نٓ ۚ وَٱلْقَلَمِ وَمَا يَسْطُرُونَ ﴿١﴾
(นูน)ได้ถูกกล่าวไว้ที่คล้ายคลึงกันในต้นซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะฮ อัลลอฮฺทรงสาบานด้วยปากกาและสาบานกับสิ่งที่ผู้คนใช้ขีดเขียนด้วยปากกา
หน้าแรก›ตัฟซีร›Al-Qalam (68)
มักกียะฮ์ · 52 อายะฮ์
نٓ ۚ وَٱلْقَلَمِ وَمَا يَسْطُرُونَ ﴿١﴾
(นูน)ได้ถูกกล่าวไว้ที่คล้ายคลึงกันในต้นซูเราะฮฺ อัล-บะกอเราะฮ อัลลอฮฺทรงสาบานด้วยปากกาและสาบานกับสิ่งที่ผู้คนใช้ขีดเขียนด้วยปากกา
مَآ أَنتَ بِنِعْمَةِ رَبِّكَ بِمَجْنُونٍۢ ﴿٢﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย ด้วยความโปรดปรานแห่งพระเจ้าต่อเจ้าจากการเป็นนบีผู้ส่งส่งสาสน์ เจ้ามิได้เป็นผู้เสียสติ แต่เจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์จากการเสียสติที่บรรดา ผู้ตั้งภาคีได้กล่าวหาเจ้าไว้ต่างหาก وإن لك لأجرا غيرممنون
وَإِنَّ لَكَ لَأَجْرًا غَيْرَ مَمْنُونٍۢ ﴿٣﴾
แท้จริงสำหรับเจ้านั้น คือผลบุญอย่างมิขาดสายจากพระองค์อัลลอฮฺต่อทุกๆอุปสรรคที่เจ้าได้ประสบกับมันอยู่ในขณะที่กำลังเผยแพร่ สาสน์(อิสลาม)แด่มวลมนุษย์ และไม่มีใครเป็นหนี้บุญคุณแก่เจ้าได้แต่อย่างใด وإنك لعل خلق عظيم
وَإِنَّكَ لَعَلَىٰ خُلُقٍ عَظِيمٍۢ ﴿٤﴾
และแท้จริงเจ้านั้นอยู่ในครรลองธรรมอันยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับอัลกุรอานที่ได้นำมา ดังนั้นเจ้าจึงเป็นผู้ที่มีคุณธรรมในสิ่งที่ได้ระบุไว้ในอัลกุรอานอย่าง ครบถ้วนสมบูรณ์ فستبصر ويبصرون
فَسَتُبْصِرُ وَيُبْصِرُونَ ﴿٥﴾
แล้วเจ้าจะได้เห็นและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะได้เห็นเช่นกัน
بِأَييِّكُمُ ٱلْمَفْتُونُ ﴿٦﴾
เมื่อความจริงถูกเปิดเผยก็จะเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้ใดในหมู่พวกเจ้าคือผู้วิกลจริตกันแน่?
إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِۦ وَهُوَ أَعْلَمُ بِٱلْمُهْتَدِينَ ﴿٧﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่เบี่ยงเบนหรือหลงทางไปจากทางนำของพระองค์ และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งเช่นกันถึงผู้ ที่อยู่ในเส้นทางแห่งทางนำของพระองค์ ดังนั้นพระองค์ทรงรู้ดียิ่งว่าพวกเขาเหล่านั้นได้หลงทางไปแล้ว ส่วนเจ้านั้นคือผู้ที่ได้รับทางนำที่เที่ยงตรง
فَلَا تُطِعِ ٱلْمُكَذِّبِينَ ﴿٨﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย ดังนั้นเจ้าจึงยืนหยัดในสิ่งที่เจ้าเป็นอยู่ และอย่าได้เชื่อฟังบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ود والو تدهن فيدهنون
وَدُّوا۟ لَوْ تُدْهِنُ فَيُدْهِنُونَ ﴿٩﴾
พวกเขาคาดหวังและปรารถนาว่า หากเจ้าได้อ่อนโยนและนอบน้อมต่อพวกโดยไม่คำนึงถึงหลักการศาสนาอิสลามแต่อย่างใด ดังนั้นพวกเขาก็จะอ่อน โยนและนอบน้อบต่อเจ้าเช่นกัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ولاتطع كل حلاف مهين
وَلَا تُطِعْ كُلَّ حَلَّافٍۢ مَّهِينٍ ﴿١٠﴾
และเจ้าอย่าปฏิบัติตามผู้ที่ชอบสาบานเท็จ อย่างน่ารังเกลียจ
هَمَّازٍۢ مَّشَّآءٍۭ بِنَمِيمٍۢ ﴿١١﴾
ชอบนินทาใส่ร้ายผู้อื่นเป็นประจำ ชอบเดินยุแหย่ด้วยการกระซิบกระซาบระหว่างผู้คน เพื่อหวังให้พวกเขาได้แตกแยกกัน م ناع للخير معتد أثيم
مَّنَّاعٍۢ لِّلْخَيْرِ مُعْتَدٍ أَثِيمٍ ﴿١٢﴾
เป็นผู้ที่ขัดขวางอย่างหนักจากการทำความดี ชอบละเมิดขอบเขตของผู้อื่นในเรื่องของทรัพย์สิน กาย วาจา และใจ และชอบหมกมุ่นอยู่กับการกระทำ ผิดบาปอย่างมากมาย عتلبعد ذلك زنيم
عُتُلٍّۭ بَعْدَ ذَٰلِكَ زَنِيمٍ ﴿١٣﴾
เป็นคนหยาบคาย ไร้น้ำใจ และไร้สกุล أن كان ذا مال وبنين
أَن كَانَ ذَا مَالٍۢ وَبَنِينَ ﴿١٤﴾
เนื่องจากเขาถือว่าตนเองเป็นผู้มีทรัพย์สินและมีบุตรหลานมากมาย จึงหยิ่งยโสที่จะน้อมศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮฺและศาสนทูตพระองค์
إِذَا تُتْلَىٰ عَلَيْهِ ءَايَـٰتُنَا قَالَ أَسَـٰطِيرُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿١٥﴾
เมื่อโองการต่างๆ(จากอัลกุรอาน)ของเรา ถูกอ่านแก่เขา เขาก็จะกล่าวอ้างว่า"นี่มันเป็นเรื่องราวหลอกลวงและความงมงายของคนรุ่นก่อนๆ"
سَنَسِمُهُۥ عَلَى ٱلْخُرْطُومِ ﴿١٦﴾
เราจะตรีสัญลักษณ์อันน่าเกลียดบนจมูกของเขา และมันจะคงติดอยู่กับเขาอย่างไม่เลือนหาย
إِنَّا بَلَوْنَـٰهُمْ كَمَا بَلَوْنَآ أَصْحَـٰبَ ٱلْجَنَّةِ إِذْ أَقْسَمُوا۟ لَيَصْرِمُنَّهَا مُصْبِحِينَ ﴿١٧﴾
แท้จริงเราได้ทดสอบบรรดาผู้ตั้งภาคีกับพระองค์อัลลอฮฺ(ชาวมักกะฮฺ)ด้วยความแห้งแล้งและความอดอยาก ดั่งเช่นที่เราได้ทดสอบบรรดาเจ้าของ สวน เมื่อพวกเขาสาบานว่าจะรีบเก็บเกี่ยวผลไม้ในสวนแต่เช้าตรู่เพื่อไม่ให้คนยากคนมาขอส่วนแบ่งกินกับพวกเขา ولا يستثنون
وَلَا يَسْتَثْنُونَ ﴿١٨﴾
และพวกเขามิได้กล่าวคำว่า “อินชา อัลลอฮฺ”(หากพระองค์ทรงประสงค์)ในการสาบานของพวกเขาครั้งนั้น
فَطَافَ عَلَيْهَا طَآئِفٌۭ مِّن رَّبِّكَ وَهُمْ نَآئِمُونَ ﴿١٩﴾
แล้วอัลลอฮฺก็ทรงส่งไฟลงมาเผาสวนเหล่านั้นในเวลากลางคืนขณะที่เจ้าของสวนหลับอยู่ ซึ่งพวกเขาไม่สามารถที่จะควบคุมเพลิงไฟไว้ได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَأَصْبَحَتْ كَٱلصَّرِيمِ ﴿٢٠﴾
และแล้วสวนก็กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำเสมือนกลางคืนที่มืดมิด فتنادوا مص بحين
فَتَنَادَوْا۟ مُصْبِحِينَ ﴿٢١﴾
ดังนั้นพวกเขาก็ต่างตะโกนปลุกกันในยามเช้าตรู่ว่า
أَنِ ٱغْدُوا۟ عَلَىٰ حَرْثِكُمْ إِن كُنتُمْ صَـٰرِمِينَ ﴿٢٢﴾
พวกเขาได้กล่าวขึ้นมาว่า จงออกไปยังสวนของพวกเจ้าตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนที่บรรดาผู้ขัดสนจะมา หากพวกเจ้ายืนกรานที่จะเก็บเกี่ยวผลไม้
فَٱنطَلَقُوا۟ وَهُمْ يَتَخَـٰفَتُونَ ﴿٢٣﴾
พวกเขาก็รีบรุดเดินออกไปยังสวนของพวกเขา พร้อมๆกับกระซิบกระซาบระหว่างกันอย่างเบาๆ
أَن لَّا يَدْخُلَنَّهَا ٱلْيَوْمَ عَلَيْكُم مِّسْكِينٌۭ ﴿٢٤﴾
พวกเขาต่างพูดคุยสนทนากันว่า วันนี้อย่าได้ให้คนยากจนแม้แต่คนเดียว เข้ามายังสวนของพวกเจ้า وغدواعل حرد قدرين
وَغَدَوْا۟ عَلَىٰ حَرْدٍۢ قَـٰدِرِينَ ﴿٢٥﴾
แล้วพวกเขาก็เดินทางมุ่งไปยังสวนของพวกแต่เช้าตรู่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกีดขวางไม่ให้คนยากจนได้รับส่วนแบ่งจากผลไม้ของพวกเขาแม้นิดเดียว
فَلَمَّا رَأَوْهَا قَالُوٓا۟ إِنَّا لَضَآلُّونَ ﴿٢٦﴾
ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นสภาพสวนไหม้เกรียมจนหมด (พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาเลย) จนมีบางคนได้กล่าวขึ้นว่า แท้จริงพวกเราได้เดินหลงทางไป ยังสวนเสียแล้ว بل نحن محرومون
بَلْ نَحْنُ مَحْرُومُونَ ﴿٢٧﴾
เปล่าดอก พวกเราถูกหวงห้ามไม่ให้เก็บเกี่ยวผลไม้นั้น เนื่องมาจากการที่พวกเราตั้งใจที่จะกีดขวางไม่ให้คนยากจนได้รับส่วนแบ่งจากผลไม้ของพวก เรา قال أوسطهم ألم أقل ل كم لولا تسبحون
قَالَ أَوْسَطُهُمْ أَلَمْ أَقُل لَّكُمْ لَوْلَا تُسَبِّحُونَ ﴿٢٨﴾
คนที่มีสติปัญญาคนหนึ่งในหมู่พวกเขากล่าวว่า ฉันมิได้บอกพวกท่านดอกหรือ ขณะที่พวกท่านมีเจตนาที่จะห้ามบรรดาผู้ขัดสนจากผลไม้ในสวนนั้น ทำไมพวกท่านจึงไม่กล่าวสดุดีแด่อัลลอฮฺ และกลับเนื้อกลับตัวไปยัพระองค์จากเจตตนาอันชั้วร้ายของพวกท่านล่ะ?
قَالُوا۟ سُبْحَـٰنَ رَبِّنَآ إِنَّا كُنَّا ظَـٰلِمِينَ ﴿٢٩﴾
พวกเขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้าของเรา แท้จริงเรานั้นเป็นผู้อธรรมต่อตนเอง ครั้นเมื่อพวกเราได้มีเจตนาที่จะห้ามบรรดาผู้ยากจนจากผลไม้ ในสวนของพวกเรา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร فأقبل بعضهم عل بعض يتلومون
فَأَقْبَلَ بَعْضُهُمْ عَلَىٰ بَعْضٍۢ يَتَلَـٰوَمُونَ ﴿٣٠﴾
และพวกเขากลับคำ และหันกลับไปกล่าวโทษระหว่างพวกเขากันเอง
قَالُوا۟ يَـٰوَيْلَنَآ إِنَّا كُنَّا طَـٰغِينَ ﴿٣١﴾
ด้วยความโศกเศร้าเสียใจพวกเขาจึงกล่าวว่า โอ้ความหายนะได้ประสบแก่พวกเราแล้ว แท้จริงพวกเรานั้นเป็นผู้ละเมิดขอบเขตเสียแล้ว เนื่องจากการที่ พวกเราได้ห้ามบรรดาผู้ยากจนจากสิทธิ์ของพวกเขา
عَسَىٰ رَبُّنَآ أَن يُبْدِلَنَا خَيْرًۭا مِّنْهَآ إِنَّآ إِلَىٰ رَبِّنَا رَٰغِبُونَ ﴿٣٢﴾
บางทีพระผู้เป็นเจ้าของเรา อาจจะทดแทนพวกเราซึ่งสวนที่ดีกว่านี้ พวกเราจึงมุ่งหวังและปรารถนาจากพระองค์เพียงองค์เดียว ในการอภัยโทษและ การตอบแทนที่ดีแก่พวกเรา
كَذَٰلِكَ ٱلْعَذَابُ ۖ وَلَعَذَابُ ٱلْـَٔاخِرَةِ أَكْبَرُ ۚ لَوْ كَانُوا۟ يَعْلَمُونَ ﴿٣٣﴾
เช่นนั้นแหละการลงโทษด้วยการกีดกันจากปัจจัยยังชีพ เราจะลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนเรา และแน่นอนการลงโทษในวันปรโลกนั้นยิ่งใหญ่นัก หากพวกเขา ล่วงรู้ถึงความรุนแรงอย่างต่อเนื่องของมัน
إِنَّ لِلْمُتَّقِينَ عِندَ رَبِّهِمْ جَنَّـٰتِ ٱلنَّعِيمِ ﴿٣٤﴾
แท้จริงแล้วสำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮฺ ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามของพระองค์นั้น พวกเขา จะได้รับสวนสวรรค์หลากหลายแห่งบรมสุข ณ ที่พระองค์อัลลอฮฺ และพวกเขาจะเสวยสุขกันอยู่ในนั้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
أَفَنَجْعَلُ ٱلْمُسْلِمِينَ كَٱلْمُجْرِمِينَ ﴿٣٥﴾
ดังนั้นจะให้เราปฏิบัติต่อบรรดาผู้นอบน้อมเช่นเดียวกับที่เราปฏิบัติต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา(ในการตอบแทนพวกเขา)ตามที่บรรดาผู้ตั้งภาคีมักกะฮฺ ได้แอบอ้างกระนั้นหรือ? مالكم كيف تحكمون
مَا لَكُمْ كَيْفَ تَحْكُمُونَ ﴿٣٦﴾
โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้า! ทำไมพวกเจ้าจึงตัดสินอย่างอยุติธรรมคดเคี้ยวเช่นนี้? أم لكم كتب فيهتدرسون
أَمْ لَكُمْ كِتَـٰبٌۭ فِيهِ تَدْرُسُونَ ﴿٣٧﴾
หรือพวกเจ้ามีคัมภีร์ที่ถูกประทานแก่พวกเจ้า ซึ่งในคัมภีร์นั้นมีระบุไว้ว่าผู้ที่เชื่อฟังและผู้ที่ฝ่าฝืนนั้นมีฐานะเท่าเทียมกันกระนั้นหรือ? إن لكم فيه لما تخيرون
إِنَّ لَكُمْ فِيهِ لَمَا تَخَيَّرُونَ ﴿٣٨﴾
ซึ่งในคัมภีร์นั้นมีสิ่งที่พวกเจ้าเลือกไว้สำหรับตัวเองในวันปรโลก بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَمْ لَكُمْ أَيْمَـٰنٌ عَلَيْنَا بَـٰلِغَةٌ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ ۙ إِنَّ لَكُمْ لَمَا تَحْكُمُونَ ﴿٣٩﴾
หรือว่าพวกเจ้ามีคำมั่นสัญญากับเราที่ยืนยันได้ด้วยการสาบานตนว่า แท้จริงสำหรับพวกเจ้านั้นจะได้รับตามที่พวกเจ้าได้ตัดสินไว้ให้กับตัวเองเท่านั้น? سلهم أي هم بذلك زعيم
سَلْهُمْ أَيُّهُم بِذَٰلِكَ زَعِيمٌ ﴿٤٠﴾
โอ้รอซูลเอ๋ย(มุหัมมัด) จงถามพวกเขาดูว่า ใครกันเล่าในหมู่พวกเขาที่กล้ารับประกันและรับรองการตัดสินดังกล่าว
أَمْ لَهُمْ شُرَكَآءُ فَلْيَأْتُوا۟ بِشُرَكَآئِهِمْ إِن كَانُوا۟ صَـٰدِقِينَ ﴿٤١﴾
หรือว่าพวกเขามีภาคีพระเจ้าอื่นๆ นอกจากอัลลอฮฺ ที่ให้ผลตอบแทนต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเทียบเท่ากับบรรดาผู้ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาจงนำภาคี พระเจ้าเหล่านั้นมาสิ หากว่าพวกเขาสัตย์จริงในสิ่งที่พวกเขาได้อ้างไว้
يَوْمَ يُكْشَفُ عَن سَاقٍۢ وَيُدْعَوْنَ إِلَى ٱلسُّجُودِ فَلَا يَسْتَطِيعُونَ ﴿٤٢﴾
วันกิยามะฮฺเป็นวันที่น่ากลัวและหน้าแข้งของพระเจ้าของเราจะถูกเลิกขึ้น และมนุษย์จะถูกเรียกให้มาก้มสุญูด แล้วบรรดาผู้ศรัทธาก็ได้ก้มลงสุญูด ทันที เหลือแต่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและมุนาฟิกีนพวกเขาไม่สามารถจะสุญูดได้
خَـٰشِعَةً أَبْصَـٰرُهُمْ تَرْهَقُهُمْ ذِلَّةٌۭ ۖ وَقَدْ كَانُوا۟ يُدْعَوْنَ إِلَى ٱلسُّجُودِ وَهُمْ سَـٰلِمُونَ ﴿٤٣﴾
สายตาของพวกเขาจะละห้อย ถูกปกคลุมไปด้วยความอัปยศอดสูและความหมดหวังสุดเวทนา เนื่องจากพวกเขาไม่อาจจะสุญูดต่อพระองค์อัลลอฮฺได้ ในวันนี้(วันปรโลก) ในขณะที่พวกเขาเคยถูกเรียกให้มาสุญูดต่อพระองค์อัลลอฮฺบนโลกดุนยา โดยที่พวกเขายังอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยดีอยู่ แต่พวก เขากลับปฏิเสธเสียเอง
فَذَرْنِى وَمَن يُكَذِّبُ بِهَـٰذَا ٱلْحَدِيثِ ۖ سَنَسْتَدْرِجُهُم مِّنْ حَيْثُ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٤٤﴾
โอ้รอซูลเอ๋ย ดังนั้นจงปล่อยเรื่องของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ไว้ให้ข้า(พระองค์อัลลอฮฺ) เราจะนำพวกเขาไปสู่การ ลงโทษทีละขั้น โดยที่พวกเขาไม่อาจรู้ว่ามันเป็นกลอุบายที่ได้เตีรยมไว้สำหรับพวกเขาอย่างเป็นลำดับ
وَأُمْلِى لَهُمْ ۚ إِنَّ كَيْدِى مَتِينٌ ﴿٤٥﴾
และข้าจะประวิงเวลาให้พวกเขากระทำความชั่วต่อไปอย่างต่อเนื่อง แท้จริงกลอุบายของข้าต่อผู้ปฏิเสธศรัทธาหนักและรุนแรงมาก จนมิอาจมีใครพลั้ง พลาดหรือรอดพ้นจากการลงโทษของข้าได้เป็นอันขาด أم تسٔلهم أجرا فهم من مغرم مثقلون
أَمْ تَسْـَٔلُهُمْ أَجْرًۭا فَهُم مِّن مَّغْرَمٍۢ مُّثْقَلُونَ ﴿٤٦﴾
โอ้รอซูลเอ๋ย เจ้าเรียกขอค่าตอบแทนจากพวกเขาต่อการเรียกร้องของเจ้ากระนั้นหรือ? จึงเป็นเหตุทำให้พวกเขาหนักใจและผินหลังให้กับเจ้า ซึ่งความ จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เจ้าไม่ได้เรียกขอค่าตอบแทนจากพวกเขาแต่อย่างใด แล้วเหตุใดเล่าที่กีดกันพวกเขาไม่ให้เชื่อฟังเจ้าล่ะ?
أَمْ عِندَهُمُ ٱلْغَيْبُ فَهُمْ يَكْتُبُونَ ﴿٤٧﴾
หรือว่าพวกเขารู้ในสิ่งเร้นลับ แล้วพวกเขาก็บันทึกหลักฐานต่างๆตามความต้องการของตนเอง เพื่อนำมาโต้แย้งกับเจ้ากระนั้นหรือ? بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
فَٱصْبِرْ لِحُكْمِ رَبِّكَ وَلَا تَكُن كَصَاحِبِ ٱلْحُوتِ إِذْ نَادَىٰ وَهُوَ مَكْظُومٌۭ ﴿٤٨﴾
โอ้รอซูลเอ๋ย(มุหัมมัด) ดังนั้นเจ้าจงอดทนต่อคำบัญชาของพระเจ้า ซึ่งได้ประวิงเวลาแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาด้วยแผนอุบายอย่างเป็นลำดับขั้นตอนที่เยียบ ผล และอย่าได้เป็นดั่งเช่นสหายแห่งปลาวาฬคือนบียูนุส อะลัยฮิสสลาม ที่ท่านรู้สึกเบื่อหน่ายและโกรธเคืองต่อกลุ่มชนของเขาเอง เมื่อเขาวิงวอนต่อ พระเจ้าของเขา ในสภาพที่ระทมทุกข์ท่ามกลางความมืดของท้องทะเลและท้องปลาวาฬ
لَّوْلَآ أَن تَدَٰرَكَهُۥ نِعْمَةٌۭ مِّن رَّبِّهِۦ لَنُبِذَ بِٱلْعَرَآءِ وَهُوَ مَذْمُومٌۭ ﴿٤٩﴾
หากมิใช่เพราะความเมตตาจากพระองค์อัลลอฮฺที่มีต่อเขาแล้ว เขาย่อมจะถูกคายออกมาจากท้องปลาวาฬไปยังแผ่นดินที่ว่างเปล่า พร้อมๆกับโดน ตำหนิด้วยซ้ำ
فَٱجْتَبَـٰهُ رَبُّهُۥ فَجَعَلَهُۥ مِنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٥٠﴾
ดังนั้นพระผู้อภิบาลของเขาได้เลือกเขา และรวมเขาไว้ในหมู่บ่าวผู้กระทำความดี
وَإِن يَكَادُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَيُزْلِقُونَكَ بِأَبْصَـٰرِهِمْ لَمَّا سَمِعُوا۟ ٱلذِّكْرَ وَيَقُولُونَ إِنَّهُۥ لَمَجْنُونٌۭ ﴿٥١﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและปฏิเสธศรัทธาต่อรอซูลของพระองค์นั้น แทบจะแทงเจ้าให้ล้มลงด้วยสายตาของพวกเขาจากการจ้องเขม็ง ไปยังเจ้า เมื่อพวกเขาได้ยินอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังเจ้า พวกเขาก็กล่าวตามอารมณ์ของพวกเขาและผินหลังให้กับสัจธรรมว่า แท้จริงรอซูลที่ นำอัลกรุอ่านมานั้นเขาเป็นคนบ้าแน่ ๆ وما هو إلا ذكر للعلمين
وَمَا هُوَ إِلَّا ذِكْرٌۭ لِّلْعَـٰلَمِينَ ﴿٥٢﴾
อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้านั้นมิใช่อื่นใด นอกจากคำเทศนาและข้อตักเตือนแก่มวลมนุษย์และญิน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร