تَبَـٰرَكَ ٱلَّذِى بِيَدِهِ ٱلْمُلْكُ وَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌ ﴿١﴾
ความยิ่งใหญ่แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงโปรดปรานมากมายแด่ทุกสรรพสิ่ง พระองค์ผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว และพระองค์ คือผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดจะทำให้อำนาจของพระองค์หมดไปได้
ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلْمَوْتَ وَٱلْحَيَوٰةَ لِيَبْلُوَكُمْ أَيُّكُمْ أَحْسَنُ عَمَلًۭا ۚ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْغَفُورُ ﴿٢﴾
โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พระผู้ทรงให้มีความตายและให้มีชีวิต เพื่อจะทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้าที่มีผลงานที่ดียิ่ง และพระองค์เป็นผู้ทรง อำนาจเหนือทุกสิ่งไม่มีใครจะเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงอภัยโทษบาปให้แก่บ่าวของพระองค์ที่กลับเนื้อกลับตัวเสมอ
ٱلَّذِى خَلَقَ سَبْعَ سَمَـٰوَٰتٍۢ طِبَاقًۭا ۖ مَّا تَرَىٰ فِى خَلْقِ ٱلرَّحْمَـٰنِ مِن تَفَـٰوُتٍۢ ۖ فَٱرْجِعِ ٱلْبَصَرَ هَلْ تَرَىٰ مِن فُطُورٍۢ ﴿٣﴾
พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ด และทุกชั้นฟ้าจะเป็นชั้นๆโดยไม่มีการติดต่อระหว่างชั้นท้องฟ้ากับอีกชั้นท้องฟ้า โอ้ผู้ที่มองอยู่ เจ้ามิอาจเห็นความไม่ได้ สัดส่วนหรือไม่เหมาะสมในการสรรค์สร้างของพระองค์อัลลอฮฺแต่อย่างใด ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าจะเห็นรอยร้าวหรือช่องโหว่อะไรบ้างไหม? เจ้าจะไม่มีวันเห็นเป็นเช่นนั้นเด็ดขาด เพราะเจ้าจะเห็นแต่สิ่งถูกสร้างที่สมบูรณ์แบบและประณีตที่สุด
ثُمَّ ٱرْجِعِ ٱلْبَصَرَ كَرَّتَيْنِ يَنقَلِبْ إِلَيْكَ ٱلْبَصَرُ خَاسِئًۭا وَهُوَ حَسِيرٌۭ ﴿٤﴾
แล้วจงหันกลับมามองอีกหลาย ๆ ครั้ง แน่นอนสายตาของเจ้าจะกลับมายังเจ้าในสภาพที่ยอมจำนน และมิอาจเห็นข้อบกพร่องหรือความไม่สมดุลใน การสร้างชั้นฟ้าของพระองค์ได้ ในที่สุดสายตาของเจ้าจะอ่อนเพลียอย่างผิดหวัง และยุติพฤติกรรมข้างต้นโดยทันที
وَلَقَدْ زَيَّنَّا ٱلسَّمَآءَ ٱلدُّنْيَا بِمَصَـٰبِيحَ وَجَعَلْنَـٰهَا رُجُومًۭا لِّلشَّيَـٰطِينِ ۖ وَأَعْتَدْنَا لَهُمْ عَذَابَ ٱلسَّعِيرِ ﴿٥﴾
และโดยแน่นอน เราได้ประดับประดาท้องฟ้าที่ใกล้ชิดกับพื้นดินที่สุด(ชั้นฟ้าชั้นแรก)ด้วยดวงดาวเป็นแสงประทีป และเราได้ทำให้ดวงดาวเหล่านั้นเป็น เปลวไฟขว้างและขับไล่ชัยฏอนที่แอบฟังข่าวคราวจากชั้นฟ้า พวกมันจึงถูกเผาไหม้ไปหมด และเราได้เตรียมไฟที่ลุกโชนสำหรับพวกมันในวันอาคิเราะฮฺ อีกด้วย
وَلِلَّذِينَ كَفَرُوا۟ بِرَبِّهِمْ عَذَابُ جَهَنَّمَ ۖ وَبِئْسَ ٱلْمَصِيرُ ﴿٦﴾
และสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขานั้น ในวันกิยามะฮฺจะถูกลงโทษด้วยไฟที่ลุกไหม้ ซึ่งมันเป็นทางกลับไปยังพระองค์สำหรับ พวกเขาที่เลยร้ายที่สุด
إِذَآ أُلْقُوا۟ فِيهَا سَمِعُوا۟ لَهَا شَهِيقًۭا وَهِىَ تَفُورُ ﴿٧﴾
เมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในนรก พวกเขาจะได้ยินเสียงอันน่ารังเกียจยิ่ง คือเสียงที่กำลังเดือดพล่านเหมือนหม้อไอน้ำเดือด
تَكَادُ تَمَيَّزُ مِنَ ٱلْغَيْظِ ۖ كُلَّمَآ أُلْقِىَ فِيهَا فَوْجٌۭ سَأَلَهُمْ خَزَنَتُهَآ أَلَمْ يَأْتِكُمْ نَذِيرٌۭ ﴿٨﴾
ชิ้นส่วนนรกแทบจะแตกออกจากกันเพราะความเคียดแค้นแก่ผู้ที่เข้านรก ทุกครั้งที่พวกหนึ่งถูกโยนลงไปในมันจากบรรดาชาวนรกที่เป็นผู้ปฏิเสธ ศรัทธา มลาอิกะฮฺที่ถูกมอบหมายให้เฝ้านรกจะถามในเชิงตำหนิพวกเขาว่า มิได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าในดุนยาให้พวกเจ้าเกรงกลัวต่อบทลงโทษ ของอัลลอฮฺดอกหรือ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
قَالُوا۟ بَلَىٰ قَدْ جَآءَنَا نَذِيرٌۭ فَكَذَّبْنَا وَقُلْنَا مَا نَزَّلَ ٱللَّهُ مِن شَىْءٍ إِنْ أَنتُمْ إِلَّا فِى ضَلَـٰلٍۢ كَبِيرٍۢ ﴿٩﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่า มี ได้มีเราะซูลมายังเรา ได้ตักเตือนเราให้เกรงกลัวต่อบทลงโทษของอัลลอฮฺ แต่พวกเราได้ปฏิเสธเขา และเราได้กล่าวแก่เขา อีกว่า อัลลอฮฺมิได้ทรงประทานวะห์ยูลงมาแต่อย่างใด โอ้บรรดาเราะซูลเอ๋ย พวกท่านต่างหากที่หลงผิดจากสัจธรรมอย่างมหันต์
وَقَالُوا۟ لَوْ كُنَّا نَسْمَعُ أَوْ نَعْقِلُ مَا كُنَّا فِىٓ أَصْحَـٰبِ ٱلسَّعِيرِ ﴿١٠﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวอีกว่า: หากพวกเราน้อมรับฟังในสิ่งที่เป็นประโยชน์และใช้สติปัญญาดังผู้มีปัญญาที่สามารถแยกแยะระหว่างความจริงกับ ความเท็จได้อย่างถูกต้องแล้ว พวกเราคงมิได้มาอยู่เป็นกลุ่มชาวนรกอย่างนี้ดอก แน่นอนพวกเราคงจะกลายเป็นผู้ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูล เชื่อฟัง ในสิ่งที่พวกเขานำมา และเป็นหนึ่งในบรรดาชาวสวรรค์ไปเสียแล้ว
فَٱعْتَرَفُوا۟ بِذَنۢبِهِمْ فَسُحْقًۭا لِّأَصْحَـٰبِ ٱلسَّعِيرِ ﴿١١﴾
พวกเขายอมรับว่าตนเองเลือกที่จะเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาและกล่าวหาเท็จต่อบรรดาเราะซูล จึงเป็นการสมควรแล้วที่จะตกไฟนรก ดังนั้นจงเป็นชาวนรก ต่อไปเถิด
إِنَّ ٱلَّذِينَ يَخْشَوْنَ رَبَّهُم بِٱلْغَيْبِ لَهُم مَّغْفِرَةٌۭ وَأَجْرٌۭ كَبِيرٌۭ ﴿١٢﴾
แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮฺโดยที่มองไม่เห็นนั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษต่อบาปของพวกเขา และจะได้รับรางวัลอันใหญ่ หลวง นั้นก็คือสวนสวรรค์
وَأَسِرُّوا۟ قَوْلَكُمْ أَوِ ٱجْهَرُوا۟ بِهِۦٓ ۖ إِنَّهُۥ عَلِيمٌۢ بِذَاتِ ٱلصُّدُورِ ﴿١٣﴾
โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจะปกปิดคำพูดของพวกเจ้าหรือเปิดเผยมันก็ตาม อัลลอฮฺทรงรับรู้มัน แท้จริงแล้วพระองค์(ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์)ทรงรอบรู้ สิ่งที่อยู่ในหัวใจบ่าวของพระองค์ โดยไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดพระองค์ได้
أَلَا يَعْلَمُ مَنْ خَلَقَ وَهُوَ ٱللَّطِيفُ ٱلْخَبِيرُ ﴿١٤﴾
พระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหมด จะไม่ทรงรอบรู้ถึงความลับและสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความลับกระนั้นหรือ?พระองค์คือผู้ทรงอ่อนโยนต่อบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงตระหนักยิ่งในทุกเรื่องของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดพระองค์ได้
هُوَ ٱلَّذِى جَعَلَ لَكُمُ ٱلْأَرْضَ ذَلُولًۭا فَٱمْشُوا۟ فِى مَنَاكِبِهَا وَكُلُوا۟ مِن رِّزْقِهِۦ ۖ وَإِلَيْهِ ٱلنُّشُورُ ﴿١٥﴾
พระองค์คือผู้ทรงสร้างแผ่นดินนี้ให้มันราบเรียบเหมาะแก่การพักอาศัยสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมันและจงบริโภคจาก ปัจจัยยังชีพของพระองค์ที่ทรงเตรียมไว้สำหรับพวกเจ้า และยังพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่พวกเจ้าจะฟื้ นคืนชีพเพื่อน้อมรับคำตัดสินและผล ตอบแทนจากพระองค์
ءَأَمِنتُم مَّن فِى ٱلسَّمَآءِ أَن يَخْسِفَ بِكُمُ ٱلْأَرْضَ فَإِذَا هِىَ تَمُورُ ﴿١٦﴾
พวกเจ้าคิดว่าตนเองจะปลอดภัยละหรือ? จากบทลงโทษของพระองค์ผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้า ว่าพระองค์จะไม่ทรงให้แผ่นดินแยกจากด้านล่างของ พวกเจ้า เสมือนที่มันเคยแยกจากด้านล่างของกอรูน(จนถูกสูบลงไปใต้ดิน) หลังจากที่มันเคยราบเรียบเหมาะแก่การเป็นที่พักอาศัย แต่มันจะกลับ สะเทือนหวั่นไหวต่อพวกเจ้า(หากพระองค์ทรงประสงค์)โดยทันที بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
أَمْ أَمِنتُم مَّن فِى ٱلسَّمَآءِ أَن يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًۭا ۖ فَسَتَعْلَمُونَ كَيْفَ نَذِيرِ ﴿١٧﴾
หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่อัลลอฮฺผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้า จะส่งลมหอบก้อนกรวดมายังพวกเจ้า เสมือนที่เคยส่งให้กับกลุ่มชนของลูฏ? เมื่อถึงวันนั้นจริง พวกเจ้าจะได้เห็นบทลงโทษของข้าพระองค์ แล้วพวกเจ้าจะนึกถึงการตักเตือนของข้าพระองค์ต่อพวกเจ้า แต่มันจะไม่เป็น ประโยชน์แต่อย่างใด หลังจากที่ได้รับการลงโทษไปเสียแล้ว
وَلَقَدْ كَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ فَكَيْفَ كَانَ نَكِيرِ ﴿١٨﴾
และโดยแน่นอน บรรดาหมู่ชนก่อนหน้าบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว ดังนั้นบทลงโทษของพระองค์อัลลอฮฺจึงได้ประสบกับพวกเขา เพราะความดื้อรั้นในการปฏิเสธศรัทธาและการกล่าวเท็จต่อพระองค์นั่นเอง เพราะฉะนั้นการตักเตือนของข้าที่มีต่อบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นจึงได้หนัก หน่วงถึงที่สุด
أَوَلَمْ يَرَوْا۟ إِلَى ٱلطَّيْرِ فَوْقَهُمْ صَـٰٓفَّـٰتٍۢ وَيَقْبِضْنَ ۚ مَا يُمْسِكُهُنَّ إِلَّا ٱلرَّحْمَـٰنُ ۚ إِنَّهُۥ بِكُلِّ شَىْءٍۭ بَصِيرٌ ﴿١٩﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธมิได้มองไปดูนกที่บินอยู่เบื้องบนพวกเขาดอกหรือ ขณะที่มันบินอยู่ในอากาศ มันจะกางปีกและหุบปีกของมันไว้เป็นระยะๆ โดยไม่มีผู้ ใดพยุงมันไว้ไม่ให้ตกลงสู่พื้นดินนอกจากพระองค์อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ทรงเฝ้ามองทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถปกปิดพระองค์ได้
أَمَّنْ هَـٰذَا ٱلَّذِى هُوَ جُندٌۭ لَّكُمْ يَنصُرُكُم مِّن دُونِ ٱلرَّحْمَـٰنِ ۚ إِنِ ٱلْكَـٰفِرُونَ إِلَّا فِى غُرُورٍ ﴿٢٠﴾
โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย ไม่มีพลพรรคใดๆสำหรับพวกเจ้าที่จะปกป้องพวกเจ้าจากการถูกลงโทษของพระองค์อัลลอฮฺหากพระองค์ทรงประสงค์ ที่จะลงโทษพวกเจ้า พวกปฏิเสธศรัทธานั้น มิใช่อื่นใดเลยนอกจากเป็นผู้ที่ถูกหลอกลวงเท่านั้น ชัยฏอน(มารร้าย)ได้หลอกลวงพวกเขาเสียแล้ว พวก เขาจึงลำผองตนกับมันอย่างหนักแน่นทีสุด
أَمَّنْ هَـٰذَا ٱلَّذِى يَرْزُقُكُمْ إِنْ أَمْسَكَ رِزْقَهُۥ ۚ بَل لَّجُّوا۟ فِى عُتُوٍّۢ وَنُفُورٍ ﴿٢١﴾
ไม่มีผู้ใดให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าได้ หากอัลลอฮฺทรงห้ามไม่ให้ปัจจัยยังชีพของพระองค์ไปยังพวกเจ้า แต่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธายังดื้อรั้น หยิ่งยโส และไม่ยอมรับความจริง
أَفَمَن يَمْشِى مُكِبًّا عَلَىٰ وَجْهِهِۦٓ أَهْدَىٰٓ أَمَّن يَمْشِى سَوِيًّا عَلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٢٢﴾
ผู้ที่เดินคว่ำคมำบนใบหน้าของเขา ซึ่งเป็นผู้ตั้งภาคี จะเป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องกว่าผู้ศรัทธาที่เดินตัวตรงอยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงกระนั้น หรือ?
قُلْ هُوَ ٱلَّذِىٓ أَنشَأَكُمْ وَجَعَلَ لَكُمُ ٱلسَّمْعَ وَٱلْأَبْصَـٰرَ وَٱلْأَفْـِٔدَةَ ۖ قَلِيلًۭا مَّا تَشْكُرُونَ ﴿٢٣﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเถิดว่า พระองค์อัลลอฮฺคือผู้ทรงสร้างพวกเจ้า พร้อมๆกับมีหูทั้งสองข้างเพื่อที่ พวกเจ้าสามารถได้ยิน และมีลูกตาทั้งสองข้างเพื่อที่พวกเจ้าสามารถได้เห็น และมีหัวใจเพื่อที่พวกเจ้าสามารถได้คิดและทำความเข้าใจกับสิ่งต่าง ๆแต่ น้อยนักที่สูเจ้าจะรู้จักขอบคุณพระองค์ต่อความโปรดปราณที่พระองค์ทรงประทานแก่สูเจ้า
قُلْ هُوَ ٱلَّذِى ذَرَأَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ وَإِلَيْهِ تُحْشَرُونَ ﴿٢٤﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเถิดว่า พระองค์อัลลอฮฺคือผู้ได้ส่งพวกเจ้ามายังแผ่นดิน และแพร่พันธุ์ของพวกเจ้า บนหน้าแผ่นดิน ซึ่งไม่ใช่เจว็ดของพวกเจ้าที่มิได้สร้างสิ่งใดเลย และในวันกิยามะฮฺพวกเจ้าจะถูกรวบรวมกลับไปยังพระองค์เพียงผู้เดียวเพื่อได้รับการ สอบสวนและผลตอบแทนจากพระองค์ มิใช่กลับไปยังเจว็ดของพวกเจ้าแต่อย่างใด ดั้งนั้นจงยำเกรงต่อพระองค์ และจงเคารพศรัทธาต่อพระองค์เพี بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ยงผู้เดียวเท่านั้นเถิด
وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هَـٰذَا ٱلْوَعْدُ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿٢٥﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อการฟื้นคืนชีพได้ตั้งคำถามอย่างเย้ยหยันว่า โอ้ มุหัมมัดและพรรคพวกของเจ้า เมื่อใดเล่าที่สัญญาต่างๆ ที่พวกเจ้าได้ บอกมา มันจะเป็นจริงเสียที ถ้าหากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริงในคำพูด
قُلْ إِنَّمَا ٱلْعِلْمُ عِندَ ٱللَّهِ وَإِنَّمَآ أَنَا۠ نَذِيرٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٢٦﴾
โอ้เราะสูลเอ๋ย (มุหัมมัด) จงบอกแก่พวกเขาว่า แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพว่ามันจะเกิดขี้นเมื่อใด?และไม่มีผู้ใดรู้ถึงวัน นั้นได้เว้นแต่พระองค์เท่านั้น แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ผู้ตักเตือนพวกเจ้าอย่างแจ่มแจ้งเอง
فَلَمَّا رَأَوْهُ زُلْفَةًۭ سِيٓـَٔتْ وُجُوهُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ وَقِيلَ هَـٰذَا ٱلَّذِى كُنتُم بِهِۦ تَدَّعُونَ ﴿٢٧﴾
เมื่อคำสัญญาเป็นจริงและบทลงโทษปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาอย่างใกล้ชิด และในวันกิยามะฮฺใบหน้าของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺนั้นจะ เปลี่ยนไป มีสีหน้าดำหมองคล้ำ และตอนนั้นจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าร้องขออย่างเร่งรีบในโลกดุนยาไงล่ะ?
قُلْ أَرَءَيْتُمْ إِنْ أَهْلَكَنِىَ ٱللَّهُ وَمَن مَّعِىَ أَوْ رَحِمَنَا فَمَن يُجِيرُ ٱلْكَـٰفِرِينَ مِنْ عَذَابٍ أَلِيمٍۢ ﴿٢٨﴾
โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธาเพื่อประณามพวกเขาเถิดว่า พวกท่านจงบอกฉันซิว่า หากอัลลอฮ์จะทรงทำให้ฉันตายพร้อม ๆ กับบรรดผู้ศรัทธาที่ร่วมอยู่กับฉันแล้ว ดังนั้นผู้ใดเล่าสามารถช่วยเหลือผู้ปฏิเสธศรัทธาให้รอดพ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวดนั้นได้? แน่นอนว่า มิ อาจมีผู้ใดกระทำเช่นนั้นได้
قُلْ هُوَ ٱلرَّحْمَـٰنُ ءَامَنَّا بِهِۦ وَعَلَيْهِ تَوَكَّلْنَا ۖ فَسَتَعْلَمُونَ مَنْ هُوَ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٢٩﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย(มุหัมมัด) จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า พระองค์คือผู้ทรงกรุณาปรานีที่เรียกร้องสูเจ้าให้กราบไหว้พระองค์เพียงองค์เดียว เท่านั้น ซึ่งพวกเราได้ศรัทธาต่อพระองค์แล้ว พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งในการงานทุกอย่างของพวกเราเพียงผู้เดียว แล้วในวันกิยามะฮฺนั้นสูเจ้าจะได้รู้ อย่างแจ่มแจ้งว่า ใครกันเล่าที่หลงผิดอย่างชัดแจ้ง และใครกันเล่าที่อยู่บนเส้นทางที่เที่ยงตรง
قُلْ أَرَءَيْتُمْ إِنْ أَصْبَحَ مَآؤُكُمْ غَوْرًۭا فَمَن يَأْتِيكُم بِمَآءٍۢ مَّعِينٍۭ ﴿٣٠﴾
โอ้เราะซูลเอ๋ย (มุหัมมัด) จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเซิว่า พวกท่านเคยพิจารณาบ้างหรือไม่ว่า ถ้าหากแหล่งน้ำของพวกท่านที่พวกท่านใช้ดื่ม เหือดแห้งลงไปในดินที่พวกท่านไม่สามารถเอื้อมถึงมันได้ ผู้ใดเล่าจะนำน้ำที่ท่วมท้นมาให้พวกท่านอีก?แน่นอนมิอาจมีผู้ใดเลยเว้นแต่อัลลอฮฺเท่านั้น ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม