หน้าแรกตัฟซีรAl-Israa (17)

ตัฟซีร Al-Israa (17) — الإسراء

มักกียะฮ์ · 111 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

سُبْحَـٰنَ ٱلَّذِىٓ أَسْرَىٰ بِعَبْدِهِۦ لَيْلًۭا مِّنَ ٱلْمَسْجِدِ ٱلْحَرَامِ إِلَى ٱلْمَسْجِدِ ٱلْأَقْصَا ٱلَّذِى بَـٰرَكْنَا حَوْلَهُۥ لِنُرِيَهُۥ مِنْ ءَايَـٰتِنَآ ۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْبَصِيرُ ﴿١﴾

อัลลอฮฺทรงมหาบริสุทธิ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ เนื่องด้วยอำนาจของพระองค์ทรงเหนืออำนาจใดๆ ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทั้งกายและวิญญาณของเขาในสภาพที่รู้สึกตัว ในช่วงหนึ่งของกลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดบัยตุลมักดิส (มัสยิดอัลอักซอ) ซึ่งเป็นมัสยิดที่พระองค์ได้ทำให้บริเวณรอบมันได้เกิดความจำเริญ ด้วยพืชผล ผักผลไม้ต่างๆ นานา และเหล่าบ้านเรือนของบรรดา นบีที่ล่วงลับไป(ขอพระองค์ทรงเมตตาทุกท่าน) เพื่อให้เขาได้เห็นถึงสัญญาณต่างๆที่แสดงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮ์ (ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ยิ่ง) แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยินดังนั้นไม่มีเสียงใดจะเล็ดลอดจากพระองค์ได้ ผู้ทรงเห็นดังนั้นไม่มีสิ่งใดแอบซ่อนไปจากพระองค์ได้เช่นกัน

وَءَاتَيْنَا مُوسَى ٱلْكِتَـٰبَ وَجَعَلْنَـٰهُ هُدًۭى لِّبَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ أَلَّا تَتَّخِذُوا۟ مِن دُونِى وَكِيلًۭا ﴿٢﴾

และเราได้มอบคัมภีร์เตารอฮ์แก่มูซา อะลัยฮิสสลาม และเราได้ทำให้มันเป็นแนวทางและเป็นคู่มือแก่วงศ์วานของอิสรออีล และกล่าวแก่วงศ์วานของอิส รออีลว่า "อย่าได้ยึดผู้ใดอื่นจากข้า เป็นผู้คุ้มครองที่พวกเจ้ามอบหมายกิจการต่างๆของพวกเจ้า แต่จงมอบหมายทุกอย่างแด่ข้าเพียงผู้เดียว"

ذُرِّيَّةَ مَنْ حَمَلْنَا مَعَ نُوحٍ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ عَبْدًۭا شَكُورًۭا ﴿٣﴾

พวกเจ้าคือลูกหลานวงศ์วานของบรรดาผู้ที่เราได้โปรดปรานด้วยการให้รอดปลอดภัยพร้อมกับนบีนูหฺจากการจมน้ำเมื่อครั้นน้ำท่วมใหญ่ ฉะนั้นจง รำลึกและจงขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ด้วยการเคารพสักการะและเชื่อฟังพระองค์เท่านั้น และจงขอบคุณต่อพระองค์อย่างที่นบีนูหฺเป็น แบบอย่าง เพราะแท้จริงเขาเป็นบ่าวที่กตัญญูรู้คุณต่ออัลลอฮฺเป็นอย่างมากو

وَقَضَيْنَآ إِلَىٰ بَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ فِى ٱلْكِتَـٰبِ لَتُفْسِدُنَّ فِى ٱلْأَرْضِ مَرَّتَيْنِ وَلَتَعْلُنَّ عُلُوًّۭا كَبِيرًۭا ﴿٤﴾

และเราได้แจ้งแก่ชนชาติอิสรออีลและบอกกับพวกเขาในคัมภีร์เตารอฮ์ว่า พวกเขาจะก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินอย่างแน่นอน โดยการกระ ทำความชั่วและยโสโอหังถึงสองครั้งด้วยกัน และแน่นอนพวกเขาจะลุกขึ้นมีอำนาจเหนือผู้อื่น ด้วยความอยุติธรรมและการกดขี่ผู้คนอย่างไร้ขีดจำกัด

فَإِذَا جَآءَ وَعْدُ أُولَىٰهُمَا بَعَثْنَا عَلَيْكُمْ عِبَادًۭا لَّنَآ أُو۟لِى بَأْسٍۢ شَدِيدٍۢ فَجَاسُوا۟ خِلَـٰلَ ٱلدِّيَارِ ۚ وَكَانَ وَعْدًۭا مَّفْعُولًۭا ﴿٥﴾

เมื่อความวิบัติครั้งที่หนึ่งได้เกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกเขา เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอำนาจเข้มแข็ง รูปร่างที่แข็งแกร่ง ได้เข่นฆ่าและขับไล่พวก เขา ดังนั้นบรรดาบ่าวของเราจึงได้บุกเข้าไปยังทุกส่วนในบ้านเมืองของพวกเขาพร้อมทำลายทุกอย่างที่พวกเขาได้เดินผ่าน และคำสัญญาของอัลลอฮ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้จะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน

ثُمَّ رَدَدْنَا لَكُمُ ٱلْكَرَّةَ عَلَيْهِمْ وَأَمْدَدْنَـٰكُم بِأَمْوَٰلٍۢ وَبَنِينَ وَجَعَلْنَـٰكُمْ أَكْثَرَ نَفِيرًا ﴿٦﴾

แล้วหลังจากนั้นเราได้ให้โอกาสแก่พวกเจ้า -โอ้วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย- ได้กลับมามีบ้านเมืองและมีอำนาจเหนือพวกที่ได้ยึดอำนาจจากพวกเจ้า หลังจาก ที่พวกเจ้าได้เตาบะฮ์(กลับเนื้อกลับใจ)ต่ออัลลอฮ์ และเราได้ให้พวกเจ้ากลับมามีทรัพย์สินหลังจากที่ถูกยึดไป และมีบุตรหลานหลังจากที่ได้ตกเป็น เชลยศึก และเราได้ทำให้พวกเจ้ามีกองกำลังเหนือศัตรูของพวกเจ้า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنْ أَحْسَنتُمْ أَحْسَنتُمْ لِأَنفُسِكُمْ ۖ وَإِنْ أَسَأْتُمْ فَلَهَا ۚ فَإِذَا جَآءَ وَعْدُ ٱلْـَٔاخِرَةِ لِيَسُـۥٓـُٔوا۟ وُجُوهَكُمْ وَلِيَدْخُلُوا۟ ٱلْمَسْجِدَ كَمَا دَخَلُوهُ أَوَّلَ مَرَّةٍۢ وَلِيُتَبِّرُوا۟ مَا عَلَوْا۟ تَتْبِيرًا ﴿٧﴾

دخلوهأول مر ة وليتبرواما علوا تتبيرا หากพวกเจ้า-โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- ได้กระทำความดี และได้ทำความดีบนครรลองที่ได้บัญญัติไว้ ดังนั้นผลของความดีนั้นก็จะกลับมาหาพวก เจ้าเอง และสำหรับอัลลอฮนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งการงานใดๆของพวกเจ้าเลย และหากพวกเจ้ากระทำความชั่ว ดังนั้นการลงโทษสำหรับสิ่งนั้นก็จะเกิด กับพวกเจ้าเช่นกัน ดังนั้นสำหรับพระองค์แล้วไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากความดีของพวกเจ้าและไม่ได้เกิดผลกระทบใดๆจากการละเมิดของพวกเจ้า และ เมื่อได้มีการสร้างความเสียหายเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เราจะทำให้ศัตรูของพวกเจ้ามีอำนาจเหนือพวกเจ้าเพื่อทำให้ความระทมทุกข์ได้ปรากฎบน ใบหน้าของพวกเจ้า เนื่องจากพวกเขาจะทำทุกอย่างให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองถึงรสชาติแห่งความตกต่ำ และเพื่อเข้าไปในวิหารแห่งเยรูซาเล็มและทำลาย มันเหมือนครั้งที่พวกเขาได้เข้าไปและทำลายมันในครั้งแรก และเพื่อทำลายสิ่งที่พวกเขาได้ยึดมาจากแผ่นดินนั้นอย่างหมดสิ้น

عَسَىٰ رَبُّكُمْ أَن يَرْحَمَكُمْ ۚ وَإِنْ عُدتُّمْ عُدْنَا ۘ وَجَعَلْنَا جَهَنَّمَ لِلْكَـٰفِرِينَ حَصِيرًا ﴿٨﴾

หวังว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า -โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- จะทรงเมตตาแก่พวกเจ้า หลังจากการลงโทษที่รุ่นแรงนี้ หากพวกเจ้าได้กลับใจต่อ พระองค์ และพวกเจ้าได้กระทำคุณงามความดีและหากพวกเจ้ากลับมาก่อกวนเป็นครั้งที่สามหรืออีกกี่ครั้งก็ตาม เราก็จะกลับมาลงโทษพวกเจ้าอีก เช่นกัน และเราได้ทำให้นรกญะฮันนัม เป็นที่คุมขังและเป็นที่พำนักสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และพวกเขาจะไม่สามารถปลดปล่อยตัว เองจากมันได้

إِنَّ هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانَ يَهْدِى لِلَّتِى هِىَ أَقْوَمُ وَيُبَشِّرُ ٱلْمُؤْمِنِينَ ٱلَّذِينَ يَعْمَلُونَ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ أَنَّ لَهُمْ أَجْرًۭا كَبِيرًۭا ﴿٩﴾

แท้จริง คัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม นั้น จะชี้แนะถึงแนวทางที่ดีที่สุด มันก็คือแนวทางแห่งอิสลาม นั่นเอง และ(เป็นคำภีร์ที่)ที่จะแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ที่ประกอบคุณงามความดีทั้งหลายในสิ่งที่จะทำให้พวกเขาพอใจ คือพวกเขาจะได้ รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จากอัลลอฮ์นั่นเอง

وَأَنَّ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ أَعْتَدْنَا لَهُمْ عَذَابًا أَلِيمًۭا ﴿١٠﴾

และ(นอกจากนั้นคำภีร์อัลกุรอาน) ยังแจ้ง(ข่าวร้าย) แก่บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์ด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่พอใจ คือเราได้เตรียมการลงโทษอัน เจ็บปวดให้กับพวกเขาในวันกิยามะฮ์

وَيَدْعُ ٱلْإِنسَـٰنُ بِٱلشَّرِّ دُعَآءَهُۥ بِٱلْخَيْرِ ۖ وَكَانَ ٱلْإِنسَـٰنُ عَجُولًۭا ﴿١١﴾

และมนุษย์มักจะวิงวอนขอเพื่อความชั่วร้ายต่อตนเอง ต่อลูกๆและทรัพย์สินของตนเอง เมื่อพวกเขาโกรธ เพราะความไม่รู้ของพวกเขา เสมือนการ วิงวอนขอต่อตัวเองเพื่อความดี ซึ่งถ้าหากว่าเราได้ตอบรับคำวิงวอนของพวกเขาเพื่อความชั่วร้ายนั้น แน่นอนพวกเขา ลูกๆและทรัพย์สินของพวกเขา ก็จะพินาศ และมนุษย์นั้นมีธรรมชาติที่ชอบรีบร้อน จึงมักจะรีบร้อนที่จะทำบางสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง

وَجَعَلْنَا ٱلَّيْلَ وَٱلنَّهَارَ ءَايَتَيْنِ ۖ فَمَحَوْنَآ ءَايَةَ ٱلَّيْلِ وَجَعَلْنَآ ءَايَةَ ٱلنَّهَارِ مُبْصِرَةًۭ لِّتَبْتَغُوا۟ فَضْلًۭا مِّن رَّبِّكُمْ وَلِتَعْلَمُوا۟ عَدَدَ ٱلسِّنِينَ وَٱلْحِسَابَ ۚ وَكُلَّ شَىْءٍۢ فَصَّلْنَـٰهُ تَفْصِيلًۭا ﴿١٢﴾

และเราได้สร้างกลางวันและกลางคืน เพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพและเดชานุภาพของอัลลอฮ์ เพราะในทั้งสองเวลานั้นมีความต่าง กันทั้งในเรื่องเวลาที่สั้นกับยาว หรืออากาศที่ต่างกันร้อนกับหนาว ดังนั้นเราจึงกำหนดให้กลางคืนมืดมิด เพื่อให้มนุษย์ได้นอนหลับผักผ่อน และเราได้ กำหนดให้กลางวันสว่างไสว เพื่อให้มนุษย์ได้มองเห็นและแสวงหาปัจจัยยังชีพ ทั้งนี้การสลับหมุนเวียนกันของกลางวันกับกลางคืนนั้น ก็เพื่อให้พวก เจ้าได้รู้ถึงจำนวนปี และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เช่นการคำนวณเวลาของแต่ละเดือน เวลาของแต่ละวันและเวลาของแต่ละชั่วโมง และทุกสิ่งนั้นเราได้อธิบาย อย่างชัดเจนถี่ถ้วนแล้ว เพื่อสามารถจำแนกสิ่งต่าง ๆ ได้และเพื่อให้สามารถแยกแยะและให้เกิดความกระจ่างระหว่างความถูกต้องจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَكُلَّ إِنسَـٰنٍ أَلْزَمْنَـٰهُ طَـٰٓئِرَهُۥ فِى عُنُقِهِۦ ۖ وَنُخْرِجُ لَهُۥ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ كِتَـٰبًۭا يَلْقَىٰهُ مَنشُورًا ﴿١٣﴾

และมนุษย์ทุกคน เราจะให้การงานของพวกเขาติดกับตัวของพวกเขาเหมือนกับการติดของสร้อยคอที่แขวนไว้ที่คอ ไม่สามารถถอดมันออกไปได้ จนกว่าจะถูกสอบสวน และในวันปรโลกเราจะนำบันทึกที่มีทุกๆการงานทั้งดีและชั่วของพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะพบบันทึกนั้นมาเปิดกางไว้ต่อหน้าพวก เขา

ٱقْرَأْ كِتَـٰبَكَ كَفَىٰ بِنَفْسِكَ ٱلْيَوْمَ عَلَيْكَ حَسِيبًۭا ﴿١٤﴾

และเราจะกล่าวแก่พวกเขาในวันนั้นว่า "โอ้มนุษย์เอ๋ย เจ้าจงอ่านสมุดบันทึกของเจ้าเถิด และจงพิพากษาตนเองในการงานที่ตนเองได้ทำ ซึ่งในวัน ปรโลกนั้นเพียงพอแล้วที่เจ้าจะเป็นผู้ชำระบัญชีต่อตัวเอง"

مَّنِ ٱهْتَدَىٰ فَإِنَّمَا يَهْتَدِى لِنَفْسِهِۦ ۖ وَمَن ضَلَّ فَإِنَّمَا يَضِلُّ عَلَيْهَا ۚ وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٌۭ وِزْرَ أُخْرَىٰ ۗ وَمَا كُنَّا مُعَذِّبِينَ حَتَّىٰ نَبْعَثَ رَسُولًۭا ﴿١٥﴾

حت نبعث رسولا ى ใครก็ตามที่ได้รับแนวทางแห่งการศรัทธาที่ถูกต้องเขาจะได้รับผลดีกลับไปสู่ตัวเขาเอง และใครก็ตามที่หลงทางออกไปเขาจะถูกลงโทษอันเนื่องมา จากความผิดพลาดของเขาเองเช่นกัน และไม่มีผู้ใดที่จะมาแบกเบาภาระ(บาป)แทนผู้อื่นได้ และพระองค์มิอาจลงโทษกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่งจนกว่า พระองค์จะมีหลักฐานเหนื่อพวกเขา โดยการส่งบรรดาศาสนทูตของพระองค์ไปยังพวกเขาเสียก่อน

وَإِذَآ أَرَدْنَآ أَن نُّهْلِكَ قَرْيَةً أَمَرْنَا مُتْرَفِيهَا فَفَسَقُوا۟ فِيهَا فَحَقَّ عَلَيْهَا ٱلْقَوْلُ فَدَمَّرْنَـٰهَا تَدْمِيرًۭا ﴿١٦﴾

และเมื่อเราต้องการทำให้หมู่บ้านใดถูกทำลายอันเนื่องมาจากความอธรรมของพวกเขาเอง เราได้สั่งให้บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่อย่างหรูหราและมั่งคั่งใน เมืองนั้นให้เคารพภักดีต่อพระองค์ แต่พวกเขากลับไม่ปฏิบัติตาม ดื้อรั้น ฝ่าฝืน และไม่เชื่อฟัง เมื่อนั้นแล้วสมควรที่จะถูกลงโทษอย่างพังพินาศ

وَكَمْ أَهْلَكْنَا مِنَ ٱلْقُرُونِ مِنۢ بَعْدِ نُوحٍۢ ۗ وَكَفَىٰ بِرَبِّكَ بِذُنُوبِ عِبَادِهِۦ خَبِيرًۢا بَصِيرًۭا ﴿١٧﴾

และกี่มากน้อยแล้วที่เราได้ทำลายล้างกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธา หลังจากนบีนูห เช่นกลุ่มชนอาดและกลุ่มชนษะมูด และเพียงพอกับพระผู้อภิบาลของ เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ทรงรอบรู้ถึงความผิดบาปของปวงบ่าวของพระองค์ ทรงเห็นทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดจะปกปิดพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงสอบสวน พวกเขาเอง

مَّن كَانَ يُرِيدُ ٱلْعَاجِلَةَ عَجَّلْنَا لَهُۥ فِيهَا مَا نَشَآءُ لِمَن نُّرِيدُ ثُمَّ جَعَلْنَا لَهُۥ جَهَنَّمَ يَصْلَىٰهَا مَذْمُومًۭا مَّدْحُورًۭا ﴿١٨﴾

ผู้ใดประกอบคุณงามความดีเพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนในโลกนี้โดยปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลกและเพิกเฉยต่อมัน พระองค์จะรีบเร่งให้เขาได้รับในสิ่งที่ พระองค์ทรงประสงค์มิใช่ตามที่เขาปรารถนาไว้ แล้วในวันกิยามะฮ์นั้นพระองค์จะทรงเตรียมนรกญะฮันนัมไว้สำหรับเขา เขาจะเข้าไปในนั้นเผชิญกับ การทรมานแห่งความร้อนของมัน เพื่อเป็นการลงโทษเขาในฐานะที่เลือกชีวิตแห่งโลกนี้และปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก และเป็นการรขับออกจาก ความเมตตาของพระองค์

وَمَنْ أَرَادَ ٱلْـَٔاخِرَةَ وَسَعَىٰ لَهَا سَعْيَهَا وَهُوَ مُؤْمِنٌۭ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ كَانَ سَعْيُهُم مَّشْكُورًۭا ﴿١٩﴾

และผู้ใดได้ประกอบคุณงามความดีเพื่อหวังการตอบแทนและได้ทุ่มเทในการประกอบความดีนั้นโดยปราศจากการโอ้อวดและหวังชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น โดยเขาเป็นผู้ศรัทธาในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ ดังนั้นการทุ่มเทของผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนี้จะเป็นที่ตอบรับ ณ อัลลอฮ์และพระองค์จะทรง ตอบแทนพวกเขาเอง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ل

كُلًّۭا نُّمِدُّ هَـٰٓؤُلَآءِ وَهَـٰٓؤُلَآءِ مِنْ عَطَآءِ رَبِّكَ ۚ وَمَا كَانَ عَطَآءُ رَبِّكَ مَحْظُورًا ﴿٢٠﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย พระองค์ได้ทรงเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ทั้งสองกลุ่มคือ กลุ่มผู้ประพฤติดีและกลุ่มผู้ประพฤติชั่ว ซึ่งการประทานของพระองค์ในโลกดุน ยานี้จะไม่ถูกปิดกั้นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือจะเป็นคนชั่วก็ตาม

ٱنظُرْ كَيْفَ فَضَّلْنَا بَعْضَهُمْ عَلَىٰ بَعْضٍۢ ۚ وَلَلْـَٔاخِرَةُ أَكْبَرُ دَرَجَـٰتٍۢ وَأَكْبَرُ تَفْضِيلًۭا ﴿٢١﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงใคร่ครวญเถิดว่า เราได้ให้เกียรติระหว่างพวกเขาในโลกนี้อย่างไร ทั้งในด้านปัจจัยยังชีพและตำแหน่งเกียรติยศ และในโลกหน้านั้น จะแตกต่างมากเมื่อเทียบกับระดับความสุขในโลกนี้ และเกียรติก็จะต่างกันมาก ดังนั้นมุอ์มินจงแสวงหาความยิ่งใหญ่นั้นเถิด

لَّا تَجْعَلْ مَعَ ٱللَّهِ إِلَـٰهًا ءَاخَرَ فَتَقْعُدَ مَذْمُومًۭا مَّخْذُولًۭا ﴿٢٢﴾

โอ้ปวงบ่าวเอ๋ย จงอย่าเอาพระเจ้าอื่นใดเทียบเคียงกับอัลลอฮ์ในการเคารพสักการะ เพราะจะทำให้เจ้าเป็นผู้ถูกตำหนิ ณ ที่พระองค์ และ ณ ที่บรรดาผู้ ประพฤติดี ไร้ซึ่งผู้สรรเสริญ ถูกเมินเฉย และไม่มีใครช่วยเหลือ

۞ وَقَضَىٰ رَبُّكَ أَلَّا تَعْبُدُوٓا۟ إِلَّآ إِيَّاهُ وَبِٱلْوَٰلِدَيْنِ إِحْسَـٰنًا ۚ إِمَّا يَبْلُغَنَّ عِندَكَ ٱلْكِبَرَ أَحَدُهُمَآ أَوْ كِلَاهُمَا فَلَا تَقُل لَّهُمَآ أُفٍّۢ وَلَا تَنْهَرْهُمَا وَقُل لَّهُمَا قَوْلًۭا كَرِيمًۭا ﴿٢٣﴾

พระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้ผู้เป็นบ่าวเอ๋ย- ได้ทรงใช้และทรงบัญชาไว้ว่า "จงอย่าเคารพภักดีต่อผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และทรงบัญชาให้ปฏิบัติดี ต่อบิดามารดาโดยเฉพาะในยามแก่ชรา ถ้าหากคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองถึงวัยชรา แล้วอาศัยอยู่กับเจ้า ดังนั้นอย่าบ่นท่านทั้งสองด้วยคำพูดที่ทำร้าย ทั้งสอง และอย่าดุด่าและพูดรุนแรงกับทั้งสอง แต่พูดกับท่านทั้งสองด้วยคำพูดที่สุภาพซึ่งเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล"

وَٱخْفِضْ لَهُمَا جَنَاحَ ٱلذُّلِّ مِنَ ٱلرَّحْمَةِ وَقُل رَّبِّ ٱرْحَمْهُمَا كَمَا رَبَّيَانِى صَغِيرًۭا ﴿٢٤﴾

และจงมีความเมตตา อ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านทั้งสอง พร้อมๆกับกล่าวขอพรว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสอง เนื่องจากที่ท่านทั้งสองได้อบรมเลี้ยงดูข้าเมื่อเยาว์วัย"

رَّبُّكُمْ أَعْلَمُ بِمَا فِى نُفُوسِكُمْ ۚ إِن تَكُونُوا۟ صَـٰلِحِينَ فَإِنَّهُۥ كَانَ لِلْأَوَّٰبِينَ غَفُورًۭا ﴿٢٥﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเจ้า เช่นความบริสุทธิใจต่อพระองค์ในการประกอบศาสนกิจ การ ประกอบความดีต่างๆ และการปรนนิบัติที่ดีต่อพ่อแม่ หากพวกเจ้ามีเจตนาบริสุทธิ์จริงในการงานดังกล่าวแล้ว แน่นอนพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ บรรดาผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวในหมู่พวกเจ้าทันที ดังนั้นคนที่สำนึกผิดในความบกพร่องของตนเองที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์หรือไม่ได้ เชื่อฟังพ่อแม่แล้ว พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้อภัยเขาเสมอ

وَءَاتِ ذَا ٱلْقُرْبَىٰ حَقَّهُۥ وَٱلْمِسْكِينَ وَٱبْنَ ٱلسَّبِيلِ وَلَا تُبَذِّرْ تَبْذِيرًا ﴿٢٦﴾

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า ต่อเครือญาติของเจ้าด้วยการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพวกเขา และต่อผู้ที่ขัดสนด้วยการมอบสิ่งปัจจัย ยังชีพแก่เขา และต่อผู้ที่ติดขัดในการเดินทางด้วยกับการช่วยเหลือเขา และอย่าใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองของเจ้าในทางที่ผิดบาปหรือฟุ่มเฟือย

إِنَّ ٱلْمُبَذِّرِينَ كَانُوٓا۟ إِخْوَٰنَ ٱلشَّيَـٰطِينِ ۖ وَكَانَ ٱلشَّيْطَـٰنُ لِرَبِّهِۦ كَفُورًۭا ﴿٢٧﴾

แท้จริงบรรดาผู้ที่ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาในหนทางที่เป็นการเนรคุณสุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพี่น้องกับเหล่าชัยตอน คอยเชื่อฟังทำตามคำสั่งของพวกมัน ในการฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายมาโดยตลอด และชัยตอนนั้นเนรคุณต่อพระผู้อภิบาลของมัน ชอบทำในสิ่งที่เป็นการเนรคุณต่อคำสั่งของพระองค์และชอบสั่ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร งใช้ในสิ่งที่พระองค์ทรงกริ้วโกรธ

وَإِمَّا تُعْرِضَنَّ عَنْهُمُ ٱبْتِغَآءَ رَحْمَةٍۢ مِّن رَّبِّكَ تَرْجُوهَا فَقُل لَّهُمْ قَوْلًۭا مَّيْسُورًۭا ﴿٢٨﴾

และหากเจ้าไม่สามารถที่จะมอบสิ่งใดๆให้พวกเขาได้ เนื่องด้วยเจ้าเองไม่มีสิ่งที่จะให้แก่พวกเขาเหล่านั้น พร้อมกับการรอปัจจัยยังชีพที่อัลลอฮ์จะเปิด ให้แก่เจ้า ก็จงบอกพวกเขา ด้วยคำพูดที่นุ่มนวล เช่นขอพรให้พวกเขาได้รับปัจจัยยังชีพอย่างมากมาย หรือไม่ก็สัญญากับพวกเขาว่าหากวันไหนได้รับ ปัจจัยยังชีพจาพระองค์ในเรื่องของทรัพย์สินเงินทองนั้นก็จะเตรียมมอบให้

وَلَا تَجْعَلْ يَدَكَ مَغْلُولَةً إِلَىٰ عُنُقِكَ وَلَا تَبْسُطْهَا كُلَّ ٱلْبَسْطِ فَتَقْعُدَ مَلُومًۭا مَّحْسُورًا ﴿٢٩﴾

และจงอย่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวหรือเป็นคนฟุ่มเฟือยในการใช้จ่าย เพราะจะถูกตำหนิจากผู้คนในความตระหนี่ของเจ้าหากว่าไม่มีการใช้จ่ายใดๆเลย และอาจจะกลายเป็นคนที่ขัดสนไม่มีอะไรใช้จ่ายเลยเพราะสาเหตุของความฟุ่มเฟือยที่ผ่านมา

إِنَّ رَبَّكَ يَبْسُطُ ٱلرِّزْقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقْدِرُ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِعِبَادِهِۦ خَبِيرًۢا بَصِيرًۭا ﴿٣٠﴾

แท้จริง พระผู้อภิบาลของเจ้าทรงไพศาลในการให้ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงระงับมันแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เช่นกัน ด้วย เหตุแห่งวิทยปัญญาอันสูงส่งของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรู้ดีถึงสภาพของปวงบ่าวของพระองค์และทรงเฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด พวกเขามิ อาจซ่อนความลับใดๆจากพระองค์ได้ ดังนั้นพระองค์จึงปฏิบัติต่อพวกเขาตามที่พระองค์ทรงประสงค์นั่นเอง

وَلَا تَقْتُلُوٓا۟ أَوْلَـٰدَكُمْ خَشْيَةَ إِمْلَـٰقٍۢ ۖ نَّحْنُ نَرْزُقُهُمْ وَإِيَّاكُمْ ۚ إِنَّ قَتْلَهُمْ كَانَ خِطْـًۭٔا كَبِيرًۭا ﴿٣١﴾

และพวกเจ้าอย่าฆ่าลูกๆของพวกเจ้าเพราะกลัวความยากจนในอนาคตหากพวกเจ้าได้เลี้ยงดูพวกเขา เราเป็นผู้ดูแลเรื่องปัจจัยยังชีพของพวกเขาและ เราเป็นผู้ดูแลเรื่องปัจจัยยังชีพให้แก่ของพวกเจ้าเช่นกัน แท้จริงการฆ่าพวกเขานั้นเป็นความผิดบาปอย่างใหญ่หลวง เพราะพวกเขาไม่มีความผิดและ ไม่มีเหตุผลใดที่จะฆ่าพวกเขาเลย

وَلَا تَقْرَبُوا۟ ٱلزِّنَىٰٓ ۖ إِنَّهُۥ كَانَ فَـٰحِشَةًۭ وَسَآءَ سَبِيلًۭا ﴿٣٢﴾

และพวกเจ้าจงระวังการผิดประเวณี และควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมากระตุ้นมัน แท้จริงมันช่างน่าเกลียดที่สุดและเป็นหนทางอันชั่วช้าที่จะนำไปสู่ปัญหา ของการสืบเชื้อสายและการลงโทษของพระองค์

وَلَا تَقْتُلُوا۟ ٱلنَّفْسَ ٱلَّتِى حَرَّمَ ٱللَّهُ إِلَّا بِٱلْحَقِّ ۗ وَمَن قُتِلَ مَظْلُومًۭا فَقَدْ جَعَلْنَا لِوَلِيِّهِۦ سُلْطَـٰنًۭا فَلَا يُسْرِف فِّى ٱلْقَتْلِ ۖ إِنَّهُۥ كَانَ مَنصُورًۭا ﴿٣٣﴾

إنه كان منصورا และพวกเจ้าจงอย่าฆ่าชีวิตใดที่พระองค์ทรงปกป้องไว้ด้วยกับการศรัทธาที่มีต่อพระองค์หรือได้รับความคุ้มครอง(จากรัฐอิสลาม)ยกเว้นด้วยเหตุที่ อนุญาตให้ฆ่าชีวิตนั้นได้ เช่นผู้ละทิ้งศาสนา ว้ลแามนางง่ตแ่ีทีณวเะรปดิผู้ผ และฆาตกรผู้อธรรม และหากผู้ใดถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมโดยปราศจาก เหตุผลที่ชอบธรรม เราได้ให้อำนาจ(ในการแก้แค้น)แก่ทายาทของผู้ตายเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเครือญาติเหล่านี้สามารถเรียกร้องให้ทางการทำการประหาร ชีวิตฆาตกรผู้อธรรม หรืออาจจะให้อภัยกับเขาโดยเรียกค่าสินไหมหรือไม่เรียกก็ได้ นี่คือขอบเขตที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ต่อฆาตกรผู้อธรรม จึงมิอาจ กระทำการใดๆที่ละเมิดขอบเขตดังกล่าวได้เช่น ฆ่าหั่นศพ หรือฆ่าด้วยอาวุธอื่นที่ฆาตกรไม่ได้ใช้ฆ่าผู้ตาย หรือฆ่าผู้อื่นแทนที่ฆาตกรตัวจริง แท้จริงแล้ว พระองค์ทรงปกป้องดูแลสิทธิ์ของผู้ที่ถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมเสมอ

وَلَا تَقْرَبُوا۟ مَالَ ٱلْيَتِيمِ إِلَّا بِٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ حَتَّىٰ يَبْلُغَ أَشُدَّهُۥ ۚ وَأَوْفُوا۟ بِٱلْعَهْدِ ۖ إِنَّ ٱلْعَهْدَ كَانَ مَسْـُٔولًۭا ﴿٣٤﴾

และพวกเจ้าจงอย่ากระทำการใดๆกับทรัพย์สินของผู้ที่พ่อของเขาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เยาว์วัย(เด็กกำพร้า) เว้นแต่ด้วยสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่เขามาก ที่สุดเช่น การเพิ่มพูนทรัพย์สินโดยการลงทุน(มีผลกำไรจริง)หรือเก็บออมไว้จนกว่าเขาจะบรรลุศาสนภาวะเป็นผู้ใหญ่และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ แล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ะจงปฏิบัติตามสัญญาให้ครบถ้วนระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และระหว่างเจ้ากับคนอื่นๆโดยไม่มีการละเมิดสัญญาแต่อย่างใด แท้จริงแล้วในวันฟื้น คืนชีพพระองค์อัลลอฮ์จะทรงสอบสวนผู้ที่ตอบรับคำสัญญาว่าเขาได้ปฏิบัติตามนั้นหรือไม่? หากได้ปฏิบัติตามแล้วพระองค์จะทรงตอบแทนเขา แต่ หากยังไม่ได้ปฏิบัติตามแล้วพระองค์จะทรงลงโทษเขา

وَأَوْفُوا۟ ٱلْكَيْلَ إِذَا كِلْتُمْ وَزِنُوا۟ بِٱلْقِسْطَاسِ ٱلْمُسْتَقِيمِ ۚ ذَٰلِكَ خَيْرٌۭ وَأَحْسَنُ تَأْوِيلًۭا ﴿٣٥﴾

และจงตวงให้ครบถ้วนตามจำนวนเมื่อเจ้าทำการตวงให้แก่ผู้อื่นและอย่าได้ทำให้มันพร่อง และจงทำการชั่งด้วยตาชั่งที่แม่นยำไม่ทำให้มันพร่องหรือลด จำนวนลง เพราะการตวงที่ครบถ้วนและการชั่งที่เที่ยงตรงนั้นมันเป็นสิ่งที่ดียิ่งแก่พวกเจ้าในโลกนี้และโลกหน้า และยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการละเมิด คดโกงในการชั่งตวงอย่างแน่นอน

وَلَا تَقْفُ مَا لَيْسَ لَكَ بِهِۦ عِلْمٌ ۚ إِنَّ ٱلسَّمْعَ وَٱلْبَصَرَ وَٱلْفُؤَادَ كُلُّ أُو۟لَـٰٓئِكَ كَانَ عَنْهُ مَسْـُٔولًۭا ﴿٣٦﴾

โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย เจ้าอย่าได้ปฏิบัติในสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นโดยยึดหลักการคาดเดาเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วมนุษย์นั้นจะถูก สอบสวนต่อการใช้ หูตา และความคิด ในหนทางที่ดีหรือไม่ดี หากได้ใช้มันในหนทางที่ดีก็จะได้รับผลบุญตอบแทน และหากได้ใช้มันในหนทางที่ไม่ดีก็ จะถูกลงโทษ

وَلَا تَمْشِ فِى ٱلْأَرْضِ مَرَحًا ۖ إِنَّكَ لَن تَخْرِقَ ٱلْأَرْضَ وَلَن تَبْلُغَ ٱلْجِبَالَ طُولًۭا ﴿٣٧﴾

และอย่าเดินในแผ่นดินนี้ด้วยความเย่อหยิ่งและจองหองเพราะแม้ว่าเจ้าจะเดินด้วยความเย่อหยิ่งก็ไม่ได้ทำให้แผ่นดินแยกออก และไม่ได้ทำให้เจ้าสูงเท่า ภูเขาได้ แล้วทำไมเจ้าต้องแสดงความเย่อหยิ่ง?! كل ذلك كان سيئه عندربك مكروها

كُلُّ ذَٰلِكَ كَانَ سَيِّئُهُۥ عِندَ رَبِّكَ مَكْرُوهًۭا ﴿٣٨﴾

มนุษย์เอ๋ย ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น ณ ที่พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นสิ่งต้องห้าม พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยต่อผู้มี พฤติกรรมดังกล่าวแถมยังโกรธกริ้วเขาอีกด้วย

ذَٰلِكَ مِمَّآ أَوْحَىٰٓ إِلَيْكَ رَبُّكَ مِنَ ٱلْحِكْمَةِ ۗ وَلَا تَجْعَلْ مَعَ ٱللَّهِ إِلَـٰهًا ءَاخَرَ فَتُلْقَىٰ فِى جَهَنَّمَ مَلُومًۭا مَّدْحُورًا ﴿٣٩﴾

นั่นคือสิ่งที่เราได้ชี้แจงให้แก่เจ้าซึ่งสิ่งที่เป็นคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามต่าง ๆ และบทบัญญ้ติต่าง ๆ ที่เราได้วะห์ยูให้แก่เจ้า และเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- อย่าเอา สิ่งใด ๆ มาเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮ์ เพราะจะทำให้เจ้าถูกโยนลงไปในนรกญะฮันนัมในวันกิยามะฮ์ ในสภาพที่ถูกตำหนิทั้งในสายตาของตัวเจ้าเอง และในสายตาของมนุษย์คนอื่น ๆ และถูกขับให้ห่างจากความดีทั้งหลาย

أَفَأَصْفَىٰكُمْ رَبُّكُم بِٱلْبَنِينَ وَٱتَّخَذَ مِنَ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةِ إِنَـٰثًا ۚ إِنَّكُمْ لَتَقُولُونَ قَوْلًا عَظِيمًۭا ﴿٤٠﴾

โอ้บรรดาผู้ที่อ้างว่าบรรดามลาอิกะฮฺ(ทูตสวรรค์หรือเทวทูต)นั้นเป็นบุตรสาวของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้มอบสิทธิพิเศษแก่พวกเจ้าด้วย การมอบบุตรชายแก่พวกเจ้า แล้วทรงเลือกบรรดามละอิกะฮ์เป็นบุตรสาวแก่พระองค์เองกระนั้นหรือ?! แท้จริงอัลลอฮ์นั้นสูงส่งเหนือสิ่งที่พวกเจ้าได้ กล่าวไว้ แท้จริงการกล่าวอ้างของพวกเจ้านั้นเป็นคำกล่าวที่น่าเกลียดที่สุดที่ได้พาดพิงว่าอัลลอฮฺนั้นทรงมีบุตรและคิดว่าพระองค์ทรงมีบุตรสาว (การกล่าวอ้างเช่นนั้น)มันแสดงถึงการปฏิเสธศรัทธาที่เกินขอบเขต

وَلَقَدْ صَرَّفْنَا فِى هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانِ لِيَذَّكَّرُوا۟ وَمَا يَزِيدُهُمْ إِلَّا نُفُورًۭا ﴿٤١﴾

และแน่นอนในคำภีร์อัลกุรอานพระองค์ได้อธิบายถึงบทบัญญัติ ข้อตักเตือน และอุทาหรณ์ต่างๆเพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้คนนำไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แก่พวกเขาและละทิ้งในสิ่่งที่ให้โทษแก่พวกเขา แต่ชีวิตจริงของบางคนนั้นสัญชาตญาณของพวกเขาเปลี่ยนไป จึงทำให้พวกเขาห่างไกลจากสัจธรรม และรังเกลียดมัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُل لَّوْ كَانَ مَعَهُۥٓ ءَالِهَةٌۭ كَمَا يَقُولُونَ إِذًۭا لَّٱبْتَغَوْا۟ إِلَىٰ ذِى ٱلْعَرْشِ سَبِيلًۭا ﴿٤٢﴾

จงกล่าวเถิด(มุหัมมัด)แก่ผู้ที่ตั้งภาคีกับพระองค์ หากว่ามีพระเจ้าอื่นๆจริงถูกกราบไหว้ร่วมกับอัลลอฮ์ตามที่พวกเขาได้กล่าวอ้างอย่างโกหกนั้น ถ้า เป็นเช่นนั้นแน่นอนบรรดาพระเจ้าเหล่านั้นต้องหาแนวทางเพื่อแย่งชิงบัลลังก์และอำนาจจากพระองค์อัลลอฮ์แล้วสินะو سبحنه وتعل عما يقولون علا كبيرا

سُبْحَـٰنَهُۥ وَتَعَـٰلَىٰ عَمَّا يَقُولُونَ عُلُوًّۭا كَبِيرًۭا ﴿٤٣﴾

อัลลอฮ์ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงปราศจากคุณลักษณะต่างๆที่บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายได้อ้างไว้ และพระองค์ทรงสูงส่งเหนือทุกสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวไว้

تُسَبِّحُ لَهُ ٱلسَّمَـٰوَٰتُ ٱلسَّبْعُ وَٱلْأَرْضُ وَمَن فِيهِنَّ ۚ وَإِن مِّن شَىْءٍ إِلَّا يُسَبِّحُ بِحَمْدِهِۦ وَلَـٰكِن لَّا تَفْقَهُونَ تَسْبِيحَهُمْ ۗ إِنَّهُۥ كَانَ حَلِيمًا غَفُورًۭا ﴿٤٤﴾

๔๔ เหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดินทั้งหลายและทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในนั้นที่เป็นสิ่งถูกสร้างต่างกล่าวแซ่ซ้องสดุดีต่ออัลลอฮ์ และไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้เว้นแต่จะสดุดี และสรรเสริญต่อพระองค์ แต่พวกเจ้าไม่เข้าใจถึงวิธีการสดุดีของพวกมัน และพวกเจ้าจะไม่เข้าใจเว้นแต่ผู้ที่สดุดีต่อพระองค์ด้วยภาษาของพวกเจ้า แท้จริงแล้วพระองค์เป็นผู้ทรงขันติไม่รีบเร่งในการลงโทษและผู้ทรงให้อภัยแก่บ่าวที่กลับเนื้อกลับตัวเสมอ

وَإِذَا قَرَأْتَ ٱلْقُرْءَانَ جَعَلْنَا بَيْنَكَ وَبَيْنَ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ حِجَابًۭا مَّسْتُورًۭا ﴿٤٥﴾

และเมื่อเจ้า -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- อ่านอัลกุรอาน บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะได้ยินในสิ่งที่เป็นข้อห้ามและข้อตักเตือนต่างๆที่ระบุไว้ในอัลกุรอาน ดังนั้น เราจะทำม่านกั้นระหว่างเจ้ากับพวกเขา เป็นการกีดกันพวกเขาไม่ให้เข้าใจอัลกุรอานเพื่อเป็นการลงโทษสำหรับการปฏิเสธของพวกเขา

وَجَعَلْنَا عَلَىٰ قُلُوبِهِمْ أَكِنَّةً أَن يَفْقَهُوهُ وَفِىٓ ءَاذَانِهِمْ وَقْرًۭا ۚ وَإِذَا ذَكَرْتَ رَبَّكَ فِى ٱلْقُرْءَانِ وَحْدَهُۥ وَلَّوْا۟ عَلَىٰٓ أَدْبَـٰرِهِمْ نُفُورًۭا ﴿٤٦﴾

أ دبرهم نفورا และเราได้ปิดคลุมหัวใจของพวกเขาจนพวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจอัลกุรอาน และเราได้อุดหูของพวกเขาจนไม่สามารถที่จะฟังอัลกุรอานด้วยการฟัง ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขา และเมื่อเจ้าเอ่ยถึงพระผู้อภิบาลของเจ้าในอัลกุรอานเพียงองค์เดียวโดยไม่ได้เอ่ยถึงบรรดาพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาก็ จะผินหลังหนีจากการยอมรับในความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์ที่บริสุทธิ์

نَّحْنُ أَعْلَمُ بِمَا يَسْتَمِعُونَ بِهِۦٓ إِذْ يَسْتَمِعُونَ إِلَيْكَ وَإِذْ هُمْ نَجْوَىٰٓ إِذْ يَقُولُ ٱلظَّـٰلِمُونَ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا رَجُلًۭا مَّسْحُورًا ﴿٤٧﴾

م سحورا เรารู้ดียิ่งถึงเจตนาในการฟังอัลกุรอานของเหล่าผู้นำแห่งผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาไม่ได้มุ่งหวังเพื่อการได้รับทางนำจากอัลกุรอานแต่ อย่างใด หากเพียงแต่ต้องการจากการฟังเจ้าอ่านนั้นคือการเยาะเย้ยเจ้าเท่านั้น และเราทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขาได้กระซิบระหว่างกันเพื่อปฏิเสธต่อ ต้านคำสอนจากอัลกุรอาน ซึ่งพวกอธรรมเหล่านี้จะกล่าวระหว่างพวกเขากันเองว่า "พวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- คนที่พวกเจ้ากำลังตามอยู่นั้นเป็นผู้ที่ถูก เวทมนตร์และสติของเขาฟั่ นเฟือนไปแล้ว"

ٱنظُرْ كَيْفَ ضَرَبُوا۟ لَكَ ٱلْأَمْثَالَ فَضَلُّوا۟ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ سَبِيلًۭا ﴿٤٨﴾

จงสังเกตเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่าเจ้าอาจประหลาดใจกับสิ่งที่พวกเขาอ้างถึงเจ้าในรูปแบบของลักษณะที่น่าตำหนิต่างๆเพื่อให้พวกเขาเบี่ยงเบนและ หลงไปจากเส้นทางแห่งสัจธรรมและไม่สามารถค้นหาเส้นทางแห่งสัจธรรมได้อีก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَالُوٓا۟ أَءِذَا كُنَّا عِظَـٰمًۭا وَرُفَـٰتًا أَءِنَّا لَمَبْعُوثُونَ خَلْقًۭا جَدِيدًۭا ﴿٤٩﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายได้กล่าวในเชิงปฎิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพว่า "เมื่อเราได้ตายไปและได้กลายเป็นกระดูก และร่างกายของเราได้สลายไปหมด แล้ว เราจะกลับมาฟื้ นใหม่อีกครั้งกระนั้นหรือ?! มันเป็นเรื่องทื่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง"

۞ قُلْ كُونُوا۟ حِجَارَةً أَوْ حَدِيدًا ﴿٥٠﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "โอ้บรรรดาผู้ที่ตั้งภาคีทั้งหลาย หากพวกเจ้ามีความสามารถก็จงเป็นหินที่แข็ง หรือเป็นเหล็กที่แกร่งสิ แน่นอนพวกเจ้าไม่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้เป็นอันขาด"

أَوْ خَلْقًۭا مِّمَّا يَكْبُرُ فِى صُدُورِكُمْ ۚ فَسَيَقُولُونَ مَن يُعِيدُنَا ۖ قُلِ ٱلَّذِى فَطَرَكُمْ أَوَّلَ مَرَّةٍۢ ۚ فَسَيُنْغِضُونَ إِلَيْكَ رُءُوسَهُمْ وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هُوَ ۖ قُلْ عَسَىٰٓ أَن يَكُونَ قَرِيبًۭا ﴿٥١﴾

ى หรือจะกลายเป็นสิ่งที่แข็งกว่าหินแกร่งกว่าเหล็กตามที่พวกเจ้านึกคิดอยู่ในใจว่า (มันไม่อาจจะถูกทำให้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง) แท้จริงอัลลอฮ์จะทรง ให้เรือนร่างของพวกเจ้ากลับสู่สภาพเดิมดังที่พวกเจ้าเริ่มกำเนิด และจะให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพอีกครั้งดังที่เคยสร้างมาในครั้งแรก พวกเจ้าที่ดื้อรั้นก็จะ ถามมาว่า "ใครเล่าจะนำเรากลับมามีชีวิตอีกหลังจากที่ตายไปแล้ว?" โอ้มุหัมมัด จงตอบแก่พวกเขาเถิด "ผู้ที่จะทำให้พวกเจ้าฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็คือผู้ที่ ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้นในครั้งแรกโดยไม่มีตัวอย่างใดๆมาก่อน? แล้วพวกเขาก็จะส่ายหัวดูถูกคำตอบของเจ้าแล้วเยาะเย้ยกลับมาว่า"แล้วเมื่อไหรมันจะ เกิดขึ้น?!" จงตอบกลับไปอีกว่า "บางทีมันก็อาจจะเร็วๆนี้ก็ได้" เพราะทุกสิ่งที่กำลังมา มันย่อมใกล้เสมอ يوم يدعوكم فتستجيبون بحمده وتظنون إن لبثتم إلا قليلا

يَوْمَ يَدْعُوكُمْ فَتَسْتَجِيبُونَ بِحَمْدِهِۦ وَتَظُنُّونَ إِن لَّبِثْتُمْ إِلَّا قَلِيلًۭا ﴿٥٢﴾

อัลลอฮฺได้ทำให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพในวันที่พวกเจ้าถูกเรียกให้รวมตัวกัน ณ ทุ่งมะหชัร พวกเจ้าก็จะสนองตอบรับคำบัญชาของพระองค์ด้วยการ สรรเสริญสดุดีพระองค์و และพวกเจ้าจะรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้(โลกก่อนตาย)เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเอง

وَقُل لِّعِبَادِى يَقُولُوا۟ ٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ ۚ إِنَّ ٱلشَّيْطَـٰنَ يَنزَغُ بَيْنَهُمْ ۚ إِنَّ ٱلشَّيْطَـٰنَ كَانَ لِلْإِنسَـٰنِ عَدُوًّۭا مُّبِينًۭا ﴿٥٣﴾

โอ้ท่านเราะสูล(ศาสนทูตของพระองค์) จงบอกแก่ปวงบ่าวที่ศรัทธาต่อข้าเถิดว่า เมื่อพวกเจ้าทำการสนทนากับคนอื่นควรเลือกใช้แต่เฉพาะคำพูดที่ดีๆ และหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่ดีที่จะก่อให้เกิดการบาดหมางระหว่างกัน เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชัยฏอน(มารร้าย)เข้ามายุแหย่สร้างความเสียหายแก่ ชีวิตของพวกเจ้าทั้งโลกนี้และโลกหน้า แท้จริงชัยฏอน(มารร้าย)นั้นคือศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ดังนั้นจงระมัดระวังมันให้มากๆ

رَّبُّكُمْ أَعْلَمُ بِكُمْ ۖ إِن يَشَأْ يَرْحَمْكُمْ أَوْ إِن يَشَأْ يُعَذِّبْكُمْ ۚ وَمَآ أَرْسَلْنَـٰكَ عَلَيْهِمْ وَكِيلًۭا ﴿٥٤﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของสูเจ้าทรงรู้ดีทุกสิ่งเกี่ยวกับสูเจ้า จึงไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดพระองค์ได้ หากพระองค์ทรงประสงค์ที่จะเมตตาสูเจ้าแล้ว พระองค์จะทรงเมตตาสูเจ้าด้วยกับการชี้ทางนำแห่งการศัทธามั่นและการปฏิบัติการงานที่ดีต่อพระองค์เสมอ แต่หากว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะทรง ลงโทษสูเจ้าแล้ว พระองค์จะลงโทษด้วยกับการปล่อยให้หลงจากทางแห่งการศรัทธาและทรงเอาชีวิตของเจ้าในสภาพที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่อทำหน้าที่ปกครองพวกเขาโดยการบังคับพวกเขาให้ศรัทธาต่อพระองค์ หรือกีดกั้นไม่ให้ปฏิเสธศรัทธาต่อ พระองค์ หรือทำหน้าที่จดบันทึกทุกๆการงานของพวกเขาแต่อย่างใด แต่หน้าที่หลักของเจ้าคือการเป็นผู้ส่งสารของอัลลอฮในสิ่งที่พระองค์ได้กำชับ ไว้แก่มวลมนุษย์เท่านั้น

وَرَبُّكَ أَعْلَمُ بِمَن فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۗ وَلَقَدْ فَضَّلْنَا بَعْضَ ٱلنَّبِيِّـۧنَ عَلَىٰ بَعْضٍۢ ۖ وَءَاتَيْنَا دَاوُۥدَ زَبُورًۭا ﴿٥٥﴾

และพระผู้อภิบาลของเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย- ทรงรู้ดียิ่งถึงทุกสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และทรงรอบรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเจ้าและสิ่งที่ สมควรที่จะได้รับ และแน่นอนเราได้ให้นบีบางคนมีความประเสริฐเหนือกว่านบีบางคนด้วยกับจำนวนผู้ติดตามที่มากกว่าหรือด้วยกับการประทานคำ ภีร์ลงมา และเราก็ได้ประทานคัมภีร์ซะบูรแก่ท่านนบีดาวูด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلِ ٱدْعُوا۟ ٱلَّذِينَ زَعَمْتُم مِّن دُونِهِۦ فَلَا يَمْلِكُونَ كَشْفَ ٱلضُّرِّ عَنكُمْ وَلَا تَحْوِيلًا ﴿٥٦﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น "พวกเจ้าจงเรียกหาบรรดาสิ่งที่พวกเจ้าได้อ้างว่ามันคือพระเจ้าของพวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้ ประสบความทุกข์ยาก แท้จริงพระเจ้าเหล่านั้นไม่อาจปกป้องพวกเจ้าจากความทุกข์ยากนั้นได้และไม่อาจจะปัดความทุกข์ยากนั้นออกไปยังผู้อื่นได้ เพราะความอ่อนแอของพวกมัน ดังนั้นผู้ที่อ่อนแอย่อมเป็นพระเจ้าไม่ได้"

أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ يَدْعُونَ يَبْتَغُونَ إِلَىٰ رَبِّهِمُ ٱلْوَسِيلَةَ أَيُّهُمْ أَقْرَبُ وَيَرْجُونَ رَحْمَتَهُۥ وَيَخَافُونَ عَذَابَهُۥٓ ۚ إِنَّ عَذَابَ رَبِّكَ كَانَ مَحْذُورًۭا ﴿٥٧﴾

ربك كان محذورا แท้จริงแล้ว บรรดาผู้ที่(เหล่าบรรดาผู้ตั้งภาคี)ได้วิงวอนขอนั้น จะเป็นเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์หรืออื่นจากมลาอิกะฮ์ ตัวของพวกเขาเองก็ยังแสวงหา แนวทางที่จะทำให้ใกล้ชิดกับพระองค์มากที่สุด ด้วยกับการปฏิบัติการงานที่ดีต่างๆ และแข่งขันกันระหว่างพวกเขาเพื่อเป็นผู้ที่ไกล้ชิดพระองค์มาก ที่สุดและหวังในความเมตตาของพระองค์ และเกรงกลัวบทลงโทษจากพระองค์ แท้จริงการลงโทษของพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นเป็นที่น่าสะพรึงกลัวที่ จำเป็นต้องระวังอย่างที่สุด

وَإِن مِّن قَرْيَةٍ إِلَّا نَحْنُ مُهْلِكُوهَا قَبْلَ يَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ أَوْ مُعَذِّبُوهَا عَذَابًۭا شَدِيدًۭا ۚ كَانَ ذَٰلِكَ فِى ٱلْكِتَـٰبِ مَسْطُورًۭا ﴿٥٨﴾

และไม่มีหมู่บ้านใดหรือเมืองใดที่อาศัยโดยผู้ปฏิเสธ นอกจากพระองค์จะทรงลงโทษหรือทำลายล้างอย่างรุนแรงโดยการคร่าชีวิตทั้งหมดในโลกนี้ เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา ซึ่งการลงโทษหรือการทำลายล้างดังกล่าวนั้น เป็นกฎกำหนดของพระเจ้าที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้แล้วในแผ่น บันทึกที่ถูกรักษาไว้

وَمَا مَنَعَنَآ أَن نُّرْسِلَ بِٱلْـَٔايَـٰتِ إِلَّآ أَن كَذَّبَ بِهَا ٱلْأَوَّلُونَ ۚ وَءَاتَيْنَا ثَمُودَ ٱلنَّاقَةَ مُبْصِرَةًۭ فَظَلَمُوا۟ بِهَا ۚ وَمَا نُرْسِلُ بِٱلْـَٔايَـٰتِ إِلَّا تَخْوِيفًۭا ﴿٥٩﴾

และเราไม่ได้ยุติการส่งสัญญาณต่างๆที่เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงการเป็นศาสนทูตที่แท้จริงของท่านนบีมุหัมมัด ตามที่บรรดามุชรีกีน ได้ร้องขอเอาไว้ เช่นการขอให้คนตายได้ฟื้นขึ้นมาใหม่และอื่นๆ เนื่องจากมันเคยถูกประทานลงมาแก่กลุ่มชนรุ่นก่อนๆแล้ว แต่พวกเขากลับปฏิเสธ ศรัทธาอยู่ดี ตัวอย่างเช่น สัญญาณที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุดที่ได้ประทานลงมาแก่กลุ่มชนษะมูด(เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงการเป็นศาสนทูตของนบี ซอลิห์) นั้นก็คือ อูฐตัวเมียที่พวกเขาได้ปฏิเสธมัน พระองค์จึงลงโทษพวกเขาทันที แท้จริงแล้วพระองค์มิได้ส่งสัญญาณต่างๆแก่บรรดาเราะสูลเพื่อ อื่นใดนอกจากเป็นการตักเตือนประชาชาติของพวกเขาเอง โดยหวังอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะจำนนเข้ารับอิสลามนั่นเอง

وَإِذْ قُلْنَا لَكَ إِنَّ رَبَّكَ أَحَاطَ بِٱلنَّاسِ ۚ وَمَا جَعَلْنَا ٱلرُّءْيَا ٱلَّتِىٓ أَرَيْنَـٰكَ إِلَّا فِتْنَةًۭ لِّلنَّاسِ وَٱلشَّجَرَةَ ٱلْمَلْعُونَةَ فِى ٱلْقُرْءَانِ ۚ وَنُخَوِّفُهُمْ فَمَا يَزِيدُهُمْ إِلَّا طُغْيَـٰنًۭا كَبِيرًۭا ﴿٦٠﴾

จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่เราได้กล่าวแก่เจ้าว่า "แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าทรงครอบคลุมมนุษย์ทั้งหลายด้วยด้วยอำนาจของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดอยู่ในกำมือของพระองค์ และอัลลอฮ์ค์คือผู้ปกป้องเจ้าจากพวกเขา เพราะฉะนั้นเจ้าจงทำการเผยแพร่ตามที่เจ้าได้ถูกสั่งไว้ และ ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงให้เจ้าได้เห็นมันในค่ำคืนที่เจ้าถูกส่งขึ้นไปบนฟากฟ้านั้น ก็เพื่อเป็นการทดสอบผู้คนเหล่านั้นว่าพวกเขาจะเชื่อหรือจะปฏิเสธ? และ เราไม่ได้ทำให้ต้นซักกูมที่เราได้ระบุไว้ในอัลกุรอ่าน ว่ามันได้งอกมาจากไฟนรกอัลญะหีมเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นการทดสอบพวกเขาเช่นกัน สุดท้ายแล้วหากว่าพวกเขาไม่เชื่อในหลักฐานสองอย่างนี้แล้ว พวกเขาก็มิอาจเชื่อในหลักฐานอื่นๆได้ และเราได้เตือนพวกเขาด้วยการส่งสัญญาณ ต่างๆลงมา แต่พวกเขาไม่ได้เกิดความเกรงกลัวจากสัญญาณเหล่าแตอย่างใด นอกจากการปฏิเสธที่หนักขึ้นและการจมปลักในการหลงทาง

وَإِذْ قُلْنَا لِلْمَلَـٰٓئِكَةِ ٱسْجُدُوا۟ لِـَٔادَمَ فَسَجَدُوٓا۟ إِلَّآ إِبْلِيسَ قَالَ ءَأَسْجُدُ لِمَنْ خَلَقْتَ طِينًۭا ﴿٦١﴾

และจงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่เราได้บัญชาแก่บรรดามะลาอิกะฮ์ว่า"จงสุญูดต่ออาดัม ซึ่งเป็นการสุญูดเพื่อเป็นการให้เกียรติต้อนรับไม่ใช่ เป็นการเคารพบูชาแต่อย่างใด ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดต่างก็ทำการสุญูดนอกจากอิบลีส(มารร้าย) ที่ปฏิเสธไม่ยอมสุญูดเพราะความเย่อหยิ่ง พร้อมกับ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร กล่าวว่า "จะให้ฉันสุญูดต่อผู้ที่พระองค์ทรงสร้างเขามาจากดินทั้งๆที่พระองค์ทรงสร้างฉันมาจากไฟกระนั้นหรือ?!" ดังนั้นฉันย่อมมีเกียรติเหนือกว่า เขา

قَالَ أَرَءَيْتَكَ هَـٰذَا ٱلَّذِى كَرَّمْتَ عَلَىَّ لَئِنْ أَخَّرْتَنِ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ لَأَحْتَنِكَنَّ ذُرِّيَّتَهُۥٓ إِلَّا قَلِيلًۭا ﴿٦٢﴾

อิบลีส(มารร้าย)ได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาอีกว่า "พระองค์ทรงพิจารณาดูหน่อยซิ นี่นะหรือที่พระองค์ทรงยกย่องให้เหนือกว่าฉันด้วยการสั่งให้ ฉันทำการสุญูดต่อเขา? ถ้าหากพระองค์ทรงผ่อนปรนอายุไขของฉันไปจนถึงวันสุดท้ายของโลกใบนี้ แน่นอนฉันจะหลอกล่อลูกหลานของเขาและเบี่ยง เบน(ความสนใจของพวกเขา)ทุกคนให้ออกไปจากแนวทางที่เที่ยงตรง เว้นแต่เพียงกลุ่มน้อยนิดเท่านั้นที่พระองค์ทรงคุ้มครองพวกเขา(จากการ หลอกลวงของฉัน) ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาบ่าวผู้ศรัทธาต่อพระองค์อย่างบริสุทธิ์ใจจริงๆ"

قَالَ ٱذْهَبْ فَمَن تَبِعَكَ مِنْهُمْ فَإِنَّ جَهَنَّمَ جَزَآؤُكُمْ جَزَآءًۭ مَّوْفُورًۭا ﴿٦٣﴾

พระผู้อภิบาลของเขา(อิบลีส)ทรงตรัสแก่เขาว่า"เจ้าและผู้ปฏิบัติตามเจ้าจงออกไปให้พ้น แท้จริงนรกญะฮันนัมเป็นรางวัลสำหรับเจ้าและสำหรับพวก เขาเช่นกันซึ่งเป็นรางวัลที่สมบูรณ์และเตรียมพร้อมแล้วเพื่อเป็นการตอบแทนต่อการกระทำของพวกเจ้า"

وَٱسْتَفْزِزْ مَنِ ٱسْتَطَعْتَ مِنْهُم بِصَوْتِكَ وَأَجْلِبْ عَلَيْهِم بِخَيْلِكَ وَرَجِلِكَ وَشَارِكْهُمْ فِى ٱلْأَمْوَٰلِ وَٱلْأَوْلَـٰدِ وَعِدْهُمْ ۚ وَمَا يَعِدُهُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ إِلَّا غُرُورًا ﴿٦٤﴾

อิบลีส(มารร้าย)เอ๋ย เจ้าจงหลอกล่อผู้ที่เจ้าสามารถหลอกล่อพวกเขาได้ให้หลงผิดด้วยเสียงของเจ้าที่เรียกร้องสู่การเนรคุณ และจงระดมขบวนทหาร ม้าและพลเดินเท้าของเจ้ามาร่วมสมทบเพื่อการหลอกล่อผู้คนให้หลงเชื่อตามพวกเจ้า และเจ้าจงเป็นหุ่นส่วนกับพวกเขา(มนุษย์)ในทรัพย์สินของพวก เขาโดยให้พวกเขาได้เห็นทุกๆกิจการทางการเงินที่ผิดต่อหลักการอิสลามเป็นสิ่งสวยงาม และเจ้าจงเป็นหุ่นส่วนกับพวกเขาในลูกหลานของพวกเขา ด้วยการอ้างโกหกไปว่าลูกหลานเหล่านี้ได้มาโดยการผิดประเวณี และจงทำให้พวกเขาเป็นบ่าวต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ในช่วงเวลาแห่งการกล่าว"บิสมิล ลาฮ์" และเจ้าจงประดับให้แก่พวกเขาซึ่งสัญญาเท็จต่างๆ และความหวังอันจอมปลอมทั้งหลายให้สวยงาม และชัยตอนจะไม่สัญญาใดๆแก่พวกเขา นอกจากเป็นสัญญาที่โกหกหลอกลวง

إِنَّ عِبَادِى لَيْسَ لَكَ عَلَيْهِمْ سُلْطَـٰنٌۭ ۚ وَكَفَىٰ بِرَبِّكَ وَكِيلًۭا ﴿٦٥﴾

โอ้อิบลีส(มารร้าย) เจ้าไม่มีอำนาจใดเหนือปวงบ่าวผู้ศรัทธาที่เคร่งครัดของข้าอย่างเด็ดขาด เพราะว่าพระองค์จะทรงคุ้มครองปกป้องพวกเขาจาก ความชั่วร้ายของเจ้า และพอเพียงแล้วที่อัลลอฮฺทรงเป็นผู้คุ้มครองแด่ผู้ที่มอบหมายต่อพระองค์ในการงานต่างๆของเขา

رَّبُّكُمُ ٱلَّذِى يُزْجِى لَكُمُ ٱلْفُلْكَ فِى ٱلْبَحْرِ لِتَبْتَغُوا۟ مِن فَضْلِهِۦٓ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِكُمْ رَحِيمًۭا ﴿٦٦﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าคือผู้ทรงทำให้เรือของพวกเจ้าแล่นในทะเล เพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาปัจจัยยังชีพที่มีผลกำไรจากการค้าขาย และอื่นๆ แท้จริงพระองค์ทรงเมตตาแก่พวกเจ้าเสมอ ซึ่งได้อำนวยความสะดวกแก่พวกเจ้าด้วยกับการข่นส่งเหล่านี้

وَإِذَا مَسَّكُمُ ٱلضُّرُّ فِى ٱلْبَحْرِ ضَلَّ مَن تَدْعُونَ إِلَّآ إِيَّاهُ ۖ فَلَمَّا نَجَّىٰكُمْ إِلَى ٱلْبَرِّ أَعْرَضْتُمْ ۚ وَكَانَ ٱلْإِنسَـٰنُ كَفُورًا ﴿٦٧﴾

และเมื่อพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย- ได้ประสบกับทุกข์ภัยในท้องทะเลจนพวกเจ้ากลัวกับความหายนะที่จะเกิดขึ้น ทำให้พวกเจ้าลืมทุกสิ่งที่ เคยเคารพบูชานอกจากอัลลอฮ์ผู้เดียว และไม่รำลึกถึงสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์พระองค์เดียวแล้วพวกเจ้าก็ได้ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และเมื่อ พระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ขึ้นบกด้วยความปลอดภัยและรอดพ้นจากสิ่งที่พวกเจ้ากลัวนั้น พวกเจ้าก็ผินหลังให้พระองค์จากที่เคยบริสุทธิ์ใจใน เอกภาพของพระองค์และวิงวอนต่อพระองค์สู่การเคารพบูชาต่อรูปปั้นของพวกเจ้ายังเดิม แท้จริงแล้ว มนุษย์นั้นมักเป็นผู้เนรคุณต่อความ โปรดปรานของอัลลอฮฺเสมอ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أَفَأَمِنتُمْ أَن يَخْسِفَ بِكُمْ جَانِبَ ٱلْبَرِّ أَوْ يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًۭا ثُمَّ لَا تَجِدُوا۟ لَكُمْ وَكِيلًا ﴿٦٨﴾

พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือ -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายเอ๋ย- หลังจากที่พวกเจ้าได้ขึ้นบก แล้วอัลลอฮ์ทำให้มันถล่มลงไปทำให้พวกเจ้าจมหายไปใต้แผ่น ดิน?! หรือว่าพวกเจ้าจะรอดหากพระองค์ได้ทรงทำให้ฝนตกเป็นก้อนหินหล่นใส่พวกเจ้า ดังเช่นการลงโทษของพระองค์ต่อกลุ่มชนนบีลูฏกระนั้นหรือ? เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่มีผู้ใดที่คอยคุ้มครองดูแล หรือแม้แต่ผู้ที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าให้รอดพ้นจากความหายนะที่เกิดขึ้น

أَمْ أَمِنتُمْ أَن يُعِيدَكُمْ فِيهِ تَارَةً أُخْرَىٰ فَيُرْسِلَ عَلَيْكُمْ قَاصِفًۭا مِّنَ ٱلرِّيحِ فَيُغْرِقَكُم بِمَا كَفَرْتُمْ ۙ ثُمَّ لَا تَجِدُوا۟ لَكُمْ عَلَيْنَا بِهِۦ تَبِيعًۭا ﴿٦٩﴾

به تبيعا หรือพวกเจ้ารู้สึกปลอดภัย หากอัลลอฮ์ได้ส่งพวกเจ้ากลับสู่ทะเลอีกครั้งแล้วส่งลมแรงกระหน่ำใส่พวกเจ้าทำให้พวกเจ้าต้องจมน้ำตาย เนื่องจากการ เนรคุณของพวกเจ้าที่มีต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์หลังจากที่พระองค์ทรงช่วยพวกเจ้าในครั้งแรก และพวกเจ้าจะไม่พบผู้ใดที่จะมาร้องเรียนต่อ พระองค์ถึงสิ่งที่พระองค์ได้ลงโทษพวกเจ้าเพื่อเข้าข้างหรือช่วยเหลือพวกเจ้าอย่างแน่นอน

۞ وَلَقَدْ كَرَّمْنَا بَنِىٓ ءَادَمَ وَحَمَلْنَـٰهُمْ فِى ٱلْبَرِّ وَٱلْبَحْرِ وَرَزَقْنَـٰهُم مِّنَ ٱلطَّيِّبَـٰتِ وَفَضَّلْنَـٰهُمْ عَلَىٰ كَثِيرٍۢ مِّمَّنْ خَلَقْنَا تَفْضِيلًۭا ﴿٧٠﴾

تفض يلا และแน่นอนเราได้ให้เกียรติแก่ลูกหลานของอาดัมด้วยการประทานสติปัญญาและการให้บรรดามลาอิกะฮ์ได้สุญูด(กราบ)ต่อบิดาของพวกเขา(นบีอาดั ม)และอื่นๆอีกมากมาย และเราได้สร้างความสะดวกแก่พวกเขา ด้วยสิ่งที่ใช้ในการขนส่งทางบกที่เป็นสัตว์พาหนะ หรือสิ่งที่ใช้ขนส่งทางทะเลเช่น เรือ เป็นต้น และพระองค์ได้ประทานปัจจัยยังชีพที่ดีแก่พวกเขา ทั้งที่เป็นอาหาร เครื่องดื่ม และคู่ชีวิตที่ดี ฯลฯ และเราได้ให้ความประเสริฐอย่างมากมายแก่ พวกเขาเหนือกว่าสิ่งที่ถูกสร้างอื่นๆ ของพระองค์ เพราะฉะนั้นแล้วจำเป็นสำหรับพวกเขาต้องสำนึกในความกรุณาของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา

يَوْمَ نَدْعُوا۟ كُلَّ أُنَاسٍۭ بِإِمَـٰمِهِمْ ۖ فَمَنْ أُوتِىَ كِتَـٰبَهُۥ بِيَمِينِهِۦ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ يَقْرَءُونَ كِتَـٰبَهُمْ وَلَا يُظْلَمُونَ فَتِيلًۭا ﴿٧١﴾

จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- วันที่พระองค์จะทรงเรียกทุกหมู่ชนพร้อมด้วยบรรดาผู้นำของหมู่ชนเหล่านั้นที่เคยติดตามพวกเขาบนโลกดุนยานี้ ดังนั้น ผู้ใดที่ได้รับบันทึกการงานของเขาด้วยมือขวา พวกเขาก็จะอ่านบันทึกนั้นด้วยความปิติยินดียิ่ง ซึ่งในนั้นจะบันทึกผลบุญความดีให้ทั้งหมดโดยไม่ขาด ตกบกพร่องใดๆ แม้แต่น้อยนิดแม้จะเท่าเส้นด้ายกลางเมล็ดอินทผาลัมก็ตาม

وَمَن كَانَ فِى هَـٰذِهِۦٓ أَعْمَىٰ فَهُوَ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ أَعْمَىٰ وَأَضَلُّ سَبِيلًۭا ﴿٧٢﴾

และผู้ใดที่ใช้ชีวิตในโลกนี้ด้วยหัวใจที่บอดต่อการเห็นถึงสัจธรรมที่จะน้อมรับในสัจธรรม ดังนั้นในโลกหน้าเขาก็จะบอดยิ่งกว่า เพราะเขาจะไม่เห็นทางสู่ สรวงสววรค์ และหลงจากทางแห่งความถูกต้อง เพราะรางวัลแห่งการตอบแทนนั้นจะเป็นชนิดเดียวกันกับการงานที่ได้กระทำลงไป

وَإِن كَادُوا۟ لَيَفْتِنُونَكَ عَنِ ٱلَّذِىٓ أَوْحَيْنَآ إِلَيْكَ لِتَفْتَرِىَ عَلَيْنَا غَيْرَهُۥ ۖ وَإِذًۭا لَّٱتَّخَذُوكَ خَلِيلًۭا ﴿٧٣﴾

และบรรดาผู้ตังภาคีอาจทำให้เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- อาจทำให้เจ้าหลงไปจากสิ่งที่เราได้วะห์ยูให้แก่เจ้าจากอัลกุรอาน เพื่อให้เจ้าได้อุปโลกน์สิ่งอื่นขึ้นมาใน นามของเราให้สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาแทนที่อัลกุรอาน และหากเจ้าทำตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการแล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะเลือก เจ้าเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง

وَلَوْلَآ أَن ثَبَّتْنَـٰكَ لَقَدْ كِدتَّ تَرْكَنُ إِلَيْهِمْ شَيْـًۭٔا قَلِيلًا ﴿٧٤﴾

และหากเราไม่ทำให้เจ้าได้ยืนหยัดตั้งมั่นอยู่ในสัจธรรมแล้ว แน่นอนเจ้าอาจจะโน้มเอียงไปทางพวกเขาบ้างเล็กน้อย แล้วเจ้าก็จะเห็นด้วยกับสิ่งที่พวก เขานำเสนอแก่เจ้า เนื่องด้วยการหลอกลวงและเล่ห์เหลี่ยมที่ร้ายกาจของพวกเขา ผนวกกับความจริงจังของเจ้าที่มีต่อการเรียกร้องพวกเขาสู่การ ศรัทธา แต่พระองค์ได้ปกป้องรักษาเจ้าจากการหันเหไปทางพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِذًۭا لَّأَذَقْنَـٰكَ ضِعْفَ ٱلْحَيَوٰةِ وَضِعْفَ ٱلْمَمَاتِ ثُمَّ لَا تَجِدُ لَكَ عَلَيْنَا نَصِيرًۭا ﴿٧٥﴾

และหากเจ้าได้โน้มเอียงไปทางพวกเขาโดยเชื่อในสิ่งที่พวกเขานำเสนอแก่เจ้า แน่นอนพระองค์จะให้เจ้าได้ลิ้มรสแห่งการลงโทษเป็นสองเท่าทั้งในโลก นี้และโลกหน้าด้วยเช่นกัน แล้วเจ้าจะไม่พบผู้ใดที่จะมาช่วยเหลือปกป้องเจ้าจากการลงโทษของเรา

وَإِن كَادُوا۟ لَيَسْتَفِزُّونَكَ مِنَ ٱلْأَرْضِ لِيُخْرِجُوكَ مِنْهَا ۖ وَإِذًۭا لَّا يَلْبَثُونَ خِلَـٰفَكَ إِلَّا قَلِيلًۭا ﴿٧٦﴾

และแน่นอนเหล่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเกือบจะประสบความสำเร็จในการบีบคั้นเจ้าเพราะความเป็นศัตรูของพวกเขาที่มีต่อเจ้า เพื่อขับไล่เจ้าให้ออก จากแผ่นดินมักกะฮ์ แต่อัลลอฮ์ทรงปกป้องเจ้าจากการขับไล่ของพวกเขาจนถึงวันที่เจ้าได้ทำการอพยพด้วยคำสั่งของพระผู้อภิบาลของเจ้า และหาก พวกเขาสามารถขับไล่เจ้าออกไปจริงๆ พวกเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นั่นเช่นกันนอกจากในเวลาที่สั้นเท่านั้น

سُنَّةَ مَن قَدْ أَرْسَلْنَا قَبْلَكَ مِن رُّسُلِنَا ۖ وَلَا تَجِدُ لِسُنَّتِنَا تَحْوِيلًا ﴿٧٧﴾

กฎการตัดสินของอัลลอฮ์หลังจากการออกของเจ้าจากแผ่นดินนั้น คือจะไม่ให้พวกเขาพำนักอยู่ในนั้นนอกจากเวลาสั้นๆนั้น มันเป็นกฎการตัดสินขอ งอัลลอฮ์ที่มีต่อทุกเราะสูลก่อนหน้าเจ้า กล่าวคือ เราะสูลท่านใดที่ถูกประชาชาติของเขาขับไล่ออกจากเมืองของพวกเขา อัลลอฮฺจะทรงลงโทษพวกเขา โดยทันที และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะไม่พบถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎของพระองค์อย่างแน่นอน เพราะเจ้าจะเห็นมันมั่นคงถาวร

أَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ لِدُلُوكِ ٱلشَّمْسِ إِلَىٰ غَسَقِ ٱلَّيْلِ وَقُرْءَانَ ٱلْفَجْرِ ۖ إِنَّ قُرْءَانَ ٱلْفَجْرِ كَانَ مَشْهُودًۭا ﴿٧٨﴾

จงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดด้วยการประกอบในลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุดในเวลาของมัน เริ่มจากดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศตะวันตกหลังเที่ยงวัน ซึ่งจะ เป็นเวลาของการละหมาดซุฮ์รีย์และอัสรี่ย์ตามลำดับ ไปจนถึงความมืดในเวลากลางคืนซึ่งจะเป็นเวลาของการละหมาดมัฆริบและอิชาตามลำดับ และจง ดำรงการละหมาดซุบฮีย์(ช่วงเวลารุ่งอรุณ)พร้อมๆกับเลือกอ่านสูเราะฮฺที่ยาวๆ เพราะว่าในการละหมาดซุบฮีย์นี้ จะมีบรรดามลาอิกะฮ์ทั้งกลางวันและ กลางคืนมารวมตัวกันเป็นพยานแก่ผู้ดำรงละหมาด

وَمِنَ ٱلَّيْلِ فَتَهَجَّدْ بِهِۦ نَافِلَةًۭ لَّكَ عَسَىٰٓ أَن يَبْعَثَكَ رَبُّكَ مَقَامًۭا مَّحْمُودًۭا ﴿٧٩﴾

นอกจากนั้น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เจ้าจงตื่นละหมาดในบางเวลาในยามกลางคืน ซึ่งการละหมาดตรงนี้จะเพิ่มพูนผลบุญและเป็นการยกสถานะของเจ้าให้สูง ขึ้น เพื่อเป็นการขอให้พระผู้อภิบาลของเจ้าได้ให้เจ้าฟื้ นคืนชีพในวันกิยามะฮ์ในสถานะของผู้ช่วยเหลือผู้อื่นจากความหวาดกลัวต่างๆที่พวกเขาต้อง ประสบในวันนั้น และเพื่อให้เจ้าได้อยู่ในสถานะแห่งการ ช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ ที่เหล่าบรรดาคนยุคแรกๆและยุคหลังๆได้ทำการสรรเสริญ

وَقُل رَّبِّ أَدْخِلْنِى مُدْخَلَ صِدْقٍۢ وَأَخْرِجْنِى مُخْرَجَ صِدْقٍۢ وَٱجْعَل لِّى مِن لَّدُنكَ سُلْطَـٰنًۭا نَّصِيرًۭا ﴿٨٠﴾

และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดทำให้เส้นทางเข้าออก(ของทุกๆสิ่ง)ในชีวิตของฉันเต็มไปด้วยสัจธรรมที่ทำให้ภักดีต่อ พระองค์ และเป็นที่พึงพอใจของพระองค์เถิด และโปรดทรงช่วยเหลือฉันโดยการให้ฉันมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเหนือศัตรูของฉัน"

وَقُلْ جَآءَ ٱلْحَقُّ وَزَهَقَ ٱلْبَـٰطِلُ ۚ إِنَّ ٱلْبَـٰطِلَ كَانَ زَهُوقًۭا ﴿٨١﴾

และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น ว่า: "สัจธรรมแห่งอิสลามได้มาถึงแล้ว และสัญญาแห่งการช่วยเหลือของอัลลอฮฺก็เป็น จริงขึ้นมา ทำให้การตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ได้มลายหายไป แท้จริงแล้วความเท็จนั้นย่อมมลายไปเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ สัจธรรม" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَنُنَزِّلُ مِنَ ٱلْقُرْءَانِ مَا هُوَ شِفَآءٌۭ وَرَحْمَةٌۭ لِّلْمُؤْمِنِينَ ۙ وَلَا يَزِيدُ ٱلظَّـٰلِمِينَ إِلَّا خَسَارًۭا ﴿٨٢﴾

และเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาเพื่อเป็นการบำบัดรักษาหัวใจจากความโง่เขลา การปฏิเสธศรัทธา และการสงสัยทั้งหลาย และเพื่อเป็นการบำบัด รักษาร่างกายด้วยการปัดเป่ารักษา และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่หมั่นปฏิบัติตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด และอัลกุรานก็มิอาจจะเพิ่ม สิ่งใดๆแก่พวกอธรรมนอกจากความพินาศและขาดทุนเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า ทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินมันก็จะรู้สึกไม่พอใจ และจะทำให้เกิดการปฏิเสธ เพิ่มขึ้น และผินหลังจากมันไป

وَإِذَآ أَنْعَمْنَا عَلَى ٱلْإِنسَـٰنِ أَعْرَضَ وَنَـَٔا بِجَانِبِهِۦ ۖ وَإِذَا مَسَّهُ ٱلشَّرُّ كَانَ يَـُٔوسًۭا ﴿٨٣﴾

และเมื่อเราได้ประทานความโปรดปรานแก่มนุษย์เช่นการให้มีสุขภาพที่ดีและความร่ำรวย พวกเขาก็จะผินหลังให้ไม่สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์และ จะไม่ภัคดีต่อพระองค์ และยังปลีกตัวเย่อหยิ่งอีกด้วย และเมื่อพวกเขาประสบความเจ็บป่วยและความยากจน พวกเขาก็จะทุกข์ใจ และสิ้นหวังในความ ل เมตตาของอัลลอฮฺ قل ك يعمل عل شاكلته فربكم أعلمبمن هوأهد سبيلا

قُلْ كُلٌّۭ يَعْمَلُ عَلَىٰ شَاكِلَتِهِۦ فَرَبُّكُمْ أَعْلَمُ بِمَنْ هُوَ أَهْدَىٰ سَبِيلًۭا ﴿٨٤﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- มนุษย์ทุกคนจะกระทำตามเส้นทางที่ตนเองต้องการ ที่มีลักษณะคล้ายกับพฤติกรรมของเขาทั้งในทางแห่งสัจธรรมหรือ ในทางที่หลงผิด เพราะฉะนั้น พระผู้อภิบาลของเจ้าทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่ควรได้รับแนวทางแห่งสัจธรรมที่แท้จริง

وَيَسْـَٔلُونَكَ عَنِ ٱلرُّوحِ ۖ قُلِ ٱلرُّوحُ مِنْ أَمْرِ رَبِّى وَمَآ أُوتِيتُم مِّنَ ٱلْعِلْمِ إِلَّا قَلِيلًۭا ﴿٨٥﴾

และบรรดาชาวยิวจะถามเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เกี่ยวกับลักษณะของวิญญาณ จงบอกพวกเขาเถิดว่า "ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องวิญญาณจริงเว้นแต่อัลลอฮ์เท่านั้น และความรู้ที่พวกเจ้าและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้รับนั้นรวมกันแล้ว มันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากนำมาเทียบกับความรู้ของอัลลอฮ์ผู้ทรงบริสุทธิ์

وَلَئِن شِئْنَا لَنَذْهَبَنَّ بِٱلَّذِىٓ أَوْحَيْنَآ إِلَيْكَ ثُمَّ لَا تَجِدُ لَكَ بِهِۦ عَلَيْنَا وَكِيلًا ﴿٨٦﴾

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮ์ -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่า หากเราประสงค์ที่จะลบวะห์ยู(คำสั่งและบทบัญญัติต่างๆ ที่ได้ประทานให้แก่เจ้า) ออกไปจาก ความทรงจำของเจ้า และจากคัมภีร์แน่นอนมันก็จะหายไป จากนั้นเจ้าจะไม่พบใครที่จะช่วยเจ้าในการนำมันกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งได้

إِلَّا رَحْمَةًۭ مِّن رَّبِّكَ ۚ إِنَّ فَضْلَهُۥ كَانَ عَلَيْكَ كَبِيرًۭا ﴿٨٧﴾

แต่เราไม่ได้ลบล้างวะห์ยูออกไปจากเจ้า เพราะความเมตตาจากพระผู้อภิบาลของเจ้า และได้รักษามันไว้อย่างดี แท้จริงความโปรดปรานของพระองค์ที่ มีต่อเจ้านั้นใหญ่หลวงนัก ซึ่งพระองค์ได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นศาสนทูตของพระองค์ และยังเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายพร้อมๆกับได้รับคัมภีร์อัลกุรอานอี กด้วย

قُل لَّئِنِ ٱجْتَمَعَتِ ٱلْإِنسُ وَٱلْجِنُّ عَلَىٰٓ أَن يَأْتُوا۟ بِمِثْلِ هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانِ لَا يَأْتُونَ بِمِثْلِهِۦ وَلَوْ كَانَ بَعْضُهُمْ لِبَعْضٍۢ ظَهِيرًۭا ﴿٨٨﴾

ظهيرا จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- หากมนุษย์และญินรวมตัวกันทั้งหมดเพื่อจะแต่งหนังสือเฉกเช่นอัลกุรอานที่ถูกประทานให้แก่เจ้า เทียบเคียงกันทั้งใน ความลึกซึ้งของความหมาย และความสละสลวยของการเรียบเรียงเนี้อหา แน่นอนพวกเขาไม่อาจจะกระทำเช่นนั้นได้เป็นอันขาด ถึงแม้ว่าต่างคนก็ ต่างช่วยเหลือกันและกันอย่างสุดความสามารถก็ตาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَقَدْ صَرَّفْنَا لِلنَّاسِ فِى هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانِ مِن كُلِّ مَثَلٍۢ فَأَبَىٰٓ أَكْثَرُ ٱلنَّاسِ إِلَّا كُفُورًۭا ﴿٨٩﴾

และแท้จริงเราได้อธิบายแก่มวลมนุษย์ในอัลกุรอานเล่มนี้ และได้ใช้วิธีที่หลากหลายในการอธิบาย จะเป็นการตักเตือน บอกเล่าบทเรียน การสั่งใช้และ การสั่งห้าม และประวัติของชนชาติก่อนๆ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้พวกเขาได้ศรัทธา แต่มนุษย์ส่วนใหญ่จะดื้อและปฏิเสธต่อคำภีร์อัลกุรอานนี้

وَقَالُوا۟ لَن نُّؤْمِنَ لَكَ حَتَّىٰ تَفْجُرَ لَنَا مِنَ ٱلْأَرْضِ يَنۢبُوعًا ﴿٩٠﴾

และบรรดามุชรีกีน(ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์) กล่าวว่า "เราจะไม่ศรัทธาต่อเจ้า จนกว่าเจ้าจะทำให้น้ำพุพุ่งออกมาจากแผ่นดินมักกะฮฺแห่งนี้โดยไหลรินเป็น ลำธารอย่างไม่ขาดสาย"

أَوْ تَكُونَ لَكَ جَنَّةٌۭ مِّن نَّخِيلٍۢ وَعِنَبٍۢ فَتُفَجِّرَ ٱلْأَنْهَـٰرَ خِلَـٰلَهَا تَفْجِيرًا ﴿٩١﴾

"หรือ (จนกว่า) เจ้าจะมีสวนอินทผลัมและสวนองุ่นมากมาย และทำให้ลำน้ำหลายสายไหลเข้าไปในสวนนั้นอย่างล้นหลาม"

أَوْ تُسْقِطَ ٱلسَّمَآءَ كَمَا زَعَمْتَ عَلَيْنَا كِسَفًا أَوْ تَأْتِىَ بِٱللَّهِ وَٱلْمَلَـٰٓئِكَةِ قَبِيلًا ﴿٩٢﴾

"หรือ(จนกว่าเจ้าจะทำให้ท้องฟ้าร่วงลงมาบนพวกเราเป็นเสี่ยงๆ ตามที่เจ้าได้ขู่เราว่าจะลงโทษ พวกเรา หรือเจ้านำอัลลอฮ์และบรรดามลาอิกะฮ์มาปราก ฎต่อหน้าเรา เพื่อเป็นพยานแก่เจ้าในสิ่งที่เจ้าได้นำมาเผยแพร่"

أَوْ يَكُونَ لَكَ بَيْتٌۭ مِّن زُخْرُفٍ أَوْ تَرْقَىٰ فِى ٱلسَّمَآءِ وَلَن نُّؤْمِنَ لِرُقِيِّكَ حَتَّىٰ تُنَزِّلَ عَلَيْنَا كِتَـٰبًۭا نَّقْرَؤُهُۥ ۗ قُلْ سُبْحَانَ رَبِّى هَلْ كُنتُ إِلَّا بَشَرًۭا رَّسُولًۭا ﴿٩٣﴾

سبحان ربى هل كنت إلا بشرا رسولا "หรือ(จนกว่า)เจ้าจะมีบ้านที่ประดับประดาด้วยทองคำและด้วยอื่นๆไว้หนึ่งหลัง หรือเจ้าขึ้นสู่ฟากฟ้าและเราจะยังไม่ศรัทธาว่าเจ้าเป็นเราะสูล แม้ว่าเจ้า สามารถขึ้นไปยังฟากฟ้าได้ นอกจากว่าเจ้าได้นำคำภีร์จากอัลลอฮ์เล่มหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ให้เราได้อ่านว่าเจ้านั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์จริง" จง กล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันไม่ได้เป็นอะไร นอกจากเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีหน้าที่เป็นเราะสูล เหมือนกับบรรดาเราะสูลท่านอื่นๆ ฉันไม่สามารถที่จะนำสิ่งใดๆได้ ดังนั้นจะให้ฉันทำตามที่พวกเจ้าเรียกร้องเอาไว้ได้อย่างไรกัน?!"

وَمَا مَنَعَ ٱلنَّاسَ أَن يُؤْمِنُوٓا۟ إِذْ جَآءَهُمُ ٱلْهُدَىٰٓ إِلَّآ أَن قَالُوٓا۟ أَبَعَثَ ٱللَّهُ بَشَرًۭا رَّسُولًۭا ﴿٩٤﴾

และไม่มีสิ่งใดที่จะกีดกันผู้ปฏิเสธศรัทธาในการที่จะศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์และปฏิบัติตามที่ท่านเราะสูลได้นำมา นอกจากพวกเขา ไม่ยอมรับการเป็นเราะสูลที่มาจากมนุษย์ ดังที่พวกเขาได้ถามในเชิงปฏิเสธว่า "อัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งศาสนทูตของพระองค์มาจากมนุษย์กระนั้น หรือ?!"

قُل لَّوْ كَانَ فِى ٱلْأَرْضِ مَلَـٰٓئِكَةٌۭ يَمْشُونَ مُطْمَئِنِّينَ لَنَزَّلْنَا عَلَيْهِم مِّنَ ٱلسَّمَآءِ مَلَكًۭا رَّسُولًۭا ﴿٩٥﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เพื่อเป็นการตอบกลับไปยังพวกเขาว่า"ถ้าหากบรรดามลาอิกะฮ์อาศัยอยู่บนโลกนี้และไปไหนมาไหนได้โดยสงบดังเช่น พวกเจ้าแล้ว แน่นอนเราก็จะส่งมลาอิกะฮ์มาเป็นเราะสูลแก่พวกเขา เพราะเขาสามารถที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจในบทบัญญัติที่พระองค์ได้ประทานลง มายังพวกเขา จึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องหากพระองค์ส่งศาสนทูตที่เป็นมนุษย์มายังพวกเขา เชกเช่นกรณีของพวกเจ้าก็เหมือนกัน"

قُلْ كَفَىٰ بِٱللَّهِ شَهِيدًۢا بَيْنِى وَبَيْنَكُمْ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِعِبَادِهِۦ خَبِيرًۢا بَصِيرًۭا ﴿٩٦﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "พอเพียงแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า ที่ยืนยันว่าฉันนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์ที่ถูกส่งมายัง พวกเจ้า และเป็นพยานว่าฉันได้ทำหน้าที่เผยแพร่ในสิ่งได้รับมอบหมายแล้วอย่างสมบูรณ์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับปวงบ่าวของพระอ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร งค์โดยมิอาจปิดบังพระองค์ได้ และทรงเห็นทุกสิ่งที่เป็นเรื่องลับในตัวของพวกเขา"

وَمَن يَهْدِ ٱللَّهُ فَهُوَ ٱلْمُهْتَدِ ۖ وَمَن يُضْلِلْ فَلَن تَجِدَ لَهُمْ أَوْلِيَآءَ مِن دُونِهِۦ ۖ وَنَحْشُرُهُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ عَلَىٰ وُجُوهِهِمْ عُمْيًۭا وَبُكْمًۭا وَصُمًّۭا ۖ مَّأْوَىٰهُمْ جَهَنَّمُ ۖ كُلَّمَا خَبَتْ زِدْنَـٰهُمْ سَعِيرًۭا ﴿٩٧﴾

และผู้ใดที่ได้รับการชี้นำจากอัลลอฮ์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นเขาคือผู้ที่ได้รับทางนำอย่างแท้จริง และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงผิดจากทาง นำแล้ว เจ้า(โอ้มุหัมมัด)จะไม่พบผู้ช่วยเหลือพวกเขาที่จะนำทางแห่งสัจธรรมแก่เขา หรือสามารถคุ้มครองพวกเขาจากความชั่ว และแสวงหาสิ่งที่เป็น ประโยชน์ให้กับพวกเขาอีกต่อไป และในวันปรโลกนั้นพวกเขาจะถูกลากด้วยใบหน้าของพวกเขา ในสภาพตาบอด เป็นใบ้ และหูหนวก ที่พำนักของพวก เขาคือนรกญะฮันนัม เมื่อใดก็ตามที่ไฟได้มอด เราก็จะให้มันลุกโชนขึ้นอีกสำหรับพวกเขา

ذَٰلِكَ جَزَآؤُهُم بِأَنَّهُمْ كَفَرُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَقَالُوٓا۟ أَءِذَا كُنَّا عِظَـٰمًۭا وَرُفَـٰتًا أَءِنَّا لَمَبْعُوثُونَ خَلْقًۭا جَدِيدًا ﴿٩٨﴾

การลงโทษที่พวกเขาได้รับนั้นก็เป็นการตอบแทนสำหรับพวกเขา เพราะพวกเขาปฏิเสธศรัทธาสัญญาณของพระองค์อัลลอฮฺ และปฏิเสธศรัทธาต่อวัน ฟื้ นคืนชีพโดยกล่าวว่า "เมื่อเราตายเป็นชิ้นส่วนกระจัดจาย และกระดูกผุกร่อนแล้ว เราจะถูกทำให้ฟื้ นคืนชีพมาใหม่อีกกระนั้นหรือ?"

۞ أَوَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّ ٱللَّهَ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ قَادِرٌ عَلَىٰٓ أَن يَخْلُقَ مِثْلَهُمْ وَجَعَلَ لَهُمْ أَجَلًۭا لَّا رَيْبَ فِيهِ فَأَبَى ٱلظَّـٰلِمُونَ إِلَّا كُفُورًۭا ﴿٩٩﴾

พวกบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพไม่คิดหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โดยที่ทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่ พระองค์ก็ ทรงทีความสามารถที่จะสร้างสิ่งที่เหมือนกับพวกเขาได้? และผู้ใดที่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว ก็สามารถที่จะสร้างสิ่งที่เล็กได้เช่นกัน และ อัลลอฮ์ทรงจำกัดระยะเวลาการมีชีวิตของพวกเขาอยู่บนโลกนี้ และทรงกำหนดวันแห่งการฟื้นคืนชีพของพวกเขาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย แต่ พวกเขากลับดื้อดึงปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้ นคืนชีพ ทั้งๆที่ หลักฐานและสัญญาณต่างๆ ชัดเจนเด่นชัดต่อหน้าพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

قُل لَّوْ أَنتُمْ تَمْلِكُونَ خَزَآئِنَ رَحْمَةِ رَبِّىٓ إِذًۭا لَّأَمْسَكْتُمْ خَشْيَةَ ٱلْإِنفَاقِ ۚ وَكَانَ ٱلْإِنسَـٰنُ قَتُورًۭا ﴿١٠٠﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย "หากพวกเจ้าครอบครองคลังแห่งความเมตตาของพระผู้อภิบาลของฉันแล้ว ซึ่งมันไม่มีวัน ลดหรือหมดไปอย่างแน่นอน พวกเจ้าก็จะไม่ยอมที่จะใช้จ่ายมัน เพราะกลัวว่ามันจะหมดไป และเพื่อพวกเจ้าจะได้ไม่กลายเป็นคนจน และด้วยนิสัย ดั้งเดิมของมนุษย์แล้ว จะเป็นผู้ที่ตระหนี่เว้นแต่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์เท่านั้น ซึ่งพวกเขาจะจ่าย เพื่อหวังการตอบแทนจากอัลลอฮ์"

وَلَقَدْ ءَاتَيْنَا مُوسَىٰ تِسْعَ ءَايَـٰتٍۭ بَيِّنَـٰتٍۢ ۖ فَسْـَٔلْ بَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ إِذْ جَآءَهُمْ فَقَالَ لَهُۥ فِرْعَوْنُ إِنِّى لَأَظُنُّكَ يَـٰمُوسَىٰ مَسْحُورًۭا ﴿١٠١﴾

مسحورا และพระองค์ได้ประทานสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนเก้าประการแก่นบีมูซาเพื่อเป็นข้อยืนยันแก่เขา(ยืนยันในความเป็นศาสนทูตของพระองค์) คือ ไม้เท้า มือที่ขาวสะอาด ความแห้งแล้ง ขาดแคลนผลไม้ต่างๆน้ำท่วม ตั๊กแตน เหา กบและเลือด ดังนั้น โอ้ท่านเราะสูล เจ้าจงถามชาวยิวเมื่อครั้นนบีมูซาได้นำ สัญญาณเหล่านี้มายังบรรพบุรุษของพวกเขา ฟิรเอาน์ได้กล่าวแก่นบีมูซาว่า "มูซาเอ๋ย ฉันคิดว่าเจ้าถูกอาคมอย่างแน่นอน เพราะเจ้าได้นำอะไรแปลกๆ เช่นนี้มาปรากฎต่อหน้าพวกเรา"

قَالَ لَقَدْ عَلِمْتَ مَآ أَنزَلَ هَـٰٓؤُلَآءِ إِلَّا رَبُّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ بَصَآئِرَ وَإِنِّى لَأَظُنُّكَ يَـٰفِرْعَوْنُ مَثْبُورًۭا ﴿١٠٢﴾

๑๐๒ มูซาได้ตอบว่า "แท้จริงแล้วเจ้า -โอ้ฟิรเอาน์- รู้ดียิ่งว่าไม่มีผู้ใดนอกจากอัลลอฮ์พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเท่านั้น ที่ส่งสัญญาณเหล่านั้นลง มาเพื่อเป็นข้อพิสูจน์ในความสามารถของพระองค์ และการเป็นศาสนทูตที่แท้จริงของเราะสูลของพระองค์ แต่เจ้ากลับปฏิเสธไม่เชื่อ แท้จริงฉันรู้ดียิ่ง ว่าเจ้าต่างหากที่เป็นคนจะได้รับความหายนะและขาดทุนอย่างแน่นอน" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَأَرَادَ أَن يَسْتَفِزَّهُم مِّنَ ٱلْأَرْضِ فَأَغْرَقْنَـٰهُ وَمَن مَّعَهُۥ جَمِيعًۭا ﴿١٠٣﴾

ดังนั้นฟิรเอาน์ต้องการที่จะลงโทษนบีมูซา อะลัสฮิสลาม และวงศ์วานของเขาโดยการขจัดออกไปจากแผ่นดินอียิปต์ ดังนั้นเราจึงทำให้ฟิรเอาน์และ พวกพ้องของเขาที่เป็นทหารทั้งหมดจมน้ำตาย

وَقُلْنَا مِنۢ بَعْدِهِۦ لِبَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ ٱسْكُنُوا۟ ٱلْأَرْضَ فَإِذَا جَآءَ وَعْدُ ٱلْـَٔاخِرَةِ جِئْنَا بِكُمْ لَفِيفًۭا ﴿١٠٤﴾

และพระองค์ได้กล่าวแก่วงศ์วานของอิสรออีลหลังจากที่ได้ทำลายฟิรเอาน์และกองทัพของเขาว่า " พวกเจ้าจงพำนักอยู่ในดินแดนเมืองชามแห่งนี้ และ เมื่อเวลาแห่งการฟื้ นคืนชีพที่ถูกกำหนดไว้มาถึง เราจะนำพวกเจ้าทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกันเพื่อคิดบัญชี "

وَبِٱلْحَقِّ أَنزَلْنَـٰهُ وَبِٱلْحَقِّ نَزَلَ ۗ وَمَآ أَرْسَلْنَـٰكَ إِلَّا مُبَشِّرًۭا وَنَذِيرًۭا ﴿١٠٥﴾

และด้วยสัจธรรมเราจึงได้ประทานอัลกุรอานลงมาแก่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และด้วยสัจธรรมเช่นกันที่มันลงมาแก่ท่านนบีโดย ไม่มีการดัดแปลงหรือบิดเบือนแต่อย่างใด และเราไม่ได้ส่งเจ้ามา -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นผู้แจ้งข่าวดีให้แก่เหล่าบรรดาผู้ยำเกรง ด้วยสรวงสวรรค์ และเป็นผู้ตักเตือนให้บรรดาผู้ปฏิเสธและเนรคุณต่ออัลลอฮ์ให้กลัวต่อไฟนรก

وَقُرْءَانًۭا فَرَقْنَـٰهُ لِتَقْرَأَهُۥ عَلَى ٱلنَّاسِ عَلَىٰ مُكْثٍۢ وَنَزَّلْنَـٰهُ تَنزِيلًۭا ﴿١٠٦﴾

และเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาพร้อมได้อธิบายไว้อย่างชัดเจน เพื่อที่เจ้า(โอ้ท่านนบี)จะได้อ่านให้กับผู้คนอย่างช้าๆเป็นวรรคเป็นตอน ซึ่งมันจะง่าย ต่อการทำความเข้าใจไตร่ตรองกับเนื้อหา และพระองค์ได้ประทานมันลงมาเป็นตอนๆ ตามเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

قُلْ ءَامِنُوا۟ بِهِۦٓ أَوْ لَا تُؤْمِنُوٓا۟ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ مِن قَبْلِهِۦٓ إِذَا يُتْلَىٰ عَلَيْهِمْ يَخِرُّونَ لِلْأَذْقَانِ سُجَّدًۭا ﴿١٠٧﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด-"พวกเจ้าจะศรัทธาต่ออัลกุรอานหรือไม่ศรัทธาก็ตาม(มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร) เพราะการศรัทธาของพวกเจ้านั้น มันไม่ได้ ทำให้อัลกุรอานได้เพิ่มความสมบูรณ์จากเดิมได้ และการปฏิเสธของพวกเจ้ามันก็ไม่ได้ทำให้อัลกุรอานตกต่ำอะไร แท้จริงบรรดาผู้ที่ได้อ่านคัมภีร์ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ และมีความรู้เกี่ยวกับวะห์ยู(บทบัญญัติที่ถูกประทานลงมา)และที่เกี่ยวกับศาสนทูตของพระองค์แล้ว เมื่ออัลกุรอานได้ถูกอ่านให้แก่พวก เขา พวกเขาก็จะก้มหน้าลงกราบสุญูดเพื่อเป็นการขอบคุณอัลลอฮ์"

وَيَقُولُونَ سُبْحَـٰنَ رَبِّنَآ إِن كَانَ وَعْدُ رَبِّنَا لَمَفْعُولًۭا ﴿١٠٨﴾

และพวกเขาจะกล่าวในขณะที่กำลังกราบอัลลอฮ์ "พระผู้อภิบาลของเราไม่เคยผิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ดังที่พระองค์ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะส่งนบีมุหัม มัดเป็นศาสทูตท่านสุดท้ายก็ปรากฎเป็นจริงขึ้นมา เพราะฉะนั้นคำมั่นสัญญาอื่นๆ ที่พระองค์ได้ให้ไว้นั้น ก็จะปรากฎเป็นจริงเช่นกันโดยมิอาจหลีก เลี่ยงได้"

وَيَخِرُّونَ لِلْأَذْقَانِ يَبْكُونَ وَيَزِيدُهُمْ خُشُوعًۭا ۩ ﴿١٠٩﴾

และพวกเขาจะก้มหน้าลงจรดพื้นพลางร้องไห้ด้วยความเกรงกลัวต่อพระองค์ และเมื่อพวกเขาได้ยินอัลกุรอานด้วยการไตร่ตรองเข้าใจมันแล้ว ก็จะ ทำให้พวกเขายิ่งจำนนและเกรงกลัวต่อพระองค์มากยิ่งขึ้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ي

قُلِ ٱدْعُوا۟ ٱللَّهَ أَوِ ٱدْعُوا۟ ٱلرَّحْمَـٰنَ ۖ أَيًّۭا مَّا تَدْعُوا۟ فَلَهُ ٱلْأَسْمَآءُ ٱلْحُسْنَىٰ ۚ وَلَا تَجْهَرْ بِصَلَاتِكَ وَلَا تُخَافِتْ بِهَا وَٱبْتَغِ بَيْنَ ذَٰلِكَ سَبِيلًۭا ﴿١١٠﴾

بين ذلك سبيلا จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่ผู้ที่ปฏิเสธต่อเจ้าในการวิงวอนด้วยการกล่าวว่า (โอ้อัลลอฮ์) (โอ้เราะห์มาน) ว่า "ทั้งสองนี้เป็นพระนามของพระองค์ผู้ มหาบริสุทธิ์ยิ่ง เพราะฉะนั้นเจ้าจงวิงวอนขอพรจากอัลลอฮ์ด้วยพระนามใดก็ตามจากพระนามทั้งสองนี้ หรือนอกเหนือจากทั้งสองพระนามนี้ในบรรดา พระนามอันประเสริฐยิ่งของพระองค์ และจงอย่าอ่านเสียงดังในการละหมาดของเจ้าจนทำให้บรรดามุชริกีน(ผู้ตั้งภาคีต่อพระองค์)ได้ยิน และจงอย่า อ่านแผ่วเบาในการละหมาดจนทำให้ผู้ศรัทธา(ที่กำลังละหมาดตามนั้น)ไม่ได้ยินى แต่จงปฏิบัติตามแนวทางสายกลางระหว่างทั้งสองนี้"

وَقُلِ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِى لَمْ يَتَّخِذْ وَلَدًۭا وَلَمْ يَكُن لَّهُۥ شَرِيكٌۭ فِى ٱلْمُلْكِ وَلَمْ يَكُن لَّهُۥ وَلِىٌّۭ مِّنَ ٱلذُّلِّ ۖ وَكَبِّرْهُ تَكْبِيرًۢا ﴿١١١﴾

تك بيرا และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- การสรรเสริญทั้งมวลเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ์เท่านั้น ผู้ทรงบริสุทธิ์จากการมีบุตรและบริสุทธิ์จากการมีหุ้นส่วนใดๆ ในอำนาจของพระองค์ พระองค์ไม่ประสบกับความต่ำต้อย ไร้เกียรติ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้อมีผู้ใดมาช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากใครทั้งสิ้น ดังนั้น จงแสดงความเกรียงไกรต่อพระองค์อย่างมากมาย และไม่พาดพิงว่าพระองค์ทรงมีบุตร หรือมีหุ้นส่วนในการครอบครองของพระองค์ หรือมีผู้ช่วย เหลือคอยสนับสนุนพระองค์อย่างเด็ดขาด" ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-Israa — الإسراء

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา