الٓمٓ ﴿١﴾
อะลีม ลาม ลีม คำประเภทนี้ได้กล่าวถึงแล้วในตอนต้นของสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ
หน้าแรก›ตัฟซีร›Al-Ankaboot (29)
มักกียะฮ์ · 69 อายะฮ์
الٓمٓ ﴿١﴾
อะลีม ลาม ลีม คำประเภทนี้ได้กล่าวถึงแล้วในตอนต้นของสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ
أَحَسِبَ ٱلنَّاسُ أَن يُتْرَكُوٓا۟ أَن يَقُولُوٓا۟ ءَامَنَّا وَهُمْ لَا يُفْتَنُونَ ﴿٢﴾
มนุษย์คิดหรือว่า ด้วยคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า: "เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว" จากนั้นพวกเขาจะถูกปล่อยไว้ตามลำพังโดยไม่ถูกทดสอบถึงข้อเท็จจริง ที่พวกเขากล่าวออกไปว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธาจริงหรือไม่?! ความจริงไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด
وَلَقَدْ فَتَنَّا ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ ۖ فَلَيَعْلَمَنَّ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ صَدَقُوا۟ وَلَيَعْلَمَنَّ ٱلْكَـٰذِبِينَ ﴿٣﴾
และโดยแน่นอน เราได้ทดสอบบรรดาผู้คนที่มาก่อนหน้าพวกเขาไปแล้ว ดังนั้นอัลลอฮฺจะทรงให้รู้แจ้งและจะเปิดเผยแก่พวกเจ้าถึงบรรดาผู้สัตย์จริงใน การศรัทธาของพวกเขาและเปิดเผยถึงความเท็จของบรรดาผู้โกหก
أَمْ حَسِبَ ٱلَّذِينَ يَعْمَلُونَ ٱلسَّيِّـَٔاتِ أَن يَسْبِقُونَا ۚ سَآءَ مَا يَحْكُمُونَ ﴿٤﴾
หรือบรรดาผู้กระทำความชั่วทั้งหลาย เช่น การตั้งภาคี และอื่นๆ คิดว่าพวกเขาสามารถหลบหนีและรอดจากการลงโทษของเราได้? การตัดสินของพวก เขามันชั่งเลวร้ายจริงๆ เพราะพวกเขาไม่สามารถทที่จะหลบหนี้และเอาตัวรอดจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้อย่างแน่นอน หากพวกเขาเสียชีวิตใน สภาพที่ปฏิเสธศรัทธา
مَن كَانَ يَرْجُوا۟ لِقَآءَ ٱللَّهِ فَإِنَّ أَجَلَ ٱللَّهِ لَـَٔاتٍۢ ۚ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٥﴾
ผู้ใดหวังที่จะพบกับอัลลอฮฺในวันกิยามะฮฺเพื่อรับการตอบแทนจากพระองค์ ดังนั้นเขาพึ่งรู้เถิดว่า เวลาที่อัลลอฮฺทรงกำหนดนั้นจะมาถึงในไม่ช้า และ พระองค์นั้นทรงได้ยินถึงถ้อยคำของบ่าว และทรงรอบรู้ถึงการงานของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทน ต่อการงานของพวกเขา
وَمَن جَـٰهَدَ فَإِنَّمَا يُجَـٰهِدُ لِنَفْسِهِۦٓ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَغَنِىٌّ عَنِ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٦﴾
และผู้ใดที่ทุ่มเทในการเคารพภักดีและออกห่างจากความชั่ว และต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ แท้จริงเขาได้ทุ่มเทต่อสู้เพื่อตัวของเขาเอง เพราะประโยชน์ ของการทุ่มเทต่อสู้นั้นจะกลับคืนสู่ตัวของเขาเอง และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงมั่งมีเหนือสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย การเคารพภัคดีและการทำบาปของพวก เขานั้นจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อพระองค์
وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَنُكَفِّرَنَّ عَنْهُمْ سَيِّـَٔاتِهِمْ وَلَنَجْزِيَنَّهُمْ أَحْسَنَ ٱلَّذِى كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٧﴾
และบรรดาผู้ที่ศรัทธาและอดทนต่อบททดสอบของเราที่มีต่อพวกเขาและพวกเขาได้กระทำความดีทั้งหลาย แน่นอนเราจะลบล้างบาปทั้งหลายของ พวกเขาด้วยความดีต่างๆที่พวกเขาได้กระทำไว้ และในโลกหน้าเราจะตอบแทนพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้ในโลกนี้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَوَصَّيْنَا ٱلْإِنسَـٰنَ بِوَٰلِدَيْهِ حُسْنًۭا ۖ وَإِن جَـٰهَدَاكَ لِتُشْرِكَ بِى مَا لَيْسَ لَكَ بِهِۦ عِلْمٌۭ فَلَا تُطِعْهُمَآ ۚ إِلَىَّ مَرْجِعُكُمْ فَأُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٨﴾
فأنبئكم بما كنتمتعملون และเราได้สั่งเสียมนุษย์ให้กระทำความดีแก่บิดามารดาของเขา และหากทั้งสองได้บังคับเจ้า -โอ้ มนุษย์เอ๋ย- ให้ตั้งภาคีร่วมกับข้า -อย่างกรณีที่เกิดขึ้น กับเศาะหาบะฮฺที่ชื่อ สะอัด บิน อบี วะกอศ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กับมารดาของเขา- เจ้าจงอย่าเชื่อฟังท่านทั้งสองในเรื่องดังกล่าว เพราะจะไม่มีการเชื่อฟัง ต่อสิ่งที่ถูกสร้างใดๆ ในเรื่องที่เป็นการฝ่าฝืนผู้สร้าง (อัลลอฮฺ) ในวันกิยามะฮฺยังข้าเท่านั้นที่พวกเจ้าจะต้องกลับมา แล้วข้าจะแจ้งแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่ พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกนี้ และข้าจะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำนั้น
وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَنُدْخِلَنَّهُمْ فِى ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٩﴾
และบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและกระทำความดีทั้งหลายนั้น ในวันกิยามะฮฺเราจะให้พวกเขารวมอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย โดยเราจะจัดรวมผู้ศรัทธาร่วม กับบรรดาคนดี และเราจะตอบแทนพวกผู้ศรัทธาเหมือนผลตอบแทนของพวกคนดี
وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يَقُولُ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ فَإِذَآ أُوذِىَ فِى ٱللَّهِ جَعَلَ فِتْنَةَ ٱلنَّاسِ كَعَذَابِ ٱللَّهِ وَلَئِن جَآءَ نَصْرٌۭ مِّن رَّبِّكَ لَيَقُولُنَّ إِنَّا كُنَّا مَعَكُمْ ۚ أَوَلَيْسَ ٱللَّهُ بِأَعْلَمَ بِمَا فِى صُدُورِ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٠﴾
และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า: "เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว" เมื่อบรรดาผู้ปฏิเสธได้สร้างความทุกข์ทรมานต่อการศรัทธาของเขา เขาก็จะถือเอาความ ทุกข์ยากของพวกเขานั้นเป็นเสมือนการลงโทษของอัลลอฮฺ เขาก็จะทิ้งการศรัทธาเพื่อให้สอดคล้องกับบรรดาผู้ปฏิเสธ และหากมีการช่วยเหลือจาก พระผู้อภิบาลของเจ้าได้เกิดขึ้นแก่เจ้าแก่เจ้า -โอ้ รอสูลเอ๋ย- คนผู้นี้ก็จะกล่าวว่า: "แท้จริงพวกเราเคยอยู่ร่วมกับพวกท่านเป็นผู้ศรัทธาด้วยกัน" -โอ้ ผู้ ศรัทธาเอ๋ย- และมิใช่อัลลอฮฺหรือที่ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์?! การศรัทธาและการปฏิเสธศรัทธา ล้วนแล้วไม่สามารถจะปกปิดการรอบรู้ ของพระองค์ได้ แล้วไฉนกัน พวกเขาจะปกปิดอัลลอฮฺต่อสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเขา ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงรู้ดีเกี่ยวกับมันยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก
وَلَيَعْلَمَنَّ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَلَيَعْلَمَنَّ ٱلْمُنَـٰفِقِينَ ﴿١١﴾
และแน่นอนอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ศรัทธาที่แท้จริง และทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้กลับหลอกที่เปิดเผยการศรัทธาแค่ภายนอกและปิดบังการ ปฏิเสธศรัทธาไว้ภายใน
وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لِلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ ٱتَّبِعُوا۟ سَبِيلَنَا وَلْنَحْمِلْ خَطَـٰيَـٰكُمْ وَمَا هُم بِحَـٰمِلِينَ مِنْ خَطَـٰيَـٰهُم مِّن شَىْءٍ ۖ إِنَّهُمْ لَكَـٰذِبُونَ ﴿١٢﴾
إن هم لكذبون และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺองค์เดียวว่า: "พวกเจ้าจงปฏิบัติตามศาสนาของเรา และเราจะแบกรับบาปต่างๆ ของ พวกเจ้า แล้วเราจะรับผิดชอบต่อบาปต่างๆ นั้นแทนพวกเจ้า และพวกเขานั้นมิได้เป็นผู้แบกรับบาปต่างๆ ของพวกเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด แท้จริง พวกเขาเป็นผู้โกหกในคำพูดของพวกเขาอย่างแน่นอน
وَلَيَحْمِلُنَّ أَثْقَالَهُمْ وَأَثْقَالًۭا مَّعَ أَثْقَالِهِمْ ۖ وَلَيُسْـَٔلُنَّ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ عَمَّا كَانُوا۟ يَفْتَرُونَ ﴿١٣﴾
และแน่นอนบรรดาผู้ตั้งภาคีที่เชิญชวนสู่ความเท็จ พวกเขาจะแบกรับบาปต่างๆ ที่พวกเขาได้กระทำไว้และร่วมไปถึงบาปต่างๆ ของผู้ติดตามจากการ เชิญชวนของพวกเขาอย่างเต็มๆ โดยจะไม่ลดแม้แต่น้อย และแน่นอนในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะถูกสอบสวนในสิ่งที่พวกเขาได้ประดิษฐ์ขึ้นในดุนยาจาก เรื่องมดเท็จทั้งหลาย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِۦ فَلَبِثَ فِيهِمْ أَلْفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمْسِينَ عَامًۭا فَأَخَذَهُمُ ٱلطُّوفَانُ وَهُمْ ظَـٰلِمُونَ ﴿١٤﴾
และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูหฺในฐานะรอสูลไปยังหมู่ชนของเขา และเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกับพวกเขาเก้าร้อยห้าสิบปีเพื่อเชิญชวนพวกเขาสู่การให้เอกภาพ ต่ออัลลอฮฺ ปรากฏว่าพวกเขาไม่ยอมรับและยังคงปฏิเสธต่อไป ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าชีวิตพวกเขาไปในขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรมด้วยการปฏิเสธ ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและไม่เชื่อฟังบรรดารอสูลของพระองค์ จนในที่สุดพวกเขาจมน้ำตาย
فَأَنجَيْنَـٰهُ وَأَصْحَـٰبَ ٱلسَّفِينَةِ وَجَعَلْنَـٰهَآ ءَايَةًۭ لِّلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٥﴾
ดังนั้นเราได้ช่วยนูหฺและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่พร้อมร่วมกับเขาในเรือให้รอดพ้นจากอุทกภัย และเราได้ทำให้เรือนั้นเป็นบทเรียนหนึ่งแก่ผู้คน เพื่อพวก เขาจะได้ใคร่ครวญกับมัน
وَإِبْرَٰهِيمَ إِذْ قَالَ لِقَوْمِهِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ وَٱتَّقُوهُ ۖ ذَٰلِكُمْ خَيْرٌۭ لَّكُمْ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿١٦﴾
และจงรำลึกเถิด -โอ้ รอสูลเอ๋ย- ถึงเรื่องราวของอิบรอฮีมขณะที่เขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า: "พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด และจงเกรงกลัวบทลงโทษของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ สิ่งที่พวกท่านถูกสั่งใช้นั้น มันดีกว่าสำหรับพวกท่านหากพวกท่านรู้"
إِنَّمَا تَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ أَوْثَـٰنًۭا وَتَخْلُقُونَ إِفْكًا ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ تَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ لَا يَمْلِكُونَ لَكُمْ رِزْقًۭا فَٱبْتَغُوا۟ عِندَ ٱللَّهِ ٱلرِّزْقَ وَٱعْبُدُوهُ وَٱشْكُرُوا۟ لَهُۥٓ ۖ إِلَيْهِ تُرْجَعُونَ ﴿١٧﴾
แท้จริงแล้วพวกท่าน -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- ได้ทำการเคารพสักการะรูปปั้นที่ไม่ให้ประโยชน์และไม่ให้โทษ และพวกท่านได้ทำการประดิษฐ์สิ่งเท็จขึ้น มาโดยอ้างว่ามันสมควรได้รับการเคารพสักการะ แท้จริงสิ่งที่พวกท่านเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮฺนั้น มันไม่มีอำนาจที่จะประทานเครื่องยังชีพแก่ พวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงขอกับอัลลอฮฺเถิดเพราะพระองค์คือผู้ทรงประทานเครื่องยังชีพ และจงเคารพภักดีอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด และจง ขอบคุณพระองค์ที่ได้ประทานเครื่องยังชีพให้กับพวกท่าน ยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับไปในวันกิยามะฮฺเพื่อสอบสวนและตอบแทน ซึ่ง มิใช่ยังรูปปั้ นต่างๆ ของพวกท่าน
وَإِن تُكَذِّبُوا۟ فَقَدْ كَذَّبَ أُمَمٌۭ مِّن قَبْلِكُمْ ۖ وَمَا عَلَى ٱلرَّسُولِ إِلَّا ٱلْبَلَـٰغُ ٱلْمُبِينُ ﴿١٨﴾
และหากพวกท่าน -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคี- ปฏิเสธสิ่งที่นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา แท้จริงหลายประชาชาติที่มาก่อนหน้าพวกท่าน ก็ได้เคยปฏิเสธ เช่น หมู่ชนนูหฺอ๊าด และษะมุด และหน้าที่ของรอสูลมิใช่อะไรอื่นนอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้งเท่านั้น และแน่นอนรอสูลได้ทำหน้าที่ ตามคำบัญชาของพระผู้อภิบาลของเขาในการเผยแพร่แก่พวกท่านแล้ว
أَوَلَمْ يَرَوْا۟ كَيْفَ يُبْدِئُ ٱللَّهُ ٱلْخَلْقَ ثُمَّ يُعِيدُهُۥٓ ۚ إِنَّ ذَٰلِكَ عَلَى ٱللَّهِ يَسِيرٌۭ ﴿١٩﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่เห็นหรือว่า อัลลอฮฺทรงเริ่มต้นการสร้างอย่างไร? แล้วจะทรงให้มันกลับฟื้นคืนชีพหลังจากที่มันพินาศแล้วอย่างไร? แท้จริง นั่นเป็นการง่ายดายสำหรับอัลลอฮฺ พระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้
قُلْ سِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَٱنظُرُوا۟ كَيْفَ بَدَأَ ٱلْخَلْقَ ۚ ثُمَّ ٱللَّهُ يُنشِئُ ٱلنَّشْأَةَ ٱلْـَٔاخِرَةَ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٢٠﴾
จงกล่าวเถิด -โอ้ รอสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ปฏิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพว่า: พวกท่านจงท่องไปในแผ่นดิน แล้วพิจารณาดูว่าอัลลอฮฺทรงเริ่มต้นการสร้าง อย่างไร แล้วอัลลอฮฺจะทรงให้มนุษย์มีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งที่สองหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตเพื่อสอบสวน แท้จริงอัลลอฮฺทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มี สิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้ จะไม่เป็นเรื่องยากสำหรับพระองค์ในการทำให้มนุษย์ฟื้นคืนชีพ อย่างที่พระองค์ไม่ได้รู้สึกลำบากในการสร้างพวกเขามา ในตอนแรก (คือเริ่มจากไม่มีอะไรเลย) بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
يُعَذِّبُ مَن يَشَآءُ وَيَرْحَمُ مَن يَشَآءُ ۖ وَإِلَيْهِ تُقْلَبُونَ ﴿٢١﴾
พระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบ่าวของพระองค์ด้วยความยุติธรรม และจะทรงเมตตาผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบ่าวของ พระองค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับไปในวันกิยามะฮฺเพื่อสอบสวนหลังจากพวกท่านถูกให้ฟื้ นขึ้นมา จากหลุมฝังศพ
وَمَآ أَنتُم بِمُعْجِزِينَ فِى ٱلْأَرْضِ وَلَا فِى ٱلسَّمَآءِ ۖ وَمَا لَكُم مِّن دُونِ ٱللَّهِ مِن وَلِىٍّۢ وَلَا نَصِيرٍۢ ﴿٢٢﴾
และพวกเจ้าไม่สามารถที่จะหนีจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้ และไม่มีทางจะรอดพ้นจากบทลงโทษของพระองค์ได้ ทั้งในแผ่นดินและในฟากฟ้า และ ไม่มีผู้ใดอื่นจากอัลลอฮฺที่จะเป็นผู้คุ้มครองและผู้ดูแลกิจการของพวกเจ้า และไม่มีผู้ใดอื่นจากอัลลอฮฺที่จะช่วยให้พวกเจ้ารอดพ้นจากการลงโทษของ พระองค์ได้
وَٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ وَلِقَآئِهِۦٓ أُو۟لَـٰٓئِكَ يَئِسُوا۟ مِن رَّحْمَتِى وَأُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿٢٣﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธโองการทั้งหลายของอัลลอฮฺและการพบพระองค์ในวันกิยามะฮฺนั้นพวกเขาจะสิ้นหวังต่อความเมตตาของฉัน พวกเขาจะไม่ได้เข้า สวรรค์อย่างแน่นอนเพราะการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และพวกเขาเหล่านั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวดที่กำลังรอพวกเขาในโลก หน้า
فَمَا كَانَ جَوَابَ قَوْمِهِۦٓ إِلَّآ أَن قَالُوا۟ ٱقْتُلُوهُ أَوْ حَرِّقُوهُ فَأَنجَىٰهُ ٱللَّهُ مِنَ ٱلنَّارِ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٢٤﴾
(หลังจากที่อิบรอฮีมได้สั่งใช้พวกเขาให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียวและให้ละทิ้งจากการเคารพสักการะรูปปั้ นต่างๆ) ดังนั้นคำตอบของหมู่ ชนอิบรอฮีม - มิใช่อื่นใดนอกจากกล่าวว่า: "จงฆ่าเขาหรือเอาเขาโยนลงไปในไฟเพื่อแก้แค้นให้กับบรรดาพระเจ้าของพวกเจ้า แต่อัลลอฮฺทรงช่วยเขาให้ พ้นจากไฟ แท้จริงในการให้เขาได้รอดจากไฟหลังจากถูกโยนลงไปในนั้นย่อมเป็นบทเรียนสำหรับหมู่ชนผู้ศรัทธา เพราะพวกเขาเท่านั้นคือผู้ที่ได้รับ ประโยชน์อย่างแท้จริงจากบทเรียนนี้
وَقَالَ إِنَّمَا ٱتَّخَذْتُم مِّن دُونِ ٱللَّهِ أَوْثَـٰنًۭا مَّوَدَّةَ بَيْنِكُمْ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا ۖ ثُمَّ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ يَكْفُرُ بَعْضُكُم بِبَعْضٍۢ وَيَلْعَنُ بَعْضُكُم بَعْضًۭا وَمَأْوَىٰكُمُ ٱلنَّارُ وَمَا لَكُم مِّن نَّـٰصِرِينَ ﴿٢٥﴾
และอิบรอฮีมได้กล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า: "แท้จริงการที่พวกท่านได้เคารพสักการะต่อรูปปั้นต่างๆ และได้ยึดเป็นพระเจ้านั้น ก็เพื่อเป็นการทำความ รู้จักและความรักระหว่างพวกท่านในชีวิตแห่งโลกนี้เท่านั้น แล้วในวันกิยามะฮฺความรักนั้นจะถูกตัดขาดระหว่างพวกท่านไป และบางคนในหมู่พวกท่าน จะถอดตัวออกจากกันเมื่อได้เห็นการลงโทษและจะสาปแช่งกันและกัน และที่พำนักของพวกท่านคือไฟนรก และสำหรับพวกท่านจะไม่มีผู้ช่วยเหลือให้ รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้ นต่างๆ ที่พวกท่านเคารพสักการะมันนอกไปจากอัลลอฮฺ และอื่นๆ ก็เช่นกัน"
۞ فَـَٔامَنَ لَهُۥ لُوطٌۭ ۘ وَقَالَ إِنِّى مُهَاجِرٌ إِلَىٰ رَبِّىٓ ۖ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٢٦﴾
หลังจากนั้นลูฏ อะลัยฮิสสะลาม ก็ได้ศรัทธาต่อเขา และอิบรอฮีมได้กล่าวว่า: "แท้จริงฉันเป็นผู้อพยพไปยังพระผู้อภิบาลของฉันยังแผ่นดินชามอันมี เกียรติ แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่งและพระองค์จะไม่ดูถูกผู้ที่อพยพไปยังพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนด และบริหารทุกสรรพสิ่ง" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَوَهَبْنَا لَهُۥٓ إِسْحَـٰقَ وَيَعْقُوبَ وَجَعَلْنَا فِى ذُرِّيَّتِهِ ٱلنُّبُوَّةَ وَٱلْكِتَـٰبَ وَءَاتَيْنَـٰهُ أَجْرَهُۥ فِى ٱلدُّنْيَا ۖ وَإِنَّهُۥ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ لَمِنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٢٧﴾
และเราได้ประทานบุตรชายให้กับอิบรอฮีมชื่ออิสหาก และลูกชายของเขาชื่อยะอฺกู๊บ และเราได้ทำให้ลูกหลานของเขาเป็นนบีและได้ประทานคัมภีร์ต่างๆ ที่ลงมาจากอัลลอฮฺให้แก่พวกเขา และเรายังได้ให้ผลตอบแทนต่อการยืนยัดบนสัจธรรมของเขาในโลกนี้ด้วยลูกหลานที่ดี และคำสดุดีที่ดี และแท้จริง เขาในโลกหน้าจะถูกตอบแทนด้วยผลตอบแทนของคนดี ซึ่งผลตอบแทนที่ถูกให้ในโลกนี้นั้นจะไม่ลดหย่อนเท่าสิ่งที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเขาในโลกหน้า แม้แต่นิดเดียว
وَلُوطًا إِذْ قَالَ لِقَوْمِهِۦٓ إِنَّكُمْ لَتَأْتُونَ ٱلْفَـٰحِشَةَ مَا سَبَقَكُم بِهَا مِنْ أَحَدٍۢ مِّنَ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٢٨﴾
และจงรำลึก -โอ้ รอสูลเอ๋ย- ถึงลูฏขณะที่เขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า: "แท้จริงพวกท่านได้กระทำบาปลามกที่ไม่เคยมีใครคนใดก่อนหน้าพวกท่าน กระทำมาก่อน พวกท่านคือกลุ่มแรกที่ได้ทำบาปนี้ขึ้นมาซึ่งมันขัดกับสัญชาตญาณที่บริสุทธิ์ของมนุษย์"
أَئِنَّكُمْ لَتَأْتُونَ ٱلرِّجَالَ وَتَقْطَعُونَ ٱلسَّبِيلَ وَتَأْتُونَ فِى نَادِيكُمُ ٱلْمُنكَرَ ۖ فَمَا كَانَ جَوَابَ قَوْمِهِۦٓ إِلَّآ أَن قَالُوا۟ ٱئْتِنَا بِعَذَابِ ٱللَّهِ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٢٩﴾
มันเป็นการควรแล้วหรือที่พวกท่านสมสู่พวกผู้ชายด้วยกันทางทวารเพื่อสนองอารมณ์ใคร่ของพวกท่าน ปล้นสะดมผู้คนบนถนนหนทางทำให้พวกเขา ไม่กล้าเดินผ่านพวกท่าน เพราะกล้วว่าพวกท่านจะกระทำลามกกระทำอนาจารต่อพวกเขา และพวกท่านยังประพฤติชั่วในที่ชุมนุมของพวกท่าน เช่น แก้ผ้า และทำร้ายผู้สัญจรไปมาทั้งด้วยคำพูดและกระทำ? แต่คำตอบของหมู่ชนของเขาหลังจากที่เขาได้มีการปรามถึงการประพฤติชั่วนั้น ด้วยคำตอบ ที่ไม่ใช่อื่นใดนอกจากกล่าวว่า: "จงนำการลงโทษของอัลลอฮฺที่ท่านขู่เราอยู่นั้นมาให้แก่พวกเราสิ หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริงในสิ่งที่ท่านอ้างมา"
قَالَ رَبِّ ٱنصُرْنِى عَلَى ٱلْقَوْمِ ٱلْمُفْسِدِينَ ﴿٣٠﴾
ลูฏ อะลัยฮิสสะลาม ได้วิงวอนขอต่อพระผู้อภิบาลของเขา หลังจากความดื้อรั้นของหมู่ชนของเขาที่ขอให้นำการลงโทษลงบนพวกเขาว่า: "ข้าแต่พระผู้ อภิบาลของฉัน ขอพระองค์โปรดช่วยเหลือฉันให้อยู่เหนือหมู่ชนผู้บ่อนทำลายในแผ่นดินนี้ด้วยการปฏิเสธศรัทธา เนรคุณ และประพฤติความชั่วที่พวก เขาเผยแพร่กัน"
وَلَمَّا جَآءَتْ رُسُلُنَآ إِبْرَٰهِيمَ بِٱلْبُشْرَىٰ قَالُوٓا۟ إِنَّا مُهْلِكُوٓا۟ أَهْلِ هَـٰذِهِ ٱلْقَرْيَةِ ۖ إِنَّ أَهْلَهَا كَانُوا۟ ظَـٰلِمِينَ ﴿٣١﴾
และครั้นเมื่อมะลาอิกะฮฺที่เราได้ส่งไปนั้น พวกเขาได้แจ้งข่าวดีแก่อิบรอฮีมว่า เขาจะมีลูกชายชื่ออิสฮากและหลังจากนั้น อิสฮากก็จะมีลูกชายชื่อยะกู๊บ แล้วพวกเขาก็กล่าวแก่เขาว่า "แท้จริงพวกเราจะเป็นผู้ทำลายชาวเมืองสะดุมซึ่งเป็นเมืองของลูฏ เพราะชาวเมืองนั้นพวกเขาเป็นผู้อธรรมด้วยการกระ ทำสิ่งที่ชั่วช้าน่ารังเกียจ"
قَالَ إِنَّ فِيهَا لُوطًۭا ۚ قَالُوا۟ نَحْنُ أَعْلَمُ بِمَن فِيهَا ۖ لَنُنَجِّيَنَّهُۥ وَأَهْلَهُۥٓ إِلَّا ٱمْرَأَتَهُۥ كَانَتْ مِنَ ٱلْغَـٰبِرِينَ ﴿٣٢﴾
อิบรอฮีม อะลัยฮิสสะลาม ได้กล่าวแก่มะลาอิกะฮฺ ว่า "แท้จริงชาวเมืองที่พวกท่านต้องการจะทำลายนั้นมีลูฏอยู่ด้วย โดยที่เขามิได้อยู่ในหมู่ผู้อธรรม" มะ ลาอิกะฮฺจึงกล่าวว่า" เรารู้ดีว่ามีใครอยู่ในเมืองนั้นบ้าง แน่นอนเราจะช่วยเหลือเขาและครอบครัวของเขาให้รอดพ้นจากการถูกทำลายนี้ นอกจากภรรยา ของเขาซึ่งนางคือหนึ่งในบรรดาผู้ที่ถูกทำลาย ฉะนั้นเราจะทำลายนางไปพร้อมๆ กับพวกเขา (ชาวเมืองนั้น)" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَلَمَّآ أَن جَآءَتْ رُسُلُنَا لُوطًۭا سِىٓءَ بِهِمْ وَضَاقَ بِهِمْ ذَرْعًۭا وَقَالُوا۟ لَا تَخَفْ وَلَا تَحْزَنْ ۖ إِنَّا مُنَجُّوكَ وَأَهْلَكَ إِلَّا ٱمْرَأَتَكَ كَانَتْ مِنَ ٱلْغَـٰبِرِينَ ﴿٣٣﴾
และเมื่อมะลาอิกะฮฺที่เราได้ส่งไปเพื่อทำลายหมู่ชนของลูฏได้มาหาลูฏ เขาก็เกิดทุกข์ใจกังวลเพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกหมู่ชนของเขาจะประพฤติชั่วต่อ พวกเขา โดยที่มะลาอิกะฮฺเหล่านั้นได้มาในรูปร่างผู้ชาย ซึ่งหมู่ชนของเขาจะสมสู่พวกผู้ชายด้วยตัณหาแทนพวกผู้หญิง มะลาอิกะฮฺจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงอย่ากลัว เพราะหมู่ชนของท่านไม่มีทางที่จะเข้าทำร้ายถึงท่านได้เหรอก และจงอย่าเศร้าโศกเสียใจต่อสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านเกี่ยวกับการทำลาย พวกเขา แท้จริงเราเป็นผู้ช่วยเหลือท่านและบริวารของท่านจากการถูกทำลาย ยกเว้นภรรยาของท่านซึ่งนางคือหนึ่งในบรรดาผู้ที่ถูกทำลาย ฉะนั้นเรา จะทำลายนางไปพร้อมๆ กับพวกเขา"
إِنَّا مُنزِلُونَ عَلَىٰٓ أَهْلِ هَـٰذِهِ ٱلْقَرْيَةِ رِجْزًۭا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ بِمَا كَانُوا۟ يَفْسُقُونَ ﴿٣٤﴾
แท้จริงเราเป็นผู้นำการลงโทษจากฝากฟ้าสู่ชาวเมืองนี้ เพราะความชั่วที่พวกเขาได้กระทำไว้ นั่นก็คือ ก้อนหินจากนรกเพื่อเป็นการลงโทษพวกเขาที่ได้ หันเหออกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺแล้วหันมาประพฤติชั่วที่เป็นลามก นั่นก็คือ การสมสู่พวกผู้ชายด้วยตัณหาแทนพวกผู้หญิง
وَلَقَد تَّرَكْنَا مِنْهَآ ءَايَةًۢ بَيِّنَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَعْقِلُونَ ﴿٣٥﴾
และแท้จริงเราได้ทิ้งสัญญาณหนึ่งที่ชัดแจ้งจากเมืองนี้ ไว้สำหรับหมู่ชนผู้มีปัญญาพิจารณา เพราะพวกเขาคือผู้ที่จะได้รับบทเรียนจากสัญญาณต่างๆ เหล่านี้
وَإِلَىٰ مَدْيَنَ أَخَاهُمْ شُعَيْبًۭا فَقَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ وَٱرْجُوا۟ ٱلْيَوْمَ ٱلْـَٔاخِرَ وَلَا تَعْثَوْا۟ فِى ٱلْأَرْضِ مُفْسِدِينَ ﴿٣٦﴾
และเราได้ส่งพี่น้องทางสายเลือดของพวกเขาคือ ชุอัยบ์ อะลัยฮิสสะลาม ไปยังหมู่ชนมัดยัน ซึ่งเขาได้กล่าวขึ้นว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย จงเคารพภักดี อัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด และจงหวังผลตอบแทนในโลกหน้าจากพระองค์ด้วยการเคารพภักดีของพวกท่าน และอย่าได้ก่อความเสียหายในหน้าแผ่น ดินด้วยการกระทำความชั่วและเผยแพร่มันออกไป"
فَكَذَّبُوهُ فَأَخَذَتْهُمُ ٱلرَّجْفَةُ فَأَصْبَحُوا۟ فِى دَارِهِمْ جَـٰثِمِينَ ﴿٣٧﴾
แต่หมู่ชนของเขาได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นแผ่นดินไหวอย่างรุ่นแรงได้เคร่าชีวิตพวกเขา แล้วพวกเขาได้นอนสิ้นชีวิตอยู่ในที่อาศัยของพวกเขาซึ่งใบหน้า ของพวกเขาติดแน่นอยู่กับดินโดยที่พวกเขาจะไม่ถูกเคลื่อนย้าย
وَعَادًۭا وَثَمُودَا۟ وَقَد تَّبَيَّنَ لَكُم مِّن مَّسَـٰكِنِهِمْ ۖ وَزَيَّنَ لَهُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ أَعْمَـٰلَهُمْ فَصَدَّهُمْ عَنِ ٱلسَّبِيلِ وَكَانُوا۟ مُسْتَبْصِرِينَ ﴿٣٨﴾
مستبصرين และเช่นเดียวกัน เราได้ทำลายพวกอ๊าดซึ่งเป็นหมู่ชนของฮูด และพวกษะมูดซึ่งเป็นหมู่ชนของศอลิห์และได้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเจ้า -โอ้ ชาวมักกะฮ์- แล้วว่าที่พำนักของพวกเขาที่ทำมาจากต้นไม้และก้อนหินจากเมืองหัฎเราะเมาตฺ (เยเมน) นั้น ได้บ่งบอกแก่พวกเจ้าถึงการลงโทษพวกเขา และสถาน ที่พักอาศัยอันว่างเปล่าของพวกเขายังคงมีให้เห็นอย่างชัดเจน และชัยฏอนได้ทำให้การงานของพวกเขา เช่น การปฏิเสธศรัทธา และความชั่วอื่น ๆ ให้ เป็นที่ดูดี แล้วได้ให้พวกเขาหลงออกจากแนวทางที่เที่ยงตรง ทั้ง ๆที่พวกเขาเป็นผู้มีสติปัญญาในการที่จะใคร่ควรญสัจธรรม การหลงทาง การชี้นำ และความหลงผิด ตามที่บรรดาเราะสูลของพวกเขาได้สอนให้แก่พวกเขาไว้ หากแต่พวกเขาเลือกที่จะปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำแทนที่จะปฏิบัติตามทาง นำ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَقَـٰرُونَ وَفِرْعَوْنَ وَهَـٰمَـٰنَ ۖ وَلَقَدْ جَآءَهُم مُّوسَىٰ بِٱلْبَيِّنَـٰتِ فَٱسْتَكْبَرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ وَمَا كَانُوا۟ سَـٰبِقِينَ ﴿٣٩﴾
และเราได้ทำลายกอรูน -เนื่องจากเขาหยิ่งผยองต่อหมู่ชนของมูซา- ด้วยการให้ธรณีสูบเขาพร้อมกับเคหะสถานของเขา และเราก็ได้ทำลายฟิรเอานฺ พร้อมกับฮามานซึ่งเป็นมุขมนตรีของเขาด้วยการให้จมน้ำตายในทะเล และแน่นอนมูซาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งที่บ่งชี้ถึงความ สัจจริงของเขา แต่พวกเขาหยิ่งผยองไม่ยอมศรัทธาในแผ่นดินอียิปต์ และพวกเขาไม่อาจจะหลุดรอดจากการลงโทษของเราด้วยการหลบหนีจากเราได้
فَكُلًّا أَخَذْنَا بِذَنۢبِهِۦ ۖ فَمِنْهُم مَّنْ أَرْسَلْنَا عَلَيْهِ حَاصِبًۭا وَمِنْهُم مَّنْ أَخَذَتْهُ ٱلصَّيْحَةُ وَمِنْهُم مَّنْ خَسَفْنَا بِهِ ٱلْأَرْضَ وَمِنْهُم مَّنْ أَغْرَقْنَا ۚ وَمَا كَانَ ٱللَّهُ لِيَظْلِمَهُمْ وَلَـٰكِن كَانُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ ﴿٤٠﴾
ดังนั้น ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เราได้ลงโทษพวกเขาอย่างรุ่นแรง เช่น หมู่ชนลูฏ เราได้ส่งก้อนหินจากนรกแกร่งหล่นพรูลงมาบนพวกเขา และ หมู่ชนศอลิหฺและชุอัยบ์ เราได้ลงโทษด้วยเสียงกัมปนาททำลายพวกเขา และกอรูน เราได้ให้ธรณีสูบเขาพร้อมกับเคหะสถานของเขา และหมู่ชนนูหฺฟิร เอานฺ และฮามาน เราได้ทำลายพวกเขาด้วยการให้จมน้ำตาย และอัลลอฮฺมิได้ทรงอธรรมแก่พวกเขาที่ได้ทำลายพวกเขาโดยปราศจากบาป แต่พวกเขา เองต่างหากที่อธรรมต่อตัวของเขาเองที่กระทำบาป ฉะนั้น พวกเขาคู่ควรที่จะได้รับการลงโทษ
مَثَلُ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُوا۟ مِن دُونِ ٱللَّهِ أَوْلِيَآءَ كَمَثَلِ ٱلْعَنكَبُوتِ ٱتَّخَذَتْ بَيْتًۭا ۖ وَإِنَّ أَوْهَنَ ٱلْبُيُوتِ لَبَيْتُ ٱلْعَنكَبُوتِ ۖ لَوْ كَانُوا۟ يَعْلَمُونَ ﴿٤١﴾
كانوا يعلمون อุปมาบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ยึดเอาบรรดาเจว็ดเป็นที่เคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮฺโดยหวังประโยชน์และให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาเปรียบดั่งแมงมุมที่ ได้ยึดเอาใยของมันเป็นรังเพื่อคุ้มกันจากการถูกทำร้าย และแท้จริงรังที่บอบบางที่สุดคือรังของแมงมุม ซึ่งมันไม่สามารถจะปกป้องจากการถูก ทำร้ายได้ เช่นเดียวกับบรรดาเจว็ดของพวกเขาที่ไม่สามารถจะให้ประโยชน์ ให้โทษ และให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด หากบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านี้รู้พวก เขาคงไม่ยึดเอาบรรดาเจว็ดเป็นที่เคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮฺแน่นอน
إِنَّ ٱللَّهَ يَعْلَمُ مَا يَدْعُونَ مِن دُونِهِۦ مِن شَىْءٍۢ ۚ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٤٢﴾
แท้จริงอัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะอื่นจากพระองค์ ไม่มีสิ่งใดจะปกปิดจากการรอบรู้ของพระองค์ได้ พระองค์คือผู้ทรง อำนาจเหนือทุกสิ่ง และทรงปรีชาญาณในการสร้างการกำหนดปริมาณและการบริหารจัดการ
وَتِلْكَ ٱلْأَمْثَـٰلُ نَضْرِبُهَا لِلنَّاسِ ۖ وَمَا يَعْقِلُهَآ إِلَّا ٱلْعَـٰلِمُونَ ﴿٤٣﴾
และนี้คืออุปมาอุปไมยที่เราได้ยกมาให้แก่มนุษย์เพื่อให้พวกเขาได้ตื่นตัวและได้ไตร่ตรองถึงสัจธรรมและเพื่อจะได้ชี้นำพวกเขาไปในหนทางที่ถูกต้อง แต่ไม่มีผู้ใดที่สามารถจะเข้าถึงมันอย่างถ่องแท้ได้นอกจากผู้มีความรู้ในบทบัญญัติและหิกมะฮ์ของอัลลอฮ์เท่านั้น
خَلَقَ ٱللَّهُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ بِٱلْحَقِّ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّلْمُؤْمِنِينَ ﴿٤٤﴾
อัลลอฮ์ตะอาลาทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความจริง ซึ่งพระองค์มิได้ทรงสร้างมันด้วยความเท็จไม่ได้อย่างไร้เป้าหมาย แท้จริงในการ สร้างนี้ย่อมเป็นสัญญาณอันชัดแจ้งถึงความเดชานุภาพของอัลลอฮ์แก่บรรดาผู้ศรัทธา เพราะพวกเขาเท่านั้นที่อาศัยสิ่งถูกสร้างเป็นหลักฐานยืนยัน ถึงอัลลอฮ์ผู้ทรงสร้าง ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาแท้จริงพวกเขาจะพบเห็นสัญญาณต่างๆเหล่านี้ที่อยู่ในฟากฟ้า และในร่างกายโดยไม่สนใจถึงความ ยิ่งใหญ่และความเดชานุภาพของอัลลอฮ์ ตะอาลา เลย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
ٱتْلُ مَآ أُوحِىَ إِلَيْكَ مِنَ ٱلْكِتَـٰبِ وَأَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ ۖ إِنَّ ٱلصَّلَوٰةَ تَنْهَىٰ عَنِ ٱلْفَحْشَآءِ وَٱلْمُنكَرِ ۗ وَلَذِكْرُ ٱللَّهِ أَكْبَرُ ۗ وَٱللَّهُ يَعْلَمُ مَا تَصْنَعُونَ ﴿٤٥﴾
يعلم ما تص نعون จงอ่านเถิด -โอ้ รอสูลเอ๋ย- แก่มนุษย์ถึงสิ่งที่อัลลอฮฺได้วะห์ยุแก่เจ้าจากอัลกุรอาน และจงดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์ แท้จริงการละหมาดที่ สมบูรณ์นั้นจะยับยั้งผู้ละหมาดจากการตกหลุมพรางในเรื่องที่เป็นบาปและความชั่ว เพราะรัศมีที่เกิดขึ้นในหัวใจของเขาจะยับยั้งจากการกระทำบาป และจะชี้นำสู่การกระทำความดี และการรำลึกถึงอัลลอฮฺนั้นยิ่งใหญ่กว่าเหนือทุกสิ่ง และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ซึ่งการงานของพวก เจ้าไม่สามารถจะปกปิดถึงการรอบรู้ของพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบพวกเจ้าตามการงานของพวกเจ้า ถ้าการงานดีก็จะได้ผลตอบแทนที่ดี และถ้าการงานชั่วก็จะได้ผลตอบแทนที่ชั่ว
۞ وَلَا تُجَـٰدِلُوٓا۟ أَهْلَ ٱلْكِتَـٰبِ إِلَّا بِٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ إِلَّا ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ مِنْهُمْ ۖ وَقُولُوٓا۟ ءَامَنَّا بِٱلَّذِىٓ أُنزِلَ إِلَيْنَا وَأُنزِلَ إِلَيْكُمْ وَإِلَـٰهُنَا وَإِلَـٰهُكُمْ وَٰحِدٌۭ وَنَحْنُ لَهُۥ مُسْلِمُونَ ﴿٤٦﴾
إليكم وإلهنا وإلهكم وحد ونحن له مسلمون และพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย-จงอย่าโต้เถียง อย่าทะเลาะกับชาวยิวและชาวคริสต์ เว้นแต่ด้วยวิธีการที่ดีกว่า และรูปแบบที่ประเสริฐกว่า นั่นคือ การเชิญชวนด้วยการตักเตือนที่ดี และด้วยหลักฐานที่ชัดเจน นอกจากกับบรรดาผู้ที่อธรรมในหมู่พวกเขาเท่านั้นที่ดื้อรั้นและหยิ่งผยอง และประกาศ สงครามกับพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงต่อสู้กับพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะยอมสยบ หรือยอมจ่ายภาษีอย่างเชื่อฟังในขณะที่พวกเขาอยู่ในภาวะยอม จำนน และจงกล่าวแก่ชาวยิวและคริสต์ว่า “พวกเราศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานลงมาแก่เรานั่นคือคัมภีร์อัลกุรอาน และพวกเราศรัทธาในสิ่งที่ถูก ประทานลงมาแก่พวกเจ้าที่เป็นคัมภีร์เตารอฮ์และอินญีล และพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกเจ้าคือพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับ พระองค์ทั้งในด้านการเป็นพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะ ในด้านการเป็นพระผู้ทรงอภิบาลผู้ทรงสร้าง ทรงเป็นเจ้าของและการบริหารจัดการ ทุกสิ่ง และด้านความสมบูรณ์ของพระองค์ และแด่พระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นเรายอมจำนน”
وَكَذَٰلِكَ أَنزَلْنَآ إِلَيْكَ ٱلْكِتَـٰبَ ۚ فَٱلَّذِينَ ءَاتَيْنَـٰهُمُ ٱلْكِتَـٰبَ يُؤْمِنُونَ بِهِۦ ۖ وَمِنْ هَـٰٓؤُلَآءِ مَن يُؤْمِنُ بِهِۦ ۚ وَمَا يَجْحَدُ بِـَٔايَـٰتِنَآ إِلَّا ٱلْكَـٰفِرُونَ ﴿٤٧﴾
และเช่นเดียวกับการที่เราได้ประทานบรรดาคัมภีร์ต่างๆ ลงมาแก่ผู้ที่มาก่อนหน้าเจ้า เราจึงประทานคัมภีร์อัลกุรอานแก่เจ้า ดังนั้นบางคนในหมู่พวก เขาที่อ่านคัมภีร์เตารอฮ์ -เช่น อัลดุลเลาะฮ์ บิน สลาม- พวกเขาได้ศรัทธาต่อมัน เพราะพวกเขาได้พบลักษณะของมันที่ได้ระบุในคัมภีร์ของพวกเขา และ ในหมู่ผู้ตั้งภาคีก็มีผู้ที่ศรัทธาต่อมันเช่นกัน และไม่มีการปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเรานอกจากบรรดาผู้ที่ปฏิเสธผู้ซึ่งลักษณะของพวกเขานั้นคือ การปฏิเสธและการดื้อรั้นต่อความจริงทั้งที่ความจริงนั้นเป็นที่เปิดเผยชัดเจน
وَمَا كُنتَ تَتْلُوا۟ مِن قَبْلِهِۦ مِن كِتَـٰبٍۢ وَلَا تَخُطُّهُۥ بِيَمِينِكَ ۖ إِذًۭا لَّٱرْتَابَ ٱلْمُبْطِلُونَ ﴿٤٨﴾
และเจ้าไม่เคยอ่านหนังสือใด ๆ ก่อนคัมภีร์อัลกุรอาน -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- และเจ้าก็ไม่เคยเขียนสิ่งใด ๆ ด้วยมือขวาของเจ้าเช่นกัน เนื่องจากเจ้านั้น เป็นผู้ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และถ้าหากว่าเจ้านั้นอ่านเขียนได้ แน่นอนมันจะทำให้เกิดการสงสัยแก่ผู้ที่โง่เขลาต่อการเป็นนบีของเจ้า และพวกเขาก็จะ พูดกันว่าเจ้านั้นได้เขียนคัมภีร์โดยอ้างจากคัมภีร์เล่มก่อน ๆ
بَلْ هُوَ ءَايَـٰتٌۢ بَيِّنَـٰتٌۭ فِى صُدُورِ ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ ۚ وَمَا يَجْحَدُ بِـَٔايَـٰتِنَآ إِلَّا ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿٤٩﴾
แต่ในทางกลับกัน อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้านั้น มันคือโองการต่าง ๆอันชัดแจ้ง(ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้)ในทรวงอกของบรรดาผู้ที่ได้รับความ รู้ในหมู่ผู้ศรัทธา และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานอกจากบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองโดยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และตั้ง ภาคีต่อพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَقَالُوا۟ لَوْلَآ أُنزِلَ عَلَيْهِ ءَايَـٰتٌۭ مِّن رَّبِّهِۦ ۖ قُلْ إِنَّمَا ٱلْـَٔايَـٰتُ عِندَ ٱللَّهِ وَإِنَّمَآ أَنَا۠ نَذِيرٌۭ مُّبِينٌ ﴿٥٠﴾
และพวกที่ตั้งภาคีกล่าวว่า “ทำไมจึงมิถูกประทานลงมายังมูฮัมหมัด ซึ่งสัญญาณ ต่าง ๆ จากพระเจ้าของเขา ดั่งที่ได้ถูกประทานลงมายังบรรดาเราะสู ลก่อนหน้าเขา จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่า "แท้จริงสัญญาณเหล่านั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงประทานมันลงมาเมื่อ พระองค์ทรงประสงค์ และไม่ใช่อำนาจของฉันที่จะส่งมันลงมา แท้จริงฉันเป็นเพียงผู้ตักเตือนอันชัดแจ้งแก่พวกเจ้าถึงการลงโทษของอัลลอฮ์ เท่านั้น"
أَوَلَمْ يَكْفِهِمْ أَنَّآ أَنزَلْنَا عَلَيْكَ ٱلْكِتَـٰبَ يُتْلَىٰ عَلَيْهِمْ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَرَحْمَةًۭ وَذِكْرَىٰ لِقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٥١﴾
ไม่เพียงพอสำหรับคนเหล่านี้ที่ได้เสนอสัญญาณต่างๆ ด้วยการที่เราได้ประทานอัลกุรอานแก่เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ซึ่งมันถูกอ่านให้แก่พวกเขากระนั้น หรือ? แท้จริงในอัลกุรอานที่ประทานลงมาแก่พวกเขานั้นมีความเมตตาและคำแนะนำแก่บรรดาผู้ศรัทธา เพราะพวกเขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่าง แท้จริงจากสิ่งที่อยู่ในนั้น ดังนั้นสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเขานั้นดีกว่าสิ่งที่พวกเขาเสนอแนะที่ได้ถูกประทานลงมาแก่บรรดาเราะสูลก่อนหน้านี้
قُلْ كَفَىٰ بِٱللَّهِ بَيْنِى وَبَيْنَكُمْ شَهِيدًۭا ۖ يَعْلَمُ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۗ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ بِٱلْبَـٰطِلِ وَكَفَرُوا۟ بِٱللَّهِ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْخَـٰسِرُونَ ﴿٥٢﴾
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- “เพียงพอแล้วกับการที่อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเป็นพยานถึงความสัจจริงของฉันในสิ่งที่ฉันนำมา และในฐานะพยานถึง การที่พวกเจ้าปฏิเสธมัน พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและรู้สิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น ไม่มีสิ่งใดในทั้งสองนั้นจะซ่อนเร้นจากพระองค์ ได้ และบรรดาผู้ศรัทธาในความเท็จจากทุกสิ่งที่เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ และปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงสิทธิเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิได้รับการ เคารพสักการะ พวกเขาคือผู้สูญเสียที่แท้จริง เพราะพวกเขาคือผู้ที่แทนที่การศรัทธาด้วยการปฏิเสธم
وَيَسْتَعْجِلُونَكَ بِٱلْعَذَابِ ۚ وَلَوْلَآ أَجَلٌۭ مُّسَمًّۭى لَّجَآءَهُمُ ٱلْعَذَابُ وَلَيَأْتِيَنَّهُم بَغْتَةًۭ وَهُمْ لَا يَشْعُرُونَ ﴿٥٣﴾
บรรดาผู้ตั้งภาคีขอให้เจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- โปรดเร่งการลงโทษตามที่เจ้าได้เคยตักเตือนพวกเขาไว้ และหากมิใช่เพราะอัลลอฮ์ได้กำหนดจังหวะเวลา สำหรับการลงโทษพวกเขาไว้แล้วโดยจะไม่มีการเลื่อนเข้ามาและไม่มีการเลื่อนออกไป แน่นอนมันก็จะมาถึงพวกเขาอย่างแน่นอน และมันจะมาถึงพวก เขาทันทีทันใดโดยที่พวกเขาไม่คาดคิด
يَسْتَعْجِلُونَكَ بِٱلْعَذَابِ وَإِنَّ جَهَنَّمَ لَمُحِيطَةٌۢ بِٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٥٤﴾
พวกเขาได้เร่งเร้าเจ้าให้มีการลงโทษที่เจ้าได้สัญญาไว้แก่พวกเขาโดยเร็ว และแท้จริงนรกญะฮันนัมที่อัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาไว้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธ ศรัทธานั้น จะปกคลุมพวกเขาไว้ เพื่อที่พวกเขานั้นจะไม่สามารถหนีรอดจากมันได้
يَوْمَ يَغْشَىٰهُمُ ٱلْعَذَابُ مِن فَوْقِهِمْ وَمِن تَحْتِ أَرْجُلِهِمْ وَيَقُولُ ذُوقُوا۟ مَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٥٥﴾
วันซึ่งการลงโทษจะปกคลุมพวกเขาจากเบื้องบนพวกเขาและมันจะเป็นที่นอนสำหรับพวกเขาจากใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา และอัลลอฮ์ทรงตรัสแก่พวก เขาอย่างเย้ยหยันว่า “พวกเจ้าจงลิ้มรสผลตอบแทนจากสิ่งที่พวกเจ้าได้ก่อกรรมไว้จากการตั้งภาคีและการฝ่าฝืนทั้งหลาย"
يَـٰعِبَادِىَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ إِنَّ أَرْضِى وَٰسِعَةٌۭ فَإِيَّـٰىَ فَٱعْبُدُونِ ﴿٥٦﴾
โอ้ปวงบ่วงของข้า ที่ศรัทธาต่อข้าเอ๋ย พวกเจ้าทั้งหลายจงอพยพออกจากแผ่นดินที่พวกเจ้าไม่สามารถเคารพสักการะต่อข้าเถิด แท้จริงแผ่นดินของ ข้านั้นกว้างใหญ่ไพศาล ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายจงเคารพภัคดีต่อข้าเท่านั้น และพวกเจ้าจงอย่าเอาผู้ใดมาเป็นหุ้นส่วนกับข้า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
كُلُّ نَفْسٍۢ ذَآئِقَةُ ٱلْمَوْتِ ۖ ثُمَّ إِلَيْنَا تُرْجَعُونَ ﴿٥٧﴾
และการกลัวความตายนั้นจะไม่ยับยั้งพวกเจ้าจากการอพยพได้ ทุก ๆ ชีวิตเป็นผู้ลิ้มรสความตาย แล้วพวกเจ้าจะถูกนำกลับยังเราในวันกิยามะฮ์ เพื่อ สอบสวนและตอบแทน
وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَنُبَوِّئَنَّهُم مِّنَ ٱلْجَنَّةِ غُرَفًۭا تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ خَـٰلِدِينَ فِيهَا ۚ نِعْمَ أَجْرُ ٱلْعَـٰمِلِينَ ﴿٥٨﴾
และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และประกอบคุณงามความดีที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับพระองค์นั้น แน่นอนเราจะประทานห้องพิเศษจากสวรรค์ให้แก่พวก เขา ซึ่งมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของมัน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล การสูญสลายจะไม่ประสบกับพวกเขาในนั้น มันช่างเป็น รางวัลที่ประเสริฐแท้ สำหรับผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮ์
ٱلَّذِينَ صَبَرُوا۟ وَعَلَىٰ رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ ﴿٥٩﴾
มันช่างเป็นรางวัลที่ประเสริฐแท้สำหรับบรรดาผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮ์ คือบรรดาผู้ที่อดทนต่อการเชื่อฟังพระองค์และอดทนจากการหลีกห่างสิ่งที่่เป็นการ ฝ่าฝืนพระองค์ และยังพระผู้อภิบาลของพวกเขาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่พวกเขามอบหมายไว้วางใจในทุก ๆเรื่องของพวกเขา
وَكَأَيِّن مِّن دَآبَّةٍۢ لَّا تَحْمِلُ رِزْقَهَا ٱللَّهُ يَرْزُقُهَا وَإِيَّاكُمْ ۚ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٦٠﴾
สัตว์ทุกชนิด -แม้ว่าจะมีจำนวนมาก- มันไม่สามารถรวบรวมเครื่องยังชีพและดำเนินการได้ อัลลอฮ์เท่านั้นทรงประทานเครื่องยังชีพแก่พวกมัน และ แก่พวกเจ้า ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่พวกเจ้าจะไม่อพยพไปเพราะกลัวความหิวโหย และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเจ้า ผู้ทรงรอบรู้ถึง เจตนารมณ์และการกระทำต่างๆ ของพวกเจ้า ไม่มีสิ่งใดจากเรื่องดังกล่าวนั้นจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตาม การกระทำเหล่านั้น
وَلَئِن سَأَلْتَهُم مَّنْ خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ وَسَخَّرَ ٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ لَيَقُولُنَّ ٱللَّهُ ۖ فَأَنَّىٰ يُؤْفَكُونَ ﴿٦١﴾
และถ้าเจ้า -โอ้ท่านเราะซูลเอ๋ย- ได้ถามพวกที่ตั้งภาคีเหล่านั้นว่า “ใครเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย? และใครเป็นผู้สร้างแผ่นดิน? และเป็นผู้ทำให้ดวง อาทิตย์และดวงจันทร์ผลัดกัน? แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า “อัลลอฮ์เป็นผู้สร้างมัน” แล้วทำไมเล่าพวกเขาจึงหันเหออกจากการศรัทธาต่ออัลลอฮ์เพียง พระองค์เดียว แล้วไปเคารพบูชาบรรดาพระเจ้าอื่นจากพระองค์ที่มันไม่ได้ให้คุณประโยชน์และไม่ให้โทษใดๆ ได้?
ٱللَّهُ يَبْسُطُ ٱلرِّزْقَ لِمَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦ وَيَقْدِرُ لَهُۥٓ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ بِكُلِّ شَىْءٍ عَلِيمٌۭ ﴿٦٢﴾
อัลลอฮ์ทรงให้เครื่องยังชีพกว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงทำให้มันคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ อันเนื่องด้วยความปรีชาญาณที่พระองค์เท่านั้นทรงรอบรู้แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ ดัง นั้นสิ่งที่มีประโยชน์แก่ปวงบ่าวของพระองค์จากการบริหารจัดการนั้นจึงไม่สามารถปกปิดเหนือพระองค์ได้
وَلَئِن سَأَلْتَهُم مَّن نَّزَّلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَأَحْيَا بِهِ ٱلْأَرْضَ مِنۢ بَعْدِ مَوْتِهَا لَيَقُولُنَّ ٱللَّهُ ۚ قُلِ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ۚ بَلْ أَكْثَرُهُمْ لَا يَعْقِلُونَ ﴿٦٣﴾
๖๓ لا يعقلون และถ้าเจ้า -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- ได้ถามบรรดาผู้ตั้งภาคีว่า “ ใครเล่าทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟากฟ้าแล้วทรงทำให้แผ่นดินงอกงามด้วยน้ำนั้นหลังจากที่ แห้งแล้ง” แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า “ผู้ทรงหลั่งน้ำฝนลงมาจากฟากฟ้าและทรงทำให้แผ่นดินงอกงามด้วยน้ำนั้นคือ อัลลอฮ์ จงกล่าวเถิด -โอ้ท่าน เราะซูลเอ๋ย- บรรดาการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเปิดเผยเหตุผลให้ประจักษ์แก่พวกเจ้า แต่ว่าสิ่งที่ได้รับนั้นคือ ส่วนมากของพวกเขาไม่ใช้ สติปัญญาใคร่ครวญ ถ้าหากพวกเขาใช้สติปัญญาใคร่ครวญถึงสิ่งที่พวกเขานำเจว็ดมาเป็นหุ้นส่วนกับอัลลอฮ์แล้ว จะพบว่ามันไม่ให้คุณประโยชน์และไ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ม่ให้โทษใด ๆ เลย
وَمَا هَـٰذِهِ ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَآ إِلَّا لَهْوٌۭ وَلَعِبٌۭ ۚ وَإِنَّ ٱلدَّارَ ٱلْـَٔاخِرَةَ لَهِىَ ٱلْحَيَوَانُ ۚ لَوْ كَانُوا۟ يَعْلَمُونَ ﴿٦٤﴾
และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้นั้น -ด้วยสิ่งต่างๆ ที่เป็นเรื่องของตัณหาและความบันเทิงต่างๆ ที่อยู่ในนั้น- มันมิใช่อื่นใดเลย เว้นแต่เป็นการละเล่นสำหรับ หัวใจของผู้ที่ยึดติดกับมันและการสนุกสนานร่าเริงเท่านั้น ไม่อยากให้มันสิ้นสุดเร็วๆ และแท้จริงสถานที่ในปรโลกนั้น แน่นอนมันคือชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป หากพวกเขารู้ แน่นอนพวกเขานั้นจะไม่เอาสิ่งที่จะสูญสลายนำหน้าสิ่งที่จะยืนยงถาวร
فَإِذَا رَكِبُوا۟ فِى ٱلْفُلْكِ دَعَوُا۟ ٱللَّهَ مُخْلِصِينَ لَهُ ٱلدِّينَ فَلَمَّا نَجَّىٰهُمْ إِلَى ٱلْبَرِّ إِذَا هُمْ يُشْرِكُونَ ﴿٦٥﴾
และเมื่อบรรดาผู้ตั้งภาคีอยู่ในเรือกลางมหาสมุทร พวกเขาวิงวอนต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียวโดยอธิษฐานอย่างจริงใจต่อพระองค์ เพื่อให้พระองค์ช่วย เหลือพวกเขาให้พ้นจากการจมน้ำ แต่เมื่ออัลลอฮ์ทรงช่วยพวกเขาให้พ้นจากการจมน้ำ พวกเขาก็กลับไปสู่การเป็นผู้ตั้งภาคี โดยทำการวิงวอนต่อรูป เคารพของพวกเขาพร้อมกับพระองค์
لِيَكْفُرُوا۟ بِمَآ ءَاتَيْنَـٰهُمْ وَلِيَتَمَتَّعُوا۟ ۖ فَسَوْفَ يَعْلَمُونَ ﴿٦٦﴾
พวกเขากลายเป็นผู้ตั้งภาคี เพื่อพวกเขาจะได้เนรคุณต่อความโปรดปรานต่าง ๆ ที่เราได้ประทานแก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้หลงระเริงกับสิ่งที่ พวกเขาได้รับ จากความเพริศแพร้วของชีวิตบนโลกดุนยา แน่นอนพวกเขาก็จะได้รู้ถึงบทลงโทษอันชั่วร้ายของพวกเขาเมื่อพวกเขาได้เสียชีวิตไป
أَوَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّا جَعَلْنَا حَرَمًا ءَامِنًۭا وَيُتَخَطَّفُ ٱلنَّاسُ مِنْ حَوْلِهِمْ ۚ أَفَبِٱلْبَـٰطِلِ يُؤْمِنُونَ وَبِنِعْمَةِ ٱللَّهِ يَكْفُرُونَ ﴿٦٧﴾
บรรดาผู้ที่ปฏิเสธความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขาเมื่ออัลลอฮ์ทรงช่วยพวกเขาให้พ้นจากการจมน้ำ และด้วยการประทานความโปรดปราน อื่นอีก นั่นคือ เราได้ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเขาที่พวกเขารู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา พวกเขาไม่เห็นหรอกหรือ? ใน ขณะที่ผู้คนนอกเหนือจากพวกเขาถูกครอบงำด้วยสงคราม พวกเขาถูกฆ่า ถูกควบคุมตัว ผู้หญิงและครอบครัวถูกจับ ทรัพย์สินของพวกเขาถูกริบ ดังนั้น ต่อความเท็จจากบรรดาพระเจ้าที่พวกเขาอ้างนั้น พวกเขาศรัทธา ขณะที่ความโปรดปรานที่อัลลอฮ์ได้ประทานให้นั้น พวกเขาปฏิเสธ? ทำไม พวกเขาไม่ขอบคุณต่ออัลลอฮ์สำหรับเรื่องนี้?!
وَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّنِ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا أَوْ كَذَّبَ بِٱلْحَقِّ لَمَّا جَآءَهُۥٓ ۚ أَلَيْسَ فِى جَهَنَّمَ مَثْوًۭى لِّلْكَـٰفِرِينَ ﴿٦٨﴾
ไม่มีผู้ใดที่จะอธรรมยิ่งไปกว่าผู้กุความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ โดยการอ้างว่าอัลลอฮ์ทรงมีภาคีหุ้นส่วน หรือปฏิเสธสัจธรรมที่เราะสูลของพระองค์ได้นำมา แน่นอนว่าในนรกญะฮันนัมนั้นมีที่พำนักสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาและพวกที่คล้ายกับพวกเขา
وَٱلَّذِينَ جَـٰهَدُوا۟ فِينَا لَنَهْدِيَنَّهُمْ سُبُلَنَا ۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَمَعَ ٱلْمُحْسِنِينَ ﴿٦٩﴾
และบรรดาผู้ต่อสู้กับตัวของพวกเขาเองเพื่อหวังในความพึงพอพระทัยของเรา แน่นอนเราจะช่วยเหลือพวกเขาให้ได้พบกับหนทางที่เที่ยงตรง และแท้ จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับบรรดาผู้กระทำความดี ด้วยการสนับสนุน ให้การช่วยเหลือและชี้แนะแนวทาง ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร