سُورَةٌ أَنزَلْنَـٰهَا وَفَرَضْنَـٰهَا وَأَنزَلْنَا فِيهَآ ءَايَـٰتٍۭ بَيِّنَـٰتٍۢ لَّعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ ﴿١﴾
นี่คือสูเราะฮฺหนึ่งที่เราได้ประทานมันลงมา และเราได้กำหนดเป็นข้อบังคับให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของมัน และเราได้ประทานลงมาในสูเราะฮนั้นซึ่ง สัญญาณต่างๆ(ที่บ่งบอกถึงสัจธรรม)อันชัดแจ้ง เพื่อพวกเจ้าจักได้รำลึกใคร่ครวญถึงบทบัญญัติที่อยู่ในนั้น แล้วพวกเจ้าจะได้ปฏิบัติตามมัน
ٱلزَّانِيَةُ وَٱلزَّانِى فَٱجْلِدُوا۟ كُلَّ وَٰحِدٍۢ مِّنْهُمَا مِا۟ئَةَ جَلْدَةٍۢ ۖ وَلَا تَأْخُذْكُم بِهِمَا رَأْفَةٌۭ فِى دِينِ ٱللَّهِ إِن كُنتُمْ تُؤْمِنُونَ بِٱللَّهِ وَٱلْيَوْمِ ٱلْـَٔاخِرِ ۖ وَلْيَشْهَدْ عَذَابَهُمَا طَآئِفَةٌۭ مِّنَ ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٢﴾
หญิงโสดและชายโสดที่ผิดประเวณีนั้น พวกเจ้าจงเฆี่ยนทั้งสองคนนั้นคนละหนึ่งร้อยที และอย่าให้ความเมตตาสงสารต่อทั้งสองยับยั้งการกระทำของ พวกเจ้า โดยทำให้พวกเจ้าไม่ตัดสินลงโทษหรือลดโทษแก่เขาทั้งสองนั้นเป็นอันขาด หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลก และจงให้กลุ่มหนึ่ง ของบรรดาผู้ศรัทธาเป็นพยานในการลงโทษทั้งสอง เพื่อเป็นการเปิดเผยการลงโทษทั้งสองและเป็นการยับยั้งสำหรับเขาทั้งสองและคนอื่นๆ
ٱلزَّانِى لَا يَنكِحُ إِلَّا زَانِيَةً أَوْ مُشْرِكَةًۭ وَٱلزَّانِيَةُ لَا يَنكِحُهَآ إِلَّا زَانٍ أَوْ مُشْرِكٌۭ ۚ وَحُرِّمَ ذَٰلِكَ عَلَى ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٣﴾
เพราะความขยะแขยงของการผิดประเวณี อัลลอฮฺจึงได้ทรงกล่าวว่า ชายที่คุ้นเคยกับการทำซินาเขาไม่ต้องการจะสมรสกับใครนอกเสียจากหญิงที่ทำ ซินาเหมือนกับเขาหรือกับหญิงมุชริกะฮฺที่ไม่คอยระวังการทำซินาทั้งๆ ที่ไม่อนุญาติให้สมรสกับนางอยู่แล้ว และหญิงที่คุ้นเคยกับการทำซินานางไม่ ต้องการจะสมรสกับใครนอกเสียจากชายที่ทำซินาเหมือนกับนางหรือชายมุชริกที่ไม่คอยระวังการทำซินาทั้งๆ ที่การสมรสของนางกับเขาเป็นที่ต้อง ห้ามอยู่แล้ว และการสมรสกับชายหญิงที่ทำซินานั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาผู้ศรัทธา
وَٱلَّذِينَ يَرْمُونَ ٱلْمُحْصَنَـٰتِ ثُمَّ لَمْ يَأْتُوا۟ بِأَرْبَعَةِ شُهَدَآءَ فَٱجْلِدُوهُمْ ثَمَـٰنِينَ جَلْدَةًۭ وَلَا تَقْبَلُوا۟ لَهُمْ شَهَـٰدَةً أَبَدًۭا ۚ وَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْفَـٰسِقُونَ ﴿٤﴾
และบรรดาผู้ที่ใส่ร้ายบรรดาหญิงบริสุทธิ์ว่าทำซินา (และบรรดาชายบริสุทธิ์ก็เช่นกัน) แล้วพวกเขามิได้นำพยานสี่คนมายืนยันในสิ่งที่พวกเขาได้ใส่ร้าย ว่าทำซินานั้น โอ้ บรรดาผู้พิพากษาทั้งหลาย พวกเจ้าจงโบยพวกเขาแปดสิบที และพวกเจ้าอย่ารับการเป็นพยานของพวกเขาเป็นอันขาด ชนเหล่านั้นที่ ใส่ร้ายบรรดาหญิงบริสุทธิ์พวกเขาออกนอกกรอบการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ
إِلَّا ٱلَّذِينَ تَابُوا۟ مِنۢ بَعْدِ ذَٰلِكَ وَأَصْلَحُوا۟ فَإِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٥﴾
นอกจากบรรดาผู้ที่สำนึกผิดและขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺหลังจากนั้น และพวกเขาปรับปรุงการกระทำของตัวเองให้ดีขึ้น แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงตอบรับ การขออภัยโทษและการเป็นพยานของพวกเขา แท้จริงแล้วอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาสำหรับบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิดเสมอ
وَٱلَّذِينَ يَرْمُونَ أَزْوَٰجَهُمْ وَلَمْ يَكُن لَّهُمْ شُهَدَآءُ إِلَّآ أَنفُسُهُمْ فَشَهَـٰدَةُ أَحَدِهِمْ أَرْبَعُ شَهَـٰدَٰتٍۭ بِٱللَّهِ ۙ إِنَّهُۥ لَمِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٦﴾
และบรรดาผู้ชายที่กล่าวหาภรรยาของพวกเขา แต่พวกเขาไม่มีพยานนอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น ที่ยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวหานั้นเป็น ความจริง โดยการให้คนๆหนึ่งในหมู่พวกเขาได้ทำการยืนยันด้วยการกล่าวคำสาบานต่ออัลลอฮฺสี่ครั้ง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺว่า แท้จริงเขานั้นเป็นผู้ ที่พูดจริงในสิ่งที่เขาได้กล่าวหาว่าภรรยาของเขานั้นทำซินา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَٱلْخَـٰمِسَةُ أَنَّ لَعْنَتَ ٱللَّهِ عَلَيْهِ إِن كَانَ مِنَ ٱلْكَـٰذِبِينَ ﴿٧﴾
แล้วในการสาบานครั้งที่ห้านั้นเขาต้องขอแช่งตัวเองว่าสมควรได้รับการสาปแช่งจากอัลลอฮฺหากเขานั้นเป็นผู้กล่าวเท็จในสิ่งที่เขาได้ใส่ร้ายเธอ
وَيَدْرَؤُا۟ عَنْهَا ٱلْعَذَابَ أَن تَشْهَدَ أَرْبَعَ شَهَـٰدَٰتٍۭ بِٱللَّهِ ۙ إِنَّهُۥ لَمِنَ ٱلْكَـٰذِبِينَ ﴿٨﴾
สำหรับนางแล้วก็สมควรที่จะต้องถูกลงโทษ และนางจะพ้นจากการลงโทษนั้นก็ต่อเมื่อนางได้กล่าวคำสาบานต่ออัลลอฮฺสี่ครั้ง ว่าเขาเป็นผู้กล่าวเท็จที่ ใส่ร้ายนางว่าทำซินา
وَٱلْخَـٰمِسَةَ أَنَّ غَضَبَ ٱللَّهِ عَلَيْهَآ إِن كَانَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٩﴾
แล้วในการสาบานครั้งที่ห้านั้นให้นางแช่งตัวเองว่าความกริ้วของอัลลอฮฺจงมีแด่นางเอง หากเขาเป็นผู้ที่พูดจริงในสิ่งที่เขาได้กล่าวหานางไว้
وَلَوْلَا فَضْلُ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُۥ وَأَنَّ ٱللَّهَ تَوَّابٌ حَكِيمٌ ﴿١٠﴾
โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย และหากมิใช่ความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้า และความเมตตาของพระองค์ต่อพวกเจ้าแล้ว โดยที่พระองค์นั้นเป็นผู้ทรง อภัยโทษให้แก่บ่าวของที่พระองค์ที่ขอการอภัยโทษ เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการจัดการและการบัญญัติศาสนา แน่นอนพระองค์จะทรงลงโทษพวกเจ้า ด้วยเพราะบาปของพวกเจ้าอย่างเร่งด่วน และประจานเปิดเผยความผิดของพวกเจ้าر
إِنَّ ٱلَّذِينَ جَآءُو بِٱلْإِفْكِ عُصْبَةٌۭ مِّنكُمْ ۚ لَا تَحْسَبُوهُ شَرًّۭا لَّكُم ۖ بَلْ هُوَ خَيْرٌۭ لَّكُمْ ۚ لِكُلِّ ٱمْرِئٍۢ مِّنْهُم مَّا ٱكْتَسَبَ مِنَ ٱلْإِثْمِ ۚ وَٱلَّذِى تَوَلَّىٰ كِبْرَهُۥ مِنْهُمْ لَهُۥ عَذَابٌ عَظِيمٌۭ ﴿١١﴾
แท้จริงบรรดาผู้ที่นำข่าวเท็จมานั้น (คือข่าวการปรักปรำมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ว่าทำซินา) เป็นกลุ่มหนึ่งที่ขึ้นกับ พวกเจ้าเช่นกัน โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าได้คิดว่ามันเป็นผลร้ายแก่พวกเจ้า แต่ว่ามันเป็นผลดี เพราะในการนี้มีผลบุญเป็นการตอบแทน และเพื่อเป็นการขัดเกลาผู้ศรัทธา และในการนี้เช่นกันเป็นการยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ทุกคนที่ร่วมกันปรักปรำท่านหญิงอาอิ ชะฮฺว่าทำซินานั้นจะถูกตอบแทนในสิ่งที่เขาได้ขวนขวายไว้จากการทำบาปที่ได้พูดเท็จ และผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในเรื่องนี้ เขาผู้นั้นจะได้รับการลงโทษ อย่างมหันต์ ซึ่งหมายถึง ผู้นำบรรดามุนาฟิกีน อับดุลลอฮฺ บิน อุบัยฺ อิบนุ สะลูล
لَّوْلَآ إِذْ سَمِعْتُمُوهُ ظَنَّ ٱلْمُؤْمِنُونَ وَٱلْمُؤْمِنَـٰتُ بِأَنفُسِهِمْ خَيْرًۭا وَقَالُوا۟ هَـٰذَآ إِفْكٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿١٢﴾
เมื่อได้ยินข่าวเท็จอันยิ่งใหญ่นี้ ทำไมบรรดามุอฺมินีนและบรรดามุอฺมินะฮ จึงไม่คิดถึงความปลอดภัยของผู้ที่โดนกล่าวเท็จนั้นซึ่งเป็นพี่น้องร่วมศรัทธา ของเขาเอง และกล่าวว่า นี่เป็นเรื่องโกหกอย่างชัดแจ้ง
لَّوْلَا جَآءُو عَلَيْهِ بِأَرْبَعَةِ شُهَدَآءَ ۚ فَإِذْ لَمْ يَأْتُوا۟ بِٱلشُّهَدَآءِ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ عِندَ ٱللَّهِ هُمُ ٱلْكَـٰذِبُونَ ﴿١٣﴾
ทำไมบรรดาผู้ที่ใส่ร้ายมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺอันฮา ถึงไม่นำพยานสี่คนมาเพื่อเป็นการยืนยันถึงข้อเท็จจริงในสิ่งที่พวก เขาอ้างไว้ หากพวกเขาไม่นำพยานสี่คนมายืนยันเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว (ซึ่งพวกเขาไม่สามารถที่จะนำมาได้) ดังนั้นชนเหล่านั้น ณ อัลลอฮฺ คือกลุ่ม ชนผู้กล่าวเท็จ
وَلَوْلَا فَضْلُ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُۥ فِى ٱلدُّنْيَا وَٱلْـَٔاخِرَةِ لَمَسَّكُمْ فِى مَآ أَفَضْتُمْ فِيهِ عَذَابٌ عَظِيمٌ ﴿١٤﴾
และหากมิใช่ความโปรดปรานของอัลลอฮฺและความเมตตาของพระองค์แก่พวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย)โดยที่พระองค์ไม่ทรงรีบร้อนในการ ลงโทษพวกเจ้า และได้ตอบรับผู้ที่กลับตัวกลับใจในหมู่พวกเจ้าแล้ว แน่นอนพวกเจ้าต้องประสบกับการลงโทษอย่างมหันต์ ในสิ่งที่พวกเจ้าเข้าไปยุ่งเ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร กี่ยวในการกล่าวเท็จและใส่ร้ายต่อมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหญิงอาอิชะฮฺ
إِذْ تَلَقَّوْنَهُۥ بِأَلْسِنَتِكُمْ وَتَقُولُونَ بِأَفْوَاهِكُم مَّا لَيْسَ لَكُم بِهِۦ عِلْمٌۭ وَتَحْسَبُونَهُۥ هَيِّنًۭا وَهُوَ عِندَ ٱللَّهِ عَظِيمٌۭ ﴿١٥﴾
(จงรู้เถิด)ตอนที่พวกเจ้าได้เล่าและแพร่ขยายเรื่องเท็จนี้ระหว่างพวกเจ้าด้วยกันทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องเท็จ ซึ่งพวกเจ้าพูดกันในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้และคิด ว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่ ณ อัลลอฮฺนั้น มันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะในนั้นมีการกล่าวเท็จและปรักปรำผู้บริสุทธิ์
وَلَوْلَآ إِذْ سَمِعْتُمُوهُ قُلْتُم مَّا يَكُونُ لَنَآ أَن نَّتَكَلَّمَ بِهَـٰذَا سُبْحَـٰنَكَ هَـٰذَا بُهْتَـٰنٌ عَظِيمٌۭ ﴿١٦﴾
และตอนที่พวกเจ้าได้ยินถึงการกล่าวร้ายนั้น ทำไมพวกเจ้าจึงไม่กล่าวว่า "มันไม่บังควรที่เราจะพูดถึงเรื่องน่ารังเกียจนี้ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ผู้เป็น พระผู้อภิบาลของเรา นี่คือสิ่งที่พวกเขาได้ปรักปรำท่านหญิงอาอีชะฮฺซึ่งถือว่ามันเป็นการกล่าวเท็จอย่างมหันต์"
يَعِظُكُمُ ٱللَّهُ أَن تَعُودُوا۟ لِمِثْلِهِۦٓ أَبَدًا إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ ﴿١٧﴾
อัลลอฮฺได้ตักเตือนพวกเจ้า เพื่อมิให้พวกเจ้ากลับไปทำเช่นการกล่าวร้ายแบบนี้อีก โดยการปรักปรำผู้บริสุทธิ์ว่าทำความชั่ว (ผิดประเวณี) หากพวกเจ้า เป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
وَيُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلْـَٔايَـٰتِ ۚ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌ ﴿١٨﴾
และอัลลอฮฺทรงชี้แจงโองการทั้งหลายอย่างชัดเจนแก่พวกเจ้าที่ครอบคลุมถึงบทบัญญัติและข้อตักเตือนต่างๆ ของพระองค์ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรง รอบรู้ถึงการกระทำของพวกเจ้า โดยไม่มีสิ่งใดจะถูกปกปิดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าในสิ่งที่ได้กระทำไว้ และ อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการจัดการและการบัญญัติ
إِنَّ ٱلَّذِينَ يُحِبُّونَ أَن تَشِيعَ ٱلْفَـٰحِشَةُ فِى ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ فِى ٱلدُّنْيَا وَٱلْـَٔاخِرَةِ ۚ وَٱللَّهُ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ﴿١٩﴾
تعلمون แท้จริงบรรดาผู้ที่ชอบเผยแพร่ความชั่วในหมู่ผู้ศรัทธานั้น เช่น การแพร่เรื่องการปรักปรำผู้อื่นว่าทำซินา พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวดใน โลกนี้ด้วยการลงโทษพวกเขา (โบยแปดสิบที) และในโลกหน้าพวกเขาจะถูกลงโทษด้วยไฟนรก และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวเท็จไว้ และบั้นปลายการงานของบ่าวของพระองค์ และพระองค์ทรงรอบรู้ถึงผลประโยชน์ของพวกเขา และพวกเจ้าไม่รู้ถึงสิ่งนั้นเลย
وَلَوْلَا فَضْلُ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُۥ وَأَنَّ ٱللَّهَ رَءُوفٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٢٠﴾
โอ้บรรดาผู้กล่าวเท็จทั้งหลาย หากมิใช่ความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้าและความเมตตาของพระองค์ และหากอัลลอฮฺไม่เป็นผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรง เมตตาแก่พวกเจ้าแล้ว แน่นอนพระองค์จะทรงเร่งรีบในการลงโทษพวกเจ้าโดยทันที
۞ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ لَا تَتَّبِعُوا۟ خُطُوَٰتِ ٱلشَّيْطَـٰنِ ۚ وَمَن يَتَّبِعْ خُطُوَٰتِ ٱلشَّيْطَـٰنِ فَإِنَّهُۥ يَأْمُرُ بِٱلْفَحْشَآءِ وَٱلْمُنكَرِ ۚ وَلَوْلَا فَضْلُ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَتُهُۥ مَا زَكَىٰ مِنكُم مِّنْ أَحَدٍ أَبَدًۭا وَلَـٰكِنَّ ٱللَّهَ يُزَكِّى مَن يَشَآءُ ۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌۭ ﴿٢١﴾
ه ه عليم โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและทำตามบทบัญญัติของพระองค์เอ๋ย พวกเจ้าอย่าปฎิบัติตามวิถีต่างๆของชัยฏอน ที่เขาได้ทำให้เกิดการหลงใหลในสิ่ง ที่ไม่เป็นความจริง และผู้ใดปฎิบัติตามวิถีต่างๆของชัยฏอน แท้จริงมันจะใช้ให้ทำสิ่งที่น่ารังเกียจที่มาจากคำพูดและจากการกระทำและใช้ให้ทำในสิ่งที่ ศาสนาได้ห้ามไว้ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย และหากมิใช่ความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้า ก็จะไม่มีผู้ใดเลยในหมู่พวกเจ้าจะชำระตัวเองให้บริสุทธิ์ถึง แม้ด้วยการขอเตาบะฮฺก็ตาม แต่อัลลอฮฺจะทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้รับความบริสุทธิ์ด้วยการตอบรับการเตาบะฮฺของเขา และอัลลอฮฺเป็นผู้ทร بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร งได้ยินในคำพูดต่างๆของพวกเจ้า ผู้ทรงรอบรู้ในการกระทำต่างๆของพวกเจ้า และไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรง ตอบแทนพวกเจ้าตามการงานที่ได้กระทำไว้
وَلَا يَأْتَلِ أُو۟لُوا۟ ٱلْفَضْلِ مِنكُمْ وَٱلسَّعَةِ أَن يُؤْتُوٓا۟ أُو۟لِى ٱلْقُرْبَىٰ وَٱلْمَسَـٰكِينَ وَٱلْمُهَـٰجِرِينَ فِى سَبِيلِ ٱللَّهِ ۖ وَلْيَعْفُوا۟ وَلْيَصْفَحُوٓا۟ ۗ أَلَا تُحِبُّونَ أَن يَغْفِرَ ٱللَّهُ لَكُمْ ۗ وَٱللَّهُ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌ ﴿٢٢﴾
และผู้มีเกียรติในศาสนาและผู้มั่งมีในทรัพย์สินเงินทอง อย่าได้สาบานที่จะไม่ให้ความช่วยเหลือแก่ญาติสนิทที่มีความจำเป็นเพราะความยากจนของ พวกเขาที่เป็นผู้อพยพในหนทางของอัลลอฮฺ เพราะความผิดที่พวกเขาได้กระทำไว้ จงอภัยและยกโทษในความผิดของพวกเขา พวกเจ้าไม่ชอบหรือที่จะ ให้อัลลอฮฺได้ทรงอภัยให้แก่พวกเจ้าเมื่อพวกเจ้าได้ให้อภัยและยกโทษแก่พวกเขา และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยแก่บ่าวของพระองค์ที่กลับตัว ผู้ทรง เมตตาแก่พวกเขาเสมอ ฉะนั้นผู้เป็นบ่าวของพระองค์ควรยึดพระองค์เป็นตัวอย่าง อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเมื่อครั้งที่อบูบักรฺ อัซ-ซิดดีด เราะ ฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้สาบานที่จะล้มเลิกให้ความช่วยเหลือ แก่มิสเตาะฮฺที่เขาได้เข้าร่วมกันกล่าวเท็จ(ใส่ร้ายท่านหญิงอาอีชะฮฺ)
إِنَّ ٱلَّذِينَ يَرْمُونَ ٱلْمُحْصَنَـٰتِ ٱلْغَـٰفِلَـٰتِ ٱلْمُؤْمِنَـٰتِ لُعِنُوا۟ فِى ٱلدُّنْيَا وَٱلْـَٔاخِرَةِ وَلَهُمْ عَذَابٌ عَظِيمٌۭ ﴿٢٣﴾
แท้จริงบรรดาผู้ปรักปรำใส่ร้ายบรรดาหญิงบริสุทธิ์ หญิงผู้ศรัทธาที่หัวใจของพวกนางไม่มีแม้จะคิดเรื่องการผิดประเวณี พวกเขา(ที่ใส่ร้ายนั้น)จะไกล ห่างจากความเมตตาของอัลลอฮฺทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างมหันต์ในโลกหน้า يوم تشهد عليهم ألسنتهم وأيديهم وأرجلهم بما كانوايعملون
يَوْمَ تَشْهَدُ عَلَيْهِمْ أَلْسِنَتُهُمْ وَأَيْدِيهِمْ وَأَرْجُلُهُم بِمَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٢٤﴾
พวกเขาจะได้รับการลงโทษในวันปรโลก วันที่ลิ้นของพวกเขาจะเป็นพยานยืนยันต่อพวกเขาตามที่พวกเขาได้พูดเท็จมา มือของพวกเขา และเท้าของ พวกเขา จะเป็นพยานยืนยันต่อพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้
يَوْمَئِذٍۢ يُوَفِّيهِمُ ٱللَّهُ دِينَهُمُ ٱلْحَقَّ وَيَعْلَمُونَ أَنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلْحَقُّ ٱلْمُبِينُ ﴿٢٥﴾
ในวันนั้นอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนพวกเขาตามส่วนที่พวกเขาจะต้องได้รับโดยครบอย่างยุติธรรม และพวกเขาจะรู้ว่า แท้จริงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอา ลานั้น พระองค์คือผู้ทรงสัจจะ ทุกอย่างที่มาจากพระองค์ ทั้งที่เป็นเรื่องราว หรือคำสัญญาการตอบแทนความดี หรือคำสัญญาการลงโทษ ทั้งหมดนั้น เป็นความจริง ชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยใดๆ
ٱلْخَبِيثَـٰتُ لِلْخَبِيثِينَ وَٱلْخَبِيثُونَ لِلْخَبِيثَـٰتِ ۖ وَٱلطَّيِّبَـٰتُ لِلطَّيِّبِينَ وَٱلطَّيِّبُونَ لِلطَّيِّبَـٰتِ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ مُبَرَّءُونَ مِمَّا يَقُولُونَ ۖ لَهُم مَّغْفِرَةٌۭ وَرِزْقٌۭ كَرِيمٌۭ ﴿٢٦﴾
مغفرة ورزق كريم ทุกสิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นชายหรือหญิง จะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ล้วนแล้วจะเหมาะสมและคู่ควรกับสิ่งที่ไม่ดีนั้นๆ และทุกสิ่งที่ดีจากสิ่ง เหล่านั้นก็จะเหมาะสมและคู่ควรกับสิ่งที่ดี บรรดาคนดีเหล่านั้นทั้งชายและหญิงพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จากสิ่งที่เหล่าคนชั่วทั้งชายและหญิงได้กล่าวใส่ ร้ายต่อพวกเขา สำหรับพวกเขา (คนดี) จะได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ พระองค์จะอภัยโทษบาปของพวกเขาและสำหรับพวกเขาจะได้รับเครื่องยังชีพ อันมีเกียรติ นั้นก็คือสรวงสวรรค์ของอัลลอฮฺ
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ لَا تَدْخُلُوا۟ بُيُوتًا غَيْرَ بُيُوتِكُمْ حَتَّىٰ تَسْتَأْنِسُوا۟ وَتُسَلِّمُوا۟ عَلَىٰٓ أَهْلِهَا ۚ ذَٰلِكُمْ خَيْرٌۭ لَّكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ ﴿٢٧﴾
تذك رون โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และทำตามบทบัญญัติของพระองค์เอ๋ย พวกเจ้าอย่าเข้าไปในบ้านใดบ้านหนึ่ง อื่นจากบ้านของพวกเจ้า จนกว่าจะขอ อนุญาตจากเจ้าของบ้านเสียก่อน ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาพวกเขา และให้สลามแด่พวกเขาโดยการกล่าวสลามและขออนุญาต (อัส-สะลามุ อะลัยกุม ฉัน เข้าไปได้ไหม?) การขออนุญาตดังกล่าวที่พวกเจ้าถูกสั่งให้ปฏิบัตินั้นเป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้าที่จะเดินเข้าไปอย่างกะทันหัน เผื่อว่าพวกเจ้าจะ ใคร่ครวญในสิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสั่ง แล้วนำไปปฏิบัติตาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَإِن لَّمْ تَجِدُوا۟ فِيهَآ أَحَدًۭا فَلَا تَدْخُلُوهَا حَتَّىٰ يُؤْذَنَ لَكُمْ ۖ وَإِن قِيلَ لَكُمُ ٱرْجِعُوا۟ فَٱرْجِعُوا۟ ۖ هُوَ أَزْكَىٰ لَكُمْ ۚ وَٱللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ عَلِيمٌۭ ﴿٢٨﴾
ดังนั้นหากพวกเจ้าไม่พบผู้ใดในบ้านนั้นก็อย่าเข้าไปจนกว่าจะได้รับอนุญาตแก่พวกเจ้าจากผู้ที่มีสิทธิ์ในการให้อนุญาตได้ และเมื่อเจ้าของบ้านกล่าวแก่ พวกเจ้าว่า จงกลับไป ก็จงกลับไปและห้ามเข้าไป เพราะการกระทำเช่นนั้นมันจะบริสุทธิ์กว่าสำหรับพวกเจ้า ณ อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวก เจ้ากระทำ และการกระทำของพวกเจ้าจะไม่ถูกซ่อนไว้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการงานของพวกเจ้า
لَّيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَن تَدْخُلُوا۟ بُيُوتًا غَيْرَ مَسْكُونَةٍۢ فِيهَا مَتَـٰعٌۭ لَّكُمْ ۚ وَٱللَّهُ يَعْلَمُ مَا تُبْدُونَ وَمَا تَكْتُمُونَ ﴿٢٩﴾
ไม่ถือเป็นความผิดแก่พวกเจ้าที่จะเข้าไปในสถานที่พักอาศัยสาธารณะที่ไม่ใช่ส่วนบุคคลโดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ชน เช่น ห้องสมุด ร้านค้าในตลาด และอัลลอฮฺทรงรู้ดีสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยจากการกระทำและความเป็นอยู่ของพวกเจ้า และสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดไว้ สิ่ง นั้นจะไม่ถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการงานของพวกเจ้า
قُل لِّلْمُؤْمِنِينَ يَغُضُّوا۟ مِنْ أَبْصَـٰرِهِمْ وَيَحْفَظُوا۟ فُرُوجَهُمْ ۚ ذَٰلِكَ أَزْكَىٰ لَهُمْ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرٌۢ بِمَا يَصْنَعُونَ ﴿٣٠﴾
โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่ชายผู้ศรัทธาทั้งหลายเถิด ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ จากการมองสิ่งที่ไม่อนุญาตให้มอง เช่น ผู้หญิงและเอา เราะฮ์ และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขาไม่ให้ทำในสิ่งที่ต้องห้ามและอย่าเปิดเผยมัน โดยการลดสายตาลงต่ำต่อสิ่งอัลลอฮ์ทรงห้ามไว้และ รักษาอวัยวะเพศนั้นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา ณ ที่อัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามที่ได้กระทำไว้
وَقُل لِّلْمُؤْمِنَـٰتِ يَغْضُضْنَ مِنْ أَبْصَـٰرِهِنَّ وَيَحْفَظْنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنْهَا ۖ وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَىٰ جُيُوبِهِنَّ ۖ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوْ ءَابَآئِهِنَّ أَوْ ءَابَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوْ أَبْنَآئِهِنَّ أَوْ أَبْنَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوْ إِخْوَٰنِهِنَّ أَوْ بَنِىٓ إِخْوَٰنِهِنَّ أَوْ بَنِىٓ أَخَوَٰتِهِنَّ أَوْ نِسَآئِهِنَّ أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُهُنَّ أَوِ ٱلتَّـٰبِعِينَ غَيْرِ أُو۟لِى ٱلْإِرْبَةِ مِنَ ٱلرِّجَالِ أَوِ ٱلطِّفْلِ ٱلَّذِينَ لَمْ يَظْهَرُوا۟ عَلَىٰ عَوْرَٰتِ ٱلنِّسَآءِ ۖ وَلَا يَضْرِبْنَ بِأَرْجُلِهِنَّ لِيُعْلَمَ مَا يُخْفِينَ مِن زِينَتِهِنَّ ۚ وَتُوبُوٓا۟ إِلَى ٱللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَ ٱلْمُؤْمِنُونَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ ﴿٣١﴾
ى ى และจงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) แก่บรรดาหญิงผู้ศรัทธา ให้ลดสายตาของพวกนางลงต่ำจากการมองในสิ่งที่ไม่อนุญาตให้พวกนางมอง เช่น เอาเราะฮฺ ต่างๆ (ส่วนอันพึงปกปิด) และให้พวกนางรักษาอวัยวะเพศของพวกนางด้วยการห่างไกลจากซินา(ผิดประเวณี)และปกปิดร่างกายของพวกนาง และ อย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกนางต่อหน้าชายที่สามารถแต่งงานกับพวกนางได้เว้นแต่สิ่งที่เปิดเผยไม่สามารถซ่อนได้เช่นเสื้อผ้า และให้พวกนาง ดึงผ้าคลุมปิดส่วนบนของเสื้อผ้าเพื่อปกปิดศีรษะ ใบหน้า และลำคอของพวกนาง และอย่าให้นางเปิดเผยเครื่องประดับของพวกนางเว้นแต่แก่สามี ของพวกนาง หรือบิดาของพวกนาง หรือบิดาของสามีของนางหรือลูกชายของนาง หรือลูกชายของสามีของพวกนาง หรือพี่ชายน้องชายของพวก นาง หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกนาง หรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกนาง หรือบรรดาผู้หญิงของพวกนางที่ไว้ไจได้ ทั้งทีเป็นหญิง ผู้ศรัทธาหรือหญิงผู้ปฏิเสธศรัทธา หรือบรรดาผู้ที่อยู่ในความครอบครองของนาง เช่น ทาสชายและหญิง หรือคนใช้ผู้ชายที่ไร้ความต้องการทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิงเพราะยังเล็กอยู่ และอย่าให้พวกนางกระทืบเท้าของพวกนางเพื่อให้ผู้อื่นรู้ถึงสิ่งที่พวกนางปกปิดจาก เครื่องประดับของพวกนาง เช่น ข้อเท้าหรือเครื่องประดับที่ใกล้เคียง โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าทั้งหลายจงขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺเถิด ในสิ่งที่ พวกเจ้าได้มองและกระทำสิ่งอื่นๆ เพื่อหวังให้พวกเจ้าได้บรรลุในสิ่งที่ต้องการ และรอดพ้นจากสิ่งที่พวกเจ้าหวาดกลัว بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَأَنكِحُوا۟ ٱلْأَيَـٰمَىٰ مِنكُمْ وَٱلصَّـٰلِحِينَ مِنْ عِبَادِكُمْ وَإِمَآئِكُمْ ۚ إِن يَكُونُوا۟ فُقَرَآءَ يُغْنِهِمُ ٱللَّهُ مِن فَضْلِهِۦ ۗ وَٱللَّهُ وَٰسِعٌ عَلِيمٌۭ ﴿٣٢﴾
وسع عليم โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงจัดแต่งงานให้แก่ผู้ชายที่ไม่มีภรรยาและผู้หญิงที่ไม่มีสามี และจงจัดแต่งงานให้แก่ผู้ศรัทธาที่เป็นทาสชายและ ทาสหญิงของพวกเจ้า หากพวกเขายากจน อัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นจากความโปรดปรานอันไพศาลของพระองค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรง ไพบูลย์ต่อปัจจัยยังชีพ ปัจจัยยังชีพของพระองค์จะไม่ลดด้วยกับการให้คนหนึ่งคนใดรวย และผู้ทรงรอบรู้ถึงสถานะภาพบ่าวของพระองค์
وَلْيَسْتَعْفِفِ ٱلَّذِينَ لَا يَجِدُونَ نِكَاحًا حَتَّىٰ يُغْنِيَهُمُ ٱللَّهُ مِن فَضْلِهِۦ ۗ وَٱلَّذِينَ يَبْتَغُونَ ٱلْكِتَـٰبَ مِمَّا مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُكُمْ فَكَاتِبُوهُمْ إِنْ عَلِمْتُمْ فِيهِمْ خَيْرًۭا ۖ وَءَاتُوهُم مِّن مَّالِ ٱللَّهِ ٱلَّذِىٓ ءَاتَىٰكُمْ ۚ وَلَا تُكْرِهُوا۟ فَتَيَـٰتِكُمْ عَلَى ٱلْبِغَآءِ إِنْ أَرَدْنَ تَحَصُّنًۭا لِّتَبْتَغُوا۟ عَرَضَ ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا ۚ وَمَن يُكْرِههُّنَّ فَإِنَّ ٱللَّهَ مِنۢ بَعْدِ إِكْرَٰهِهِنَّ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٣٣﴾
และบรรดาผู้ที่ยังไม่มีโอกาสแต่งงาน เพราะความยากจนของพวกเขา ก็จงให้พวกเขาสงวนตัวจากการทำผิดประเวณี จนกว่าอัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขา ร่ำรวยขึ้นจากความโปรดปรานอันกว้างขวางของพระองค์ และบรรดาผู้ที่ต้องการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสด้วยการจ่ายเงินไถ่ตัวเอง นั้น ดังนั้นจำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นนายของพวกเขานั้น ตอบรับคำขอของพวกเขาถ้ารู้ว่าพวกเขามีความสามารถในการจ่ายค่าไถ่และประพฤติดีในศาสนา และจำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นนายคือบริจาคแก่พวกเขา(ทาส)ซึ่งทรัพย์สมบัติของอัลลอฮฺที่พระองค์ทรงประทานให้ ด้วยการลดค่าไถ่ส่วนหนึ่งให้พวกเขา และพวกเจ้าอย่าบังคับบรรดาทาสหญิงของพวกเจ้าให้ทำผิดประเวณีเพื่อหาเงิน (เหมือนที่อับดุลลอฮฺ บิน อุบัยฺทำกับทาสหญิงของเขาสองคนตอนที่ นางทั้งสองได้ขอการสงวนตัวและห่างไกลจากการทำผิดประเวณี) และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าบังคับพวกนางเช่นนั้น แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงอภัยในบาป ของพวกนางหลังจากการบังคับนั้นได้เกิดขึ้นแก่พวกนาง และทรงเมตตาแก่พวกนาง เพราะพวกนางถูกบังคับ และบาปนั้นจะตกอยู่กับผู้ที่บังคับ พวกนาง
وَلَقَدْ أَنزَلْنَآ إِلَيْكُمْ ءَايَـٰتٍۢ مُّبَيِّنَـٰتٍۢ وَمَثَلًۭا مِّنَ ٱلَّذِينَ خَلَوْا۟ مِن قَبْلِكُمْ وَمَوْعِظَةًۭ لِّلْمُتَّقِينَ ﴿٣٤﴾
และโดยแน่นอน เราได้ประทานโองการต่าง ๆ อันชัดแจ้งโดยไม่มีข้อสงสัยใด ๆ แก่พวกเจ้าแล้ว (โอ้ มนุษย์เอ๋ย ) และเราได้ประทานอุทาหรณ์จากบรรดา ผู้ได้ล่วงลับไปก่อนพวกเจ้าจากบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา และเราได้ประทานข้อตักเตือนเพื่อเตือนแก่บรรดาผู้ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของ พวกเขาโดยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์
۞ ٱللَّهُ نُورُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ مَثَلُ نُورِهِۦ كَمِشْكَوٰةٍۢ فِيهَا مِصْبَاحٌ ۖ ٱلْمِصْبَاحُ فِى زُجَاجَةٍ ۖ ٱلزُّجَاجَةُ كَأَنَّهَا كَوْكَبٌۭ دُرِّىٌّۭ يُوقَدُ مِن شَجَرَةٍۢ مُّبَـٰرَكَةٍۢ زَيْتُونَةٍۢ لَّا شَرْقِيَّةٍۢ وَلَا غَرْبِيَّةٍۢ يَكَادُ زَيْتُهَا يُضِىٓءُ وَلَوْ لَمْ تَمْسَسْهُ نَارٌۭ ۚ نُّورٌ عَلَىٰ نُورٍۢ ۗ يَهْدِى ٱللَّهُ لِنُورِهِۦ مَن يَشَآءُ ۚ وَيَضْرِبُ ٱللَّهُ ٱلْأَمْثَـٰلَ لِلنَّاسِ ۗ وَٱللَّهُ بِكُلِّ شَىْءٍ عَلِيمٌۭ ﴿٣٥﴾
ى ه ه ه อัลลอฮฺทรงเป็นแสงสว่างแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและเป็นผู้ชี้นำแก่ทุกสิ่งที่อยู่ในทั้งสอง แสงสว่างของพระองค์ในดวงใจของผู้ศรัทธานั้น เสมือนดัง (แสงสว่างของ) ตะเกียงในช่องผนังที่ไม่มีช่องทะลุ ตะเกียงนั้นอยู่ในโคมแก้วที่เรืองแสง เสมือนดวงดาวที่ประกายแสง และตะเกียงนั้นได้ ถูกจุดจากน้ำมันของต้นไม้ที่มีความจำเริญคือต้นมะกอก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ไม่มีสิ่งใดๆจะบดบังมันจากแสงอาทิตย์ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ด้วย ความใสบริสุทธิ์ของน้ำมันนั้น มันเกือบจะส่องแสงออกมาด้วยตัวของมันเองถึงแม้ว่าจะไม่มีไฟจุดมันก็ตาม แล้วถ้ามันโดนไฟจุดขึ้นมา มันจะเป็น อย่างไร?! แสงสว่างของตะเกียงซ้อนแสงสว่างของโคมไฟ และนี่เหละคือดวงใจของผู้ศรัทธาเมื่อใดที่ถูกส่องด้วยแสงฮิดายะฮฺ และอัลลอฮฺทรงให้ความ ง่ายดายในการปฏิบัติตามคัมภีร์อัลกรุอ่านให้กับบ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺทรงชี้ชัดสิ่งต่างๆ ด้วยสิ่งที่คล้ายคลึงกันเพื่อ มนุษย์ได้เกิดความกระจ่างโดยการยกอุทาหรณ์ทั้งหลายมา และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง จะไม่มีสิ่งใดที่จะถูกซ่อนไว้
فِى بُيُوتٍ أَذِنَ ٱللَّهُ أَن تُرْفَعَ وَيُذْكَرَ فِيهَا ٱسْمُهُۥ يُسَبِّحُ لَهُۥ فِيهَا بِٱلْغُدُوِّ وَٱلْـَٔاصَالِ ﴿٣٦﴾
โคมไฟนี้จะสว่างไสวในมัสยิดต่างๆ ที่อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาให้เคารพและสร้างมันขึ้นมา และรำลึกพระนามของพระองค์ในมัสยิดด้วยการอาซาน การ รำลึกพระองค์ และการละหมาด โดยการละหมาดในมัสยิดนั้นเพื่อหวังความพอพระทัยของพระองค์ ทั้งในยามเช้าและยามพลบค่ำ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
رِجَالٌۭ لَّا تُلْهِيهِمْ تِجَـٰرَةٌۭ وَلَا بَيْعٌ عَن ذِكْرِ ٱللَّهِ وَإِقَامِ ٱلصَّلَوٰةِ وَإِيتَآءِ ٱلزَّكَوٰةِ ۙ يَخَافُونَ يَوْمًۭا تَتَقَلَّبُ فِيهِ ٱلْقُلُوبُ وَٱلْأَبْصَـٰرُ ﴿٣٧﴾
๓๗ บรรดาชายที่การซื้อขายมิได้ทำให้พวกเขาหันห่างออกจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮฺ การดำรงละหมาดอย่างสมบูรณ์ และการจ่ายซะกาตให้กับ กลุ่มเป้าหมายของมัน เพราะพวกเขากลัววันกิยามะฮฺ (วันปรโลก) วันที่หัวใจผันผวนระหว่างความหวังที่อยากให้รอดจากการลงโทษและการเกรงกลัว มัน และเป็นวันที่สายตาจะเหลือกลานไปในทุกทิศทาง
لِيَجْزِيَهُمُ ٱللَّهُ أَحْسَنَ مَا عَمِلُوا۟ وَيَزِيدَهُم مِّن فَضْلِهِۦ ۗ وَٱللَّهُ يَرْزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيْرِ حِسَابٍۢ ﴿٣٨﴾
พวกเขาได้กระทำสิ่งนั้นเพื่อที่จะให้อัลลอฮฺได้ทรงตอบแทนการกระทำของพวกเขาอย่างดีเยี่ยม และพระองค์จะทรงเพิ่มการตอบแทนให้พวกเขาอีก จากความโปรดปรานของพระองค์ และอัลลอฮฺทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณถึงปริมาณการกระทำ ของพวกเขา แต่จะทรงตอบแทนพวกเขาหลายเท่าตัวในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้
وَٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ أَعْمَـٰلُهُمْ كَسَرَابٍۭ بِقِيعَةٍۢ يَحْسَبُهُ ٱلظَّمْـَٔانُ مَآءً حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَهُۥ لَمْ يَجِدْهُ شَيْـًۭٔا وَوَجَدَ ٱللَّهَ عِندَهُۥ فَوَفَّىٰهُ حِسَابَهُۥ ۗ وَٱللَّهُ سَرِيعُ ٱلْحِسَابِ ﴿٣٩﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น การงานของพวกเขาที่ได้กระทำไว้จะไม่มีผลตอบแทนใดๆ เปรียบเสมือนภาพลวงตาบนดินที่ราบต่ำ ซึ่งคนกระหายน้ำ คิดว่ามันเป็นแอ่งน้ำ แล้วเดินไปหามันจนกระทั้งพวกเขามาถึงมันและได้ยืนดูใกล้ๆ มันแต่กลับไม่พบน้ำเลย และผู้ปฏิเสธศรัทธาก็เช่นเดียวกัน เขา คิดว่าการงานของเขาจะเป็นประโยชน์แก่เขา จนกระทั่งเมื่อเขาได้ตายไปและถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมา เขาจะไม่ได้รับผลตอบแทนของมันเลย และเขาได้ พบพระผู้อภิบาลของเขา (อัลลอฮฺ) ทรงอยู่ประจันหน้าเขา แล้วพระองค์ทรงตอบแทนบัญชีการงานของเขาอย่างครบครัน และอัลลอฮฺนั้นทรงฉับพลัน ในการตอบแทน
أَوْ كَظُلُمَـٰتٍۢ فِى بَحْرٍۢ لُّجِّىٍّۢ يَغْشَىٰهُ مَوْجٌۭ مِّن فَوْقِهِۦ مَوْجٌۭ مِّن فَوْقِهِۦ سَحَابٌۭ ۚ ظُلُمَـٰتٌۢ بَعْضُهَا فَوْقَ بَعْضٍ إِذَآ أَخْرَجَ يَدَهُۥ لَمْ يَكَدْ يَرَىٰهَا ۗ وَمَن لَّمْ يَجْعَلِ ٱللَّهُ لَهُۥ نُورًۭا فَمَا لَهُۥ مِن نُّورٍ ﴿٤٠﴾
ى หรือการงานของพวกเขา (บรรดาผู้ปฏิเสธ) เปรียบเสมือนความมืดมนทั้งหลายในท้องทะเลลึก ที่มีคลื่นซ้อนคลื่นท่วมมิดตัวเขาและเบื้องบนของคลื่น นั้นก็มีเมฆหนาทึบปิดกันการมองเห็นดวงดาวต่างๆที่ใช้ไว้นำทาง เป็นความมืดมนที่ซ้อนกันต่อเป็นชั้นๆ ซึ่งเมื่อผู้ที่อยู่ในความมืดมนนี้ได้เอามือของ เขาออกมา เขาแทบจะมองไม่เห็นมันเลย เนื่องด้วยความมืดที่ทึบมาก และผู้ปฏิเสธศรัทธาก็เป็นเช่นนี้เเหละ โดยที่ความมืดมนแห่งความอวิชา ความ สงสัย ความสับสนและการประทับตราลงบนหัวใจของเขาได้ทับถมอยู่ในตัวเขา และผู้ใดที่อัลลอฮฺไม่ประสงค์ให้เขาได้รับทางนำเพื่อให้ออกจากการหลง และรับรู้ถึงคัมภีร์ของพระองค์ ดังนั้นจะไม่มีทางนำสำหรับเขาที่จะชี้ทางให้แก่เขาل และจะไม่มีคัมภีร์ใดที่จะทำให้เขาได้รับแสงสว่าง
أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ يُسَبِّحُ لَهُۥ مَن فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَٱلطَّيْرُ صَـٰٓفَّـٰتٍۢ ۖ كُلٌّۭ قَدْ عَلِمَ صَلَاتَهُۥ وَتَسْبِيحَهُۥ ۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌۢ بِمَا يَفْعَلُونَ ﴿٤١﴾
عليمبما يفعلون โอ้ เราะสูลเอ๋ย เจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น คือพระองค์ผู้ซึ่งที่ทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และนกที่กางปีกกลางอากาศอยู่ นั้น ต่างก็แซ่ซ้องสดุดีพระองค์ ซึ่งทั้งหมดนั้น อัลลอฮฺให้เขารู้ถึงการสวดวิงวอนของเขา เช่น มนุษย์และการแซ่ซ้องสดุดีของเขา เช่น นก และอัลลอฮฺ ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ การกระทำของพวกเขาทุกอย่างจะไม่ถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ
وَلِلَّهِ مُلْكُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ وَإِلَى ٱللَّهِ ٱلْمَصِيرُ ﴿٤٢﴾
และการครอบครองทั้งหมดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้เดียว และยังอัลลอฮฺพระองค์เดียวที่ทั้งหมดต้องกลับไป หาในวันปรโลกเพื่อพิพากษาและรับผลตอบแทน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ يُزْجِى سَحَابًۭا ثُمَّ يُؤَلِّفُ بَيْنَهُۥ ثُمَّ يَجْعَلُهُۥ رُكَامًۭا فَتَرَى ٱلْوَدْقَ يَخْرُجُ مِنْ خِلَـٰلِهِۦ وَيُنَزِّلُ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مِن جِبَالٍۢ فِيهَا مِنۢ بَرَدٍۢ فَيُصِيبُ بِهِۦ مَن يَشَآءُ وَيَصْرِفُهُۥ عَن مَّن يَشَآءُ ۖ يَكَادُ سَنَا بَرْقِهِۦ يَذْهَبُ بِٱلْأَبْصَـٰرِ ﴿٤٣﴾
๔๓ โอ้รอสูลเอ๋ย เจ้ามิได้เห็นหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงให้เมฆลอย แล้วทรงทำให้ประสานตัวซึ่งกันและกัน แล้วทรงทำให้รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ซ้อนกัน แล้วเจ้าก็จะเห็นฝนโปรยลงมาจากกลุ่มเมฆนั้น และพระองค์ทรงให้น้ำแข็งเหมือนก้อนหินเล็กๆตกลงมาจากฟากฟ้าจากกลุ่มเมฆที่หนาทึบที่ ความยิ่งใหญ่ของมันคล้ายภูเขา แล้วพระองค์จะทรงให้ลูกเห็บนั้นหล่นลงมาโดนผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบ่าวของพระองค์ และพระองค์จะทรงให้ มันผ่านพ้นไปจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากพวกเขา แสงประกายของสายฟ้าแลบที่สว่างจ้าเกือบจะเฉี่ยวสายตาผู้ที่มองดู
يُقَلِّبُ ٱللَّهُ ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَعِبْرَةًۭ لِّأُو۟لِى ٱلْأَبْصَـٰرِ ﴿٤٤﴾
อัลลอฮฺทรงสับเปลี่ยนระหว่างกลางคืนและกลางวันที่ทำให้มีระยะเวลาที่ยาวและสั้น และหมุนเวียนกลับไปกลับมา แท้จริงแล้วสิ่งที่ได้กล่าวมาที่เกี่ยวกับ สัญญาณต่างๆจากสัญญาณการเป็นพระผู้ทรงอภิบาลของพระองค์อัลลอฮ(เช่น การสร้าง การมีอำนาจกรรมสิทธิ์ การบริหารจัดการ และอื่นๆ ทั้งหมดนั้น) เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับบรรดาผู้มีสายตาสังเกตต่อเดชานุภาพของอัลลอฮฺและความเป็นเอกภาพของพระองค์
وَٱللَّهُ خَلَقَ كُلَّ دَآبَّةٍۢ مِّن مَّآءٍۢ ۖ فَمِنْهُم مَّن يَمْشِى عَلَىٰ بَطْنِهِۦ وَمِنْهُم مَّن يَمْشِى عَلَىٰ رِجْلَيْنِ وَمِنْهُم مَّن يَمْشِى عَلَىٰٓ أَرْبَعٍۢ ۚ يَخْلُقُ ٱللَّهُ مَا يَشَآءُ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٤٥﴾
ى และอัลลอฮฺทรงให้บังเกิดสัตว์ทุกชนิดที่คืบคลานบนหน้าแผ่นดินจากเชื้ออสุจิ แล้วในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เคลื่อนย้ายด้วยท้องของมัน เช่น งูต่างๆ และในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เดินด้วยสองเท้า เช่น มนุษย์และนก และในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เดินด้วยสี่เท้า เช่น สัตย์สี่ขาทั้งหลายอัลลอฮฺทรงบังเกิด สิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ทั้งที่ได้กล่าวมาและไม่ได้กล่าว แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์ล้มเหลวได้
لَّقَدْ أَنزَلْنَآ ءَايَـٰتٍۢ مُّبَيِّنَـٰتٍۢ ۚ وَٱللَّهُ يَهْدِى مَن يَشَآءُ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٤٦﴾
โดยแน่นอน เราได้ประทานแก่มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งโองการต่าง ๆ อันชัดแจ้งที่จะนำพาไปสู่เส้นทางแห่งสัจธรรม และอัลลอฮ์ทรง อนุมัติแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่เส้นทางที่เที่ยงตรงไม่โค้งงอ แล้วทางนั้นจะนำพาเขาไปสู่สรวงสวรรค์ของอัลลอฮ์
وَيَقُولُونَ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ وَبِٱلرَّسُولِ وَأَطَعْنَا ثُمَّ يَتَوَلَّىٰ فَرِيقٌۭ مِّنْهُم مِّنۢ بَعْدِ ذَٰلِكَ ۚ وَمَآ أُو۟لَـٰٓئِكَ بِٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٤٧﴾
และบรรดามุนาฟิกีน พวกเขากล่าวกันว่า เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺและต่อรอสูล และเรายอมจำนนเชื่อฟังอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ แล้วหลังจากนั้น ส่วนหนึ่งจากพวกเขาก็หันหลังกลับไป ไม่เชื่อฟังคำสั่งของอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ ว่าด้วยการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺและเรื่องอื่นๆ หลัง จากที่พวกเขาอ้างว่าพวกเขานั้นศรัทธาต่ออัลลอฮและต่อสูลของพระองค์และเชื่อฟังต่อทั้งสอง ชนเหล่านั้นมิใช่ผู้ที่เชื่อฟังของอัลลอฮฺและรอสูลของ พระองค์ แต่พวกเขาเพียงอ้างว่าพวกเขานั้นเป็นผู้ศรัทธา
وَإِذَا دُعُوٓا۟ إِلَى ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ لِيَحْكُمَ بَيْنَهُمْ إِذَا فَرِيقٌۭ مِّنْهُم مُّعْرِضُونَ ﴿٤٨﴾
และเมื่อใดที่บรรดามุนาฟิกีนเหล่านี้ถูกเรียกร้องไปยังอัลลอฮฺและรอสูล เพื่อที่ท่านรอสูลจะตัดสินระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้โต้เถียงกัน ทันใด นั้นพวกเขาจะผินหลังไม่ตอบรับคำตัดสินของท่าน เพราะความตลบตะแลงของพวกเขา
وَإِن يَكُن لَّهُمُ ٱلْحَقُّ يَأْتُوٓا۟ إِلَيْهِ مُذْعِنِينَ ﴿٤٩﴾
และเมื่อใดที่พวกเขารู้ว่าความจริงนั้นอยู่กับพวกเขา และเขา (มุหัมมัด) จะตัดสินเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา พวกเขาก็จะมาหาท่านอย่างนอบน้อม ถ่อมตน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَفِى قُلُوبِهِم مَّرَضٌ أَمِ ٱرْتَابُوٓا۟ أَمْ يَخَافُونَ أَن يَحِيفَ ٱللَّهُ عَلَيْهِمْ وَرَسُولُهُۥ ۚ بَلْ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿٥٠﴾
ในหัวใจของพวกเขาเหล่านั้นมีโรคเกาะติดกระนั้นหรือ? หรือว่าพวกเขาสงสัยในความเป็นรอสูลของเขา(มุหัมมัด)? หรือว่าพวกเขากลัวว่าอัลลอฮฺและรอ สูลของพระองค์จะไม่ยุติธรรมในการตัดสิน? มันไม่ได้เป็นอย่างที่ได้กล่าวมานั้นเลย แต่เป็นเพราะโรคบางอย่างในตัวของพวกเขาเอง เนื่องจากการ ผินหลังของพวกเขาให้กับคำตัดสินของรอสูล และการดื้อรั้นของพวกเขาที่มีต่อท่าน
إِنَّمَا كَانَ قَوْلَ ٱلْمُؤْمِنِينَ إِذَا دُعُوٓا۟ إِلَى ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ لِيَحْكُمَ بَيْنَهُمْ أَن يَقُولُوا۟ سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا ۚ وَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿٥١﴾
แท้จริงคำกล่าวของบรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์เพื่อที่จะตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า เรา เชื่อฟังในคำพูดของพระองค์ และเราปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จในโลกดุนยาและอา คิเราะฮฺ
وَمَن يُطِعِ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَيَخْشَ ٱللَّهَ وَيَتَّقْهِ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْفَآئِزُونَ ﴿٥٢﴾
และผู้ใดเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ และยอมจำนนต่อคำตัดสินของทั้งสอง และกลัวสิ่งที่จะได้รับที่เกิดขึ้นจากบาป และยำเกรง บทลงโทษของอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ ดังนั้นชนเหล่านั้นเท่านั้น ที่เป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะ ด้วยสองสิ่งที่ดีทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ
۞ وَأَقْسَمُوا۟ بِٱللَّهِ جَهْدَ أَيْمَـٰنِهِمْ لَئِنْ أَمَرْتَهُمْ لَيَخْرُجُنَّ ۖ قُل لَّا تُقْسِمُوا۟ ۖ طَاعَةٌۭ مَّعْرُوفَةٌ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرٌۢ بِمَا تَعْمَلُونَ ﴿٥٣﴾
และบรรดามุนาฟิกีนได้สาบานต่ออัลลอฮฺอย่างแข็งขันเท่าที่พวกเขาสามารถสาบานได้ว่า "หากเจ้ามีคำสั่งแก่พวกเขาให้ออกญิฮาด(สู้รบ) แน่นอนพวก เขาก็จะออกไป" โอ้ รอสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า "พวกเจ้าอย่าสาบานเลย เพราะเรื่องการโกหกของพวกเจ้านั้น เป็นที่รู้กันดี และการเชื่อฟังที่ เสแส้รงของพวกเจ้าก็เป็นที่รู้กันดีเช่นกัน แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ และการงานของพวกเจ้าทุกอย่างจะไม่ถูกซ่อนไว้ ณ ที่ อัลลอฮฺ ถึงแม้ว่าพวกเจ้าได้ปกปิดมันไว้ก็ตาม
قُلْ أَطِيعُوا۟ ٱللَّهَ وَأَطِيعُوا۟ ٱلرَّسُولَ ۖ فَإِن تَوَلَّوْا۟ فَإِنَّمَا عَلَيْهِ مَا حُمِّلَ وَعَلَيْكُم مَّا حُمِّلْتُمْ ۖ وَإِن تُطِيعُوهُ تَهْتَدُوا۟ ۚ وَمَا عَلَى ٱلرَّسُولِ إِلَّا ٱلْبَلَـٰغُ ٱلْمُبِينُ ﴿٥٤﴾
โอ้เราะสูล (มุหัมมัด) จงกล่าวแก่บรรดามุนาฟิกีนเหล่านั้นเถิดว่า พวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺและจงเชื่อฟังรอสูลทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม หาก พวกเจ้าผินหลังให้ในสิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสั่งให้เชื่อฟังอัลลอฮฺและรอสูลแล้ว แท้จริงหน้าที่ของเขา (รอสูล) คือ การเผยแพร่ที่เขาได้ถูกมอบหมายให้และ หน้าที่ของพวกเจ้าคือ การเชื่อฟังที่พวกเจ้าได้ถูกมอบหมายให้และปฏิบัติตามสิ่งที่เขาได้นำมา และหากพวกเจ้าเชื่อฟังปฏิบัติตามเขาแล้วด้วยการ ปฏิบัติในสิ่งที่เขาสั่งให้ปฏิบัติ และยับยั้งในสิ่งที่เขาได้ห้ามพวกเจ้าไว้ พวกเจ้าก็จะอยู่ในทางที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮฺ) และหน้าที่ของรอสูลมิใช่อื่นใด นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้งเท่านั้น ดังนั้นไม่ใช่หน้าที่ของรอสูลในการให้ฮิดายะฮฺแก่พวกเจ้า หรือบังคับพวกเจ้าให้ทำตาม
وَعَدَ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ مِنكُمْ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَيَسْتَخْلِفَنَّهُمْ فِى ٱلْأَرْضِ كَمَا ٱسْتَخْلَفَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ وَلَيُمَكِّنَنَّ لَهُمْ دِينَهُمُ ٱلَّذِى ٱرْتَضَىٰ لَهُمْ وَلَيُبَدِّلَنَّهُم مِّنۢ بَعْدِ خَوْفِهِمْ أَمْنًۭا ۚ يَعْبُدُونَنِى لَا يُشْرِكُونَ بِى شَيْـًۭٔا ۚ وَمَن كَفَرَ بَعْدَ ذَٰلِكَ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْفَـٰسِقُونَ ﴿٥٥﴾
ى อัลลอฮฺทรงสัญญากับบรรดาผู้คนในหมู่พวกเจ้าที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และประกอบคุณงามความดีว่า อัลลอฮฺจะทรงให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหนือ บรรดาศัตรูของพวกเขา และจะทรงให้พวกเขาเป็นตัวแทนสืบช่วงในแผ่นดิน เสมือนดังที่พระองค์เคยทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาก่อนพวกเขาเป็น ตัวแทนสืบช่วงในแผ่นดิน และพระองค์ได้สัญญากับพวกเขาว่าจะทรงทำให้ศาสนาของพวกเขาที่พระองค์ทรงโปรดปรานเป็นที่มั่นคงเป็นเกียรติแก่พ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร วกเขา (นั้นก็คือศาสนาอิสลาม) และพระองค์ได้สัญญากับพวกเขาว่าจะทรงเปลี่ยนแปลงพวกเขาจากการใช้ชีวิตที่อยู่ในความหวาดกลัวสู่ความสงบสุข โดยที่พวกเขาเคารพภักดีต่อข้าเพียงองค์เดียว ไม่ตั้งภาคีอื่นใดต่อข้า และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาหลังจากได้รับความสุขสบายนั้น ชนเหล่านั้นคือผู้ที่ออก จากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
وَأَقِيمُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتُوا۟ ٱلزَّكَوٰةَ وَأَطِيعُوا۟ ٱلرَّسُولَ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ ﴿٥٦﴾
และพวกเจ้าจงดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์ จงจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า และจงเชื่อฟังรอสูลด้วยการทำตามในสิ่งที่ท่านได้สั่งและละทิ้งใน สิ่งที่ท่านได้ห้ามไว้ เพื่อหวังให้พวกเจ้านั้นจะได้รับความเมตตาของอัลลอฮ
لَا تَحْسَبَنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مُعْجِزِينَ فِى ٱلْأَرْضِ ۚ وَمَأْوَىٰهُمُ ٱلنَّارُ ۖ وَلَبِئْسَ ٱلْمَصِيرُ ﴿٥٧﴾
โอ้ รอสูลเอ๋ย เจ้าอย่าคิดว่า บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺนั้นพวกเขาจะรอดพ้นไปจากข้า (อัลลอฮฺ) เมื่อใดที่ข้าต้องการที่จะลงโทษพวกเขา และที่ พำนักของพวกเขาในวันกิยามะฮฺคือ นรก (ญะฮันนัม) และมันชั่งเป็นปลายทางที่ชั่วช้าสำหรับคนที่มีนรกญะฮันนัมเป็นปลายทางของพวกเขา
يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ لِيَسْتَـْٔذِنكُمُ ٱلَّذِينَ مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُكُمْ وَٱلَّذِينَ لَمْ يَبْلُغُوا۟ ٱلْحُلُمَ مِنكُمْ ثَلَـٰثَ مَرَّٰتٍۢ ۚ مِّن قَبْلِ صَلَوٰةِ ٱلْفَجْرِ وَحِينَ تَضَعُونَ ثِيَابَكُم مِّنَ ٱلظَّهِيرَةِ وَمِنۢ بَعْدِ صَلَوٰةِ ٱلْعِشَآءِ ۚ ثَلَـٰثُ عَوْرَٰتٍۢ لَّكُمْ ۚ لَيْسَ عَلَيْكُمْ وَلَا عَلَيْهِمْ جُنَاحٌۢ بَعْدَهُنَّ ۚ طَوَّٰفُونَ عَلَيْكُم بَعْضُكُمْ عَلَىٰ بَعْضٍۢ ۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلْـَٔايَـٰتِ ۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌۭ ﴿٥٨﴾
ى ه ه โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และผู้ที่ปฏิบัติตามที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้เอ๋ย จงให้บรรดาทาสชาย ทาสหญิง และเด็กที่มีอิสรภาพที่ยังไม่บรรลุ ศาสนภาวะของพวกเจ้า ทำการขออนุญาตพวกเจ้าในสามเวลาคือ ก่อนเวลาละหมาดซุบฮีที่พวกเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนเป็นชุดปกติ เวลาเที่ยง ขณะที่พวกเจ้าเปลื้องเสื้อผ้าเพื่อพักผ่อนกลางวัน และเวลาหลังจากละหมาดอิชาอ์เพราะมันเป็นช่วงเวลานอนของพวกเจ้า และเป็นเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดปกติเป็นชุดนอน ทั้งสามเวลานี้เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับพวกเจ้า ห้ามมิให้ใครเดินเข้าไปหาพวกเจ้านอกเสียจากได้รับอนุญาตจากพวกเจ้าเสีย ก่อน และจะไม่เป็นที่ตำหนิแก่พวกเจ้าและพวกเขาที่จะเดินเข้าไปโดยไม่ขออนุญาตในช่วงเวลาอื่นนอกเสียจากสามเวลานี้ เพราะปกติของพวกเขานั้น จะเดินวนเวียนรับใช้บางคนในหมู่พวกเจ้า เลยเป็นการไม่สะดวกที่จะห้ามมิให้พวกเขาเข้ามาในทุกเวลานอกเสียจากด้วยการขออนุญาต ดังที่อัลลอฮ์ได้ ทรงชี้แจงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการขออนุญาต พระองค์ก็ได้ชี้แจงอายะฮ์ต่าง ๆ ที่บ่งบอกถึงบทบัญญัติต่าง ๆ ที่พระองค์ได้บัญญัติให้พวกเจ้า และ อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบัญญัติบทบัญญัติต่าง ๆ สำหรับพวกเขา
وَإِذَا بَلَغَ ٱلْأَطْفَـٰلُ مِنكُمُ ٱلْحُلُمَ فَلْيَسْتَـْٔذِنُوا۟ كَمَا ٱسْتَـْٔذَنَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ ۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمْ ءَايَـٰتِهِۦ ۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌۭ ﴿٥٩﴾
عليم حكيم และเมื่อเด็กๆ ในหมู่พวกเจ้าได้บรรลุศาสนภาวะ ก็จงให้พวกเขาขออนุญาตก่อนจะเข้าบ้านในทุกช่วงเวลา เช่นเดียวกันกับที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับผู้ใหญ่ ก่อนหน้านี้ ดังที่อัลลอฮฺได้ทรงชี้แจงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการขออนุญาตไว้แล้ว พระองค์ก็ได้ชี้แจงอายะฮฺต่างๆ ของพระองค์อีกเช่นกัน และอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงรอบรู้ผลประโยชน์ของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติให้กับพวกเขา
وَٱلْقَوَٰعِدُ مِنَ ٱلنِّسَآءِ ٱلَّـٰتِى لَا يَرْجُونَ نِكَاحًۭا فَلَيْسَ عَلَيْهِنَّ جُنَاحٌ أَن يَضَعْنَ ثِيَابَهُنَّ غَيْرَ مُتَبَرِّجَـٰتٍۭ بِزِينَةٍۢ ۖ وَأَن يَسْتَعْفِفْنَ خَيْرٌۭ لَّهُنَّ ۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌۭ ﴿٦٠﴾
และบรรดาหญิงวัยชราที่หมดประจำเดือนและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเพราะความชราภาพ ที่ไม่ปรารถนาที่จะแต่งงานแล้ว มันไม่เป็นการบาปแก่ พวกนางที่จะเปลื้องเสื้อผ้าบางส่วนของนางออก อย่างเช่นเสื้อคลุมชั้นนอกและผ้าปิดหน้า โดยที่ไม่ได้ต้องการจะอวดเครื่องประดับของพวกนางที่ พวกนางถูกสั่งให้ปกปิดไว้ และหากพวกนางไม่กระทำสิ่งนั้นก็จะเป็นการดีกว่าสำหรับพวกนาง และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของพวกเจ้า ผู้ทรงรอบรู้การกระทำของพวกเจ้า จะไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺจะตอบแทนพวกเจ้า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
لَّيْسَ عَلَى ٱلْأَعْمَىٰ حَرَجٌۭ وَلَا عَلَى ٱلْأَعْرَجِ حَرَجٌۭ وَلَا عَلَى ٱلْمَرِيضِ حَرَجٌۭ وَلَا عَلَىٰٓ أَنفُسِكُمْ أَن تَأْكُلُوا۟ مِنۢ بُيُوتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ ءَابَآئِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أُمَّهَـٰتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ إِخْوَٰنِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَخَوَٰتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَعْمَـٰمِكُمْ أَوْ بُيُوتِ عَمَّـٰتِكُمْ أَوْ بُيُوتِ أَخْوَٰلِكُمْ أَوْ بُيُوتِ خَـٰلَـٰتِكُمْ أَوْ مَا مَلَكْتُم مَّفَاتِحَهُۥٓ أَوْ صَدِيقِكُمْ ۚ لَيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَن تَأْكُلُوا۟ جَمِيعًا أَوْ أَشْتَاتًۭا ۚ فَإِذَا دَخَلْتُم بُيُوتًۭا فَسَلِّمُوا۟ عَلَىٰٓ أَنفُسِكُمْ تَحِيَّةًۭ مِّنْ عِندِ ٱللَّهِ مُبَـٰرَكَةًۭ طَيِّبَةًۭ ۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ ﴿٦١﴾
ه ไม่เป็นบาปอันใดแก่คนตาบอดที่มองไม่เห็น คนพิการ และคนป่วยที่พวกเขาจะละทิ้งข้อบังคับบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติได้ เช่นการญิฮาด (ออกรบ) ในหนทางของอัลลอฮฺ และไม่เป็นบาปอันใดเช่นกันแก่ตัวของพวกเจ้า โอ้ ผู้ศรัทธาเอ๋ย ที่จะรับประทานอาหารที่บ้านของพวกเจ้าและบ้านของ บรรดาลูกๆ ของพวกเจ้า หรือบ้านของบรรดาพ่อของพวกเจ้า หรือบรรดาแม่ของพวกเจ้า หรือบรรดาพี่ชายน้องชายของพวกเจ้า หรือบรรดาพี่สาว น้องสาวของพวกเจ้า หรือบรรดาลุง อาชายของพวกเจ้า หรือบรรดาป้า อาสาวของพวกเจ้า หรือบรรดาลุง น้าชายของพวกเจ้า หรือบรรดาป้า น้าสาว ของพวกเจ้า หรือบ้านที่พวกเจ้าได้รับมอบหมายให้ดูแล เช่น เป็นผู้ดูแลสวน และไม่เป็นบาปอันใดแก่พวกเจ้าที่จะรับประทานอาหารที่บ้านเพื่อนของ พวกเจ้า และไม่เป็นบาปอันใดแก่พวกเจ้าที่จะร่วมรับประทานกันเป็นหมู่คณะหรือส่วนตัว ดังนั้นเมื่อพวกเจ้าจะเข้าไปในบ้านดังกล่าวหรือบ้านอื่นๆ ก็ จงกล่าวสลามให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น โดยกล่าวว่า "อัสสลามมุอะลัยกุม" (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) และถ้าหากไม่มีไครอยู่ในบ้านก็จงให้สลา มแก่ตัวของพวกเจ้าเอง โดยกล่าวว่า "อัสสลามุ อะลัยนา วะอะลา อิบาดิลลอฮฺ อัสศอลิฮีน" (ขอความสันติสุขจงมีแด่ตัวเราเองและบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ) ซึ่งเป็นการทักทายอันจำเริญยิ่งจากอัลลอฮฺที่ได้ทรงบัญญัติไว้แก่พวกเจ้า เพราะมันจะทำให้เกิดความรักและความสนิทสนมระหว่างพวกเจ้า และเป็น ความดีที่จะทำให้คนที่ได้ยินการให้สลามนั้นรู้สึกยืนดี อัลลอฮฺจะทรงชี้แจงอายะฮฺต่างๆ ให้เป็นที่ชัดแจ้งดังการชี้แจงนี้ที่ได้กล่าวใว้ข้างต้นของซูเราะฮฺ หวังให้พวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญาพิจารณาและปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในนั้น
إِنَّمَا ٱلْمُؤْمِنُونَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ وَإِذَا كَانُوا۟ مَعَهُۥ عَلَىٰٓ أَمْرٍۢ جَامِعٍۢ لَّمْ يَذْهَبُوا۟ حَتَّىٰ يَسْتَـْٔذِنُوهُ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَسْتَـْٔذِنُونَكَ أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ ۚ فَإِذَا ٱسْتَـْٔذَنُوكَ لِبَعْضِ شَأْنِهِمْ فَأْذَن لِّمَن شِئْتَ مِنْهُمْ وَٱسْتَغْفِرْ لَهُمُ ٱللَّهَ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٦٢﴾
แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในความศรัทธาของพวกเขานั้น พวกเขาคือ บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาต่อรอสูลของพระองค์ และเมื่อพวก เขาได้มาอยู่รวมกันกับท่านนบี มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อกิจการใดกิจการหนึ่งที่เป็นประโยชน์แก่บรรดามุสลิมีนทั้งหลายแล้ว พวกเขา จะไม่ผละออกไปจนกว่าพวกเขาจะขออนุญาตจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัมเสียก่อน โอ้ รอสุลเอ๋ย แท้จริงบรรดาผู้ที่ขออนุญาตจากเจ้าขณะ ที่จะออกไปนั้น เขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์อย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อพวกเขาขออนุญาตจากเจ้าเพื่อกิจการบาง อย่างของพวกเขาแล้ว ก็จงอนุญาตแก่ผู้ที่เจ้าพึงประสงค์ในหมู่พวกเขาเถิด และจงขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรง อภัยโทษสำหรับผู้ที่ขออภัยโทษในบรรดาบ่าวของพระองค์ เป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ
لَّا تَجْعَلُوا۟ دُعَآءَ ٱلرَّسُولِ بَيْنَكُمْ كَدُعَآءِ بَعْضِكُم بَعْضًۭا ۚ قَدْ يَعْلَمُ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ يَتَسَلَّلُونَ مِنكُمْ لِوَاذًۭا ۚ فَلْيَحْذَرِ ٱلَّذِينَ يُخَالِفُونَ عَنْ أَمْرِهِۦٓ أَن تُصِيبَهُمْ فِتْنَةٌ أَوْ يُصِيبَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ ﴿٦٣﴾
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงให้เกียรติแก่ท่านเราะสูลุลลอฮ์ เมื่อใดที่พวกเจ้าต้องการเรียกท่าน พวกเจ้าอย่าเรียกท่านด้วยชื่อของท่าน เช่น โอ้ มุฮัม มัด หรือเรียกชื่อของบิดาของท่าน เช่น โอ้ บุตรของอับดุลลอฮ์ อย่างที่พวกเจ้าได้เรียกในระหว่างพวกเจ้าด้วยกัน แต่พวกเจ้าจงเรียกว่า โอ้ เราะสูลุ ลอฮ์ หรือโอ้ นบียุลลอฮ์ และเมื่อท่านเราะสูลได้เรียกพวกเจ้าในเรื่องส่วนรวม พวกเจ้าจงอย่าถือว่าการเรียกของท่านเราะสูลนั้นเหมือนกับที่พวกเจ้า เรียกกันในเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่พวกเจ้าจงรีบเร่งที่จะตอบรับการเรียกร้องของท่าน แน่นอนอัลลอฮ์ทรงรู้บรรดาผู้ที่แอบหลีกออกไปจากหมู่พวกเจ้า โดยไม่ขออนุญาต ดังนั้นบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม จงระวังตัวเถิดว่า ความทุกข์ยากและภัยพิบัติจะเกิดขึ้น แก่พวกเขาหรือการลงโทษอันเจ็บปวดจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาโดยพวกเขาไม่สามารถที่จะอดทนได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَلَآ إِنَّ لِلَّهِ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ قَدْ يَعْلَمُ مَآ أَنتُمْ عَلَيْهِ وَيَوْمَ يُرْجَعُونَ إِلَيْهِ فَيُنَبِّئُهُم بِمَا عَمِلُوا۟ ۗ وَٱللَّهُ بِكُلِّ شَىْءٍ عَلِيمٌۢ ﴿٦٤﴾
شىء عليم จงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริงสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ทั้งเรื่องการสร้าง การครอบครองอำนาจ และการจัดการนั้น ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ขอ งอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว พระองค์ทรงรอบรู้สภาพการเป็นอยู่ของพวกเจ้า (โอ้ มนุษย์เอ๋ย) จะไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ และในวันปรโลกนั้น(ขณะ ที่พวกเขากลับไปสู่พระองค์โดยการฟื้ นคืนชีพหลังจากความตาย) พระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ซึ่งการงานต่างๆของ พวกเขาในโลกดุนยา และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง จะไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้สำหรับพระองค์ ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายหรือในแผ่นดิน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม