หน้าแรกตัฟซีรAl-Hijr (15)

ตัฟซีร Al-Hijr (15) — الحجر

มักกียะฮ์ · 99 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

الٓر ۚ تِلْكَ ءَايَـٰتُ ٱلْكِتَـٰبِ وَقُرْءَانٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿١﴾

พยัญชนะ (อะลิฟ ลาม รออ์) ได้มีการกล่าวมาแล้วเกี่ยวกับบทพิสูจน์ต่างๆของมัน ในแรกเริ่มของสูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ บรรดาโองการเหล่านี้นั้นมีราย ละเอียดสูงชี้ให้เห็นว่าแท้จริงมันนั้นถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์ มันคือ บรรดาโองการของอัลกุรอาน มาอธิบายชี้แจงถึงหลักเตาฮีดและบทบัญญัติ ต่างๆ

رُّبَمَا يَوَدُّ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَوْ كَانُوا۟ مُسْلِمِينَ ﴿٢﴾

ในวันกิยามะฮ์ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่างก็หวังว่า หากพวกเขาได้เป็นมุสลิม หลังจากที่ทุกอย่างได้ปรากฏขึ้นแก่พวกเขา และได้ปรากฎแก่พวกเขาซึ่ง สิ่งที่พวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาในโลกดุนยานั้น มันสวนทางกัน

ذَرْهُمْ يَأْكُلُوا۟ وَيَتَمَتَّعُوا۟ وَيُلْهِهِمُ ٱلْأَمَلُ ۖ فَسَوْفَ يَعْلَمُونَ ﴿٣﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย จงปล่อยบรรดาผู้ปฏิเสธ ให้พวกเขากินเสมือนกับการกินของบรรดาสัตว์ทั้งหลาย และให้พวกเขาเพลิดเพลินกับความหอมหวานของ ดุนยาอันชั่วคราว และความเพ้อฝันอันยาวไกลที่มันครอบงำพวกเขา ให้ออกห่างจากการศรัทธาและการทำความดี แล้วพวกเขาก็จะได้รู้ถึงสถานะที่แท้ จริงของพวกเขากับความขาดทุน เมื่อพวกเขาได้มา ณ ที่อัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์

وَمَآ أَهْلَكْنَا مِن قَرْيَةٍ إِلَّا وَلَهَا كِتَابٌۭ مَّعْلُومٌۭ ﴿٤﴾

และเราไม่ได้ส่งความวิบัติลงมาแก่หมู่บ้านใดหรือเมืองใดที่อธรรม เว้นแต่สิ่งนั้น ได้ถูกกำหนดแล้วอย่างชัดเจน ณที่อัลลอฮ์ มันจะไม่เกิดขึ้นก่อนเวลา ของมัน และจะไม่ล่าช้ากว่ากำหนด ما تسبق من أمة أجلها وما يستٔخرون

مَّا تَسْبِقُ مِنْ أُمَّةٍ أَجَلَهَا وَمَا يَسْتَـْٔخِرُونَ ﴿٥﴾

ความวิบัติจะไม่มาประสบแก่ประชาชาติใดประชาชาติหนึ่ง ก่อนที่จะถึงเวลากำหนดของมัน และความวิบัตินั้นจะไม่ล่าช้าหากว่าเวลาของมันได้มาถึง ดัง นั้นบรรดาผู้อธรรมอย่าหลงระเริงกับการผ่อนปรนของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขา

وَقَالُوا۟ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِى نُزِّلَ عَلَيْهِ ٱلذِّكْرُ إِنَّكَ لَمَجْنُونٌۭ ﴿٦﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในมักกะฮ์ได้กล่าวแก่เราะสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัมว่า "โอ้ผู้ที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาแก่เขา(ตามที่เขานั้นอ้าง) แท้จริงแล้วท่านกับการกล่าวอ้างของท่านนั้น ท่านเป็นคนบ้า การประพฤติของเจ้าก็เหมือนกับการกระทำของคนบ้า"

لَّوْ مَا تَأْتِينَا بِٱلْمَلَـٰٓئِكَةِ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٧﴾

หากท่านอยู่ในหมู่บรรดาผู้สัจจริง ทำไมท่านไม่นำมะลาอิกะฮ์มายังพวกเราเพื่อเป็นพยานแก่ท่านว่าท่านคือเราะสูลที่ถูกส่งมา และการลงโทษจะเกิดขั้น กับพวกเรา

مَا نُنَزِّلُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ إِلَّا بِٱلْحَقِّ وَمَا كَانُوٓا۟ إِذًۭا مُّنظَرِينَ ﴿٨﴾

อัลลอฮ์ทรงตอบโต้พวกเขา ต่อสิ่งที่พวกเขาเสนอ นั่นคือการให้มลาอิกะฮ์ลงมา ว่า “เราจะไม่ส่งมลาอิกะฮ์ลงไป เว้นแต่มันจะสอดคล้องกับความเหมาะ สมเท่านั้น นั่นคือ เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องพินาศ และหากเรานำมลาอิกะฮ์มาหาพวกเขาเมื่อไร พวกเขาจะไม่มีโอกาสได้รับการผ่อนปรนใด ๆเพราะก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ารลงโทษจะทำลายพวกเขาในไม่ช้า”

إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا ٱلذِّكْرَ وَإِنَّا لَهُۥ لَحَـٰفِظُونَ ﴿٩﴾

แท้จริงเราคือผู้ที่ได้ประทานอัลกุรอานอันนี้ ลงในหัวใจของมูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม เพื่อเป็นข้อตักเตือนแก่มนุษย์ทั้งหลาย และแท้จริง เราเป็นผู้ปกป้องรักษาอัลกุรอานจากการเพิ่มเติม การตัดตอน การเปลี่ยนแปลง และการบิดเบือน

وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ فِى شِيَعِ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿١٠﴾

และแน่นอน โอ้เราะสูลเอ๋ยก่อนหน้าเจ้านั้น เราก็ได้ส่งบรรดาเราะสูลมาในบรรดากลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาในสมัยก่อน และพวกเขาก็ปฏิเสธต่อบรรดาเราะ สูลเหล่านั้น และเจ้าก็มิใช่เราะสูลคนแรกในหมู่บรรดาเราะสูลที่ได้ถูกปฏิเสธจากกลุ่มชนของเจ้าที่มีต่อเจ้า وما يأتيهم من رسول إلا كانوا به يستهزءون

وَمَا يَأْتِيهِم مِّن رَّسُولٍ إِلَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿١١﴾

และไม่มีเราะสูลคนใดที่มายังบรรดากลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาในสมัยก่อนหน้านั้น เว้นเสียแต่พวกเขาได้ปฏิเสธเขาและเย้ยหยันต่อเขา

كَذَٰلِكَ نَسْلُكُهُۥ فِى قُلُوبِ ٱلْمُجْرِمِينَ ﴿١٢﴾

อย่างที่เราเคยนำเอาการปฏิเสธใส่ในหัวใจของประชาชาติเหล่านั้น เราได้ใส่มันลงไปในหัวใจของพวกมุชริกีนมักกะฮ์เช่นกัน เนื่องด้วยการที่ไม่เชื่อฟัง และการดื้อรั้นของพวกเขา

لَا يُؤْمِنُونَ بِهِۦ ۖ وَقَدْ خَلَتْ سُنَّةُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿١٣﴾

พวกเขาจะไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานเล่มนี้ที่ถูกประทานให้แก่มูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม และแน่นอนกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ได้ผ่านมาให้เห็นกัน แล้ว ถึงการทำลายล้างผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่บรรดาเราะสูลของพวกเขาได้นำมา ดังนั้นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้าควรรับเป็นบทเรียน

وَلَوْ فَتَحْنَا عَلَيْهِم بَابًۭا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ فَظَلُّوا۟ فِيهِ يَعْرُجُونَ ﴿١٤﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะยังคงดื้อรั้นปฏิเสธ แม้ว่าสัจธรรมนั้นได้ปรากฏชัดแจ้งแก่พวกเขาด้วยหลักฐานที่แจ่มแจ้งแล้วก็ตาม แล้วหากเราเปิด ประตูแห่งฟากฟ้าแก่พวกเขา พวกเขาก็จะยังคงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

لَقَالُوٓا۟ إِنَّمَا سُكِّرَتْ أَبْصَـٰرُنَا بَلْ نَحْنُ قَوْمٌۭ مَّسْحُورُونَ ﴿١٥﴾

แน่นอนพวกเขาจะไม่เชื่อ และแน่นอนพวกเขาก็จะกล่าวว่า "แท้จริงสายตาของพวกเรานั้นถูกปิดกั้นจากการมองเห็น แต่ทว่าสิ่งที่เรามองเห็นนั้นคือ ด้วยผลพวงของเวทมนตร์ ดั้งนั้นเราเป็นกลุ่มชนที่ถูกมนต์สะกด"

وَلَقَدْ جَعَلْنَا فِى ٱلسَّمَآءِ بُرُوجًۭا وَزَيَّنَّـٰهَا لِلنَّـٰظِرِينَ ﴿١٦﴾

และแท้จริงเราได้สร้างกลุ่มดาวที่ยิ่งใหญ่บนท้องฟ้า เพื่อนำทางผู้คนในการเดินทางในยามมืดค่ำทั้งทางบกและทางน้ำ และเราได้ทำให้มันมีความ งดงามสำหรับผู้ที่ได้มองดูมัน เพื่อพวกเขาจะได้เข้าใจถึงความปรีชาสามารถของอัลลอฮ์สุบหานะหูวะตะอาลา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร وحفظنها من كل شيطن رجيم

وَحَفِظْنَـٰهَا مِن كُلِّ شَيْطَـٰنٍۢ رَّجِيمٍ ﴿١٧﴾

และเราได้ปกปักรักษาท้องฟ้าจากบรรดาชัยฏอนที่ถูกขับไล่ออกจากความเมตตาของอัลลอฮ์

إِلَّا مَنِ ٱسْتَرَقَ ٱلسَّمْعَ فَأَتْبَعَهُۥ شِهَابٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿١٨﴾

เว้นแต่ผู้ที่แอบฟังข่าวจากโลกแห่งเบื้องบนอย่างลับๆ ดังนั้นดวงดาวที่ส่องแสงสว่างอยู่นั้นจะตามติดเขา และมันก็จะเผาไหม้เขา

وَٱلْأَرْضَ مَدَدْنَـٰهَا وَأَلْقَيْنَا فِيهَا رَوَٰسِىَ وَأَنۢبَتْنَا فِيهَا مِن كُلِّ شَىْءٍۢ مَّوْزُونٍۢ ﴿١٩﴾

และแผ่นดินนั้นเราได้แผ่มันออกไป เพื่อให้มนุษย์ได้ปักหลักอาศัยอยู่บนมัน และเราก็ได้ทำให้พื้นผิวของมันนั้นมีภูเขาที่มั่นคงโดยที่มันไม่ต้องถูกยึด ตรึงโดยมนุษย์ และเราได้ทำให้พืชพรรณหลากหลายชนิดงอกเงยออกมาบนพื้นผิวของมัน สิ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้นั้นมันย่อมมีข้อซ่อนเร้นของมัน وجعلنا لكم فيها معيش ومن لستمله برزقين

وَجَعَلْنَا لَكُمْ فِيهَا مَعَـٰيِشَ وَمَن لَّسْتُمْ لَهُۥ بِرَٰزِقِينَ ﴿٢٠﴾

และในแผ่นดินนั้น เราได้ทำให้มีสิ่งที่คอยเป็นเครื่องยังชีพสำหรับพวกเจ้า ทั้งอาหารและเครื่องดื่มตราบใดที่พวกเจ้านั้นยังคงใช้ชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้ และนอกเหนือจากพวกเจ้าแล้ว เราก็ได้มอบให้แก่ผู้ซึ่งที่พวกเจ้านั้นมิได้ให้ริซกีแก่เขา ทั้งที่เป็นมนุษย์และสัตว์ถึงสิ่งที่คอยดำรงชีพให้แก่พวกเขา

وَإِن مِّن شَىْءٍ إِلَّا عِندَنَا خَزَآئِنُهُۥ وَمَا نُنَزِّلُهُۥٓ إِلَّا بِقَدَرٍۢ مَّعْلُومٍۢ ﴿٢١﴾

๒๑ และไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์และสัตว์นั้นได้ใช้ประโยชน์จากมัน เว้นแต่เราเท่านั้นที่เป็นผู้ที่มีความสามารถทำให้มันเกิดขึ้นมาและมนุษย์นั้นได้รับประโยชน์จาก มัน และเราจะไม่ให้มันเกิดขึ้นมานั้นก็เว้นแต่ตามสภาวะที่มันได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อซ่อนเร้นและความประสงค์ของเรา

وَأَرْسَلْنَا ٱلرِّيَـٰحَ لَوَٰقِحَ فَأَنزَلْنَا مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَأَسْقَيْنَـٰكُمُوهُ وَمَآ أَنتُمْ لَهُۥ بِخَـٰزِنِينَ ﴿٢٢﴾

และเราได้ส่งลมพัดมาเพื่อให้ก้อนเมฆได้ก๋อตัว ดังนั้นเราก็ได้หลั่งน้ำฝนจากก้อนเมฆที่รวมตัวกันเป็นก้อน แล้วเราก็ได้ชุบเลี้ยงพวกเจ้าจากน้ำฝนนั้น พวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย - ไม่ใช่ผู้ที่สะสมน้ำอันนี้บนแผ่นดินเพื่อให้เกิดเป็นตาน้ำและหลุมบ่อ แท้จริงอัลลอฮ์ต่างหากเป็นผู้ที่ทรงเก็บขังมันไว้บนแผ่น ดิน

وَإِنَّا لَنَحْنُ نُحْىِۦ وَنُمِيتُ وَنَحْنُ ٱلْوَٰرِثُونَ ﴿٢٣﴾

และโดยแน่นอน เราคือผู้ให้ชีวิตแก่ผู้ตายด้วยการสร้างพวกเขาขึ้นมาจากเดิมที่ไม่มี และให้พวกเขาฟื้นขึ้นมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่ได้ตายไป และเราได้ ทำให้สิ่งมีชีวิตได้ตายเมื่อถึงอายุขัยของพวกเขา และเราคือผู้ที่จะคงอยู่ที่เป็นผู้ครอบครองแผ่นดินนี้และทุกสิ่งที่อยู่บนนั้น

وَلَقَدْ عَلِمْنَا ٱلْمُسْتَقْدِمِينَ مِنكُمْ وَلَقَدْ عَلِمْنَا ٱلْمُسْتَـْٔخِرِينَ ﴿٢٤﴾

และโดยแน่นอน เรารู้ว่าจะมีผู้ใดบ้างที่จะเกิดและตายก่อนในหมู่พวกเจ้า และเราก็รู้เช่นเดียวกันว่าจะมีผู้ใดบ้างที่จะเกิดหรือตายทีหลัง จะไม่มีสิ่งใดซ่อน เร้นจากการรอบรู้ของเราได้

وَإِنَّ رَبَّكَ هُوَ يَحْشُرُهُمْ ۚ إِنَّهُۥ حَكِيمٌ عَلِيمٌۭ ﴿٢٥﴾

และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- คือผู้ทรงชุมนุมพวกเขาทั้งหมดในวันกิยามะฮ์ เพื่อตอบแทนคนดีด้วยการตอบแทนที่ดีแก่เขาและ ตอบแทนคนชั่วด้วยการลงโทษเขา พระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการจัดการของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้และไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَقَدْ خَلَقْنَا ٱلْإِنسَـٰنَ مِن صَلْصَـٰلٍۢ مِّنْ حَمَإٍۢ مَّسْنُونٍۢ ﴿٢٦﴾

และแน่นอนเราได้สร้างอาดัมจากดินเหนียวแห้ง ซึ่งเมื่อเคาะแล้วจะมีเสียง และจากดินนี้แหละที่อาดัมถูกสร้างมา มันเป็นสีดำ มีการเปลี่ยนแปลงของ กลิ่น อันเนื่องจากเวลาที่เนิ่นนาน

وَٱلْجَآنَّ خَلَقْنَـٰهُ مِن قَبْلُ مِن نَّارِ ٱلسَّمُومِ ﴿٢٧﴾

และเราได้สร้างบิดาของญินจากเปลวไฟที่ร้อนระอุ ก่อนที่จะสร้างอาดัม อะลัยฮิสสะลาม ขึ้นมา

وَإِذْ قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلَـٰٓئِكَةِ إِنِّى خَـٰلِقٌۢ بَشَرًۭا مِّن صَلْصَـٰلٍۢ مِّنْ حَمَإٍۢ مَّسْنُونٍۢ ﴿٢٨﴾

และจงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่พระผู้ทรงอภิบาลของเจ้าตรัสแก่มะลาอิกะฮ์ และแก่อิบลีส -ซึ่งตอนนั้นมันอยู่ในกลุ่มของพวกเขาด้วย- ว่า "แท้จริงฉันจะสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินที่แห้ง ซึ่งดินนั้นจะมีเสียงเมื่อมีการเคาะมันขึ้นมา เป็นดินสีดำมีกลิ่นที่แปรเปลี่ยน" فإذا سويته ونفخت فيه من روحى فقعواله سجدين

فَإِذَا سَوَّيْتُهُۥ وَنَفَخْتُ فِيهِ مِن رُّوحِى فَقَعُوا۟ لَهُۥ سَـٰجِدِينَ ﴿٢٩﴾

"ดังนั้น เมื่อข้าได้ตกแต่งรูปร่างของเขา และได้สร้างเขาเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นพวกเจ้าจงก้มกราบต่อเขา เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของข้าและ เป็นการให้เกียรติแก่เขา”

فَسَجَدَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ كُلُّهُمْ أَجْمَعُونَ ﴿٣٠﴾

เหล่าบรรดามะลาอิกะฮ์ก็ได้ปฏิบัติตาม แล้วพวกเขาทั้งหลายก็ได้ทำการสุญูดต่อเขา(อาดัม) ตามที่พระผู้ทรงอภิบาลของพวกเขาได้สั่งใช้ต่อพวกเขา

إِلَّآ إِبْلِيسَ أَبَىٰٓ أَن يَكُونَ مَعَ ٱلسَّـٰجِدِينَ ﴿٣١﴾

แต่อิบลีสนั้น -ซึ่งเคยอยู่ร่วมกับบรรดามะลาอิกะฮ์ และมันไม่ได้อยู่ในกลุ่มของพวกเขา- มันปฏิเสธที่จะก้มกราบต่ออาดัมพร้อมๆ กับบรรดามะลาอิกะฮ์

قَالَ يَـٰٓإِبْلِيسُ مَا لَكَ أَلَّا تَكُونَ مَعَ ٱلسَّـٰجِدِينَ ﴿٣٢﴾

อัลลอฮ์ได้กล่าวถามแก่อิบลีสหลังจากที่เขาได้ขัดขืนจากการสุญูดต่ออาดัมว่า "อะไรคือสิ่งที่ทำให้เจ้าไม่สุญูดพร้อมกับบรรดามลาอิกะฮ์ซึ่งพวกเขาต่าง ก็สุญูดเพื่อปฏิบัติตามคำบัญชาของฉัน?" قال لم أكن لأسجدلبشر خلقته من صلصل من حمإ مسنون

قَالَ لَمْ أَكُن لِّأَسْجُدَ لِبَشَرٍ خَلَقْتَهُۥ مِن صَلْصَـٰلٍۢ مِّنْ حَمَإٍۢ مَّسْنُونٍۢ ﴿٣٣﴾

อิบลีสได้กล่าวอย่างเย่อหยิ่ง ว่า "มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องสำหรับฉัน ที่จะต้องสุญูดต่อมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างเขามาจากดินเหนียวที่แห้งๆ ซึ่งแต่ ก่อนมันก็คือดินโคลนตมดำ และมีกลิ่น"

قَالَ فَٱخْرُجْ مِنْهَا فَإِنَّكَ رَجِيمٌۭ ﴿٣٤﴾

อัลลอฮ์ได้กล่าวแก่อิบลีสว่า "จงออกจากสวรรค์เถิด เพราะแท้จริงเจ้าเป็นผู้ที่ถูกไล่ออก" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَإِنَّ عَلَيْكَ ٱللَّعْنَةَ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلدِّينِ ﴿٣٥﴾

และแท้จริง การสาปแช่งและการขับไล่เจ้าให้ออกจากความเมตตาของฉันนั้นจะประสบกับเจ้า จนถึงวันกิยามะฮ์

قَالَ رَبِّ فَأَنظِرْنِىٓ إِلَىٰ يَوْمِ يُبْعَثُونَ ﴿٣٦﴾

อิบลีสได้กล่าวว่า "โอ้พระผู้ทรงอภิบาลของฉัน ได้โปรดให้เวลาแก่ฉันและอย่าเอาชีวิตฉันจนถึงวันฟื้ นคืนชีพด้วยเถิด"

قَالَ فَإِنَّكَ مِنَ ٱلْمُنظَرِينَ ﴿٣٧﴾

อัลลอฮฺก็ได้ตรัสแก่อิบลีสว่า "ดังนั้น เจ้าอยู่ในกลุ่มผู้ที่ได้รับการประวิงเวลาให้ซึ่งฉันจะยืดอายุขัยของพวกเขา"

إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْوَقْتِ ٱلْمَعْلُومِ ﴿٣٨﴾

ไปจนถึงเวลาที่ทุกสรรพสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลายดับชีวิตลง เมื่อการเป่าสังข์ครั้งแรกได้เกิดขึ้น

قَالَ رَبِّ بِمَآ أَغْوَيْتَنِى لَأُزَيِّنَنَّ لَهُمْ فِى ٱلْأَرْضِ وَلَأُغْوِيَنَّهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٣٩﴾

อิบลีสได้กล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ด้วยกับสาเหตุที่พระองค์ทรงให้ข้าหลงผิด ฉันจะทำให้การฝ่าฝืนนั้นกลายเป็นสิ่งที่สวยงามสำหรับพวกเขา บนหน้าแผ่นดินนี้ และฉันจะทำให้พวกเขาทุกคนหลงทางจากแนวทางที่เที่ยงตรง"

إِلَّا عِبَادَكَ مِنْهُمُ ٱلْمُخْلَصِينَ ﴿٤٠﴾

นอกจากบรรดาผู้ที่พระองค์ได้เลือกพวกเขาไว้แล้วจากบรรดาบ่าวของพระองค์ เพื่อการสักการะต่อพระองค์ قال هذا صرط على مستقيم

قَالَ هَـٰذَا صِرَٰطٌ عَلَىَّ مُسْتَقِيمٌ ﴿٤١﴾

อัลลอฮ์ได้กล่าวว่า "นี่คือหนทางที่เที่ยงตรงที่นำพาไปยังฉัน"

إِنَّ عِبَادِى لَيْسَ لَكَ عَلَيْهِمْ سُلْطَـٰنٌ إِلَّا مَنِ ٱتَّبَعَكَ مِنَ ٱلْغَاوِينَ ﴿٤٢﴾

แท้จริงแล้วปวงบ่าวของฉันนั้นคือผู้ที่มีใจบริสุทธิ์ เจ้าไม่มีความสามรถที่จะครอบงำต่อการที่จะทำให้พวกเขานั้นหลงผิดได้ เว้นเสียแต่ผู้ที่ปฏิบัติตาม เจ้าจากบรรดาผู้ที่หลงทางเท่านั้น" وإ ن جهن م لموعدهم أجمعين

وَإِنَّ جَهَنَّمَ لَمَوْعِدُهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٤٣﴾

และแท้จริงนรกญะฮันนัมนั้น มันคือสิ่งที่ถูกสัญญาให้แก่อิบลีสและผู้ที่คล้อยตามเขา จากบรรดาผู้ที่หลงทางทั้งหลาย لها سبعةأبوب لكل باب منهم جزءمقسوم

لَهَا سَبْعَةُ أَبْوَٰبٍۢ لِّكُلِّ بَابٍۢ مِّنْهُمْ جُزْءٌۭ مَّقْسُومٌ ﴿٤٤﴾

สำหรับนรกญะฮันนัมนั้นมีประตูเจ็ดบานที่พวกเขาจะเข้าไป สำหรับประตูแต่ละบานนั้น จะมีผู้ที่เป็นสาวกของอิบลิสในอัตราที่แน่นอน ที่จะเข้าไปในนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنَّ ٱلْمُتَّقِينَ فِى جَنَّـٰتٍۢ وَعُيُونٍ ﴿٤٥﴾

แท้จริงบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา โดยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ พวกเขาจะได้ พำนักอยู่ในสรวงสวรรค์ที่มีความหลากหลายและมีน้ำพุพุ่งออกมามากมาย

ٱدْخُلُوهَا بِسَلَـٰمٍ ءَامِنِينَ ﴿٤٦﴾

เมื่อพวกเขาเข้าไป จะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า "จงเข้าไปด้วยความปลอดภัยจากสิ่งร้ายๆทั้งหมด และปลอดภัยจากความกลัวทั้งหมด" ونزعنا ما فى صدورهم من غل إخونا عل سرر متقبلين

وَنَزَعْنَا مَا فِى صُدُورِهِم مِّنْ غِلٍّ إِخْوَٰنًا عَلَىٰ سُرُرٍۢ مُّتَقَـٰبِلِينَ ﴿٤٧﴾

และเราได้ขจัดสิ่งที่อยู่ในหัวอกของพวกเขา ออกไป จากความขุ่นแค้นและความเป็นศัตรูต่อกัน ให้กลายเป็นพี่น้องที่รักใคร่กัน โดยพวกเขาหันหน้า เข้าหากันบนบัลลังก์ของพวกเขา لا يمسهم فيها نصب وما هم منها بمخرجين

لَا يَمَسُّهُمْ فِيهَا نَصَبٌۭ وَمَا هُم مِّنْهَا بِمُخْرَجِينَ ﴿٤٨﴾

ในนั้นพวกเขาจะไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย พวกเขาไม่ถูกขับออกจากที่นั้น และพวกเขาจะยังคงอยู่ในนั้นตลอดไป

۞ نَبِّئْ عِبَادِىٓ أَنِّىٓ أَنَا ٱلْغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ ﴿٤٩﴾

จงป่าวประกาศเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- "โอ้ปวงบ่าวของฉัน! แท้จริงฉันคือผู้ให้อภัยยิ่งแก่บรรดาผู้ที่สำนึกผิดในหมู่พวกเขา พระองค์คือผู้ที่เมตตายิ่งต่อ เขา"

وَأَنَّ عَذَابِى هُوَ ٱلْعَذَابُ ٱلْأَلِيمُ ﴿٥٠﴾

และจงป่าวประกาศต่อพวกเขาว่า แท้จริงบทลงโทษของฉันนั้นมันคือบทลงโทษอันเจ็บปวด ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายก็จงกลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษ ต่อฉันเถิด เพื่อที่พวกเจ้าจะได้รับการอภัยจากฉัน และพวกเจ้าจะปลอดภัยจากบทลงโทษของฉัน ونبئهم عن ضيف إبرهيم

وَنَبِّئْهُمْ عَن ضَيْفِ إِبْرَٰهِيمَ ﴿٥١﴾

และจงบอกพวกเขาให้ทราบถึงเรื่องราวของแขกอิบรอฮีม อะลัยฮิสลามจากบรรดามะลาอิกะฮ์ที่มาหาเขาโดยนำข่าวที่น่ายินดีเกี่ยวกับบุตรชาย และ เกี่ยวกับการทำลายชนชาติของลูฏ إذ دخلواعليه فقالواسلما قال إنا منكم وجلون

إِذْ دَخَلُوا۟ عَلَيْهِ فَقَالُوا۟ سَلَـٰمًۭا قَالَ إِنَّا مِنكُمْ وَجِلُونَ ﴿٥٢﴾

ขณะที่พวกเขาได้เข้าไปหาอิบรอฮีม แล้วพวกเขาก็กล่าวแก่เขาว่า "ศานติ" แล้วเขาก็ได้ตอบรับคำทักทายของพวกเขาด้วยกับคำทักทายที่ดีกว่า แล้ว เขาก็ได้ยกเนื้อลูกวัวย่างให้พวกเขากิน เพราะคิดว่าพวกเขาคือมนุษย์ทั่วไป หลังจากที่พวกเขาไม่กินเนื้อนั้น อิบรอฮีมจึงกล่าวว่า "แท้จริงเรารู้สึกกลัว ต่อพวกท่าน" قالوالا توجل إنا نبشرك بغلم عليم

قَالُوا۟ لَا تَوْجَلْ إِنَّا نُبَشِّرُكَ بِغُلَـٰمٍ عَلِيمٍۢ ﴿٥٣﴾

ตัวแทนผู้หนึ่งจากบรรดามลาอิกะฮ์ได้กล่าวว่า "อย่ากลัวเลย เพราะเรามาบอกสิ่งที่ทำให้เจ้ามีความสุข นั่นคือท่านกำลังจะได้บุตรชายที่มีความรู้(อิส หาก)" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالَ أَبَشَّرْتُمُونِى عَلَىٰٓ أَن مَّسَّنِىَ ٱلْكِبَرُ فَبِمَ تُبَشِّرُونَ ﴿٥٤﴾

อิบรอฮีมก็ได้กล่าวแก่พวกเขา (ด้วยความประหลาดใจกับข่าวดีที่พวกเขาแจ้งมาว่าเขากำลังจะมีบุตร) ว่า "พวกท่านมาแจ้งข่าวดีแก่ฉันเกี่ยวกับเรื่อง บุตร ทั้งที่ความแก่เฒ่าและความชราภาพได้มาเยือนฉัน แล้วด้วยวิธีการใดหรือ ที่พวกท่านมาแจ้งข่าวดีนี้แก่ฉัน?”

قَالُوا۟ بَشَّرْنَـٰكَ بِٱلْحَقِّ فَلَا تَكُن مِّنَ ٱلْقَـٰنِطِينَ ﴿٥٥﴾

ตัวแทนผู้หนึ่งจากบรรดามลาอิกะฮ์ได้กล่าวแก่อิบรอฮีมว่า "เราได้แจ้งข่าวดีแก่ท่านด้วยความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ดังนั้นท่านอย่าอยู่ในหมู่ผู้สิ้นหวัง จากสิ่งที่เราได้แจ้งข่าวดีกับท่านเกี่ยวกับมัน"

قَالَ وَمَن يَقْنَطُ مِن رَّحْمَةِ رَبِّهِۦٓ إِلَّا ٱلضَّآلُّونَ ﴿٥٦﴾

อิบรอฮีมได้กล่าวว่า "แล้วมีผู้ที่สิ้นหวังในความเมตตาของพระผู้ทรงอภิบาลของเขาหรือ?(ไม่มี) เว้นแต่บรรดาผู้ที่หันเหจากหนทางของอัลลอฮ์ที่เที่ยง ตรงเท่านั้น!

قَالَ فَمَا خَطْبُكُمْ أَيُّهَا ٱلْمُرْسَلُونَ ﴿٥٧﴾

อิบรอฮีมได้กล่าวว่า "แล้วมีภารกิจอะไรหรือ ที่ทำให้พวกเจ้าต้องมา โอ้บรรดาทูตจากอัลลอฮ์เอ๋ย?"

قَالُوٓا۟ إِنَّآ أُرْسِلْنَآ إِلَىٰ قَوْمٍۢ مُّجْرِمِينَ ﴿٥٨﴾

ทูตที่มาจากมลาอิกะฮฺได้ตอบว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ได้ส่งพวกเรามาเพื่อทำลายกลุ่มชนที่สร้างความเสื่อมเสียอันใหญ่หลวง สร้างความชั่วช้าอันเลวทราม พวกเขาคือกลุ่มชนของลูฎ"

إِلَّآ ءَالَ لُوطٍ إِنَّا لَمُنَجُّوهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٥٩﴾

ยกเว้นครอบครัวของลูฎและบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามเขาในหมู่ผู้ที่ศรัทธาต่อเขา และการลงโทษนั้นจะไม่ประสบกับพวกเขา แท้จริงเรานั้นคือผู้ที่ให้ความ ปลอดภัยแก่พวกเขาทั้งหลายจากบทลงโทษนั้น

إِلَّا ٱمْرَأَتَهُۥ قَدَّرْنَآ ۙ إِنَّهَا لَمِنَ ٱلْغَـٰبِرِينَ ﴿٦٠﴾

"นอกจากภรรยาของเขา แท้จริงเราได้กำหนดให้เขาเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่เหลืออยู่ในการลงโทษอันพินาศ"

فَلَمَّا جَآءَ ءَالَ لُوطٍ ٱلْمُرْسَلُونَ ﴿٦١﴾

และเมื่อบรรดามลาอิกะฮ์ที่ถูกส่งไปยังครอบครัวของลูฎในรูปของผู้ชาย قال إنكم قوم م نكرون

قَالَ إِنَّكُمْ قَوْمٌۭ مُّنكَرُونَ ﴿٦٢﴾

ลูฎอะลัยฮิสลามก็ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกท่านคือกลุ่มชนที่ไม่เป็นที่รู้จักเลย" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร قالوابل جئنك بما كانوافيه يمترون

قَالُوا۟ بَلْ جِئْنَـٰكَ بِمَا كَانُوا۟ فِيهِ يَمْتَرُونَ ﴿٦٣﴾

พวกเขากล่าวว่า "ท่านอย่ากลัวเลย ที่เรามาหาท่าน -โอ้ ลูฏ- ก็เพราะสิ่งที่กลุ่มชนของเจ้านั้นสงสัย ที่เป็นการลงโทษอันพินาศสำหรับพวกเขา"

وَأَتَيْنَـٰكَ بِٱلْحَقِّ وَإِنَّا لَصَـٰدِقُونَ ﴿٦٤﴾

และเราได้มายังท่านด้วยความจริงที่ไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด และแท้จริงเราคือบรรดาผู้มีสัจจะในสิ่งที่เราได้มาแจ้งข่าวกับท่านเกี่ยวกับมัน

فَأَسْرِ بِأَهْلِكَ بِقِطْعٍۢ مِّنَ ٱلَّيْلِ وَٱتَّبِعْ أَدْبَـٰرَهُمْ وَلَا يَلْتَفِتْ مِنكُمْ أَحَدٌۭ وَٱمْضُوا۟ حَيْثُ تُؤْمَرُونَ ﴿٦٥﴾

แล้วท่านเดินทางไปกับครอบครัวของท่าน หลังจากช่วงเวลาหนึ่งของกลางคืนผ่านพ้นไป และจงเดินตามหลังพวกเขา และอย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งใน หมู่ของพวกท่านหันหลังเพื่อต้องการดูสิ่งที่ประสบกับพวกเขา และจงเดินต่อไปตามที่อัลลอฮ์ได้บัญชาให้พวกท่านเดิน

وَقَضَيْنَآ إِلَيْهِ ذَٰلِكَ ٱلْأَمْرَ أَنَّ دَابِرَ هَـٰٓؤُلَآءِ مَقْطُوعٌۭ مُّصْبِحِينَ ﴿٦٦﴾

และเราได้แจ้งให้ลูฏทราบผ่านการวะฮีย์ ถึงสิ่งที่เราได้กำหนดไว้แล้วว่า กลุ่มชนของเขาจะถูกทำลายล้างอย่างถอนรากถอนโคนด้วยการลงโทษคน สุดท้ายของพวกเขาเมื่อเวลาแห่งรุ่งอรุณใกล้เข้ามา

وَجَآءَ أَهْلُ ٱلْمَدِينَةِ يَسْتَبْشِرُونَ ﴿٦٧﴾

และชาวเมืองสะดูมก็ได้มายังบรรดาแขกของลูฏอย่างดีใจ มุ่งหวังในการกระทำอนาจาร

قَالَ إِنَّ هَـٰٓؤُلَآءِ ضَيْفِى فَلَا تَفْضَحُونِ ﴿٦٨﴾

ลูฏได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นเป็นแขกของฉัน ดังนั้นพวกท่านอย่าทำให้ฉันต้องอัปยศกับสิ่งที่พวกท่านมุ่งหวังต่อพวกเขา

وَٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ وَلَا تُخْزُونِ ﴿٦٩﴾

และพวกท่านจงเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์เถิด ด้วยการละเว้นความชั่วอันนี้ และพวกท่านจงอย่าทำให้ฉันต้องละอายด้วยกับการกระทำอันต่ำช้าของพวก ท่าน

قَالُوٓا۟ أَوَلَمْ نَنْهَكَ عَنِ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٧٠﴾

กลุ่มชนของลูฏได้กล่าวแก่เขาว่า "เรามิได้ห้ามท่านจากการต้อนรับใครคนใดคนหนึ่งหรอกหรือ?"

قَالَ هَـٰٓؤُلَآءِ بَنَاتِىٓ إِن كُنتُمْ فَـٰعِلِينَ ﴿٧١﴾

ลูฏ อะลัยฮิสลาม ได้พูดกับพวกเขาเพื่อป้องกันตัวเองต่อหน้าแขกของเขาว่า "พวกนางคือลูกสาวของฉันที่เป็นผู้หญิงในชนชาติของพวกท่าน ดังนั้น จงแต่งงานกับพวกนาง ถ้าพวกท่านต้องการที่จะเติมเต็มความปรารถนาของพวกท่าน" لعمرك إن هم لفى سكرتهم يعمهون

لَعَمْرُكَ إِنَّهُمْ لَفِى سَكْرَتِهِمْ يَعْمَهُونَ ﴿٧٢﴾

ขอสาบานด้วยชีวิตของเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- แท้จริงแล้วประชาชาติของลูฏนั้นหมกมุ่นอยู่กับกิเลสตัณหาของพวกเขา ที่พวกเขานั้นลังเล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَأَخَذَتْهُمُ ٱلصَّيْحَةُ مُشْرِقِينَ ﴿٧٣﴾

ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้ทำลายพวกเขาอย่างย่อยยับ เมื่อช่วงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น فجعلنا عليها سافلها وأمطرنا عليهم حجارةمن سجيل

فَجَعَلْنَا عَـٰلِيَهَا سَافِلَهَا وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهِمْ حِجَارَةًۭ مِّن سِجِّيلٍ ﴿٧٤﴾

แล้วเราได้พลิกหมู่บ้านของพวกเขาด้วยการทำให้ส่วนบนของมันลงล่าง และเราก็ได้ทำให้ฝนที่เป็นหินหล่นลงมาทับใส่พวกเขา ซึ่งมาจากก้อนดินที่ถูก ทำให้แข็งเหมือนหิน إن فىذلك لٔايت للمتوسمين

إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّلْمُتَوَسِّمِينَ ﴿٧٥﴾

แท้จริงเรื่องราวเหล่านั้น คือความหายนะที่ได้ทำลายล้างกลุ่มชนของลูฏ เพื่อเป็นอุทาหรแก่บรรดาผู้พินิจพิเคราะห์ وإن ها لبسبيل مقيم

وَإِنَّهَا لَبِسَبِيلٍۢ مُّقِيمٍ ﴿٧٦﴾

และแท้จริงหมู่บ้านของกลุ่มชนลูฏยังคงอยู่บนเส้นทางสัญจรไปมา ซึ่งบรรดาผู้เดินทางผ่านมันก็จะเห็นมัน إن فى ذلك لٔايةللمؤمنين

إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّلْمُؤْمِنِينَ ﴿٧٧﴾

แท้จริงในเรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นนั้น ก็เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาผู้ศรัทธาเพื่อที่พวกเขาจะได้นำมาเป็นบทเรียน

وَإِن كَانَ أَصْحَـٰبُ ٱلْأَيْكَةِ لَظَـٰلِمِينَ ﴿٧٨﴾

และแน่นอนกลุ่มชนชูอัยบ์คือบรรดาเจ้าของหมู่บ้านที่มีต้นไม้หนาทึบ พวกเขาเป็นผู้อธรรม เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่ออัลลอฮ์ และ ปฏิเสธต่อศาสนทูตของพวกเขา นั่นก็คือท่านนบีชูอัยบ์ อะลัยฮิสลาม

فَٱنتَقَمْنَا مِنْهُمْ وَإِنَّهُمَا لَبِإِمَامٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٧٩﴾

แล้วเราได้ลงทัณฑ์พวกเขา ด้วยกับการลงโทษพวกเขา และแท้จริงหมู่บ้านของกลุ่มชนลูฏและถิ่นฐานของกลุ่มชนชูอัยบ์นั้น อยู่บนเส้นทางสัญจรที่ โจ่งแจ้ง(เป็นที่รู้จัก) สำหรับผู้คนที่ได้เดินทางผ่าน

وَلَقَدْ كَذَّبَ أَصْحَـٰبُ ٱلْحِجْرِ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٨٠﴾

และแท้จริงแล้วชาวษะมูด พวกเขาคือ ชาวอัลหิจร์ (สถานที่ระหว่างเมืองหิญาซและเมืองชาม) ได้ปฏิเสธบรรดาเราะสูล เมื่อพวกเขาได้ปฏิเสธศาสดา ของพวกเขา นั่นคือท่านนบีศอลิหฺ อะลัยฮิสลาม وءاتينهم ءايتنا فكانواعنها معرضين

وَءَاتَيْنَـٰهُمْ ءَايَـٰتِنَا فَكَانُوا۟ عَنْهَا مُعْرِضِينَ ﴿٨١﴾

และเราได้มอบให้แก่พวกเขา ซึ่งข้อพิสูจน์และหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงความสัจจริงของเขา(นบีศอลิห์) ในสิ่งที่เขานำมันมาจากผู้ทรงอภิบาลของเขา และหนึ่งในนั้นก็คืออูฐตัวเมีย และพวกเขาก็ไม่ได้รับบทเรียนใดๆจากข้อพิสูจน์ และไม่ใส่ใจต่อหลักฐานเหล่านั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَكَانُوا۟ يَنْحِتُونَ مِنَ ٱلْجِبَالِ بُيُوتًا ءَامِنِينَ ﴿٨٢﴾

และพวกเขาได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นบ้านสำหรับพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยจากสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว

فَأَخَذَتْهُمُ ٱلصَّيْحَةُ مُصْبِحِينَ ﴿٨٣﴾

ดังนั้นเสียงกัมปนาทแห่งการลงโทษได้คร่าชีวิตของพวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังย่างเข้าสู่ช่วงเวลาเช้าตรู่

فَمَآ أَغْنَىٰ عَنْهُم مَّا كَانُوا۟ يَكْسِبُونَ ﴿٨٤﴾

ความมั่งคั่งและที่พักพิงที่พวกเขามีไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้

وَمَا خَلَقْنَا ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ وَمَا بَيْنَهُمَآ إِلَّا بِٱلْحَقِّ ۗ وَإِنَّ ٱلسَّاعَةَ لَـَٔاتِيَةٌۭ ۖ فَٱصْفَحِ ٱلصَّفْحَ ٱلْجَمِيلَ ﴿٨٥﴾

๘๕ เราไม่ได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองโดยเปล่าประโยชน์โดยปราศจากความถูกต้อง เรามิได้สร้างทุกสรรพสิ่งเว้นแต่ ด้วยความจริงเท่านั้น และแท้จริงวันกิยามะฮ์จะเกิดขึ้นอย่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โอ้เราะสูลเอ๋ย ดังนั้นจงออกห่างจากบรรดาผู้ปฏิเสธเจ้า และจงให้ อภัยพวกเขาด้วยการอภัยที่ดี

إِنَّ رَبَّكَ هُوَ ٱلْخَلَّـٰقُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٨٦﴾

แท้จริงพระผู้ทรงอภิบาลของเจ้านั้น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- คือพระผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง ผู้ทรงรอบรู้ยิ่งในเรื่องนั้นๆ

وَلَقَدْ ءَاتَيْنَـٰكَ سَبْعًۭا مِّنَ ٱلْمَثَانِى وَٱلْقُرْءَانَ ٱلْعَظِيمَ ﴿٨٧﴾

และโดยแน่นอน เราได้ประทานให้แก่เจ้าซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ซึ่งมันมีเจ็ดอายะฮ์ และมันก็คืออัลกุรอานที่ยิ่งใหญ่

لَا تَمُدَّنَّ عَيْنَيْكَ إِلَىٰ مَا مَتَّعْنَا بِهِۦٓ أَزْوَٰجًۭا مِّنْهُمْ وَلَا تَحْزَنْ عَلَيْهِمْ وَٱخْفِضْ جَنَاحَكَ لِلْمُؤْمِنِينَ ﴿٨٨﴾

จงอย่ามองความสุขสำราญเพียงเสี้ยวหนึ่งที่เราได้ประทานแก่ผู้ปฎิเสธศรัทธา นั่นเป็นความสุขสำราญเพียงชั่วขณะเท่านั้น และอย่าเสียใจต่อการ ปฏิเสธของพวกเขา และจงอ่อนน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา

وَقُلْ إِنِّىٓ أَنَا ٱلنَّذِيرُ ٱلْمُبِينُ ﴿٨٩﴾

และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แท้จริงฉันเป็นผู้ตักเตือนถึงการลงโทษ ผู้ที่ชัดแจ้งในการตักเตือน

كَمَآ أَنزَلْنَا عَلَى ٱلْمُقْتَسِمِينَ ﴿٩٠﴾

ฉันขอเตือนพวกเจ้า กลัวว่าพวกเจ้าจะต้องประสบดั่งเช่นสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงลงโทษบรรดาผู้ที่แบ่งแยกบรรดาคัมภีร์ของอัลลอฮ์เป็นส่วนๆ ดังนั้น พวกเขาศรัทธาบางส่วนและปฏิเสธบางส่วน

ٱلَّذِينَ جَعَلُوا۟ ٱلْقُرْءَانَ عِضِينَ ﴿٩١﴾

คือบรรดาผู้ที่แบ่งอัลกุรอานออกเป็นส่วนๆแล้วพวกเขาก็กล่าวว่า "เป็นไสยศาตร์มนต์ดำบ้าง เป็นหมอดูบ้าง หรือเป็นบทกวีบ้าง" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร فوربك لنسٔلن هم أجمعين

فَوَرَبِّكَ لَنَسْـَٔلَنَّهُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٩٢﴾

ดังนั้น ขอสาบานต่อพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เป็นที่แน่นอนว่า ในวันปรโลกเราจะถามบรรดาผู้ที่แบ่งอัลกุรอานออกเป็นส่วนๆ عما كانوا يعملون

عَمَّا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٩٣﴾

แน่นอนว่าเราจะถามพวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ ที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืนของพวกเขาในโลกดุนยา

فَٱصْدَعْ بِمَا تُؤْمَرُ وَأَعْرِضْ عَنِ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿٩٤﴾

ดังนั้นจงประกาศเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ถึงสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาแก่เจ้าที่เป็นการเรียกร้องไปสู่พระองค์ และจงอย่าไปสนใจสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ กล่าวอ้างและสิ่งที่พวกเขากระทำ

إِنَّا كَفَيْنَـٰكَ ٱلْمُسْتَهْزِءِينَ ﴿٩٥﴾

และจงอย่าเกรงกลัวต่อพวกเขา เพราะแท้จริงเราได้ปกป้องเจ้าจากกลอุบายของบรรดาผู้เย้ยหยันจากผู้นำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มาจากกุเรช

ٱلَّذِينَ يَجْعَلُونَ مَعَ ٱللَّهِ إِلَـٰهًا ءَاخَرَ ۚ فَسَوْفَ يَعْلَمُونَ ﴿٩٦﴾

คือบรรดาผู้ที่นำสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์มาเคารพบูชาร่วมกับพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะได้รู้ถึงผลร้ายของการตั้งภาคีของพวกเขา ولقد نعلمأنك يضيق صدرك بما يقولون

وَلَقَدْ نَعْلَمُ أَنَّكَ يَضِيقُ صَدْرُكَ بِمَا يَقُولُونَ ﴿٩٧﴾

และโดยแน่นอนเรารู้ว่าเจ้า -โอ้เราะสูล- กำลังรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่ออกมาจากพวกเขา จากการใส่ร้ายของพวกเขาต่อเจ้า และการล้อเลียนของพวกเขา กับเจ้า

فَسَبِّحْ بِحَمْدِ رَبِّكَ وَكُن مِّنَ ٱلسَّـٰجِدِينَ ﴿٩٨﴾

ดังนั้นจงหันไปพึ่งอัลลอฮ์เถิด โดยกล่าวสดุดีความบริสุทธิ์ของพระองค์เหนือทุกสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับพระองค์ และด้วยการสรรเสริญพระองค์ด้วย คุณลักษณะแห่งความสมบูรณ์ของพระองค์ และเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่เคารพภักดีอัลลอฮ์ที่ดำรงการละหมาดเพื่อพระองค์ แน่นอนในการนั้นมัน เป็นการรักษาเยียวยาต่อความรู้สึกอึดอัดในใจของเจ้า

وَٱعْبُدْ رَبَّكَ حَتَّىٰ يَأْتِيَكَ ٱلْيَقِينُ ﴿٩٩﴾

และจงรักษาความสม่ำเสมอต่อการอิบาดะฮ์ต่อพระผู้ทรงอภิบาลของเจ้า และจงทำมันเป็นประจำตลอดไปตราบใดที่เจ้านั้นยังมีชีวิตอยู่ จนกว่าความ ตายนั้นจะมาหาเจ้า ในสภาพที่เจ้ากำลังอยู่กับมัน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-Hijr — الحجر

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา