وَٱلنَّجْمِ إِذَا هَوَىٰ ﴿١﴾
อัลลอฮฺผู้ทรงบริสุทธิ์ได้สาบานต่อดวงดาวเมื่อยามที่มันคล้อยตกลงมา ما ضل صاحبكم وما غو
หน้าแรก›ตัฟซีร›An-Najm (53)
มักกียะฮ์ · 62 อายะฮ์
وَٱلنَّجْمِ إِذَا هَوَىٰ ﴿١﴾
อัลลอฮฺผู้ทรงบริสุทธิ์ได้สาบานต่อดวงดาวเมื่อยามที่มันคล้อยตกลงมา ما ضل صاحبكم وما غو
مَا ضَلَّ صَاحِبُكُمْ وَمَا غَوَىٰ ﴿٢﴾
ท่านเราะสูล มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม มิได้หลงผิดจากแนวทางแห่งทางนำ และมิได้เป็นผู้มีความเชื่อที่ผิดๆ แต่เขาเป็นผู้มีคุณธรรมต่าง หาก
وَمَا يَنطِقُ عَنِ ٱلْهَوَىٰٓ ﴿٣﴾
และเขามิได้พูดเกี่ยวกับอัลกุรอ่านด้วยการตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของเขา إن هو إ ل اوحى يوحى
إِنْ هُوَ إِلَّا وَحْىٌۭ يُوحَىٰ ﴿٤﴾
อัลกุรอ่าน (ที่เขาพูดถึง) นี้มิใช่อื่นใดนอกจากวะห์ยูที่อัลลอฮฺประทานลงมาให้แก่เขาโดยผ่านญิบรีล อลัยฮิสสลาม
عَلَّمَهُۥ شَدِيدُ ٱلْقُوَىٰ ﴿٥﴾
มลาอิกะฮฺญิบรีลผู้มีพลังอำนาจมากมายได้สอนเขา
ذُو مِرَّةٍۢ فَٱسْتَوَىٰ ﴿٦﴾
และญิบรีล อลัยฮิสสลาม ผู้มีรูปร่างสวยงาม แล้วเขาจึงปรากฏต่อหน้านบี ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ในรูปแบบที่อัลลอฮฺทรงสร้างเขามา
وَهُوَ بِٱلْأُفُقِ ٱلْأَعْلَىٰ ﴿٧﴾
ขณะที่ญิบรีลอยู่บนฟากฟ้าอันสูงสุด ثم دنا فتدلى
ثُمَّ دَنَا فَتَدَلَّىٰ ﴿٨﴾
จากนั้นญิบรีล อลัยฮิสสลาม ได้เข้ามาใกล้นบี ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม และเข้ามาใกล้จนชิด فكان قاب قوسين أو أدنى
فَكَانَ قَابَ قَوْسَيْنِ أَوْ أَدْنَىٰ ﴿٩﴾
จนความใกล้ของเขาอยู่ในระยะระหว่างปลายคันธนูทั้งสอง หรือใกล้กว่านั้นอีก
فَأَوْحَىٰٓ إِلَىٰ عَبْدِهِۦ مَآ أَوْحَىٰ ﴿١٠﴾
แล้วญิบรีลก็ได้นำวะห์ยูให้แก่บ่าวของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งวะห์ยูต่างๆ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
مَا كَذَبَ ٱلْفُؤَادُ مَا رَأَىٰٓ ﴿١١﴾
จิตใจของมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม มิได้ปฏิเสธสิ่งที่เขาได้เห็นด้วยตาของเขา أفتمرونه عل ما ير
أَفَتُمَـٰرُونَهُۥ عَلَىٰ مَا يَرَىٰ ﴿١٢﴾
แล้วพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ จะโต้เถียงกับเขาในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ให้เขาเห็นในค่ำคืนอิสรออฺกระนั้นหรือ?! ولقد رءاه نزلةأخر
وَلَقَدْ رَءَاهُ نَزْلَةً أُخْرَىٰ ﴿١٣﴾
และโดยแน่นอน มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้เห็นญิบรีลในรูปแบบที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งในค่ำคืนอิสรออฺ
عِندَ سِدْرَةِ ٱلْمُنتَهَىٰ ﴿١٤﴾
ณ ที่ต้นพุทราอันไกลโพ้น ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่มากอยู่บนชั้นฟ้าที่เจ็ด
عِندَهَا جَنَّةُ ٱلْمَأْوَىٰٓ ﴿١٥﴾
ณ ที่ต้นไม้นั้น คือสรวงสวรรค์อันเป็นที่พำนัก
إِذْ يَغْشَى ٱلسِّدْرَةَ مَا يَغْشَىٰ ﴿١٦﴾
ขณะที่มีสิ่งอันยิ่งใหญ่มาปกคลุมต้นพุทราโดยเป็นพระบัญชาของอัลลอฮฺที่ไม่มีใครรู้ถึงแก่นแท้ของมันนอกจากอัลลอฮฺ
مَا زَاغَ ٱلْبَصَرُ وَمَا طَغَىٰ ﴿١٧﴾
สายตาของมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม มิได้เหลือบแลไปทางขวาและซ้ายและมิได้ล่วงเกินที่ถูกกำหนดให้แก่เขา
لَقَدْ رَأَىٰ مِنْ ءَايَـٰتِ رَبِّهِ ٱلْكُبْرَىٰٓ ﴿١٨﴾
โดยแน่นอน ในค่ำคืนเมียะอฺรอจ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้เห็นสัญญาณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าของเขาที่บ่งบอกถึงอำนาจความสามารถ ต่างๆ ของพระองค์ ซึ่งเขาได้เห็นสวรรค์ นรก และอื่นๆ
أَفَرَءَيْتُمُ ٱللَّـٰتَ وَٱلْعُزَّىٰ ﴿١٩﴾
โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ พวกเจ้ามิได้เห็นรูปเจว็ดต่างๆ ที่พวกเจ้าเคารพสักการะมันนอกจากอัลลอฮฺ เช่น อัลลาต และอัลอุซซา
وَمَنَوٰةَ ٱلثَّالِثَةَ ٱلْأُخْرَىٰٓ ﴿٢٠﴾
และรูปที่สามที่ชื่อ มะนาต (ก็เช่นเดียวกัน) จงบอกแก่ฉันทีเถิดว่า รูปเจว็ดเหล่านั้นมีอำนาจให้พวกเจ้าได้รับประโยชน์และรับโทษไหม?! بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَلَكُمُ ٱلذَّكَرُ وَلَهُ ٱلْأُنثَىٰ ﴿٢١﴾
โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ พวกเจ้าเอาบุตรชายที่พวกเจ้ารักเป็นของพวกเจ้า และเอาบุตรสาวที่พวกเจ้ารังเกียจเป็นของอัลลอฮฺผู้ทรงบริสุทธิ์ กระนั้นหรือ?!
تِلْكَ إِذًۭا قِسْمَةٌۭ ضِيزَىٰٓ ﴿٢٢﴾
การแบ่งประเภทที่พวกเจ้าแบ่งกันตามอารมณ์ชั่วช้าของพวกเจ้านั้น มันเป็นการแบ่งที่ไม่ยุติธรรม
إِنْ هِىَ إِلَّآ أَسْمَآءٌۭ سَمَّيْتُمُوهَآ أَنتُمْ وَءَابَآؤُكُم مَّآ أَنزَلَ ٱللَّهُ بِهَا مِن سُلْطَـٰنٍ ۚ إِن يَتَّبِعُونَ إِلَّا ٱلظَّنَّ وَمَا تَهْوَى ٱلْأَنفُسُ ۖ وَلَقَدْ جَآءَهُم مِّن رَّبِّهِمُ ٱلْهُدَىٰٓ ﴿٢٣﴾
รูปเจว็ดต่างๆ เหล่านี้มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นชื่อที่ไร้ซึ่งความหมาย มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคุณลักษณะแห่งการเป็นพระเจ้า เป็นชื่อที่พวกเจ้า และบรรพบุรุษของพวกเจ้าได้ตั้งขึ้นมาเอง โดยที่อัลลอฮฺมิได้ทรงประทานหลักฐานใดๆ ลงมาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺมิได้ ปฏิบัติตามสิ่งใดในเรื่องความเชื่อของพวกเขานอกจากเป็นการคาดคะเน และสิ่งที่อารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาปรารถนาจากสิ่งที่ชัยฏอน (มารร้าย) ได้ ประดับประดาในจิตใจของพวกเขา และแน่นอนทางนำที่มาจากพระเจ้าของพวกเขาที่นำโดยนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเขา แล้ว แต่พวกเขากลับไม่รับทางนำนั้น أم للإنسن ما تمن
أَمْ لِلْإِنسَـٰنِ مَا تَمَنَّىٰ ﴿٢٤﴾
หรือว่าเป็นสิทธิ์ของมนุษย์ที่จะได้ทุกสิ่งที่เขาปรารถนา เช่น การช่วยเหลือของรูปเจว็ดต่อหน้าอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?!
فَلِلَّهِ ٱلْـَٔاخِرَةُ وَٱلْأُولَىٰ ﴿٢٥﴾
เปล่าเลย สำหรับเขาจะไม่ได้รับสิ่งที่เขาปรารถนาใดๆ เพราะกรรมสิทธิ์แห่งโลกหน้าและโลกนี้นั้นเป็นของอัลลอฮฺพระองค์เดียว พระองค์จะให้บางส่วน จากทั้งสองซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์และยับยั้งซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์
۞ وَكَم مِّن مَّلَكٍۢ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ لَا تُغْنِى شَفَـٰعَتُهُمْ شَيْـًٔا إِلَّا مِنۢ بَعْدِ أَن يَأْذَنَ ٱللَّهُ لِمَن يَشَآءُ وَيَرْضَىٰٓ ﴿٢٦﴾
และมีมลาอิกะฮฺกี่มากน้อยอยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายที่การชะฟาอะฮฺ (การช่วยเหลือ) ของพวกเขาจะไม่อำนวยประโยชน์ใดๆ ให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งที่พวกเขา ต้องการ เว้นแต่หลังจากที่อัลลอฮฺจะอนุมัติให้ชะฟาอะฮฺ แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่พวกเขา และทรงพอพระทัยผู้ที่จะได้รับการชะฟาอะฮฺ ดังนั้น พระองค์จะไม่อนุมัติให้ผู้เป็นภาคีกับพระองค์ให้การชะฟาอะฮฺ (ให้การช่วยเหลือ) และจะไม่ทรงพอพระทัยผู้ที่เคารพสิ่งอื่นนอกจากพระองค์เด็ดขาด
إِنَّ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ لَيُسَمُّونَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ تَسْمِيَةَ ٱلْأُنثَىٰ ﴿٢٧﴾
แท้จริงบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันฟื้ นขึ้นชีพในโลกหน้านั้น แท้จริงพวกเขาจะตั้งชื่อบรรดามลาอิกะฮฺด้วยชื่อผู้หญิงตามความเชื่อของพวกเขาว่าบรรดา มลาอิกะฮฺนั้นเป็นบุตรสาวของอัลลอฮฺ อัลลอฮฺมหาสูงส่งมหายิ่งใหญ่เหนือคำกล่าวเหล่านั้นของพวกเขา
وَمَا لَهُم بِهِۦ مِنْ عِلْمٍ ۖ إِن يَتَّبِعُونَ إِلَّا ٱلظَّنَّ ۖ وَإِنَّ ٱلظَّنَّ لَا يُغْنِى مِنَ ٱلْحَقِّ شَيْـًۭٔا ﴿٢٨﴾
และการที่พวกเขาตั้งชื่อให้บรรดามลาอิกะฮฺเป็นชื่อผู้หญิงนั้น พวกเขาไม่มีความรู้ใดๆ เป็นที่อ้างอิงเลย พวกเขามิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดในเรื่องดังกล่าว นอกจากการคาดเดาเท่านั้น และแท้จริงการคาดเดานั้นไม่อาจมีประโยชน์เหนือความจริงได้เลย แม้ว่าการคาดเดานั้นจะอยู่บนตำแหน่งของความจริง ก็ตาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَأَعْرِضْ عَن مَّن تَوَلَّىٰ عَن ذِكْرِنَا وَلَمْ يُرِدْ إِلَّا ٱلْحَيَوٰةَ ٱلدُّنْيَا ﴿٢٩﴾
ดังนั้น โอ้ท่านเราะสูล เจ้าจงหลีกห่างจากผู้ผินหลังให้กับการรำลึกถึงอัลลอฮฺและไม่ใส่ใจพระองค์ และเขามิได้ปรารถนาอื่นใดนอกจากการมีชีวิตอยู่ใน โลกนี้เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่กระทำความดีเพื่อโลกหน้า เพราะเขาไม่ศรัทธาต่อมัน
ذَٰلِكَ مَبْلَغُهُم مِّنَ ٱلْعِلْمِ ۚ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِۦ وَهُوَ أَعْلَمُ بِمَنِ ٱهْتَدَىٰ ﴿٣٠﴾
คำกล่าวของบรรดาผู้ตั้งภาคี (ที่ตั้งชื่อบรรดามลาอิกะฮฺเป็นชื่อผู้หญิง) นั่นคือสุดยอดแห่งความรู้ของพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขาโง่เขลา ซึ่งเป็นความ รู้ที่ไม่บรรลุถึงความมั่นใจอย่างแท้จริง แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น (โอ้ท่านเราะสูล) ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงทางออกจากแนวทางแห่งสัจธรรม และ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่อยู่ในแนวทางแห่งทางนำ (ฮิดายะฮฺ) ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์
وَلِلَّهِ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ لِيَجْزِىَ ٱلَّذِينَ أَسَـٰٓـُٔوا۟ بِمَا عَمِلُوا۟ وَيَجْزِىَ ٱلَّذِينَ أَحْسَنُوا۟ بِٱلْحُسْنَى ﴿٣١﴾
และสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ทั้งในเรื่องการครอบครอง การสร้าง และการ บริหารจัดการ เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนบรรดาผู้กระทำความชั่วในโลกดุนยานี้ด้วยการลงโทษที่พวกเขาสมควรจะได้รับ และจะทรงตอบแทน บรรดาผู้กระทำความดีด้วยสรวงสวรรค์
ٱلَّذِينَ يَجْتَنِبُونَ كَبَـٰٓئِرَ ٱلْإِثْمِ وَٱلْفَوَٰحِشَ إِلَّا ٱللَّمَمَ ۚ إِنَّ رَبَّكَ وَٰسِعُ ٱلْمَغْفِرَةِ ۚ هُوَ أَعْلَمُ بِكُمْ إِذْ أَنشَأَكُم مِّنَ ٱلْأَرْضِ وَإِذْ أَنتُمْ أَجِنَّةٌۭ فِى بُطُونِ أُمَّهَـٰتِكُمْ ۖ فَلَا تُزَكُّوٓا۟ أَنفُسَكُمْ ۖ هُوَ أَعْلَمُ بِمَنِ ٱتَّقَىٰٓ ﴿٣٢﴾
(บรรดาผู้กระทำความดีนั้น) คือบรรดาผู้หลีกห่างจากการทำบาปใหญ่และสิ่งลามกทั้งหลาย เว้นแต่ความผิดพลาดเล็กน้อย ซึ่งมันจะถูกลบล้างด้วย การละทิ้งบาปใหญ่และกระทำความดีที่มากมายหลากหลาย แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น โอ้ท่านเราะสูล ทรงเป็นผู้กว้างขวางในการให้อภัย พระองค์จะ อภัยโทษให้แก่บ่าวของพระองค์ที่เตาบะฮ์กลับเนื้อกลับตัว พระองค์ทรงรู้จักพวกเจ้าและกิจการของพวกเจ้าดียิ่ง เมื่อครั้นที่พระองค์ทรงสร้างอาดัม ผู้เป็นบิดาของพวกเจ้าจากดิน และเมื่อครั้นที่พวกเจ้าเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดาของพวกเจ้า พวกเจ้าถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีขั้นตอน ไม่มีสิ่งใดซ่อน เร้นไปจากพระองค์ ดังนั้นพวกเจ้าอย่าแสดงตนเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์แก่ตัวของพวกเจ้าเองด้วยการยกย่องและชมเชยว่ามีความยำเกรง เพราะ พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่มีความยำเกรงด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และละทิ้งจากคำสั่งห้ามของพระองค์
أَفَرَءَيْتَ ٱلَّذِى تَوَلَّىٰ ﴿٣٣﴾
เจ้าได้เห็นลักษณะที่ชั่วช้าของผู้ที่ผินหลังให้กับอิสลาม หลังจากที่เขาเคยได้อยู่ใกล้กับมันบ้างไหม
وَأَعْطَىٰ قَلِيلًۭا وَأَكْدَىٰٓ ﴿٣٤﴾
และเขาได้บริจาคทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หยุดบริจาค เพราะความตระหนี่ขี้เหนียวคืออุปนิสัยของเขา ถึงกระนั้นเขายังจะชมเชยตัวเองอีก
أَعِندَهُۥ عِلْمُ ٱلْغَيْبِ فَهُوَ يَرَىٰٓ ﴿٣٥﴾
เขามีความรู้ในสิ่งเร้นลับกระนั้นหรือ เขาถึงได้เห็นและบอกถึงสิ่งเร้นลับได้? أم لم ينبأ بما فى صحف موس
أَمْ لَمْ يُنَبَّأْ بِمَا فِى صُحُفِ مُوسَىٰ ﴿٣٦﴾
หรือว่าเขาเป็นผู้โกหกใส่ร้ายต่ออัลลอฮฺ? หรือว่าเขามิได้รับข่าวคราวที่มีอยู่ในคัมภีร์ของมูซาที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาให้แก่ท่านหรอกหรือ? بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَإِبْرَٰهِيمَ ٱلَّذِى وَفَّىٰٓ ﴿٣٧﴾
และข่าวคราวที่มีอยู่ในคัมภีร์ของอิบรอฮีม ผู้ซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ๆ พระองค์ได้มอบหมายอย่างครบถ้วน ألا تزر وازرة وزر أخر
أَلَّا تَزِرُ وَازِرَةٌۭ وِزْرَ أُخْرَىٰ ﴿٣٨﴾
ว่ามนุษย์นั้นจะไม่แบกภาระบาปของผู้อื่นได้ وأن ليس للإنسن إلا ما سعى
وَأَن لَّيْسَ لِلْإِنسَـٰنِ إِلَّا مَا سَعَىٰ ﴿٣٩﴾
และมนุษย์จะไม่ได้อะไรเลย นอกจากผลบุญจากการงานของเขาที่ได้ขวนขวายเอาไว้ وأن سعيهسوف ير
وَأَنَّ سَعْيَهُۥ سَوْفَ يُرَىٰ ﴿٤٠﴾
และแท้จริงการงานของเขาจะถูกแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยในวันกิยามะฮฺ
ثُمَّ يُجْزَىٰهُ ٱلْجَزَآءَ ٱلْأَوْفَىٰ ﴿٤١﴾
แล้วเขาก็จะได้รับการตอบแทนการงานของเขาด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วนสมบูรณ์
وَأَنَّ إِلَىٰ رَبِّكَ ٱلْمُنتَهَىٰ ﴿٤٢﴾
และแท้จริงยังพระผู้อภิบาลของเจ้าเทานั้น โอ้ท่านเราะสูล คือที่กลับไปและจุดหมายปลายทางของผู้เป็นบ่าวหลังจากที่พวกเขาได้เสียชีวิตไป وأنه هوأض حك وأبكى
وَأَنَّهُۥ هُوَ أَضْحَكَ وَأَبْكَىٰ ﴿٤٣﴾
และแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์มีความสุขแล้วก็ทรงทำให้เขาหัวเราะ และพระองค์ทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์มี ความเศร้าเสียใจแล้วก็ทรงทำให้ร้องไห้ وأنه هو أمات وأحيا
وَأَنَّهُۥ هُوَ أَمَاتَ وَأَحْيَا ﴿٤٤﴾
และแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้ผู้มีชีวิตตายในโลกดุนยานี้ และทรงทำให้ผู้ตาย มีชีวิตด้วยการฟื้ นคืนชีพ
وَأَنَّهُۥ خَلَقَ ٱلزَّوْجَيْنِ ٱلذَّكَرَ وَٱلْأُنثَىٰ ﴿٤٥﴾
และแท้จริงพระองค์ทรงสร้างคู่ เป็นเพศชาย และเพศหญิง من نطفة إذا تمن
مِن نُّطْفَةٍ إِذَا تُمْنَىٰ ﴿٤٦﴾
จากเชื้ออสุจิเมื่อมันได้ถูกวางไว้ในมดลูก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَأَنَّ عَلَيْهِ ٱلنَّشْأَةَ ٱلْأُخْرَىٰ ﴿٤٧﴾
และแท้จริง เป็นหน้าที่ของพระองค์ที่จะให้บังเกิดทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ทั้งสองได้ตายไป เพื่อการชุมนุม (ในโลกหน้า) وأنه هو أغن وأقن
وَأَنَّهُۥ هُوَ أَغْنَىٰ وَأَقْنَىٰ ﴿٤٨﴾
และแท้จริง พระองค์ทรงทำให้บ่าวของพระองค์ที่พระองค์ประสงค์ได้ร่ำรวยด้วยการให้ครอบครองทรัพย์สิน และทรงให้ทรัพย์สินบางส่วนเป็นที่ใช้สอย
وَأَنَّهُۥ هُوَ رَبُّ ٱلشِّعْرَىٰ ﴿٤٩﴾
และแท้จริง พระองค์ทรงเป็นพระผู้อภิบาลแห่งดาวสิริอุส ซึ่งเป็นดาวที่บรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์บางกลุ่มได้เคารพบูชากันอื่นจากอัลลอฮ์
وَأَنَّهُۥٓ أَهْلَكَ عَادًا ٱلْأُولَىٰ ﴿٥٠﴾
และแท้จริง พระองค์ได้ทรงทำลายหมู่ชนอ๊าดรุ่นก่อน ซึ่งเป็นหมู่ชนของนบีฮูด เมื่อครั้งที่พวกเขายืนกรานบนการปฏิเสธศรัทธา
وَثَمُودَا۟ فَمَآ أَبْقَىٰ ﴿٥١﴾
และพระองค์ได้ทรงทำลายหมู่ชนษะมูด ซึ่งเป็นหมู่ชนของบนีศอลิหฺ โดยไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีกเลย
وَقَوْمَ نُوحٍۢ مِّن قَبْلُ ۖ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ هُمْ أَظْلَمَ وَأَطْغَىٰ ﴿٥٢﴾
และพระองค์ได้ทรงทำลายหมู่ชนของนบีนูหฺก่อนหน้าหมู่ชนอ๊าดและหมู่ชนษะมูด แท้จริงพวกเขาเป็นผู้อธรรมและเป็นผู้ละเมิดยิ่งกว่าหมู่ชนอ๊าดและ หมู่ชนษะมูดเสียอีก เพราะนบีนูหฺได้ใช้ชีวิตเผยแพร่ชักชวนพวกเขาไปสู่การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺนานถึงเก้าร้อยห้าสิบปี แล้วพวกเขากลับไม่ตอบรับ นบีนูหฺ
وَٱلْمُؤْتَفِكَةَ أَهْوَىٰ ﴿٥٣﴾
และเมืองของหมู่ชนนบีลูฏที่พระองค์ได้ทรงยกมันขึ้นบนฟากฟ้า แล้วทรงพลิกกลับให้มันถล่มลงมาสู่พื้นแผ่นดิน فغش ىها ما غش
فَغَشَّىٰهَا مَا غَشَّىٰ ﴿٥٤﴾
แล้วได้กระหน่ำใส่อย่างครอบคลุมด้วยก้อนหินหลังจากที่ได้ยกมันขึ้นสู่ฟากฟ้า แล้วให้มันถล่มลงมาสู่บนพื้นแผ่นดิน
فَبِأَىِّ ءَالَآءِ رَبِّكَ تَتَمَارَىٰ ﴿٥٥﴾
ดังนั้นสัญญาณต่างๆ ของพระผู้อภิบาลของเจ้าที่บ่งบอกถึงพลังอำนาจของพระองค์อันใดเล่า โอ้มนุษย์เอ๋ย ที่ทำให้เจ้ายังโต้เถียงกันอยู่แล้วทำให้เจ้า ไม่รับเป็นบทเรียนจากมัน?!
هَـٰذَا نَذِيرٌۭ مِّنَ ٱلنُّذُرِ ٱلْأُولَىٰٓ ﴿٥٦﴾
เราะสูลที่ถูกส่งมายังพวกเจ้านี้เหมือนกับบรรดาเราะซูลรุ่นก่อนๆ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَزِفَتِ ٱلْـَٔازِفَةُ ﴿٥٧﴾
วันกิยามะฮฺอันใกล้ (วันสิ้นโลก) ได้ใกล้เข้ามาแล้ว
لَيْسَ لَهَا مِن دُونِ ٱللَّهِ كَاشِفَةٌ ﴿٥٨﴾
ไม่มีผู้ใดที่จะยับยั้งมันให้พ้นไปได้และไม่มีผู้ใดรู้ถึงเรื่องราวของมัน (ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร) นอกจากอัลลอฮฺ
أَفَمِنْ هَـٰذَا ٱلْحَدِيثِ تَعْجَبُونَ ﴿٥٩﴾
หรือสิ่งที่มาจากอัลกุรอ่านที่ถูกอ่านให้แก่พวกเจ้านี้ พวกเจ้ายังคงแปลกใจอีกหรือ ว่ามันมาจากอัลลอฮฺ?! وتضحكون ولا تبكون
وَتَضْحَكُونَ وَلَا تَبْكُونَ ﴿٦٠﴾
และพวกเจ้ายังคงหัวเราะเยาะเย้ยกับมัน และยังไม่ร้องไห้ขณะที่ได้ฟังคำตักเตือนของมันอีกหรือ?! وأ نتم سمدون
وَأَنتُمْ سَـٰمِدُونَ ﴿٦١﴾
โดยที่พวกเจ้ายังคงหลงระเริงลืมตัว ไม่ใส่ใจกับมันอีกหรือ?!
فَٱسْجُدُوا۟ لِلَّهِ وَٱعْبُدُوا۟ ۩ ﴿٦٢﴾
ดังนั้นพวกเจ้าจงสุญูดต่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว และจงเคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ด้วยความบริสุทธิ์ใจเถิด ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร