حمٓ ﴿١﴾
ฮา มีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
หน้าแรก›ตัฟซีร›Az-Zukhruf (43)
มักกียะฮ์ · 89 อายะฮ์
حمٓ ﴿١﴾
ฮา มีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
وَٱلْكِتَـٰبِ ٱلْمُبِينِ ﴿٢﴾
อัลลอฮ์ทรงสาบานด้วยอัลกุรอานที่อธิบายถึงเส้นทางแห่งการชี้นำไปสู่สัจธรรมي إنا جعلنه قرءنا عربا لعل كم تعقلون
إِنَّا جَعَلْنَـٰهُ قُرْءَٰنًا عَرَبِيًّۭا لَّعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ ﴿٣﴾
แท้จริงเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับ เพื่อหวังให้พวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาด้วยภาษาของพวกเจ้า-ได้ใช้ปัญญา ใคร่ครวญในความหมายของมัน และเข้าใจมัน เพื่อพวกเจ้าจะได้นำไปเผยแพร่ยังประชาชาติกลุ่มอื่นๆ
وَإِنَّهُۥ فِىٓ أُمِّ ٱلْكِتَـٰبِ لَدَيْنَا لَعَلِىٌّ حَكِيمٌ ﴿٤﴾
และแท้จริงอัลกุรอานนั้นอยู่ในแม่บทแห่งคัมภีร์ (อัลเลาฮุลมะฮฺฟูซ) ซึ่งมีสถานะที่สูงส่ง และเปี่ยมด้วยปรัชญา บรรดาโองการทั้งหลายของมันได้ ครอบคลุมทั้งคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม
أَفَنَضْرِبُ عَنكُمُ ٱلذِّكْرَ صَفْحًا أَن كُنتُمْ قَوْمًۭا مُّسْرِفِينَ ﴿٥﴾
จะให้เราละทิ้งการประทานอัลกุรอานลงมายังพวกเจ้า ด้วยการเมินเฉยต่อมัน เพียงเพราะพวกเจ้ามีการตั้งภาคีและกระทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรมกันอย่าง มากมายกระนั้นหรือ? เราไม่ทำเช่นนั้นแน่ แต่ด้วยความเมตตาที่มีต่อพวกเจ้า ทำให้ต้องทำตรงกันข้ามกับสิ่งนั้น
وَكَمْ أَرْسَلْنَا مِن نَّبِىٍّۢ فِى ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٦﴾
และกี่มากน้อยแล้ว ที่เราได้ส่งนบีมายังประชาชาติยุคก่อน ๆ وما يأتيهم من نبى إلا كانوا به يستهزءون
وَمَا يَأْتِيهِم مِّن نَّبِىٍّ إِلَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿٧﴾
และไม่มีนบีคนใดที่มาจากอัลลอฮ์ ที่ได้มายังประชาชาติยุคก่อน ๆ เว้นแต่ประชาชาติเหล่านั้นจะต้องเยาะเย้ยเขา
فَأَهْلَكْنَآ أَشَدَّ مِنْهُم بَطْشًۭا وَمَضَىٰ مَثَلُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٨﴾
ดังนั้นเราจึงได้ทำลายหมู่ชนซึ่งมีความเข้มแข็งทางสมรรถภาพเหล่านั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่เราจะทำลายหมู่ชนที่มีความอ่อนแอกว่าพวก เขาและลักษณะการทำลายชนชาติรุ่นก่อน ๆก็ได้มีระบุไว้แล้ว เช่น พวกอ๊าด พวกษะมู๊ด กลุ่มชนของลูฏและชาวมัดยัน
وَلَئِن سَأَلْتَهُم مَّنْ خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ لَيَقُولُنَّ خَلَقَهُنَّ ٱلْعَزِيزُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٩﴾
และหากเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถามพวกตั้งภาคีและพวกปฏิเสธศรัทธาว่า ใครเล่าเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและใครเล่าเป็นผู้สร้างแผ่นดินนี้? แน่นอน พวกเขาจะกล่าวตอบคำถามของเจ้าว่า ผู้สร้างมันก็คือ พระผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีผู้ใดเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงรอบรู้ในทุก ๆ สิ่ง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
ٱلَّذِى جَعَلَ لَكُمُ ٱلْأَرْضَ مَهْدًۭا وَجَعَلَ لَكُمْ فِيهَا سُبُلًۭا لَّعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ ﴿١٠﴾
อัลลอฮ์คือผู้ทรงปูพื้นพิภพให้แก่พวกเจ้า เพื่อให้พวกเจ้าได้เหยียบย่ำด้วยเท้าของพวกเจ้า และทรงทำให้มีถนนหนทางในแผ่นดินนั้น ทั้งบนภูเขาและ ในหุบเขา เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้มันในการเดินทางของพวกเจ้า
وَٱلَّذِى نَزَّلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۢ بِقَدَرٍۢ فَأَنشَرْنَا بِهِۦ بَلْدَةًۭ مَّيْتًۭا ۚ كَذَٰلِكَ تُخْرَجُونَ ﴿١١﴾
และเป็นผู้ทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟากฟ้าตามปริมาณที่เพียงพอสำหรับพวกเจ้าและเพียงพอสำหรับปศุสัตว์และพืชผลของพวกเจ้า และด้วยน้ำนั้นเราได้ ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งที่ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ อยู่เลย มีชีวิตชีวาขึ้น และดั่งที่อัลลอฮ์ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยพืชพันธุ์ ต่าง ๆ เช่นนั้นแหละพระองค์จะทรงทำให้พวกเจ้ามีชีวิตเพื่อวันแห่งการฟื้ นคืนชีพ
وَٱلَّذِى خَلَقَ ٱلْأَزْوَٰجَ كُلَّهَا وَجَعَلَ لَكُم مِّنَ ٱلْفُلْكِ وَٱلْأَنْعَـٰمِ مَا تَرْكَبُونَ ﴿١٢﴾
และเป็นผู้ทรงสร้างทุกสิ่งเป็นคู่ๆ เช่น กลางคืนและกลางวัน เพศชายและเพศหญิงและอื่นๆ และทรงทำให้เรือและปศุสัตว์เป็นสิ่งที่พวกเจ้าใช้ขี่เป็น พาหนะในการเดินทางของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจะขี่เรือในทะเลและจะขี่ปศุสัตว์ของพวกเจ้าบนบก
لِتَسْتَوُۥا۟ عَلَىٰ ظُهُورِهِۦ ثُمَّ تَذْكُرُوا۟ نِعْمَةَ رَبِّكُمْ إِذَا ٱسْتَوَيْتُمْ عَلَيْهِ وَتَقُولُوا۟ سُبْحَـٰنَ ٱلَّذِى سَخَّرَ لَنَا هَـٰذَا وَمَا كُنَّا لَهُۥ مُقْرِنِينَ ﴿١٣﴾
مقرنين พระองค์ทรงทำสิ่งดังกล่าวทุกอย่างเพื่อพวกเจ้า โดยหวังว่าพวกเจ้าจะได้นั่งอยู่บนหลังสิ่งที่พวกเจ้าขี่อย่างมั่นคงในการเดินทางของพวกเจ้า แล้ว พวกเจ้าจะได้รำลึกถึงความโปรดปรานของพระเจ้าของพวกเจ้า ที่พระองค์นั้นทรงทำให้มันเกิดความสะดวกแก่พวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้นั่งขี่บนหลัง มันอย่างเรียบร้อยแล้ว แล้วพวกเจ้าก็จะกล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงให้พาหนะนี้เป็นความสะดวกแก่เรา เราจึงควบคุมมันได้และเรานั้นไม่สามารถที่จะ ควบคุมมันได้ หากอัลลอฮ์มิทรงทำให้มันเชื่อง"
وَإِنَّآ إِلَىٰ رَبِّنَا لَمُنقَلِبُونَ ﴿١٤﴾
และแท้จริงเราจะต้องเป็นผู้ที่กลับไปยังพระเจ้าของเราเพียงพระองค์เดียวอย่างแน่นอน หลังจากการตายของเรา เพื่อการสอบสวนและตอบแทน
وَجَعَلُوا۟ لَهُۥ مِنْ عِبَادِهِۦ جُزْءًا ۚ إِنَّ ٱلْإِنسَـٰنَ لَكَفُورٌۭ مُّبِينٌ ﴿١٥﴾
และพวกตั้งภาคีอ้างว่ามีบางส่วนจากบรรดาสิ่งถูกสร้าง ได้แยกส่วนออกมาจากผู้สร้าง เมื่อพวกเขากล่าวว่า บรรดามลาอิกะฮ์เป็นบุตรสาวของอัลลอฮ์ แท้จริงมนุษย์ที่พูดเช่นนี้ จะเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแน่นอน ด้วยการปฏิเสธและหลงผิดอย่างชัดเจน
أَمِ ٱتَّخَذَ مِمَّا يَخْلُقُ بَنَاتٍۢ وَأَصْفَىٰكُم بِٱلْبَنِينَ ﴿١٦﴾
หรือพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จะกล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงเลือกเอาลูสาวจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อตัวของพระองค์เอง และพระองค์ทรงเลือก ลูกชายให้แก่พวกเจ้ากระนั้นหรือ?! นี่มันคือการแบ่งชนิดแบบไหนกันที่พวกเจ้าอ้าง?!د وإذا بشرأحدهم بما ضرب للرحمن مثلا ظل وجهه مسو اوهوكظيم
وَإِذَا بُشِّرَ أَحَدُهُم بِمَا ضَرَبَ لِلرَّحْمَـٰنِ مَثَلًۭا ظَلَّ وَجْهُهُۥ مُسْوَدًّۭا وَهُوَ كَظِيمٌ ﴿١٧﴾
และเมื่อผู้ใดในหมู่พวกเขาได้รับข่าวว่า ได้ลูกสาวที่เขาได้พาดพิงนางไปยังพระเจ้าของเขา ใบหน้าของเขากลายเป็นหมองคล้ำเนื่องจากกังวลและโศก เศร้าอย่างรุนแรง และเขาก็กลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ดังนั้นเขาจะพาดพิงสิ่งที่เขาเองยังเศร้าโศกเสียใจไปยังพระเจ้าของเขาได้ อย่างไร ในเมื่อเขาได้รับข่าวเช่นนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَوَمَن يُنَشَّؤُا۟ فِى ٱلْحِلْيَةِ وَهُوَ فِى ٱلْخِصَامِ غَيْرُ مُبِينٍۢ ﴿١٨﴾
พวกเขาจะพาดพิงผู้ที่ถูกเลี้ยงดูมาท่ามกลางเครื่องประดับไปยังพระเจ้าของเขา ทั้งที่ในการโต้เถียงของเขาก็ไม่มีชัดเจนในคำพูด เนื่องด้วยความ เป็นผู้หญิงของเขากระนั้นหรือ?!
وَجَعَلُوا۟ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ ٱلَّذِينَ هُمْ عِبَـٰدُ ٱلرَّحْمَـٰنِ إِنَـٰثًا ۚ أَشَهِدُوا۟ خَلْقَهُمْ ۚ سَتُكْتَبُ شَهَـٰدَتُهُمْ وَيُسْـَٔلُونَ ﴿١٩﴾
และพวกเขาเหล่านั้นได้เรียกมลาอิกะฮ์ ซึ่งเป็นบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานีว่าเป็นเพศหญิง พวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่อัลลอฮ์สร้างมลาอิกะฮ์ กระนั้นหรือ พวกเขาถึงได้รู้ว่าบรรดามลาอิกะฮ์เป็นเพศหญิง?! บรรดามลาอิกะฮฺจะจดบันทึกการเป็นพยานของพวกเขา และพวกเขาจะถูกสอบสวน เกี่ยวกับมันในวันกิยามะฮ์และจะถูกลงโทษเนื่องจากการปฏิเสธของพวกเขา
وَقَالُوا۟ لَوْ شَآءَ ٱلرَّحْمَـٰنُ مَا عَبَدْنَـٰهُم ۗ مَّا لَهُم بِذَٰلِكَ مِنْ عِلْمٍ ۖ إِنْ هُمْ إِلَّا يَخْرُصُونَ ﴿٢٠﴾
และพวกเขาก็กล่าวโดยการอ้างถึงการกำหนดสภาวะการณ์มาใช้เป็นหลักฐานว่า "หากอัลลอฮ์ ทรงประสงค์มิให้พวกเราเคารพสักการะบรรดามลาอิก ะฮ์แล้ว พวกเราก็จะไม่เคารพสักการะพวกเขา แต่การที่พระองค์ทรงประสงค์จากเราต่อเรื่องดังกล่าวนั้น ก็แสดงว่าพระองค์ทรงพอพระทัยสิ่งนั้น พวกเขาไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับคำพูดของพวกเขาเลย พวกเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากกล่าวเท็จเท่านั้น أم ءاتينهم كتبا من قبله فهم به مستمسكون
أَمْ ءَاتَيْنَـٰهُمْ كِتَـٰبًۭا مِّن قَبْلِهِۦ فَهُم بِهِۦ مُسْتَمْسِكُونَ ﴿٢١﴾
หรือว่าเราได้ประทานคัมภีร์เล่มหนึ่งแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นก่อนหน้าอัลกุรอาน ซึ่งคัมภีร์นั้นอนุญาตให้พวกเขาเคารพสักการะสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์?! ดังนั้นพวกเขาจึงยึดมั่นในคัมภีร์นั้นไว้อย่างมั่นคงและใช้มันเป็นหลักฐาน
بَلْ قَالُوٓا۟ إِنَّا وَجَدْنَآ ءَابَآءَنَا عَلَىٰٓ أُمَّةٍۢ وَإِنَّا عَلَىٰٓ ءَاثَـٰرِهِم مُّهْتَدُونَ ﴿٢٢﴾
ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้น พวกเขากล่าวโดยการอ้างเพราะการเลียนแบบมาเป็นหลักฐานว่า "แท้จริงเราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเราก่อนหน้าพวกเราอยู่ใน ศาสนานี้ และพวกเขาก็เคยเคารพบูชาเจว็ดทั้งหลาย ดังนั้นเราจึงดำเนินตามแนวทางของพวกเขาในการที่จะเคารพสักการะเจว็ดเหล่านั้น"
وَكَذَٰلِكَ مَآ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ فِى قَرْيَةٍۢ مِّن نَّذِيرٍ إِلَّا قَالَ مُتْرَفُوهَآ إِنَّا وَجَدْنَآ ءَابَآءَنَا عَلَىٰٓ أُمَّةٍۢ وَإِنَّا عَلَىٰٓ ءَاثَـٰرِهِم مُّقْتَدُونَ ﴿٢٣﴾
م قتدون และเช่นเดียวกับที่พวกเขาเหล่านี้โกหกและอ้างการตามบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นหลักฐาน เราไม่เคยส่งเราะสูลท่านใดไปยังเมื่องใดเมื่องหนึ่งก่อน หน้าเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เว้นแต่บรรดาผู้นำที่เป็นผู้มั่งมีในเมืองนั้นจะกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว เราได้พบว่าบรรพบุรุษของเราได้อยู่ในความเชื่อแห่งศาสนา หนึ่ง และเราได้เดินตามรอยเท้าของพวกเขา” ดังนั้นกลุ่มชนของเจ้าจึงไม่ใช่กลุ่มแรกที่ทำอย่างนั้น
۞ قَـٰلَ أَوَلَوْ جِئْتُكُم بِأَهْدَىٰ مِمَّا وَجَدتُّمْ عَلَيْهِ ءَابَآءَكُمْ ۖ قَالُوٓا۟ إِنَّا بِمَآ أُرْسِلْتُم بِهِۦ كَـٰفِرُونَ ﴿٢٤﴾
เราะสูลของพวกเขากล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะยังคงปฏิบัติตามบรรพบุรุษของพวกเจ้าอีกหรือ ถึงแม้ว่าฉันได้นำมาให้พวกท่าน ซึ่งสิ่งที่ดีกว่า ศาสนาของพวกเขาที่พวกท่านกำลังยึดถืออยู่? พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ปฏิเสธต่อสิ่งที่ท่านและบรรดาเราะสูลที่ถูกส่งมาก่อนหน้าท่าน"
فَٱنتَقَمْنَا مِنْهُمْ ۖ فَٱنظُرْ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُكَذِّبِينَ ﴿٢٥﴾
ดังนั้นเราได้ตอบแทนบรรดาหมู่ชนที่ปฏิเสธบรรดาเราะสูลก่อนหน้าเจ้า แล้วเราก็ทำลายพวกเขา ดังนั้นเจ้าจงใคร่ครวญดูเถิดว่าจุดจบของพวกที่ ปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลเป็นเช่นไร ? แน่นอนมันเป็นจุดจบที่เจ็บปวด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَإِذْ قَالَ إِبْرَٰهِيمُ لِأَبِيهِ وَقَوْمِهِۦٓ إِنَّنِى بَرَآءٌۭ مِّمَّا تَعْبُدُونَ ﴿٢٦﴾
๒๖ และจงรำลึกเถิด โอ้เราะสูเอ๋ย เมื่ออิบรอฮีมได้กล่าวแก่บิดาของเขาและหมู่ชนของเขาว่า แท้จริงฉันขอปลีกตัวจากเจว็ดที่พวกท่านเคารพภักดีอื่นจา กอัลลอฮ์
إِلَّا ٱلَّذِى فَطَرَنِى فَإِنَّهُۥ سَيَهْدِينِ ﴿٢٧﴾
นอกจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงบังเกิดฉันเท่านั้น เพราะแท้จริงพระองค์จะทรงชี้แนะทางที่ดีแก่ฉันให้ไปสู่สิ่งที่มีประโยชน์แก่ฉัน จากการปฏิบัติตามศาสนาที่ เที่ยงตรงของพระองค์ وجعلها كلمةباقية فى عقبه لعلهم يرجعون
وَجَعَلَهَا كَلِمَةًۢ بَاقِيَةًۭ فِى عَقِبِهِۦ لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ﴿٢٨﴾
และอิบรอฮีมได้ทำให้คำกล่าวชะฮาดะฮ์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์)คงอยู่ต่อไปกับลูกหลานของเขาที่มาหลังเขา ดังนั้นจะยังคงมีคนในหมู่พวก เขาที่ศรัทธาในเอกภาพต่อัลลอฮ์ และไม่นำสิ่งอื่นมาเป็นภาคีกับพระองค์ โดยหวังว่าพวกเขาจะกลับมาสู่อัลลอฮ์ด้วยการกลับเนื้อกลับตัวสำนึกผิดจาก การตั้งภาคีและจากการกระทำที่ผิดศีลธรรม
بَلْ مَتَّعْتُ هَـٰٓؤُلَآءِ وَءَابَآءَهُمْ حَتَّىٰ جَآءَهُمُ ٱلْحَقُّ وَرَسُولٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٢٩﴾
เราไม่รีบเร่งที่จะทำลายล้างบรรดาตั้งภาคีที่ปฏิเสธเหล่านั้น แต่เราจะให้พวกเขามีควาสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเราได้ให้บรรพบุรุษของพวกเขา มีความสุขก่อนหน้าพวกเขา จนกระทั่งอัลกุรอานและเราะสูล ผู้ประกาศสาสน์อย่างชัดแจ้ง นั่นก็คือมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวก เขา
وَلَمَّا جَآءَهُمُ ٱلْحَقُّ قَالُوا۟ هَـٰذَا سِحْرٌۭ وَإِنَّا بِهِۦ كَـٰفِرُونَ ﴿٣٠﴾
ครั้นเมื่ออัลกุรอาน ซึ่งมันคือสัจธรรมที่ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ในนั้นได้มายังพวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า "นี่คือเวทมนตร์ที่มุฮัมมัดทำใส่เรา และแท้จริง พวกเราเป็นผู้ปฏิเสธมัน แล้วเราจะไม่ศรัทธาต่อมันอย่างแน่นอน"
وَقَالُوا۟ لَوْلَا نُزِّلَ هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانُ عَلَىٰ رَجُلٍۢ مِّنَ ٱلْقَرْيَتَيْنِ عَظِيمٍ ﴿٣١﴾
บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฎิเสธศรัทธาได้กล่าวว่า “ทำไมอัลลอฮ์ไม่ทรงประทานอัลกุรอานนี้ไปยังหนึ่งในสองบุคคลสำคัญจากเมืองมักกะฮ์หรือเมืองตออิฟ นั่นคือ วะลีด บิน อุกบะฮ์ และอุรวะฮ์ บินมัซอู้ด อัษษะเกาะฟี่ แทนการประทานให้แก่มูฮัมมัดผู้ยากไร้และกำพร้า”
أَهُمْ يَقْسِمُونَ رَحْمَتَ رَبِّكَ ۚ نَحْنُ قَسَمْنَا بَيْنَهُم مَّعِيشَتَهُمْ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا ۚ وَرَفَعْنَا بَعْضَهُمْ فَوْقَ بَعْضٍۢ دَرَجَـٰتٍۢ لِّيَتَّخِذَ بَعْضُهُم بَعْضًۭا سُخْرِيًّۭا ۗ وَرَحْمَتُ رَبِّكَ خَيْرٌۭ مِّمَّا يَجْمَعُونَ ﴿٣٢﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย พวกเขาเป็นผู้แบ่งปันความเมตตาแห่งพระเจ้าของเจ้ากระนั้นหรือ? พวกเขาได้ให้ความเมตตานั้นแก่ผู้ที่พวกเขาต้องการ และได้ระงับ แก่ผู้ที่พวกเขาต้องการ หรือว่ามันเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์? เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรปัจจัยยังชีพของพวกเขาระหว่างพวกเขาในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเราได้ทำให้บางคนเป็นคนรวยและบางคนเป็นคนจน เพื่อพวกเขาจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน และความเมตตาของพระเจ้าของเจ้าที่มีต่อปวง บ่าวของพระองค์นั้นดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาได้สะสมไว้ในโลกนี้ที่ไม่จีรัง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَلَوْلَآ أَن يَكُونَ ٱلنَّاسُ أُمَّةًۭ وَٰحِدَةًۭ لَّجَعَلْنَا لِمَن يَكْفُرُ بِٱلرَّحْمَـٰنِ لِبُيُوتِهِمْ سُقُفًۭا مِّن فِضَّةٍۢ وَمَعَارِجَ عَلَيْهَا يَظْهَرُونَ ﴿٣٣﴾
และหากมิใช่มนุษย์ทั้งหลายจะได้เป็นประชาชาติหนึ่งเดียวกันในการปฏิเสธศรัทธาแล้ว แน่นอนเราจะให้หลังคาบ้านของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ทำ ด้วยเงิน และบันไดที่พวกเขาขึ้นก็ทำด้วยเงินเช่นกัน ولبيوتهم أبوبا وسررا عليها يتكٔون
وَلِبُيُوتِهِمْ أَبْوَٰبًۭا وَسُرُرًا عَلَيْهَا يَتَّكِـُٔونَ ﴿٣٤﴾
และเราได้ทำประตูบ้านของพวกเขาและเตียงนอนของพวกเขาด้วยเงิน ซึ่งพวกเขาจะนอนเอนกายบนมัน เพื่อเป็นการหลอกล่อและทบสอบพวกเขา
وَزُخْرُفًۭا ۚ وَإِن كُلُّ ذَٰلِكَ لَمَّا مَتَـٰعُ ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا ۚ وَٱلْـَٔاخِرَةُ عِندَ رَبِّكَ لِلْمُتَّقِينَ ﴿٣٥﴾
และเราได้ให้เครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำแก่พวกเขา แต่ทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่อื่นใดเลย เว้นแต่เป็นเพียงความสุขแห่งชีวิตในโลกนี้เท่านั้น คุณ ประโยชน์ของมันมีน้อย เนื่องจากมันไม่มีความจีรัง ส่วนความสุขที่มีอยู่ในปรโลกนั้นดียิ่งกว่า ณ ที่พระเจ้าของเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย สำหรับบรรดาผู้ยำเก รงอัลลอฮ์ ด้วยการปฏิบัติสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
وَمَن يَعْشُ عَن ذِكْرِ ٱلرَّحْمَـٰنِ نُقَيِّضْ لَهُۥ شَيْطَـٰنًۭا فَهُوَ لَهُۥ قَرِينٌۭ ﴿٣٦﴾
และผู้ใดที่มองอัลกุรอานด้วยการมองที่ไม่มีความมุ่งมั่นซึ่งมันจะนำเขาไปสู่การผินหลังให้อัลกุรอาน เขาผู้นั้นจะถูกลงโทษด้วยการครอบงำของชัย ฏอนโดยจะไม่แยกจากเขาไป แล้วมันก็เพิ่มด้วยการหลอกล่อในทางที่ผิดให้แก่เขา
وَإِنَّهُمْ لَيَصُدُّونَهُمْ عَنِ ٱلسَّبِيلِ وَيَحْسَبُونَ أَنَّهُم مُّهْتَدُونَ ﴿٣٧﴾
และแท้จริงบรรดามิตรสหายที่ครอบงำบรรดาผู้ที่ผินหลังให้กับอัลกุอานนั้น แน่นอนพวกมันจะขัดขวางพวกเขาให้ออกจากศาสนาของออัลลอฮ์ จึง ทำให้พวกเขาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮ์และไม่ออกห่างจากข้อห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พวกเขาคิดว่าพวกเขาได้รับการชี้นำสู่ความจริงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลับใจจากความหลงผิดของตน
حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَنَا قَالَ يَـٰلَيْتَ بَيْنِى وَبَيْنَكَ بُعْدَ ٱلْمَشْرِقَيْنِ فَبِئْسَ ٱلْقَرِينُ ﴿٣٨﴾
จนกระทั่งเมื่อผู้ผินหลังให้การรำลึกถึงอัลลอฮ์ได้มายังเราในวันกิยามะฮ์ เขาจะเปรยขึ้นโดยหวังว่า อนิจจาถ้าระหว่างฉันกับเจ้า โอ้มิตรสหายเอ๋ย มีระยะ ทางห่างกันเช่นทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกก็จะดี ชั่วช้าแท้ ๆ สหายเช่นนี้
وَلَن يَنفَعَكُمُ ٱلْيَوْمَ إِذ ظَّلَمْتُمْ أَنَّكُمْ فِى ٱلْعَذَابِ مُشْتَرِكُونَ ﴿٣٩﴾
อัลลอฮ์ทรงตรัสแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในวันกิยามะฮ์ว่า "และในวันนี้การมีหุ้นส่วนร่วมกันในการได้รับโทษจะไม่เกิดผลอันใดเลยแก่พวกเจ้าและ พวกเจ้านั้นได้อธรรมต่อตัวของพวกเจ้าเองด้วยการตั้งภาคีและการกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม ดังนั้นบรรดาหุ้นส่วนของเจ้าจะไม่แบกรับโทษของพวก เจ้าเลยแม้แต่น้อย
أَفَأَنتَ تُسْمِعُ ٱلصُّمَّ أَوْ تَهْدِى ٱلْعُمْىَ وَمَن كَانَ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٤٠﴾
แท้จริงคนเหล่านั้นหูหนวกจากการรับฟังสัจธรรมและตาบอดจากการเห็นมัน แล้วเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะทำให้คนหูหนวกได้ยินหรือทำให้คนตาบอดได้ เห็น หรือชี้แนะแนวทางแก่ผู้ที่อยู่ในการหลงผิดที่ชัดแจ้งจากหนทางที่เที่ยงตรงกระนั้นหรือ?! بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร فإما نذهبن بك فإنا منهم م نتقمون
فَإِمَّا نَذْهَبَنَّ بِكَ فَإِنَّا مِنْهُم مُّنتَقِمُونَ ﴿٤١﴾
มาตรว่าเราได้เอาชีวิตเจ้าไป โดยการทำให้เจ้าเสียชีวิตก่อนที่เราจะลงโทษพวกเขา แน่นอนเราก็จะตอบแทนพวกเขาให้สาสมในโลกนี้และอาคิเราะฮ์
أَوْ نُرِيَنَّكَ ٱلَّذِى وَعَدْنَـٰهُمْ فَإِنَّا عَلَيْهِم مُّقْتَدِرُونَ ﴿٤٢﴾
หรือเราจะแสดงให้เจ้าได้เห็นถึงการลงโทษบางส่วนที่เราได้เตรียมไว้ให้พวกเขา แท้จริงเรานั้นมีอานุภาพเหนือพวกเขา พวกเขาไม่สามารถทำอะไรให้ เราได้
فَٱسْتَمْسِكْ بِٱلَّذِىٓ أُوحِىَ إِلَيْكَ ۖ إِنَّكَ عَلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٤٣﴾
ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงยึดมั่นตามสิ่งที่ได้ถูกวะฮ์ยูไว้แก่เจ้าจากพระเจ้าของเจ้า และจงปฏิบัติกับมัน แท้จริงเจ้านั้นอยู่บนแนวทางอันเที่ยงตรง ซึ่งไม่มีข้อคลุมเครือใด ๆ ในนั้น
وَإِنَّهُۥ لَذِكْرٌۭ لَّكَ وَلِقَوْمِكَ ۖ وَسَوْفَ تُسْـَٔلُونَ ﴿٤٤﴾
และแท้จริงอัลกุรอานย่อมเป็นเกียรติแก่เจ้าและแก่หมู่ชนของเจ้า และพวกเจ้าจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์เกี่ยวกับการศรัทธาต่อมัน การปฏิบัติตาม แนวทางของมันและการเรียกร้องเชิญชวนไปสู่มัน
وَسْـَٔلْ مَنْ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ مِن رُّسُلِنَآ أَجَعَلْنَا مِن دُونِ ٱلرَّحْمَـٰنِ ءَالِهَةًۭ يُعْبَدُونَ ﴿٤٥﴾
และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จงถามผู้ที่เราได้ส่งมาก่อนหน้าเจ้าจากบรรดาเราะสูลเถิดว่า "เราได้ตั้งพระเจ้าหลายองค์อื่นจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี เพื่อ เคารพบูชากระนั้นหรือ?!
وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا مُوسَىٰ بِـَٔايَـٰتِنَآ إِلَىٰ فِرْعَوْنَ وَمَلَإِي۟هِۦ فَقَالَ إِنِّى رَسُولُ رَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٤٦﴾
และโดยแน่นอนเราได้ส่งมูซาพร้อมด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของเราไปยังฟิรเอาน์ และบรรดาผู้นำอาวุโสจากหมู่ชนของเขาด้วย แล้วเขา(มูซา)ก็กล่าวแก่ พวกเขาว่า "แท้จริงฉันเป็นเราะสูลของพระเจ้าแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งมวล"
فَلَمَّا جَآءَهُم بِـَٔايَـٰتِنَآ إِذَا هُم مِّنْهَا يَضْحَكُونَ ﴿٤٧﴾
ครั้นเมื่อเขา(มูซา)ได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของเรา แล้วพวกเขาก็หัวเราะเยาะเย้ยเป็นการดูถูกต่อสัญญาณเหล่านั้น
وَمَا نُرِيهِم مِّنْ ءَايَةٍ إِلَّا هِىَ أَكْبَرُ مِنْ أُخْتِهَا ۖ وَأَخَذْنَـٰهُم بِٱلْعَذَابِ لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ﴿٤٨﴾
และเรามิได้แสดงสัญญาณอันใดแก่ฟิรเอาน์และบรรดาผู้นำจากหมู่ชนของเขาได้เห็นที่บ่งบอกถึงความถูกต้องในสิ่งที่มูซานำมา เว้นแต่ว่าสัญญาณ นั้นจะยิ่งใหญ่กว่าสัญญาณก่อนหน้านั้น และเราได้ลงโทษพวกเขาด้วยการลงโทษในโลกดุนยานี้ เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิดจากการปฏิเสธ ศรัทธา แต่ว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
وَقَالُوا۟ يَـٰٓأَيُّهَ ٱلسَّاحِرُ ٱدْعُ لَنَا رَبَّكَ بِمَا عَهِدَ عِندَكَ إِنَّنَا لَمُهْتَدُونَ ﴿٤٩﴾
และพวกเขากล่าวกับมูซา หลังจากที่พวกเขาได้ประสบกับการลงโทษบางประการ ว่า "โอ้นักมายากลเอ๋ย โปรดวิงวอนขอต่อพระเจ้าของเจ้าถึงสิ่งที่ ทำให้เรารอดพ้นจากการถูกลงโทษให้แก่พวกเราด้วย หากพวกเราเป็นผู้ศรัทธา แท้จริงเราจะเป็นผู้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง หากพระองค์ทรงทำให้เรา รอดพ้นจากการลงโทษ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَلَمَّا كَشَفْنَا عَنْهُمُ ٱلْعَذَابَ إِذَا هُمْ يَنكُثُونَ ﴿٥٠﴾
ครั้นเมื่อเราได้ทำให้พวกเขาได้รอดจากการลงโทษ เมื่อนั้นพวกเขาก็ผิดสัญญาของพวกเขา และไม่ทำตามสัญญา
وَنَادَىٰ فِرْعَوْنُ فِى قَوْمِهِۦ قَالَ يَـٰقَوْمِ أَلَيْسَ لِى مُلْكُ مِصْرَ وَهَـٰذِهِ ٱلْأَنْهَـٰرُ تَجْرِى مِن تَحْتِىٓ ۖ أَفَلَا تُبْصِرُونَ ﴿٥١﴾
และฟิรเอาน์ได้ประกาศท่ามกลางหมู่ชนของเขา เขากล่าวอย่างโอหังในสิ่งที่เขาครอบครองว่า "หมู่ชนของฉันเอ๋ย อาณาจักรแห่งอียิปต์นี้ มันมิได้เป็น ของฉันหรอกหรือ และแม่น้ำไนล์เหล่านี้ที่ไหลผ่านเบื้องล่างวังของฉันก็เช่นกัน พวกเจ้าไม่เห็นถึงการครอบครองของฉัน และไม่รู้จักถึงความยิ่งใหญ่ ของฉันกระนั้นหรือ?!
أَمْ أَنَا۠ خَيْرٌۭ مِّنْ هَـٰذَا ٱلَّذِى هُوَ مَهِينٌۭ وَلَا يَكَادُ يُبِينُ ﴿٥٢﴾
ดังนั้นข้าจึงดีกว่ามูซาผู้ถูกขับไล่และเป็นคนอ่อนแอที่พูดจาไม่ดี
فَلَوْلَآ أُلْقِىَ عَلَيْهِ أَسْوِرَةٌۭ مِّن ذَهَبٍ أَوْ جَآءَ مَعَهُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ مُقْتَرِنِينَ ﴿٥٣﴾
ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมอัลลอฮ์จึงไม่สวมกำไลทองให้ผู้ที่พระองค์ส่งมาเล่า? เพื่อจะได้รู้ว่าเขาคือเราะสูลของพระองค์หรือมีมลาอิกะฮ์ติดตามมาอยู่กับเขา ด้วย
فَٱسْتَخَفَّ قَوْمَهُۥ فَأَطَاعُوهُ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ قَوْمًۭا فَـٰسِقِينَ ﴿٥٤﴾
ด้วยเหตุนี้ ฟิรเอาน์ได้หลอกลวงหมู่ชนของเขา แล้วพวกเขาก็เชื่อฟังตามการหลงผิดของเขา แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮ์
فَلَمَّآ ءَاسَفُونَا ٱنتَقَمْنَا مِنْهُمْ فَأَغْرَقْنَـٰهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٥٥﴾
เมื่อพวกเขาได้ทำให้เราโกรธ ด้วยการคงอยู่ของพวกเขากับการปฏิเสธศรัทธา เราจึงทำให้พวกเขาได้รับผลกรรมนั้น แล้วเราได้ให้พวกเขาจมน้ำ ทั้งหมด فجعلنهم سلفا ومثلا للٔاخرين
فَجَعَلْنَـٰهُمْ سَلَفًۭا وَمَثَلًۭا لِّلْـَٔاخِرِينَ ﴿٥٦﴾
ดังนั้น เราได้ทำให้เรื่องราวของฟิรเอาน์และบรรดาอำมาตย์ของเขาเป็นต้นแบบแก่ผู้คนและบรรดาผู้ปฎิเสธจากหมู่ชนของเจ้าที่กระทำการอย่างพวก เขากระทำกัน และเราได้ทำให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นบทเรียนแก่บรรดาผู้ใคร่ครวญ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่กระทำอย่างที่พวกเขากระทำ เพื่อสิ่งที่ ประสบกับพวกเขาจะได้ไม่ประสบกับพวกเขา
۞ وَلَمَّا ضُرِبَ ٱبْنُ مَرْيَمَ مَثَلًا إِذَا قَوْمُكَ مِنْهُ يَصِدُّونَ ﴿٥٧﴾
และเมื่อบรรดาผู้ตั้งภาคีคิดว่าอีซาที่ชาวคริสต์บูชาอยู่นั้น เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในความหมายของคำตรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า “แท้จริงพวกเจ้า (บรรดาผู้ตั้ง ภาคี) และสิ่งที่พวกเจ้าบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้น เป็นเชื้อเพลิงของไฟนรก โดยพวกเจ้าจะเข้าไปอยู่ในนั้น”และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงห้ามการบูชาต่ออีซา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงห้ามเคารพบูชาบรรดาเจว็ดทั้งหลาย ทันใดนั้นหมู่ชนของเจ้าก็ตระโกนโห่ร้องขณะโต้เถียง พลางกล่าวว่า พวกเราพอใจที่ จะให้รูปปั้นเหล่านั้นเป็นพระเจ้าของเรา เทียบเท่าสถานะของอีซา อัลลอฮ์จึงประทานโองการลงมาเพื่อตอบโต้พวกเขาว่า แท้จริงบรรดาผู้ที่ความดีจาก เราได้ประสบแก่พวกเขามาก่อนนั้น ชนเหล่านั้นเป็นผู้ที่ความดีนั้นอยู่ห่างไกลจากบรรดานบี بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَقَالُوٓا۟ ءَأَـٰلِهَتُنَا خَيْرٌ أَمْ هُوَ ۚ مَا ضَرَبُوهُ لَكَ إِلَّا جَدَلًۢا ۚ بَلْ هُمْ قَوْمٌ خَصِمُونَ ﴿٥٨﴾
และพวกเขากล่าวว่า "พระเจ้าทั้งหลายของเราดีกว่าหรืออีซา?! อิบนุ อัซซิบะอฺรีย์และผู้ที่อยู่ในสถานะเหมือนเขา มิได้ยกอุทาหรณ์นี้ เพื่อแสดงถึงความ รักที่จะนำไปสู่สัจธรรม แต่อยากให้เกิดการโต้เถียงกันต่างหาก เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีนิสัยชอบทะเลาะโต้เถียงกัน"
إِنْ هُوَ إِلَّا عَبْدٌ أَنْعَمْنَا عَلَيْهِ وَجَعَلْنَـٰهُ مَثَلًۭا لِّبَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ ﴿٥٩﴾
อีซา บุตร มัรยัม มิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นบ่าวคนหนึ่งของอัลลอฮ์ ที่พระองค์ทรงให้ความโปรดปรานแก่เขา ด้วยการให้เป็นนบีและเป็นเราะสูล และเรา ได้ทำให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดีแก่วงศ์วานของอิสรออีล เพื่อพวกเขาจะได้เอาอีซา มาเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสามารถของอัลลอฮ์ ขณะที่ พระองค์ทรงสร้างเขาโดยไม่มีพ่อ เช่นเดียวกันกับที่พระองค์ทรงสร้างอาดัม โดยไม่มีพ่อและแม่
وَلَوْ نَشَآءُ لَجَعَلْنَا مِنكُم مَّلَـٰٓئِكَةًۭ فِى ٱلْأَرْضِ يَخْلُفُونَ ﴿٦٠﴾
และหากเราประสงค์ที่จะทำลายล้างพวกเจ้า -โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย- แน่นอนเราจะทำลายพวกเจ้า และเราจะตั้งบรรดามลาอิกะฮ์เป็นผู้สืบช่วงใน แผ่นดินนี้แทนพวกเจ้า ซึ่งพวกเขาจะเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์
وَإِنَّهُۥ لَعِلْمٌۭ لِّلسَّاعَةِ فَلَا تَمْتَرُنَّ بِهَا وَٱتَّبِعُونِ ۚ هَـٰذَا صِرَٰطٌۭ مُّسْتَقِيمٌۭ ﴿٦١﴾
และแท้จริงอีซาเป็นสัญญาณหนึ่งจากสัญญาณสำคัญแห่งวันอวสาน เมื่อเขาลงมาในช่วงสุดท้ายของโลก ดังนั้นอย่าได้สงสัยกับวันอวสานเพราะมัน เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และจงปฎิบัติตามฉันในสิ่งที่ฉันได้นำมาจากอัลลอฮ์ให้แก่พวกเจ้า สิ่งที่ฉันได้นำมานี้เป็นทางเที่ยงตรงซึ่งไม่มีความคลาด و เคลื่อนใดๆเลยในนั้น
وَلَا يَصُدَّنَّكُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ ۖ إِنَّهُۥ لَكُمْ عَدُوٌّۭ مُّبِينٌۭ ﴿٦٢﴾
และอย่าให้ชัยฏอนมาทำให้พวกเจ้าหันเหออกไปจากทางที่เที่ยงตรง โดยการยั่วยุของมัน แท้จริงมันเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้าอย่างชัดเจน
وَلَمَّا جَآءَ عِيسَىٰ بِٱلْبَيِّنَـٰتِ قَالَ قَدْ جِئْتُكُم بِٱلْحِكْمَةِ وَلِأُبَيِّنَ لَكُم بَعْضَ ٱلَّذِى تَخْتَلِفُونَ فِيهِ ۖ فَٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ وَأَطِيعُونِ ﴿٦٣﴾
และเมื่ออีซา อลัยฮิสสลาม ได้มายังกลุ่มชนของเขา พร้อมด้วยหลักฐานทั้งหลายอันชัดแจ้งที่บ่งบอกว่าเขาเป็นเราะสูล เขากล่าวแก่พวกเขาว่า "แน่นอนฉันถูกส่งมาจากอัลลอฮ์ได้มาหาพวกเจ้า พร้อมด้วยการเป็นนบีและเพื่อฉันจะได้ชี้แจงแก่พวกเจ้าในบางเรื่องที่พวกเจ้าขัดแย้งกันเกี่ยวกับ ศาสนาของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด โดยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และหลีกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และจงเชื่อฟัง ฉัน ในสิ่งที่ฉันสั่งใช้และสั่งห้ามพวกเจ้า"
إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ رَبِّى وَرَبُّكُمْ فَٱعْبُدُوهُ ۚ هَـٰذَا صِرَٰطٌۭ مُّسْتَقِيمٌۭ ﴿٦٤﴾
และแท้จริงอัลลอฮ์คือพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดสำหรับพวกเรานอกจากพระองค์ ดังนั้น พวกเจ้าจงบริสุทธิ์ใจแด่ พระองค์เพียงผู้เดียวในการทำอิบาดะฮ์ และการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์นั้น คือทางอันเที่ยงตรงที่ไม่มีการคดเคี้ยวใด ๆในนั้น
فَٱخْتَلَفَ ٱلْأَحْزَابُ مِنۢ بَيْنِهِمْ ۖ فَوَيْلٌۭ لِّلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ مِنْ عَذَابِ يَوْمٍ أَلِيمٍ ﴿٦٥﴾
ดังนั้นกลุ่มต่าง ๆ ของคริสเตียนได้ขัดแย้งกันในเรื่องของอีซา บางกลุ่มกล่าวว่า "เขาคือพระเจ้า" บางกลุ่มกล่าวว่า "เขาคือบุตรของอัลลอฮ์" และบาง กลุ่มกล่าวว่า "เขาและมารดาของเขา คือพระเจ้าทั้งคู่" ดังนั้นความวิบัติจงประสบแก่บรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวของเขาเองจากการลงโทษอันเจ็บปวดที่ กำลังรอพวกเขาอยู่ในวันกิยามะฮ์ (เนื่องด้วยพวกเขาได้ให้คุณลักษณะแห่งความเป็นพระเจ้า หรือความเป็นลูกของพระเจ้าแก่อีซา หรือเขานั้น เป็น หนึ่งในสามองค์) بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
هَلْ يَنظُرُونَ إِلَّا ٱلسَّاعَةَ أَن تَأْتِيَهُم بَغْتَةًۭ وَهُمْ لَا يَشْعُرُونَ ﴿٦٦﴾
กลุ่มต่าง ๆที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานะของอีซา พวกเขามิได้รอคอยสิ่งใดนอกจากวันอวสานเท่านั้น ซึ่งมันจะมาถึงพวกเขาอย่างกะทันหันโดยที่พวก เขาไม่รู้สึกถึงการมาของมันกระนั้นหรือ?! และถ้าหากว่ามันมาถึงพวกเขา ในสภาพที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา แท้จริงทางกลับไปของพวกเขาคือการ ลงโทษอันแสนเจ็บปวด
ٱلْأَخِلَّآءُ يَوْمَئِذٍۭ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍ عَدُوٌّ إِلَّا ٱلْمُتَّقِينَ ﴿٦٧﴾
บรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่กับการปฏิเสธศรัทธาและการหลงผิด จะเป็นศัตรูระหว่างกันในวันกิยามะฮ์ นอกจากบรรดาผู้ยำเกรงอัลลอฮ์เท่านั้น โดยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และหลีกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ดังนั้นการเป็นมิตรกันของผู้ที่มีความยำเกรงนั้น เป็นการเป็นมิตรที่นิ รันดร์
يَـٰعِبَادِ لَا خَوْفٌ عَلَيْكُمُ ٱلْيَوْمَ وَلَآ أَنتُمْ تَحْزَنُونَ ﴿٦٨﴾
และอัลลอฮ์ทรงตรัสแก่พวกเขาว่า "โอ้ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเจ้าในวันนี้ต่อสิ่งที่พวกเจ้าจะต้องเผชิญกับมัน และพวก เจ้าก็จะไม่เศร้าสลดต่อสิ่งที่พวกเจ้าพลาดไป ในโชคลาภแห่งโลกดุนยา"
ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَكَانُوا۟ مُسْلِمِينَ ﴿٦٩﴾
บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังเราะสูลของพวกเขาและพวกเขาเป็นผู้นอบน้อมต่ออัลกุรอาน โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของมัน และจะละทิ้งสิ่งต้องห้ามของมัน
ٱدْخُلُوا۟ ٱلْجَنَّةَ أَنتُمْ وَأَزْوَٰجُكُمْ تُحْبَرُونَ ﴿٧٠﴾
พวกเจ้าจงเข้าไปในสรวงสวรรค์ ทั้งตัวของพวกเจ้าและผู้ที่มีศรัทธาเยี่ยงพวกเจ้า พวกเจ้าจะมีความสุขกับสิ่งพวกเจ้าจะได้พบ จากความโปรดปราน อันถาวรที่ไม่มีวันหมดสิ้นและไม่ขาดสาย
يُطَافُ عَلَيْهِم بِصِحَافٍۢ مِّن ذَهَبٍۢ وَأَكْوَابٍۢ ۖ وَفِيهَا مَا تَشْتَهِيهِ ٱلْأَنفُسُ وَتَلَذُّ ٱلْأَعْيُنُ ۖ وَأَنتُمْ فِيهَا خَـٰلِدُونَ ﴿٧١﴾
คนรับใช้พวกเขาจะนำภาชนะที่ทำด้วยทองและแก้วน้ำที่ถูกปกปิดอย่างมิดชิดมาเวียนรอบๆพวกเขา และในสวรรค์นั้น จะมีสิ่งที่จิตใจของพวกเขา ต้องการและสายตาของพวกเขาชื่นชมยินดีเมื่อได้เห็นมัน และพวกเจ้าจะพำนักอยู่ในนั้น โดยจะไม่ออกจากมันตลอดกาล
وَتِلْكَ ٱلْجَنَّةُ ٱلَّتِىٓ أُورِثْتُمُوهَا بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٧٢﴾
และนั่นคือสรวงสวรรค์ที่ฉันได้สาธยายลักษณะของมันให้แก่พวกเจ้า มันคือสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ให้เป็นมรดกแก่พวกเจ้า ตามการงานที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ ซึ่งมันเป็นความกรุณาจากพระองค์ لكم فيها فكهةكثيرةمنها تأكلون
لَكُمْ فِيهَا فَـٰكِهَةٌۭ كَثِيرَةٌۭ مِّنْهَا تَأْكُلُونَ ﴿٧٣﴾
ในสรวงสวรรค์นั้นจะมีผลไม้มากมายสำหรับพวกเจ้าอย่างไม่ขาดสาย จากผลไม้นั้นพวกเจ้าได้กิน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
إِنَّ ٱلْمُجْرِمِينَ فِى عَذَابِ جَهَنَّمَ خَـٰلِدُونَ ﴿٧٤﴾
แท้จริงบรรดาผู้กระทำความผิด ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและด้วยการกระทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรมนั้น จะอยู่ในการลงโทษในนรกญะฮันในวันกิยามฮ์ โดยที่ พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล لا يفترعنهم وهم فيهمبلسون
لَا يُفَتَّرُ عَنْهُمْ وَهُمْ فِيهِ مُبْلِسُونَ ﴿٧٥﴾
การลงโทษนั้นจะไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขา และพวกเขาจะอยู่ในการลงโทษนั้นอย่างผู้ที่สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮ์
وَمَا ظَلَمْنَـٰهُمْ وَلَـٰكِن كَانُوا۟ هُمُ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٧٦﴾
และเรามิได้อธรรมต่อพวกเขา ขณะที่เราทำให้พวกเขาเข้าไปในไฟนรก แต่พวกเขาเองต่างหากที่เป็นผู้อธรรมต่อตัวเองด้วยการปฏิเสธศรัทธา
وَنَادَوْا۟ يَـٰمَـٰلِكُ لِيَقْضِ عَلَيْنَا رَبُّكَ ۖ قَالَ إِنَّكُم مَّـٰكِثُونَ ﴿٧٧﴾
และพวกเขาเรียกมลาอิกะฮ์ผู้ดูแลนรก(ชื่อมาลิก) โดยกล่าวว่า "โอ้มาลิกเอ๋ย โปรดให้พระผู้อภิบาลของเจ้าจัดการให้เราตายเสียเถิด เพราะเราจะได้ไม่ ทนทุกข์ทรมานกับการถูกลงโทษ" ดังนั้นมาลิกจึงตอบพวกเขาว่า "แท้จริงพวกเจ้าจะเป็นผู้พำนักอยู่ในการลงโทษนั้นตลอดไป พวกเจ้าจะไม่ตายและ การลงโทษก็จะไม่ขาดหายไปจากพวกเจ้า"
لَقَدْ جِئْنَـٰكُم بِٱلْحَقِّ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَكُمْ لِلْحَقِّ كَـٰرِهُونَ ﴿٧٨﴾
โดยแน่นอนเราได้นำความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยเคลือบแคลงใด ๆ มายังพวกเจ้าในโลกดุนยาแล้ว แต่ส่วนมากของพวกเจ้าเป็นผู้ชิงชังต่อความจริงนั้น
أَمْ أَبْرَمُوٓا۟ أَمْرًۭا فَإِنَّا مُبْرِمُونَ ﴿٧٩﴾
และหากพวกเขาวางแผนปองร้ายท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และได้เตรียมกลอุบายใด ๆไว้แล้ว ดังนั้นแน่นอนเราก็จะวางแผน ที่มันเหนือกว่า แผนของพวกเขาเช่นกัน
أَمْ يَحْسَبُونَ أَنَّا لَا نَسْمَعُ سِرَّهُمْ وَنَجْوَىٰهُم ۚ بَلَىٰ وَرُسُلُنَا لَدَيْهِمْ يَكْتُبُونَ ﴿٨٠﴾
หรือพวกเขาคิดว่า เราไม่ได้ยินความลับที่พวกเขาซ่อนไว้ในใจ หรือที่พวกเขากระซิบระหว่างกันเป็นความลับ เปล่าเลย! แท้จริงเราได้ยินสิ่งเหล่านั้น ทั้งหมด และบรรดามลาอิกะฮ์ที่อยู่กับพวกเขา ได้ทำการบันทึกทุกสิ่งที่พวกเขากระทำกัน
قُلْ إِن كَانَ لِلرَّحْمَـٰنِ وَلَدٌۭ فَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلْعَـٰبِدِينَ ﴿٨١﴾
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ที่พาดพิงถึงอัลลอฮ์ว่าพระองค์ทรงมีบุตรสาว อัลลอฮ์ทรงสูงส่งเหนือคำกล่าวของพวกเขายิ่งนัก อัลลอฮ์ ไม่มีบุตร พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากเรื่องดังกล่าว ดังนั้นฉันเป็นคนแรกในหมู่ผู้เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ ที่ให้ความบริสุทธิ์แด่พระองค์
سُبْحَـٰنَ رَبِّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ رَبِّ ٱلْعَرْشِ عَمَّا يَصِفُونَ ﴿٨٢﴾
มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระเจ้าแห่งบัลลังก์ จากสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นกล่าวอ้าง ทั้งการพาดพิงถึงการมีภาคี การมีคู่ครองและบุตรไปยังพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَذَرْهُمْ يَخُوضُوا۟ وَيَلْعَبُوا۟ حَتَّىٰ يُلَـٰقُوا۟ يَوْمَهُمُ ٱلَّذِى يُوعَدُونَ ﴿٨٣﴾
ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงปล่อยพวกเขาให้หมกมุ่นอยู่ในความเท็จที่พวกเขากำลังทำอยู่และหลงระเริงไปเถิด จนกว่าพวกเขาจะได้พบกับวันของ พวกเขา ที่พวกเขาได้ถูกสัญญาไว้ นั่นคือวันกิยามะฮ์
وَهُوَ ٱلَّذِى فِى ٱلسَّمَآءِ إِلَـٰهٌۭ وَفِى ٱلْأَرْضِ إِلَـٰهٌۭ ۚ وَهُوَ ٱلْحَكِيمُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٨٤﴾
และพระองค์เป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้แห่งชั้นฟ้าและพระองค์เป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้แห่งแผ่นดิน และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การ กำหนดสภาวะการณ์และการบริหารกิจการต่าง ๆ ของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ถึงสภาพการณ์ต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อนเร้นไป จากพระองค์ได้
وَتَبَارَكَ ٱلَّذِى لَهُۥ مُلْكُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَمَا بَيْنَهُمَا وَعِندَهُۥ عِلْمُ ٱلسَّاعَةِ وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ ﴿٨٥﴾
และความดีของอัลลอฮ์ที่เปี่ ยมล้นและความจำเริญของพระองค์พระผู้ซึ่งอำนาจแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสองเป็น กรรมสิทธิ์ของพระองค์ และ ณ ที่พระองค์นั่นคือความรอบรู้แห่งยามอวสานที่จะเกิดขึ้นในวันกิยามะฮฺไม่มีผู้ใดรอบรู้อื่นจากพระองค์ และยังพระองค์ เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปในวันวันอาคเราะฮ์ เพื่อการสอบสวนและตอบแทน
وَلَا يَمْلِكُ ٱلَّذِينَ يَدْعُونَ مِن دُونِهِ ٱلشَّفَـٰعَةَ إِلَّا مَن شَهِدَ بِٱلْحَقِّ وَهُمْ يَعْلَمُونَ ﴿٨٦﴾
และสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีเคารพบูชาอื่นจากพระองค์นั้น ไม่มีอำนาจในการให้ความช่วยเหลือ ณ ที่อัลลอฮ์ นอกจากผู้ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮ์ โดยที่เขารู้ดีถึงสิ่งที่เขาปฏิญาณตนไว้ เช่น อีซา และอุซัยร์และบรรดามลาอิกะฮ์
وَلَئِن سَأَلْتَهُم مَّنْ خَلَقَهُمْ لَيَقُولُنَّ ٱللَّهُ ۖ فَأَنَّىٰ يُؤْفَكُونَ ﴿٨٧﴾
และถ้าหากเจ้าถามพวกเขาว่า "ใครเป็นผู้สร้างพวกเขา? แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างพวกเรา" แล้วมันเป็นไปได้อย่างไรที่พวก เขาหันเหออกจากการเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ เมื่อพวกเขายอมรับแล้ว
وَقِيلِهِۦ يَـٰرَبِّ إِنَّ هَـٰٓؤُلَآءِ قَوْمٌۭ لَّا يُؤْمِنُونَ ﴿٨٨﴾
และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงการร้องเรียนจากเราะสูลของพระองค์ถึงการปฏิเสธของหมู่ชนของเขา โดยเขากล่าวว่า "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริง ชนเหล่านั้นเป็นหมู่ชนที่ไม่ศรัทธาต่อสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้ฉันนำมายังพวกเขา"
فَٱصْفَحْ عَنْهُمْ وَقُلْ سَلَـٰمٌۭ ۚ فَسَوْفَ يَعْلَمُونَ ﴿٨٩﴾
ดังนั้น จงออกห่างจากพวกเขาเสียเถิด เจ้าจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยสิ่งที่สามารถยับยั้งความชั่วของพวกเขา -สิ่งนี้เกิดขึ้นที่เมืองมักกะฮ์- แล้วพวก เขาจะได้รู้ถึงบทลงโทษที่พวกเขาต้องเผชิญ ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร