ٱقْتَرَبَ لِلنَّاسِ حِسَابُهُمْ وَهُمْ فِى غَفْلَةٍۢ مُّعْرِضُونَ ﴿١﴾
วันแห่งการคิดบัญชีของมนุษย์ในการงานของเขาในวันกิยามะฮ์ได้ใกล้เข้ามาแล้ว โดยที่พวกเขาอยู่ในสภาพที่ประมาทเลินเล่อไม่สนใจวันอาคีเราะฮ์ อัน เนื่องจากการหลงระเริงกับเรื่องของโลกดุนยา
หน้าแรก›ตัฟซีร›Al-Anbiyaa (21)
มักกียะฮ์ · 112 อายะฮ์
ٱقْتَرَبَ لِلنَّاسِ حِسَابُهُمْ وَهُمْ فِى غَفْلَةٍۢ مُّعْرِضُونَ ﴿١﴾
วันแห่งการคิดบัญชีของมนุษย์ในการงานของเขาในวันกิยามะฮ์ได้ใกล้เข้ามาแล้ว โดยที่พวกเขาอยู่ในสภาพที่ประมาทเลินเล่อไม่สนใจวันอาคีเราะฮ์ อัน เนื่องจากการหลงระเริงกับเรื่องของโลกดุนยา
مَا يَأْتِيهِم مِّن ذِكْرٍۢ مِّن رَّبِّهِم مُّحْدَثٍ إِلَّا ٱسْتَمَعُوهُ وَهُمْ يَلْعَبُونَ ﴿٢﴾
และไม่มีข้อตักเตือนใหม่ ๆ จากอัลกุรอ่านที่มาจากพระเจ้าของพวกเขามายังพวกเขา เว้นแต่พวกเขาจะฟังมันโดยเป็นการฟังที่ไร้ประโยชน์ เพราะพวก เขาฟังแบบเล่นๆ ไม่ได้สนใจอะไรในเนื้อหานั้น
لَاهِيَةًۭ قُلُوبُهُمْ ۗ وَأَسَرُّوا۟ ٱلنَّجْوَى ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ هَلْ هَـٰذَآ إِلَّا بَشَرٌۭ مِّثْلُكُمْ ۖ أَفَتَأْتُونَ ٱلسِّحْرَ وَأَنتُمْ تُبْصِرُونَ ﴿٣﴾
พวกเขาฟังแต่จิตใจของพวกเขาไม่สนใจมัน และบรรดาผู้อธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธาได้พูดคุยซึ่งกันและกัน ซึ่งพวกเขากล่าวว่า "ผู้ชายคนนี่ที่อ้าง ตนว่าเป็นเราะซูล แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ใคร นอกจากเป็นสามัญชนเหมือนพวกท่าน ไม่มีความพิเศษเหนือพวกท่านเลย และสิ่งที่มาพร้อมกับเขาคือ เวทมนตร์ แล้วพวกท่านจะปฏิบัติตามเขาอีกกระนั้นหรือ ทั้งๆที่พวกท่านเองก็รู้ว่าเขาเป็นสามัญชนเหมือนกับพวกท่านและสิ่งที่มากับเขานั้นคือ เวทมนตร์?!
قَالَ رَبِّى يَعْلَمُ ٱلْقَوْلَ فِى ٱلسَّمَآءِ وَٱلْأَرْضِ ۖ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٤﴾
ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของฉันทรงรอบรู้ถึงคำพูดที่พวกท่านปกปิดไว้ เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ทุกถ้อยคำที่ ออกมาจากคนที่พูด ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินทุกถ้อยคำของปวงบ่าวของพระองค์ เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกการงานของ พวกเขา และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาต่อสิ่งดังกล่าวนั้น"
بَلْ قَالُوٓا۟ أَضْغَـٰثُ أَحْلَـٰمٍۭ بَلِ ٱفْتَرَىٰهُ بَلْ هُوَ شَاعِرٌۭ فَلْيَأْتِنَا بِـَٔايَةٍۢ كَمَآ أُرْسِلَ ٱلْأَوَّلُونَ ﴿٥﴾
แต่พวกเขาลังเลเกี่ยวกับสิ่งที่มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา บางครั้งพวกเขากล่าวว่า "มันเป็นความฝันที่สับสนไม่สามารถอธิบายได้" และบางครั้งพวกเขากล่าวว่า "ไม่ใช่ แต่เป็นสิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นมาโดยไม่มีต้นกำเนิด" และบางครั้งพวกเขากล่าวว่า "เขาคือนักกวี ถ้าหากเขามีความ จริงใจต่อการกล่าวอ้างของเขา ก็จงนำมาให้พวกเราได้พบกับปาฏิหาริย์ ดั่งเช่นบรรดาเราะซูลในยุคก่อน ๆ ที่ได้ถูกส่งมา ซึ่งพวกเขาได้นำมาซึ่ง ปาฏิหาริย์ต่างๆ เช่น ไม้เท้าของนบีมูซา และอูฐของนบีศอลิฮ์"
مَآ ءَامَنَتْ قَبْلَهُم مِّن قَرْيَةٍ أَهْلَكْنَـٰهَآ ۖ أَفَهُمْ يُؤْمِنُونَ ﴿٦﴾
ไม่มีชาวเมืองใดก่อนหน้าพวกเขาที่เสนอขอให้มีการลงมาซึ่งปาฏิหาริย์และเราก็ได้มอบให้แก่พวกเขาซึ่งสิ่งที่พวกเขาขอ แต่ว่าพวกเขานั้นกลับปฏิเสธ มัน ดังนั้นเราได้ทำลายพวกเขา พวกเขาเหล่านั้นจะศรัทธากระนั้นหรือ?!
وَمَآ أَرْسَلْنَا قَبْلَكَ إِلَّا رِجَالًۭا نُّوحِىٓ إِلَيْهِمْ ۖ فَسْـَٔلُوٓا۟ أَهْلَ ٱلذِّكْرِ إِن كُنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ﴿٧﴾
และเราไม่ได้ส่งผู้ใดมาก่อนหน้าเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย นอกจากเป็นผู้ชายจากสามัญชนที่เราได้วะหฺยูแก่พวกเขา โดยที่เราไม่ได้ส่งมลาอิกะฮ์ลงมาแก่พวก เขา ดังนั้นพวกเจ้าจงถามบรรดาชาวคัมภีร์ก่อนหน้าพวกเจ้า หากพวกเจ้าไม่รู้ถึงสิ่งเหล่านั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَمَا جَعَلْنَـٰهُمْ جَسَدًۭا لَّا يَأْكُلُونَ ٱلطَّعَامَ وَمَا كَانُوا۟ خَـٰلِدِينَ ﴿٨﴾
และเรามิได้ทำให้บรรดาเราะสูลที่เราได้ส่งไปนั้น มีร่างกายที่ไม่ต้องการอาหาร แต่พวกเขาก็กินอาหารเหมือนคนอื่นๆกิน และพวกเขาก็ไม่ได้เป็นผู้มี ชีวิตยั่งยืนบนโลกดุนยานี้ที่ไม่ตาย
ثُمَّ صَدَقْنَـٰهُمُ ٱلْوَعْدَ فَأَنجَيْنَـٰهُمْ وَمَن نَّشَآءُ وَأَهْلَكْنَا ٱلْمُسْرِفِينَ ﴿٩﴾
แล้วเราได้ทำให้สัญญาของเราที่มีต่อพวกเขาเป็นที่ประจักษ์จริงแก่บรรดาเราะสูลของเรา โดยเราได้ช่วยพวกเขา(บรรดาเราะสูล)และช่วยผู้ที่เรา ประสงค์จากบรรดาผู้ศรัทธาจากการถูกทำลาย และเราได้ทำลายผู้ละเมิดด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำการฝ่าฝืน
لَقَدْ أَنزَلْنَآ إِلَيْكُمْ كِتَـٰبًۭا فِيهِ ذِكْرُكُمْ ۖ أَفَلَا تَعْقِلُونَ ﴿١٠﴾
และเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาแก่พวกเจ้า ซึ่งในนั้นกล่าวถึงเกียรติและความภาคภูมิใจของพวกเจ้า หากพวกเจ้าเชื่อและปฏิบัติตามสิ่งที่มีในอัลกุ รอาน พวกเจ้าไม่ใช้สติปัญญาคิดบ้างหรอกหรือ ดังนั้นพวกเจ้าจงรีบเร่งไปสู่การศรัทธาต่ออัลกุรอานและปฏิบัติในเนื้อหาของมัน?! وكم قصمنا من قريةكانت ظالمة وأنشأنا بعدها قوما ءاخرين
وَكَمْ قَصَمْنَا مِن قَرْيَةٍۢ كَانَتْ ظَالِمَةًۭ وَأَنشَأْنَا بَعْدَهَا قَوْمًا ءَاخَرِينَ ﴿١١﴾
และกี่มากน้อยแล้วที่เราได้ทำลายหมู่บ้านที่อธรรมด้วยเหตุที่พวกเขานั้นปฏิเสธศรัทธา และหลังจากนั้นเราก็ได้สร้างกลุ่มชนอื่นมาแทน
فَلَمَّآ أَحَسُّوا۟ بَأْسَنَآ إِذَا هُم مِّنْهَا يَرْكُضُونَ ﴿١٢﴾
และเมื่อบรรดาผู้ถูกทำลายเห็นการลงโทษของเรา ซึ่งไม่ได้ละเว้นพวกเขาเลย เมื่อนั้นพวกเขาจึงรีบหนีจากแผ่นดินของพวกเขา เพื่อให้พ้นจากความ พินาศ
لَا تَرْكُضُوا۟ وَٱرْجِعُوٓا۟ إِلَىٰ مَآ أُتْرِفْتُمْ فِيهِ وَمَسَـٰكِنِكُمْ لَعَلَّكُمْ تُسْـَٔلُونَ ﴿١٣﴾
แล้วพวกเขาได้ถูกเรียกด้วยการเยาะเย้ย "พวกท่านอย่าหนีเลย และจงกลับไปยังสิ่งที่พวกท่านเคยได้รับความสุขความสำราญแต่ก่อนเถิด และกลับไป ยังที่พักอาศัยของพวกท่าน เพื่อว่าพวกท่านจะได้ถูกสอบถามสิ่งที่เกิดขึ้นแก่พวกท่านบนโลกดุนยา
قَالُوا۟ يَـٰوَيْلَنَآ إِنَّا كُنَّا ظَـٰلِمِينَ ﴿١٤﴾
แล้วบรรดาผู้อธรรมก็กล่าวด้วยการสำนึกในความผิดของพวกเขาว่า "โอ้ ความวิบัติ โอ้ ความสูญเสีย! แท้จริงเราเป็นผู้อธรรมที่ปฏิเสธศรัทธาต่อ อัลลอฮ์" فما زالت تلك دعوىهم حت جعلنهم حصيدا خمدين
فَمَا زَالَت تِّلْكَ دَعْوَىٰهُمْ حَتَّىٰ جَعَلْنَـٰهُمْ حَصِيدًا خَـٰمِدِينَ ﴿١٥﴾
เมื่อพวกเขายังคงอยู่ในการสำนึกในความผิด และยังคงสวดอ้อนวอนขอให้ทำลายตัวเอง จนกระทั่งเราได้ทำให้พวกเขาเป็นเหมือนพืชที่ถูกเก็บเกี่ยว มอดไหม้ไป ซึ่งไม่สามารถมีชีวิตอยู่และเคลื่อนไหวได้
وَمَا خَلَقْنَا ٱلسَّمَآءَ وَٱلْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا لَـٰعِبِينَ ﴿١٦﴾
และเรามิได้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง เพื่อการสนุกสนานอย่างไร้ประโยชน์ แต่เราสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความสามารถของ เรา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
لَوْ أَرَدْنَآ أَن نَّتَّخِذَ لَهْوًۭا لَّٱتَّخَذْنَـٰهُ مِن لَّدُنَّآ إِن كُنَّا فَـٰعِلِينَ ﴿١٧﴾
หากเราปรารถนาที่จะมีภรรยาหรือลูก แน่นอนเราก็จะทำให้มันเกิดขึ้นมาจากที่มีอยู่ที่เรา และเราจะไม่ทำเช่นนั้นเพราะเราบริสุทธิ์จากสิ่งเหล่านั้น
بَلْ نَقْذِفُ بِٱلْحَقِّ عَلَى ٱلْبَـٰطِلِ فَيَدْمَغُهُۥ فَإِذَا هُوَ زَاهِقٌۭ ۚ وَلَكُمُ ٱلْوَيْلُ مِمَّا تَصِفُونَ ﴿١٨﴾
แต่ว่าเราได้ทำให้ความจริงที่เราได้ประทานวะห์ยูแก่เราะสูลของเราเพื่อทำลายความเท็จของพวกที่ปฏิเสธศรัทธา แล้วมันก็จะมลายสิ้นไป ดังนั้นความ เท็จของพวกเขาได้มลายหายไป และสำหรับพวกท่าน โอ้บรรดาผู้ที่กล่าวว่า พระองค์ทรงมีภรรยาและบุตรนั้น ความหายนะเกิดขึ้นกับพวกท่าน อัน เนื่องจากพวกท่านได้ให้คุณลักษณะที่ไม่เหมาะสมสำหรับพระองค์
وَلَهُۥ مَن فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ وَمَنْ عِندَهُۥ لَا يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِهِۦ وَلَا يَسْتَحْسِرُونَ ﴿١٩﴾
และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว ผู้ทรงครอบครองในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และผู้ที่อยู่ ณ ที่พระองค์จากมลาอิกะฮ์ พวกเขาจะไม่ ลำพองตนในการเคารพภักดีต่อพระองค์ และพวกเขาจะไม่รู้สึกเหนื่อย
يُسَبِّحُونَ ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ لَا يَفْتُرُونَ ﴿٢٠﴾
พวกเขายังคงแซ่ซ้องสดุดีต่ออัลลอฮ์อยู่เสมอ โดยที่ไม่เบื่อหน่าย
أَمِ ٱتَّخَذُوٓا۟ ءَالِهَةًۭ مِّنَ ٱلْأَرْضِ هُمْ يُنشِرُونَ ﴿٢١﴾
แต่พวกที่ตั้งภาคียังคงนับถือพระเจ้าหลายองค์อื่นนอกจากอัลลอฮ์ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถให้ชีวิตแก่สิ่งที่ตายได้ แล้วพวกเขาบูชาต่อสิ่งที่ไม่ความ สามารถกระทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร?
لَوْ كَانَ فِيهِمَآ ءَالِهَةٌ إِلَّا ٱللَّهُ لَفَسَدَتَا ۚ فَسُبْحَـٰنَ ٱللَّهِ رَبِّ ٱلْعَرْشِ عَمَّا يَصِفُونَ ﴿٢٢﴾
หากในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินมีพระเจ้าหลายองค์ อื่นจากอัลลอฮ์แล้ว แน่นอนความเสียหายจะเกิดขึ้น เพราะความขัดแย้งในการดูแลปกครองอย่าง แน่นอน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น ดังนั้นมหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์พระเจ้าแห่งบัลลังก์ ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกตั้งภาคีเสกสรรปั้นแต่งขึ้นว่า อัลลอฮ์นั้นทรงมีหุ้นส่วน لا يسٔل عما يفعل وهم يسٔلون
لَا يُسْـَٔلُ عَمَّا يَفْعَلُ وَهُمْ يُسْـَٔلُونَ ﴿٢٣﴾
อัลลอฮคือผู้ทรงเอกะในการครอบครองและคำตัดสินของพระองค์ ไม่มีใครสามารถถามได้ถึงอำนาจและการตัดสินของพระองค์ แต่พระองค์จะทรง ถามบ่าวของพระองค์เกี่ยวกับการงานของพวกเขาและจะทรงตอบแทนพวกเขาเองถึงการงานนั้น
أَمِ ٱتَّخَذُوا۟ مِن دُونِهِۦٓ ءَالِهَةًۭ ۖ قُلْ هَاتُوا۟ بُرْهَـٰنَكُمْ ۖ هَـٰذَا ذِكْرُ مَن مَّعِىَ وَذِكْرُ مَن قَبْلِى ۗ بَلْ أَكْثَرُهُمْ لَا يَعْلَمُونَ ٱلْحَقَّ ۖ فَهُم مُّعْرِضُونَ ﴿٢٤﴾
พวกเขาได้ยึดถือบรรดาพระเจ้านอกจากอัลลอฮ์ในการเคารพบูชา จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่กลุ่มที่ตั้งภาคีเหล่านั้นว่า ขอให้พวกท่านนำหลักฐาน ของพวกท่านมาเพื่อชี้แจงถึงการเคารพบูชาของพวกท่าน นี่คือคัมภีร์ที่ลงมายังฉัน (อัลกุรอ่าน) และคัมภีร์ที่ลงมายังบรรดาเราะซูลไม่ใช่เป็นหลัก ฐานสำหรับพวกเจ้า ส่วนใหญ่ของผู้ตั้งภาคีนั้นขึ้นอยู่กับความไม่รู้และตามประเพณีเท่านั้น พวกเขาจึงผินหลังเมินห่างที่จะยอมรับความจริง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَمَآ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ مِن رَّسُولٍ إِلَّا نُوحِىٓ إِلَيْهِ أَنَّهُۥ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّآ أَنَا۠ فَٱعْبُدُونِ ﴿٢٥﴾
และเรามิได้ส่งเราะสูลคนใดก่อนหน้าเจ้า โอ้ท่านเราะสูล นอกจากเราได้วะฮีย์แก่เขาว่า "แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะที่เที่ยงแท้ นอกจากข้า ดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้าเพียงองค์เดียว และอย่าได้ตั้งภาคีต่อสิ่งใดๆร่วมกับข้า"
وَقَالُوا۟ ٱتَّخَذَ ٱلرَّحْمَـٰنُ وَلَدًۭا ۗ سُبْحَـٰنَهُۥ ۚ بَلْ عِبَادٌۭ مُّكْرَمُونَ ﴿٢٦﴾
และพวกที่ตั้งภาคีกล่าวว่า "อัลลอฮ์ทรงมีมลาอิกะฮฺเป็นบุตรสาว มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค ทรงบริสุทธิ์และปราศจากสิ่งที่พวกเขากล่าวโกหกต่อ พระองค์ แต่ว่าพวกเขามลาอิกะฮ์เป็นบ่าวของอัลลอฮ์ ผู้ที่มีเกียรติและเป็นผู้ใกล้ชิดต่อพระองค์"
لَا يَسْبِقُونَهُۥ بِٱلْقَوْلِ وَهُم بِأَمْرِهِۦ يَعْمَلُونَ ﴿٢٧﴾
พวกเขาจะไม่นำหน้าพระผู้อภิบาลของพวกเขาด้วยคำพูดใดๆ ดังนั้นพวกเขาจะไม่พูดด้วยคำพูดใดๆ จนกว่าพวกเขาจะได้รับคำบัญชาจากพระองค์ และพวกเขาทำตามที่พระองค์บัญชาเสมอ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ขัดแย้งกับคำบัญชาของพระองค์
يَعْلَمُ مَا بَيْنَ أَيْدِيهِمْ وَمَا خَلْفَهُمْ وَلَا يَشْفَعُونَ إِلَّا لِمَنِ ٱرْتَضَىٰ وَهُم مِّنْ خَشْيَتِهِۦ مُشْفِقُونَ ﴿٢٨﴾
พระองค์ทรงรอบรู้ถึงการกระทำของพวกเขาที่ผ่านมาและการกระทำที่จะตามมา และพวกเขาจะไม่ขอการช่วยเหลือให้แก่ผู้ใด (ขอชะฟาอะฮ์) นอกจาก ด้วยการอนุมัติจากพระองค์ สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยเท่านั้น และพวกเขามักจะหวาดหวั่นในการยำเกรงต่อพระองค์ผู้ทรงฤทธานุภาพโดย การไม่ฝ่าฝืนต่อคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของพระองค์
۞ وَمَن يَقُلْ مِنْهُمْ إِنِّىٓ إِلَـٰهٌۭ مِّن دُونِهِۦ فَذَٰلِكَ نَجْزِيهِ جَهَنَّمَ ۚ كَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٢٩﴾
และผู้ใดในหมู่มลาอิกะฮ์ (เป็นเรื่องของการสมมุติ" ได้กล่าวว่า "แท้จริงฉันคือพระเจ้าที่ถูกเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮ์ เราจะตอบแทนเขาต่อคำ กล่าวของเขานั้นโดยการลงโทษด้วยไฟนรกญะฮันนัมในวันกิยามะฮ์ โดยอยู่ในนั้นตลอดไป และการลงโทษเช่นนี้แหละ เราจะตอบแทนสำหรับผู้ที่ อธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธาและตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์
أَوَلَمْ يَرَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ أَنَّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ كَانَتَا رَتْقًۭا فَفَتَقْنَـٰهُمَا ۖ وَجَعَلْنَا مِنَ ٱلْمَآءِ كُلَّ شَىْءٍ حَىٍّ ۖ أَفَلَا يُؤْمِنُونَ ﴿٣٠﴾
يؤمنون และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอ์เหล่านั้นไม่รู้หรือว่า แท้จริงท้องฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเคยเชื่อมต่อกัน ไม่มีช่องว่างระหว่างทั้งสองและฝนก็ ตกลงมาจากมัน แล้วเราได้แยกออกระหว่างกัน และเราได้ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชผัก ได้มีขึ้นด้วยกับน้ำที่ตกลงมาจากฟากฟ้าสู่ แผ่นดิน ดังนั้นทำไมพวกเจ้าจึงไม่พิจารณาถึงเรื่องนี้บ้างและศรัทธาต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว?
وَجَعَلْنَا فِى ٱلْأَرْضِ رَوَٰسِىَ أَن تَمِيدَ بِهِمْ وَجَعَلْنَا فِيهَا فِجَاجًۭا سُبُلًۭا لَّعَلَّهُمْ يَهْتَدُونَ ﴿٣١﴾
และเราได้สร้างภูเขาที่ตั้งมั่นในแผ่นดินเพื่อไม่ให้สั่นสะเทือนต่อผู้ที่อยู่บนนั้น และเราได้ทำให้หุบเขาเป็นทางกว้าง เพื่อว่าพวกเขาจะได้ใช้เป็นทางเดินใน การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของพวกเขา
وَجَعَلْنَا ٱلسَّمَآءَ سَقْفًۭا مَّحْفُوظًۭا ۖ وَهُمْ عَنْ ءَايَـٰتِهَا مُعْرِضُونَ ﴿٣٢﴾
และเราได้ทำให้ชั้นฟ้าเป็นดั่งหลังคาถูกรักษาไว้ไม่ให้ร่วงหล่นลงมาจากการที่ไม่มีเสาค้ำจุน และได้รับการปกป้องจากการได้ยินที่ถูกซ่อนเร้น และ บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีกับสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าจากบรรดาโองการทั้งหลาย เช่นดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ พวกเขาก็ยังคงผินหลังให้โดยไม่คิดพิจารณาต่อโองการ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ل เหล่านั้น
وَهُوَ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ وَٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ ۖ كُلٌّۭ فِى فَلَكٍۢ يَسْبَحُونَ ﴿٣٣﴾
และเพียงองค์เดียวเท่านั้น คือผู้ที่สร้างกลางคืนเพื่อให้พักผ่อน สร้างกลางวันเพื่อหาปัจจัยยังชีพ สร้างดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษ์ของกลางวันและดวง จันทร์เป็นสัญลักษ์ของกลางคืน ทั้งหมดนั้น ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ในวงโคจรของตัวมันเอง โดยที่ไม่เบี่ยงเบนและไม่เอนเอียงออกจาก ทางโคจรของมัน
وَمَا جَعَلْنَا لِبَشَرٍۢ مِّن قَبْلِكَ ٱلْخُلْدَ ۖ أَفَإِي۟ن مِّتَّ فَهُمُ ٱلْخَـٰلِدُونَ ﴿٣٤﴾
และเราไม่ได้ทำให้บุคคลใดก่อนหน้าเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ยืนยาวในชีวีตนี้? หากเจ้าใช้ชีวิตในชีวิตนี้และเสียชีวิตไป พวกเขาเหล่านี้ยังคงอยู่หลังจากเจ้า กระนั้นหรือ? เปล่าเลย
كُلُّ نَفْسٍۢ ذَآئِقَةُ ٱلْمَوْتِ ۗ وَنَبْلُوكُم بِٱلشَّرِّ وَٱلْخَيْرِ فِتْنَةًۭ ۖ وَإِلَيْنَا تُرْجَعُونَ ﴿٣٥﴾
ทุกชีวิตของผู้ศรัทธาหรือผู้ปฏิเสธศรัทธาย่อมลิ้มรสความตายในโลกดุนยานี้ และเราจะทดสอบพวกเจ้า โอ้มนุษย์ทั้งหลาย ในชีวิตบนโลกดุนยาด้วยกฏ ข้อบังคับใช้และความโปรดปราน ความทุกข์ต่างๆ และหลังจากความตาย พวกเจ้าจะต้องกลับมาหาฉันมิได้กลับไปหาคนอื่น และเราจะตอบแทนในการ งานของพวกเจ้า
وَإِذَا رَءَاكَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ إِن يَتَّخِذُونَكَ إِلَّا هُزُوًا أَهَـٰذَا ٱلَّذِى يَذْكُرُ ءَالِهَتَكُمْ وَهُم بِذِكْرِ ٱلرَّحْمَـٰنِ هُمْ كَـٰفِرُونَ ﴿٣٦﴾
และเมื่อบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีพบเห็นเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- พวกเขาจะไม่นับถือเจ้า นอกจากเป็นการเยาะเย้ยเท่านั้น เพื่อเป็นการกันผู้คนให้ห่างไกลจากเจ้า โดยพวกเขาพูดอย่างเยาะเย้ยว่า "คนนี้นะหรือที่ตำหนิพระเจ้าของพวกท่านที่พวกท่านเคารพบูชา? และพวกเขากับการเยาะเย้ยของพวกเขาที่มีต่อเจ้า นั้น พวกเขาปฏิเสธสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมาให้แก่พวกเขาที่มาจากอัลกุรอาน และด้วยความสะดวกสบายต่างๆที่ได้มอบให้แก่พวกเขา พวกเขาก็ ไม่สำนึกในความกรุณา(ของอัลลอฮ์) ดังนั้นพวกเขาต่างหากที่คู่ควรกับการถูกตำหนิ เพราะทุกสิ่งที่ไม่ดี มีอยู่กับพวกเขา
خُلِقَ ٱلْإِنسَـٰنُ مِنْ عَجَلٍۢ ۚ سَأُو۟رِيكُمْ ءَايَـٰتِى فَلَا تَسْتَعْجِلُونِ ﴿٣٧﴾
มนุษย์ถูกสร้างมาด้วยนิสัยชอบเร่งรีบ พวกเขาเร่งรีบในสิ่งที่ยังไม่ถึงกำหนด ดังเช่นความเร่งรีบของผู้ตั้งภาคีเพื่อขอการลงโทษ เราจะให้พวกเจ้าได้ เห็น -โอ้ผู้ที่เร่งรีบเพื่อการลงโทษของฉัน- สิ่งที่พวกท่านเร่งรีบจากพระองค์นั้น ดังนั้นอย่าได้วอนขอให้รีบเร่งมันเลย
وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هَـٰذَا ٱلْوَعْدُ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿٣٨﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ปฏิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพได้กล่าว บนฐานแห่งการเร่งรีบว่า "เมื่อไรเล่าสิ่งที่พวกเจ้าสัญญาไว้กับเราจะเกิดขึ้นสักที -โอ้ บรรดามุสลิมเอ๋ย- ที่ว่าด้วยการฟื้ นคืนชีพนั้น ถ้าพวกเจ้าสัจจริงในสิ่งที่พวกเจ้าได้อ้างถึงมัน ว่ามันจะเกิดขึ้นจริง!
لَوْ يَعْلَمُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ حِينَ لَا يَكُفُّونَ عَن وُجُوهِهِمُ ٱلنَّارَ وَلَا عَن ظُهُورِهِمْ وَلَا هُمْ يُنصَرُونَ ﴿٣٩﴾
หากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพนั้นรู้ว่า เมื่อพวกเขาไม่สามารถป้องกันไฟจากด้านหน้าหรือด้านหลังของพวกเขาได้ และไม่มีผู้ ช่วยเหลือใดที่จะช่วยเหลือต่อการลงโทษของพวกเขาได้ ถ้าหากพวกเขารู้อย่างมั่นใจในเรื่องนี้ แน่นอนพวกเขาจะไม่รีบร้อนที่จะแสวงหาการลงโทษนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร بل تأتيهم بغتةفتبهتهم فلا يستطيعون ردها ولا هم ينظرون
بَلْ تَأْتِيهِم بَغْتَةًۭ فَتَبْهَتُهُمْ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ رَدَّهَا وَلَا هُمْ يُنظَرُونَ ﴿٤٠﴾
ไฟแห่งการลงโทษนี้จะไม่มายังพวกเขาในขณะที่พวกเขารู้ แต่ไฟจะมายังพวกเขาในทันที เพื่อที่พวกเขาจะไม่สามารถหลบหนีและไม่สามารถยับยั้งมัน ได้ และพวกเขาจะไม่ได้รับการประวิงเวลาให้จนสามารถที่จะสำนึกผิดและได้รับความเมตตา
وَلَقَدِ ٱسْتُهْزِئَ بِرُسُلٍۢ مِّن قَبْلِكَ فَحَاقَ بِٱلَّذِينَ سَخِرُوا۟ مِنْهُم مَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿٤١﴾
ถ้ากลุ่มชนของเจ้าเย้ยหยันเจ้า เจ้าไม่ใช่คนแรกที่ถูกกระทำเช่นนี้ บรรดาเราะสูลก่อนหน้าเจ้าได้ถูกเย้ยหยันมาก่อนแล้ว -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- ดังนั้นการ ลงโทษจึงได้ประสบกับบรรดาผู้ปฏิเสธที่เย้ยหยันเหล่านั้น พวกเขาเคยเยาะเย้ยถึงการลงโทษนั้น(ว่าเมื่อไรการลงโทษจะมาสักที) ในตอนที่บรรดาเราะ สูลได้ตักเตือนพวกเขาตอนที่อยู่ในดุนยา
قُلْ مَن يَكْلَؤُكُم بِٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ مِنَ ٱلرَّحْمَـٰنِ ۗ بَلْ هُمْ عَن ذِكْرِ رَبِّهِم مُّعْرِضُونَ ﴿٤٢﴾
จงกล่าวเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ที่ขอให้การลงโทษเกิดขึ้นโดยเร็วว่า "ผู้ใดเล่าจะคุ้มครองพวกเจ้าในยามกลางคืนและกลางวันให้พ้นจากการ ลงโทษและความพินาศจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี" แต่พวกเขาก็ปฏิเสธและไม่สนใจต่อกคำเตือนและข้อพิสูจน์ของพระผู้อภิบาลของพวกเขา พวกเขา ไม่ได้สนใจอะไรเลย พวกเขาชั่งโง่เขลา เบาปัญญา
أَمْ لَهُمْ ءَالِهَةٌۭ تَمْنَعُهُم مِّن دُونِنَا ۚ لَا يَسْتَطِيعُونَ نَصْرَ أَنفُسِهِمْ وَلَا هُم مِّنَّا يُصْحَبُونَ ﴿٤٣﴾
หรือว่าพวกเขามีพระเจ้าอื่นที่คอยปกป้องพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของเรา? ซึ่งพวกเขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองในการยับยั้งสิ่งอันตราย ที่มาประสบกับเขาได้และไม่สามารถก่อประโยชน์ได้ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาจะช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร? และพวกเขาจะไม่รอดพ้น จากการลงโทษของเราได้
بَلْ مَتَّعْنَا هَـٰٓؤُلَآءِ وَءَابَآءَهُمْ حَتَّىٰ طَالَ عَلَيْهِمُ ٱلْعُمُرُ ۗ أَفَلَا يَرَوْنَ أَنَّا نَأْتِى ٱلْأَرْضَ نَنقُصُهَا مِنْ أَطْرَافِهَآ ۚ أَفَهُمُ ٱلْغَـٰلِبُونَ ﴿٤٤﴾
แต่เราได้ให้ความสุขแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและแก่บรรพบุรุษของพวกเขา โดยทำให้พวกเขาไดรับความเพลิดเพลินมากมาย เพื่อเป็นการล่อพวก เขา จนกระทั้งให้ชีวิตของพวกเขายืนยาว ซึ่งทำให้พวกเขาถูกหลอกให้หลงระเริงมากขึ้นเรื่อย ๆ และยืนหยัดกับการเป็นผู้ปฏิเสธของพวกเขา พวกเขา เหล่านี้ที่ถูกหลอกโดยความโปรดปรานของเราและรีบเร่งแสวงหาการลงโทษจากฉัน พวกเขาเหล่านั้นไม่เห็นหรือว่า แท้จริงเราได้ทำให้แผ่นดินนี้ลด แคบลงจากทุกทิศทุกทางโดยอำนาจของเราเหนือผู้คนทั้งหลายและอำนาจของเราเหนือพวกเขาเสมอ? ดังนั้นจงรับเป็นบทเรียนเถิด เพื่อสิ่งนั้นจะได้ ไม่ประสบกับพวกเขา เหมือนอย่างที่ประสบกับคนอื่นๆ เพราะพวกเขาจะไม่เป็นผู้ชนะ แต่พวกเขาจะเป็นผู้แพ้
قُلْ إِنَّمَآ أُنذِرُكُم بِٱلْوَحْىِ ۚ وَلَا يَسْمَعُ ٱلصُّمُّ ٱلدُّعَآءَ إِذَا مَا يُنذَرُونَ ﴿٤٥﴾
จงกล่าวเถิด -โอ้ เราะสูล-“แท้จริงฉันเพียงตักเตือนพวกเจ้าเท่านั้น -โอ้ มนุษย์เอ๋ย- เกี่ยวกับการลงโทษของอัลลอฮ์ ซึ่งแจ้งผ่านโองการที่พระผู้ อภิบาลของฉันประทานลงมาแก่ฉัน” แต่ผู้ที่หูหนวกจากสัจธรรม พวกเขาจะไม่ฟังสัจธรรมนั้นด้วยการฟังที่ดี เมื่อพวกเขาถูกเตือนถึงการลงโทษขอ งอัลลอฮ์
وَلَئِن مَّسَّتْهُمْ نَفْحَةٌۭ مِّنْ عَذَابِ رَبِّكَ لَيَقُولُنَّ يَـٰوَيْلَنَآ إِنَّا كُنَّا ظَـٰلِمِينَ ﴿٤٦﴾
และหากการลงโทษเพี่ยงเล็กน้อยจากพระผู้อภิบาลเขาเจ้าได้ประสบกับกลุ่มชนเหล่านี้ที่ขอให้การลงโทษได้ประสบกับพวกเขาอย่างเร่งรีบแล้ว -โอ้ เราะ สูล- แน่นอนพวกเขาก็จะกล่าวว่า "โอ้ความวิบัติแก่เรา ความสูญเสียแก่เรา แท้จริงเราเป็นผู้อธรรม ด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธในสิ่งที่ มูฮัม มัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นำมา!” بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَنَضَعُ ٱلْمَوَٰزِينَ ٱلْقِسْطَ لِيَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ فَلَا تُظْلَمُ نَفْسٌۭ شَيْـًۭٔا ۖ وَإِن كَانَ مِثْقَالَ حَبَّةٍۢ مِّنْ خَرْدَلٍ أَتَيْنَا بِهَا ۗ وَكَفَىٰ بِنَا حَـٰسِبِينَ ﴿٤٧﴾
بنا حسبين และเราตั้งตราชูที่เที่ยงธรรมสำหรับผู้คนในวันกิยามะฮ์ เพื่อชั่งการงานของพวกเขา ดังนั้นจะไม่มีผู้ใดถูกอธรรมในวันนั้น ด้วยการทำให้ความดีของ เขาหายไป หรือให้ความชั่วเพิ่มขึ้น และแม้ว่าการกระทำนั้นจะมีน้ำหนักเท่าเมล็ดพืชเล็กก็ตาม เราก็จะนำมันมา และเพียงพอกับการที่เราเป็นผู้ชำระ สอบสวน
وَلَقَدْ ءَاتَيْنَا مُوسَىٰ وَهَـٰرُونَ ٱلْفُرْقَانَ وَضِيَآءًۭ وَذِكْرًۭا لِّلْمُتَّقِينَ ﴿٤٨﴾
และแท้จริงเราได้ให้แก่มูซาและฮารูน ซึ่งคัมภีร์อัตเตารอฮที่จะแยกระหว่างความจริงกับความเท็จ ระหว่างสิ่งที่ฮาลาล กับสิ่งที่ฮารอม (ไม่อนุมัติ) และ เป็นทางนำแก่ผู้คนที่เชื่อมันและเป็นข้อตักเตือนสำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเขา
ٱلَّذِينَ يَخْشَوْنَ رَبَّهُم بِٱلْغَيْبِ وَهُم مِّنَ ٱلسَّاعَةِ مُشْفِقُونَ ﴿٤٩﴾
บรรดาผู้ที่เกรงกลัวต่อบทลงโทษของพระเจ้าของพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ แม้ว่าพวกเขาไม่ได้เห็นพระองค์ก็ตาม และพวกเขายังหวั่น กลัวต่อวันอวสานด้วย
وَهَـٰذَا ذِكْرٌۭ مُّبَارَكٌ أَنزَلْنَـٰهُ ۚ أَفَأَنتُمْ لَهُۥ مُنكِرُونَ ﴿٥٠﴾
และนี่คืออัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เป็นการตักเตือนสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้จากมันและบทเรียนที่มีประโยชน์ และความดีมากมาย แล้วพวกเจ้ายังจะปฏิเสธมันอีกหรือ? ยังจะไม่ยอมรับและไม่ปฏิบัติกับสิ่งเหล่านี้อีกหรือ?
۞ وَلَقَدْ ءَاتَيْنَآ إِبْرَٰهِيمَ رُشْدَهُۥ مِن قَبْلُ وَكُنَّا بِهِۦ عَـٰلِمِينَ ﴿٥١﴾
และเราได้ให้เหตุผลความเฉลียวฉลาดแก่อิบรอฮีมในการโต้แย้งกับกลุ่มชนของเขาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก และเรารอบรู้ถึงเขาเป็นอย่างดี และเราได้ให้ สิ่งที่เหมาะสำหรับเขา ตามความรู้ของเรา เกี่ยวกับการโต้เถียงกับกลุ่มชนของเขา
إِذْ قَالَ لِأَبِيهِ وَقَوْمِهِۦ مَا هَـٰذِهِ ٱلتَّمَاثِيلُ ٱلَّتِىٓ أَنتُمْ لَهَا عَـٰكِفُونَ ﴿٥٢﴾
เมื่อครั้นที่อิบรอฮีมกล่าวแก่บิดาของเขา อาซัร และกลุ่มชนของเขาว่า "นี่มันรูปปั้นอะไรกันที่พวกท่านปั้นมันขึ้นมาด้วยมือของพวกท่าน และพวกท่าน ก็ทำการเฝ้าบูชามัน?
قَالُوا۟ وَجَدْنَآ ءَابَآءَنَا لَهَا عَـٰبِدِينَ ﴿٥٣﴾
กลุ่มชนของอิบรอฮีมกล่าวแก่เขาว่า "เราได้เห็นบรรพบุรุษของเราเคารพบูชามัน ดังนั้นเราก็เคารพบูชามันเช่นกัน"
قَالَ لَقَدْ كُنتُمْ أَنتُمْ وَءَابَآؤُكُمْ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٥٤﴾
อิบรอฮีมกล่าวแก่พวกเขาว่า "โดยแน่นอน โอ้บรรดาผู้ตามทั้งหลาย พวกท่านและบรรพบุรุษของพวกท่านที่เป็นแบบอย่าง อยู่ในการหลงจากเส้นทาง ที่ถูกต้องอย่างชัดเจน" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
قَالُوٓا۟ أَجِئْتَنَا بِٱلْحَقِّ أَمْ أَنتَ مِنَ ٱللَّـٰعِبِينَ ﴿٥٥﴾
กลุ่มชนของอิบรอฮีมกล่าวแก่เขาว่า "เจ้ามีความจริงมาเสนอให้แก่พวกเราอย่างที่เจ้าพูดในสิ่งที่เจ้าพูด หรือเจ้าเป็นแค่เพียงคนหนึ่งที่พูดเล่น?"
قَالَ بَل رَّبُّكُمْ رَبُّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ٱلَّذِى فَطَرَهُنَّ وَأَنَا۠ عَلَىٰ ذَٰلِكُم مِّنَ ٱلشَّـٰهِدِينَ ﴿٥٦﴾
อิบรอฮีมกล่าวว่า "แต่ที่จริงแล้ว ฉันได้มายังพวกเจ้าด้วยความจริงไม่ใช่การล้อเล่น พระเจ้าของพวกเจ้าคือพระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระองค์ผู้ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาโดยที่ไม่มีต้นแบบมาก่อน และฉันเป็นคนหนึ่งที่ยืนยันว่า พระองค์นั้นคือพระเจ้าของพวกเจ้าและพระเจ้าแห่งชั้นฟ้า ทั้งหลายและแผ่นดิน และรูปปั้ นของพวกเจ้าไม่มีส่วนใดๆเลยในเรื่องนี้
وَتَٱللَّهِ لَأَكِيدَنَّ أَصْنَـٰمَكُم بَعْدَ أَن تُوَلُّوا۟ مُدْبِرِينَ ﴿٥٧﴾
จากนั้นอิบราฮิมก็พูดกับตัวเองโดยไม่มีใครได้ยินว่า "ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันจะวางแผนทำลายรูปปั้นของพวกท่าน หลังจากที่พวกท่านได้จากไป งานเทศกาลเลี้ยงของพวกท่าน" فجعلهم جذذا إلا كبيرا لهم لعلهم إليهيرجعون
فَجَعَلَهُمْ جُذَٰذًا إِلَّا كَبِيرًۭا لَّهُمْ لَعَلَّهُمْ إِلَيْهِ يَرْجِعُونَ ﴿٥٨﴾
จากนั้นอิบรอฮีมก็ได้ทุบทำลายรูปปั้ นของพวกเขาจนกลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ และปล่อยทิ้งอันใหญ่ไว้ เพื่อว่าพวกเขาจะได้กลับมาถามมันว่าใครเป็นผู้ที่ทุบ ทำลายรูปปั้ นเหล่านี้
قَالُوا۟ مَن فَعَلَ هَـٰذَا بِـَٔالِهَتِنَآ إِنَّهُۥ لَمِنَ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٥٩﴾
หลังจากที่พวกเขากลับมาแล้วได้เห็นรูปปั้ นของพวกเขาถูกทำลาย พวกเขาก็ได้ถามระหว่างพวกเขาว่าใครเป็นผู้ทำลายบรรดาสิ่งสักการะของเรา? แท้จริงเขาผู้นั้นอยู่ในหมู่ผู้อธรรมอย่างแน่นอน ในฐานะที่เขาได้เหยียบหยามสิ่งที่ควรให้ความยิ่งใหญ่และให้ความศักดิ์สิทธิ์ قالواسمعنا فتى يذكرهم يقال له إبرهيم
قَالُوا۟ سَمِعْنَا فَتًۭى يَذْكُرُهُمْ يُقَالُ لَهُۥٓ إِبْرَٰهِيمُ ﴿٦٠﴾
บางคนกล่าวว่า "เราได้ยินมาว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์และดูถูกรูปปั้นเหล่านี้ เขาชื่ออิบราฮิม บางทีเขาอาจเป็นคนที่ทำลายรูปปั้น เหล่านี้"
قَالُوا۟ فَأْتُوا۟ بِهِۦ عَلَىٰٓ أَعْيُنِ ٱلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَشْهَدُونَ ﴿٦١﴾
บรรดาผู้นำของพวกเขากล่าวว่า "จงนำอิบราฮีมมาท่ามกลางสายตาของผู้คน เพื่อพวกเขาจะได้เป็นพยานในการรับสารภาพต่อการกระทำของเขา เพื่อที่คำสารภาพของเขานั้นจะได้เป็นหลักฐานสำหรับพวกเจ้าในการลงโทษเขา"
قَالُوٓا۟ ءَأَنتَ فَعَلْتَ هَـٰذَا بِـَٔالِهَتِنَا يَـٰٓإِبْرَٰهِيمُ ﴿٦٢﴾
แล้วพวกเขาก็ได้นำอิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม มา แล้วถามว่า "เจ้าใช่ไหม ที่ได้กระทำการชั่วร้ายเช่นนี้กับบรรดารูปปั้ นของเรา โอ้อิบรอฮีม?! قال بل فعله كبيرهم هذا فسٔلوهم إن كانواينطقون
قَالَ بَلْ فَعَلَهُۥ كَبِيرُهُمْ هَـٰذَا فَسْـَٔلُوهُمْ إِن كَانُوا۟ يَنطِقُونَ ﴿٦٣﴾
อิบรอฮีมได้ตอบในเชิงให้แง่คิดต่อพวกเขาเพื่อแสดงให้เห็นถึงการไร้ความสามารถของรูปปั้นที่พวกเขาเคารพต่อหน้าผู้คน โดยตอบว่า "ฉันไม่ได้ทำ แต่รูปปั้ นตัวใหญ่นั้นต่างหากเป็นผู้ทำ จงถามรูปปั้ นของพวกเจ้าดูสิ ถ้าหากพวกมันพูดได้" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَرَجَعُوٓا۟ إِلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ فَقَالُوٓا۟ إِنَّكُمْ أَنتُمُ ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿٦٤﴾
ดังนั้น พวกเขาจึงกลับมาคิดถึงตัวของพวกเขาด้วยการคิดและใคร่ครวญ จนเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาว่ารูปปั้นที่เคารพของพวกเขาไม่ได้ให้ ประโยชน์หรือให้โทษแต่อย่างใดเลยดังนั้นพวกเขาคือผู้ที่ธรรม เพราะพวกเขาเคารพบูชามัน อื่นจากอัลลอฮ์
ثُمَّ نُكِسُوا۟ عَلَىٰ رُءُوسِهِمْ لَقَدْ عَلِمْتَ مَا هَـٰٓؤُلَآءِ يَنطِقُونَ ﴿٦٥﴾
หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมาดื้อรั้นและปฏิเสธ แล้วพวกเขาก็กล่าวว่า "เจ้ารู้อยู่แล้ว โอ้อิบรอฮีม ว่าแท้จริงรูปปั้นนี้ไม่สามารถพูดได้ แล้วเจ้าใช้ให้เรา ถามมันได้อย่างไร? พวกเขาต้องการให้เป็นข้อโต้แย้งสำหรับพวกเขา แต่มันกลับเป็นข้อโต้แย้งที่สวนพวกเขาเอง
قَالَ أَفَتَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَنفَعُكُمْ شَيْـًۭٔا وَلَا يَضُرُّكُمْ ﴿٦٦﴾
อิบรอฮีมได้กล่าวในเชิงตำหนิพวกเขาว่า "พวกเจ้าจะเคารพบูชารูปปั้ นที่มันไม่ให้ประโยชน์และไม่ให้โทษอะไรแก่พวกเจ้านอกจากอัลลอฮ์กระนั้นหรือ? ทั้งที่พวกมันนั้นไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวมันเองให้พ้นจากอันตรายใดๆหรือนำประโยชน์มาให้กับพวกมันได้เลย"
أُفٍّۢ لَّكُمْ وَلِمَا تَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ ۖ أَفَلَا تَعْقِلُونَ ﴿٦٧﴾
เป็นที่น่ารังเกียจสำหรับพวกท่านและเป็นที่น่ารังเกียจสำหรับสิ่งที่พวกท่านเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ จากบรรดารูปปั้ นเหล่านี้ซึ่งมันไม่สามารถให้ ประโยชน์หรือให้โทษใดๆ ได้ พวกท่านจะไม่ใช้ปัญญาคิด และละทิ้งการเคารพบูชามันหรือ?!
قَالُوا۟ حَرِّقُوهُ وَٱنصُرُوٓا۟ ءَالِهَتَكُمْ إِن كُنتُمْ فَـٰعِلِينَ ﴿٦٨﴾
เมื่อพวกเขาพบว่าตัวเองไม่สามารถโต้ตอบอิบราฮีมด้วยหลักฐานได้ พวกเขาจึงใช้กำลังในการตอบโต้ พวกเขากล่าวว่า "จงเผาอิบรอฮีมเสียด้วยไฟ เพื่อเป็นการปกป้องบรรดารูปปั้ นของพวกเจ้า ที่เขาได้ทุบทำลาย หากพวกเจ้าคิดที่จะทำจริงๆ เพื่อเป็นการลงโทษเขา"
قُلْنَا يَـٰنَارُ كُونِى بَرْدًۭا وَسَلَـٰمًا عَلَىٰٓ إِبْرَٰهِيمَ ﴿٦٩﴾
เมื่อพวกเขาจุดไฟและได้โยนเขาลงไป เราได้กล่าวว่า "โอ้ไฟเอ๋ย จงเย็น และจงให้ความปลอดภัยแก่อิบรอฮีมเถิด" และมันก็เกิดขึ้นเช่นนั้น ทำให้เขาไม่ ได้รับภัยอันตรายจากสิ่งนั้นเลย
وَأَرَادُوا۟ بِهِۦ كَيْدًۭا فَجَعَلْنَـٰهُمُ ٱلْأَخْسَرِينَ ﴿٧٠﴾
และพวกกลุ่มชนของอิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม ต้องการกำจัดเขาด้วยการวางแผนร้ายด้วยการเผาเขา แต่เราได้ทำลายแผนของพวกเขา และทำให้พวก เขาพินาศและพ่ายแพ้
وَنَجَّيْنَـٰهُ وَلُوطًا إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِى بَـٰرَكْنَا فِيهَا لِلْعَـٰلَمِينَ ﴿٧١﴾
และเราได้ช่วยให้อิบรอฮีมและลูฏนั้นรอดปลอดภัย โดยเราได้นำเขาทั้งสองออกไปสู่แผ่นดินชามซึ่งเป็นแผ่นดินที่เราได้ให้ความจำเริญอุดมสมบูรณ์ เกิดขึ้นในแผ่นดินนั้น ด้วยการที่เราได้ให้มีบรรดานบีขึ้นในแผ่นดินนั้นและเราได้เพิ่มคุณค่าความดีทั้งหลายให้กับสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อยู่ในแผ่นดินนั้น และได้ประทานความดีต่างๆมากมายแก่ทุกสิ่งที่ถูกสร้าง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ل
وَوَهَبْنَا لَهُۥٓ إِسْحَـٰقَ وَيَعْقُوبَ نَافِلَةًۭ ۖ وَكُلًّۭا جَعَلْنَا صَـٰلِحِينَ ﴿٧٢﴾
และเราได้ให้บุตรแก่เขาชื่ออิสฮากหลังจากที่เขาได้วิงวอนขอบุตรต่อพระผู้อภิบาลของเขา และเราได้ให้ยะอ์กูบเพิ่มมาอีกคน(เป็นหลาน) และทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะเป็น อิบรอฮีมและลูกหลานของเขาอิสฮากและยะอฺกูบ เราได้ทำให้พวกเขาเป็นคนดีที่เชื่อฟังอัลลอฮ์
وَجَعَلْنَـٰهُمْ أَئِمَّةًۭ يَهْدُونَ بِأَمْرِنَا وَأَوْحَيْنَآ إِلَيْهِمْ فِعْلَ ٱلْخَيْرَٰتِ وَإِقَامَ ٱلصَّلَوٰةِ وَإِيتَآءَ ٱلزَّكَوٰةِ ۖ وَكَانُوا۟ لَنَا عَـٰبِدِينَ ﴿٧٣﴾
และเราได้ทำให้พวกเขาเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างแก่มวลมนุษย์ในทางที่ดี เรียกร้องผู้คนสู่การเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์องค์เดียว ด้วยการอนุมัติของ พระองค์ และเราได้ประทานโองการ (วะฮฺยู) เพื่อให้พวกเขาประกอบคุณงามความดี ธำรงการละหมาดที่สมบูรณ์ บริจาคทานซะกาต และพวกเขาก็เป็น ผู้เคารพภักดีต่อเราเท่านั้น
وَلُوطًا ءَاتَيْنَـٰهُ حُكْمًۭا وَعِلْمًۭا وَنَجَّيْنَـٰهُ مِنَ ٱلْقَرْيَةِ ٱلَّتِى كَانَت تَّعْمَلُ ٱلْخَبَـٰٓئِثَ ۗ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ قَوْمَ سَوْءٍۢ فَـٰسِقِينَ ﴿٧٤﴾
และสำหรับลูฏนั้น เราได้ให้ความสามารถในการตัดสินปัญหาระหว่างคู่กรณี และเราได้ให้ความรู้ที่เกี่ยวกับศาสนาแก่เขา และช่วยเขาให้พ้นจากการ ลงโทษ ที่เราได้ส่งมันลงมายังเมืองของเขา(เมืองซะดูม)ซึ่งชาวเมืองนั้นได้กระทำสิ่งที่น่ารังเกียจ แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ชั่วช้าและไม่ปฏิบัติ ตามพระผู้อภิบาลของพวกเขา
وَأَدْخَلْنَـٰهُ فِى رَحْمَتِنَآ ۖ إِنَّهُۥ مِنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٧٥﴾
และเราได้ให้เขาอยู่ในความเมตตาของเรา ในตอนที่เราได้ให้เขารอดพ้นจากภัยพิบัติที่ประสบแด่กลุ่มชนของเขา แท้จริงเขาเป็นคนหนึ่งในหมู่คนดีที่ ปฏิบัติในคำสั่งของเราและละทิ้งในสิ่งที่เราทรงห้าม
وَنُوحًا إِذْ نَادَىٰ مِن قَبْلُ فَٱسْتَجَبْنَا لَهُۥ فَنَجَّيْنَـٰهُ وَأَهْلَهُۥ مِنَ ٱلْكَرْبِ ٱلْعَظِيمِ ﴿٧٦﴾
และรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถึงเรื่องราวของนูหฺในตอนที่เขาได้ร้องขอต่ออัลลอฮ์ ก่อนการมาของอิบรอฮีมและลูฏ แล้วเราได้ตอบรับการร้องขอของ เขา โดยการตอบรับในสิ่งที่เขาร้องขอ และเราได้ช่วยเขาและครอบครัวของเขาที่ศรัทธาได้รอดพ้นจากภัยภิบัติครั้งใหญ่
وَنَصَرْنَـٰهُ مِنَ ٱلْقَوْمِ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَآ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ قَوْمَ سَوْءٍۢ فَأَغْرَقْنَـٰهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٧٧﴾
และเราได้ช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากอุบายของหมู่ชนที่ปฏิเสธต่อสิ่งที่เราได้สนับสนุนเขาที่เป็นสัญญาณต่างๆที่บ่งบอกถึงความสัจจริงของเขา แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ชั่วช้า แล้วเราได้ให้พวกเขาทั้งหมดจมน้ำตาย
وَدَاوُۥدَ وَسُلَيْمَـٰنَ إِذْ يَحْكُمَانِ فِى ٱلْحَرْثِ إِذْ نَفَشَتْ فِيهِ غَنَمُ ٱلْقَوْمِ وَكُنَّا لِحُكْمِهِمْ شَـٰهِدِينَ ﴿٧٨﴾
และจงรำลึกเถิด (โอ้เราะสูลเอ๋ย) ถึงเรื่องราวของดาวูดและลูกของเขาสุไลมาน อลัยฮิมัสสลาม ในตอนที่พวกเขาได้ตัดสินปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องของ ชายสองคน คนหนึ่งในนั้นคือผู้ที่มีฝูงแพะที่เข้าไปทำความเสียหายแก่ไร่นาของคนอื่น และเราเป็นพยานในการตัดสินของดาวูดและสุไลมาน และการ ตัดสินของทั้งสองนั้น จะไม่หายจากเราไปไหนเลย
فَفَهَّمْنَـٰهَا سُلَيْمَـٰنَ ۚ وَكُلًّا ءَاتَيْنَا حُكْمًۭا وَعِلْمًۭا ۚ وَسَخَّرْنَا مَعَ دَاوُۥدَ ٱلْجِبَالَ يُسَبِّحْنَ وَٱلطَّيْرَ ۚ وَكُنَّا فَـٰعِلِينَ ﴿٧٩﴾
ดังนั้น เราได้ทำให้สุไลมานเข้าใจถึงประเด็นที่เป็นปัญหา โดยไม่ให้ดาวูดผู้เป็นบิดาของเขาเข้าใจ และเราได้มอบให้ทั้งดาวูดและสุไลมานการเป็นนบีและ วิชาความรู้ที่เกี่ยวกับบทบัญญัติทางศาสนา โดยไม่ได้จำกัดแก่สุไลมานเพียงแค่คนเดียว และเราได้ทำให้ภูเขาได้สยบต่อดาวูด โดยจะสรรเสริญด้วย ทุกครั้งเมื่อเขาได้สรรเสริญ และเราได้ทำให้นกได้สยบแก่เขา และเราเป็นผู้กระทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งการให้ความเข้าใจ การให้ความเฉลียวฉลาด ความรู้และ การควบคุม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَعَلَّمْنَـٰهُ صَنْعَةَ لَبُوسٍۢ لَّكُمْ لِتُحْصِنَكُم مِّنۢ بَأْسِكُمْ ۖ فَهَلْ أَنتُمْ شَـٰكِرُونَ ﴿٨٠﴾
และเราได้สอนดาวูด (โดยไม่สอนสุไลมาน) ให้รู้การทำเสื้อเกราะเพื่อเป็นเกราะป้องกันจากอาวุธร้ายแรงต่อร่างกายของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าทั้งหลาย -โอ้มนุษย์เอ๋ย- จะเป็นผู้กตัญญูรู้คุณในความโปรดปรานที่อัลลอฮ์มอบให้บ้างไหม?
وَلِسُلَيْمَـٰنَ ٱلرِّيحَ عَاصِفَةًۭ تَجْرِى بِأَمْرِهِۦٓ إِلَى ٱلْأَرْضِ ٱلَّتِى بَـٰرَكْنَا فِيهَا ۚ وَكُنَّا بِكُلِّ شَىْءٍ عَـٰلِمِينَ ﴿٨١﴾
และเราได้ทำให้ลมได้สยบต่อสุไลมาน เราได้ทำให้ลมกลายเป็นพายุฝุ่นที่แรงตามคำบัญชาของเขา ที่สั่งให้ลมนั้นไปยังแผ่นดินชามซึ่งเราได้ให้ความ จำเริญ ณ ที่นั้น ด้วยการกำเนิดของบรรดานบีและการแพร่กระจายของสิ่งที่ดี ณ แผ่นดินนั้น และเราเป็นผู้รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง โดยที่ไม่มีอะไรที่จะ ปกปิดจากเราได้
وَمِنَ ٱلشَّيَـٰطِينِ مَن يَغُوصُونَ لَهُۥ وَيَعْمَلُونَ عَمَلًۭا دُونَ ذَٰلِكَ ۖ وَكُنَّا لَهُمْ حَـٰفِظِينَ ﴿٨٢﴾
และเราได้ทำให้ชัยฏอนบางตัวดำน้ำทะเลให้สุไลมานเพื่อนำไข่มุกมาและอื่นๆ และพวกเขาก็ทำงานอื่นจากนั้น เช่นก่อสร้าง และเราเป็นผู้ควบคุมพวก เขาเหล่านั้นทั้งจำนวนของพวกเขาและการงานของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดจะถูกซ่อนจากเรา
۞ وَأَيُّوبَ إِذْ نَادَىٰ رَبَّهُۥٓ أَنِّى مَسَّنِىَ ٱلضُّرُّ وَأَنتَ أَرْحَمُ ٱلرَّٰحِمِينَ ﴿٨٣﴾
และจงกล่าวรำลึก "โอ้เราะสูล ถึงเรื่องของอัยยูบ อลัยฮิสสลาม เมื่อเขาได้ร้องขอต่อพระผู้อภิบาลของเขา เมื่อครั้นที่เขาประสบกับความทุกข์ว่า โอ้พระ ผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันนั้นได้ประสบกับการป่วยและการจากลาของครอบครัว พระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงเมตตาทั้งมวล จงทำให้สิ่งที่ประสบแก่ ฉันนั้นได้ห่างหายไปจากฉันด้วยเถิด"
فَٱسْتَجَبْنَا لَهُۥ فَكَشَفْنَا مَا بِهِۦ مِن ضُرٍّۢ ۖ وَءَاتَيْنَـٰهُ أَهْلَهُۥ وَمِثْلَهُم مَّعَهُمْ رَحْمَةًۭ مِّنْ عِندِنَا وَذِكْرَىٰ لِلْعَـٰبِدِينَ ﴿٨٤﴾
ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องขอของเขา และเราได้ขจัดความทุกข์ยากออกจากชีวิตเขา และเราได้มอบให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่เขาขาดหายไปในอดีตกลับคืน มา ที่เป็นครอบครัวและลูกๆ และเราได้ให้แก่เขาเพิ่มจากเดิมเช่นเดียวกับที่เขาได้เคยมีมา และทั้งหมดนั้นเป็นความเมตตาจากเราให้แก่เขา และเพื่อ เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ที่เชื่อฟังเรา เพื่อให้มีความอดทนเสมือนการอดทนของอัยยูบل
وَإِسْمَـٰعِيلَ وَإِدْرِيسَ وَذَا ٱلْكِفْلِ ۖ كُلٌّۭ مِّنَ ٱلصَّـٰبِرِينَ ﴿٨٥﴾
และจงรำลึก -โอ้ท่านเราะสูล- ถึงเรื่องราวของอิสมาอีล อิดรีสและซัลกิฟลิ อลัยฮิมุสสลาม ซึ่งพวกเขาทุกคนนั้นเป็นผู้อดทนในการเผชิญกับภัยพิบัติ และในการปฏิบัติตามพระบัญชาของอัลลอฮ์ที่ได้มอบหมายให้พวกเขา
وَأَدْخَلْنَـٰهُمْ فِى رَحْمَتِنَآ ۖ إِنَّهُم مِّنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٨٦﴾
และเราได้ให้พวกเขาเข้าอยู่ในความเมตตาของเรา เราได้ทำให้พวกเขาเป็นนบีและเราได้ให้พวกเขาเข้าสวรรค์ แท้จริงพวกเขาเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮ์ ที่ ปฏิบัติตามเชื่อฟังต่อพระองค์ โดยเป็นบ่าวที่ดีทั้งภายนอกและภายใน
وَذَا ٱلنُّونِ إِذ ذَّهَبَ مُغَـٰضِبًۭا فَظَنَّ أَن لَّن نَّقْدِرَ عَلَيْهِ فَنَادَىٰ فِى ٱلظُّلُمَـٰتِ أَن لَّآ إِلَـٰهَ إِلَّآ أَنتَ سُبْحَـٰنَكَ إِنِّى كُنتُ مِنَ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٨٧﴾
และจงรำลึก -โอ้ท่านเราะสูล- ถึงเรื่องราวเจ้าแห่งปลาวาฬคือนบียูนุส อลัยฮิสสลาม เมื่อเขาได้จากไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าของเขา อัน เนื่องจากความโกรธที่มีต่อกลุ่มชนของเขาที่พวกเขานั้นดื้อด้าน แล้วเขาคิดว่าเราจะไม่ทำให้เขาได้รับความลำบาก ด้วยการลงโทษเขาจากการที่เขาจา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร กไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเราได้ทำให้เขาต้องประสบกับความคับแคบเมื่อครั้นที่ปลาวาฬได้กลืนเขา แล้วเขาจึงทำการวิงวอนในท่ามกลางความ มืดแห่งท้องปลา ความมืดแห่งท้องทะเล และกับเวลากลางคืนที่มืดมิด ด้วยการสำนึกในความผิดและกลับเนื้อกลับตัวขออภัยต่ออัลลอฮ์ แล้วเขาได้ กล่าวว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะที่เที่ยงแท้นอกจากกพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์และอำนาจแห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้ หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย"
فَٱسْتَجَبْنَا لَهُۥ وَنَجَّيْنَـٰهُ مِنَ ٱلْغَمِّ ۚ وَكَذَٰلِكَ نُـۨجِى ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٨٨﴾
ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องขอของเขา และเราได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ระทมด้วยการนำออกจากความมืดมนเหล่านั้น และนำออกจากท้อง ของปลาวาฬ และเช่นเดียวกับการช่วยเหลือยูนุสให้รอดปลอดภัยจากความทุกข์ยากนั้น เราก็จะช่วยบรรดาผู้ศรัทธาให้รอดปลอดภัยเช่นกัน หากพวก เขานั้นตกอยู่ในสภาพที่ทุกข์ยากและพวกเขาวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์
وَزَكَرِيَّآ إِذْ نَادَىٰ رَبَّهُۥ رَبِّ لَا تَذَرْنِى فَرْدًۭا وَأَنتَ خَيْرُ ٱلْوَٰرِثِينَ ﴿٨٩﴾
และจงรำลึกเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ถึงเรื่องราวของซะกะรียา อลัยฮิสสลาม เมื่อตอนที่เขาได้วิงวอนขอต่อพระเจ้าของเขาว่า "ข้าแด่พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์ ขอพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์อยู่อย่างเดียวดายโดยที่ไม่มีลูก และพระองค์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์ที่ดีที่สุด ดังนั้นขอพระองค์โปรด ประทานบุตรชายให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อให้เขาเป็นผู้สืบทายาทหลังจากฉัน"
فَٱسْتَجَبْنَا لَهُۥ وَوَهَبْنَا لَهُۥ يَحْيَىٰ وَأَصْلَحْنَا لَهُۥ زَوْجَهُۥٓ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ يُسَـٰرِعُونَ فِى ٱلْخَيْرَٰتِ وَيَدْعُونَنَا رَغَبًۭا وَرَهَبًۭا ۖ وَكَانُوا۟ لَنَا خَـٰشِعِينَ ﴿٩٠﴾
وكانوا لنا خشعين ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องขอของเขา และเราได้ประทานบุตรแก่เขาคือยะห์ยา และเราได้ทำการปรับปรุงภรรยาของเขาให้เป็นปกติแก่เขา จนทำให้ นางกลายเป็นผู้กำเนิดบุตรได้ หลังจากที่นางนั้นเป็นหมัน แท้จริงทั้งซะกะรียา ภรรยาของเขาและลูกของเขา ต่างก็มุ่งมั่นกันในการทำความดีและ พวกเขาวิงวอนต่อเราด้วยความหวังในผลบุญและเกรงกลัวต่อการลงโทษของเรา และพวกเขาเป็นผู้ถ่อมตนเกรงกลัวต่อเรา
وَٱلَّتِىٓ أَحْصَنَتْ فَرْجَهَا فَنَفَخْنَا فِيهَا مِن رُّوحِنَا وَجَعَلْنَـٰهَا وَٱبْنَهَآ ءَايَةًۭ لِّلْعَـٰلَمِينَ ﴿٩١﴾
และจงรำลึก -โอ้ท่านเราะสูล- ถึงเรื่องราวของนางมัรยัม อลัยฮัสสลาม ผู้ปกป้องเกียรติของนางจากการล่วงประเวณี แล้วอัลลอฮ์ได้ส่งญิบรีล อลัยฮิส สลาม มายังนาง โดยได้เป่าวิญญาณเข้าไปในร่างกายของนางแล้วนางก็ได้ตั้งครรภ์ อีซา อลัยฮิสสลาม นางและลูกชายของนาง อีซา เป็นสัญญาณ หนึ่งแก่มวลมนุษย์ที่แสดงถึงอำนาจความสามารถของอัลลอฮ์ โดยที่ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางพระองค์ได้ในการสร้างเขาขึ้นมาโดยที่ไม่มีพ่อ
إِنَّ هَـٰذِهِۦٓ أُمَّتُكُمْ أُمَّةًۭ وَٰحِدَةًۭ وَأَنَا۠ رَبُّكُمْ فَٱعْبُدُونِ ﴿٩٢﴾
แท้จริง นี่คือศาสนาของพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย เป็นศาสนาหนึ่งเดียว คือการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ซึ่งก็คือศาสนาอิสลาม และข้าคือพระผู้อภิบาลของ พวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงบริสุทธิ์ใจในการเคารพภักดีต่อข้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น
وَتَقَطَّعُوٓا۟ أَمْرَهُم بَيْنَهُمْ ۖ كُلٌّ إِلَيْنَا رَٰجِعُونَ ﴿٩٣﴾
และผู้คนได้แตกแยกกันในเรื่องของศาสนา ดังนั้นจึงทำให้บางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้ที่เชื่อในความเป็นเอกะของอัลลอฮ์และบางคนเป็นผู้ที่ตั้งภาคี เป็นผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและบางคนเป็นผู้ศรัทธา และพวกเขาทุกคนที่แตกแยกกันนั้น จะต้องกลับไปหาเราเพียงผู้เดียวในวันกิยามะฮ์ และเราจะ ตอบแทนพวกเขาตามการกระทำของพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَمَن يَعْمَلْ مِنَ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ وَهُوَ مُؤْمِنٌۭ فَلَا كُفْرَانَ لِسَعْيِهِۦ وَإِنَّا لَهُۥ كَـٰتِبُونَ ﴿٩٤﴾
ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเขาที่ประกอบคุณงามความดีต่างๆ โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์และวันสิ้นโลก ดังนั้นการงานที่ดี ของเขาจะไม่ถูกปิดกั้น (ปฏิเสธ) และยิ่งกว่านั้น อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนแก่เขาด้วยผลบุญที่ทวีคูณโดยที่เขาจะได้เห็นมันในบันทึกการงานของเขาใน วันแห่งการฟื้ นคืนชีพ และเขาก็มีความสุขกับสิ่งนั้น
وَحَرَٰمٌ عَلَىٰ قَرْيَةٍ أَهْلَكْنَـٰهَآ أَنَّهُمْ لَا يَرْجِعُونَ ﴿٩٥﴾
และเป็นไปไม่ได้ที่ชาวเมืองใดเมืองหนึ่ง ที่เราได้ทำลายพวกเขาเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาจะกลับไปยังโลกดุนยาอีกครั้ง เพื่อที่พวกเขา จะได้สำนึกในความผิดและการสำนึกของพวกเขาได้รับการตอบรับ
حَتَّىٰٓ إِذَا فُتِحَتْ يَأْجُوجُ وَمَأْجُوجُ وَهُم مِّن كُلِّ حَدَبٍۢ يَنسِلُونَ ﴿٩٦﴾
พวกเขาจะไม่ได้กลับไปอย่างแน่นอน แม้กระทั่งเมื่อกำแพงของ ยะอ์ญูจญ์ และมะอ์ญูจญ์ถูกเปิด และในวันนั้นพวกเขาจะออกมาจากที่สูงจากทุกแห่ง ของแผ่นดินอย่างรวดเร็ว
وَٱقْتَرَبَ ٱلْوَعْدُ ٱلْحَقُّ فَإِذَا هِىَ شَـٰخِصَةٌ أَبْصَـٰرُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ يَـٰوَيْلَنَا قَدْ كُنَّا فِى غَفْلَةٍۢ مِّنْ هَـٰذَا بَلْ كُنَّا ظَـٰلِمِينَ ﴿٩٧﴾
และเมื่อวันกิยามะฮ์ได้ใกล้เข้ามาโดยการออกมาของพวกเขา(ยะอ์ญูจญ์ และมะอ์ญูจญ์) และความน่าสะพรึงกลัวและความวุ่นวายของมันก็ได้ปรากฎขึ้น ทันใดนั้นสายตาของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเบิกกว้างอันเนื่องจากความน่ากลัวของเหตุการณ์ในวันนั้น พวกเขากล่าวว่า "โอ้ความหายนะของเรา" แท้จริงเราเคยใช้ชีวิตในโลกดุนยาในสภาพที่หลงระเริง และละเลยต่อการเตรียมการสำหรับวันที่ยิ่งใหญ่นี้ ยิ่งกว่านั้นเรายังเป็นผู้อธรรมด้วยการ ปฏิเสธศรัทธาและกระทำความชั่วอีกด้วย
إِنَّكُمْ وَمَا تَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ حَصَبُ جَهَنَّمَ أَنتُمْ لَهَا وَٰرِدُونَ ﴿٩٨﴾
แท้จริงพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคี- และสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ที่เป็นรูปปั้น และผู้ที่ยินดีในการเคารพบูชาของพวกเจ้าต่อเขาในหมู่ มนุษย์และญิน ทั้งหมดจะเป็นเชื้อเพลิงของไฟนรก พวกเจ้าและสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชาจะเข้าไปอยู่ในนั้นل
لَوْ كَانَ هَـٰٓؤُلَآءِ ءَالِهَةًۭ مَّا وَرَدُوهَا ۖ وَكُلٌّۭ فِيهَا خَـٰلِدُونَ ﴿٩٩﴾
หากสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชานั้นเป็นพระเจ้าจริง มันจะไม่เข้าไปในนรกพร้อมกับผู้ที่เคารพมันหรอก และทั้งหมดทั้งผู้ที่บูชาและที่ถูกบูชาจะอยู่ในนรก จะอยู่ในนั้นอย่างถาวรโดยไม่มีวันที่จะออกมาอีกเลย لهم فيها زفير وهم فيها لا يسمعون
لَهُمْ فِيهَا زَفِيرٌۭ وَهُمْ فِيهَا لَا يَسْمَعُونَ ﴿١٠٠﴾
สำหรับพวกเขาในนรกนั้น -อันเนื่องจากความเจ็บปวดที่แสนสาหัสที่พวกเขาต้องเผชิญนั้น- ทำให้พวกเขาหายใจอย่างรุนแรง และพวกเขาจะอยู่ใน นรกในสภาพที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เนื่องจากความน่าสะพรึงกลัวที่ได้ประสบกับพวกเขา
إِنَّ ٱلَّذِينَ سَبَقَتْ لَهُم مِّنَّا ٱلْحُسْنَىٰٓ أُو۟لَـٰٓئِكَ عَنْهَا مُبْعَدُونَ ﴿١٠١﴾
และในขณะที่พวกที่ตั้งภาคีกล่าวว่า "แท้จริงอีซาและมลาอีกะฮ์ที่ถูกเคารพบูชาก็จะเข้าไฟนรกด้วย" ดังนั้นอัลลอฮ์จึงตรัสว่า "แท้จริงบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ ทรงรู้มาก่อนว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีความสุข เช่น อีซา อลัยฮิสสลาม พวกเขาจะห่างไกลจากไฟนรก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
لَا يَسْمَعُونَ حَسِيسَهَا ۖ وَهُمْ فِى مَا ٱشْتَهَتْ أَنفُسُهُمْ خَـٰلِدُونَ ﴿١٠٢﴾
เสียงการเผาไหม้ของนรกญะฮันนัม จะไม่เข้าในหูของพวกเขาเลย และพวกเขาจะอยู่ในความสุขสำราญของชีวิตที่พวกเขาปรารถนา ความสุขสำราญ นั้นจะไม่ถูกตัดขาดจากพวกเขาตลอดไป
لَا يَحْزُنُهُمُ ٱلْفَزَعُ ٱلْأَكْبَرُ وَتَتَلَقَّىٰهُمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ هَـٰذَا يَوْمُكُمُ ٱلَّذِى كُنتُمْ تُوعَدُونَ ﴿١٠٣﴾
ความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ ในตอนที่นรกได้ทรมานผู้ที่อาศัยในนรก จะไม่ทำให้พวกเขาหวาดกลัวแต่อย่างใด และบรรดามลาอิกะฮ์จะต้อนรับพวกเขา ด้วยการทักทายพวกเขา โดยกล่าวว่า “วันนี่เป็นวันของพวกเจ้า ที่พวกเจ้าเคยได้รับสัญญานี้ไว้ตอนที่อยู่ในโลกดุนยา และที่พวกเจ้าเคยได้รับข่าวอัน น่ายินดีนี้ ด้วยสิ่งที่พวกเจ้าจะได้รับในส่วนที่เป็นความสุขต่างๆ”
يَوْمَ نَطْوِى ٱلسَّمَآءَ كَطَىِّ ٱلسِّجِلِّ لِلْكُتُبِ ۚ كَمَا بَدَأْنَآ أَوَّلَ خَلْقٍۢ نُّعِيدُهُۥ ۚ وَعْدًا عَلَيْنَآ ۚ إِنَّا كُنَّا فَـٰعِلِينَ ﴿١٠٤﴾
วันที่เราจะม้วนชั้นฟ้าเหมือนม้วนกระดาษพร้อมทุกสิ่งที่บันทึกในนั้น และเราจะรวบรวมสิ่งถูกสร้างทั้งหมดให้อยู่ในสภาพครั้งแรกที่พวกเขาถูกสร้าง เราสัญญาเช่นนั้น ซึ่งเป็นสัญญาที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แท้จริงเราทำในสิ่งที่เราสัญญาไว้อย่างแน่นอน
وَلَقَدْ كَتَبْنَا فِى ٱلزَّبُورِ مِنۢ بَعْدِ ٱلذِّكْرِ أَنَّ ٱلْأَرْضَ يَرِثُهَا عِبَادِىَ ٱلصَّـٰلِحُونَ ﴿١٠٥﴾
และที่แท้จริงนั้นเราได้บันทึกไว้ในบรรดาคัมภีร์ที่ได้ประทานแก่บรรดาเราะสูลหลังจากที่เราได้บันทึกใว้ในลูห์มะห์ฟูซว่า "แท้จริงแผ่นดินนั้นจะเป็น มรดกตกทอดแก่ปวงบ่าวของอัลลอฮที่ดีมีคุณธรรม เป็นผู้ที่เชื่อฟังพระองค์ และพวกเขาเหล่านั้นคือประชาชาติของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะ ซัลลัม" إن فى هذا لبلغا لقوم عبدين
إِنَّ فِى هَـٰذَا لَبَلَـٰغًۭا لِّقَوْمٍ عَـٰبِدِينَ ﴿١٠٦﴾
แท้จริงในสิ่งที่เราได้ประทานลงมาที่เป็นการตักเตือนเพื่อให้เกิดประโยชน์นั้น มันเพียงพอแล้วสำหรับกลุ่มชนที่จะเคารพภักดีต่อพระเจ้าของเขา ด้วย สิ่งที่พระองค์ได้บัญญัติไว้แก่พวกเขา ดังนั้น พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น
وَمَآ أَرْسَلْنَـٰكَ إِلَّا رَحْمَةًۭ لِّلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٠٧﴾
และเราไม่ได้ส่งเจ้า -โอ้มูฮัมมัด- มาเป็นเราะสูลเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ด้วยคุณลักษณะที่มีอยู่ในตัวเจ้าคือความ จริงจังในการชี้นำผู้คน(สู่คุณธรรมอันดีงาม) และช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากบทลงโทษของอัลลอฮ์
قُلْ إِنَّمَا يُوحَىٰٓ إِلَىَّ أَنَّمَآ إِلَـٰهُكُمْ إِلَـٰهٌۭ وَٰحِدٌۭ ۖ فَهَلْ أَنتُم مُّسْلِمُونَ ﴿١٠٨﴾
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แท้จริงฉันได้รับวะฮีย์มาจากพระเจ้าของฉัน แท้จริงพระเจ้าของพวกท่านที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้คือพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีภาคีใดร่วมกับพระองค์ พระองค์คืออัลลอฮ์ ดังนั้นจงศรัทธาต่อพระองค์และจงปฏิบัติด้วยการเชื่อฟังต่อพระองค์
فَإِن تَوَلَّوْا۟ فَقُلْ ءَاذَنتُكُمْ عَلَىٰ سَوَآءٍۢ ۖ وَإِنْ أَدْرِىٓ أَقَرِيبٌ أَم بَعِيدٌۭ مَّا تُوعَدُونَ ﴿١٠٩﴾
หากพวกเขาผินหลังให้ในสิ่งที่เจ้านำมา ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้ท่านเราะสูล ว่า ฉันได้แจ้งให้พวกท่านทราบแล้วว่า ฉันและพวกท่านอยู่ในสภาวะ เดียวกัน ไม่มีความแตกต่าง และฉันก็ไม่รู้ว่าการลงโทษของ อัลลอฮ์ที่ได้ทรงสัญญาไว้นั้นจะลงมาเมื่อไร بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
إِنَّهُۥ يَعْلَمُ ٱلْجَهْرَ مِنَ ٱلْقَوْلِ وَيَعْلَمُ مَا تَكْتُمُونَ ﴿١١٠﴾
แท้จริงอัลลอฮฺ์ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยที่เป็นคำพูดของพวกเจ้า และทรงรอบรู้ในคำพูดที่พวกเจ้าปกปิดไว้ ไม่มีสิ่งใดที่จะถูกซ่อนเร้นจาก พระองค์ได้ และพระองค์จะตอบแทนพวกเจ้าต่อการกระทำนั้น وإن أدرى لعله فتنة ل كم ومتع إلى حين
وَإِنْ أَدْرِى لَعَلَّهُۥ فِتْنَةٌۭ لَّكُمْ وَمَتَـٰعٌ إِلَىٰ حِينٍۢ ﴿١١١﴾
ฉันก็ไม่รู้บางทีการประวิงเวลาแห่งการลงโทษนั้น เป็นการทดสอบ และเป็นการล่อลวงพวกเจ้าก็ได้ และทำให้พวกเจ้าได้เพลิดเพลินไปกับเวลาสักระยะ หนึ่งตามกำหนดและการรอบรู้ของอัลลอฮ์เพื่อให้พวกเจ้าได้เหลิงในการปฏิเสธและการหลงผิดของพวกเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
قَـٰلَ رَبِّ ٱحْكُم بِٱلْحَقِّ ۗ وَرَبُّنَا ٱلرَّحْمَـٰنُ ٱلْمُسْتَعَانُ عَلَىٰ مَا تَصِفُونَ ﴿١١٢﴾
ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้วิงวอนขอต่อพระเจ้าของเขาว่า โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงตัดสินระหว่างพวกเราและกลุ่มชน ของเราที่จะยืนกรานในการปฏิเสธศรัทธาด้วยการตัดสินที่ถูกต้อง และด้วยพระเจ้าของเราผู้ทรงกรุณาปรานี พวกเราขอความช่วยเหลือ สำหรับสิ่งที่ พวกเจ้ากล่าวมาที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาและการกล่าวเท็จ ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร