หน้าแรกตัฟซีรAn-Nahl (16)

ตัฟซีร An-Nahl (16) — النحل

มักกียะฮ์ · 128 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

أَتَىٰٓ أَمْرُ ٱللَّهِ فَلَا تَسْتَعْجِلُوهُ ۚ سُبْحَـٰنَهُۥ وَتَعَـٰلَىٰ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿١﴾

การลงโทษที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดไว้สำหรับพวกเจ้า โอ้ ผู้ปฏิเสธศรัทธามันใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้นอย่าได้เร่งเร้ามันก่อนเวลาอันควร มหาบริสุทธิ์แด่ อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงสุดในหมู่ภาคีที่แต่งตั้งโดยผู้ตั้งภาคี

يُنَزِّلُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ بِٱلرُّوحِ مِنْ أَمْرِهِۦ عَلَىٰ مَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦٓ أَنْ أَنذِرُوٓا۟ أَنَّهُۥ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّآ أَنَا۠ فَٱتَّقُونِ ﴿٢﴾

อัลลอฮ์ส่งมลาอิกะฮ์ลงมาพร้อมด้วยวะฮีย์ ตามคำสั่งใช้ของพระองค์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ จากบรรดาศาสนทูตของพระองค์ เพื่อให้พวกเจ้า -โอ้บรรดาเราะสูลเอ๋ย- ทำการตักเตือนมนุษย์สู่การเกรงกลัวต่อการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เพราะไม่มีสิ่งใดที่ถูกกราบไว้โดยเที่ยงแท้นอกจากฉัน แล้ว พวกเจ้าทั้งหลายจงยำเกรงต่อฉันเถิด -โอ้มนุษย์- ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกเลี่ยงข้อห้ามต่างๆของฉัน

خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ بِٱلْحَقِّ ۚ تَعَـٰلَىٰ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿٣﴾

อัลลอฮ์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความจริงโดยไม่มีต้นแบบมาก่อน พระองค์ไม่ได้ทรงสร้างทั้งสองนั้นโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทรง สร้างทั้งสองนั้นเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากการตั้งภาคีของพวกเขาที่มีขึ้นอื่นจากพระองค์

خَلَقَ ٱلْإِنسَـٰنَ مِن نُّطْفَةٍۢ فَإِذَا هُوَ خَصِيمٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٤﴾

พระเจ้าสร้างมนุษย์จากหยดน้ำที่ต่ำต้อย ซึ่งจากนั้นก็พัฒนาจากรูปแบบหนึ่งไปอีกรูปแบบหนึ่ง สุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ขัดขืนโดยการโต้เถียงด้วยความ เท็จเพื่อขจัดความจริงอย่างชัดเจน

وَٱلْأَنْعَـٰمَ خَلَقَهَا ۗ لَكُمْ فِيهَا دِفْءٌۭ وَمَنَـٰفِعُ وَمِنْهَا تَأْكُلُونَ ﴿٥﴾

และปศุสัตว์ จากอูฐ วัว และแกะ พระองค์ทรงสร้างมันมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- และจากประโยชน์ตรงนี้คือ การได้รับความ อบอุ่นจากเส้นผมและขนของมัน และก็ประโยชน์อย่างอื่นอีกเช่นเดียวกัน อาทิเช่น นมของมัน หนังของมัน หลังของมัน(ใช้แบกสิ่งของ) และบริโภค เนื้อของมัน ولكم فيها جمال حين تريحون وحين تسرحون

وَلَكُمْ فِيهَا جَمَالٌ حِينَ تُرِيحُونَ وَحِينَ تَسْرَحُونَ ﴿٦﴾

และในตัวของมันมีความสง่างามสำหรับพวกเจ้า ในขณะที่พวกเจ้าเข้าสู่ช่วงเวลาพลบค่ำ(คือตอนนำมันกลับมาจากทุ่ง) และในขณะที่พวกเจ้านำพามัน ออกไปยังทุ่งหญ้าในตอนเช้า

وَتَحْمِلُ أَثْقَالَكُمْ إِلَىٰ بَلَدٍۢ لَّمْ تَكُونُوا۟ بَـٰلِغِيهِ إِلَّا بِشِقِّ ٱلْأَنفُسِ ۚ إِنَّ رَبَّكُمْ لَرَءُوفٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٧﴾

และสัตว์เหล่านี้ที่เราได้สร้างขึ้นมาแก่พวกเจ้า มันได้แบกสัมภาระของพวกเจ้าที่หนักหน่วงในการเดินทางของพวกเจ้าไปยังประเทศหนึ่งๆ ที่พวกเจ้า ไปไม่ถึง นอกจากจะต้องผ่านพ้นมันด้วยความยากลำบากมาก แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้านั้น -โอ้มนุษย์เอ๋ย- พระองค์คือผู้ที่มีความเมตตา สงสารยิ่ง ทรงกรุณาปราณีต่อพวกเจ้าโดยที่พระองค์นั้นได้ทรงทำให้สัตว์เหล่านี้ง่ายดายสำหรับพวกเจ้า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱلْخَيْلَ وَٱلْبِغَالَ وَٱلْحَمِيرَ لِتَرْكَبُوهَا وَزِينَةًۭ ۚ وَيَخْلُقُ مَا لَا تَعْلَمُونَ ﴿٨﴾

และอัลลอฮ์ทรงสร้างม้า ล่อ และลาไว้สำหรับพวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ขี่มัน และบรรทุกสัมภาระของพวกเจ้าไว้บนหลังของมัน และเพื่อเป็นเครื่อง ประดับแก่พวกเจ้า พวกเจ้าจะได้เกิดความสง่าในหมู่ผู้คน และพระองค์ยังทรงสร้างสิ่งอื่นๆที่พวกเจ้าไม่รู้ซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการ

وَعَلَى ٱللَّهِ قَصْدُ ٱلسَّبِيلِ وَمِنْهَا جَآئِرٌۭ ۚ وَلَوْ شَآءَ لَهَدَىٰكُمْ أَجْمَعِينَ ﴿٩﴾

และเป็นหน้าที่เหนืออัลลอฮ์ในการชี้นำสู่แนวทางที่เที่ยงตรง ที่จะนำพาไปสู่ความพอพระทัยของพระองค์และนั่นก็คือ ศาสนาอิสลาม และจากหลายๆ เส้นทาง นั้นมันก็มีเส้นทางของชัยฏอนที่เบี่ยงเบนออกจากความจริง และทุกๆเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางของอิสลามนั้น แน่นอนมันคือ การเบี่ยงเบน และหากว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะทำให้พวกเจ้าทั้งหมดได้รับการชี้นำสู่การศรัทธา แน่นอนพระองค์ก็จะทรงทำให้พวกเจ้าได้รับการชี้นำนั้นทั้งหมด

هُوَ ٱلَّذِىٓ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ ۖ لَّكُم مِّنْهُ شَرَابٌۭ وَمِنْهُ شَجَرٌۭ فِيهِ تُسِيمُونَ ﴿١٠﴾

พระองค์ผู้มหาบริสุทธิ์คือ ผู้ทรงหลั่งน้ำลงมาจากก้อนเมฆให้แก่พวกเจ้า สำหรับพวกเจ้าที่จะได้รับจากน้ำนั้น คือเป็นเครื่องดื่มที่พวกเจ้าและสัตว์เลี้ยง ของพวกเจ้าใช้ดื่มกิน และอีกส่วนจากนั้นไว้ให้พืชพรรณที่เจ้าไว้เลี้ยงสัตว์ของเจ้า

يُنۢبِتُ لَكُم بِهِ ٱلزَّرْعَ وَٱلزَّيْتُونَ وَٱلنَّخِيلَ وَٱلْأَعْنَـٰبَ وَمِن كُلِّ ٱلثَّمَرَٰتِ ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَتَفَكَّرُونَ ﴿١١﴾

อัลลอฮ์ทรงทำให้พืชผลที่พวกเจ้าไว้บริโภคกินนั้นงอกเงยขึ้นมาแก่พวกเจ้าด้วยกับน้ำนั่น และพระองค์ทรงให้ต้นมะกอก ต้นอินทผลัม และต้นองุ่น งอกขึ้นมาให้แก่พวกเจ้าด้วยน้ำนั้น และทรงทำให้ผลไม้ทั้งหมดออกดอกออกผลมาให้แก่พวกเจ้า แท้จริงในน้ำนั้น และสิ่งที่เติบโตมาจากมัน แน่นอน ย่อมเป็นหลักฐานยืนยันถึงความเดชานุภาพของอัลลอฮ์ สำหรับกลุ่มชนที่ตรึกตรองในการสร้างของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาก็จะเอามันมาเป็นหลัก ฐานยืนยันชี้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์

وَسَخَّرَ لَكُمُ ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ وَٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ ۖ وَٱلنُّجُومُ مُسَخَّرَٰتٌۢ بِأَمْرِهِۦٓ ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يَعْقِلُونَ ﴿١٢﴾

และอัลลอฮ์ทรงสร้างเวลากลางคืนแก่พวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้รับความสงบและได้พักผ่อนในเวลานั้น และสร้างกลางวัน เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ แสวงหาปัจจัยยังชีพ และพระองค์ทรงสร้างดวงอาทิตย์แก่พวกเจ้าแล้วได้ทำให้มันส่องแสง และสร้างดวงจันทร์แล้วก็ได้ทำให้มันมีแสงรัศมี และสร้าง หมู่ดาวเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่พวกเจ้า พระบัญชาของพระองค์ ด้วยดาวเหล่านั้นทำให้พวกเจ้าสามารถใช้มันนำทางในคืนที่เดือนมืดทั้งทางบกและ ทางน้ำ และเพื่อให้พวกเจ้าได้รับรู้ถึงเวลาต่างๆ เป็นต้น แท้จริงในการสร้างมันทั้งหมดขึ้นมานั้น แน่นอนย่อมเป็นหลักฐานที่ชัดแจ้งที่แสดงถึงความ เดชานุภาพของอัลลอฮ์ สำหรับกลุ่มชนที่ใช้ปัญญาใคร่ครวญ ดังนั้นพวกเขาคือบรรดาผู้ที่เข้าใจถึงวิทยปัญญาแห่งการสร้างสิ่งต่างๆ เหล่านั้น

وَمَا ذَرَأَ لَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ مُخْتَلِفًا أَلْوَٰنُهُۥٓ ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَذَّكَّرُونَ ﴿١٣﴾

และสิ่งที่พระผู้มหาบริสุทธิ์ทรงสร้างให้มีขึ้นในแผ่นดินนั้นเป็นประโยชน์สำหรับพวกท่าน เช่น แร่ธาตุต่างๆ สัตว์ต่างๆ และพืชพันธุ์ต่างๆซึ่งมีสีและชนิด ที่แตกต่างกันไป แท้จริงในการนั้น จากการสร้างและการให้ประโยชน์ แน่นอนย่อมเป็นหลักฐานที่บ่งบอกอย่างชัดเจนถึงความเดชานุภาพของอัลลอฮ์ ผู้มหาบริสุทธิ์ สำหรับกลุ่มชนผู้ใคร่ครวญมัน และพวกเขาก็รับรู้ว่าอัลลอฮ์นั้นคือผู้ที่มีความสามารถและเป็นผู้ที่ให้ความโปรดปรานي

وَهُوَ ٱلَّذِى سَخَّرَ ٱلْبَحْرَ لِتَأْكُلُوا۟ مِنْهُ لَحْمًۭا طَرِيًّۭا وَتَسْتَخْرِجُوا۟ مِنْهُ حِلْيَةًۭ تَلْبَسُونَهَا وَتَرَى ٱلْفُلْكَ مَوَاخِرَ فِيهِ وَلِتَبْتَغُوا۟ مِن فَضْلِهِۦ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿١٤﴾

من فضله ولعلكم تشكرون และพระองค์คือผู้ที่ทรงทำให้ทะเลนั้นเป็นประโยชน์สำหรับพวกเจ้า ดังนั้นพระองค์สามารถทำให้พวกเจ้าล่องลอยอยู่บนมันและนำสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา ได้ เพื่อที่พวกเจ้าจะได้กินสิ่งที่พวกเจ้านั้นจับมา อาทิ ปลาของมันที่มีเนื้อนุ่มสด และพวกเจ้าเอาเครื่องประดับออกจากมัน เป็นเครื่งประดับสำหรับเจ้า และสำหรับบรรดาสตรีของพวกเจ้า เช่น ไข่มุก และเจ้าเห็นเรือแล่นฝ่าคลื่นในท้องทะเล และพวกเจ้าได้ขับขี่เรือนั่นเพื่อแสวงหาความโปรดปรานขอ งอัลลอฮ์ ที่เป็นกำไรในการค้าขาย และหวังว่าพวกเจ้าจะขอบคุณต่ออัลลอฮ์ต่อสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงโปรดปรานสิ่งนั้นให้กับพวกเจ้า และจงทำอิบาด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ะฮ์ต่อพระองค์เพียงผู้เดียว

وَأَلْقَىٰ فِى ٱلْأَرْضِ رَوَٰسِىَ أَن تَمِيدَ بِكُمْ وَأَنْهَـٰرًۭا وَسُبُلًۭا لَّعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ ﴿١٥﴾

และพระองค์ทรงให้มีเทือกเขามั่นคงในแผ่นดิน เพื่อมิให้มันสั่นสะเทือนและเอนเอียงแก่พวกเจ้า และทรงทำให้น้ำไหลเป็นลำธารในแผ่นดิน เพื่อที่พวก เจ้าจะใช้ดื่มกินจากมัน และพวกเจ้าให้แก่สัตว์เลี้ยงของพวกเจ้าได้ดื่ม และไว้รดสวนไร่นาของพวกเจ้า และทรงแยกเป็นทาง เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้เป็น ทางผ่าน แล้วพวกเจ้าก็จะได้บรรลุเป้าหมายของพวกเจ้าโดยที่พวกเจ้านั้นจะไม่หลงทางอย่างแน่นอน

وَعَلَـٰمَـٰتٍۢ ۚ وَبِٱلنَّجْمِ هُمْ يَهْتَدُونَ ﴿١٦﴾

และพระองค์ทรงทำเครื่องหมายต่างๆไว้บนหน้าแผ่นดิน พวกเจ้าก็จะได้ใช้มันเป็นเครื่องนำทางในการเดินทางช่วงเวลากลางวัน และทรงสร้าง ดวงดาวบนท้องฟ้าไว้สำหรับพวกเจ้า เพื่อหวังว่าพวกเจ้าจะใช้มันนำทางในช่วงเวลากลางคืน

أَفَمَن يَخْلُقُ كَمَن لَّا يَخْلُقُ ۗ أَفَلَا تَذَكَّرُونَ ﴿١٧﴾

ดังนั้น ผู้ทรงสร้างสิ่งต่างๆ เหล่านี้และที่นอกเหนือจากนี้ นั้นเหมือนกับผู้ที่ไม่ได้สร้างสิ่งใดๆกระนั้นหรือ?! พวกเจ้ามิได้ใคร่ครวญถึงความยิ่งใหญ่ขอ งอัลลอฮ์ที่ทรงสร้างทุกๆ สิ่งขึ้นมา และพวกเจ้าก็เคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์เพียงผู้เดียว โดยไม่ตั้งภาคีร่วมกับพระองค์กับสิ่งที่ไม่ได้สร้างสิ่งใดๆ หรอกหรือ?

وَإِن تَعُدُّوا۟ نِعْمَةَ ٱللَّهِ لَا تُحْصُوهَآ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١٨﴾

และหากพวกเจ้าได้พยายาม -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ที่จะคำนวณนับความโปรดปรานของอัลลอฮ์อันมากมายที่พระองค์ได้ทรงประทานให้แก่พวกเจ้านั้น พวก เจ้าจะไม่สามารถคำนวณได้ เพราะด้วยจำนวนที่มากมายและชนิดที่แตกต่างกันของมัน แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยยิ่งโดยที่พระองค์นั้นไม่ได้ถือ โทษพวกเจ้าต่อการเพิกเฉยต่อการขอบคุณในความโปรดปรานเหล่านั้น ผู้ทรงเมตตายิ่ง โดยที่พระองค์นั้นไม่ได้ระงับตัดมันขาดออกจากพวกเจ้าไป จะด้วยสาเหตุของการฝ่าฝืนหรือด้วยความบกพร่องในการขอบคุณต่อพระองค์

وَٱللَّهُ يَعْلَمُ مَا تُسِرُّونَ وَمَا تُعْلِنُونَ ﴿١٩﴾

และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ -โอ้ปวงบ่าวเอ๋ย- ถึงสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดจากการงานของพวกเจ้า และพระองค์ก็ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นเปิดเผย จากการงานั้น ไม่มีอะไรที่จะซุกซ่อนไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำเหล่านั้น

وَٱلَّذِينَ يَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ لَا يَخْلُقُونَ شَيْـًۭٔا وَهُمْ يُخْلَقُونَ ﴿٢٠﴾

และสิ่งที่บรรดามุชรีกีนเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ พวกมันไม่ได้สร้างสิ่งใดเลยแม้แต่น้อยนิด และผู้ใดที่เคารพบูชาต่อพวกมันอื่นจากอัลลอฮ์ โดยที่ พวกเขาคือผู้ที่สร้างพวกมันขึ้นมาเอง พวกเขาเคารพบูชามันโดยปราศจากอัลลอฮฺได้อย่างไร? ต่อสิ่งที่พวกเขาสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำมือของพวกเขา เองจากบรรดารูปปั้ นเหล่านั้น

أَمْوَٰتٌ غَيْرُ أَحْيَآءٍۢ ۖ وَمَا يَشْعُرُونَ أَيَّانَ يُبْعَثُونَ ﴿٢١﴾

และพร้อมกับการที่พวกเขาได้เคารพบูชามัน พวกเขาก็ได้สร้างพวกมันมาด้วยน้ำมือของพวกเขาเอง พวกมันคือสิ่งที่ไม่มีชีวิตไร้ซึ่งจิตวิญญาณและ ไร้ซึ่งความรอบรู้ ดังนั้นพวกเขาไม่รู้ ว่าเมื่อไหร่พวกเขาและผู้ที่บูชาพวกเขาจะถูกให้ฟื้นขึ้นมาในวันกิยามะฮ์ เพื่อที่พวกเขาจะถูกโยนลงไปพร้อมกับ พวกมันในนรกญะฮันนัม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِلَـٰهُكُمْ إِلَـٰهٌۭ وَٰحِدٌۭ ۚ فَٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ قُلُوبُهُم مُّنكِرَةٌۭ وَهُم مُّسْتَكْبِرُونَ ﴿٢٢﴾

พระเจ้าของพวกเจ้าที่แท้จริงนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ และพระองค์นั้นคืออัลลอฮ์ ดังนั้นบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อการฟื้น คืนชีพเพื่อการตอบแทน หัวใจของพวกเขาจะปฏิเสธความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์ เพราะว่ามันไร้ซึ่งความเกรงกลัว ดังนั้นมันจะไม่ศรัทธาต่อการ คิดบัญชีและการลงโทษ และพวกเขาก็หยิ่งผยองไม่ยอมรับซึ่งสัจธรรม และไม่ยอมจำนนต่อพระองค์

لَا جَرَمَ أَنَّ ٱللَّهَ يَعْلَمُ مَا يُسِرُّونَ وَمَا يُعْلِنُونَ ۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلْمُسْتَكْبِرِينَ ﴿٢٣﴾

โดยแน่นอน แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาปกปิดมันจากการงานต่างๆ และทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาเปิดเผย ไม่มีอะไรที่จะซ่อนเร้นไป จากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนแก่พวกเขาตามการงานนั้น แท้จริงพระองค์มิทรงรักบรรดาผู้หยิ่งผยองที่หันเหไปจากการเคารพอิบา ดะฮ์และยอมจำนนต่อพระองค์ ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ก็จะทรงเกลียดชังพวกเขาอย่างที่สุด

وَإِذَا قِيلَ لَهُم مَّاذَآ أَنزَلَ رَبُّكُمْ ۙ قَالُوٓا۟ أَسَـٰطِيرُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٢٤﴾

และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อความเป็นหนึ่งเดียวของผู้ทรงสร้างและปฏิเสธต่อการฟื้ นคืนชีพว่า "อัลลอฮ์ได้ประทานสิ่งใดลงมาแก่มูฮำ หมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม หรือ?" พวกเขาก็จะตอบว่า "พระองค์มิได้ประทานสิ่งใดให้แก่เขาเลย และแท้จริงสิ่งนั้นล้วนแล้วมันมาจากตัวของเขา เอง ที่เป็นนิยายของคนสมัยก่อนและเรื่องราวโกหกหลอกหลวงของพวกเขา"

لِيَحْمِلُوٓا۟ أَوْزَارَهُمْ كَامِلَةًۭ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ ۙ وَمِنْ أَوْزَارِ ٱلَّذِينَ يُضِلُّونَهُم بِغَيْرِ عِلْمٍ ۗ أَلَا سَآءَ مَا يَزِرُونَ ﴿٢٥﴾

เพื่อจุดจบของพวกเขาด้วยการแบกรับบาปของตนไว้อย่างครบถ้วน และยังต้องแบกรับบาปบางอย่างของผู้ที่พวกเขาได้ทำให้หลงทางจากศาสนา อิสลาม จะโดยปราศจากความรู้หรือจะโดยแบบตามๆ กันมา ดังนั้นไม่มีบาปใดที่จะเลวร้ายยิ่งไปกว่าผู้ที่ต้องแบกบาปของพวกเขาและบาปของผู้ที่ ตามพวกเขา

قَدْ مَكَرَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ فَأَتَى ٱللَّهُ بُنْيَـٰنَهُم مِّنَ ٱلْقَوَاعِدِ فَخَرَّ عَلَيْهِمُ ٱلسَّقْفُ مِن فَوْقِهِمْ وَأَتَىٰهُمُ ٱلْعَذَابُ مِنْ حَيْثُ لَا يَشْعُرُونَ ﴿٢٦﴾

لا يشعرون แน่นอน บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มาก่อนหน้าพวกเขาเหล่านั้น ได้วางแผนร้ายต่อบรรดาเราะสูลของพวกเขา ดังนั้นอัลลอฮ์ก็ได้ทรงทำลายอาคารบ้าน เรือนของพวกเขาจากรากฐานของมัน ดังนั้นหลังคาที่อยู่เหนือพวกเขาก็ได้หล่นลงมาทับพวกเขา และการลงโทษนั้นก็ได้มายังพวกเขาโดยที่พวกเขา ไม่ได้คาดคิด แน่นอนยิ่งพวกเขาคาดว่าอาคารบ้านเรือนของพวกเขาจะปกป้องพวกเขา และแล้วพวกเขาก็ได้โดนทำลายด้วยกับมัน

ثُمَّ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ يُخْزِيهِمْ وَيَقُولُ أَيْنَ شُرَكَآءِىَ ٱلَّذِينَ كُنتُمْ تُشَـٰٓقُّونَ فِيهِمْ ۚ قَالَ ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ إِنَّ ٱلْخِزْىَ ٱلْيَوْمَ وَٱلسُّوٓءَ عَلَى ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٢٧﴾

แล้วในวันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์จะทรงให้พวกเขาอัปยศและอับอายขายหน้าด้วยการลงโทษ และพระองค์จะทรงตรัสแก่พวกเขาว่า "ไหนเล่าภาคีของข้าที่ พวกเจ้าเคยตั้งเป็นภาคีร่วมกับข้าในการเคารพบูชา และที่ทำให้พวกเจ้าเป็นปรปักษ์กับบรรดานบีของข้าและบรรดาผู้ศรัทธาด้วยสาเหตุพวกมัน? บรรดาผู้รู้กล่าวว่า "แท้จริงความอัปยศและการลงโทษในวันกิยามะฮ์นั้นมันจะประสบแก่พวกปฏิเสธศรัทธา"

ٱلَّذِينَ تَتَوَفَّىٰهُمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ ظَالِمِىٓ أَنفُسِهِمْ ۖ فَأَلْقَوُا۟ ٱلسَّلَمَ مَا كُنَّا نَعْمَلُ مِن سُوٓءٍۭ ۚ بَلَىٰٓ إِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمٌۢ بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٢٨﴾

บรรดาผู้ที่มลาอิกะฮ์แห่งความตายและเหล่าผู้ช่วยของเขาจากมลาอิกะฮ์ ได้เอาชีวิตของพวกเขา ในขณะที่พวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองโดย การปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นทำให้พวกเขายอมจำนนต่อสิ่งที่ประสบกับพวกเขาซึ่งความตาย และพวกเขาก็ได้ปฏิเสธถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ ไว้จากสิ่งที่เป็นการปฏิเสธการศรัทธาและการฝ่าฝืนต่างๆ โดยคิดว่าการปฏิเสธนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา ดังนั้นก็ได้มีคำกล่าวแก่พวกเขาขึ้นว่า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร "พวกเจ้านั้นโกหก แท้จริงพวกเจ้าคือบรรดาผู้ปฏิเสธ ที่กระทำในสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืน แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นได้กระทำไว้ในโลก ดุนยา มันไม่มีอะไรที่สามารถซุกซ่อนไปจากพระองค์ได้ และพระองค์ก็จะตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำเหล่านั้น"

فَٱدْخُلُوٓا۟ أَبْوَٰبَ جَهَنَّمَ خَـٰلِدِينَ فِيهَا ۖ فَلَبِئْسَ مَثْوَى ٱلْمُتَكَبِّرِينَ ﴿٢٩﴾

มีผู้กล่าวแก่พวกเขาว่า "จงเข้าไปสู่ประตูนรกตามการกระทำของพวกเจ้า ซึ่งจะคงอยู่ในนั้นตลอดไป" เป็นที่พำนักที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้ที่หยิ่งผยอง ปฏิเสธที่จะศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียว

۞ وَقِيلَ لِلَّذِينَ ٱتَّقَوْا۟ مَاذَآ أَنزَلَ رَبُّكُمْ ۚ قَالُوا۟ خَيْرًۭا ۗ لِّلَّذِينَ أَحْسَنُوا۟ فِى هَـٰذِهِ ٱلدُّنْيَا حَسَنَةٌۭ ۚ وَلَدَارُ ٱلْـَٔاخِرَةِ خَيْرٌۭ ۚ وَلَنِعْمَ دَارُ ٱلْمُتَّقِينَ ﴿٣٠﴾

และได้ถูกกล่าวแก่บรรดาผู้ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาที่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้และห่างไกลจากข้อห้ามต่างๆของพระองค์ว่า “พระผู้อภิบาลของ พวกเจ้าได้ประทานอะไรลงมาแก่นบีของพวกเจ้า มูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม กระนั้นหรือ?” พวกเขาตอบว่า “อัลลอฮ์ได้ทรงประทานความดีที่ ยิ่งใหญ่”สำหรับบรรดาผู้ปฏิบัติอิบาดะฮ์ที่ดีต่ออัลลอฮ์ และเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต่อปวงบ่าวของพระองค์ในชีวิตโลกนี้ คือการตอบแทนที่ดี ซึ่งมันคือ ชัยชนะและความมั่งคั่งในปัจจัยยังชีพ และสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงเตรียมไว้ให้แก่พวกเขาในปรโลกนั้นย่อมดีกว่าสิ่งที่พระองค์ได้ทรงมอบให้แก่พวกเขาใน โลกดุนยานี้ และที่พำนักที่ดีเลิศคือที่พำนักในปรโลกสำหรับบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาด้วยการเชื่อฟังคำสั่งสอนและหลีกห่างจาก ข้อห้ามต่างๆของพระองค์

جَنَّـٰتُ عَدْنٍۢ يَدْخُلُونَهَا تَجْرِى مِن تَحْتِهَا ٱلْأَنْهَـٰرُ ۖ لَهُمْ فِيهَا مَا يَشَآءُونَ ۚ كَذَٰلِكَ يَجْزِى ٱللَّهُ ٱلْمُتَّقِينَ ﴿٣١﴾

สรวงสวรรค์ที่เป็นที่พำนักและที่มีความมั่นคง พวกเขาจะเข้าไปในนั้น ซึ่งมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างที่พำนักของมันและใต้พุ่มไม้ของมัน สำหรับพวกเขาในสรวงสวรรค์นั้นจะมีสิ่งที่มันตรงต่อความปรารถนาของพวกเขาที่เป็นอาหาร เครื่องดื่มและอื่นๆ ที่นอกเหนือจากทั้งสอง เช่น เดียวกันนี้การตอบแทนดังกล่าว ที่พระองค์จะทรงตอบแทนต่อบรรดาผู้ยำเกรงในหมู่ประชาชาติของท่านนบีมูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม พระองค์จะทรงตอบแทนแก่บรรดาผู้ยำเกรงในหมู่ประชาชาติก่อนๆที่ผ่านมาเช่นกัน

ٱلَّذِينَ تَتَوَفَّىٰهُمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ طَيِّبِينَ ۙ يَقُولُونَ سَلَـٰمٌ عَلَيْكُمُ ٱدْخُلُوا۟ ٱلْجَنَّةَ بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٣٢﴾

บรรดาผู้ที่มลาอิกะฮ์แห่งความตายและพรรคพวกของเขาจากเหล่ามลาอิกะฮ์ได้เอาชีวิตของพวกเขาในสภาพที่หัวใจของพวกเขานั้นบริสุทธิ์ปราศจาก การปฏิเสธศรัทธา บรรดามลาอิกะฮ์จะกล่าวแก่พวกเขา ด้วยคำกล่าวของพวกเขาว่า "ศานติจงมีแด่พวกเจ้า พวกเจ้านั้นได้ผ่านพ้นจากภัยพิบัติแล้ว จงเข้าไปในสวรรค์ ด้วยสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกดุนยา จากความเชื่อที่ถูกต้องและการกระทำที่ดี

هَلْ يَنظُرُونَ إِلَّآ أَن تَأْتِيَهُمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ أَوْ يَأْتِىَ أَمْرُ رَبِّكَ ۚ كَذَٰلِكَ فَعَلَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ ۚ وَمَا ظَلَمَهُمُ ٱللَّهُ وَلَـٰكِن كَانُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ ﴿٣٣﴾

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านี้ไม่ได้รอสิ่งใด ๆ นอกจากการมาของมลาอิกะฮ์แห่งความตายและบริวารของเขาจากเหล่ามลาอิกะฮ์ที่จะมารับวิญญาณ ของพวกเขาและตีใบหน้าและหลังของพวกเขา หรือรอพระบัญชาของอัลลอฮ์เพื่อกำจัดพวกเขาด้วยการลงโทษในโลกนี้ กระนั้นหรือ? ซึ่งการกระทำดัง กล่าวที่บรรดามุชรีกีนในมักกะฮ์กำลังกระทำอยู่นั่น มันเหมือนกับการกระทำของบรรดามุชรีกีนที่มาก่อนหน้าพวกเขา และพระองค์ก็มิได้ทรงอธรรม ต่อพวกเขาครั้นเมื่อขณะที่พระองค์ได้ลงโทษพวกเขา แต่พวกเขาเองต่างหากที่กำลังอธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการนำพาไปสู่ความวิบัติโดย การปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่ออัลลอฮ์ فأصابهم سئات ما عملواوحاق بهم ما كانوابه يستهزءون

فَأَصَابَهُمْ سَيِّـَٔاتُ مَا عَمِلُوا۟ وَحَاقَ بِهِم مَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿٣٤﴾

ดังนั้น บทลงโทษที่เป็นผลจากการกระทำของพวกเขา ได้ประสบกับพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้ และพวกเขาถูกห้อมล้อมด้วยการลงโทษที่พวก เขาเคยเยาะเย้ยเมื่อใดก็ตามที่พวกเขานึกถึงมัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَالَ ٱلَّذِينَ أَشْرَكُوا۟ لَوْ شَآءَ ٱللَّهُ مَا عَبَدْنَا مِن دُونِهِۦ مِن شَىْءٍۢ نَّحْنُ وَلَآ ءَابَآؤُنَا وَلَا حَرَّمْنَا مِن دُونِهِۦ مِن شَىْءٍۢ ۚ كَذَٰلِكَ فَعَلَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ ۚ فَهَلْ عَلَى ٱلرُّسُلِ إِلَّا ٱلْبَلَـٰغُ ٱلْمُبِينُ ﴿٣٥﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ในการเคารพบูชานั้น กล่าวว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะให้พวกเราเคารพบูชาต่อพระองค์เพียงองค์เดียว พวกเรา ก็จะไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ต่อสิ่งอื่นใดที่พวกเราได้เคารพบูชามันนอกเหนือพระองค์ ทั้งพวกเราและบรรพบุรุษของพวกเราที่มาก่อนหน้าพวกเรา และ หากว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะมิให้พวกเราห้ามสิ่งหนึ่งสิ่งใด พวกเราก็ไม่ห้ามมัน" ด้วยกับข้อกล่าวอ้างอันมดเท็จอันนี้แหละที่บรรดาผู้ปฏิเสธ ศรัทธาชนรุ่นก่อนได้กล่าวอ้างมันไว้ ดังนั้น บรรดาเราะสูลมิได้มีหน้าที่อื่นใด นอกจากการประกาศอันชัดแจ้งถึงสิ่งที่พวกเขาได้รับสั่งมาให้เป่าประกาศ เท่านั้น และแน่นอนพวกเขาทั้งหลายก็ได้ทำการเป่าประการมันแล้ว และไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาจะแก้ตัวด้วยการอ้างถึงกฎกำหนด สภาวการณ์ หลังจากที่อัลลอฮ์ได้ทรงมอบให้แก่พวกเขาซึ่งความต้องการและอิสระในการตัดสิน และพระองค์ก็ได้ส่งไปยังพวกเขา ซึ่งเหล่าบรรดาเราะ สูลของพระองค์

وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِى كُلِّ أُمَّةٍۢ رَّسُولًا أَنِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ وَٱجْتَنِبُوا۟ ٱلطَّـٰغُوتَ ۖ فَمِنْهُم مَّنْ هَدَى ٱللَّهُ وَمِنْهُم مَّنْ حَقَّتْ عَلَيْهِ ٱلضَّلَـٰلَةُ ۚ فَسِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَٱنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُكَذِّبِينَ ﴿٣٦﴾

แท้จริงเราได้ส่งเราะสูลไปยังทุก ๆ ประชาชาติเพื่อเชิญชวนประชาชาติของเขาให้เคารพสักการะอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว และละทิ้งการเคารพสักการะต่อสิ่ง อื่นจากพระองค์ ในรูปของรูปเคารพ บรรดาชัยฏอนและอื่น ๆ ดังนั้นในหมู่พวกเขามีผู้ที่อัลลอฮ์ทรงแนะนำสู้สัจธรรมให้แล้วเขาก็ศรัทธาต่อพระองค์ และปฏิบัติตามสิ่งที่เราะสูลของพระองค์นำมา และพวกเขาบางคนปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ไม่เชื่อฟังเราะสูลของพระองค์ ดังนั้นอัลลอฮ์จึงไม่ทรง แนะทางแห่งสัจธรรมแก่เขา ด้วยเหตุนี้การหลงทางจึงเป็นสิ่งที่ควรสำหรับเขา ดังนั้นจงเดินบนแผ่นดินเพื่อพวกเจ้าจะเห็นด้วยตาของพวกเจ้าเองว่า มันได้เกิดอะไรขึ้นกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาหลังจากการลงโทษได้เกิดขึ้นกับพวกเขา

إِن تَحْرِصْ عَلَىٰ هُدَىٰهُمْ فَإِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهْدِى مَن يُضِلُّ ۖ وَمَا لَهُم مِّن نَّـٰصِرِينَ ﴿٣٧﴾

แม้ว่าเจ้า -โอ้เราะสูล- จะพยายามทำทุกอย่างที่เจ้ามีความสามารถทำได้เพื่อเรียกร้องคนเหล่านี้ และทุ่มเทอย่างหนักที่จะให้แนวทางแก่พวกเขาและเจ้า ได้ใช้เหตุผลต่างๆเพื่อการนั้นก็ตาม แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงแนะนำแนวทางผู้ที่พระองค์ทรงให้หลง และพวกเขาจะไม่มีใครนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น ที่ จะช่วยเหลือพวกเขาด้วยการปกป้องพวกเขาจากการลงโทษق

وَأَقْسَمُوا۟ بِٱللَّهِ جَهْدَ أَيْمَـٰنِهِمْ ۙ لَا يَبْعَثُ ٱللَّهُ مَن يَمُوتُ ۚ بَلَىٰ وَعْدًا عَلَيْهِ حَقًّۭا وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٣٨﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธเหล่านั้นได้สาบานต่ออัลลอฮ์ ด้วยการสาบานที่หนักแน่น จริงจัง และมั่นใจ ในคำสาบานของพวกเขาว่า "อัลลอฮ์จะไม่ทรงให้ผู้ตาย ฟื้ นขึ้นมาอีก" โดยที่ไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ ถึงเรื่องนี้สำหรับพวกเขาเลย ไม่ใช่อย่างนั้นเลย อัลลอฮ์จะทรงทำให้คืนชีพให้กับทุกๆ คนที่ตายไป มันเป็น สัญญาที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนสำหรับพระองค์ แต่ทว่ามนุษย์ส่วนใหญ่นั้นไม่รู้ว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงทำให้ฟื้นคืนชีพให้กับผู้ที่ตายไปแล้วอีกครั้งได้ ดั้งนั้นพวกเขาจึงปฏิเสธการฟื้ นคืนชีพ

لِيُبَيِّنَ لَهُمُ ٱلَّذِى يَخْتَلِفُونَ فِيهِ وَلِيَعْلَمَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ أَنَّهُمْ كَانُوا۟ كَـٰذِبِينَ ﴿٣٩﴾

อัลลอฮ์จะทรงทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพทั้งหมดในวันกิยามะฮ์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงแก่พวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในเรื่องนั้น ที่เกี่ยวกับการ ศรัทธาต่อความเป็นเอกะของพระองค์ เรื่องการฟื้นคืนชีพ และเรื่องการเป็นนบี แล้วเพื่อให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้รู้ว่าแท้จริงพวกเขานั้นเป็นผู้ โกหก ต่อการกล่าวอ้างของพวกเขาว่า มีภาคีร่วมกับอัลลอฮ์ และในเรื่องของการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่อการฟื้ นคืนชีพ

إِنَّمَا قَوْلُنَا لِشَىْءٍ إِذَآ أَرَدْنَـٰهُ أَن نَّقُولَ لَهُۥ كُن فَيَكُونُ ﴿٤٠﴾

แท้จริงเมื่อเราปรารถนาที่จะให้ผู้ตายมีชีวิตขึ้นมาหรือทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพ แน่นอนไม่มีผู้ใดที่จะห้ามเราจากการกระทำนั้นได้ แท้จริงเราจะดำรัสแก่ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเราต้องการมัน เราก็จะดำรัสแก่มันว่า "จงเป็น" แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱلَّذِينَ هَاجَرُوا۟ فِى ٱللَّهِ مِنۢ بَعْدِ مَا ظُلِمُوا۟ لَنُبَوِّئَنَّهُمْ فِى ٱلدُّنْيَا حَسَنَةًۭ ۖ وَلَأَجْرُ ٱلْـَٔاخِرَةِ أَكْبَرُ ۚ لَوْ كَانُوا۟ يَعْلَمُونَ ﴿٤١﴾

บรรดาผู้ที่ละทิ้งบ้านเมือง ครอบครัว และทรัพย์สินของพวกเขาเพื่ออพยพจากแผ่นดินแห่งการปฏิเสธศรัทธาไปยังแผ่นดินแห่งอิสลาม เพื่อแสวงหา ความพอพระทัยของอัลลอฮ์ หลังจากที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ทรมานและกดขี่ชีวิตของพวกเขา แน่นอนเราจะให้พวกเขาได้อยู่ในที่พำนักในโลกดุนยานี้ อย่างมีเกียรติ และแท้จริงรางวัลแห่งปรโลกนั้นยิ่งใหญ่กว่าเพราะรางวัลที่มีในนั้นส่วนหนึ่งก็คือสวรรค์ หากผู้ที่ละทิ้งการอพยพได้รู้ถึงรางวัลของผู้ อพยพ พวกเขาจะไม่ละทิ้งการอพยพอย่างแน่นอน

ٱلَّذِينَ صَبَرُوا۟ وَعَلَىٰ رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ ﴿٤٢﴾

บรรดาผู้ที่อพยพในหนทางของอัลลอฮฺ์นั้น พวกเขาคือบรรดาผู้ที่อดทนต่อภัยอันตรายจากกลุ่มชนของพวกเขา และอดทนต่อการละทิ้งเครือญาติและ แผ่นดินเกิดของพวกเขา และเช่นเดียวกันพวกเขาได้อดทนกับการเชื่อฟังอัลลอฮ์ และพวกเขาก็มอบความไว้วางใจต่อพระเจ้าของพวกเขาเพียงผู้ เดียว ในทุกๆ กิจการของพวกเขา ดังนั้นอัลลอฮ์ก็ได้ทรงมอบรางวัลอันล้ำค่าอันนี้แก่พวกเขา

وَمَآ أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ إِلَّا رِجَالًۭا نُّوحِىٓ إِلَيْهِمْ ۚ فَسْـَٔلُوٓا۟ أَهْلَ ٱلذِّكْرِ إِن كُنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ﴿٤٣﴾

และเรามิได้ส่งผู้ใดมาก่อนหน้าเจ้า -โอ้เราะสูล- นอกจากเป็นผู้ชายที่มาจากมนุษย์ซึ่งเราได้ประทานวะฮีย์แก่พวกเขา ดังนั้นเรามิได้ส่งเราะสูลคนใดเลย ที่มาจากมลาอิกะฮ์ และนี่คือกฎเกณฑ์ของเราที่ตายตัว และถ้าหากว่าพวกเจ้านั้นไม่อาจยอมรับในสิ่งนั้นได้ ดังนั้นพวกเจ้าจงถามบรรดาชาวคัมภีร์รุ่น ก่อนๆพวกเขาก็จะบอกกับพวกท่านว่าแท้จริงบรรดาเราะสูลที่ถูกส่งมานั้น พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์ทั่วไป พวกเขามิได้เป็นมลาอิกะฮ์หรอก หากพวก เจ้าไม่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นมนุษย์

بِٱلْبَيِّنَـٰتِ وَٱلزُّبُرِ ۗ وَأَنزَلْنَآ إِلَيْكَ ٱلذِّكْرَ لِتُبَيِّنَ لِلنَّاسِ مَا نُزِّلَ إِلَيْهِمْ وَلَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ ﴿٤٤﴾

เราได้ส่งบรรดาศาสนทูตเหล่านั้นที่มาจากหมู่มนุษย์ด้วยหลักฐานทั้งหลายที่ชัดแจ้ง และคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ถูกส่งลงมา และเราได้ประทานอัลกุรอานให้แก่ เจ้า โอ้เราะสูล เพื่อที่เจ้าจะได้ชี้แจง (ให้กระจ่าง) แก่มนุษย์ซึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องชี้แจง และหวังว่าพวกเขาจะได้ใช้ความคิดของพวกเขาไตร่ตรอง แล้ว พวกเขาจะได้รับเป็นข้อเตือนสติด้วยเนื้อหาของมัน

أَفَأَمِنَ ٱلَّذِينَ مَكَرُوا۟ ٱلسَّيِّـَٔاتِ أَن يَخْسِفَ ٱللَّهُ بِهِمُ ٱلْأَرْضَ أَوْ يَأْتِيَهُمُ ٱلْعَذَابُ مِنْ حَيْثُ لَا يَشْعُرُونَ ﴿٤٥﴾

บรรดาผู้วางแผนชั่วร้ายทั้งหลายที่คอยขัดขวางหนทางของอัลลอฮ์ จะปลอดภัยกระนั้นหรือ จากการที่อัลลอฮ์จะทรงให้ธรณีสูบพวกเขาดังเช่นที่ได้ เกิดขึ้นกับกอรูน หรือการลงโทษที่จะมาเยือนพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่ได้รอคอยการมาของมัน أو يأخذهم فى تقلبهم فما هم بمعجزين

أَوْ يَأْخُذَهُمْ فِى تَقَلُّبِهِمْ فَمَا هُم بِمُعْجِزِينَ ﴿٤٦﴾

หรือการลงโทษจะประสบกับพวกเขาในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางและแสวงหารายได้ ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะหนีพ้นหรือป้องกันตนเองได้ أو يأخذهم عل تخوف فإن ربكم لرءوف رحيم

أَوْ يَأْخُذَهُمْ عَلَىٰ تَخَوُّفٍۢ فَإِنَّ رَبَّكُمْ لَرَءُوفٌۭ رَّحِيمٌ ﴿٤٧﴾

หรือพวกเขารู้สึกปลอดภัยจากการลงโทษของอัลลอฮ์ในขณะที่พวกเขาเกรงกลัวพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์สามารถที่จะลงโทษพวกเขาในทุกกรณี แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเป็นผู้ทรงเอ็นดูและเมตตาเสมอ เพราะพระองค์ไม่ทรงเร่งการลงโทษโดยหวังว่า พวกเขาจะกลับใจสู่พระองค์

أَوَلَمْ يَرَوْا۟ إِلَىٰ مَا خَلَقَ ٱللَّهُ مِن شَىْءٍۢ يَتَفَيَّؤُا۟ ظِلَـٰلُهُۥ عَنِ ٱلْيَمِينِ وَٱلشَّمَآئِلِ سُجَّدًۭا لِّلَّهِ وَهُمْ دَٰخِرُونَ ﴿٤٨﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น พวกเขามิได้ดูด้วยการพินิจพิจารณาไปยังสิ่งที่ถูกสร้างของพระองค์บ้างหรอกหรือว่า เงาของมันจะทอดไปทาง ขวาและทางซ้ายตามการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ หรือการเคลื่อนที่ของมันในยามกลางวันและตามการเคลื่อนไหวของดวงจันทร์ในเวลากลางคืน เ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร พื่อเป็นการนอบน้อมต่อพระเจ้าของมัน เป็นการสุญูดต่อพระองค์ซึ่งเป็นการสุญูดอย่างแท้จริง และมันยอมจำนน

وَلِلَّهِ يَسْجُدُ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ مِن دَآبَّةٍۢ وَٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ وَهُمْ لَا يَسْتَكْبِرُونَ ﴿٤٩﴾

และสิงที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน ที่เป็นสัตว์โลกทั้งหลาย และแด่พระองค์เพียงผู้เดียวที่บรรดามะลาอิกะฮ์จะสุญูด และพวกเขาจะไม่ หยิ่งผยองต่อการเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ และเชื่อฟังต่อพระองค์

يَخَافُونَ رَبَّهُم مِّن فَوْقِهِمْ وَيَفْعَلُونَ مَا يُؤْمَرُونَ ۩ ﴿٥٠﴾

และพวกเขา (พร้อมกับความเคร่งครัดของพวกเขาในการทำอิบาดะฮ์และเชื่อฟังอย่างสม่ำเสมอ) พวกเขาเกรงกลัวพระผู้อภิบาลของพวกเขาซึ่งอยู่ เหนือพวกเขาด้วยกับตัวตนของพระองค์เอง ด้วยบารมีที่ยิ่งใหญ่และอำนาจที่สูงส่งของพระองค์ และพวกเขาก็จะปฏิบัติตามสิ่งที่พระผู้อภิบาลของ พวกเขาทรงบัญชา เพื่อแสดงถึงการเชื่อฟัง

۞ وَقَالَ ٱللَّهُ لَا تَتَّخِذُوٓا۟ إِلَـٰهَيْنِ ٱثْنَيْنِ ۖ إِنَّمَا هُوَ إِلَـٰهٌۭ وَٰحِدٌۭ ۖ فَإِيَّـٰىَ فَٱرْهَبُونِ ﴿٥١﴾

และอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสแก่บรรดาบ่าวของพระองค์ทั้งหมดว่า "พวกเจ้าอย่าได้เคารพสักการะพระเจ้าสององค์ แท้จริงพระองค์คือ พระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนั้น มีองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีองค์ที่สองและไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ ดังนั้น เฉพาะข้าเท่านั้น พวก เจ้าจงยำเกรง และจงอย่าได้เกรงกลัวสิ่งอื่นใดนอกจากข้า"

وَلَهُۥ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَلَهُ ٱلدِّينُ وَاصِبًا ۚ أَفَغَيْرَ ٱللَّهِ تَتَّقُونَ ﴿٥٢﴾

และสำหรับพระองค์เท่านั้นเป็นเจ้าของซึ่งทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและในแผ่นดิน ทั้งการสร้าง การครอบครอง และการจัดการ และเช่นเดียวกัน สำหรับพระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่คู่ควรแก่การเชื่อฟัง การนอบน้อม และบริสุทธิ์จริงใจตลอดกาล ดังนั้นพวกเจ้าจะยำเกรงผู้อื่นจากอัลลอฮ์อีก กระนั้นหรือ?! เปล่าเลย แต่ทว่าพวกเขานั้นได้เกรงกลัวต่อพระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น

وَمَا بِكُم مِّن نِّعْمَةٍۢ فَمِنَ ٱللَّهِ ۖ ثُمَّ إِذَا مَسَّكُمُ ٱلضُّرُّ فَإِلَيْهِ تَجْـَٔرُونَ ﴿٥٣﴾

และไม่มีความโปรดปรานใดๆ ทั้งในด้านศาสนาหรือด้านโลกดุนยาที่พวกเจ้านั้นได้รับ -โอ้มนุษย์เอ๋ย- แท้จริงมันมาจากอัลลอฮ์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ เท่านั้น มันไม่ได้มาจากผู้อื่นใดที่นอกเหนือจากพระองค์ ดังนั้น เมื่อบททดสอบ หรือโรคร้าย หรือความทุกข์ยากใดๆ มาประสบแก่พวกเจ้า ดังนั้นแด่ พระองค์เท่านั้น ที่พวกเจ้าต้องคร่ำครวญขอวิงวอน เพื่อให้พระองค์ขจัดมันออกไปจากพวกเจ้าซึ่งสิ่งที่ได้ประสบกับพวกเจ้า ดังนั้นผู้ใดที่คอยมอบ ความสุข และขจัดความทุกข์ให้ เขาผู้นั้นคือผู้ที่สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการเคารพสักการะเพียงผู้เดียว

ثُمَّ إِذَا كَشَفَ ٱلضُّرَّ عَنكُمْ إِذَا فَرِيقٌۭ مِّنكُم بِرَبِّهِمْ يُشْرِكُونَ ﴿٥٤﴾

แล้วเมื่อการวิงวอนของพวกเจ้าได้รับการตอบรับ พระองค์ก็ได้ทรงขจัดความทุกข์ยากออกจากพวกเจ้า ทันใดนั้นกลุ่มหนึ่งจากพวกเจ้าก็จะตั้งภาคี ต่อพระเจ้าของพวกเขา โดยที่พวกเขาได้เคารพสักการะต่อพระองค์พร้อมกับสิ่งอื่นด้วย นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ยุติธรรมอะไรเช่นนี้?!

لِيَكْفُرُوا۟ بِمَآ ءَاتَيْنَـٰهُمْ ۚ فَتَمَتَّعُوا۟ ۖ فَسَوْفَ تَعْلَمُونَ ﴿٥٥﴾

การตั้งภาคีของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์นั้น ทำให้พวกเขาต้องเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่ได้ให้แก่พวกเขา เช่น การขจัดความทุกข์ยาก และด้วยเหตุนี้ได้มีการกล่าวแก่พวกเขาว่า "จงมีความสุขกับสิ่งที่พวกเจ้าได้รับจากความโปรดปรานนั้นเถิด จนกว่าการลงโทษของอัลลอฮ์จะมายัง พวกเจ้าไม่ช้าก็เร็ว بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَيَجْعَلُونَ لِمَا لَا يَعْلَمُونَ نَصِيبًۭا مِّمَّا رَزَقْنَـٰهُمْ ۗ تَٱللَّهِ لَتُسْـَٔلُنَّ عَمَّا كُنتُمْ تَفْتَرُونَ ﴿٥٦﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีได้กำหนดส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเขาที่เราได้ประทานให้ โดยแบ่งให้แก่เจว็ดของพวกเขาซึ่งเป็นเจว็ดที่ไม่สามารถรับรู้ อะไรเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตและมันก็ไม่ได้ให้คุณหรือให้โทษใดๆ เพื่อเป็นการแสวงหาความไกล้ชิดต่อเจว็ดเหล่านั้น ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ พวก เจ้าจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์อย่างแน่นอน -โอ้บรรดาพวกผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย- ถึงสิ่งที่พวกเจ้าคิดว่าบรรดาเจว็ดเหล่านี้เป็นพระเจ้า และคิดว่าส่วน หนึ่งจากทรัพย์สินของพวกเจ้ามีไว้สำหรับเจว็ดเหล่านั้น

وَيَجْعَلُونَ لِلَّهِ ٱلْبَنَـٰتِ سُبْحَـٰنَهُۥ ۙ وَلَهُم مَّا يَشْتَهُونَ ﴿٥٧﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีได้กำหนดบุตรีให้แก่อัลลอฮ์ และพวกเขาเชื่อว่าบรรดาบุตรีเหล่านั้นคือมะลาอิกฮ์ ดังนั้นพวกเขาได้กำหนดการมีบุตรให้แก่ พระองค์ และพวกเขาได้เลือกให้แก่พระองค์ซึ่งสิ่งที่พวกเขาเองนั้นไม่ชอบ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ และทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาได้กำหนดให้แก่ พระองค์ และพวกเขาได้กำหนดแก่พวกเขาเองซึ่งสิ่งที่พวกเขาชอบد นั้นคือบุตรชาย ดังนั้นอะไรมันจะชั่วช้ายิ่งกว่านี้?!

وَإِذَا بُشِّرَ أَحَدُهُم بِٱلْأُنثَىٰ ظَلَّ وَجْهُهُۥ مُسْوَدًّۭا وَهُوَ كَظِيمٌۭ ﴿٥٨﴾

และเมื่อมีการแจ้งข่าวในหมู่ผู้ตั้งภาคีว่า ด้วยการได้ลูกสาว ใบหน้าของเขาก็จะหมองคล้ำ เนื่องด้วยความไม่พอใจต่อข่าวที่เขาได้รับมา และหัวใจของ เขานั้นเต็มไปด้วยความกังวลและความโศกเศร้า จากนั้นเขาก็กำหนดให้แก่อัลลอฮ์ซึ่งสิ่งที่ตัวของเขาเองนั้นไม่พึงพอใจ!

يَتَوَٰرَىٰ مِنَ ٱلْقَوْمِ مِن سُوٓءِ مَا بُشِّرَ بِهِۦٓ ۚ أَيُمْسِكُهُۥ عَلَىٰ هُونٍ أَمْ يَدُسُّهُۥ فِى ٱلتُّرَابِ ۗ أَلَا سَآءَ مَا يَحْكُمُونَ ﴿٥٩﴾

เขาจะซ่อนและเก็บตัวจากกลุ่มชนของเขา เนื่องจากข่าวร้ายที่ได้รับมา จากการได้ลูกสาว เขาก็ได้พูดกับตัวเองว่า: "จะเก็บเด็กหญิงคนนี้ไว้พร้อมกับ ความอัปยศและความระทมทุกข์ หรือจะฝังเธอไว้ในดิน? มันชั่งเป็นสิ่งที่ชั่วช้าที่สุดซึ่งการตัดสินของบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น โดยพวกเขาได้ตัดสินให้ แก่พระผู้อภิบาลของพวกเขาด้วยสิ่งที่ตัวของพวกเขาเองนั้นรังเกียจ

لِلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ مَثَلُ ٱلسَّوْءِ ۖ وَلِلَّهِ ٱلْمَثَلُ ٱلْأَعْلَىٰ ۚ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٦٠﴾

๖๐ ى สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลกนั้น มีคุณลักษณะที่ชั่วช้าที่ต้องพึ่งลูกชาย มีความโง่เขลา และปฏิเสธศรัทธา และสำหรับอัลลอฮ์ นั้นทรงมีคุณลักษณะที่น่าสรรเสริญอันสูงส่ง เช่น ทรงเกียรติ ทรงสมบูรณ์ ทรงมั่งคั่ง และทรงรอบรู้เป็นต้น และพระองค์คือผู้ทรงเดชานุภาพใน การปกครองที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ได้م ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การปกครอง และการบัญญัติศาสนา

وَلَوْ يُؤَاخِذُ ٱللَّهُ ٱلنَّاسَ بِظُلْمِهِم مَّا تَرَكَ عَلَيْهَا مِن دَآبَّةٍۢ وَلَـٰكِن يُؤَخِّرُهُمْ إِلَىٰٓ أَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ۖ فَإِذَا جَآءَ أَجَلُهُمْ لَا يَسْتَـْٔخِرُونَ سَاعَةًۭ ۖ وَلَا يَسْتَقْدِمُونَ ﴿٦١﴾

หากอัลลอฮ์ได้ทรงลงโทษมนุษย์เนื่องด้วยความอยุติธรรมของพวกเขา และการที่พวกเขาปฏิเสธพระองค์ พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้มนุษย์หรือสัตว์ เพียงตัวเดียวที่เดินอยู่บนผิวโลก แต่ขอพระองค์ทรงบริสุทธิ์ ทรงประวิงเวลาเหล่านั้นออกไปจนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนดไว้ในความรู้ของพระองค์ ดัง นั้นเมื่อถึงเวลานั้นซึ่งกำหนดไว้แล้วในความรู้ของพระองค์ พวกเขาก็จะไม่ชักช้า และไม่ล่วงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

وَيَجْعَلُونَ لِلَّهِ مَا يَكْرَهُونَ وَتَصِفُ أَلْسِنَتُهُمُ ٱلْكَذِبَ أَنَّ لَهُمُ ٱلْحُسْنَىٰ ۖ لَا جَرَمَ أَنَّ لَهُمُ ٱلنَّارَ وَأَنَّهُم مُّفْرَطُونَ ﴿٦٢﴾

และพวกเขากำหนดให้แก่อัลลอฮ์ ซึ่งสิ่งที่พวกเขาเองไม่ชอบ นั่นคือลูกสาว และลิ้นของพวกเขาก็กล่าวเท็จขึ้นว่า สำหรับพวกเขา ณ ที่อัลลอฮ์นั้นมี ตำแหน่งที่สูงส่ง หากมันถูกต้องจริง พวกเขาก็จะถูกให้บังเกิดขึ้นมา ดังที่พวกเขาได้กล่าวอ้างไว้ แท้จริงสำหรับพวกเขานั้นคือไฟนรก และพวกเขาจะ ถูกทิ้งไว้ในนั้น ไม่สามารถออกจากที่นั่นได้ตลอดกาล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

تَٱللَّهِ لَقَدْ أَرْسَلْنَآ إِلَىٰٓ أُمَمٍۢ مِّن قَبْلِكَ فَزَيَّنَ لَهُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ أَعْمَـٰلَهُمْ فَهُوَ وَلِيُّهُمُ ٱلْيَوْمَ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿٦٣﴾

ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ โดยแน่นอนเราได้ส่งบรรดาเราะสูลไปยังประชาชาติต่าง ๆ ก่อนหน้าเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แล้วชัยตอนได้ทำให้การงานอันที่ไม่ดีของ พวกเขาเป็นที่ดึงดูดสำหรับพวกเขา ที่เป็นการตั้งภาคี การปฏิเสธศรัทธา และการฝ่าฝืนต่างๆ ดังนั้น มันคือผู้ช่วยเหลือของพวกเขาที่ถูกอ้างในวันกิ ยามะฮ์ ดังนั้น แน่นอนพวกเขาก็จะขอความช่วยเหลือจากมัน และสำหรับพวกเขาในวันกิยามะฮ์นั้น คือการลงโทษอันเจ็บปวด

وَمَآ أَنزَلْنَا عَلَيْكَ ٱلْكِتَـٰبَ إِلَّا لِتُبَيِّنَ لَهُمُ ٱلَّذِى ٱخْتَلَفُوا۟ فِيهِ ۙ وَهُدًۭى وَرَحْمَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٦٤﴾

และเรามิได้ประทานอัลกุรอานลงมาให้แก่เจ้าเพื่ออื่นใด -โอ้เราะสูล- เว้นแต่เพื่อให้เจ้าชี้แจงให้แจ่มแจ้งแก่มวลมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาได้ขัด แย้งกัน ที่เกี่ยวกับการศรัทธาต่อความเป็นเอกะของอัลลอฮ์ การฟื้นคืนชีพ และเรื่องของบทบัญญัติต่างๆ และเพื่อให้อัลกุรอานนั้นเป็นทางนำและ เป็นความเมตตาแก่หมู่ชนผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์และศรัทธาต่อสิ่งที่อัลกุรอานได้นำมา ดังนั้น พวกเขา คือ บรรดาผู้ที่ได้ รับประโยชน์จากสัจธรรมที่แท้จริง

وَٱللَّهُ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَأَحْيَا بِهِ ٱلْأَرْضَ بَعْدَ مَوْتِهَآ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَسْمَعُونَ ﴿٦٥﴾

และอัลลอฮ์ทรงประทานน้ำลงมาจากฟากฟ้า แล้วด้วยน้ำนั้นพระองค์ทำให้แผ่นดินนั้นมีชีวิตขึ้นมา ด้วยการทำให้ต้นไม้ได้งอกเงยออกมาจากมันหลัง จากที่มันแห้งแล้ง แท้จริงในการให้น้ำฝนลงมาจากท้องฟ้า และการทำให้ต้นไม้ได้งอกเงยขึ้นมาจากดินด้วยด้วยน้ำนั้น มันเป็นหลักฐานที่ชี้ชัด ที่บ่ง บอกถึงความสามารถของอัลลอฮ์ แก่กลุ่มชนที่รับฟังคำพูดของอัลลอฮ์และใคร่ครวญมัน

وَإِنَّ لَكُمْ فِى ٱلْأَنْعَـٰمِ لَعِبْرَةًۭ ۖ نُّسْقِيكُم مِّمَّا فِى بُطُونِهِۦ مِنۢ بَيْنِ فَرْثٍۢ وَدَمٍۢ لَّبَنًا خَالِصًۭا سَآئِغًۭا لِّلشَّـٰرِبِينَ ﴿٦٦﴾

และแท้จริงสำหรับพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย ในตัวของอูฐ ของวัว และของแพะนั้นย่อมมีบทเรียนที่พวกเจ้าจะได้รับจากมัน โดยที่เราจะให้พวกเจ้าได้ดื่ม จากเต้าของมัน ซึ่งน้ำนมที่มันออกมาระหว่างสิ่งที่อยู่ในช่องท้องที่มาจากมูล และสิ่งที่มันอยู่ในร่างกายที่มาจากเลือด และพร้อมกันนั้น มันเป็นน้ำนม ที่บริสุทธิ์สดใหม่และอร่อยสำหรับผู้ที่ดื่มมัน

وَمِن ثَمَرَٰتِ ٱلنَّخِيلِ وَٱلْأَعْنَـٰبِ تَتَّخِذُونَ مِنْهُ سَكَرًۭا وَرِزْقًا حَسَنًا ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَعْقِلُونَ ﴿٦٧﴾

และสำหรับพวกเจ้าแล้ว มีบทเรียนในเรื่องปัจจัยยังชีพซึ่งเราได้ให้แก่พวกเจ้าในรูปของอินทผลัมและองุ่น จากนั้นพวกเจ้าทำเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้ มึนเมาซึ่งเป็นสิ่งทำลายสติปัญญา และมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี และพวกเจ้าได้ยึดเป็นปัจจัยยังชีพที่ดีใช้ประโยชน์จากมัน เช่น ลูกอินทผาลัม ลูกเกด น้ำส้ม สายชู และน้ำอินทผาลัม แท้จริงนั่นเป็นข้อพิสูจน์ถึงการทรงอำนาจของอัลลอฮ์และความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์สำหรับ กลุ่มชนที่มีความเข้าใจ เพราะพวกเขาเท่านั้นเป็นผู้ที่ได้รับบทเรียน

وَأَوْحَىٰ رَبُّكَ إِلَى ٱلنَّحْلِ أَنِ ٱتَّخِذِى مِنَ ٱلْجِبَالِ بُيُوتًۭا وَمِنَ ٱلشَّجَرِ وَمِمَّا يَعْرِشُونَ ﴿٦٨﴾

และพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะสูล- ทรงดลใจแก่ผึ้งและทรงชี้นำแก่มันว่า "เจ้าจงทำรังของเจ้าตามภูเขาและตามต้นไม้ และตามอาคารต่างๆ ที่ มนุษย์สร้างขึ้นมาและตามหลังคาของมัน"

ثُمَّ كُلِى مِن كُلِّ ٱلثَّمَرَٰتِ فَٱسْلُكِى سُبُلَ رَبِّكِ ذُلُلًۭا ۚ يَخْرُجُ مِنۢ بُطُونِهَا شَرَابٌۭ مُّخْتَلِفٌ أَلْوَٰنُهُۥ فِيهِ شِفَآءٌۭ لِّلنَّاسِ ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يَتَفَكَّرُونَ ﴿٦٩﴾

إن فى ذلك لٔايةلقوم يتفكرون “จากนั้นจงกินผลไม้ทั้งหมดที่เจ้าต้องการ และดำเนินไปตามทางที่พระผู้อภิบาลของเจ้าดลใจให้เจ้า ซึ่งเป็นทางที่สะดวกสำหรับเจ้า” จากท้องของผึ้ง เหล่านั้น จะเกิดน้ำผึ้งที่มีสีต่างกัน เช่น สีขาว สีเหลือง และสีอื่นๆซึ่งประกอบด้วยยารักษาคน ที่พวกเขาสามารถใช้มันในการรักษาคนป่วยได้ แท้จริง ในการดลใจแก่ผึ้งและในน้ำผึ้งที่ออกมาจากท้องของพวกมันนั้น เป็นสัญญาณแห่งอำนาจของอัลลอฮ์และการจัดการต่างๆ แก่สิ่งถูกสร้างของ พระองค์ สำหรับผู้ที่ใคร่ครวญเพราะพวกเขาเท่านั้นเป็นผผู้ที่ได้รับบทเรียน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱللَّهُ خَلَقَكُمْ ثُمَّ يَتَوَفَّىٰكُمْ ۚ وَمِنكُم مَّن يُرَدُّ إِلَىٰٓ أَرْذَلِ ٱلْعُمُرِ لِكَىْ لَا يَعْلَمَ بَعْدَ عِلْمٍۢ شَيْـًٔا ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمٌۭ قَدِيرٌۭ ﴿٧٠﴾

และอัลลอฮฺทรงบังเกิดพวกเจ้าโดยไม่มีต้นแบบมาก่อน แล้วทรงให้พวกเจ้าตายตามการเวลาของพวกเจ้าที่ถูกกำหนดไว้ และบางคนในหมู่พวกเจ้ามี ผู้ที่พระองค์ให้ชีวิตของเขายืนยาวจนกว่าเขาจะเข้าสู่ช่วงวัยที่เลวร้าย คือ วัยชรา (เข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม) ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าเขาเคยรู้อะไรมาบ้าง แท้ จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะซุกซ่อนจากพระองค์ได้จากการงานของบรรดาบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงเดชานุภาพ ไม่มีสิ่งใดที่สามารถ ทำให้พระองค์อ่อนแอลงได้

وَٱللَّهُ فَضَّلَ بَعْضَكُمْ عَلَىٰ بَعْضٍۢ فِى ٱلرِّزْقِ ۚ فَمَا ٱلَّذِينَ فُضِّلُوا۟ بِرَآدِّى رِزْقِهِمْ عَلَىٰ مَا مَلَكَتْ أَيْمَـٰنُهُمْ فَهُمْ فِيهِ سَوَآءٌ ۚ أَفَبِنِعْمَةِ ٱللَّهِ يَجْحَدُونَ ﴿٧١﴾

และอัลลอฮ์ตะอาลา ทรงทำให้บางคนเหนือกว่าอีกบางคนในเรื่องปัจจัยยังชีพ ทรงทำให้บางคนรวยและบางคนจน บางคนเป็นนายและบางคนเป็นลูก น้อง ดังนั้น บรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ให้พวกเขาเหนือกว่าผู้อื่นในเรื่องปัจจัยยังชีพจะไม่ประทานปัจจัยยังชีพที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานแก่พวกเขาแก่บรรดา ทาสของพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันในการเป็นเจ้าของสิ่งนั้น แล้วพวกเขายินดีได้อย่างไรที่ให้อัลลอฮ์มีหุ้นส่วนจากปวงบ่าว ของพระองค์ เมื่อพวกเขาไม่ยินดีที่ตนเองมีหุ้นส่วนจากบ่าวของพวกเขาที่ให้เท่าเทียมกับพวกเขา? นี้มันคือความอยุติธรรมอะไรกัน แล้วจะมีการ ปฏิเสธต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้อีกไหม?!

وَٱللَّهُ جَعَلَ لَكُم مِّنْ أَنفُسِكُمْ أَزْوَٰجًۭا وَجَعَلَ لَكُم مِّنْ أَزْوَٰجِكُم بَنِينَ وَحَفَدَةًۭ وَرَزَقَكُم مِّنَ ٱلطَّيِّبَـٰتِ ۚ أَفَبِٱلْبَـٰطِلِ يُؤْمِنُونَ وَبِنِعْمَتِ ٱللَّهِ هُمْ يَكْفُرُونَ ﴿٧٢﴾

อัลลอฮ์ได้ทรงสร้างมาเพื่อพวกเจ้า - โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย - คู่สมรสจากเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้า ซึ่งพวกเจ้าสามารถอยู่ร่วมกับพวกนาง พระองค์ทรงสร้าง บุตรและหลานจากคู่สมรสของพวกเจ้า และได้ให้อาหารที่มีประโยชน์แก่คุณ เช่น เนื้อสัตว์ ธัญพืช และผลไม้ ดังนั้นพวกเขาจะเชื่อในเจว็ดและรูปปั้น เท็จ และปฏิเสธความโปรดปรานมากมายของอัลลอฮ์ และไม่ขอบคุณพระองค์ด้วยการศรัทธาในพระองค์เพียงผู้เดียวกระนั้นหรือ?!

وَيَعْبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَمْلِكُ لَهُمْ رِزْقًۭا مِّنَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ شَيْـًۭٔا وَلَا يَسْتَطِيعُونَ ﴿٧٣﴾

และบรรดามุชรีกีนเหล่านั้นจะเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ที่เป็นเจว็ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีอำนาจในการให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากชั้นฟ้าทั้งหลายและ แผ่นดินแต่อย่างใด และพวกเขาจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะพวกมันเป็นวัตถุและไม่มีความรู้

فَلَا تَضْرِبُوا۟ لِلَّهِ ٱلْأَمْثَالَ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ يَعْلَمُ وَأَنتُمْ لَا تَعْلَمُونَ ﴿٧٤﴾

ดังนั้นพวกเจ้า -โอ้มนุษย์ทั้งหลาย- จงอย่าได้ให้บรรดาเจว็ดเหล่านั้นที่ไม่ให้ประโยชน์หรือให้โทษใดๆ มาเทียบเคียงกับอัลลอฮ์เลย เพราะไม่มีสำหรับ อัลลอฮ์ซึ่งสิ่งเทียบเคียงพระองค์ จนพวกเจ้าสามารถนำมาเป็นภาคีร่วมกับพระองค์ในการเคารพบูชา แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้คุณลักษณะของ พระองค์จากคุณลักษณะที่มีความสูงส่งและครบถ้วนสมบูรณ์ และพวกเจ้าไม่รู้ถึงสิ่งนั้น เลยทำให้พวกเจ้าทั้งหลายตกอยู่ในการตั้งภาคีต่อพระองค์ และอ้างว่าพระองค์มีลักษณะคล้ายกับบรรดาเจว็ดของพวกเจ้าر

۞ ضَرَبَ ٱللَّهُ مَثَلًا عَبْدًۭا مَّمْلُوكًۭا لَّا يَقْدِرُ عَلَىٰ شَىْءٍۢ وَمَن رَّزَقْنَـٰهُ مِنَّا رِزْقًا حَسَنًۭا فَهُوَ يُنفِقُ مِنْهُ سِرًّۭا وَجَهْرًا ۖ هَلْ يَسْتَوُۥنَ ۚ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ۚ بَلْ أَكْثَرُهُمْ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٧٥﴾

อัลลอฮ์ตะอาลา ทรงยกอุทาหรณ์เพื่อตอบโต้ต่อบรรดามุชรีกีนว่า: บ่าวผู้เป็นทาสที่ไร้ซึ่งอำนาจ ไม่มีความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต และไม่มีทรัพย์สินใน การใช้จ่าย กับอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนอิสระ ซึ่งเราได้ให้ทรัพย์สินที่ฮาลาลแก่เขาที่มาจากเรา ซึ่งเขาสามารถใช้จ่ายมันอย่างอิสระตามที่เขาต้องการ และ สามารรถบริจาคมันโดยทางลับและเปิดเผยตามที่เขาต้องการ แน่นอน ชายสองคนนี้จะไม่เหมือนกัน ดังนั้น พวกเจ้าจะเอาบรรดาเจว็ดของพวกเจ้าที่ มันไร้ซึ่งความสามารถนั้นไปเทียบเท่ากับอัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจ ทรงจัดการในกิจการที่พระองค์ครอบครองตามอิสระของพระองค์ได้อย่างไร?! มวลการ สรรเสริญนั้นเป็นของอัลลอฮ์ผู้ที่สมควรยิ่งแก่การสรรเสริญ แต่ทว่าบรรดามุชรีกีนส่วนใหญ่นั้นไม่รู้ถึงควมเป็นเอกะของอัลลอฮ์ในด้านการเป็นพระเ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร จ้า และคู่ควรแก่การถูกเคารพบูชาแด่พระองค์เพียงผู้เดียว

وَضَرَبَ ٱللَّهُ مَثَلًۭا رَّجُلَيْنِ أَحَدُهُمَآ أَبْكَمُ لَا يَقْدِرُ عَلَىٰ شَىْءٍۢ وَهُوَ كَلٌّ عَلَىٰ مَوْلَىٰهُ أَيْنَمَا يُوَجِّههُّ لَا يَأْتِ بِخَيْرٍ ۖ هَلْ يَسْتَوِى هُوَ وَمَن يَأْمُرُ بِٱلْعَدْلِ ۙ وَهُوَ عَلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٧٦﴾

ى และอัลลอฮ์ได้ทรงยกอีกอุทาหรณ์หนึ่ง เพื่อตอบโต้พวกเขา คือการเปรียบเทียบชายสองคน หนึ่งในนั้น เป็นคนใบ้ ไม่ได้ยิน พูดไม่ได้ และไม่เข้าใจ อัน เนื่องด้วยหูที่หนวกและเป็นใบ้ เขาไม่สามารถช่วยเหลือแม้กระทั่งตัวของเขาเองและก็ผู้อื่น และต้องเป็นภาระแก่ผู้ที่อุปการะเขาและดูแลเขา ไม่ว่าจะส่ง เขาไปที่แห่งใด เขาจะไม่นำความดีใด ๆ มาเลย และเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด คนที่มีสภาพเช่นนี้จะเหมือนกับคนที่ฟังและพูดได้ปกติ กระนั้นหรือ เพราะประโยชน์ของเขานั้นหลากหลาย เขาเป็นผู้ที่คอยกำชับผู้คนด้วยความยุติธรรม และเขาก็เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และเขาก็อยู่บน หนทางที่ชัดเจนไร้ซึ่งความครุมเครือและความเองเอียงใดๆ?! โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย พวกเจ้าเอาอัลลอฮ์ผู้ซึ่งมีคุณลักษณะที่สูงส่งและสมบูรณ์ ไปเทียบกับบรรดาเจว็ดของพวกเจ้าที่ไม่ได้ยิน พูดไม่ได้ และมันก็ไม่ได้นำมาซึ่งประโยชน์และไม่สามารถขจัดทุกข์ได้กระนั้นหรือ?!

وَلِلَّهِ غَيْبُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ وَمَآ أَمْرُ ٱلسَّاعَةِ إِلَّا كَلَمْحِ ٱلْبَصَرِ أَوْ هُوَ أَقْرَبُ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٧٧﴾

และอัลลอฮ์เท่านั้นทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและในแผ่นดิน และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่ทรงรอบรู้เรื่องดังกล่าวนี้ ไม่มีผู้ใดจะรู้ได้ และเรื่องที่ เกี่ยวกับการเกิดขึ้นของวันกิยามะฮ์ซึ่งเป็นเรื่องลับเฉพาะพระองค์เท่านั้น เกี่ยวกับความรวดเร็วในการเกิดขึ้นของมันนั้น หากพระองค์ทรงต้องการ จริงๆแล้ว มันไม่มีอะไรเลยนอกจากแค่เพียงกระพริบตาเดียวเท่านั้น และมันเร็วยิ่งกว่านั้น แท้จริงอัลลอฮ์ทรงสามารถเหนือทุกสิ่ง ซึ่งไม่มีสิ่งใดทำให้ พระองค์อ่อนแอได้ หากพระองค์ทรงต้องการสิ่งใด พระองค์จะกล่าวถึงสิ่งนั้นว่า “จงเป็น”ดังนั้นสิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้น

وَٱللَّهُ أَخْرَجَكُم مِّنۢ بُطُونِ أُمَّهَـٰتِكُمْ لَا تَعْلَمُونَ شَيْـًۭٔا وَجَعَلَ لَكُمُ ٱلسَّمْعَ وَٱلْأَبْصَـٰرَ وَٱلْأَفْـِٔدَةَ ۙ لَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿٧٨﴾

และอัลลอฮ์ทรงให้พวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ออกมาจากครรภ์มารดาของพวกเจ้าหลังจากหมดอายุการตั้งครรภ์แล้ว เป็นทารก ซึ่งพวกเจ้าไม่รู้อะไรเลย และพระองค์ทรงสร้างหูเพื่อให้พวกเจ้าใช้ในการรับฟัง และดวงตาเพื่อให้พวกเจ้าใช้ในการมองเห็น และหัวใจเพื่อให้พวกเจ้าใช้ในการทำความใจ เพื่อ พวกเจ้าจะได้ขอบคุณพระองค์ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงโปรดปรานให้แก่พวกเจ้า

أَلَمْ يَرَوْا۟ إِلَى ٱلطَّيْرِ مُسَخَّرَٰتٍۢ فِى جَوِّ ٱلسَّمَآءِ مَا يُمْسِكُهُنَّ إِلَّا ٱللَّهُ ۗ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٧٩﴾

บรรดาผู้ตั้งภาคีไม่ได้สังเกตดูนกที่ได้รับความสะดวกในการโบยบินในอากาศหรอกหรือ? ด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานให้มัน ด้วยการให้มีปีกและความ อ่อนโยนของสายลม และได้ทรงดลใจให้มันได้ทำการโบยบิน ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถรั้งพวกมันไว้ได้นอกจากอัลลอฮ์ผู้ทรงสามารถเท่านั้น แท้จริงในการ ให้เกิดความง่ายดายและการปกป้องไม่ให้มันร่วงลงมานั้น ย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เพราะพวกเขาเท่านั้นคือกลุ่มชนที่ได้รับ ประโยชน์จากสัญญาณต่างๆเหล่านั้น

وَٱللَّهُ جَعَلَ لَكُم مِّنۢ بُيُوتِكُمْ سَكَنًۭا وَجَعَلَ لَكُم مِّن جُلُودِ ٱلْأَنْعَـٰمِ بُيُوتًۭا تَسْتَخِفُّونَهَا يَوْمَ ظَعْنِكُمْ وَيَوْمَ إِقَامَتِكُمْ ۙ وَمِنْ أَصْوَافِهَا وَأَوْبَارِهَا وَأَشْعَارِهَآ أَثَـٰثًۭا وَمَتَـٰعًا إِلَىٰ حِينٍۢ ﴿٨٠﴾

และอัลลอฮฺตะอาลา ทรงทำให้มีไว้ในบ้านของพวกเจ้าที่พวกเจ้าได้สร้างมันขึ้นมานั้น เป็นห้องหอและอื่นๆ เพื่อเป็นที่พำนักและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ไว้ให้แก่พวกเจ้า และทรงทำให้พวกเจ้ามีบรรดาเต็นท์และซุ้มในทะเลทรายที่ทำมาจากหนังของอูฐ วัว และแพะ เฉกเช่นบ้านเรือนในเมือง ซึ่งทำเกิด ความสะดวกแก่พวกเจ้าในการแบกมันในยามเดินทางของพวกเจ้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่ และง่ายต่อการติดตั้งในยามหยุดพักของพวกเจ้า และทรง ทำให้มีไว้สำหรับพวกเจ้า ซึ่งจากขนแพะ ขนอูฐและเส้นผมของแกะ เพื่อเป็นเครื่องใช้ในบ้านของพวกเจ้า และเป็นถุงเป็นย่าม และเป็นเครื่องนุ่งห่มที่ พวกเจ้าสามารถใช้ประโยชน์จากมันถึงช่วงเวลาหนึ่ง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱللَّهُ جَعَلَ لَكُم مِّمَّا خَلَقَ ظِلَـٰلًۭا وَجَعَلَ لَكُم مِّنَ ٱلْجِبَالِ أَكْنَـٰنًۭا وَجَعَلَ لَكُمْ سَرَٰبِيلَ تَقِيكُمُ ٱلْحَرَّ وَسَرَٰبِيلَ تَقِيكُم بَأْسَكُمْ ۚ كَذَٰلِكَ يُتِمُّ نِعْمَتَهُۥ عَلَيْكُمْ لَعَلَّكُمْ تُسْلِمُونَ ﴿٨١﴾

และอัลลอฮ์ทรงสร้างร่มเงาป้องกันความร้อนแก่คุณในรูปของอาคารและต้นไม้ต่างๆ และพระองค์ได้ทรงทำให้ภูเขานั้นเป็นตรอกซอกซอยและเป็นถ้ำ เพื่อพวกเจ้าจะได้ปกป้องตนเองจากอากาศที่เย็นและร้อนร้อนและจากศัตรู และพระองค์ทรงสร้างเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มจากฝ้ายเพื่อกันความร้อน และความเย็น และเสื้อเกราะเพื่อปกป้องพวกเจ้าจากอาวุธของศัตรูในการต่อสู้เพื่อที่อาวุธของพวกเขาจะไม่ทำร้ายร่างกายของพวกเจ้า ดังที่พระองค์ เคยประทานความสุขให้กับพวกเจ้าและจะประทานความสุขให้มันสมบูรณ์แบบขึ้นสำหรับพวกเจ้า โดยหวังว่าพวกเจ้าจะยอมจำนนต่ออัลลอฮ์เพียงผู้ เดียวและไม่ตั้งภาคีกับสิ่งใดๆร่วมกับพระองค์

فَإِن تَوَلَّوْا۟ فَإِنَّمَا عَلَيْكَ ٱلْبَلَـٰغُ ٱلْمُبِينُ ﴿٨٢﴾

ดังนั้นหากพวกเขาผินหลังให้จากการศรัทธาและการยืนยันว่าเป็นความจริงต่อสิ่งที่เจ้าได้นำมันมา ดังนั้น มันมิใช่หน้าที่อันใดของเจ้าเลย โอ้เราะสูล นอกจากการถ่ายทอดสิ่งที่เจ้าได้ถูกใช้ให้ถ่ายทอดอย่างชัดแจ้งเท่านั้น และมันก็มิใช่หน้าที่ของเจ้าอีกเช่นกันในการแบกรับพวกเขาสู่ทางนำ

يَعْرِفُونَ نِعْمَتَ ٱللَّهِ ثُمَّ يُنكِرُونَهَا وَأَكْثَرُهُمُ ٱلْكَـٰفِرُونَ ﴿٨٣﴾

พวกมุชรีกีนตระหนักดีในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงมอบมันให้กับพวกเขา หนึ่งในนั้นคือการส่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม มายังพวกเขา แต่แล้วพวกเขาปฏิเสธความโปรดปรานนั้น ด้วยการที่ไม่สำนึกถึงค่าของมัน และไม่ศรัทธาต่อศาสนทูตของพระองค์ และพวกเขาส่วน ใหญ่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อความโปรดปรานของพระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์ ويومنبعث من كل أمة شهيدا ثم لا يؤذن للذين كفرواولا هم يستعتبون

وَيَوْمَ نَبْعَثُ مِن كُلِّ أُمَّةٍۢ شَهِيدًۭا ثُمَّ لَا يُؤْذَنُ لِلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَلَا هُمْ يُسْتَعْتَبُونَ ﴿٨٤﴾

และจงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถึงวันที่อัลลอฮ์ทรงให้ศาสนทูตของแต่ละประชาชาติที่เคยส่งให้แก่พวกเขาได้ฟื้นคืนชีพ เพื่อมาเป็นพยานต่อการ ศรัทธาของผู้ศรัทธา และเป็นพยานต่อการปฏิเสธของผู้ปฏิเสธศรัทธา หลังจากนั้นพระองค์จะไม่ทรงอนุญาตให้มีการแก้ตัวสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธ ศรัทธาในสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิเสธมา และพวกเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกลับไปยังโลกดุนยาอีกครั้งเพื่อจะได้ปฏิบัติในสิ่งที่พระผู้อภิบาลของพวกเขาทรง พอพระทัย เพราะโลกอาคิเราะฮ์นั้นคือโลกแห่งการสอบสวนมิใช่โลกแห่งการปฏิบัติ

وَإِذَا رَءَا ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ ٱلْعَذَابَ فَلَا يُخَفَّفُ عَنْهُمْ وَلَا هُمْ يُنظَرُونَ ﴿٨٥﴾

และเมื่อบรรดาผู้อธรรมที่เป็นผู้ที่ตั้งภาคีได้เห็นถึงการลงโทษและ การลงโทษไม่ถูกลดหย่อนไปจากพวกเขา และพวกเขาก็จะไม่ถูกผ่อนปรนด้วยการ เลื่อนมันออกไปจากพวกเขา แต่ทว่าพวกเขานั้นจะต้องเข้าไปหามันต่างหาก อยู่ในนั้นอย่างนิรันดร์

وَإِذَا رَءَا ٱلَّذِينَ أَشْرَكُوا۟ شُرَكَآءَهُمْ قَالُوا۟ رَبَّنَا هَـٰٓؤُلَآءِ شُرَكَآؤُنَا ٱلَّذِينَ كُنَّا نَدْعُوا۟ مِن دُونِكَ ۖ فَأَلْقَوْا۟ إِلَيْهِمُ ٱلْقَوْلَ إِنَّكُمْ لَكَـٰذِبُونَ ﴿٨٦﴾

๘๖ إ نكم لكذبون และเมื่อบรรดาผู้ตั้งภาคีได้มองเห็นบรรดาเจว็ดที่พวกเขาเคยกราบบูชาในวันกิยามะฮ์ พวกเขากล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา เหล่านั้นคือหุ้นส่วน ของเราที่เราเคยเคารพบูชาพวกเขาอื่นจากพระองค์ การที่พวกเขาได้กล่าวเช่นนั้นก็เพื่อที่จะให้เจว็ดเหล่านั้นแบกรับบาปของพวกเขา ดังนั้น อัลลอฮ์ ก็ทรงทำให้บรรดาเจว็ดของพวกเขาได้พูดขึ้นมา แล้วพวกมันก็ได้พูดโต้แย้งต่อพวกเขาว่า "แท้จริงพวกเจ้า -โอ้บรรดาพวกตั้งภาคีทั้งหลาย- เป็นก ลุ่มชนที่ไม่ซื่อสัตย์ในการทำอิบาดะฮ์ของพวกเจ้า เป็นการทำภาคีร่วมกับอัลลอฮ์ ดังนั้นไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับพระองค์ จนมันต้องกลายเป็นสิ่งที่ถูก กราบไหว้บูชา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَأَلْقَوْا۟ إِلَى ٱللَّهِ يَوْمَئِذٍ ٱلسَّلَمَ ۖ وَضَلَّ عَنْهُم مَّا كَانُوا۟ يَفْتَرُونَ ﴿٨٧﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีก็ได้ยอมจำนน และได้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์แต่เพียงผู้เดียว และสิ่งเหล่านั้นก็ได้สูญหายไปจากพวกเขา สิ่งที่พวกเขาเคยได้ อุปโลกน์ขึ้นมัน โดยอ้างว่าบรรดาเจว็ดของพวกเขานั้นสามารถช่วยเหลือพวกเขา ณ ที่อัลลอฮ์ได้

ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَصَدُّوا۟ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ زِدْنَـٰهُمْ عَذَابًۭا فَوْقَ ٱلْعَذَابِ بِمَا كَانُوا۟ يُفْسِدُونَ ﴿٨٨﴾

บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และขัดขวางผู้อื่นให้ออกห่างจากหนทางของอัลลอฮ์ เราได้เพิ่มการลงโทษให้แก่พวกเขา -เนื่องจากความชั่วช้าและ การก่อความเสียหายของพวกเขา ด้วยการทำให้ผู้อื่นหลงทาง- ซึ่งพวกเขาจะได้รับการลงโทษเหนือการลงโทษที่พวกเขาสมควรได้รับ เพราะการ ปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา

وَيَوْمَ نَبْعَثُ فِى كُلِّ أُمَّةٍۢ شَهِيدًا عَلَيْهِم مِّنْ أَنفُسِهِمْ ۖ وَجِئْنَا بِكَ شَهِيدًا عَلَىٰ هَـٰٓؤُلَآءِ ۚ وَنَزَّلْنَا عَلَيْكَ ٱلْكِتَـٰبَ تِبْيَـٰنًۭا لِّكُلِّ شَىْءٍۢ وَهُدًۭى وَرَحْمَةًۭ وَبُشْرَىٰ لِلْمُسْلِمِينَ ﴿٨٩﴾

لكل شىء وهدى ورحمةوبشر للمسلمين ى และจงรำลึกเถิด โอ้เราะสูล วันที่เราจะแต่งตั้งศาสนทูตขึ้นจากทุกประชาชาติ เพื่อเป็นพยานต่อพวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ ไม่ว่าจะเป็นการ ปฏิเสธหรือการศรัทธา นี่คือ ศาสนทูตที่มาจากเผ่าพันธุ์ของพวกเขาและพูดภาษาเดียวกับพวกเขา และเราก็นำเจ้ามา โอ้เราะสูล เพื่อเป็นพยานต่อ ประชาชาติทั้งมวล และเราได้ประทานอัลกุรอานให้แก่เจ้าเพื่อชี้แจงถึงทุกสิ่งที่จำเป็นต้องชี้แจง เช่น เรื่องฮาลาลและฮารอม เรื่องผลบุญและบาป และ อื่นๆที่นอกจากนี้ และเราก็ได้ประทานมัน(อัลกุรอาน) ลงมา เพื่อเป็นทางนำให้แก่มนุษย์ไปสู่สัจธรรม และเป็นความเมตตาแก่ผู้ที่ศรัทธาต่อมันและ ปฏิบัติตามสิ่งที่อยู่ในมัน และเป็นการแจ้งข่าวดีให้แก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังรอคอยจากสิ่งที่มีความสุขไปตลอดกาล

۞ إِنَّ ٱللَّهَ يَأْمُرُ بِٱلْعَدْلِ وَٱلْإِحْسَـٰنِ وَإِيتَآئِ ذِى ٱلْقُرْبَىٰ وَيَنْهَىٰ عَنِ ٱلْفَحْشَآءِ وَٱلْمُنكَرِ وَٱلْبَغْىِ ۚ يَعِظُكُمْ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ ﴿٩٠﴾

๙๐ تذك رون แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงสั่งใช้บรรดาบ่าวของพระองค์ให้ดำรงไว้ซึ่งความายุติธรรม โดยการรักษาสิทธิ์ของอัลลอฮ์และรักษาสิทธิ์ของปวงบ่าวด้วยกัน และไม่ตัดสินให้ผู้หนึ่งผู้ใดมีสิทธิ์เหนืออีกผู้หนึ่ง นอกจากด้วยความถูกต้องที่จำเป็นต้องทำแบบนั้น และทรงใช้ให้บรรดาบ่าวดำรงไว้ซึ่งความดี ด้วย การกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นการบังคับสำหรับเขา เช่นการบริจาคด้วยความสมัครใจ ให้อภัยต่อผู้ที่อธรรม และพวกเขาถูกใช้ให้บริจาคแก่ญาติที่ไกล้ชิดซึ่ง สิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขา และพระองค์ทรงห้ามให้ละทิ้งทุกสิ่งที่ไม่ดี ทั้งด้านการพูด เช่น การพูดลามก หรือด้านการกระทำ เช่นการผิดประเวณี และ ให้ห่างไกลจากสิ่งที่ศาสนาไม่อนุญาต นั้นคือการเนรคุณทุกประเภท และทรงห้ามการอธรรมและการลำพองตนเหนือผู้อื่น พระองค์ทรงตักเตือนพวก เจ้าด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งใช้ และทรงตักเตือนด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม หวังว่าพวกเจ้าจะรับเป็นบทเรียนในสิ่งที่ได้ตักเตือนไป

وَأَوْفُوا۟ بِعَهْدِ ٱللَّهِ إِذَا عَـٰهَدتُّمْ وَلَا تَنقُضُوا۟ ٱلْأَيْمَـٰنَ بَعْدَ تَوْكِيدِهَا وَقَدْ جَعَلْتُمُ ٱللَّهَ عَلَيْكُمْ كَفِيلًا ۚ إِنَّ ٱللَّهَ يَعْلَمُ مَا تَفْعَلُونَ ﴿٩١﴾

تفعلون และพวกเจ้าจงดูแลรักษาในทุกๆ การสัญญา ไม่ว่าสัญญานั้นจะเป็นการสัญญาที่พวกเจ้าได้สัญญาไว้ต่ออัลลอฮ์หรือสัญญาที่พวกเจ้าได้สัญญามันกับ มนุษย์ด้วยกัน และพวกเจ้าอย่าได้ทำลายคำสาบานหลังจากได้ยืนยันมันอย่างหนักแน่นด้วยการสาบานต่ออัลลอฮ์ และแน่นอน พวกเจ้าได้ตั้งอัลลอฮ์ เป็นพยานแก่พวกเจ้า ด้วยกับการดูแลรักษาในสิ่งที่พวกเจ้าได้สาบานไว้ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้ากำลังกระทำอยู่ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อน เร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามการกระทำนั้น

وَلَا تَكُونُوا۟ كَٱلَّتِى نَقَضَتْ غَزْلَهَا مِنۢ بَعْدِ قُوَّةٍ أَنكَـٰثًۭا تَتَّخِذُونَ أَيْمَـٰنَكُمْ دَخَلًۢا بَيْنَكُمْ أَن تَكُونَ أُمَّةٌ هِىَ أَرْبَىٰ مِنْ أُمَّةٍ ۚ إِنَّمَا يَبْلُوكُمُ ٱللَّهُ بِهِۦ ۚ وَلَيُبَيِّنَنَّ لَكُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ مَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿٩٢﴾

ه และพวกเจ้าอย่าได้เป็นบรรดาผู้โง่เขลาเบาปัญญาที่ทำลายสัญญา เช่น หญิงที่ปัญญาทึบที่ได้เหน็ดเหนื่อยอยู่ในการกรอขนแกะหรือฝ้ายของนาง หลัง จากนั้นนางก็ได้รื้อมันและคลายมันต่อ เหมือนกับตอนที่มันยังไม่ได้กรอ ดังนั้น นางจึงต้องเหน็ดเหนื่อยอีกครั้งในการกรอมันหรือรื้อคลายมัน และน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร างเองก็ไม่ได้บรรลุตามที่ต้องการ พวกเจ้าได้ทำให้การสาบานของพวกเจ้านั้นกลายเป็นการหลอกลวง ใช้มันเพื่อหลอกลวงพวกเจ้ากันเอง เพื่อที่จะให้ ชนชาติของพวกเจ้านั้นมีมากและเข้มแข็งกว่าอีกชนชาติอื่นที่เป็นศัตรูของพวกเจ้า แท้จริง อัลลอฮ์ทรงทดสอบพวกเจ้าด้วยเรื่องความยึดมั่นต่อการ สัญญา ว่าพวกเจ้าจะรักษาสัญญาหรือจะทำลายมัน? และแน่นอน พระองค์จะทรงทำให้กระจ่างแก่พวกเจ้าในวันกิยามะฮ์ ถึงสิ่งที่พวกเจ้าขัดแย้งกันใน โลกของดุนยา และพระองค์จะทรงแยกผู้ที่พูดความจอริงอกจากบรรดาผู้ที่พูดเท็จ และผู้ที่พูดความจริงจากบรรดาผู้มุสา

وَلَوْ شَآءَ ٱللَّهُ لَجَعَلَكُمْ أُمَّةًۭ وَٰحِدَةًۭ وَلَـٰكِن يُضِلُّ مَن يَشَآءُ وَيَهْدِى مَن يَشَآءُ ۚ وَلَتُسْـَٔلُنَّ عَمَّا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٩٣﴾

และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะทรงทำให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติเดียวกันเห็นพ้องกันบนความจริง แต่พระองค์ผู้มหาบริสุทธิ์จะทรง ทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์นั้นหลงทาง เนื่องด้วยการบิดพลิ้วของเขาไปจากความจริงและการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของเขาที่ให้ไว้ และพระองค ฮก็จะทรงชี้แนะทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพราะด้วยกับความประเสริฐของเขาที่มีต่อสิ่งนั้น และแน่นอน พวกเจ้าจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์ ถึงสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกดุนยา

وَلَا تَتَّخِذُوٓا۟ أَيْمَـٰنَكُمْ دَخَلًۢا بَيْنَكُمْ فَتَزِلَّ قَدَمٌۢ بَعْدَ ثُبُوتِهَا وَتَذُوقُوا۟ ٱلسُّوٓءَ بِمَا صَدَدتُّمْ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ ۖ وَلَكُمْ عَذَابٌ عَظِيمٌۭ ﴿٩٤﴾

عذاب عظيم และพวกเจ้าอย่าให้คำสาบานของพวกเจ้าเป็นเครื่องมือหลอกลวงระหว่างพวกเจ้ากันเอง ซึ่งพวกเจ้าทำตามความปรารถนาของพวกเจ้า ซึ่งพวกเจ้า จะยกเลิกเมื่อต้องการยกเลิก หรือจะปฏิบัติตามเมื่อต้องการทำให้สำเร็จ เพราะถ้าพวกเจ้าทำอย่างนั้น เท้าของพวกเจ้าถือว่าก้าวพลาดจากเส้นทางอัน เที่ยงตรงอย่างแน่นอนหลังจากที่มันเคยมั่นคงบนเส้นทางนั้นมาแล้ว และพวกเจ้าจะรู้สึกถึงการลงโทษสำหรับการหลงทางจากอัลลอฮ์ และพวกเจ้า ทำให้ผู้อื่นหลงจากทางของอัลลอฮ์ และการลงโทษสำหรับพวกเจ้าจะถูกทวีคูณ

وَلَا تَشْتَرُوا۟ بِعَهْدِ ٱللَّهِ ثَمَنًۭا قَلِيلًا ۚ إِنَّمَا عِندَ ٱللَّهِ هُوَ خَيْرٌۭ لَّكُمْ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿٩٥﴾

และพวกเจ้าอย่าแลกเปลี่ยนพันธสัญญาของอัลลอฮ์ด้วยสิ่งที่เล็กน้อยโดยการยกเลิกพันธสัญญาและไม่ปฏิบัติตามนั้น เพราะแท้จริงสิ่งที่อยู่ ณ อัลลอฮ์ในรูปของชัยชนะและทรัพย์สงครามในโลกนี้ และสิ่งที่อยู่ ณ อัลลอฮ์ในปรโลกในรูปแบบของความสุขที่นิรันดร์นั้นดีกว่าสำหรับพวกเจ้า มากกว่าสิ่งที่พวกเจ้าได้รับในรูปสิ่งแลกเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยที่เป็นการตอบแทนสำหรับการผิดข้อตกลงของพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้

مَا عِندَكُمْ يَنفَدُ ۖ وَمَا عِندَ ٱللَّهِ بَاقٍۢ ۗ وَلَنَجْزِيَنَّ ٱلَّذِينَ صَبَرُوٓا۟ أَجْرَهُم بِأَحْسَنِ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٩٦﴾

ทุกสิ่งที่พวกเจ้ามี -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ในรูปแบบของความมั่งคั่ง ความสุข และความเพลิดเพลินต่างๆนั้น มันจะสูญสลายไปอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีมาก สักเพียงใด ในขณะที่สิ่งที่อยู่ณ อัลลอฮ์ในรูปของผลบุญหรือการตอบแทนนั้น มันเป็นนิรันดร์ดังนั้นพวกเจ้าจะสนใจกับบางสิ่งที่มันสูญสลายเหนือ สิ่งที่เป็นนิรันดร์ได้อย่างไร? และเราจะให้รางวัลตอบแทนแก่บรรดาผู้ที่อดทนรักษาพันธสัญญาของพวกเขาโดยไม่ทำลายมัน ด้วยการตอบแทนที่ดี กว่าสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไปที่เป็นการกระทำแห่งการเชื่อฟัง เพราะเราจะตอบแทนพวกเขาต่อความดีหนึ่งด้วยการตอบแทนถึงสิบเท่าของมัน มาก ถึงเจ็ดร้อยเท่าหรือหลายๆ เท่า

مَنْ عَمِلَ صَـٰلِحًۭا مِّن ذَكَرٍ أَوْ أُنثَىٰ وَهُوَ مُؤْمِنٌۭ فَلَنُحْيِيَنَّهُۥ حَيَوٰةًۭ طَيِّبَةًۭ ۖ وَلَنَجْزِيَنَّهُمْ أَجْرَهُم بِأَحْسَنِ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٩٧﴾

يعملون ผู้ใดที่ปฏิบัติซึ่งคุณงามความดีที่ตรงตามหลักศาสนา ไม่ว่าชายหรือหญิง โดยเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แท้จริงเราจะให้ชีวิตที่ดีแก่เขาในโลกนี้ โดย (ทำให้ เขา) พอใจกับการตัดสินของอัลลอฮ์ และทำให้เขารู้สึกเพียงพอ และได้รับการชี้นำสู่การเชื่อฟัง แน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาในปรโลกด้วยรางวัลที่ ดีกว่าการเชื่อฟังที่พวกเขาทำในโลกนี้ที่การกระทำที่ดีทั้งหลาย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَإِذَا قَرَأْتَ ٱلْقُرْءَانَ فَٱسْتَعِذْ بِٱللَّهِ مِنَ ٱلشَّيْطَـٰنِ ٱلرَّجِيمِ ﴿٩٨﴾

แล้วเมื่อเจ้าต้องการอ่านอัลกุรอาน โอ้ผู้ศรัทธา ก็จงขอต่ออัลลอฮ์ให้พระองค์คุ้มครองเจ้าให้พ้นจากการกระซิบกระซาบของชัยฏอนที่ถูกขับไล่จาก ความเมตตาของอัลลอฮ์

إِنَّهُۥ لَيْسَ لَهُۥ سُلْطَـٰنٌ عَلَى ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَلَىٰ رَبِّهِمْ يَتَوَكَّلُونَ ﴿٩٩﴾

แท้จริงชัยฏอนนั้นไม่มีอำนาจใด ๆ เหนือบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ที่หมอบหมายทุกกิจการของพวกเขาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาเพียงองค์ เดียวเท่านั้น

إِنَّمَا سُلْطَـٰنُهُۥ عَلَى ٱلَّذِينَ يَتَوَلَّوْنَهُۥ وَٱلَّذِينَ هُم بِهِۦ مُشْرِكُونَ ﴿١٠٠﴾

แท้จริง การครอบงำของมันด้วยการกระซิบกระซาบนั้น จะมีเฉพาะบรรดาผู้ที่ยึดมันเป็นมิตรเท่านั้น และเชื่อฟังต่อมันในการล่อลวงของมัน และ บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีร่วมกับอัลลอฮ์อันเนื่องด้วยการล่อลวงของมัน ซึ่งพวกเขาเคารพสักการะต่อสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮ์

وَإِذَا بَدَّلْنَآ ءَايَةًۭ مَّكَانَ ءَايَةٍۢ ۙ وَٱللَّهُ أَعْلَمُ بِمَا يُنَزِّلُ قَالُوٓا۟ إِنَّمَآ أَنتَ مُفْتَرٍۭ ۚ بَلْ أَكْثَرُهُمْ لَا يَعْلَمُونَ ﴿١٠١﴾

หากเรายกเลิกหุกมของโองการใดโองการหนึ่งจากอัลกุรอาน แทนด้วยโองการหนึ่งออกจากอัลกุรอานด้วยอีกโองการหนึ่ง และอัลลอฮ์ทรงทราบดี ที่สุดว่าอะไรที่พระองค์ทรงยกเลิกจากอัลกุรอานเพราะพระปรีชาญาณของพระองค์ พระองค์ก็ทรงทราบดีที่สุดว่าสิ่งใดไม่ถูกลบออกจากมัน แล้วพวก เขาก็กล่าวว่า โอ้ มูฮัมหมัดเป็นคนโกหกที่โกหกในนามของอัลลอฮ์ พวกเขาพูดอย่างนั้นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่านาซัค (การยกเลิก) เกิดขึ้นเพราะปัญญา อันล้ำลึกของพระเจ้า

قُلْ نَزَّلَهُۥ رُوحُ ٱلْقُدُسِ مِن رَّبِّكَ بِٱلْحَقِّ لِيُثَبِّتَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَهُدًۭى وَبُشْرَىٰ لِلْمُسْلِمِينَ ﴿١٠٢﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ผู้ที่นำอัลกุรอานนี้ลงมือจากอัลลอฮ์นั้นคือ ญิบรีล -อะลัยฮิสสลาม- ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ไม่มี การเปลี่ยนแปลง ไม่มีการแก้ไข เพื่อให้บบรรดาผู้ศรัทธาได้มั่นคงเหนืออีหม่านขอพวกเขา ในทุกครั้งที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา และมีการยกเลิก ในบางส่วน เพื่อเป็นทางนำแก่พวกเขาสู้สัจธรรม และเป็นข่าวดีสำหรับบรรดามุสลิมทั้งหลาย ด้วยสิ่งที่พวกเขาจะได้รับจากผลการตอบแทนที่ทรง ى ى เกียรติ

وَلَقَدْ نَعْلَمُ أَنَّهُمْ يَقُولُونَ إِنَّمَا يُعَلِّمُهُۥ بَشَرٌۭ ۗ لِّسَانُ ٱلَّذِى يُلْحِدُونَ إِلَيْهِ أَعْجَمِىٌّۭ وَهَـٰذَا لِسَانٌ عَرَبِىٌّۭ مُّبِينٌ ﴿١٠٣﴾

และเรารู้ว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่า “แท้จริงมูฮัมหมัด -ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม- ได้รับการสอนอัลกุรอานโดยมนุษย์คนหนึ่ง" ทั้งที่พวกเขานั้น โกหกในข้อกล่าวอ้างนั้น เพราะภาษาของคนที่พวกเขาอ้างว่าสอนมูฮัมหมัดนั้น ไม่ใช่ภาษาอาหรับ ในขณะที่ อัลกุรอานนี้ลงมาในภาษาอาหรับที่ชัดเจนที่ ประกอบด้วยโวหารระดับสูง ดังนั้นพวกเขาอ้างได้อย่างไรว่ามูฮัมหมัดได้รับอัลกุรอานจากผู้ที่ไม่ใช่อาหรับ?!

إِنَّ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ لَا يَهْدِيهِمُ ٱللَّهُ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ ﴿١٠٤﴾

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อโองการของอัลลอฮ์ที่ว่าโองการเหล่านั้นลงมาจากพระองค์ อัลลอฮ์จะไม่ทรงแนะนำพวกเขาตราบใดที่พวกเขายังคง ยืนกรานอยู่บนความเชื่อนั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวดเพราะพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธโองการของพระองค์

إِنَّمَا يَفْتَرِى ٱلْكَذِبَ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ ۖ وَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْكَـٰذِبُونَ ﴿١٠٥﴾

มูฮัมหมัด -ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม- ไม่ได้โกหกเกี่ยวกับสิ่งที่เขานำมาจากพระผู้อภิบาลของเขา แท้จริงการโกหกถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยผู้ที่ไม่ ยอมรับพระดำรัสของอัลลอฮ์เท่านั้น เพราะพวกเขาไม่กลัวการลงโทษใด ๆและไม่หวังผลตอบแทนใด ๆและบรรดาผู้ที่มีคุณลักษณะแห่งการปฏิเสธนั้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร น พวกเขาคือผู้โกหก เพราะการโกหกเป็นนิสัยที่พวกเขาคุ้นเคย

مَن كَفَرَ بِٱللَّهِ مِنۢ بَعْدِ إِيمَـٰنِهِۦٓ إِلَّا مَنْ أُكْرِهَ وَقَلْبُهُۥ مُطْمَئِنٌّۢ بِٱلْإِيمَـٰنِ وَلَـٰكِن مَّن شَرَحَ بِٱلْكُفْرِ صَدْرًۭا فَعَلَيْهِمْ غَضَبٌۭ مِّنَ ٱللَّهِ وَلَهُمْ عَذَابٌ عَظِيمٌۭ ﴿١٠٦﴾

ผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์หลังจากที่เขาได้ศรัทธาแล้ว เว้นแต่ผู้ที่เขานั้นถูกบังคับให้ปฏิเสธ แล้วเขาก็ได้กล่าวถ้อยคำที่เป็นการปฏิเสธด้วยลิ้นของ เขาทั้ง ๆ ที่หัวใจของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยศรัทธา มั่นคงอยู่กับความเป็นจริงของอีหม่านนั้น แต่ผู้ใดที่เปิดหัวอกของเขาด้วยการปฏิเสธศรัทธาและ เลือกการปฏิเสธหนือการศรัทธา และได้กล่าวถ้อยคำที่แสดงถึงการปฏิเสธอย่างเชื่อฟัง ดังนั้น เขาคือผู้ที่ออกจากศาสนาอิสลามแล้ว พวกเขาก็จะได้ รับความกริ้วจากอัลลอฮ์ และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอย่างมหันต์

ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمُ ٱسْتَحَبُّوا۟ ٱلْحَيَوٰةَ ٱلدُّنْيَا عَلَى ٱلْـَٔاخِرَةِ وَأَنَّ ٱللَّهَ لَا يَهْدِى ٱلْقَوْمَ ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿١٠٧﴾

การละทิ้งศาสนาอิสลามของพวกเขาเพราะพวกเขาลุ่มหลงกับผลประโยชน์ทางโลกนี้ที่พวกเขาได้รับเพื่อแลกกับการไม่เชื่อในรางวัลปรโลก และ อัลลอฮ์มิได้ทรงชี้นำกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาให้ศรัทธา แต่กลับทำให้อับอายขายหน้า

أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ طَبَعَ ٱللَّهُ عَلَىٰ قُلُوبِهِمْ وَسَمْعِهِمْ وَأَبْصَـٰرِهِمْ ۖ وَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْغَـٰفِلُونَ ﴿١٠٨﴾

บรรดาผู้ที่มีคุณลักษณะแห่งการละทิ้งศาสนาอิสลามหลังจากพวกเขาศรัทธา พวกเขาคือบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ได้ปิดกั้นหัวใจของพวกเขา ดังนั้นพวกเขา จึงไม่เข้าใจในคำตักเตือน อัลลอฮ์ได้ปิดกั้นการได้ยินของพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่ดีสำหรับพวกเขา อัลลอฮ์ได้ปิดตาของพวกเขาเพื่อที่ พวกเขาจะไม่ได้เห็นสัญญาณต่างๆที่นำสู่การศรัทธา และพวกเขาคือผู้ไม่รู้สาเหตุของความสุขและความเศร้าโศก และการลงโทษที่อัลลอฮ์ได้เตรียมไว้ สำหรับพวกเขา

لَا جَرَمَ أَنَّهُمْ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ هُمُ ٱلْخَـٰسِرُونَ ﴿١٠٩﴾

ไม่ต้องสงสัยใด ๆ เลยว่า แท้จริงในวันกิยามะฮ์ พวกเขาจะเป็นผู้ที่ขาดทุน พวกเขาคือบรรดาผู้ที่สูญเสียตัวเองเนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวก เขา หลังจากที่พวกเขาได้ศรัทธา ซึ่งหากพวกเขายึดมั่นในศรัทธาของพวกเขา แน่นอน พวกเขาก็จะได้เข้าสวรรค์

ثُمَّ إِنَّ رَبَّكَ لِلَّذِينَ هَاجَرُوا۟ مِنۢ بَعْدِ مَا فُتِنُوا۟ ثُمَّ جَـٰهَدُوا۟ وَصَبَرُوٓا۟ إِنَّ رَبَّكَ مِنۢ بَعْدِهَا لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١١٠﴾

แล้วพระผู้อภิบาลของเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย-เป็นผู้ทรงอภัยและทรงเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ถูกกดขี่ ซึ่งพวกเขาได้อพยพจากมักกะฮ์ไปยังมะดีนะฮ์ หลังจากที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ทรมานพวกเขา จนถึงขนาดที่พวกเขากล่าวคำปฏิเสธในขณะที่จิตใจของพวกเขามั่นคงด้วยศรัทธา แล้วพวกเขาก็ต่อสู้ ในทางของอัลลอฮ์ เพื่อให้ถ้อยคำของอัลลอฮ์นั้นสูงส่ง และถ้อยคำของผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นตกต่ำ พวกเขาอดทนต่อความทุกข์ทรมานที่พวกเขา ประสบ แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าหลังจากกดขี่ และการทรมานที่ประสบแก่พวกเขา จนพวกเขาต้องกล่าวถ้อยคำแห่งการปฏิเสธศรัทธานั้น แน่นอนพระองค์คือผู้ทรงอภัยแก่พวกเขา และทรงเมตตาแก่พวกเขา เพราะพวกเขาจะไม่กล่าวถ้อยคำแห่งการปฏิเสธเว้นแต่พวกเขาจะถูกบังคับ เท่านั้น

۞ يَوْمَ تَأْتِى كُلُّ نَفْسٍۢ تُجَـٰدِلُ عَن نَّفْسِهَا وَتُوَفَّىٰ كُلُّ نَفْسٍۢ مَّا عَمِلَتْ وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ ﴿١١١﴾

จงรำลึกเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- วันที่ทุกคนจะมาโต้เถียงกันเพื่อปกป้องตัวเอง เขาจะไม่โต้เถียงเพื่อใครอื่นเนื่องจากสถานการณ์ที่เลวร้ายในวันนั้น ทุก ชีวิตจะได้รับการตอบแทนอย่างครบถ้วนสำหรับสิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ไม่ว่าดีหรือชั่ว และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรมด้วยการลบความดีของพวกเขาให้น้อย ลงหรือเพิ่มความชั่วของพวกเขาให้มากขึ้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَضَرَبَ ٱللَّهُ مَثَلًۭا قَرْيَةًۭ كَانَتْ ءَامِنَةًۭ مُّطْمَئِنَّةًۭ يَأْتِيهَا رِزْقُهَا رَغَدًۭا مِّن كُلِّ مَكَانٍۢ فَكَفَرَتْ بِأَنْعُمِ ٱللَّهِ فَأَذَٰقَهَا ٱللَّهُ لِبَاسَ ٱلْجُوعِ وَٱلْخَوْفِ بِمَا كَانُوا۟ يَصْنَعُونَ ﴿١١٢﴾

อัลลอฮ์ทรงยกตัวอย่างเมืองหนึ่ง ซึ่งก็คือนครมักกะฮ์ ซึ่งปลอดภัยและมั่นคงโดยที่ผู้คนในเมืองนั้นไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ในขณะที่ผู้คนที่อยู่รอบๆ อยู่ด้วยความกลัว การยังชีพของมันมาถึงอย่างล้นเหลือและง่ายดายจากทุกทิศทุกทาง แต่แล้วชาวเมืองนั้นไม่ซาบซึ้งต่อความกรุณาของอัลลอฮ์ที่มี ต่อพวกเขา และพวกเขาไม่ขอบคุณพระองค์ ดังนั้นอัลลอฮ์จึงทรงตอบแทนพวกเขาด้วยความหิวโหยและความกลัวอันรุนแรงซึ่งปรากฏบนร่างกาย ของพวกเขา จนความหิวโหยและความหวาดกลัวนั้นกลายเป็นเหมือนเสื้อผ้าสำหรับพวกเขา เนื่องจากการไม่ศรัทธาและการปฏิเสธศรัทธาที่พวกเขาได้ กระทำกัน

وَلَقَدْ جَآءَهُمْ رَسُولٌۭ مِّنْهُمْ فَكَذَّبُوهُ فَأَخَذَهُمُ ٱلْعَذَابُ وَهُمْ ظَـٰلِمُونَ ﴿١١٣﴾

และแท้จริงได้มีเราะสูลคนหนึ่งได้มายังชาวมักกะฮ์ ซึ่งมาจากหมู่พวกเขาเอง ซึ่งพวกเขารู้ถึงความสัตย์ซื่อและสัตย์จริง เขาคือมูฮัมหมัด -ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม- แต่พวกเขาปฏิเสธเขา พร้อมกับสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแก่เขา ดังนั้น การลงโทษของอัลลอฮ์ความหิวโหยและความหวาด กลัวได้เกิดขึ้นกับพวกเขาในขณะที่พวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการจมดิ่งลงไปในเหวแห่งความพินาศ โดยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และ ปฏิเสธเราะสูลของพระองค์

فَكُلُوا۟ مِمَّا رَزَقَكُمُ ٱللَّهُ حَلَـٰلًۭا طَيِّبًۭا وَٱشْكُرُوا۟ نِعْمَتَ ٱللَّهِ إِن كُنتُمْ إِيَّاهُ تَعْبُدُونَ ﴿١١٤﴾

พวกเจ้าจงบริโภคเถิด -โอ้บ่าวทั้งหลาย- จากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานแก่พวกเจ้า ที่เป็นสิ่งที่อนุมัติในจำพวกสิ่งที่สามารถกินมันได้ และพวกเจ้าจง ขอบคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่ได้ทรงประทานมันให้แก่พวกเจ้า โดยการยอมรับในความโปรดปรานเหล่านี้สำหรับอัลลอฮ์ และใช้จ่ายมันไป ในทางที่พระองค์พึงพระทัย หากพวกเจ้าทั้งหลายนั้นเคารพภักดีต่อพระองค์แค่ผู้เดียวและไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์

إِنَّمَا حَرَّمَ عَلَيْكُمُ ٱلْمَيْتَةَ وَٱلدَّمَ وَلَحْمَ ٱلْخِنزِيرِ وَمَآ أُهِلَّ لِغَيْرِ ٱللَّهِ بِهِۦ ۖ فَمَنِ ٱضْطُرَّ غَيْرَ بَاغٍۢ وَلَا عَادٍۢ فَإِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١١٥﴾

غفور ر حيم อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามพวกเจ้าบริโภคสิ่งที่ตายโดยไม่เชือดที่เป็นสัตว์ในประเภทที่ต้องเชือด เลือดที่ไหล ทุกส่วนของสุกร และสัตว์ที่ถูกเชือดเพื่อเป็น เครื่องบูชาต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ข้อห้ามนี้ใช้ในเวลาที่ปกติ แต่หากผู้ใดอยู่ในสภาพที่คับขันที่จำเป็นต้องบริโภคสิ่งเหล่านั้น และได้ทำเช่นนั้นโดยไม่ได้ เกิดขึ้นจากความปรารถนาในสิ่งต้องห้ามนั้น และไม่ได้เกินขอบเขตที่จำเป็น ดังนั้นพวกเขาก็ไม่ผิดอะไร อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยโทษ จะทรงอภัยต่อสิ่ง ที่พวกเขาบริโภค พระองค์ทรงเมตตาต่อเขา ที่ทรงอนุญาตให้กินเมื่อจำเป็น

وَلَا تَقُولُوا۟ لِمَا تَصِفُ أَلْسِنَتُكُمُ ٱلْكَذِبَ هَـٰذَا حَلَـٰلٌۭ وَهَـٰذَا حَرَامٌۭ لِّتَفْتَرُوا۟ عَلَى ٱللَّهِ ٱلْكَذِبَ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَفْتَرُونَ عَلَى ٱللَّهِ ٱلْكَذِبَ لَا يُفْلِحُونَ ﴿١١٦﴾

และพวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย- อย่าได้กล่าวตามที่ลิ้นของพวกเจ้าได้กล่าวที่เป็นการกล่าวเท็จในนามของอัลลอฮ์ ดังที่ว่า "สิ่งนี่เป็นที่ อนุมัติและสิ่งนี่เป็นที่ต้องห้าม" ด้วยเจตนาที่จะสร้างการโกหกในนามของพระเจ้า โดยห้ามสิ่งที่พระองค์ไม่ได้ห้าม หรืออนุญาตในสิ่งที่พระองค์ไม่ อนุญาต แท้จริงบรรดาผู้กล่าวเท็จในนามของอัลลอฮ์จะไม่ได้รับสิ่งที่พวกเขาปรารถนา และพวกเขาก็ไม่ปลอดภัยจากสิ่งที่พวกเขากลัว متع قليل ولهمعذاب أليم

مَتَـٰعٌۭ قَلِيلٌۭ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿١١٧﴾

สำหรับพวกเขาคือผลประโยชน์อันน้อยนิดอันต่ำต้อย เพราะพวกเขาได้ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาในดุนยา และสำหรับพวกเขาในวันกิยามะฮ์ คือการลงโทษอันเจ็บปวด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَعَلَى ٱلَّذِينَ هَادُوا۟ حَرَّمْنَا مَا قَصَصْنَا عَلَيْكَ مِن قَبْلُ ۖ وَمَا ظَلَمْنَـٰهُمْ وَلَـٰكِن كَانُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ ﴿١١٨﴾

และแก่บรรดาชาวยิวเป็นการเฉพาะ เราได้ห้ามสิ่งที่เราได้เคยบอกเล่าแก่เจ้ามาแต่ก่อนแล้ว(ดังเช่นในอายะฮฺที่: 146 จากซูเราะฮ์ อัล-อันอาม) และเรามิ ได้อยุติธรรมต่อพวกเขาด้วยการที่ห้ามสิ่งนั้น และแต่พวกเขาต่างหากที่ได้อยุติธรรมต่อตัวพวกเขาเองขณะที่พวกเขานั้นได้ฝ่าฝืนซึ่งเป็นสาเหตุที่นำ มาสู่การลงโทษ แล้วเราก็ได้ตอบแทนพวกเขาอันเนื่องจากความก้าวร้าวของพวกเขา ดังนั้นที่เราได้ห้ามสิ่งนั้นเหนือพวกเขา เพื่อเป็นการลงโทษ สำหรับพวกเขา

ثُمَّ إِنَّ رَبَّكَ لِلَّذِينَ عَمِلُوا۟ ٱلسُّوٓءَ بِجَهَـٰلَةٍۢ ثُمَّ تَابُوا۟ مِنۢ بَعْدِ ذَٰلِكَ وَأَصْلَحُوٓا۟ إِنَّ رَبَّكَ مِنۢ بَعْدِهَا لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌ ﴿١١٩﴾

หลังจากนั้น แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น -โอ้เราะสูล- สำหรับบรรดาผู้กระทำการชั่วโดยไม่รุ้ถึงผลพวงที่จะตามมา ถึงแม้พวกเขาจะเจตนาทำก็ตาม แล้วพวกเขาสำนึกผิดต่ออัลลอฮ์หลังจากที่พวกเขาได้กระทำความชั่ว และพวกเขาก็ได้ปรับปรุงแก้ไขการงานของพวกเขาที่ไม่ดีนั้น แท้จริงพระผู้ อภิบาลของเจ้า หลังจากการสำนึกผิด(เตาบะฮฺ)นั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยยิ่งต่อความผิดของพวกเขา เป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ

إِنَّ إِبْرَٰهِيمَ كَانَ أُمَّةًۭ قَانِتًۭا لِّلَّهِ حَنِيفًۭا وَلَمْ يَكُ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿١٢٠﴾

แท้จริง อิบรอฮีม -อะลัยฮิส สลาม- เป็นคนที่รวมคุณลักษณะของความดี เชื่อฟังต่อพระผู้อภิบาลของเขาเสมอ โน้มเอียงจากศาสนาเท็จทั้งหมดมาสู่ อิสลาม เขาไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ต้งภาคีเลย

شَاكِرًۭا لِّأَنْعُمِهِ ۚ ٱجْتَبَىٰهُ وَهَدَىٰهُ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿١٢١﴾

และเขาเป็นผู้กตัญญูกตเวทีต่อความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เขา พระองค์ทรงเลือกเขาเป็นนบี และทรงชี้แนะทางแก่เขาสู่ศาสนา อิสลามที่เที่ยงแท้

وَءَاتَيْنَـٰهُ فِى ٱلدُّنْيَا حَسَنَةًۭ ۖ وَإِنَّهُۥ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ لَمِنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿١٢٢﴾

และเราได้มอบให้เขาในโลกนี้ซึ่งการเป็นนบี และการสรรเสริญที่ดี และลูกที่ดี และแท้จริงในปรโลกนั้น เขาจะอยู่ในหมู่คนดี ๆ ที่อัลลอฮ์นั้นได้เตรียมไว้ สำหรับพวกเขา ซึ่งมันคือตำแหน่งอันสูงส่งในสรวงสวรรค์อย่างแน่นอน

ثُمَّ أَوْحَيْنَآ إِلَيْكَ أَنِ ٱتَّبِعْ مِلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًۭا ۖ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿١٢٣﴾

แล้วเราได้วะฮีย์แก่เจ้า -โอ้เราะสูล- จงปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีมในเรื่องการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ และการออกห่างจากบรรดาผู้ตั้งภาคี และการ เชื่อชวนสู่อัลลอฮ์ และการปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ โดยโน้มเอียงจากศาสนาเท็จทั้งหมดมาสู่อิสลาม และเขามิได้อยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคีเลย ดัง เช่นที่พวกบรรดาผู้ตั้งภาคีได้กล่าวอ้าง แต่เขาคือผู้ที่ศรัทธาในความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ต่างหาก

إِنَّمَا جُعِلَ ٱلسَّبْتُ عَلَى ٱلَّذِينَ ٱخْتَلَفُوا۟ فِيهِ ۚ وَإِنَّ رَبَّكَ لَيَحْكُمُ بَيْنَهُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ فِيمَا كَانُوا۟ فِيهِ يَخْتَلِفُونَ ﴿١٢٤﴾

แท้จริงการถวายเกียรติแด่วันเสาร์ถูกกำหนดให้เป็นภาระผูกพันเหนือชาวยิว เมื่อพวกเขาได้ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวันเสาร์ เพื่อที่พวกเขาจะได้ละทิ้งการ งานของพวกเขาไปกับการทำอิบาดะฮ์ หลังจากที่พวกเขาหลงทางจากวันศุกร์ที่พวกเขาได้รับคำสั่งให้อุทิศเพื่ออิบาดะฮ์ในวันนั้น แท้จริงพระผู้อภิบาล ของเจ้า –โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะตัดสินระหว่างผู้ที่ขัดแย้งกันในวันกิยามะฮ์เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกัน แล้วตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำของเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

ٱدْعُ إِلَىٰ سَبِيلِ رَبِّكَ بِٱلْحِكْمَةِ وَٱلْمَوْعِظَةِ ٱلْحَسَنَةِ ۖ وَجَـٰدِلْهُم بِٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ ۚ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِۦ ۖ وَهُوَ أَعْلَمُ بِٱلْمُهْتَدِينَ ﴿١٢٥﴾

จงเชิญชวน -โอ้เราะสูลเอ๋ย- สู่ศาสนาอิสลามของเจ้าและผู้ศรัทธาที่ติดตามเจ้าในลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพความเข้าใจและความคิดของบุคคลที่เจ้า เชิญและด้วยการตักเตือนที่มีกำลังใจและคำเตือนให้ระวัง โต้เถียงกับพวกเขาในลักษณะที่ดีที่สุดในแง่ของคำพูด ความคิด และความสุภาพ เพราะมัน ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าในการให้ฮิดายะฮ์แก่ผู้คน แต่เจ้าทำหน้าที่เชิญชวนพวกเขาเท่านั้น พระผู้อภิบาลของคุณทรงรอบรู้ดีที่สุดว่าใครหลงจากศาสนาของ อิสลาม และพระองค์ทรงรอบรู้ดีที่สุดบรรดาผู้ถูกชี้นำที่ถูกต้อง ดังนั้นเจ้าอย่าได้นำพาตัวของเจ้าไปจมปลักอยู่กับพวกเขาด้วยความเศร้าโศก

وَإِنْ عَاقَبْتُمْ فَعَاقِبُوا۟ بِمِثْلِ مَا عُوقِبْتُم بِهِۦ ۖ وَلَئِن صَبَرْتُمْ لَهُوَ خَيْرٌۭ لِّلصَّـٰبِرِينَ ﴿١٢٦﴾

และหากพวกเจ้ามีความต้องการที่จะลงโทษฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ต่อพวกเจ้า ก็จงลงโทษเยี่ยงที่เขานั้นได้กระทำไว้ต่อพวกเจ้าโดยที่ไม่เกินจากนั้น และ หากพวกเจ้าอดทนต่อการลงโทษของเขาได้ แน่นอน มันเป็นการดียิ่งสำหรับบรรดาผู้อดทนที่มาจากพวกเจ้า ที่จะทำการเอาโทษกลับต่อพวกเขา

وَٱصْبِرْ وَمَا صَبْرُكَ إِلَّا بِٱللَّهِ ۚ وَلَا تَحْزَنْ عَلَيْهِمْ وَلَا تَكُ فِى ضَيْقٍۢ مِّمَّا يَمْكُرُونَ ﴿١٢٧﴾

และจงอดทนเถิด -โอ้เราะสูล- ต่อสิ่งที่ได้ประสบกับเจ้าจากการทำร้ายของพวกเขา และการอดทนของเจ้าจะมีขึ้นไม่ได้ เว้นแต่ด้วยการชี้นำของอัลลอฮ์ และเจ้าอย่าได้เสียใจต่อการที่พวกปฏิเสธศรัทธาหันหลังให้กับเจ้า และอย่าได้คับใจในสิ่งที่พวกเขาวางกลอุบาย

إِنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلَّذِينَ ٱتَّقَوا۟ وَّٱلَّذِينَ هُم مُّحْسِنُونَ ﴿١٢٨﴾

แท้จริง อัลลอฮ์ทรงอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระองค์ ด้วยการที่พวกเขาละทิ้งบาป และทรงอยู่ร่วมกับบรรดาผู้กระทำความดี ด้วยการที่พวกเขา นั้นเคารพเชื่อฟัง และปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาถูกสั่งใช้ ดังนั้นพระองค์จะทรงอยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยกับการช่วยเหลือและให้การสนับสนุน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · An-Nahl — النحل

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา