หน้าแรกตัฟซีรAr-Room (30)

ตัฟซีร Ar-Room (30) — الروم

มักกียะฮ์ · 60 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

الٓمٓ ﴿١﴾

อลิฟ ลาม ลีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์

غُلِبَتِ ٱلرُّومُ ﴿٢﴾

พวกเปอร์เซียได้พิชิตพวกโรมันแล้ว

فِىٓ أَدْنَى ٱلْأَرْضِ وَهُم مِّنۢ بَعْدِ غَلَبِهِمْ سَيَغْلِبُونَ ﴿٣﴾

ในดินแดนที่ใกล้กับแคว้นชามค่อนไปทางอาณาจักรเปอร์เซีย และพวกโรมันนั้นหลังจากได้ปราชัยต่อชาวเปอร์เซียแล้ว พวกเขาจะมีชัยเหนือพวก เปอร์เซีย

فِى بِضْعِ سِنِينَ ۗ لِلَّهِ ٱلْأَمْرُ مِن قَبْلُ وَمِنۢ بَعْدُ ۚ وَيَوْمَئِذٍۢ يَفْرَحُ ٱلْمُؤْمِنُونَ ﴿٤﴾

ในเวลาไม่ต่ำกว่าสามปี และไม่เกินสิบปี ทุกกิจการเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ทั้งสิ้น ทั้งก่อนและหลังการได้รับชัยชนะของโรมัน และวันที่โรมันมีชัยเหนือ พวกเปอร์เซียนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะดีใจ

بِنَصْرِ ٱللَّهِ ۚ يَنصُرُ مَن يَشَآءُ ۖ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلرَّحِيمُ ﴿٥﴾

พวกเขามีความสุขด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮ์ที่มีต่อชาวโรมัน เนื่องจากพวกเขานั้นคือชาวคัมภีร์ พระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้ที่พระองค์ทรง ประสงค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจที่ไม่ผู้ใดเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงเมตตาต่อปวงบ่าวผู้ศรัทธาเสมอ

وَعْدَ ٱللَّهِ ۖ لَا يُخْلِفُ ٱللَّهُ وَعْدَهُۥ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٦﴾

ชัยชนะที่เกิดขึ้นนั้น มันคือสัญญาจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ซึ่งพระองค์ไม่ผิดสัญญาอย่างแน่นอน และด้วยการเกิดขึ้นจริง (แห่งชัยชนะ) นั้นทำให้ผู้ศรัทธา มีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นต่อสัญญาของอัลลอฮ์เกี่ยวกับการได้รับชัยชนะ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา

يَعْلَمُونَ ظَـٰهِرًۭا مِّنَ ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا وَهُمْ عَنِ ٱلْـَٔاخِرَةِ هُمْ غَـٰفِلُونَ ﴿٧﴾

พวกเขาไม่รู้จักศรัทธาและกฎของชะรีอะฮ์ พวกเขารู้เพียงแต่เรื่องผิวเผินของชีวิตทางโลกที่เกี่ยวข้องกับการหาเลี้ยงชีพ และความเจริญทางวัตถุ เท่านั้น ในขณะที่พวกเขาหันหลังให้กับชีวิตจริงแห่งชีวิตหลังความตายโดยพวกเขาไม่สนใจมันم

أَوَلَمْ يَتَفَكَّرُوا۟ فِىٓ أَنفُسِهِم ۗ مَّا خَلَقَ ٱللَّهُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَآ إِلَّا بِٱلْحَقِّ وَأَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ۗ وَإِنَّ كَثِيرًۭا مِّنَ ٱلنَّاسِ بِلِقَآئِ رَبِّهِمْ لَكَـٰفِرُونَ ﴿٨﴾

บรรดาผู้ตั้งภาคีผู้ปฏิเสธมิได้ใคร่ครวญในสิ่งที่อัลลอฮ์สร้างในตัวของพวกเขาหรอกหรือว่า อัลลอฮ์ได้ทรงสร้างมันและทำให้มันสมบูรณ์ได้อย่างไร อัลลอฮ์มิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเพื่อสิ่งอื่นใด เว้นแต่เพื่อความจริง พระองค์มิได้สร้างทั้งสองนั้นขึ้นมาโดยไร้ประโยชน์ และพระองค์ได้ ทรงกำหนดเวลาที่แน่นอนไว้สำหรับทั้งสองนั้นในการอยู่บนโลกนี้ และแท้จริงแล้ว ส่วนมากของมนุษย์นั้น จะเป็นผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อการพบกับพระผู้ อภิบาลของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่เตรียมพร้อมสำหรับวันแห่งการฟื้นคืนชีพด้วยการประกอบคุณงามความดี เป็นที่พึงพอ พระทัย ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أَوَلَمْ يَسِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَيَنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ ۚ كَانُوٓا۟ أَشَدَّ مِنْهُمْ قُوَّةًۭ وَأَثَارُوا۟ ٱلْأَرْضَ وَعَمَرُوهَآ أَكْثَرَ مِمَّا عَمَرُوهَا وَجَآءَتْهُمْ رُسُلُهُم بِٱلْبَيِّنَـٰتِ ۖ فَمَا كَانَ ٱللَّهُ لِيَظْلِمَهُمْ وَلَـٰكِن كَانُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ ﴿٩﴾

พวกเขาเหล่านั้นมิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินหรอกหรือ เพื่อพิจารณาดูว่าจุดจบของประชาชาติผู้ปฏิเสธในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นใร ประชาชาติ เหล่านั้นมีพลังที่เข้มแข็งกว่าพวกเขา และพวกเขาเหล่านั้นขุดพรวนดินเพื่อเพาะปลูกและก่อสร้าง(เคหสถาน) ประชาชาติยุคก่อนก่อสร้างมันมากกว่า สิ่งที่พวกเขาก่อสร้าง และบรรดาเราะสูลของพวกเขาได้มาหาพวกเขาด้วยหลักฐานและเหตุผลอันชัดแจ้งที่แสดงถึงการเป็นพระเจ้าทรงเอกะขอ งอัลลอฮ์ แต่แล้วพวกเขาก็ปฏิเสธ ดังนั้นอัลลอฮ์มิได้ทรงอธรรมต่อพวกเขาในขณะที่พระองค์ทรงทำลายพวกเขา แต่ว่าพวกเขาอธรรมต่อตัวของ พวกเขาเองต่างหาก ด้วยการนำตัวของพวกเขาเองไปเผชิญกับความหายนะอันเนื่องมาจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา

ثُمَّ كَانَ عَـٰقِبَةَ ٱلَّذِينَ أَسَـٰٓـُٔوا۟ ٱلسُّوٓأَىٰٓ أَن كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ وَكَانُوا۟ بِهَا يَسْتَهْزِءُونَ ﴿١٠﴾

แล้วบั้นปลายของบรรดาผู้ที่การกระทำความชั่วเหล่านั้นด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ชั่วช้า บั้นปลายสุดท้ายที่ได้รับก็คือความ ชั่ว โดยที่พวกเขาปฏิเสธต่อสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์และพวกเขาเย้ยหยันและดูถูกมัน

ٱللَّهُ يَبْدَؤُا۟ ٱلْخَلْقَ ثُمَّ يُعِيدُهُۥ ثُمَّ إِلَيْهِ تُرْجَعُونَ ﴿١١﴾

อัลลอฮ์ทรงเริ่มการสร้างมวลมนุษย์โดยที่ไม่มีแบบอย่างมาก่อนหน้านี้ แล้วทรงให้มันสูญสลายไป แล้วทรงให้มันกลับมาเกิดอีกครั้ง แล้วยังพระองค์ เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปเพื่อสอบสวนและตอบแทนในวันกิยามะฮ์

وَيَوْمَ تَقُومُ ٱلسَّاعَةُ يُبْلِسُ ٱلْمُجْرِمُونَ ﴿١٢﴾

และในวันแห่งการฟื้นคืนชีพนั้นมาถึง บรรดาผู้กระทำผิดก็จะสิ้นหวังในความเมตตาของพระเจ้า ความหวังของพวกเขาถูกตัดขาดเนื่องจากเหตุผลที่ พวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์

وَلَمْ يَكُن لَّهُم مِّن شُرَكَآئِهِمْ شُفَعَـٰٓؤُا۟ وَكَانُوا۟ بِشُرَكَآئِهِمْ كَـٰفِرِينَ ﴿١٣﴾

และจะไม่มีผู้ใดจากบรรดาหุ้นส่วนของพวกเขา ผู้ที่พวกเขาเคยเคารพสักการะในโลกนี้ เป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษ และพวกเขาก็ เป็นผู้ปฏิเสธบรรดาภาคีของพวกเขาเช่นกัน เพราะบรรดาภาคีเหล่านั้นได้ทอดทิ้งพวกเขาในยามที่พวกเขาต้องการ เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดนั้นอยู่ ในสภาพแห่งความหายนะที่เหมือนกัน

وَيَوْمَ تَقُومُ ٱلسَّاعَةُ يَوْمَئِذٍۢ يَتَفَرَّقُونَ ﴿١٤﴾

และเมื่อถึงวันกิยามะฮ์นั้น มนุษย์ทั้งหมดจะถูกแบ่งออกไปตามการกระทำของตนในโลก บางคนจะถูกเลื่อนขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุด ในขณะที่คนอื่น ๆ จะถูกลดระดับไปที่ต่ำสุดของระดับที่ต่ำที่สุด

فَأَمَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ فَهُمْ فِى رَوْضَةٍۢ يُحْبَرُونَ ﴿١٥﴾

ดังนั้น สำหรับบรรดาที่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และประกอบความดีอันเป็นที่พึงพอพระทัย ณ ที่พระองค์นั้น พวกเขาอยู่ในสรวงสวรรค์ก็จะปิติยินดีกับสิ่ง ที่พวกเขาได้รับในนั้น กับความผาสุขอันถาวร ซึ่งจะไม่ขาดหายไปตลอดกาล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَأَمَّا ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَكَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَلِقَآئِ ٱلْـَٔاخِرَةِ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ فِى ٱلْعَذَابِ مُحْضَرُونَ ﴿١٦﴾

ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และปฏิเสธต่อโองการทั้งหลายของเราที่ถูกประทานลงมายังเราะสูลของเรา และปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพและ การสอบสวน ดังนั้น ชนเหล่านั้นจะถูกนำมาสู่การลงโทษ และพวกเขาจะอยู่กับการลงโทษนั้นอย่างถาวร

فَسُبْحَـٰنَ ٱللَّهِ حِينَ تُمْسُونَ وَحِينَ تُصْبِحُونَ ﴿١٧﴾

(เมื่อพวกเจ้าได้รู้ถึงการนั้นแล้ว) ดังนั้น พวกเจ้าจงกล่าวคำสดุดีแด่อัลลอฮ์(ซุบหานัลลอฮ์) เมื่อพวกเจ้าย่างเข้าสู่ยามเย็น นั่นคือเวลาละหมาดสอง เวลา คือมัฆริบและอีชาอ์ และพวกเจ้าจงกล่าวคำสดุดีแด่พระองค์เมื่อพวกเจ้าย่างเข้าสู่เวลาเช้าي นั่นคือเวลาของการละหมาดฟัจร์

وَلَهُ ٱلْحَمْدُ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَعَشِيًّۭا وَحِينَ تُظْهِرُونَ ﴿١٨﴾

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์เท่านั้น ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายซึ่งบรรดามลาอิกะฮ์ได้ทำการสรรเสริญพระองค์ และในแผ่นดินที่ทุกสรรพสิ่งได้ ทำการสรรเสริญพระองค์ และพวกเจ้าจงสรรเสริญแด่พระองค์เมื่อเข้าสู่เวลาพลบค่ำ คือเวลาละหมาดอัสรี และพวกเจ้าจงสรรเสริญแด่พระองค์เมื่อ เข้าสู่เวลาละหมาดซุฮรี

يُخْرِجُ ٱلْحَىَّ مِنَ ٱلْمَيِّتِ وَيُخْرِجُ ٱلْمَيِّتَ مِنَ ٱلْحَىِّ وَيُحْىِ ٱلْأَرْضَ بَعْدَ مَوْتِهَا ۚ وَكَذَٰلِكَ تُخْرَجُونَ ﴿١٩﴾

พระองค์ทรงให้มีชีวิตหลังจากการตาย เช่น การให้มนุษย์มีชีวิตออกมาจากอสุจิและตัวอ่อนมีชีวิตออกมาจากไข่ และทรงให้ตายหลังจากมีชีวิต เช่น การให้อสุจิตายเมื่อออกมาจากมนุษย์และให้ไข่ไม่มีชีวิตเมื่อออกจากไก่ และทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาขึ้น หลังจากการแห้งแล้งของมันด้วยการหลั่งสาย ฝนลงมาและให้แผ่นดินงอกงาม และดั่งเช่นการให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาโดยการให้มันงอกงามนั้นแหละ พวกเจ้าจะถูกนำออกมาจากหลุมฝังศพของ พวกเจ้าเพื่อสอบสวนและตอบแทน

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦٓ أَنْ خَلَقَكُم مِّن تُرَابٍۢ ثُمَّ إِذَآ أَنتُم بَشَرٌۭ تَنتَشِرُونَ ﴿٢٠﴾

และส่วนหนึ่งจากสัญญาณต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ที่บ่งชี้ถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การที่พระองค์ทรงสร้างพวก เจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- มาจากดิน เมื่อตอนที่พระองค์ทรงสร้างบรรพบุรุษของพวกเจ้าจากดิน แล้วพวกเจ้าเป็นมนุษย์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วยการ สืบพันธุ์ และพวกเจ้าก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วผืนแผ่นดิน

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦٓ أَنْ خَلَقَ لَكُم مِّنْ أَنفُسِكُمْ أَزْوَٰجًۭا لِّتَسْكُنُوٓا۟ إِلَيْهَا وَجَعَلَ بَيْنَكُم مَّوَدَّةًۭ وَرَحْمَةً ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يَتَفَكَّرُونَ ﴿٢١﴾

لقوم يتفك رون และจากบรรดาสัญญาณอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ นั่นคือพระองค์ทรงสร้างเพื่อ พวกเจ้า -โอ้ มนุษย์ชายทั้งหลาย- คู่ชีวิตจากเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้พบความพอใจในตัวของนาง เนื่องจากความเข้ากันได้ระหว่าง พวกเจ้า และพระองค์ทรงมอบความรักและความเสน่หาระหว่างพวกเจ้า แท้จริงในที่กล่าวมาข้างต้นเป็นข้อพิสูจน์และหลักฐานที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ ใคร่ครวญเพราะพวกเขาเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการใช้ปัญญา

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦ خَلْقُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَٱخْتِلَـٰفُ أَلْسِنَتِكُمْ وَأَلْوَٰنِكُمْ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّلْعَـٰلِمِينَ ﴿٢٢﴾

และส่วนหนึ่งจากบรรดาสัญญาณต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ที่บ่งชี้ถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การสร้างชั้นฟ้าทั้ง หลายและแผ่นดิน และความแตกต่างของภาษาของพวกเจ้า,และความแตกต่างของผิวพรรณของพวกเจ้า,แท้จริงสิ่งที่ได้ถูกกล่าวมานี้นั้น แน่นอน ย่อมเป็นหลักฐานและตัวบงชี้อันชัดแจ้งสำหรับบรรดาผู้มีความรู้และความเข้าใจ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦ مَنَامُكُم بِٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ وَٱبْتِغَآؤُكُم مِّن فَضْلِهِۦٓ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يَسْمَعُونَ ﴿٢٣﴾

และส่วนหนึ่งจากบรรดาสัญญาณต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ที่บ่งชี้ถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การหลับนอนของ พวกเจ้าในเวลากลางคืนและกลางวันเพื่อพวกเจ้าจะได้พักผ่อน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานของพวกเจ้า และส่วนหนึ่งจากสัญญานทั้ง หลายของพระองค์คือ ทรงให้เวลากลางวันแก่พวกเจ้า เพื่อให้พวกเจ้ากระจายกันออกไป เพื่อแสวงหาปัจจัยยังชีพจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า แท้จริงสิ่งที่ได้ถูกกล่าวมานี้นั้น แน่นอน ย่อมเป็นหลักฐานและตัวบ่งชี้อันชัดแจ้งแก่หมู่ชนที่ฟังเพื่อใคร่ครวญและฟังเพื่อน้อมรับ

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦ يُرِيكُمُ ٱلْبَرْقَ خَوْفًۭا وَطَمَعًۭا وَيُنَزِّلُ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَيُحْىِۦ بِهِ ٱلْأَرْضَ بَعْدَ مَوْتِهَآ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يَعْقِلُونَ ﴿٢٤﴾

لٔايت لقوم يعقلون และส่วนหนึ่งจากบรรดาสัญญาณต่าง ๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ที่บ่งชี้ถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ ทรงให้พวกเจ้าเห็น สายฟ้าแลบบนท้องฟ้า ซึ่งทำให้พวกเจ้าเกิดความร้สึกระหว่างความกลัวกับการเกิดฟ้าผ่า และความหวังว่าฝนจะตก และทรงหลั่งสายฝนลงมาจาก ฟากฟ้าแก่พวกเจ้า แล้วแผ่นดินก็มีชีวิตชีวา หลังจากความแห้งแล้งของมันด้วยกับการงอกเงยของพืชพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินนั้น แท้จริงสิ่งที่ได้ถูก กล่าวมานี้นั้น แน่นอน ย่อมเป็นหลักฐาน และตัวบ่งชี้อันชัดแจ้งแก่หมู่ชนผู้ใช้สติปัญญา แล้วพวกเขาก็เอามันไปเป็นข้อพิสูจน์เรื่องการฟื้นคืนชีพหลัง จากความตายเพื่อการสอบสวนและการตอบแทน

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦٓ أَن تَقُومَ ٱلسَّمَآءُ وَٱلْأَرْضُ بِأَمْرِهِۦ ۚ ثُمَّ إِذَا دَعَاكُمْ دَعْوَةًۭ مِّنَ ٱلْأَرْضِ إِذَآ أَنتُمْ تَخْرُجُونَ ﴿٢٥﴾

และจากสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถและเอกภาพของพระองค์นั้น คือการตั้งสูงของท้องฟ้าโดยไม่ให้มันร่วงตกลง มา และแผ่นดินไม่แตกสลายเนื่องจากพระบัญชาของพระองค์ จากนั้นเมื่อพระองค์ทรงเรียกพวกเจ้าจากแผ่นดิน โดยมลาอิกะฮ์ทำการเป่าสังข์ ทันใด นั้น พวกเจ้าก็จะออกมาจากหลุมศพของพวกเจ้าเพื่อการสอบสวนและรับการตอบแทนل

وَلَهُۥ مَن فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ كُلٌّۭ لَّهُۥ قَـٰنِتُونَ ﴿٢٦﴾

และผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและผู้ที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว ทั้งการครอบครอง การสร้างและการกำหนดสภาวะการณ์ ทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินจากสิ่งถูกสร้างของพระองค์นั้น ล้วนเป็นผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ และจำนนต่อพระบัญชาของพระองค์

وَهُوَ ٱلَّذِى يَبْدَؤُا۟ ٱلْخَلْقَ ثُمَّ يُعِيدُهُۥ وَهُوَ أَهْوَنُ عَلَيْهِ ۚ وَلَهُ ٱلْمَثَلُ ٱلْأَعْلَىٰ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٢٧﴾

และพระองค์คือผู้ทรงเริ่มแรกในการสร้างโดยที่ไม่มีแบบอย่างมาก่อนหน้านี้ แล้วทรงทำให้มันกลับขึ้นมาอีกครั้งหลังจากมันสูญสลายไป และการให้ กลับขึ้นมาอีกครั้งนั้นง่ายกว่าการเริ่มสร้างครั้งแรก และทั้งสองอย่างเป็นเรื่องง่ายสำหรับพระองค์ เพราะเมื่อพระองค์ทรงประสงค์ต่อสิ่งใดแล้ว พระองค์จะทรงตรัสแก่สิ่งนั้นว่า “จงเป็น” แล้วสิ่งนั้นก็เป็นขึ้นมา และคุณลักษณะอันสูงส่งและสมบูรณ์แบบเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์ เป็นผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการบริหารจัดการของพระองค์

ضَرَبَ لَكُم مَّثَلًۭا مِّنْ أَنفُسِكُمْ ۖ هَل لَّكُم مِّن مَّا مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُكُم مِّن شُرَكَآءَ فِى مَا رَزَقْنَـٰكُمْ فَأَنتُمْ فِيهِ سَوَآءٌۭ تَخَافُونَهُمْ كَخِيفَتِكُمْ أَنفُسَكُمْ ۚ كَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَعْقِلُونَ ﴿٢٨﴾

อัลลอฮ์ทรงยกอุทธาหรณ์แก่พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- เป็นอุทธาหรณ์ที่นำมาจากชีวิตจริงของพวกเจ้าเอง คือ จะมีบ้างไหมสำหรับพวกเจ้าที่ จะยอมให้คนรับใช้และทาสของพวกเจ้ามาเป็นหุ้นส่วน โดยที่พวกเขามีส่วนในทรัพย์สินของพวกเจ้าอย่างเท่าเทียมกัน โดยพวกเจ้ากลัวว่าพวกเขาจะ มามีส่วนแบ่งในทรัพย์สินของพวกเจ้า เหมือนกับที่พวกเจ้าบางคนกลัวซึ่งกันและกันหรือไม่? แน่นอนว่าพวกเจ้าไม่พอใจต่อเรื่องดังกล่าวอย่าง แน่นอน ดังนั้นอัลลอฮ์ก็สมควรยิ่งกว่า ที่จะไม่ยอมให้สิ่งที่ถูกสร้างและปวงบ่าวของพระองค์มาเป็นหุ้นส่วนกับพระองค์ ด้วยการยกอุทาหรณ์และด้วย วิธีอื่น ๆนั้นแหละ เราได้ชี้แจงเหตุผลและหลักฐานต่าง ๆหลากหลายรูปแบบแก่หมู่ชนผู้ใช้ปัญญาเพื่อไตร่ตรอง เพราะพวกเขาคือผู้ที่จะได้รับประโยชน์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร จากเรื่องดังกล่าว

بَلِ ٱتَّبَعَ ٱلَّذِينَ ظَلَمُوٓا۟ أَهْوَآءَهُم بِغَيْرِ عِلْمٍۢ ۖ فَمَن يَهْدِى مَنْ أَضَلَّ ٱللَّهُ ۖ وَمَا لَهُم مِّن نَّـٰصِرِينَ ﴿٢٩﴾

สาเหตุการหลงผิดของพวกเขาไม่ใช่เพราะความบกพร่องของหลักฐาน และไม่ใช่เพราะหลักฐานไม่ชัดเจน แต่ความเป็นจริงแล้วมันคือการปฏิบัติตาม อารมณ์ใฝ่ต่ำและทำตามบรรพบุรุษของพวกเขาโดยไม่รู้ถึงสิทธิของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขา แล้วผู้ใดเล่าจะช่วยให้ได้รับทางนำแก่ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงปล่อย ให้เขาหลงทางไปแล้ว? ไม่มีผู้ใดช่วยเขาได้หรอก และสำหรับพวกเขาจะไม่มีผู้ช่วยเหลือที่จะมาปกป้องพวกเขาจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้

فَأَقِمْ وَجْهَكَ لِلدِّينِ حَنِيفًۭا ۚ فِطْرَتَ ٱللَّهِ ٱلَّتِى فَطَرَ ٱلنَّاسَ عَلَيْهَا ۚ لَا تَبْدِيلَ لِخَلْقِ ٱللَّهِ ۚ ذَٰلِكَ ٱلدِّينُ ٱلْقَيِّمُ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٣٠﴾

ดังนั้น -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- เจ้าและผู้ที่อยู่ร่วมกับเจ้าจงผินหน้ามุ่งสู่ศาสนาที่อัลลอฮ์ทรงให้เจ้าผินไปหา โดยการเลี่ยงจากศาสนาอื่นทั้งหมดสู่ศาสนา นั่นศาสนาเดียว นั่นก็คือศาสนาอิสลามที่พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาโดยให้มนุษย์นั้นยึดมันอยู่กับมัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการสร้างขอ งอัลลอฮ์ นั่นคือศาสนาอันเที่ยงตรงที่ไม่คดเคี้ยว แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าศาสนาที่เที่ยงธรรม คือศาสนานี้

۞ مُنِيبِينَ إِلَيْهِ وَٱتَّقُوهُ وَأَقِيمُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَلَا تَكُونُوا۟ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿٣١﴾

และพวกเจ้าทั้งหลายจงกลับไปหาพระองค์ด้วยการสำนึกในบาปต่าง ๆของพวกเจ้าเถิด และจงยำเกรงพระองค์ โดยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรง ใช้และออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดให้สมบูรณ์แบบที่สุดและอย่าเป็นส่วนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคี ซึ่งขัดแย้งกับ ธรรมชาติ นั่นคือการที่พวกเขาก็เอาผู้อื่นมาเป็นภาคีร่วมกับอัลลอฮ์ในเรื่องการเคารพสักการะของพวกเขา

مِنَ ٱلَّذِينَ فَرَّقُوا۟ دِينَهُمْ وَكَانُوا۟ شِيَعًۭا ۖ كُلُّ حِزْبٍۭ بِمَا لَدَيْهِمْ فَرِحُونَ ﴿٣٢﴾

และพวกเจ้าทั้งหลายจงอย่าได้เป็นส่วนหนึ่งในหมู่ผู้ตั้งภาคีที่เปลี่ยนแปลงศาสนาของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ศรัทธาบางส่วนและปฏิเสธบางส่วน และ พวกเขาก็แยกออกเป็นนิกายต่าง ๆ และแต่ละหมู่คณะจากพวกเขานั้น ต่างก็พอใจต่อความเท็จที่พวกเขายึดมั่นอยู่พวกเขาจะเห็นว่าพวกเขาคือกลุ่ม เดียวเท่านั้นที่อยู่บนความถูกต้อง และกลุ่มอื่นที่นอกเหนือจากพวกเขาอยู่บนความผิด ر

وَإِذَا مَسَّ ٱلنَّاسَ ضُرٌّۭ دَعَوْا۟ رَبَّهُم مُّنِيبِينَ إِلَيْهِ ثُمَّ إِذَآ أَذَاقَهُم مِّنْهُ رَحْمَةً إِذَا فَرِيقٌۭ مِّنْهُم بِرَبِّهِمْ يُشْرِكُونَ ﴿٣٣﴾

และเมื่อความทุกข์ยากใด ๆ ได้ประสบแก่บรรดาผู้ตั้งภาคี ในรูปของความเจ็บป่วย ความยากจน หรือความแห้งแล้ง พวกเขาก็จะวิงวอนขอต่อพระผู้ อภิบาลของพวกเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น กลับคืนสู่พระองค์ ด้วยความนอบน้อมและแสวงหาที่พึ่งในพระองค์เพื่อให้พระองค์ได้ขจัดความทุกข์ยาก ออกจากพวกเขา หลังจากที่พระองค์ได้ทรงเมตตาพวกเขาด้วยการขจัดสิ่งที่ประสบกับพวกเขาแล้ว ทันใดนั้นก็มีกลุ่มหนึ่งจากพวกเขากลับสู่การตั้ง ภาคีที่พวกเขานำมาเป็นหุ้นส่วนร่วมกับอัลลอฮ์ในการวิงวอนขอ

لِيَكْفُرُوا۟ بِمَآ ءَاتَيْنَـٰهُمْ ۚ فَتَمَتَّعُوا۟ فَسَوْفَ تَعْلَمُونَ ﴿٣٤﴾

เมื่อพวกเขาเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ หนึ่งในนั้นคือความโปรดปรานในการขจัดความทุกข์ยาก แล้วพวกเขาก็เพลิดเพลินกับสิ่งที่พวก เขาครอบครองในชีวิตบนโลกนี้ แล้วพวกเขาก็จะได้เห็นในวันกิยามะฮ์ด้วยตาของพวกเขาเองว่า พวกเขาอยู่ในหนทางที่หลงผิดที่ชัดเจน أم أنزلنا عليهم سلطنا فهويتكلمبما كانوابه يشركون

أَمْ أَنزَلْنَا عَلَيْهِمْ سُلْطَـٰنًۭا فَهُوَ يَتَكَلَّمُ بِمَا كَانُوا۟ بِهِۦ يُشْرِكُونَ ﴿٣٥﴾

สิ่งใดเล่าที่เชิญชวนพวกเขาไปสู่การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ และไม่มีเหตุผลอะไรเลยสำหรับพวกเขา แล้วเราก็ไม่ได้ให้หลักฐานใด ๆ ที่เป็นคัมภีร์ให้แก่พวก เขา เพื่อพวกเขาจะได้นำมันมาเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการตั้งภาคีของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาก็มิได้มีคัมภีร์ใด ๆ ที่พูดเกี่ยวกับการตั้งภาคี ของพวกเขา และยืนยันให้แก่พวกเขาถึงความถูกต้องของสิ่งที่พวกเขากำลังเป็นอยู่จากการตั้งภาคีนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَإِذَآ أَذَقْنَا ٱلنَّاسَ رَحْمَةًۭ فَرِحُوا۟ بِهَا ۖ وَإِن تُصِبْهُمْ سَيِّئَةٌۢ بِمَا قَدَّمَتْ أَيْدِيهِمْ إِذَا هُمْ يَقْنَطُونَ ﴿٣٦﴾

และเมื่อเราได้ให้มนุษย์ลิ้มรสความเมตตาใด จากความเมตตาของเรา เช่น การมีสุขภาพที่ดีและมีความมั่งคั่ง พวกเขาก็ดีใจกับมันอย่างโอหัง และหาก สิ่งที่จะก่อให้เกิดภัยอันตรายอันใดแก่พวกเขาได้ประสบแก่พวกเขา เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วย ความยากจน เนื่องจากบาปที่พวกเขาทำ พวกเขาก็จะสิ้น หวังในความเมตตาของอัลลอฮ์และรู้สึกท้อแท้จากการที่จะให้สิ่งร้าย ๆ ได้หายจากพวกเขาไป

أَوَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّ ٱللَّهَ يَبْسُطُ ٱلرِّزْقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقْدِرُ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٣٧﴾

พวกเขาไม่เห็นหรอกหรือว่า อัลลอฮ์ทรงทำให้ปัจจัยยังชีพกว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นการ ทดสอบว่าเขานั้นจะขอบคุณหรือจะเนรคุณ? และพระองค์จะทรงให้ปัจจัยยังชีพคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพื่อเป็นการทดสอบว่าเขานั้นจะ อดทนหรือจะไม่พอใจ? แท้จริงในการทำให้ปัจจัยยังชีพกว้างขวางแก่บางคนและทำให้มันคับแคบแก่บางคนนั้นย่อมเป็นสัญญาณมากหลายสำหรับหมู่ ชนผู้ศรัทธา ที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนและความเมตตาของอัลลอฮ์

فَـَٔاتِ ذَا ٱلْقُرْبَىٰ حَقَّهُۥ وَٱلْمِسْكِينَ وَٱبْنَ ٱلسَّبِيلِ ۚ ذَٰلِكَ خَيْرٌۭ لِّلَّذِينَ يُرِيدُونَ وَجْهَ ٱللَّهِ ۖ وَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿٣٨﴾

ดังนั้น -โอ้มุสลิมเอ๋ย- จงบริจาคให้แก่ญาติสนิทซึ่งสิทธิที่เขาควรจะได้รับ เช่น การปฏิบัติดีและเชื่อมสัมพันธ์ทางเครือญาติ และจงให้แก่คนขัดสนซึ่ง สิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของเขา และจงให้แก่คนแปลกหน้าผู้ซึ่งเดินทางออกมาไกลจากดินแดนของเขา การบริจาคในลักษณะนี้นั้นมันเป็นสิ่งที่ดียิ่ง สำหรับบรรดาผู้หวังจากการกระทำนั้นเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮ์ บรรดาผู้ที่หยิบยื่นการช่วยเหลือและให้สิทธิต่าง ๆ เหล่านี้แหละ พวกเขาเป็นผู้ประสบ ชัยชนะ ด้วยการได้รับสิ่งที่พวกเขาปรารถนานั่นคือสรวงสวรรค์ และด้วยความปลอดภัยจากสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวจากการถูกลงโทษ

وَمَآ ءَاتَيْتُم مِّن رِّبًۭا لِّيَرْبُوَا۟ فِىٓ أَمْوَٰلِ ٱلنَّاسِ فَلَا يَرْبُوا۟ عِندَ ٱللَّهِ ۖ وَمَآ ءَاتَيْتُم مِّن زَكَوٰةٍۢ تُرِيدُونَ وَجْهَ ٱللَّهِ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُضْعِفُونَ ﴿٣٩﴾

และทรัพย์สินที่พวกเจ้าบริจาคไปแก่คนใดคนหนึ่งด้วยเจตนาเพื่อให้เขาตอบกลับด้วยจำนวนที่มากกว่า ดังนั้นผลบุญของมันจะไม่งอกเงย ณ ที่ อัลลอฮ์ และสิ่งที่พวกเจ้าได้บริจาคไปจากทรัพย์สินของพวกเจ้าแก่ผู้ที่จะนำมันไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น โดยพวกเจ้าปรารถนาจากการกระทำนั้นเพื่อ พระพักตร์ของอัลลอฮ์ ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศชื่อเสียงและรางวัลใด ๆ จากผู้คน ดังนั้นชนเหล่านั้นแหละพวกเขาคือผู้ได้รับการตอบแทน ณ ที่อัลลอฮ์ อย่างทวีคูณ

ٱللَّهُ ٱلَّذِى خَلَقَكُمْ ثُمَّ رَزَقَكُمْ ثُمَّ يُمِيتُكُمْ ثُمَّ يُحْيِيكُمْ ۖ هَلْ مِن شُرَكَآئِكُم مَّن يَفْعَلُ مِن ذَٰلِكُم مِّن شَىْءٍۢ ۚ سُبْحَـٰنَهُۥ وَتَعَـٰلَىٰ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿٤٠﴾

وتعل عما يشركون ى อัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้นคือผู้ทรงสร้างพวกเจ้าด้วยพระองค์เอง แล้วทรงให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า แล้วทรงให้พวกเจ้าตาย แล้วทรงให้พวกเจ้ามี ชีวิตอีกครั้งสำหรับวันแห่งการฟื้นคืนชีพ จะมีผู้ใดบ้างจากบรรดาเจว็ดที่พวกเจ้าเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ สามารถกระทำสักอย่างหนึ่งจากสิ่งเหล่า นั้น มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์และพระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้พูดและยึดถือกัน

ظَهَرَ ٱلْفَسَادُ فِى ٱلْبَرِّ وَٱلْبَحْرِ بِمَا كَسَبَتْ أَيْدِى ٱلنَّاسِ لِيُذِيقَهُم بَعْضَ ٱلَّذِى عَمِلُوا۟ لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ﴿٤١﴾

ความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นทั้งทางบกและทางน้ำ เช่นความแห้งแล้ง ฝนตกน้อยการเกิดโรคภัยต่าง ๆอย่างมากมายและโรคระบาด เนื่องจากบาปต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ก่อไว้ ความเสื่อมเสียเหล่านั้นเกิดขึ้นก็เพราะว่าอัลลอฮ์จะได้ให้พวกเขาได้ลิ้มรสที่เป็นผลจากความชั่วบางประการที่พวกเขาได้กระทำไว้ใน ชีวิตบนโลกดุนยานี้ โดยหวังจะให้พวกเขากลับคืนสู่พระองค์ด้วยการสำนึกในความผิด(เตาบะฮ์) بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلْ سِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَٱنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلُ ۚ كَانَ أَكْثَرُهُم مُّشْرِكِينَ ﴿٤٢﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายว่า “พวกเจ้าทั้งหลายจงท่องไปในแผ่นดิน และดูว่าบรรดาผู้ปฏิเสธก่อนหน้าพวกเจ้ามี จุดจบเป็นเช่นไร? ซึ่งแท้จริงแล้วจุดจบของพวกเขานั้นเป็นจุดจบที่ไม่ดี ส่วนใหญ่ของพวกเขาเป็นผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ พวกเขาเคารพสักการะสิ่งอื่น พร้อมกับพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจึงพินาศเพราะการตั้งภาคีของพวกเขาต่ออัลลอฮ์

فَأَقِمْ وَجْهَكَ لِلدِّينِ ٱلْقَيِّمِ مِن قَبْلِ أَن يَأْتِىَ يَوْمٌۭ لَّا مَرَدَّ لَهُۥ مِنَ ٱللَّهِ ۖ يَوْمَئِذٍۢ يَصَّدَّعُونَ ﴿٤٣﴾

ดังนั้น โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ยเจ้าจงมุ่งหน้าของเจ้าสู่ศาสนาอิสลามอันเที่ยงธรรมเถิด ที่ไม่บิดเบือน ก่อนที่วันกิยามะฮ์จะมาถึง ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงแล้ว จะ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในวันนั้นมนุษย์จะแยกออกจากกัน กลุ่มหนึ่งจะอยู่ในสรวงสวรรค์อย่างมีความสุข ส่วนอีกกลุ่มจะอยู่ในไฟนรกอย่างทุกข์ ทรมาน

مَن كَفَرَ فَعَلَيْهِ كُفْرُهُۥ ۖ وَمَنْ عَمِلَ صَـٰلِحًۭا فَلِأَنفُسِهِمْ يَمْهَدُونَ ﴿٤٤﴾

ผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นผลของการปฏิเสธศรัทธาของเขานั้น -การถูกจองจำในนรกตลอดกาล- จะกลับมายังเขา และผู้ใดกระทำความดี เพื่อหวังพระพักตร์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาก็ได้เตรียมสำหรับตัวของพวกเขาเองเพื่อเข้าสู่สรวงสวรรค์ และมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ในนั้น และจะอยู่ ในนั้นตลอดกาล

لِيَجْزِىَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ مِن فَضْلِهِۦٓ ۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٤٥﴾

เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำความดีทั้งหลายที่เป็นที่พึงพอพระทัยแก่พระผู้อภิบาลของพวกเขา แท้จริง พระองค์ไม่ทรงชอบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงเกลียดชังพวกเขาอย่างรุนแรงและ พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาในวันกิยามะฮ์

وَمِنْ ءَايَـٰتِهِۦٓ أَن يُرْسِلَ ٱلرِّيَاحَ مُبَشِّرَٰتٍۢ وَلِيُذِيقَكُم مِّن رَّحْمَتِهِۦ وَلِتَجْرِىَ ٱلْفُلْكُ بِأَمْرِهِۦ وَلِتَبْتَغُوا۟ مِن فَضْلِهِۦ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿٤٦﴾

ولعل كم تشكرون และหนึ่งจากสัญญาณต่างๆ อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่บ่งบอกถึงความสามารถและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การที่พระองค์ทรงส่งลมมา นั้น เพื่อเป็นการแจ้งข่าวดีแก่ปวงบ่าวของพระองค์ว่าฝนใกล้จะตกแล้ว และเพื่อพระองค์จะทรงให้พวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ได้ลิ้มรสความเมตตาของ พระองค์ด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากฝนตก ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง และเพื่อเรือเดินสมุทรจะได้แล่นไปในท้องทะเลโดยพระ ประสงค์ของพระองค์ และเพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์โดยการค้าในท้องทะเลและเพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณในความ โปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า แล้วพระองค์ก็จะทรงเพิ่มพูนความโปรดปรานนั้นแก่พวกเจ้าอีก

وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ رُسُلًا إِلَىٰ قَوْمِهِمْ فَجَآءُوهُم بِٱلْبَيِّنَـٰتِ فَٱنتَقَمْنَا مِنَ ٱلَّذِينَ أَجْرَمُوا۟ ۖ وَكَانَ حَقًّا عَلَيْنَا نَصْرُ ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٤٧﴾

และโดยแน่นอน เราได้แต่งตั้งบรรดาเราะสูลก่อนหน้าเจ้า -โอ้ท่านเราะซูลเอ๋ย- ไปยังหมู่ชนของพวกเขา และเขาเหล่านั้นได้นำหลักฐานต่าง ๆที่แสดงถึง ความสัจจริงของพวกเขา แต่แล้วหมู่ชนต่างๆเหล่านั้นก็ปฏิเสธสิ่งที่บรรดาเราะสูลของพวกเขานำมา ดังนั้น เราได้ลงโทษบรรดาผู้กระทำความผิด อย่างสาสม เราได้ทำลายพวกเขาด้วยการลงโทษของเรา และเราได้ช่วยให้บรรดาเราะสูลและบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพวกเขาให้พ้นจากความพินาศ และ ความปลอดภัยของบรรดาผู้ศรัทธาและการช่วยเหลือพวกเขานั้นเป็นสิทธิและเป็นหน้าที่สำหรับเรา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

ٱللَّهُ ٱلَّذِى يُرْسِلُ ٱلرِّيَـٰحَ فَتُثِيرُ سَحَابًۭا فَيَبْسُطُهُۥ فِى ٱلسَّمَآءِ كَيْفَ يَشَآءُ وَيَجْعَلُهُۥ كِسَفًۭا فَتَرَى ٱلْوَدْقَ يَخْرُجُ مِنْ خِلَـٰلِهِۦ ۖ فَإِذَآ أَصَابَ بِهِۦ مَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦٓ إِذَا هُمْ يَسْتَبْشِرُونَ ﴿٤٨﴾

อัลลอฮ์ ซบฮานะฮูวะตะอาลา คือผู้ทรงควบคุมลมและทรงขับเคลื่อนมัน แล้วลมก็ได้เคลื่อนเมฆนั้น และพระองค์ทรงแผ่มันบนท้องฟ้าตามที่พระองค์ ทรงประสงค์ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก และทำให้มันจับตัวเป็นก้อน แล้วเจ้าจะเห็น ฝนที่ตกลงมาจากก้อนเมฆเหล่านั้น ดังนั้นเมื่อฝนได้ตกลงมาสู่บรรดา ปวงบ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงประสงค์ ทันใดนั้นพวกเขาก็มีความสุขเพราะความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขา ด้วยการส่งฝนลงมาซึ่งตาม ด้วยการงอกเงยของพืชผลต่าง ๆบนแผ่นดิน เป็นสิ่งที่พวกเขาและปศุสัตว์ของพวกเขาต้องการ وإن كانوامن قبل أن ينزل عليهم من قبله لمبلسين

وَإِن كَانُوا۟ مِن قَبْلِ أَن يُنَزَّلَ عَلَيْهِم مِّن قَبْلِهِۦ لَمُبْلِسِينَ ﴿٤٩﴾

และแน่นอน ก่อนที่อัลลอฮ์จะทรงประทานฝนลงมาแก่พวกเขา แท้จริงพวกเขาได้สิ้นหวังกับการตกลงมาของมันแล้ว

فَٱنظُرْ إِلَىٰٓ ءَاثَـٰرِ رَحْمَتِ ٱللَّهِ كَيْفَ يُحْىِ ٱلْأَرْضَ بَعْدَ مَوْتِهَآ ۚ إِنَّ ذَٰلِكَ لَمُحْىِ ٱلْمَوْتَىٰ ۖ وَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٥٠﴾

ดังนั้น -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- เจ้าจงพิจารณาดูผลที่เกิดจากฝนที่อัลลอฮ์ทรงให้ตกลงมา เพื่อเป็นความเมตตาแก่ปวงบ่าวของอัลลอฮ์ว่า พระองค์ทรง ให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาโดยการให้มีพืชพันธุ์หลากหลายชนิดงอกเงยออกมาบนแผ่นดินหลังจากที่มันได้ประสบกับความแห้งแล้งได้อย่างไร? แท้จริงผู้ที่ ทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งเหล่านั้นมีชีวิตชีวาขึ้นมานั้น แน่นอน เขาสามารถให้ชีวิตแก่ผู้ที่ตายไปแล้วได้ และเขาเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใด ر ที่จะทำให้พระองค์อ่อนแอได้ ولئن أرسلنا ريحا فرأوه مصف الظلوا من بعده يكفرون

وَلَئِنْ أَرْسَلْنَا رِيحًۭا فَرَأَوْهُ مُصْفَرًّۭا لَّظَلُّوا۟ مِنۢ بَعْدِهِۦ يَكْفُرُونَ ﴿٥١﴾

และหากเราส่งลมพัดมาที่ไร่นาและสวนผลไม้ของพวกเขา ซึ่งได้ทำให้พืชผลเหล่านั้นเสียหาย แล้วพวกเขาเห็นไร่นาของพวกเขาเป็นสีเหลืองหลังจากที่ เคยเขียวขจี แน่นอนพวกเขาก็จะเริ่มแสดงความอกตัญญูต่อความโปรดปรานอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขาหลังจากที่ได้เห็นความสูญเสียเหล่านั้น

فَإِنَّكَ لَا تُسْمِعُ ٱلْمَوْتَىٰ وَلَا تُسْمِعُ ٱلصُّمَّ ٱلدُّعَآءَ إِذَا وَلَّوْا۟ مُدْبِرِينَ ﴿٥٢﴾

และดั่งเช่นที่เจ้านั้นไม่สามารถทำให้คนตายได้ยินและไม่สามารถทำให้คนหูหนวกได้ยิน และพวกเขาก็ได้ออกห่างจากเจ้า เพื่อเป็นการยืนยันถึงการไม่ ได้ยินของพวกเขา ดังนั้นในทำนองเดียวกันนั้น เจ้าไม่สามารถชี้นำผู้ที่คล้ายกับพวกเขาได้หากพวกเขาหันหนีและไม่รับประโยชน์

وَمَآ أَنتَ بِهَـٰدِ ٱلْعُمْىِ عَن ضَلَـٰلَتِهِمْ ۖ إِن تُسْمِعُ إِلَّا مَن يُؤْمِنُ بِـَٔايَـٰتِنَا فَهُم مُّسْلِمُونَ ﴿٥٣﴾

และเจ้ามิได้เป็นผู้ชี้แนะแนวทางแก่ผู้ที่หลงออกไปจากทางที่เที่ยงตรงให้ไปสู่ทางแห่งสัจธรรม เจ้าจะไม่ทำให้ผู้ใดได้ยินด้วยการได้ยินที่ให้คุณประโยชน์ นอกจากผู้ศรัทธาต่อโองการต่าง ๆ ของเราเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วเขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เจ้าได้บอกกล่าว พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมต่อ พระบัญชาของเรา และเป็นผู้ที่จำนนต่อพระบัญชานั้น

۞ ٱللَّهُ ٱلَّذِى خَلَقَكُم مِّن ضَعْفٍۢ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعْدِ ضَعْفٍۢ قُوَّةًۭ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعْدِ قُوَّةٍۢ ضَعْفًۭا وَشَيْبَةًۭ ۚ يَخْلُقُ مَا يَشَآءُ ۖ وَهُوَ ٱلْعَلِيمُ ٱلْقَدِيرُ ﴿٥٤﴾

อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้สร้างพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย จากน้ำที่ต่ำต้อยไร้ค่า (อสุจิ) แล้วพระองค์ก็ทรงทำให้หลังจากความอ่อนแอในวัยเด็กของพวกเจ้า เป็น วัยรุ่นที่มีความแข็งแรง แล้วพระองค์ก็ทรงทำให้หลังจากวัยรุ่นที่มีความแข็งแรง เป็นวัยชราที่มีความอ่อนแอและชราภาพ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่ พระองค์ทรงประสงค์ จะเป็นความอ่อนแอหรือความแข็งแรง และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ ผู้ทรง อานุภาพที่ไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَيَوْمَ تَقُومُ ٱلسَّاعَةُ يُقْسِمُ ٱلْمُجْرِمُونَ مَا لَبِثُوا۟ غَيْرَ سَاعَةٍۢ ۚ كَذَٰلِكَ كَانُوا۟ يُؤْفَكُونَ ﴿٥٥﴾

และเมื่อวันกิยามะฮ์เกิดขึ้น บรรดาผู้กระทำผิดต่างก็จะสาบานว่า พวกเขามิได้พำนักอยู่ในหลุมฝังศพนอกจากเพียงชั่วครู่เท่านั้น และดั่งที่พวกเขาถูก ให้หันออกจากการรับรู้เกี่ยวกับระยะเวลาที่พวกเขาพำนักอยู่ในหลุมฝังศพ เช่นนั้นแหละ พวกเขาก็ถูกทำให้หันออกจากความจริงในโลกดุนยานี้

وَقَالَ ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ وَٱلْإِيمَـٰنَ لَقَدْ لَبِثْتُمْ فِى كِتَـٰبِ ٱللَّهِ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْبَعْثِ ۖ فَهَـٰذَا يَوْمُ ٱلْبَعْثِ وَلَـٰكِنَّكُمْ كُنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ﴿٥٦﴾

تعلمون และบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประทานความรู้ให้แก่พวกเขาที่เป็นทั้งบรรดานบีและบรรดามลาอิกะฮ์ ต่างก็กล่าวว่า “โดยแน่นอน พวกท่านได้พำนักอยู่ตาม ที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดไว้ตั้งแต่แรก ตั้งแต่วันที่สร้างพวกเจ้าจนวันฟื้นคืนชีพของพวกเจ้า ที่พวกเจ้านั้นปฏิเสธมัน แต่ในกาลก่อนนั้น พวกเจ้า ไม่รู้ ว่าการฟื้ นคืนชีพจะเกิดขึ้นจริง ดังนั้นพวกเจ้าจึงปฏิเสธมัน"

فَيَوْمَئِذٍۢ لَّا يَنفَعُ ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ مَعْذِرَتُهُمْ وَلَا هُمْ يُسْتَعْتَبُونَ ﴿٥٧﴾

ดังนั้นในวันที่อัลลอฮ์ให้ทุกสิ่งฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเพื่อการสอบสวน และรับการตอบแทน การแก้ตัวที่บรรดาผู้อธรรมอุปโลกน์ขึ้นนั้นมันจะไม่ อำนวยประโยชน์ใด ๆ แก่พวกเขาเลย และพวกเขาจะไม่ถูกเรียกร้องเพื่อให้อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยต่อพวกเขา ด้วยการกลับเนื้อกลับตัวและหันหน้าเข้า สู่พระองค์ เพราะเวลาเหล่านั้นหมดไปเสียแล้ว

وَلَقَدْ ضَرَبْنَا لِلنَّاسِ فِى هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانِ مِن كُلِّ مَثَلٍۢ ۚ وَلَئِن جِئْتَهُم بِـَٔايَةٍۢ لَّيَقُولَنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ إِنْ أَنتُمْ إِلَّا مُبْطِلُونَ ﴿٥٨﴾

และโดยแน่นอน ในอัลกุรอานนี้เราได้ยกอุทาหรณ์ไว้ทุกอย่างสำหรับมนุษย์ เป็นการให้ความสำคัญแก่พวกเขา เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่พวกเขา สามารถแยกแยะความจริงออกจากความเท็จ และหากเจ้า โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย นำหลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสัจจะของเจ้าให้พวกเขา แน่นอน บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์จะกล่าวว่า พวกท่านมิใช่ใครอื่น นอกจากเป็นผู้หลอกลวงในสิ่งที่พวกท่านนำมันมา

كَذَٰلِكَ يَطْبَعُ ٱللَّهُ عَلَىٰ قُلُوبِ ٱلَّذِينَ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٥٩﴾

ดั่งตราประทับบนหัวใจของบรรดาผู้ที่เมื่อเจ้านำโองการหนึ่งมายังพวกเขา แล้วพวกเขาไม่ศรัทธาต่อมัน อัลลอฮ์จะทรงประทับตราบนหัวใจของ ق บรรดาผู้ไม่ยอมรับรู้ว่าสิ่งที่เจ้านำมันมานั้นคือสัจธรรม

فَٱصْبِرْ إِنَّ وَعْدَ ٱللَّهِ حَقٌّۭ ۖ وَلَا يَسْتَخِفَّنَّكَ ٱلَّذِينَ لَا يُوقِنُونَ ﴿٦٠﴾

จงอดทนเถิด โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย ต่อการปฏิเสธของกลุ่มชนของเจ้าที่มีต่อเจ้า แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์ ว่าด้วยการช่วยเหลือและให้ความมั่นคงแก่ เจ้านั้นเป็นจริงเสมอ อย่างไม่มีข้อสงสัย และอย่าให้บรรดาผู้ไม่มีความเชื่อมั่นว่าพวกเขานั้นจะถูกให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งทำให้เจ้าเร่งรีบและละทิ้งการ อดทน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Ar-Room — الروم

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา