تَبَارَكَ ٱلَّذِى نَزَّلَ ٱلْفُرْقَانَ عَلَىٰ عَبْدِهِۦ لِيَكُونَ لِلْعَـٰلَمِينَ نَذِيرًا ﴿١﴾
ความยิ่งใหญ่และความดีมากมายของอัลลอฮฺที่ทรงประทานอัลกุรอ่านเพื่อเป็นการแยกแยะระหว่างสัจธรรมและความเท็จแก่บ่าวของพระองค์และรอ สูลของพระองค์ (มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม) เพื่อเขาจะได้เป็นผู้สงสาสน์แก่มนุษย์และญินให้เกรงกลัวบทลงโทษของอัลลอฮฺ
ٱلَّذِى لَهُۥ مُلْكُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَلَمْ يَتَّخِذْ وَلَدًۭا وَلَمْ يَكُن لَّهُۥ شَرِيكٌۭ فِى ٱلْمُلْكِ وَخَلَقَ كُلَّ شَىْءٍۢ فَقَدَّرَهُۥ تَقْدِيرًۭا ﴿٢﴾
تقديرا อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินเป็นของพระองค์เพียงผู้เดียว และพระองค์ไม่มีใครเป็นบุตร และไม่มีผู้ใดเป็นหุ้นส่วนร่วมกับพระองค์ในการ ครองอำนาจของพระองค์ และพระองค์ทรงให้บังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วทรงกำหนดมันให้เป็นไปตามความรู้และความปรีชาของพระองค์ ซึ่งทุก ر อย่างนั้นถูกกำหนดอย่างเหมาะสม
وَٱتَّخَذُوا۟ مِن دُونِهِۦٓ ءَالِهَةًۭ لَّا يَخْلُقُونَ شَيْـًۭٔا وَهُمْ يُخْلَقُونَ وَلَا يَمْلِكُونَ لِأَنفُسِهِمْ ضَرًّۭا وَلَا نَفْعًۭا وَلَا يَمْلِكُونَ مَوْتًۭا وَلَا حَيَوٰةًۭ وَلَا نُشُورًۭا ﴿٣﴾
ولا حيوة ولا نشورا บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺได้ยึดเอาสิ่งเคารพบูชาอื่นนอกจากพระองค์ โดยที่สิ่งเหล่านั้นมิได้สร้างสิ่งใดทั้งสิ่งที่เล็กและสิ่งที่ใหญ่ และพวกมันเหล่านั้น เป็นสิ่งถูกสร้างขึ้นมา โดยที่อัลลอฮฺได้ทรงสร้างพวกมันจากที่ไม่มี และพวกมันไม่มีอำนาจที่จะให้โทษและช่วยเหลือตัวของมันเองได้ และพวกมันไม่มี อำนาจที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตได้ตาย และให้คนตายได้กลับมีชีวิต และพวกมันไม่มีอำนาจที่จะทำให้มีการฟื้นคืนชีพสำหรับคนที่ตายจากหลุมฝังศพของ พวกเขาได้
وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ إِنْ هَـٰذَآ إِلَّآ إِفْكٌ ٱفْتَرَىٰهُ وَأَعَانَهُۥ عَلَيْهِ قَوْمٌ ءَاخَرُونَ ۖ فَقَدْ جَآءُو ظُلْمًۭا وَزُورًۭا ﴿٤﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและต่อรอสูลของพระองค์ได้กล่าวว่า "แท้จริงอัลกุรอานนี้มิใช่อื่นใด นอกจากการโกหกที่มุหัมมัดได้แต่งขึ้นเอง แล้วได้อ้างว่ามันมาจากอัลลอฮฺ และมีหมู่ชนอื่นๆ ได้ช่วยเขาในเรื่องนี้" แน่นอนบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขานั้นได้โกหกด้วยคำพูดที่เป็นเท็จ แท้จริงแล้ วอัลกรุอานนั้นคือคำพูดของอัลลอฮฺซึ่งมนุษย์และญินไม่สามารถที่นำมาให้เหมือนคำพูดของพระองค์
وَقَالُوٓا۟ أَسَـٰطِيرُ ٱلْأَوَّلِينَ ٱكْتَتَبَهَا فَهِىَ تُمْلَىٰ عَلَيْهِ بُكْرَةًۭ وَأَصِيلًۭا ﴿٥﴾
และบรรดาผู้ที่ปฎิเสธอัลกุรอ่านเหล่านั้นพวกเขากล่าวว่า "อัลกุรอานเป็นนิยายของประชาชาติสมัยก่อนๆ ที่เขียนกันขึ้นจากเรื่องโกหกที่มุหัมมัดได้คัด ลอกไว้ แล้วถูกนำมาอ่านให้ขึ้นใจทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น"
قُلْ أَنزَلَهُ ٱلَّذِى يَعْلَمُ ٱلسِّرَّ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ غَفُورًۭا رَّحِيمًۭا ﴿٦﴾
โอ้ รอสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่ผู้โกหกเหล่านั้นเถิดว่า "อัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้ความลับในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นผู้ประทานอัลกรุอ่านลงมา มันไม่ได้ เป็นคำภีร์ที่(มุหัมมัดแต่งขึ้น)อย่างที่พวกเจ้าได้อ้างไว้" แล้วพระองค์ได้ตรัสเพื่อต้องการให้พวกเขาสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวว่า "แท้จริงแล้วพระองค์ เป็นผู้ทรงอภัย สำหรับบ่าวของพระองค์ที่ขออภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ"
وَقَالُوا۟ مَالِ هَـٰذَا ٱلرَّسُولِ يَأْكُلُ ٱلطَّعَامَ وَيَمْشِى فِى ٱلْأَسْوَاقِ ۙ لَوْلَآ أُنزِلَ إِلَيْهِ مَلَكٌۭ فَيَكُونَ مَعَهُۥ نَذِيرًا ﴿٧﴾
และบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ผู้ที่ปฏิเสธต่อนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม พวกเขากล่าวว่า "อะไรกันกับคนที่เขาอ้างตนว่าเป็นรอสูลมาจากอัลลอฮฺ เขากินอาหารเหมือนคนอื่นๆ และเดินในท้องตลาดหาของกิน ทำไมอัลลอฮฺจึงไม่ส่งมะลาอิกะฮฺสักท่านหนึ่งมากับเขา เพื่อเป็นสหายของเขา ยอมรับใน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ตัวเขาและช่วยเหลือเขา"
أَوْ يُلْقَىٰٓ إِلَيْهِ كَنزٌ أَوْ تَكُونُ لَهُۥ جَنَّةٌۭ يَأْكُلُ مِنْهَا ۚ وَقَالَ ٱلظَّـٰلِمُونَ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا رَجُلًۭا مَّسْحُورًا ﴿٨﴾
หรือประทานลงมาให้แก่เขาซึ่งคลังสมบัติจากชั้นฟ้า หรือให้เขามีสวนแห่งหนึ่ง เพื่อเขาจะได้กินจากผลของมัน แล้วไม่ต้องเดินในตลาดและหาสิ่งเลี้ยง ชีพอีก และบรรดาผู้อธรรมกล่าวขึ้นว่า "โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย พวกเจ้ามิได้ปฏิบัติตามรอสูล แต่พวกเจ้ากำลังปฏิบัติตามชายสติไม่ดีเพราะถูก อาคมเท่านั้น"
ٱنظُرْ كَيْفَ ضَرَبُوا۟ لَكَ ٱلْأَمْثَـٰلَ فَضَلُّوا۟ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ سَبِيلًۭا ﴿٩﴾
โอ้ รอสูลเอ๋ย จงดูเถิด เจ้าต้องประหลาดใจกับพวกเขา ที่พวกเขาได้กล่าวถึงตัวเจ้าในสิ่งที่ผิดๆ ว่าอย่างไรบ้าง พวกเขากล่าวว่า เจ้าเป็นนักไสยศาสตร์ เป็นคนผู้ถูกคาถาอาคม เป็นคนไร้สติ (คนบ้า) เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงหลงผิดจากความจริง แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถเดินไปตามทางที่ถูกต้อง และ พวกเขาก็ไม่สามารถพบทางที่สุจริตและซื่อสัตย์ของเจ้า
تَبَارَكَ ٱلَّذِىٓ إِن شَآءَ جَعَلَ لَكَ خَيْرًۭا مِّن ذَٰلِكَ جَنَّـٰتٍۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ وَيَجْعَل لَّكَ قُصُورًۢا ﴿١٠﴾
ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ ผู้ซึ่งหากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะให้เจ้ามีดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาแนะนำให้เจ้าเสียอีก คือจะทรงให้เจ้ามีสวนหลาก หลายบนโลกนี้ มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านใต้ปราสาทและมีต้นไม้ไว้ให้เจ้ารับประทานจากผลของมัน และทรงให้เจ้ามีประสาทหลายแห่งเพื่อเป็นที่พัก อาศัยอย่างสุขสบาย
بَلْ كَذَّبُوا۟ بِٱلسَّاعَةِ ۖ وَأَعْتَدْنَا لِمَن كَذَّبَ بِٱلسَّاعَةِ سَعِيرًا ﴿١١﴾
และคำพูดที่ออกมาจากพวกเขามันไม่ได้เป็นคำพูดที่แสดงถึงการแสวงหาสัจธรรม และค้นหาหลักฐาน แต่สรุปแล้วคือ พวกเขาปฏิเสธวันกิยามะฮฺ (วัน ปรโลก) และเราได้เตรียมเปลวไฟอันร้อนแรงไว้สำหรับผู้ปฏิเสธวันกิยามะฮฺ إذا رأتهم من مكانبعيد سمعوالها تغيظا وزفيرا
إِذَا رَأَتْهُم مِّن مَّكَانٍۭ بَعِيدٍۢ سَمِعُوا۟ لَهَا تَغَيُّظًۭا وَزَفِيرًۭا ﴿١٢﴾
เมื่อนรกญะฮันนัมได้เห็นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาขณะที่พวกเขากำลังถูกต้อนเข้ามาหามันจากที่ไกลๆ พวกเขาจะได้ยินเสียงเดือดพล่านของมันและ เสียงที่รบกวนจากการกริ้วโกรธของมันต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
وَإِذَآ أُلْقُوا۟ مِنْهَا مَكَانًۭا ضَيِّقًۭا مُّقَرَّنِينَ دَعَوْا۟ هُنَالِكَ ثُبُورًۭا ﴿١٣﴾
และเมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธเหล่านั้นถูกโยนลงไปในนรกญะฮันนัมในสถานที่แคบ ในสภาพที่ถูกมัดมือติดกับลำคอของพวกเขาด้วยโซ่ ณ ที่นั้นพวกเขาจะ วิงวอนขอความพินาศให้แก่ตัวของพวกเขาเอง เพื่อหวังให้รอดพ้นจากไฟนรกนั้น
لَّا تَدْعُوا۟ ٱلْيَوْمَ ثُبُورًۭا وَٰحِدًۭا وَٱدْعُوا۟ ثُبُورًۭا كَثِيرًۭا ﴿١٤﴾
โอ้ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าร้องหาความตายเพียงแค่ครั้งเดียวในวันนี้เลย จงร้องหาความตายหลายๆ ครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับในสิ่งที่ พวกเขาได้ร้องขอเลย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาจะถูกลงโทษอยู่ในนรกอันเจ็บปวดนั้นตลอดกาล
قُلْ أَذَٰلِكَ خَيْرٌ أَمْ جَنَّةُ ٱلْخُلْدِ ٱلَّتِى وُعِدَ ٱلْمُتَّقُونَ ۚ كَانَتْ لَهُمْ جَزَآءًۭ وَمَصِيرًۭا ﴿١٥﴾
โอ้ รอสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า สิ่งที่ได้กล่าวมาที่เป็นบทลงโทษดังที่ได้บอกแก่พวกเจ้านั้นดีกว่าหรือว่าสรวงสวรรค์อันนิรันดร์ที่ความสุข สบายนั้นไม่มีวันขาดหายไปตลอกกาล และมันคือสถานที่ที่อัลลอฮฺทรงสัญญาไว้สำหรับบรรดาผู้ยำเกรงในหมู่บ่าวผู้ศรัทธาเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนสำหรับ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร พวกเขา และเป็นที่พำนักสำหรับพวกเขาที่พวกเขาจะกลับไปหามันในวันกิยามะฮฺ
لَّهُمْ فِيهَا مَا يَشَآءُونَ خَـٰلِدِينَ ۚ كَانَ عَلَىٰ رَبِّكَ وَعْدًۭا مَّسْـُٔولًۭا ﴿١٦﴾
สำหรับพวกเขาในสรวงสวรรค์นั้น จะได้รับทุกสิ่งที่พวกเขาพึงประสงค์ มันคือสัญญาที่อัลลอฮฺได้สัญญาไว้ มันเป็นสิ่งที่บรรดาบ่าวที่ยำเกรงของ พระองค์ได้ร้องขอ และสัญญาของอัลลอฮฺเป็นความจริงแน่นอน เพราะพระองค์นั้นจะไม่ผิดสัญญา
وَيَوْمَ يَحْشُرُهُمْ وَمَا يَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ فَيَقُولُ ءَأَنتُمْ أَضْلَلْتُمْ عِبَادِى هَـٰٓؤُلَآءِ أَمْ هُمْ ضَلُّوا۟ ٱلسَّبِيلَ ﴿١٧﴾
และวันที่อัลลอฮฺทรงรวบรวมบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธ และรวบรวมสิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะอื่นไปจากอัลลอฮฺ แล้วพระองค์จะทรงถามสิ่งที่ถูก เคารพสักการะเพื่อตำหนิผู้ที่เคารพสักการะมันว่า พวกเจ้าทำให้บรรดาบ่าวของข้าเหล่านั้นหลงทางด้วยการสั่งให้พวกเขาเคารพสักการะพวกเจ้า กระนั้นหรือ หรือว่าพวกเขาหลงทางด้วยตัวของพวกเขากันเอง
قَالُوا۟ سُبْحَـٰنَكَ مَا كَانَ يَنۢبَغِى لَنَآ أَن نَّتَّخِذَ مِن دُونِكَ مِنْ أَوْلِيَآءَ وَلَـٰكِن مَّتَّعْتَهُمْ وَءَابَآءَهُمْ حَتَّىٰ نَسُوا۟ ٱلذِّكْرَ وَكَانُوا۟ قَوْمًۢا بُورًۭا ﴿١٨﴾
وكانوا قوما بورا บรรดาสิ่งที่ถูกเคารพบูชากล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์พระองค์ผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเรา ไม่บังควรอย่างยิ่งที่พระองค์จะมีสิ่งที่เป็นภาคี และไม่บังควร สำหรับพวกเราที่จะยึดเอาสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอื่นจากพระองค์ ดังนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรเล่า ที่เราจะเชิญชวนบรรดาบ่าวของพระองค์หันมาบูชาเราหรือ บูชาสิ่งอื่นจากพระองค์?! แต่พระองค์ได้ทรงประทานปัจจัยความสุขแห่งโลกดุนยาให้แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น และแก่บรรดาบรรพบุรุษของพวก เขาก่อนหน้าพวกเขาเพื่อเป็นการล่อพวกเขา จนกระทั่งพวกเขาได้ลืมต่อการรำลึกต่อพระองค์ พวกเขาจึงเคารพบูชาสิ่งอื่นพร้อมกับพระองค์ และ พวกเขานั้นได้เป็นหมู่ชนที่วิบัติเพราะความความชั่วของพวกเขา"
فَقَدْ كَذَّبُوكُم بِمَا تَقُولُونَ فَمَا تَسْتَطِيعُونَ صَرْفًۭا وَلَا نَصْرًۭا ۚ وَمَن يَظْلِم مِّنكُمْ نُذِقْهُ عَذَابًۭا كَبِيرًۭا ﴿١٩﴾
โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย แน่นอน พวกเขา (สิ่งที่ถูกเคารพบูชา) ได้ปฏิเสธพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้เคารพบูชาพวกเขาอื่นจากอัลลอฮตามที่พวกเจ้า กล่าวอ้าง พวกเจ้าจึงไม่สามารถป้องกันตัวของพวกเจ้ามิให้ถูกลงโทษและพวกเจ้าไม่สามารถช่วยเหลือตัวของพวกเจ้าเอง เพราะความอ่อนแอของ พวกเจ้า และผู้ใดในหมู่พวกเจ้า(โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย) ได้อธรรมด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เราจะให้เขาลิ้มรสแห่งการลงโทษอันอันมหันต์ ดังที่เราได้ ทำกับกลุ่มดังกล่าวนั้นได้ลิ้มลอง
وَمَآ أَرْسَلْنَا قَبْلَكَ مِنَ ٱلْمُرْسَلِينَ إِلَّآ إِنَّهُمْ لَيَأْكُلُونَ ٱلطَّعَامَ وَيَمْشُونَ فِى ٱلْأَسْوَاقِ ۗ وَجَعَلْنَا بَعْضَكُمْ لِبَعْضٍۢ فِتْنَةً أَتَصْبِرُونَ ۗ وَكَانَ رَبُّكَ بَصِيرًۭا ﴿٢٠﴾
โอ้ รอสูลเอ๋ย เรามิได้ส่งคนใดจากบรรดารอสูลก่อนหน้าเจ้า นอกจากเป็นสามัญชนธรรมดา พวกเขารับประทานอาหารและเดินในท้องตลาด และเจ้าก็ ไม่ได้เป็นรอสูลที่ต่างไปจากรอสูลอื่นๆในเรื่องนั้น เราได้ทำให้บางคนในหมู่พวกเจ้า (โอ้มนุษย์ทั้งหลาย) เป็นการทดสอบแก่อีกบางคนในเรื่องของ ความร่ำรวย ความยากจน การมีสุขภาพที่ดี และการเจ็บป่วย ด้วยสาเหตุของความแตกต่างนี้ พวกเจ้าจะอดทนในสิ่งที่พวกเจ้าได้รับไหม?! แล้วอัลลอฮฺ จะทรงตอบแทนความดีในความอดทนของพวกเจ้า และพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นเป็นผู้ทรงเห็นผู้ที่อดทนและผู้ที่ไม่อดทน และ(ทรงเห็น)ผู้ที่เชื่อฟัง พระองค์และไม่เชื่อฟังพระองค์و
۞ وَقَالَ ٱلَّذِينَ لَا يَرْجُونَ لِقَآءَنَا لَوْلَآ أُنزِلَ عَلَيْنَا ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ أَوْ نَرَىٰ رَبَّنَا ۗ لَقَدِ ٱسْتَكْبَرُوا۟ فِىٓ أَنفُسِهِمْ وَعَتَوْ عُتُوًّۭا كَبِيرًۭا ﴿٢١﴾
كبيرا บรรดาผู้ปฎิเสธที่ไม่หวังถึงการพบกับเราและไม่กลัวต่อบทลงโทษของเราได้กล่าวว่า "ทำไมไม่ส่งบรรดามะลาอิกะฮฺลงมายังพวกเราเพื่อบอกให้พวก เราได้รู้ถึงความจริงของมุหัมมัด หรือให้พวกเราได้เห็นพระผู้อภิบาลของเราด้วยตาของเรา?" แน่นอน พวกเขาได้มีการลำพองตนในตัวของพวกเขาเอ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ง จนการลำพองตนนั้นได้สะกัดกั้นพวกเขาไม่ให้ศรัทธา และด้วยคำพูดของพวกเขานั้น พวกเขาได้ละเมิดขอบเขตในการปฎิเสธการศรัทธาและการ เนรคุณ
يَوْمَ يَرَوْنَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ لَا بُشْرَىٰ يَوْمَئِذٍۢ لِّلْمُجْرِمِينَ وَيَقُولُونَ حِجْرًۭا مَّحْجُورًۭا ﴿٢٢﴾
วันที่บรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาได้เห็นมะลาอิกะฮฺในขณะที่พวกเขากำลังจะตาย ในหลุ่มฝังศพ ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ในขณะที่พวกเขาถูกต้อนเพื่อการ คิดบัญชี และขณะที่พวกเขาเข้านรก ในวันนั้นจะไม่มีข่าวดีสำหรับพวกเขาเลยซึ่งต่างจากบรรดาผู้ศรัทธา จากนั้นบรรดามะลาอิกะฮฺจะกล่าวแก่พวกเขา ว่า "ข่าวดี (สวรรค์) จากอัลลอฮฺจะถูกห้ามอย่างเด็ดขาดสำหรับพวกเจ้า"
وَقَدِمْنَآ إِلَىٰ مَا عَمِلُوا۟ مِنْ عَمَلٍۢ فَجَعَلْنَـٰهُ هَبَآءًۭ مَّنثُورًا ﴿٢٣﴾
และเราได้มุ่งสู่การงานที่ดีต่างๆ ที่บรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาได้ปฎิบัติตอนที่อยู่บนโลกดุนยา แต่เพราะการปฎิเสธของพวกเขาเราจึงได้เปลี่ยนสภาพให้ มันกลายเป็นโมฆะ ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยสำหรับพวกเขา เฉกเช่นฝุ่นละอองที่ปลิวว่อนอยู่บนอากาศที่สามารถมองเห็นได้ในแสงดวงอาทิตย์ที่เข้ามา ر ทางหน้าต่าง
أَصْحَـٰبُ ٱلْجَنَّةِ يَوْمَئِذٍ خَيْرٌۭ مُّسْتَقَرًّۭا وَأَحْسَنُ مَقِيلًۭا ﴿٢٤﴾
บรรดาผู้ศรัทธาที่เป็นชาวสวรรค์ ในวันนั้นพวกเขาจะอยู่ในที่พำนักที่ดีที่สุด และที่พักผ่อนอันสบายยิ่ง ในโลกดุนยาพวกเขาถูกบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ดูถูก เพราะการศรัทธาของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮฺและการประกอบคุณงามความดี
وَيَوْمَ تَشَقَّقُ ٱلسَّمَآءُ بِٱلْغَمَـٰمِ وَنُزِّلَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ تَنزِيلًا ﴿٢٥﴾
จงรำลึกเถิดโอ้รอสูลเอ่ย ในวันที่ท้องฟ้าได้แตกมีเมฆสีขาวบางๆออกมา และบรรดามะลาอิกะฮฺจะถูกส่งทยอยลงมา ณ ทุ่งมะฮฺชัรจำนวนมาก
ٱلْمُلْكُ يَوْمَئِذٍ ٱلْحَقُّ لِلرَّحْمَـٰنِ ۚ وَكَانَ يَوْمًا عَلَى ٱلْكَـٰفِرِينَ عَسِيرًۭا ﴿٢٦﴾
อำนาจที่แท้จริงที่ยั่งยืนในวันกิยามะฮฺนั้นเป็นสิทธิ์ของพระผู้ทรงกรุณาปราณีเท่านั้น และในวันนั้นเป็นวันที่ลำบากยิ่งแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่าง กับบรรดาผู้ศรัทธาซึ่งมันง่ายยิ่งสำหรับพวกเขา
وَيَوْمَ يَعَضُّ ٱلظَّالِمُ عَلَىٰ يَدَيْهِ يَقُولُ يَـٰلَيْتَنِى ٱتَّخَذْتُ مَعَ ٱلرَّسُولِ سَبِيلًۭا ﴿٢٧﴾
จงรำลึกเถิดโอ้รอสูลเอ่ย ในวันที่ผู้อธรรมได้เสียใจและกัดมือของตัวเองสาเหตุเพราะละทิ้งแนวทางของท่านรอสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พลาง กล่าวว่า ถ้าฉันได้ปฎิบัติตามรอสูลในสิ่งที่ท่านได้นำมาจากพระผู้อภิบาลของท่านและยึดแนวทางแห่งความปลอดภัยร่วมกับท่านก็คงจะดี يويلت ليتنى لم أت خذ فلانا خليلا
يَـٰوَيْلَتَىٰ لَيْتَنِى لَمْ أَتَّخِذْ فُلَانًا خَلِيلًۭا ﴿٢٨﴾
และเขาได้กล่าวอุทธรณ์ด้วยการวิบัติตัวเองอย่างหน้าเศร้ายิ่ง ว่า:"โอ้ ความวิบัติแก่ฉัน หากฉันไม่คบผู้ปฏิเสธศรัทธาคนนั้นเป็นเพื่อนก็คงจะดี"
لَّقَدْ أَضَلَّنِى عَنِ ٱلذِّكْرِ بَعْدَ إِذْ جَآءَنِى ۗ وَكَانَ ٱلشَّيْطَـٰنُ لِلْإِنسَـٰنِ خَذُولًۭا ﴿٢٩﴾
แน่นอนเพื่อนผู้ปฏิเสธคนนั้น เขาได้ทำให้ฉันหลงออกจากอัลกุรอาน หลังจากที่มันได้เผยแพร่มายังฉันโดยผ่านท่านรอสูล และชัยฏอนมารร้ายนั้น มัน เป็นผู้เหยียดหยามมนุษย์เสมอ เมื่อความเศร้าโศกได้ประสบกับมนุษย์มันก็จะปลีกตัวออกห่างทันที بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَقَالَ ٱلرَّسُولُ يَـٰرَبِّ إِنَّ قَوْمِى ٱتَّخَذُوا۟ هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانَ مَهْجُورًۭا ﴿٣٠﴾
และในวันนั้นท่านรอสูลได้กล่าวเป็นการร้องเรียนถึงสภาพของประชาชาติของท่านต่ออัลลอฮฺ ว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงชนชาติของข้า ที่ พระองค์ได้ส่งฉัน มายังพวกเขานั้น พวกเขาได้ทอดทิ้งอัลกุรอานและหันหลังไว้กับมันเสียแล้ว"و
وَكَذَٰلِكَ جَعَلْنَا لِكُلِّ نَبِىٍّ عَدُوًّۭا مِّنَ ٱلْمُجْرِمِينَ ۗ وَكَفَىٰ بِرَبِّكَ هَادِيًۭا وَنَصِيرًۭا ﴿٣١﴾
และเหมือนยังที่เจ้าได้เผชิญมา (โอ้รอสูลเอ่ย) จากการถูกทำร้ายถูกต่อต้านจากกลุ่มชนของเจ้า แน่แท้ เราได้ทำให้บรรดานบีก่อนหน้าเจ้ามีศัตรูจาก กลุ่มชนของเขาผู้ที่กระทำผิด และเป็นที่เพียงพอแล้วที่พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้แนะทางฮิดายะฮฺสู่สัจธรรม และเพียงพอกับพระองค์ที่ทรงเป็นผู้ ช่วยเหลือเจ้าให้มีชัยเหนือศัตรูของเจ้า
وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَوْلَا نُزِّلَ عَلَيْهِ ٱلْقُرْءَانُ جُمْلَةًۭ وَٰحِدَةًۭ ۚ كَذَٰلِكَ لِنُثَبِّتَ بِهِۦ فُؤَادَكَ ۖ وَرَتَّلْنَـٰهُ تَرْتِيلًۭا ﴿٣٢﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ได้กล่าวว่า "ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่รอสูลครั้งเดียวจบ และทำไมต้องถูกประทานลงมาแบบ ปลีกย่อย?"การที่เราได้ประทานลงมาแบบปลีกย่อยนั้น (โอ้รอสูลเอ่ย) เพื่อให้หัวใจของเจ้ามั่นคงหนักแน่น คือด้วยการประทานลงมาที่ละครั้งๆ และ เช่นกันที่เราได้ประทานโองการหนึ่งลงมาหลังจากโองการหนึ่งนั้น เพื่อความง่ายดายในการทำความเข้าใจและจำมัน
وَلَا يَأْتُونَكَ بِمَثَلٍ إِلَّا جِئْنَـٰكَ بِٱلْحَقِّ وَأَحْسَنَ تَفْسِيرًا ﴿٣٣﴾
และบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺพวกเขาจะไม่นำข้อเปรียบเทียบ (ข้อสงสัย) ใดๆ มายังเจ้า จากสิ่งที่พวกเขาเสนอมา เว้นแต่เราได้นำคำตอบที่เป็นจริง มั่นคงให้เจ้าต่อข้อเปรียบเทียบนั้น ซึ่งมันเป็นการอธิบายที่ดียิ่งر
ٱلَّذِينَ يُحْشَرُونَ عَلَىٰ وُجُوهِهِمْ إِلَىٰ جَهَنَّمَ أُو۟لَـٰٓئِكَ شَرٌّۭ مَّكَانًۭا وَأَضَلُّ سَبِيلًۭا ﴿٣٤﴾
ในวันกิยามะฮฺบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะถูกต้อนให้เข้านรกญะฮันนัมในสภาพที่ใบหน้าของพวกเขาจะถูกลาก พวกเขาจะพำนักอยู่ในสถานที่ที่เลวร้าย ที่สุดนั้นก็คือนรกญะฮันนัม และแนวทางที่ห่างไกลยิ่งจากสัจธรรมเพราะแนวทางของพวกเขาคือแนวทางแห่งการปฏิเสธศรัทธาและการหลงทาง
وَلَقَدْ ءَاتَيْنَا مُوسَى ٱلْكِتَـٰبَ وَجَعَلْنَا مَعَهُۥٓ أَخَاهُ هَـٰرُونَ وَزِيرًۭا ﴿٣٥﴾
และแท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์เตารอตแก่มูซา และเราได้ทำให้ฮารูนพี่ชายของเขาเป็นรอสูลเพื่อเป็นผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเขา
فَقُلْنَا ٱذْهَبَآ إِلَى ٱلْقَوْمِ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا فَدَمَّرْنَـٰهُمْ تَدْمِيرًۭا ﴿٣٦﴾
และเราได้กล่าวแก่ทั้งสองว่า"เจ้าทั้งสองจงออกไปยังฟิรเอาวน์และพรรคพวกของมันที่ปฏิเสธโองการของเรา" จากนั้นทั้งสองก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ของเรา และทั้งสองก็ได้ออกไปเชิญชวนพวกเขาสู่การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ ปรากฏว่าพวกเขาได้ปฏิเสธเขาทั้งสอง ทันใดนั้นเราก็ได้ทำลายพวกเขา อย่างรุนแรง
وَقَوْمَ نُوحٍۢ لَّمَّا كَذَّبُوا۟ ٱلرُّسُلَ أَغْرَقْنَـٰهُمْ وَجَعَلْنَـٰهُمْ لِلنَّاسِ ءَايَةًۭ ۖ وَأَعْتَدْنَا لِلظَّـٰلِمِينَ عَذَابًا أَلِيمًۭا ﴿٣٧﴾
และหมู่ชนของนูหฺ เมื่อพวกเขาได้ปฏิเสธบรรดารอสูล ด้วยการปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อนูหฺ เราก็ได้ลงโทษพวกเขาด้วยการให้จมน้ำตาย และเราได้ ทำให้ความพินาศของพวกเขาเป็นสัญญาณหนึ่งถึงความเกรียงไกรของเราในการที่จะถอนอำนาจของบรรดาผู้อธรรม และในวันกิยามะฮฺเราได้เตรียม แก่บรรดาผู้อธรรมซึ่งการลงโทษที่เจ็บปวด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَعَادًۭا وَثَمُودَا۟ وَأَصْحَـٰبَ ٱلرَّسِّ وَقُرُونًۢا بَيْنَ ذَٰلِكَ كَثِيرًۭا ﴿٣٨﴾
และเราได้ทำลายพวกอ๊าดซึ่งเป็นหมู่ชนของฮูดฺและพวกษะมูดซึ่งเป็นหมู่ชนของซอและห์ และชาวบ่อน้ำ และชนชาติอื่นๆ อีกมากมายในระหว่างสามหมู่ ل ل ชนนี้
وَكُلًّۭا ضَرَبْنَا لَهُ ٱلْأَمْثَـٰلَ ۖ وَكُلًّۭا تَبَّرْنَا تَتْبِيرًۭا ﴿٣٩﴾
และทุกๆ ชนชาติแต่ละยุคสมัยก่อนที่จะถูกทำลายนั้น เราได้บอกกล่าวถึงสาเหตุของความพินาศที่เกิดกับชนชาติก่อนหน้าพวกเขาเพื่อเป็นบทเรียน แก่พวกเขา และทั้งหมดนั้นเราได้ทำลายพวกเขาอย่างสิ้นซากเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาไม่เชื่อฟังและความดื้อรั้นของพวกเขา
وَلَقَدْ أَتَوْا۟ عَلَى ٱلْقَرْيَةِ ٱلَّتِىٓ أُمْطِرَتْ مَطَرَ ٱلسَّوْءِ ۚ أَفَلَمْ يَكُونُوا۟ يَرَوْنَهَا ۚ بَلْ كَانُوا۟ لَا يَرْجُونَ نُشُورًۭا ﴿٤٠﴾
และแท้จริง ผู้ปฏิเสธศรัทธาจากหมู่ชนของเจ้า ในการเดินทางของพวกเขาไปยังเมืองชาม พวกเขาได้เดินผ่านหมู่บ้านของชนชาติลูฏที่ถูกทำลายด้วย ก้อนหินจากฟากฟ้าซึ่งเป็นการลงโทษต่อการกระทำที่ชั่วช้าเพื่อพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ พวกเขาไม่เห็นมันหรอกหรือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ หมู่บ้านนั้น? ไม่เลย พวกเขาไม่คาดหวังที่จะกลับคืนชีพเพื่อคิดบัญชีหลังจากนั้นต่างหาก
وَإِذَا رَأَوْكَ إِن يَتَّخِذُونَكَ إِلَّا هُزُوًا أَهَـٰذَا ٱلَّذِى بَعَثَ ٱللَّهُ رَسُولًا ﴿٤١﴾
เมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้เผชิญหน้ากับเจ้า (โอ้รอสูลเอ่ย) พวกเขาจะหัวเราะเยาะแก่เจ้าและจะล้อเลียนเจ้าต่างๆ นานา โดยที่พวกเขาจะกล่าวว่า: นี่ หรือรอสูลที่อัลลอฮฺทรงส่งมาให้พวกเรา?!
إِن كَادَ لَيُضِلُّنَا عَنْ ءَالِهَتِنَا لَوْلَآ أَن صَبَرْنَا عَلَيْهَا ۚ وَسَوْفَ يَعْلَمُونَ حِينَ يَرَوْنَ ٱلْعَذَابَ مَنْ أَضَلُّ سَبِيلًا ﴿٤٢﴾
แท้จริงเขาเกือบจะทำให้พวกเราผินห่างออกจากการเคารพบูชาบรรดาพระเจ้าของเรา หากพวกเราไม่มีความอดทนในการเคารพบูชามัน แน่แท้พวก เราผินห่างออกจากมันแน่นอนด้วยเหตุผลและหลักฐานต่างๆ นานาของเขา และสักวันหนึ่งพวกเขาก็จะได้รู้เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษด้วยตาของ พวกเขาเองในหลุมฝังศพ และในวันกิยามะฮฺ ว่าใครคือผู้หลงทางกันแน่ พวกเขาเองหรือเขา? และแน่นอนพวกเขาจะได้รู้ว่า ใครคือผู้หลงทางอย่าง แท้จริง
أَرَءَيْتَ مَنِ ٱتَّخَذَ إِلَـٰهَهُۥ هَوَىٰهُ أَفَأَنتَ تَكُونُ عَلَيْهِ وَكِيلًا ﴿٤٣﴾
เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ (โอ้รอสูลเอ่ย) ว่าผู้ที่ยึดเอาอารมณ์ใฝ่ต่ำของเขานับถือเป็นพระเจ้า แล้วเจ้ายังจะคุ้มครองปกป้องเขาให้เขากลับมาสู่การศรัทธา และห้ามมิให้เขาปฏิเสธต่อศรัทธากระนั้นหรือ?!
أَمْ تَحْسَبُ أَنَّ أَكْثَرَهُمْ يَسْمَعُونَ أَوْ يَعْقِلُونَ ۚ إِنْ هُمْ إِلَّا كَٱلْأَنْعَـٰمِ ۖ بَلْ هُمْ أَضَلُّ سَبِيلًا ﴿٤٤﴾
แต่เจ้า(โอ้รอสูลเอ่ย) คิดว่าส่วนใหญ่พวกที่เจ้าเชิญชวนสู่การศรัทธาในเอกภาพของอัลลอฮฺและสู่การเชื่อฟังพระองค์นั้น พวกเขาจะฟังด้วยการน้อม รับหรือจะใช้สติปัญญาในการใคร่ครวญถึงเหตุผลและหลักฐานต่างๆกระนั้นหรือ?! พวกเขาก็เหมือนกับปศุสัตว์ในแง่ของการได้ยิน การใช้สติปัญญา และความเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาหลงยิ่งกว่าปศุสัตว์เสียอีก
أَلَمْ تَرَ إِلَىٰ رَبِّكَ كَيْفَ مَدَّ ٱلظِّلَّ وَلَوْ شَآءَ لَجَعَلَهُۥ سَاكِنًۭا ثُمَّ جَعَلْنَا ٱلشَّمْسَ عَلَيْهِ دَلِيلًۭا ﴿٤٥﴾
เจ้ามิได้พิจารณาหรอกหรือ (โอ้รอสูลเอ่ย) ถึงปรากฏการณ์ต่างๆจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสร้าง ตอนที่พระองค์ได้ทำให้เงาได้ทอดยาวออกไปบนหน้า แผ่นดิน และหากพระองค์ทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะทรงทำให้มันหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่เคลื่อนที่ และในการนี้เราได้ทำให้ดวงอาทิตย์เป็น สัญญาณหนึ่ง (แห่งการปรากฏเงา) ทั้งเงาสั้นและเงายาว بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ثم قبضنهإلينا قبضا يسيرا
ثُمَّ قَبَضْنَـٰهُ إِلَيْنَا قَبْضًۭا يَسِيرًۭا ﴿٤٦﴾
หลังจากนั้นเราได้ทำให้เงาได้สั้นลงที่ละน้อยๆ ขึ้นอยู่กับความสูงของดวงอาทิตย์
وَهُوَ ٱلَّذِى جَعَلَ لَكُمُ ٱلَّيْلَ لِبَاسًۭا وَٱلنَّوْمَ سُبَاتًۭا وَجَعَلَ ٱلنَّهَارَ نُشُورًۭا ﴿٤٧﴾
และอัลลอฮฺคือผู้ทรงทำให้กลางคืนของพวกเจ้านั้นเสมือนเครื่องนุ่งห่มที่ปกคลุมพวกเจ้าและสิ่งอื่นๆ และทรงทำให้การนอนของพวกเจ้านั้นเป็นการ พักผ่อนจากการเหน็ดเหนื่อยทำงานของพวกเจ้า และทรงทำให้กลางวันของพวกเจ้านั้นเป็นเวลาออกไปทำมาหากินสำหรับพวกเจ้า
وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَرْسَلَ ٱلرِّيَـٰحَ بُشْرًۢا بَيْنَ يَدَىْ رَحْمَتِهِۦ ۚ وَأَنزَلْنَا مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ طَهُورًۭا ﴿٤٨﴾
และพระองค์คือผู้ทรงส่งลมมาเพื่อเป็นการแจ้งข่าวดีถึงการที่ฝนจะตกซึ่งถือเป็นความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อบ่าวของพระองค์ และเราได้ประทาน น้ำฝนอันบริสุทธิ์ลงมาจากฟากฟ้า
لِّنُحْـِۧىَ بِهِۦ بَلْدَةًۭ مَّيْتًۭا وَنُسْقِيَهُۥ مِمَّا خَلَقْنَآ أَنْعَـٰمًۭا وَأَنَاسِىَّ كَثِيرًۭا ﴿٤٩﴾
เพื่อเราจะได้ทำด้วยน้ำที่ลงมาสู่พื้นดินที่แห้งแล้งที่ไม่มีพืชพันธุ์นั้น ให้กลับมางอกเงยด้วยพืชพันธุ์หลากหลายชนิดและได้แพร่ขยายความเขียวขจีไป ทั่วพื้นดิน และเพื่อให้บางส่วนจากสิ่งที่เราสร้างนั้นได้ดื่มน้ำนั้น โดยเฉพาะปศุสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย
وَلَقَدْ صَرَّفْنَـٰهُ بَيْنَهُمْ لِيَذَّكَّرُوا۟ فَأَبَىٰٓ أَكْثَرُ ٱلنَّاسِ إِلَّا كُفُورًۭا ﴿٥٠﴾
และแน่นอนยิ่ง เราได้ชี้แจงในอัลกุรอานถึงเหตุผลและหลักฐานต่างๆ และเราได้ยกเหตุผลเหล่านั้นด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อพวกเขาจะได้ ใคร่ครวญกับมัน แต่มนุษย์ส่วนมากจะปฏิเสธสัจธรรมและไม่ยอมรับมัน ولو شئنا لبعثنا فى كل قرية نذيرا
وَلَوْ شِئْنَا لَبَعَثْنَا فِى كُلِّ قَرْيَةٍۢ نَّذِيرًۭا ﴿٥١﴾
และหากเราประสงค์ แน่นอนเราจะส่งรอซูลไปยังทุกๆเมือง เพื่อตักเตือนและให้พวกเขาเกรงกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮฺ แต่เราไม่ได้มีความ ประสงค์เช่นนั้น และแท้จริงเราได้ส่งนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมในฐานะเป็นรอสูลแก่มนุษยชาติทั้งมวล
فَلَا تُطِعِ ٱلْكَـٰفِرِينَ وَجَـٰهِدْهُم بِهِۦ جِهَادًۭا كَبِيرًۭا ﴿٥٢﴾
ดังนั้น เจ้าอย่าได้เชื่อฟังผู้ปฏิเสธศรัทธาในข้อเรียกร้องของพวกเขาที่ให้เจ้าอ่อนโยนกับพวกเขาและในข้อเสนอที่พวกเขาหยิบยกมา และจงต่อสู้กับ พวกเขาด้วยอัลกุรอานนี้ที่เปิดเผยให้เจ้าได้เห็นถึงการต่อสู้อันยิ่งใหญ่โดยการอดทนต่ออันตรายของพวกเขาและอดทนต่อความยากลำบากในการ เรียกร้องให้พวกเขาไปสู่อัลลอฮ์
۞ وَهُوَ ٱلَّذِى مَرَجَ ٱلْبَحْرَيْنِ هَـٰذَا عَذْبٌۭ فُرَاتٌۭ وَهَـٰذَا مِلْحٌ أُجَاجٌۭ وَجَعَلَ بَيْنَهُمَا بَرْزَخًۭا وَحِجْرًۭا مَّحْجُورًۭا ﴿٥٣﴾
และอัลลอฮฺคือผู้ทรงทำให้น้ำทะเลทั้งสองฝั่งมาบรรจบติดกัน คือทรงทำให้น้ำจืดบรรจบกับน้ำเค็ม และทรงทำให้มีที่กั่นระหว่างน่านน้ำทั้งสองเพื่อไม่ ให้ปะปนเข้าด้วยกัน
وَهُوَ ٱلَّذِى خَلَقَ مِنَ ٱلْمَآءِ بَشَرًۭا فَجَعَلَهُۥ نَسَبًۭا وَصِهْرًۭا ۗ وَكَانَ رَبُّكَ قَدِيرًۭا ﴿٥٤﴾
และพระองค์คือผู้ทรงให้บังเกิดมนุษย์จากน้ำอสุจิของผู้ชายและผู้หญิง และทรงทำให้มนุษย์เกิดการติดต่อระหว่างญาติใกล้ชิดและญาติที่มาจากการ แต่งงาน และพระผู้อภิบาลของเจ้า (โอ้รอสูลเอ่ย) เป็นผู้ทรงอานุภาพไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้ และหนึ่งในความอานุภาพของพระองค์ คือ ทร بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร งบังเกิดมนุษย์มาจากน้ำอสุจิของผู้ชายและผู้หญิง
وَيَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَنفَعُهُمْ وَلَا يَضُرُّهُمْ ۗ وَكَانَ ٱلْكَافِرُ عَلَىٰ رَبِّهِۦ ظَهِيرًۭا ﴿٥٥﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ทำการเคารพสักการะรูปปั้นเจว็ดอื่นจากอัลลอฮฺ ซึ่งมันไม่ให้คุณต่อพวกเขาเลยหากพวกเขาเคารพสักการะมัน และมันก็ ไม่ให้โทษแก่พวกเขาด้วยหากพวกเขาทรยศมัน และแน่นอนผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นมักเป็นผู้เจริญรอยตามชัยฏอนที่อัลลอฮฺทรงเกรี้ยวเสมอ
وَمَآ أَرْسَلْنَـٰكَ إِلَّا مُبَشِّرًۭا وَنَذِيرًۭا ﴿٥٦﴾
แล้วเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด (โอ้รอสูลเอ่ย) นอกจากเพื่อเป็นผู้แจ้งข่าวดีแก่ผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮฺด้วยการศรัทธาต่อพระองค์และประกอบคุณงาม ความดี และเป็นผู้ตักเตือนแก่ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระองค์ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและเนรคุณต่อพระองค์
قُلْ مَآ أَسْـَٔلُكُمْ عَلَيْهِ مِنْ أَجْرٍ إِلَّا مَن شَآءَ أَن يَتَّخِذَ إِلَىٰ رَبِّهِۦ سَبِيلًۭا ﴿٥٧﴾
จงกล่าวเถิด (โอ้รอสูลเอ่ย): ฉันไม่ได้ขอค่าตอบแทนใดๆจากพวกเจ้าเลยในการเผยแพร่สาส์น (จากอัลลอฮฺ) เว้นแต่ผู้ใดที่ปรารถนาในหมู่พวกเจ้าที่จะ ถือเป็นแนวทางในการแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮฺด้วยการบริจาค เขาก็จงกระทำเถิด
وَتَوَكَّلْ عَلَى ٱلْحَىِّ ٱلَّذِى لَا يَمُوتُ وَسَبِّحْ بِحَمْدِهِۦ ۚ وَكَفَىٰ بِهِۦ بِذُنُوبِ عِبَادِهِۦ خَبِيرًا ﴿٥٨﴾
และจงมอบหมายการงานทั้งหลายของเจ้าต่ออัลลอฮฺเถิด (โอ้รอสูลเอ่ย) ผู้ทรงดำรงชีวิตอยู่ตลอดกาลไม่มีวันตาย และจงแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ ของพระองค์ด้วยการสรรเสริญพระองค์ และเพียงพอแล้วสำหรับพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ในความผิดบาปทั้งหลายของปวงบ่าวซึ่งไม่มีสิ่งใดเลยที่ พระองค์ไม่ทรงรู้ และพระองค์จะเป็นผู้ตอบแทนในความผิดบาปนั้นเอง
ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَا فِى سِتَّةِ أَيَّامٍۢ ثُمَّ ٱسْتَوَىٰ عَلَى ٱلْعَرْشِ ۚ ٱلرَّحْمَـٰنُ فَسْـَٔلْ بِهِۦ خَبِيرًۭا ﴿٥٩﴾
พระองค์ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่มีอยู่ในระหว่างทั้งสองในระยะเวลา 6 วัน หลังจากนั้น พระองค์ทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์ซึ่ง เป็นการสถิตย์ที่เหมาะสมกับความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงกรุณาปราณี ดังนั้นเจ้า (โอ้รอสูลเอ่ย) จงถามผู้ที่ตรหนัก รู้(อัลลอฮฺ)เกี่ยวกับพระองค์ ซึ่งพระองค์นั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งและพระองค์คือผู้ที่ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นเลยจากพระองค์
وَإِذَا قِيلَ لَهُمُ ٱسْجُدُوا۟ لِلرَّحْمَـٰنِ قَالُوا۟ وَمَا ٱلرَّحْمَـٰنُ أَنَسْجُدُ لِمَا تَأْمُرُنَا وَزَادَهُمْ نُفُورًۭا ۩ ﴿٦٠﴾
และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกปฏิเสธศรัทธาว่า: พวกเจ้าจงสุญูดต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีเถิด พวกเขากล่าวตอบว่า: พวกเราจะไม่สุญูดต่อพระผู้ทรง กรุณาปรานี ใครกันหรือคือพระผู้ทรงกรุณาปรานี?! พวกเราไม่รู้จักและไม่ยอมรับในพระองค์ หรือจะให้พวกเราสุญูดตามที่เจ้าสั่งใช้ทั้งๆ ที่พวกเราไม่ ได้รู้จักพระองค์กระนั้นหรือ?! คำพูดเช่นนี้ได้ทำให้พวกเขาเพิ่มความห่างไกลจากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
تَبَارَكَ ٱلَّذِى جَعَلَ فِى ٱلسَّمَآءِ بُرُوجًۭا وَجَعَلَ فِيهَا سِرَٰجًۭا وَقَمَرًۭا مُّنِيرًۭا ﴿٦١﴾
ความจำเริญยิ่งแด่พระองค์ผู้ทรงทำให้ชั้นฟ้ามีวงโคจรของดาวเคราะห์และดาวต่างๆ และทรงทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้า (ในเวลากลางวัน) และทรง ทำให้ดวงจันทร์มีแสงนวลกระจ่ายทั่วบนพื้นซึ่งมันมาจากการสะท้องของแสงดวงอาทิตย์
وَهُوَ ٱلَّذِى جَعَلَ ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ خِلْفَةًۭ لِّمَنْ أَرَادَ أَن يَذَّكَّرَ أَوْ أَرَادَ شُكُورًۭا ﴿٦٢﴾
และอัลลอฮฺคือผู้ทรงทำให้กลางวันและกลางคืนสลับแทนที่กันไปมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะใคร่ครวญถึงสัญญาณต่างๆ ของอัลลอฮฺ เผื่อเขาจะได้รับทางนำ หรือปรารถนาจะขอบคุณอัลลอฮฺต่อความโปรดปรานต่างๆ ของพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَعِبَادُ ٱلرَّحْمَـٰنِ ٱلَّذِينَ يَمْشُونَ عَلَى ٱلْأَرْضِ هَوْنًۭا وَإِذَا خَاطَبَهُمُ ٱلْجَـٰهِلُونَ قَالُوا۟ سَلَـٰمًۭا ﴿٦٣﴾
และปวงบ่าวผู้ศรัทธาของผู้ทรงกรุณาปรานี คือ บรรดาผู้ที่เดินบนหน้าแผ่นดินด้วยความสงบและนอบน้อมถ่อมตน และเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทาย พวกเขา พวกเขาจะไม่โต้ตอบกลับไปอย่างพวกเขา แต่พวกเขาจะกล่าวด้วยถ้อยคำที่ดีที่ไม่แสดงถึงความโง่เขลาที่มีต่อพวกเขา
وَٱلَّذِينَ يَبِيتُونَ لِرَبِّهِمْ سُجَّدًۭا وَقِيَـٰمًۭا ﴿٦٤﴾
และบรรดาผู้ที่ใช้เวลากลางคืนทำการสุญูดด้วยหน้าผากของพวกเขาและลุกขึ้นยืนละหมาดด้วยเท้าสองข้างของพวกเขาเพื่ออัลลอฮฺ
وَٱلَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا ٱصْرِفْ عَنَّا عَذَابَ جَهَنَّمَ ۖ إِنَّ عَذَابَهَا كَانَ غَرَامًا ﴿٦٥﴾
และบรรดาผู้ที่กล่าวขอดุอาอ์ต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาว่า: ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ทรงทำให้การลงโทษของนรกญะฮันนัมได้ห่าง ไกลจากพวกเราด้วยเถิด แท้จริงการลงโทษของนรกญะฮันนัมนั้นมั่นคงอยู่อย่างนั้นตลอดสำหรับผู้ที่ตายในสภาพการเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา (ต่อ ر อัลลอฮฺ)
إِنَّهَا سَآءَتْ مُسْتَقَرًّۭا وَمُقَامًۭا ﴿٦٦﴾
แท้จริงมันเป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐานที่น่ากลัวสำหรับผู้ที่จะอยู่กับมันและเป็นที่พำนักที่น่ากลัวสำหรับผู้ที่พำนักในนั้น
وَٱلَّذِينَ إِذَآ أَنفَقُوا۟ لَمْ يُسْرِفُوا۟ وَلَمْ يَقْتُرُوا۟ وَكَانَ بَيْنَ ذَٰلِكَ قَوَامًۭا ﴿٦٧﴾
และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่ายทรัพย์สินของพวกเขา การใช้จ่ายของพวกเขานั้นไม่ถึงขั้นของการสุรุ่ยสุร่าย และพวกเขาก็ไม่บกพร่องในการใช้จ่าย แก่ผู้ที่ควรได้รับการอุปการะจากตัวของพวกเขาเองและคนอื่นๆ และการใช้จ่ายของพวกเขานั้นเป็นธรรมและเป็นกลางไม่สุรุ่ยสุร่ายและไม่ตระหนี่
وَٱلَّذِينَ لَا يَدْعُونَ مَعَ ٱللَّهِ إِلَـٰهًا ءَاخَرَ وَلَا يَقْتُلُونَ ٱلنَّفْسَ ٱلَّتِى حَرَّمَ ٱللَّهُ إِلَّا بِٱلْحَقِّ وَلَا يَزْنُونَ ۚ وَمَن يَفْعَلْ ذَٰلِكَ يَلْقَ أَثَامًۭا ﴿٦٨﴾
يلق أ ثاما และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอจากสิ่งที่ถูกเคารพสักการะอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาจะไม่ฆ่าชีวิตใดชีวิตหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่ชีวิตที่ อัลลอฮฺทรงอนุญาต เช่น การฆ่าที่เป็นการประหารชีวิต หรือฆ่าผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาหลังจากที่ได้ศรัทธาแล้ว หรือผู้ที่ผิดประเวณีหลังจากแต่งงานแล้ว และพวกเขาจะไม่ผิดประเวณี ส่วนผู้ใดที่ได้ละเมิดกระทำสิ่งที่เป็นบาปใหญ่นี้ เขาจะได้พบกับบทลงโทษอย่างมหันต์ต่อสิ่งที่เขาได้ละเมิดไป
يُضَـٰعَفْ لَهُ ٱلْعَذَابُ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِۦ مُهَانًا ﴿٦٩﴾
การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวสำหรับเขา และเขาจะถูกลงโทษอยู่ในนั้นอย่างน่าอัปยศ
إِلَّا مَن تَابَ وَءَامَنَ وَعَمِلَ عَمَلًۭا صَـٰلِحًۭا فَأُو۟لَـٰٓئِكَ يُبَدِّلُ ٱللَّهُ سَيِّـَٔاتِهِمْ حَسَنَـٰتٍۢ ۗ وَكَانَ ٱللَّهُ غَفُورًۭا رَّحِيمًۭا ﴿٧٠﴾
แต่ทว่า ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮฺ และมีความศรัทธา และประกอบคุณงามความดีที่ชี้ถึงความสัจจริงของการกลับเนื้อกลับตัวของเขา พวก เขาเหล่านั้นแหละ อัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วจากสิ่งที่พวกเขาได้กระทำเป็นความดี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยบาปแก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวจากบ่าว ของพระองค์ และทรงเมตตาเสมอต่อพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَمَن تَابَ وَعَمِلَ صَـٰلِحًۭا فَإِنَّهُۥ يَتُوبُ إِلَى ٱللَّهِ مَتَابًۭا ﴿٧١﴾
และผู้ใดที่กลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮฺ และได้พิสูจน์ถึงความสัจจริงของการกลับเนื้อกลับตัวของเขาด้วยการกระทำสิ่งที่ถูกใช้และละทิ้งสิ่งที่ถูกสั่ง ห้าม แท้จริงการกลับเนื้อกลับตัวของเขาคือการกลับเนื้อกลับตัวที่ได้รับการตอบรับ
وَٱلَّذِينَ لَا يَشْهَدُونَ ٱلزُّورَ وَإِذَا مَرُّوا۟ بِٱللَّغْوِ مَرُّوا۟ كِرَامًۭا ﴿٧٢﴾
และบรรดาผู้ที่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นความเท็จ เช่น สถานที่ที่มีการชุมนุมกระทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺและสถานบันเทิงต่างๆที่ต้องห้าม ซึ่งเมื่อพวกเขาเดินผ่านสิ่งไร้สาระจากคำพูดและการกระทำเหล่านั้น พวกเขาจะผ่านมันไปอย่างสมเกียรติ(ด้วยการให้เกียรติต่อสถานะของตัวเอง)อีก م ทั้งหลีกห่างจากการคลุกคลีกับสิ่งนั้น
وَٱلَّذِينَ إِذَا ذُكِّرُوا۟ بِـَٔايَـٰتِ رَبِّهِمْ لَمْ يَخِرُّوا۟ عَلَيْهَا صُمًّۭا وَعُمْيَانًۭا ﴿٧٣﴾
และบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการต่างๆ ของอัลลอฮฺที่ถูกได้ยิน(อัลกุรอาน)และถูกมองเห็น(สิ่งถูกสร้างต่างๆ) พวกเขาจะไม่เป็น เหมือนสภาพคนหูหนวกเมื่อได้ยิน และจะไม่เป็นเหมือนสภาพคนตาบอลเมื่อได้มองเห็น
وَٱلَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَٰجِنَا وَذُرِّيَّـٰتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍۢ وَٱجْعَلْنَا لِلْمُتَّقِينَ إِمَامًا ﴿٧٤﴾
และบรรดาผู้ที่กล่าวในดุอาอ์ของพวกเขาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาว่า: ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เราซึ่งคู่ครองและ ลูกหลานของเราผู้ซึ่งเป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเราด้วยการจงรักภักดีและความยึดมั่นบนสัจธรรม และขอพระองค์ทรงทำให้เราเป็นผู้นำ (แบบ อย่าง) ในเรื่องสัจธรรมแก่บรรดาผู้ยำเกรงในการที่จะปฏิบัติตามเรา
أُو۟لَـٰٓئِكَ يُجْزَوْنَ ٱلْغُرْفَةَ بِمَا صَبَرُوا۟ وَيُلَقَّوْنَ فِيهَا تَحِيَّةًۭ وَسَلَـٰمًا ﴿٧٥﴾
พวกเขาเหล่านั้นดังที่มีคุณลักษณะข้างต้นจะได้รับการตอบแทนด้วยสถานพำนักที่สูงในสรวงสวรรค์ฟิรดาวส์ที่สูงที่สุดเนื่องด้วยความอดทนของ พวกเขาในการจงรักภักดีต่ออัลออฮฺ และในนั้นพวกเขาจะได้พบกับการกล่าวต้อนรับและสลามจากบรรดามะลาอิกะฮฺและในนั้นพวกเขาจะได้รับการ คุ้มครองอย่างปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่จะก่อให้เกิดความเสียหายر
خَـٰلِدِينَ فِيهَا ۚ حَسُنَتْ مُسْتَقَرًّۭا وَمُقَامًۭا ﴿٧٦﴾
โดยที่พวกเขาพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร ซึ่งเป็นสถานพำนักและที่อยู่อาศัยที่น่าอภิรมย์ยิ่ง
قُلْ مَا يَعْبَؤُا۟ بِكُمْ رَبِّى لَوْلَا دُعَآؤُكُمْ ۖ فَقَدْ كَذَّبْتُمْ فَسَوْفَ يَكُونُ لِزَامًۢا ﴿٧٧﴾
จงกล่าวเถิด (โอ้รอสูลเอ่ย) แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ยืนกรานในการปฏิเสธศรัทธาว่า พระผู้อภิบาลของฉันจะไม่สนใจถึงผลประโยชน์ที่จะได้มาจาก การเคารพภักดีของพวกเจ้า หากไม่มีเลยในบรรดาปวงบ่าวของพระองค์ที่ขอดุอาอ์ต่อพระองค์ด้วยกับดุอาอ์ที่เป็นอิบาดะฮ์และดุอาอ์ที่เป็นการร้องขอ แน่นอนพระองค์ก็ยังไม่สนใจพวกเจ้า เพราะพวกเจ้าได้ปฏิเสธรอสูลในสิ่งที่ท่านได้นำมายังพวกเจ้าจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ดังนั้นผลตอบแทน (การลงโทษ) ของการปฏิเสธนั้นจะเกิดขึ้นแก่พวกท่านอย่างแน่นอน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม