـٰتٍۭ بَيِّنَـٰتٍۢ وَأَنَّ ٱللَّهَ يَهْدِى مَن يُرِيدُ ﴿١٦﴾
และดังที่เราได้อธิบายแก่พวกเจ้าซึ่งข้อพิสูจน์ต่างๆอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพ เราได้ประทานอัลกุรอานแก่มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะ ซัลลัม เป็นโองการที่ชัดเจน และอัลลอฮ์ทรงเลือกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ สู่เส้นทางแห่งการชี้นำและความชอบธรรม
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَٱلَّذِينَ هَادُوا۟ وَٱلصَّـٰبِـِٔينَ وَٱلنَّصَـٰرَىٰ وَٱلْمَجُوسَ وَٱلَّذِينَ أَشْرَكُوٓا۟ إِنَّ ٱللَّهَ يَفْصِلُ بَيْنَهُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ شَهِيدٌ ﴿١٧﴾
ى แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์จากประชาชาตินี้ และบรรดาชาวยิว พวกศอบิอีน (กลุ่มผู้ที่ปฏิบัติตามนบีบางท่าน) พวกนะศอรอ พวกบูชาไฟ และ บรรดาผู้ตั้งภาคี แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์ สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาก็จะได้เข้าสวรรค์ และคนอื่นๆนอกจากนั้นจะเข้า นรก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเห็นต่อทุกสิ่งทั้งที่เป็นคำพูดและการกระทำของพวกเขา ไม่มีอะไรที่สามารถปกปิดไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรง ตอบแทนพวกเขาจากการกระทำของพวกเขา
أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ يَسْجُدُ لَهُۥ مَن فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَن فِى ٱلْأَرْضِ وَٱلشَّمْسُ وَٱلْقَمَرُ وَٱلنُّجُومُ وَٱلْجِبَالُ وَٱلشَّجَرُ وَٱلدَّوَآبُّ وَكَثِيرٌۭ مِّنَ ٱلنَّاسِ ۖ وَكَثِيرٌ حَقَّ عَلَيْهِ ٱلْعَذَابُ ۗ وَمَن يُهِنِ ٱللَّهُ فَمَا لَهُۥ مِن مُّكْرِمٍ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ يَفْعَلُ مَا يَشَآءُ ۩ ﴿١٨﴾
เจ้าไม่รู้หรือ -โอ้ท่านเราะสูล- ว่า แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ที่ทุกสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและบรรดามลาอิกะฮ์ทำการสุญูดต่อพระองค์เป็นการสุญูดเชื่อฟัง และผู้ ที่อยู่ในแผ่นดินจากมนุษย์และญินที่เป็นผู้ที่ศรัทธา และดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ดวงดาวในชั้นฟ้า บรรดาภูเขา ต้นไม้ และสัตว์ทั้งหลายในแผ่นดิน โดย เป็นการสุญูดด้วยการจำนน และมีจำนวนมากจากหมู่มนุษย์ที่ทำการสุญูดเชื่อฟัง และมีจำนวนมากเช่นกันที่ไม่ยอมก้มสุญูดเชื่อฟัง ดังนั้นการ ลงโทษของอัลลอฮ์ก็เป็นที่คู่ควรแก่พวกเขาอันเนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงทำให้เขาตกต่ำอันเนื่องด้วยการปฏิเสธ ของเขา ดังนั้นสำหรับเขาก็จะไม่มีผู้ให้เกียรติ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นไม่มีผู้ใดที่จะบังคับพระองค์ได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
۞ هَـٰذَانِ خَصْمَانِ ٱخْتَصَمُوا۟ فِى رَبِّهِمْ ۖ فَٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ قُطِّعَتْ لَهُمْ ثِيَابٌۭ مِّن نَّارٍۢ يُصَبُّ مِن فَوْقِ رُءُوسِهِمُ ٱلْحَمِيمُ ﴿١٩﴾
ทั้งสองฝ่ายที่โต้เถียงกันเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเขาว่าใครคือผู้ที่ถูกต้อง ระหว่างฝ่ายของบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา สำหรับบรรดาผู้ ปฏิเสธศรัทธาจะถูกห่อหุ้มไปด้วยไฟนรกเฉกเช่นเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มพวกเขา และจะถูกน้ำที่ร้อนที่สุด เทลงไปบนหัวของพวกเขา
يُصْهَرُ بِهِۦ مَا فِى بُطُونِهِمْ وَٱلْجُلُودُ ﴿٢٠﴾
สิ่งที่อยู่ในท้องของพวกเขาจากอวัยวะภายในนั้นจะถูกละลายด้วยกับความร้อนของมัน และตลอดจนถึงผิวหนังของพวกเขาก็ถูกละลายด้วยเช่นกัน ولهم مقمع من حديد
وَلَهُم مَّقَـٰمِعُ مِنْ حَدِيدٍۢ ﴿٢١﴾
และสำหรับพวกเขาในนรกนั้น จะมีมลาอีกะฮ์ถือค้อนเหล็กคอยตีหัวของพวกเขา
كُلَّمَآ أَرَادُوٓا۟ أَن يَخْرُجُوا۟ مِنْهَا مِنْ غَمٍّ أُعِيدُوا۟ فِيهَا وَذُوقُوا۟ عَذَابَ ٱلْحَرِيقِ ﴿٢٢﴾
ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการจะออกไปจากไฟนรกเนื่องจากความทุกข์ยากอย่างรุนแรงที่พวกเขาประสบ พวกเขาก็ถูกให้กลับไปในนั้นอีก และมีเสียง กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟลุกโชน
إِنَّ ٱللَّهَ يُدْخِلُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ جَنَّـٰتٍۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ يُحَلَّوْنَ فِيهَا مِنْ أَسَاوِرَ مِن ذَهَبٍۢ وَلُؤْلُؤًۭا ۖ وَلِبَاسُهُمْ فِيهَا حَرِيرٌۭ ﴿٢٣﴾
และส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติความดีทั้งหลาย อัลลอฮ์ทรงให้พวกเขาได้เข้าสรวงสวรรค์ ที่เบื้องล่างของมันและต้นไม้ของมันนั้นมี ลำน้ำหลายสายไหลผ่าน อัลลอฮ์ทรงตกแต่งพวกเขาด้วยการสวมใส่กำไลมือที่ทำจากทองคำและเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุก และเสื้อผ้าของพวกเขาที่ สวมใส่ในนั้นก็เป็นผ้าไหม
وَهُدُوٓا۟ إِلَى ٱلطَّيِّبِ مِنَ ٱلْقَوْلِ وَهُدُوٓا۟ إِلَىٰ صِرَٰطِ ٱلْحَمِيدِ ﴿٢٤﴾
และพวกเขาได้รับคำแนะนำจากอัลลอฮ์ในชีวิตทางโลกนี้ไปสู่คำพูดที่ดีเช่น การกล่าวคำปฏิญาณ (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์), ตักบีร์(อัลลอฮูอักบัร) และตะห์ มีด (อัลฮัมดูลิลละห์) และพระองค์ทรงชี้นำพวกเขาสู่แนวทางที่น่ายกย่องของศาสนาอิสลาม
إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَيَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ وَٱلْمَسْجِدِ ٱلْحَرَامِ ٱلَّذِى جَعَلْنَـٰهُ لِلنَّاسِ سَوَآءً ٱلْعَـٰكِفُ فِيهِ وَٱلْبَادِ ۚ وَمَن يُرِدْ فِيهِ بِإِلْحَادٍۭ بِظُلْمٍۢ نُّذِقْهُ مِنْ عَذَابٍ أَلِيمٍۢ ﴿٢٥﴾
ومن يرد فيه بإلحادبظلم نذقهمن عذاب أليم แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และขัดขวางผู้อื่น ไม่ให้เข้าสู่ศาสนาอิสลาม และขัดขวางผู้คนไม่ให้เข้ามัสยิดฮะรอม ดังเช่นการกระทำของชาว มุชรีกีนในปีที่ทำสัญญาฮุดัยบียะฮ์ เราจะทำให้พวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษอันเจ็บปวด มัสยิดที่เราได้จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นกิบละฮ์สำหรับผู้คนในการ ละหมาดของพวกเขาและเป็นที่สำหรับพวกเขาทำพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับฮัจญ์และอุมเราะฮ์ นั้นเปิดให้ชาวมักกะฮ์และทุกคนที่มาจากนอกนครมัก กะฮ์อย่างเท่าเทียมกัน และผู้ใดจงใจ ตั้งใจที่จะเบี่ยงเบนไปจากความจริงด้วยการประพฤติผิดในนั้น เราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษอันเจ็บปวด
وَإِذْ بَوَّأْنَا لِإِبْرَٰهِيمَ مَكَانَ ٱلْبَيْتِ أَن لَّا تُشْرِكْ بِى شَيْـًۭٔا وَطَهِّرْ بَيْتِىَ لِلطَّآئِفِينَ وَٱلْقَآئِمِينَ وَٱلرُّكَّعِ ٱلسُّجُودِ ﴿٢٦﴾
๒๖ และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะสูล เมื่อเราได้ชี้แจงถึงสถานที่ตั้งสำหรับอัลบัยต์แก่อิบรอฮีมและของเขตของมันหลังจากที่มันไม่เป็นที่รู้จัก และเราสั่งให้ เขาอย่าได้ตั้งภาคีใดๆในการเคารพภักดีต่อฉัน แต่จงเคารพภักดีต่อฉันเพียงผู้เดียว และจงทำความสะอาดบ้านของฉันจากสิ่งสกปรก(นายิส)ทั้งในรู بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ปแบบของนามธรรมและรูปธรรมแก่ผู้ที่เวียนรอบมันและผู้ที่ละหมาดอยู่ในนั้น
وَأَذِّن فِى ٱلنَّاسِ بِٱلْحَجِّ يَأْتُوكَ رِجَالًۭا وَعَلَىٰ كُلِّ ضَامِرٍۢ يَأْتِينَ مِن كُلِّ فَجٍّ عَمِيقٍۢ ﴿٢٧﴾
และจงประกาศเรียกผู้คนต่างๆเพื่อเรียกพวกเขาทั้งหลายสู่การแสวงบุญในการทำฮัจย์ณ บ้านแห่งนี้ ที่พระองค์ทรงบัญชาให้เจ้าสร้างมันขึ้นมา พวก เขาจะมาหาเจ้าโดยการเดินทางเท้าหรือขี่อูฐ ที่ทุกตัวมีสภาพผอมเป็นซึ่งสิ่งที่ช่วยในการเดินทาง อูฐของพวกเขาจะพาพวกเขามาจากทุกทางที่ไกล
لِّيَشْهَدُوا۟ مَنَـٰفِعَ لَهُمْ وَيَذْكُرُوا۟ ٱسْمَ ٱللَّهِ فِىٓ أَيَّامٍۢ مَّعْلُومَـٰتٍ عَلَىٰ مَا رَزَقَهُم مِّنۢ بَهِيمَةِ ٱلْأَنْعَـٰمِ ۖ فَكُلُوا۟ مِنْهَا وَأَطْعِمُوا۟ ٱلْبَآئِسَ ٱلْفَقِيرَ ﴿٢٨﴾
เพื่อให้พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กลับมาแก่พวกเขาในรูปของการให้อภัยในความผิดบาป และการได้รับผลบุญ และความเป็นหนึ่งเดียวของ ประชาชาติและอื่นๆ และเพื่อกล่าวรำลึกถึงพระนามของอัลลอฮ์ในขณะที่ทำการเชือดสัตว์(ฮัดย์)ในวันที่กำหนดชัดเจน นั้นคือ วันที่สิบของเดือนซุล ฮิจญะฮ์และสามวันหลังจากนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพมาจาก อูฐ วัวและแพะ ดังนั้นพวกเจ้าจงกิน จากเนื้อสัตว์เหล่านี้และมอบให้แก่คนยากจนได้กิน
ثُمَّ لْيَقْضُوا۟ تَفَثَهُمْ وَلْيُوفُوا۟ نُذُورَهُمْ وَلْيَطَّوَّفُوا۟ بِٱلْبَيْتِ ٱلْعَتِيقِ ﴿٢٩﴾
แล้วพวกเขาก็จะปฏิบัติในสิ่งที่เหลืออยู่จากการประกอบพิธีฮัจญ์ และทำการตะหัลลุลด้วยการโกนศีรษะ ตัดเล็บและขจัดสิ่งสกปรกต่างๆออกจาก ร่างกายที่เกิดขึ้นในระหว่างครองอิห์รอม และให้พวกเขาปฏิบัติในสิ่งที่จำเป็น (วาญิบ) สำหรับพวกเขาไม่ว่าในเรื่องของฮัจญ์หรืออุมเราะฮ์หรือการ เชือดสัตว์พลี และทำการตอวาฟอีฟาเดาะฮ์ที่บ้านของอัลลอฮ์ซึ่งเป็นบ้านที่อัลลอฮ์ได้กู้มันออกมาจากการครอบงำของผู้มีอำนาจที่อธรรม
ذَٰلِكَ وَمَن يُعَظِّمْ حُرُمَـٰتِ ٱللَّهِ فَهُوَ خَيْرٌۭ لَّهُۥ عِندَ رَبِّهِۦ ۗ وَأُحِلَّتْ لَكُمُ ٱلْأَنْعَـٰمُ إِلَّا مَا يُتْلَىٰ عَلَيْكُمْ ۖ فَٱجْتَنِبُوا۟ ٱلرِّجْسَ مِنَ ٱلْأَوْثَـٰنِ وَٱجْتَنِبُوا۟ قَوْلَ ٱلزُّورِ ﴿٣٠﴾
เช่นนั้นแหละสิ่งที่เราได้สั่งพวกเจ้า คือการ(ทำการตะหัลลุล)เปลื้องอิห์รอมด้วยการโกนหัว ตัดเล็บและขจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย และปฏิบัติใน สิ่งที่ได้บนบานไว้และจงทำการฏอวาฟ มันคือสิ่งที่อัลลอฮ์ได้บัญญัติเป็นสิ่งวาญิบเหนือพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงให้เกียรติในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้บัญญัติ นั้น และสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงในสิ่งที่อัลลอฮ์สั่งให้เขาหลีกเลี่ยงในขณะที่ครองอิห์รอมนั้น เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติในความยิ่งใหญ่ของ ขอบเขตข้อจำกัดของอัลลอฮ ด้วยการไม่กระทำสิ่งถูกห้ามเหล่านั้น และการให้เกียรติต่อสิ่งที่เป็นบัญญัติต่างๆของพระองค์นั้น มันเป็นสิ่งที่ดีกว่า สำหรับเขาทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์ในสายตาของพระผู้อภิบาลของเขา และได้อนุญาตแก่พวกเจ้า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จากปศุสัตว์ต่างๆ เช่นอูฐ วัวและ แพะ และเขาไม่ได้ห้ามพวกเจ้าประเภทต่างๆของอูฐ เช่น ฮาม(อูฐตัวผู้ที่ทำให้ตัวเมียได้กำเนิดลูก 10 ครั้ง) บะฮิเราะฮ์(อูฐตัวเมียที่คลอดลูกห้าครั้ง และ ลูกตัวที่ห้าเป็นตัวผู้) วะศีละฮ์ (แกะตัวผู้ที่มีตัวเมียเป็นแฝด) และเราไม่ได้ห้ามพวกเจ้าจากสิ่งเหล่านั้นเว้นแต่สิ่งที่พวกเจ้าได้พบมันในคัมภีร์อัลกุรอาน จากข้อห้ามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ตายเอง เลือดและอื่นๆ ดังนั้นพวกเจ้าจงออกห่างจากสิ่งสกปรก ซึ่งนั้นก็คือรูปปั้นเจว็ด และจงออกห่างจากคำ กล่าวเท็จทั้งหลายที่เป็นการได้โกหกต่ออัลลอฮ์หรือโกหกต่อสิ่งถูกสร้างของพระองค์
حُنَفَآءَ لِلَّهِ غَيْرَ مُشْرِكِينَ بِهِۦ ۚ وَمَن يُشْرِكْ بِٱللَّهِ فَكَأَنَّمَا خَرَّ مِنَ ٱلسَّمَآءِ فَتَخْطَفُهُ ٱلطَّيْرُ أَوْ تَهْوِى بِهِ ٱلرِّيحُ فِى مَكَانٍۢ سَحِيقٍۢ ﴿٣١﴾
๓๑ س حيق จงหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านั้นด้วยการละทิ้งทุกศาสนา นอกจากศาสนาทท่พระองค์ทรงพอพระทัยเท่านั้น โดยไม่เป็นผู้ที่ตั้งภาคีต่อสิ่งใดๆ ร่วมกับ พระองค์ในการทำอิบาดะฮ์ และคนที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์เสมือนว่าเขาได้ตกลงมาจากชฟากฟ้า แล้วมีนกบินมาฉกเนื้อและกระดูกของเขาไป หรือลมพัด ไปในที่ที่ห่างไกล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
ذَٰلِكَ وَمَن يُعَظِّمْ شَعَـٰٓئِرَ ٱللَّهِ فَإِنَّهَا مِن تَقْوَى ٱلْقُلُوبِ ﴿٣٢﴾
นั่นคือสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาในรูปของ การศรัทธาต่อเอกภาพของพระองค์และบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ และห่างไกลจากการบูชารูปเคารพและการ โกหก และผู้ใดเชิดชูสัญญาณของศาสนานี้ -ด้วยการเชือดสัตว์พลีและประกอบพิธีหัจญ์- เพราะแท้จริงการเชิดชูพระบัญญัติของอัลลอฮ์นั้นมันเป็น م สัญลักษณ์ของหัวใจที่ยำเกรงต่อพระองค์
لَكُمْ فِيهَا مَنَـٰفِعُ إِلَىٰٓ أَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ثُمَّ مَحِلُّهَآ إِلَى ٱلْبَيْتِ ٱلْعَتِيقِ ﴿٣٣﴾
ในบรรดาสัตว์พลีที่เจ้าได้เชือดในแผ่นดินหะรอมนั้น มีประโยชน์มากมายสำหรับพวกเจ้า - เช่นใช้เป็นพาหนะ ใช้หนัง ให้น้ำนม และมันให้กำเนิดลูก - จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนดของการเชือดมัน ในสถานที่ที่ไกล้กับบัยตุลลอฮ์ ที่พระองค์ได้ทรงปลดปล่อยมันขึ้นมาจากผู้ปกครองที่กดขี่
وَلِكُلِّ أُمَّةٍۢ جَعَلْنَا مَنسَكًۭا لِّيَذْكُرُوا۟ ٱسْمَ ٱللَّهِ عَلَىٰ مَا رَزَقَهُم مِّنۢ بَهِيمَةِ ٱلْأَنْعَـٰمِ ۗ فَإِلَـٰهُكُمْ إِلَـٰهٌۭ وَٰحِدٌۭ فَلَهُۥٓ أَسْلِمُوا۟ ۗ وَبَشِّرِ ٱلْمُخْبِتِينَ ﴿٣٤﴾
และสำหรับทุก ๆ ประชาชาติที่ผ่านมาเราได้กำหนดพิธีกรรมเพื่อเชือดสัตว์พลีเพื่อสร้างความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ จะได้กล่าวถึงพระนามของอัลลอฮฺเมื่อ จะทำการเชือดสัตว์กุรบ่านนั้น เพื่อแสดงถึงการสำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพมา จากอูฐ วัวและแพะ ดังนั้นโอ้ มนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าของพวกเจ้าโดยแท้จริง นั้นคือ พระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว โดยไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับพระองค์ ดังนั้นสำหรับพระองค์เพียงผู้เดียว เท่านั้นที่จะต้องนอบน้อมและเชื่อฟัง และจงแจ้ง -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ที่นอบน้อมที่บริสุทธิ์ใจ ด้วยสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข
ٱلَّذِينَ إِذَا ذُكِرَ ٱللَّهُ وَجِلَتْ قُلُوبُهُمْ وَٱلصَّـٰبِرِينَ عَلَىٰ مَآ أَصَابَهُمْ وَٱلْمُقِيمِى ٱلصَّلَوٰةِ وَمِمَّا رَزَقْنَـٰهُمْ يُنفِقُونَ ﴿٣٥﴾
พวกเขาคือบรรดาผู้ที่รู้สึกกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮ์ เมื่อมีการกล่าวถึงอัลลอฮ์แก่พวกเขา พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงจากการฝ่าฝืนคำสั่งของ พระองค์ และได้ดำรงการละหมาดอย่างครบถ้วน และอดทนต่อความทุกข์ยากที่ประสบต่อพวกเขา และพวกเขาจะบริจาคในหนทางที่ดีจากสิ่งที่อัลลอฮ์ ได้ประทานปัจจัยยังชีพแก่เขา
وَٱلْبُدْنَ جَعَلْنَـٰهَا لَكُم مِّن شَعَـٰٓئِرِ ٱللَّهِ لَكُمْ فِيهَا خَيْرٌۭ ۖ فَٱذْكُرُوا۟ ٱسْمَ ٱللَّهِ عَلَيْهَا صَوَآفَّ ۖ فَإِذَا وَجَبَتْ جُنُوبُهَا فَكُلُوا۟ مِنْهَا وَأَطْعِمُوا۟ ٱلْقَانِعَ وَٱلْمُعْتَرَّ ۚ كَذَٰلِكَ سَخَّرْنَـٰهَا لَكُمْ لَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿٣٦﴾
อูฐและวัวที่ถูกนำมายังบัยตุลลอฮ์ เราได้ทำเป็นสัญญาณและสัญลักษณ์ของศาสนา เกี่ยวกับเรื่องนั้นสำหรับพวกเจ้าแล้วมีคุณประโยชน์มากมายทั้ง ทางศาสนาและทางโลก ดังนั้นจงกล่าว "บิสมิลลาฮ์" ขณะที่พวกเจ้าจะทำการเชือดมัน นั่นคือหลังจากที่ขาของมันทั้งสองถูกทำให้ชิดในท่ายืน และมือ ข้างหนึ่งของมันถูกมัดไว้เพื่อไม่ให้ดิ้นและหนีไป และเมื่ออูฐได้ล้มลงหลังจากที่ได้เชือดมันแล้ว พวกเจ้าก็จงกินบางส่วนของมันเถิด -โอ้ผู้ทำการ บริจาคสัตว์พลีเหล่านั้นเอ๋ย- และจงให้บางส่วนแก่คนยากจนที่ปลีกตัวจากการขอทาน และคนจนที่มาเพื่อให้ได้รับบริจาค ดังที่เราได้ทำให้สัตว์เหล่านั้น เพื่อทำการขนส่งสินค้าและเป็นยานพาหนะสำหรับพวกเจ้า เราได้ทำให้พวกมันเป็นสัตว์ที่ง่ายต่อการเชือดในเวลาที่พวกเจ้าทำการเชือดพวกมัน เพื่อ เป็นการใกล้ชิดอัลลอฮ์ เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ขอบคุณอัลลอฮ์ ที่ได้ทรงประทานความสะดวกสบายต่างๆ แก่พวกเจ้า
لَن يَنَالَ ٱللَّهَ لُحُومُهَا وَلَا دِمَآؤُهَا وَلَـٰكِن يَنَالُهُ ٱلتَّقْوَىٰ مِنكُمْ ۚ كَذَٰلِكَ سَخَّرَهَا لَكُمْ لِتُكَبِّرُوا۟ ٱللَّهَ عَلَىٰ مَا هَدَىٰكُمْ ۗ وَبَشِّرِ ٱلْمُحْسِنِينَ ﴿٣٧﴾
เนื้อของมันที่พวกเจ้าแจกจ่ายเป็นของขวัญไปนั้นและเลือดของมันจะไม่ถึงอัลลอฮ์แต่อย่างใดและมันจะไม่ถูกยกขึ้นให้แก่พระองค์ แต่ทว่าความ ยำเกรงของพวกเจ้าที่มีต่ออัลลอฮ์ที่อยู่ในนั้นต่างหากที่จะถูกยกไป ด้วยการที่พวกเจ้าบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติสิ่งนั้นเพื่อแสวงความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์ และเช่นนั้นแหละ อัลลอฮ์ได้ทำให้สิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ประกาศความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของอัลลอฮ์เพื่อเป็นการ ขอบคุณต่อพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานการชี้นำแห่งสัจธรรม และจงแจ้งข่าวดี -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ทำความดีในการเคารพ ภักดีต่อพระองค์ และทำดีต่อผู้อื่น ด้วยสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุข بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
۞ إِنَّ ٱللَّهَ يُدَٰفِعُ عَنِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُحِبُّ كُلَّ خَوَّانٍۢ كَفُورٍ ﴿٣٨﴾
แท้จริงอัลลอฮ์ทรงปกป้องบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของบรรดาศัตรู แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงชอบคนที่มักทำลายอะมานะฮ์ ของพระองค์ และบรรดาผู้ที่ไม่สำนึกในความโปรดปรานของพระองค์ ดังนั้น อัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้มีการเพิ่มสิ่งใดๆในความโปรดปรานเหล่านั้นแก่ เขา แต่ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์จะเกลียดเขา
أُذِنَ لِلَّذِينَ يُقَـٰتَلُونَ بِأَنَّهُمْ ظُلِمُوا۟ ۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ نَصْرِهِمْ لَقَدِيرٌ ﴿٣٩﴾
อัลลอฮ์ทรงอนุญาตให้บรรดาผู้ศรัทธาที่ถูกรุกรานจากบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีด้วยการต่อสู้กับพวกเขา อันเนื่องจากพวกเขาเป็นฝ่ายถูกอธรรมจากศัตรู ของพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์สามารถช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาให้ชนะเหนือศัตรูของพวกเขาได้ โดยปราศจากการต่อสู้ใดๆ แต่ด้วยความปรีชาญาณ ของพระองค์ ต้องการทดสอบบรรดาผู้ศรัทธาผ่านการต่อสู้กับผู้ปฏิเสธศรัทธา
ٱلَّذِينَ أُخْرِجُوا۟ مِن دِيَـٰرِهِم بِغَيْرِ حَقٍّ إِلَّآ أَن يَقُولُوا۟ رَبُّنَا ٱللَّهُ ۗ وَلَوْلَا دَفْعُ ٱللَّهِ ٱلنَّاسَ بَعْضَهُم بِبَعْضٍۢ لَّهُدِّمَتْ صَوَٰمِعُ وَبِيَعٌۭ وَصَلَوَٰتٌۭ وَمَسَـٰجِدُ يُذْكَرُ فِيهَا ٱسْمُ ٱللَّهِ كَثِيرًۭا ۗ وَلَيَنصُرَنَّ ٱللَّهُ مَن يَنصُرُهُۥٓ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَقَوِىٌّ عَزِيزٌ ﴿٤٠﴾
บรรดาผู้ที่ถูกเหล่าผู้ปฏิเสธศรัทธาไล่ออกจากบ้านของพวกเขาโดยอธรรม ไม่ใช่เพราะความชั่วร้ายที่พวกเขากระทำ แต่เพียงเพราะพวกเขากล่าว ว่า:"อัลลอฮ์คือพระเจ้าของเรา เราไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์" และหากอัลลอฮ์ไม่ทรงบัญญัติไว้สำหรับบรรดานบีและบรรดาผู้ศรัทธาเพื่อต่อสู้ กับศัตรูของพวกเขาแล้ว บรรดาศัตรูก็จะทำลายสถานที่อิบาดะฮ์ต่างๆ พวกเขาจะทำลายบรรดาหอสวดของบาทหลวง บรรดาโบสถ์ของพวกคริสต์ สถานที่สวดของพวกยิวและมัสยิดทั้งหลายที่บรรดามุสลิมทำการละหมาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่มุสลิมทำการรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมากมาย และแน่นอ นอัลลอฮ์ จะทรงช่วยเหลือผู้ที่คอยช่วยเหลือศาสนาและนบีของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอำนาจในการช่วยเหลือผู้ที่ช่วยเหลือศาสนาของ พระองค์ ผู้ทรงเกรียงไกรที่ไม่มีใครสามารถชนะพระองค์ได้
ٱلَّذِينَ إِن مَّكَّنَّـٰهُمْ فِى ٱلْأَرْضِ أَقَامُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتَوُا۟ ٱلزَّكَوٰةَ وَأَمَرُوا۟ بِٱلْمَعْرُوفِ وَنَهَوْا۟ عَنِ ٱلْمُنكَرِ ۗ وَلِلَّهِ عَـٰقِبَةُ ٱلْأُمُورِ ﴿٤١﴾
พวกเขาที่ได้รับสัญญาแห่งชัยชนะ คือบรรดาผู้ที่หากเราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดินด้วยการชนะต่อศัตรูของพวกเขา พวกเขาจะดำรงละหมาดอย่าง ครบถ้วนสมบูรณ์ และจะทำการบริจาคซะกาตจากทรัพย์สินของพวกเขา และพวกเขาจะใช้กันให้ทำในสิ่งที่ศาสนาได้บัญญัติให้ทำ และห้ามปรามในสิ่งที่ ศาสนาได้ห้าม และแด่อัลลอฮ์เพียงผู้เดียวที่ทุกสิ่งต้องกลับไปหา เพื่อรับการตอบแทนและบทลงโทษ وإن يكذبوكفقد كذبت قبلهم قومنوح وعاد وثمود
وَإِن يُكَذِّبُوكَ فَقَدْ كَذَّبَتْ قَبْلَهُمْ قَوْمُ نُوحٍۢ وَعَادٌۭ وَثَمُودُ ﴿٤٢﴾
และหากพวกเขามุชริกีนมักกะฮ์ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อฟังเจ้า โอ้ท่านเราะสูล เจ้าจงอดทน เพราะเจ้าไม่ใช่คนแรกที่ถูกกลุ่มชนของตนเองปฏิเสธในหมู่ บรรดาเราะซูล แท้จริง ได้มีชนชาติที่ปฏิเสธก่อนหน้าชนชาติของเจ้าอีก นั้นคือ ชนชาติของนูหที่ปฏิเสธต่อนบีนูห ชนชาติของอ๊าดที่ปฏิเสธต่อนบีฮูด และชนชาติของษะมูดที่ปฏิเสธต่อนบีศอลิฮ وقوم إ برهيم وقوم لوط
وَقَوْمُ إِبْرَٰهِيمَ وَقَوْمُ لُوطٍۢ ﴿٤٣﴾
และชนชาติของอิบรอฮิมที่ปฏิเสธต่อนบีอิบรอฮีมและชนชาติของลูฏปฏิเสธต่อลูฏ
وَأَصْحَـٰبُ مَدْيَنَ ۖ وَكُذِّبَ مُوسَىٰ فَأَمْلَيْتُ لِلْكَـٰفِرِينَ ثُمَّ أَخَذْتُهُمْ ۖ فَكَيْفَ كَانَ نَكِيرِ ﴿٤٤﴾
และชาวมัดยันก็ได้ปฏิเสธต่อนบีชุอัยบ์ และฟิรเอาน์พร้อมด้วยชนชาติของเขาก็ได้ปฏิเสธไม่เชื่อฟังนบีมูซาเช่นกัน แต่เราได้ประวิงเวลาให้แก่พวกเขา ในการลงโทษเพื่อเป็นการล่อลวงพวกเขา แล้วเราก็ได้ลงโทษพวกเขา ดังนั้นจงคิดใคร่ครวญดูเถิดว่า ผู้ที่ปฏิเสธเราจะเป็นอย่างไร แน่นอนเราจะทำล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ายล้างพวกเขาเนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา فكأين من قريةأهلكنها وهى ظالمة فهى خاويةعل عروشها وبئر معط لة وقصر مشيد
فَكَأَيِّن مِّن قَرْيَةٍ أَهْلَكْنَـٰهَا وَهِىَ ظَالِمَةٌۭ فَهِىَ خَاوِيَةٌ عَلَىٰ عُرُوشِهَا وَبِئْرٍۢ مُّعَطَّلَةٍۢ وَقَصْرٍۢ مَّشِيدٍ ﴿٤٥﴾
กี่มากน้อยมาแล้วหมู่บ้านที่ถูกเราทำลาย โดยที่พวกเขานั้นอธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธา ด้วยการลงโทษอย่างรุนแรง บ้านเรือนของมันพังทลายและ ปราศจากผู้ที่อยู่อาศัย และบ่อน้ำกี่มากน้อยที่ถูกทำให้ว่างเปล่าเนื่องจากพวกเขาถูกทำลาย และกี่ปราสาทที่สูงตระหง่านที่พังทลายไม่สามารถเป็นที่ ป้องกันแก่ผู้ที่อยู่อาศัยให้พ้นจากการลงโทษได้
أَفَلَمْ يَسِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَتَكُونَ لَهُمْ قُلُوبٌۭ يَعْقِلُونَ بِهَآ أَوْ ءَاذَانٌۭ يَسْمَعُونَ بِهَا ۖ فَإِنَّهَا لَا تَعْمَى ٱلْأَبْصَـٰرُ وَلَـٰكِن تَعْمَى ٱلْقُلُوبُ ٱلَّتِى فِى ٱلصُّدُورِ ﴿٤٦﴾
บรรดาผู้ที่ปฏิเสธนั้นไม่ได้ออกเดินทางไปดูสิ่งที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮฺวะซัลลัม ได้นำมาบอกเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ดอก หรือ เพื่อดูร่องรอยของหมู่บ้านที่ถูกทำลาย เพื่อพวกเขาจะได้คิดไตร่ตรองด้วยสติปัญญาของพวกเขา ไว้เป็นบทเรียน และฟังเรื่องราวของชาวเมือง นั้นที่ถูกทำลายนั้น ด้วยการฟังที่ตั้งใจเพื่อเป็นข้อเตือนใจ เพราะการมืดบอดที่แท้จริงนั้น มิใช่การมืดบอดของนัยตา แต่การมืดบอดที่เป็นอันตรายที่ ส่งผลร้ายนั้น คือ การมืดบอดจากไม่ยอมรับความจริง เพราะเป็นการมืดบอดที่ทำให้เจ้าตัวนั้นไม่สามารถที่จะรับเป็นบทเรียนและไม่สามารถรับเป็นข้อ เตือนใจได้
وَيَسْتَعْجِلُونَكَ بِٱلْعَذَابِ وَلَن يُخْلِفَ ٱللَّهُ وَعْدَهُۥ ۚ وَإِنَّ يَوْمًا عِندَ رَبِّكَ كَأَلْفِ سَنَةٍۢ مِّمَّا تَعُدُّونَ ﴿٤٧﴾
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาจากกลุ่มชนของเจ้านั้นจะเร่งเร้าเจ้า โอ้เราะสูล ให้มีการลงโทษพวกเขาโดยเร็วทั้งในโลกดุนยานี้และบทลงโทษในวัน ปรโลก เพราะพวกเขาถูกเตือนด้วยการลงจากทั้งสองนี้ และอัลลอฮ์ไม่มีวันผิดสัญญาตามที่ได้สัญญากับพวกเขาอย่างแน่นอน ส่วนการลงโทษในดุน ยาที่พวกเขาได้เร่งเร้านั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้วในสงครามบัดร และแท้จริงหนึ่งวันแห่งการลงโทษในปรโลกนั้นเสมือนหนึ่งพันปีของการนับปีของโลกดุน ยา ด้วยสาเหตุเพราะความทุกข์ทรมานจากบทลงโทษ
وَكَأَيِّن مِّن قَرْيَةٍ أَمْلَيْتُ لَهَا وَهِىَ ظَالِمَةٌۭ ثُمَّ أَخَذْتُهَا وَإِلَىَّ ٱلْمَصِيرُ ﴿٤٨﴾
และกี่มากน้อยมาแล้วเมืองที่เราได้ประวิงเวลาการลงโทษ โดยที่พวกเขานั้นอธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธาของคนในหมู่บ้านนั้น และเราไม่ได้รีบเร่งใน การลงโทษ เพื่อการหลอกล่อพวกเขา หลังจากนั้นเราก็ได้ลงโทษทำลายพวกเขาอย่างรุนแรง และยังเราเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่พวกเขาต้องกลับไปใน วันกียามะฮ์ และฉันจะตอบแทนพวกเขาถึงการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาด้วยการลงโทษตลอดกาล
قُلْ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنَّمَآ أَنَا۠ لَكُمْ نَذِيرٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٤٩﴾
จงกล่าวเถิด โอ้มนุษย์เอ๋ยแท้จริงฉันคือผู้ตักเตือน ผู้คอยบอกให้พวกเจ้าทราบในสิ่งที่ฉันได้ถูกส่งมา ฉันชัดเจนในการตักเตือนของฉัน
فَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَهُم مَّغْفِرَةٌۭ وَرِزْقٌۭ كَرِيمٌۭ ﴿٥٠﴾
ดังนั้นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำความดีทั้งหลาย สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับจากพระเจ้าของพวกเขาถึงการอภัยโทษจากบาปของพวก เขา และสำหรับพวกเขาจะได้รับปัจจัยยังชีพอันมีเกียรติในสวรรค์โดยที่ไม่ขาดสายตลอดไป
وَٱلَّذِينَ سَعَوْا۟ فِىٓ ءَايَـٰتِنَا مُعَـٰجِزِينَ أُو۟لَـٰٓئِكَ أَصْحَـٰبُ ٱلْجَحِيمِ ﴿٥١﴾
และบรรดาผู้ที่เพียรพยายามในการกล่าวเท็จต่อบรรดาโองการของเรา พวกเขาคาดว่าพวกเขาจะสามารถล้มอัลลอฮ์ได้ และพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ พวกเขาเหล่านั้นคือชาวนรก ซึ่งพวกเขาจะอยู่คู่กับมันเสมือนเป็นสหายที่จะอยู่คู่กับสหายของมัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَمَآ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ مِن رَّسُولٍۢ وَلَا نَبِىٍّ إِلَّآ إِذَا تَمَنَّىٰٓ أَلْقَى ٱلشَّيْطَـٰنُ فِىٓ أُمْنِيَّتِهِۦ فَيَنسَخُ ٱللَّهُ مَا يُلْقِى ٱلشَّيْطَـٰنُ ثُمَّ يُحْكِمُ ٱللَّهُ ءَايَـٰتِهِۦ ۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌۭ ﴿٥٢﴾
และเราไม่ได้ส่งเราะสูลคนใดและนบีคนใดก่อนหน้าเจ้า โอ้เราะสูล เว้นแต่ว่า เมื่อเขาอ่านคัมภีร์ของอัลลอฮ์แล้ว ชัยฏอนก็จะเข้ามายุแหย่ในการอ่านของ เขา ด้วยการใส่สิ่งสงสัยต่างๆเข้าไปในขณะที่อ่านเพื่อให้คิดว่ามันคือวะฮฺยู แต่อัลลอฮ์ก็ทรงทำลายล้างสิ่งที่ชัยฏอนได้ยุแหย่นั้นไป แล้วอัลลอฮ์ก็ทรง ทำให้โองการทั้งหลายของพระองค์มั่นคง และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ไม่มีอะไรปกปิดต่อพระองค์ได้ และทรงปรีชาญาณต่อสิ่งถูกสร้างของพระองค์ ในการกำหนดและการบริหารการจัดการบริหารของพระองค์
لِّيَجْعَلَ مَا يُلْقِى ٱلشَّيْطَـٰنُ فِتْنَةًۭ لِّلَّذِينَ فِى قُلُوبِهِم مَّرَضٌۭ وَٱلْقَاسِيَةِ قُلُوبُهُمْ ۗ وَإِنَّ ٱلظَّـٰلِمِينَ لَفِى شِقَاقٍۭ بَعِيدٍۢ ﴿٥٣﴾
ชัยตฏอนนั้นยุแหย่ในการอ่านอัลกุรอ่านของท่านนบี อัลลอ์ทรงปล่อยให้การยุแหย่นั้นเป็นการทดสอบสำหรับบรรดาผู้ที่หน้าไหว้หลังหลอก และผู้ที่มี จิตใจที่แข็งกระด้างจากบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี และแท้จริงบรรดาผู้อธรรมที่มาจากบรรดาผู้ที่หน้าไหว้หลังหลอกและบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีนั้น พวกเขาอยู่ใน การเป็นศัตรูต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ โดยห่างไกลจากสิ่งที่ถูกต้องและทางนำ
وَلِيَعْلَمَ ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ أَنَّهُ ٱلْحَقُّ مِن رَّبِّكَ فَيُؤْمِنُوا۟ بِهِۦ فَتُخْبِتَ لَهُۥ قُلُوبُهُمْ ۗ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهَادِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٥٤﴾
صرط م ستقيم และเพื่อให้บรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงให้ความรู้แก่เขานั้นได้เกิดความมั่นใจว่า แท้จริงอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่นบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะ ซัลลัม นั้น คือสัจธรรมที่อัลลอฮ์ได้วะฮฺยูมันให้แก่เจ้า โอ้ท่านเราะสูล เพื่อให้พวกเขานั้นได้มีอีหม่านที่เพิ่มพูน แล้วจิตใจของพวกเขาจะได้นอบน้อมต่อ มัน และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเเป็นผู้ชี้แนะบรรดาผู้ศรัทธาไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงที่ไม่บิดเบี้ยว เพื่อเป็นการตอบแทนแก่พวกเขาสำหรับความอ่อนน้อม ต่อพระองค์
وَلَا يَزَالُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ فِى مِرْيَةٍۢ مِّنْهُ حَتَّىٰ تَأْتِيَهُمُ ٱلسَّاعَةُ بَغْتَةً أَوْ يَأْتِيَهُمْ عَذَابُ يَوْمٍ عَقِيمٍ ﴿٥٥﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์นั้นยังคงอยู่ในสภาพแห่งการสงสัยในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าจากอัลกุ รอาน ยังคงอยู่สภาพนั้นต่อไปจนกระทั่งวันสิ้นโลกได้มาถึงพวกเขาอย่างฉับพลันโดยที่พวกเขายังอยู่ในสภาพดังกล่าวนั้น หรือบทลงโทษได้มาถึง พวกเขาในวันที่ไม่มีคำว่าเมตตาในวันนั้นหรือไม่มีความดีใด ๆ มันคือวันกียามะฮ์สำหรับพวกเขา
ٱلْمُلْكُ يَوْمَئِذٍۢ لِّلَّهِ يَحْكُمُ بَيْنَهُمْ ۚ فَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ فِى جَنَّـٰتِ ٱلنَّعِيمِ ﴿٥٦﴾
อำนาจในวันกียามะฮ์ -ซึ่งเป็นวันที่การลงโทษของอัลลอฮ์ได้มาถึงเหล่าบรรดาผู้ที่เคยได้รับสัญญาไว้ในอดีต- อำนาจนั้นเป็นของอัลลอฮ์เพียงองค์ เดียว ไม่มีผู้ใดจะมาขัดแย้งกับพระองค์ได้ในส่วนนี้ พระองค์จะทรงตัดสินระหว่างบรรดาผู้ศรัทธาและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และจะตัดสินทุกคนในหมู่ ของพวกเขาตามสิ่งที่พวกเขาควรได้รับ สำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำความดีทั้งหลาย พวกเขาจะได้ผลบุญอันใหญ่หลวงคือสวรรค์ที่เต็มไป ด้วยความสุขที่ไม่มีวันตัดขาดจากพวกเขาไป
وَٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَكَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا فَأُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُمْ عَذَابٌۭ مُّهِينٌۭ ﴿٥٧﴾
และส่วนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและไม่เชื่อฟังต่อโองการของเราที่ประทานลงมายังเราะสูลของเรานั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษที่อัปยศ โดย ที่อัลลอฮ์จะทรงทำให้พวกเขาอัปยศอยู่ในนรก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَٱلَّذِينَ هَاجَرُوا۟ فِى سَبِيلِ ٱللَّهِ ثُمَّ قُتِلُوٓا۟ أَوْ مَاتُوا۟ لَيَرْزُقَنَّهُمُ ٱللَّهُ رِزْقًا حَسَنًۭا ۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهُوَ خَيْرُ ٱلرَّٰزِقِينَ ﴿٥٨﴾
๕๘ และบรรดาผู้ที่ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนและประเทศชาติของพวกเขาเพื่อแสวงหาความพึงพอใจของอัลลอฮ์ และเพื่อรักษาเกียรติของศาสนาของ พระองค์ หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกฆ่าในการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์หรือเสียชีวิตลง อัลล์ฮฺก็จะทรงประทานสวรรค์แก่พวกเขาเป็นการตอบแทนที่ดี ที่สุดที่ไม่มีวันขาดหาย และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้ดีเลิศในบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพทั้งหลาย
لَيُدْخِلَنَّهُم مُّدْخَلًۭا يَرْضَوْنَهُۥ ۗ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَعَلِيمٌ حَلِيمٌۭ ﴿٥٩﴾
แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงให้พวกเขาได้เข้าไปในสถานที่ที่พวกเขาพอใจ นั้นคือสวรรค์ และแท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้เกี่ยวกับการกระทำและ เจตนารมณ์ของพวกเขา ผู้ทรงขันติไม่ทรงลงโทษพวกเขาโดยทันทีในสิ่งที่พวกเขาได้ละเลยกัน
۞ ذَٰلِكَ وَمَنْ عَاقَبَ بِمِثْلِ مَا عُوقِبَ بِهِۦ ثُمَّ بُغِىَ عَلَيْهِ لَيَنصُرَنَّهُ ٱللَّهُ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَعَفُوٌّ غَفُورٌۭ ﴿٦٠﴾
สิ่งที่กล่าวมานั้น ด้วยการให้บรรดาผู้ที่อพยพไปในหนทางของอัลลอฮ์ได้เข้าสวรรค์นั้น และจากการที่อนุญาตให้เผชิญหน้าตอบโต้กับผู้ที่รุกรานเช่น เดียวกับสิ่งที่เขารุกรานมานั้น ถือว่าไม่เป็นบาปสำหรับเขาในการนั้น และถ้าหากผู้รุกรานยังรุกรานเขาอีกนั้น อัลลอฮฺจะทรงช่วยเหลือเขาจากผู้ที่ รุกรานนั้น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยต่อบาปของบรรดาผู้ศรัทธา ผู้ทรงอภัยให้ทั้งหมดแก่พวกเขา
ذَٰلِكَ بِأَنَّ ٱللَّهَ يُولِجُ ٱلَّيْلَ فِى ٱلنَّهَارِ وَيُولِجُ ٱلنَّهَارَ فِى ٱلَّيْلِ وَأَنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌۢ بَصِيرٌۭ ﴿٦١﴾
ความช่วยเหลอนั้นแก่ผู้ที่ถูกรุกราน เพราะว่าอัลลอฮ์ทรงสามารถทำทุกอย่างที่พระองค์ทรงประสงค์ และจากความสามารถของพระองค์นั้นคือการให้ กลางคืนเข้าไปในในกลางวัน และกลางวันเข้าไปในกลางคืน โดยให้เวลาหนึ่งได้เพิ่มขึ้นและให้อีกเวลาหนึ่งได้ลดลง แท้จริงอัลลอฮ์ทรงได้ยินจากคำพูด ของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ในการกระทำของพวกเขา โดยที่ไม่มีอะไรปกปิดจากพระองค์ได้และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาถึงการงาน ของพวกเขา
ذَٰلِكَ بِأَنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلْحَقُّ وَأَنَّ مَا يَدْعُونَ مِن دُونِهِۦ هُوَ ٱلْبَـٰطِلُ وَأَنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلْعَلِىُّ ٱلْكَبِيرُ ﴿٦٢﴾
สิ่งที่กล่าวมานั้น ด้วยการที่อัลลอฮทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวันและกลางวันเข้าไปในกลางคืน เพราะว่าอัลลอฮฺคือความจริง ศาสนาของพระองค์ คือความจริง สัญญาของพระองค์นั้นความจริง และการช่วยเหลือต่อผู้ศรัทธานั้นก็คือความจริง และสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้เคารพภักดีนั้นที่นอก เหนือจากอัลลอฮ์แล้ว มันคือความเท็จ ที่ไม่มีที่มาที่ไปแต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงสูงส่งเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ทั้งตัวตน ความสามารถ และอำนาจ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ซึ่งความยิ่งใหญ่เป็นของพระองค์ เกียรติและความสูงส่งเป็นของพระองค์
أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَتُصْبِحُ ٱلْأَرْضُ مُخْضَرَّةً ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَطِيفٌ خَبِيرٌۭ ﴿٦٣﴾
เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ โอ้ท่านเราะซูล ว่าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงให้น้ำฝนหลั่งลงมาจากฟากฟ้า แล้วแผ่นดินก็กลายเป็นเขียวสดชื่นจากการเจริญ งอกงามของพืชพันธุ์หลังจากที่ฝนได้ตกลงมา แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเมตตาต่อบ่าวของพระองค์โดยการให้ฝนตกลงมา และแผ่นดินที่งอกเงยขึ้น ด้วยพืชพันธุ์ เป็นผู้ทรงรอบรู้ยิ่งในสถานะภาพของพวกเขา ไม่มีอะไรที่จะปกปิดจากพระองค์ไปได้
لَّهُۥ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ ۗ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهُوَ ٱلْغَنِىُّ ٱلْحَمِيدُ ﴿٦٤﴾
แด่พระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ที่มีอำนาจครอบครองในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และแท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงมั่งมี ที่ไม่ต้องการพึ่งสิ่งใด จากสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลายของพระองค์ ผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญในทุกสภาพการณ์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ سَخَّرَ لَكُم مَّا فِى ٱلْأَرْضِ وَٱلْفُلْكَ تَجْرِى فِى ٱلْبَحْرِ بِأَمْرِهِۦ وَيُمْسِكُ ٱلسَّمَآءَ أَن تَقَعَ عَلَى ٱلْأَرْضِ إِلَّا بِإِذْنِهِۦٓ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ بِٱلنَّاسِ لَرَءُوفٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٦٥﴾
เจ้ามิได้พิจารณาหรอกหรือ โอ้ท่านเราะสูล ว่าแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้แก่เจ้าและมนุษย์ทั้งมวล ถึงสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน ที่เป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่ ไม่มีชีวิต ทั้งหมดนั้นเพื่อเป็นประโยชน์และความต้องการของพวกเจ้า และทรงทำให้เรือได้แล่นอยู่ในทะเลด้วยบัญชาของพระองค์ และทรงทำให้มัน แล่นจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง และทรงยึดท้องฟ้าเพื่อไม่ให้ตกบนพื้นแผ่นดินเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของพระองค์ และถ้าอัลลอฮ์ได้อนุมัติให้มันตกลงมา มันก็จะตกลงมา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอ่อนโยน ผู้ทรงเมตตาเสมอต่อมนุษย์โดยที่พระองค์ทรงทำให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นเกิดความง่ายดาย ทั้งที่ มีในพวกเขากลุ่มชนผู้อธรรม
وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَحْيَاكُمْ ثُمَّ يُمِيتُكُمْ ثُمَّ يُحْيِيكُمْ ۗ إِنَّ ٱلْإِنسَـٰنَ لَكَفُورٌۭ ﴿٦٦﴾
และอัลลอฮ์คือผู้ทรงให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้น โดยให้พวกเจ้ามีขึ้นมาหลังจากที่พวกเจ้าไม่มีมาก่อน แล้วทรงให้พวกเจ้าตายเมื่ออายุไขของพวกเจ้าได้จบ ลง หลังจากนั้นก็ให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่พวกเจ้าได้ตายไปแล้ว เพื่อคิดบัญชีในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ และจะตอบแทนในสิ่งนั้น แท้จริงมนุษย์ส่วนมากนั้นเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ -ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด- ด้วยกับการเคารพภักดีของพวกเขาต่ออัลลอฮ์พร้อม กับสิ่งอื่นควบคู่ไปด้วย
لِّكُلِّ أُمَّةٍۢ جَعَلْنَا مَنسَكًا هُمْ نَاسِكُوهُ ۖ فَلَا يُنَـٰزِعُنَّكَ فِى ٱلْأَمْرِ ۚ وَٱدْعُ إِلَىٰ رَبِّكَ ۖ إِنَّكَ لَعَلَىٰ هُدًۭى مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٦٧﴾
สำหรับทุก ๆ ประชาชาตินั้นเราได้บัญญัติศาสนพิธีให้แก่ประชาชาตินั้น ๆ พวกเขาปฏิบัติตามศาสนพิธีของพวกเขา ดังนั้น -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- จงอย่า ให้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีและผู้ที่นับถือศาสนาอื่นๆ ได้โต้แย้งเจ้าศาสนพิธีของเจ้า เพราะเจ้านั้นอยู่บนสัจธรรมเหนือกว่าพวกเขา เพราะพวกเขานั้นเป็น พวกที่อยู่บนความเท็จ ดังนั้นจงเรียกร้องเชิญชวนมนุษย์ให้มีการบริสุทธิ์ใจในการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ แท้จริงเจ้านั้นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงธรรม ที่ ไม่คดเคี้ยว
وَإِن جَـٰدَلُوكَ فَقُلِ ٱللَّهُ أَعْلَمُ بِمَا تَعْمَلُونَ ﴿٦٨﴾
และหากพวกเขาดื้อและยังโต้แย้งเจ้าอีก หลังจากที่หลักฐานได้ปรากฏชัดแล้ว ดังนั้นจงมอบเรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ โดยกล่าวแก่พวกเขาด้วย สำนวนที่ขู่ว่า "อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีสิ่งใดจากการกระทำของพวกเจ้าที่จะปกปิดไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรง ตอบแทนแก่พวกเจ้าตามการกระทำของพวกเจ้า
ٱللَّهُ يَحْكُمُ بَيْنَكُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ فِيمَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿٦٩﴾
อัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างบ่าวของพระองค์ที่เป็นผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา ในวันกิยามะฮฺ ในสิ่งที่พวกเขานั้นได้ขัดแย้งกันในโลกดุนยาในเรื่อง ของศาสนา
أَلَمْ تَعْلَمْ أَنَّ ٱللَّهَ يَعْلَمُ مَا فِى ٱلسَّمَآءِ وَٱلْأَرْضِ ۗ إِنَّ ذَٰلِكَ فِى كِتَـٰبٍ ۚ إِنَّ ذَٰلِكَ عَلَى ٱللَّهِ يَسِيرٌۭ ﴿٧٠﴾
เจ้าไม่รู้หรอกหรือ -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน ไม่มีสิ่งใดที่ปกปิดพระองค์ได้จากทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้า และแผ่นดิน แท้จริงการรอบรู้ทั้งหมดนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในแผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้ (อัลเลาหุลมะฮฺฟูซ) แท้จริงความรู้ในการนั้นทั้งหมดเป็นการง่าย ดายสำหรับอัลลอฮ์
وَيَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِۦ سُلْطَـٰنًۭا وَمَا لَيْسَ لَهُم بِهِۦ عِلْمٌۭ ۗ وَمَا لِلظَّـٰلِمِينَ مِن نَّصِيرٍۢ ﴿٧١﴾
และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีได้ทำการเคารพสักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นรูปปั้ น โดยที่พระองค์ไม่ได้ประทานหลักฐานใดๆ ลงมาในบรรดาคัมภีร์ของ พระองค์ เพื่อให้ทำการเคารพบูชาสิ่งเหล่านั้น และไม่มีสำหรับพวกเขาซึ่งความรู้เพื่อเป็นหลักฐานในเรื่องนี้ แท้จริงแล้ว ที่มาของการกระทำนั้นคือจาก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร การทำตามบรรพบุรุษของพวกเขาอย่างคนตาบอดเท่านั้น และสำหรับผู้ที่อธรรมนั้นไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ เพื่อปกป้องพวกเขาให้พ้นจากสิ่งที่พวกเขา ควรได้รับจากการลงโทษของอัลลอฮ์
وَإِذَا تُتْلَىٰ عَلَيْهِمْ ءَايَـٰتُنَا بَيِّنَـٰتٍۢ تَعْرِفُ فِى وُجُوهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ٱلْمُنكَرَ ۖ يَكَادُونَ يَسْطُونَ بِٱلَّذِينَ يَتْلُونَ عَلَيْهِمْ ءَايَـٰتِنَا ۗ قُلْ أَفَأُنَبِّئُكُم بِشَرٍّۢ مِّن ذَٰلِكُمُ ۗ ٱلنَّارُ وَعَدَهَا ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ۖ وَبِئْسَ ٱلْمَصِيرُ ﴿٧٢﴾
ه และเมื่อบรรดาโองการของเราในอัลกุรอานที่ชัดแจ้งนั้นได้ถูกอ่านให้แก่พวกเขา เจ้าจะเห็นใบหน้าของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นสัญญาณแห่งความ ไม่พอใจ ด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงเมื่อได้ยินโองการเหล่านั้น ด้วยความโกรธนั้นพวกเขาเกือบจะทำร้ายผู้ที่อ่านโองการเหล่านั้นให้พวกเขาฟัง จงกล่าวแก่ พวกเขาเถิด -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- ฉันจะบอกพวกเจ้าถึงสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่พวกเจ้าไม่พอใจและสิ่งที่ทำให้พวกเจ้าหน้าบึ้งนี้อีก? มันคือไฟนรก ที่ อัลลอฮ์ทรงสัญญามันไว้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่จะให้พวกเขาเข้าไปในนั้นและมันเป็นทางกลับที่ชั่วร้ายยิ่งในสิ่งที่พวกเขาจะกลับไป
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ضُرِبَ مَثَلٌۭ فَٱسْتَمِعُوا۟ لَهُۥٓ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ لَن يَخْلُقُوا۟ ذُبَابًۭا وَلَوِ ٱجْتَمَعُوا۟ لَهُۥ ۖ وَإِن يَسْلُبْهُمُ ٱلذُّبَابُ شَيْـًۭٔا لَّا يَسْتَنقِذُوهُ مِنْهُ ۚ ضَعُفَ ٱلطَّالِبُ وَٱلْمَطْلُوبُ ﴿٧٣﴾
โอ้มนุษย์เอ๋ย ได้มีการยกอุทาหรณ์ขึ้นมา ดังนั้นจงตั้งใจฟัง และจงเรียนรู้จากมัน แท้จริงสิ่งที่พวกเจ้าบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ในรูปของรูปเคารพหรือสิ่ง อื่นใดนั้น มันไม่สามารถสร้างแมลงวันได้แม้ตัวเล็กๆของมันเนื่องจากความอ่อนแอของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อสร้างมันขึ้นมา พวก เขาก็ไม่สามารถทำได้ และหากแมลงวัน ฉวยเอาของบางอย่างมาในรูปของน้ำหอมหรือของอื่น ๆ แน่นอน พวกเขาจะไม่สามารถเอาคืนได้ และด้วย ความอ่อนแอของพวกมันไม่สามารถสร้างแมลงวันหรือจับสิ่งที่พวกมันจับได้กลับคืนมานั้น ทำให้รู้ว่า พวกมันไม่สามารถที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีขนาด ใหญ่กว่าแมลงวันได้ แล้วทำไมพวกเจ้ายังบูชาพวกเขาในฐานะพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ ในเมื่อพวกมันไม่มีอำนาจที่จะสร้างอะไรเลย?! แท้จริงแล้วผู้ที่ ต้องการยึดคืนจากสิ่งที่แมลงได้หยิบไปนั้นอ่อนแอเพียงใด ซึ่งเป็นรูปปั้นที่ไม่มีอำนาจที่จะไขว่คว้าสิ่งที่แมลงวันได้ยึดมาได้ และผู้ที่เอาบางสิ่งจากรูป ปั้ นนั้นอ่อนแอเพียงใด ซึ่งเป็นแค่เพียงแมลงวัน
مَا قَدَرُوا۟ ٱللَّهَ حَقَّ قَدْرِهِۦٓ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَقَوِىٌّ عَزِيزٌ ﴿٧٤﴾
พวกเขาไม่ได้ให้ความยิ่งใหญ่ต่ออัลลอฮ์ตามที่ควรจะให้ต่อพระองค์ เมื่อพวกเขาได้เคารพสักการะร่วมกับพระองค์ซึ่งบางสิ่งที่เป็นสิ่งถูกสร้างของ พระองค์ แท้จริงอัลลอฮฺคือผู้ทรงอำนาจ และจากอำนาจและความสามารถของพระองค์นั้นคือการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในระหว่าง ทั้งสองนั้น และผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ไม่มีผู้ใดจะชนะพระองค์ได้ โดยตรงกันข้ามกับรูปปั้นที่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเคารพภักดีนั้น มีสภาพที่อ่อนแอ ต่ำต้อย ไม่สามารถสร้างอะไรได้แม้แต่อย่างเดียวเลย
ٱللَّهُ يَصْطَفِى مِنَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةِ رُسُلًۭا وَمِنَ ٱلنَّاسِ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌۢ بَصِيرٌۭ ﴿٧٥﴾
อัลลอฮ์ทรงคัดเลือกเราะสูลของพระองค์จากบรรดามลาอีกะฮ์และจากมนุษย์เช่นกัน แล้วพระองค์ได้ส่งมลาอิกะฮ์บางท่านแก่บรรดานบีเช่น ญิบรีลได้ ถูกส่งมายังบรรดาเราะสูลที่เป็นมนุษย์ และส่งบรรดาเราะสูลที่มาจากมนุษย์นั้นแก่มนุษย์ทั้งหลาย แท้จริงอัลลอฮ์ผู้ทรงได้ยินในสิ่งที่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี ได้กล่าวแก่บรรดาเราะสูลของพระองค์ และผู้ทรงเ็นถึงผู้ที่เหมาะในการเลือกสำหรับการเป็นเราะสูลของพระองค์
يَعْلَمُ مَا بَيْنَ أَيْدِيهِمْ وَمَا خَلْفَهُمْ ۗ وَإِلَى ٱللَّهِ تُرْجَعُ ٱلْأُمُورُ ﴿٧٦﴾
อัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่เกี่ยวกับบรรดาเราะสูลของพระองค์ทั้งที่เป็นเราะสูลจากบรรดามลาอิกะฮ์และมนุษย์ ก่อนที่จะสร้างพวกเขาขึ้นมาและหลังจาก การตายของพวกเขา และกิจการทั้งหลายจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์เพียงองค์เดียวในวันกียามะฮ์ โดยการให้บรรดาบ่าวฟื้นคืนชีพ และจะทรง ตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำกันมา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ ٱرْكَعُوا۟ وَٱسْجُدُوا۟ وَٱعْبُدُوا۟ رَبَّكُمْ وَٱفْعَلُوا۟ ٱلْخَيْرَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ ۩ ﴿٧٧﴾
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติแก่เขา พวกเจ้าจงรูกั๊วะและจงสุญูดในการละหมาดของพวกเจ้าเพื่ออัลลอฮ์องค์ เดียวเท่านั้น และจงทำความดี ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคทานและการเชื่อมสัมพันธ์เป็นต้น โดยหวังว่าพวกท่านจะได้รับความสำเร็จตามที่หวัง และ รอดพ้นจากสิ่งที่น่ากลัว
وَجَـٰهِدُوا۟ فِى ٱللَّهِ حَقَّ جِهَادِهِۦ ۚ هُوَ ٱجْتَبَىٰكُمْ وَمَا جَعَلَ عَلَيْكُمْ فِى ٱلدِّينِ مِنْ حَرَجٍۢ ۚ مِّلَّةَ أَبِيكُمْ إِبْرَٰهِيمَ ۚ هُوَ سَمَّىٰكُمُ ٱلْمُسْلِمِينَ مِن قَبْلُ وَفِى هَـٰذَا لِيَكُونَ ٱلرَّسُولُ شَهِيدًا عَلَيْكُمْ وَتَكُونُوا۟ شُهَدَآءَ عَلَى ٱلنَّاسِ ۚ فَأَقِيمُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتُوا۟ ٱلزَّكَوٰةَ وَٱعْتَصِمُوا۟ بِٱللَّهِ هُوَ مَوْلَىٰكُمْ ۖ فَنِعْمَ ٱلْمَوْلَىٰ وَنِعْمَ ٱلنَّصِيرُ ﴿٧٨﴾
و และจงต่อสู้ในหนทางอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่บริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์อย่างแท้จริง พระองค์ทรงคัดเลือกพวกเจ้า และพระองค์มิได้ทรงทำให้เป็นการ ลำบากแก่พวกเจ้าในเรื่องของศาสนา ศาสนา (ที่ไม่ลำบาก) คือศาสนาของอิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม บรรพบุรุษของพวกเจ้า และพระองค์ทรงเรียกพวก เจ้าว่ามุสลิมีน ทั้งในคัมภีร์ก่อน ๆและในอัลกุรอาน เพื่อเราะสูลจะได้เป็นพยานเหนือพวกเจ้า ว่าได้ทำการประกาศให้แก่พวกเจ้าแล้วซึ่งสิ่งที่ถูกสั่งใช้ให้ เผยแผ่ และพวกเจ้าจะได้เป็นพยานต่อประชาชาติก่อนๆว่า บรรดาเราะสูลนั้นได้ทำการประกาศเผยแผ่แล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงขอบคุณต่ออัลลอฮ์ด้วย การดำรงการละหมาดที่สมบูรณ์ และบริจาคซะกาตจากทรัพย์สินของพวกเจ้า และจงยึดมั่นต่ออัลลอฮ์ และมอบหมายต่อพระองค์ในทุกกิจการของ พวกเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ศรัทธาที่ขอความคุ้มครองจากพระองค์ และเป็นผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับบรรดาผู้ที่ขอ ความช่วยเหลือจากพระองค์ ดังนั้นจงขอความคุ้มครองจากพระองค์ พระองค์จะคุ้มครองพวกเจ้า และจงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์จะ ทรงช่วยเหลือพวกเจ้า ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม