หน้าแรกตัฟซีรFaatir (35)

ตัฟซีร Faatir (35) — فاطر

มักกียะฮ์ · 45 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ فَاطِرِ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ جَاعِلِ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةِ رُسُلًا أُو۟لِىٓ أَجْنِحَةٍۢ مَّثْنَىٰ وَثُلَـٰثَ وَرُبَـٰعَ ۚ يَزِيدُ فِى ٱلْخَلْقِ مَا يَشَآءُ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿١﴾

ى บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินโดยที่ไม่มีตัวอย่างมาก่อน ผู้ทรงแต่งตั้งให้บรรดามลาอีกะฮ์เป็นผู้ส่ง สาสน์ โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และส่วนหนึ่งจากพวกเขานั้นคอยส่งวะห์ยูแก่บรรดานบีและเสริมกำลังพวก เขาให้บรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในหมู่พวกเขามีปีกสองปีก มีสามปีก มีสี่ปีกซึ่งเขาใช้บินเพื่อปฏิบัติหน้าที่ พระเจ้าเพิ่มบางสิ่งบางอย่างให้กับสิ่ง มีชีวิตของพระองค์ตามพระประสงค์ในรูปแบบของอวัยวะ รูปลักษณ์ หรือเสียง แท้จริงอัลลอฮ์ทรงสามารถกระทำทุกสิ่งได้ และไม่มีสิ่งใดทำให้อัลลอฮ์ อ่อนแอลงได้

مَّا يَفْتَحِ ٱللَّهُ لِلنَّاسِ مِن رَّحْمَةٍۢ فَلَا مُمْسِكَ لَهَا ۖ وَمَا يُمْسِكْ فَلَا مُرْسِلَ لَهُۥ مِنۢ بَعْدِهِۦ ۚ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٢﴾

แท้จริงกุญแจของทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์ ดังนั้นสิ่งใดที่อัลลอฮ์ทรงเปิดไว้สำหรับมนุษย์ในรูปของปัจจัยยังชีพ การชี้นำ และความสุข ก็ไม่มี ใครสามารถยับยั้งมันได้ และสิ่งใดที่อัลลอฮ์ทรงยับยั้งไว้ ก็ไม่มีใครสามารถปล่อยมันหลังจากที่พระเจ้ายับยั้งมัน พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงอำนาจที่ไม่มี สิ่งใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง กำหนดกฎเกณฑ์ และการจัดการของพระองค์

يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱذْكُرُوا۟ نِعْمَتَ ٱللَّهِ عَلَيْكُمْ ۚ هَلْ مِنْ خَـٰلِقٍ غَيْرُ ٱللَّهِ يَرْزُقُكُم مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَٱلْأَرْضِ ۚ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ ۖ فَأَنَّىٰ تُؤْفَكُونَ ﴿٣﴾

فأ نى تؤفكون โอ้มนุษย์เอ๋ย! จงระลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้าด้วยหัวใจและลิ้นของพวกเจ้า และด้วยแขนขาของพวกเจ้าด้วยการปฏิบัติ มีผู้ สร้างอื่นจากอัลลอฮ์อีกกระนั้นหรือที่คอยประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากฟากฟ้าโดยส่งฝนมายังพวกเจ้า ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากแผ่นดิน ด้วยการทำให้มีผลไม้และพืชผล? ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ดังนั้นพวกเจ้าปฏิเสธจากความจริงและกล่าวเท็จในนามของอัลลอฮ์ได้อย่างไร และพวกเจ้าอ้างว่าอัลลอฮ์มีภาคี ในเมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างพวกเจ้าและประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า?!

وَإِن يُكَذِّبُوكَ فَقَدْ كُذِّبَتْ رُسُلٌۭ مِّن قَبْلِكَ ۚ وَإِلَى ٱللَّهِ تُرْجَعُ ٱلْأُمُورُ ﴿٤﴾

และหากกลุ่มชนของเจ้าได้ปฏิเสธเจ้า -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- เจ้าจงอดทนเถิด เพราะเจ้าไม่ได้เป็นเราะสูลคนแรกที่ถูกกลุ่มชนของเจ้าปฏิเสธ เพราะ แท้จริงได้มีการปฏิเสธโดยกลุ่มชนก่อนหน้าเจ้าต่อบรรดาเราะซูลของพวกเขา เช่น กลุ่มชนอ๊าด ษะมูดและกลุ่มชนของลูฏ และสำหรับอัลลอฮ์องค์ เดียวเท่านั้นที่การงานทั้งหมดจะต้องกลับคืนสู่พระองค์ และพระองค์จะทำให้บรรดาผู้ที่ปฏิเสธนั้นพังพินาศและจะทรงช่วยเหลือบรรดาเราะสูลของ ق พระองค์และบรรดาผู้ที่ศรัทธา

يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنَّ وَعْدَ ٱللَّهِ حَقٌّۭ ۖ فَلَا تَغُرَّنَّكُمُ ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَا ۖ وَلَا يَغُرَّنَّكُم بِٱللَّهِ ٱلْغَرُورُ ﴿٥﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงสิ่งที่อัลลอฮ์ได้สัญญาไว้ -ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นคืนชีพและผลตอบแทนในวันกิยามะฮ์- มันเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ดังนั้น อย่าได้ให้ความหอมหวานและความลุ่มหลงแห่งชีวิตดุนยาได้หลอกล่อพวกเจ้าจากการเตรียมตัวสำหรับวันกิยามะฮ์ด้วยการประกอบคุณงามความดี และอย่าให้ชัยฏอนหลอกลวงพวกเจ้าด้วยการให้พวกเจ้าเห็นความชั่วเป็นความสวยงาม และทำให้พวกเจ้าโน้มเอียงไปกับชีวิตแห่งโลกดุนยาو

إِنَّ ٱلشَّيْطَـٰنَ لَكُمْ عَدُوٌّۭ فَٱتَّخِذُوهُ عَدُوًّا ۚ إِنَّمَا يَدْعُوا۟ حِزْبَهُۥ لِيَكُونُوا۟ مِنْ أَصْحَـٰبِ ٱلسَّعِيرِ ﴿٦﴾

แท้จริง ชัยฏอนกับพวกเจ้านั้นเป็นศัตรูตลอดกาล โอ้มนุษย์เอ๋ยดังนั้น จงปฏิบัติต่อมันอย่างศัตรูให้มีความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับมัน แท้จริงชัยฏอน เรียกร้องผู้ที่ติดตามมันสู่การปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เพื่อที่ผลลัพธ์ของพวกเขาคือเข้าสู่ไฟที่ลุกโชนในวันกิยามะฮ์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَهُمْ عَذَابٌۭ شَدِيدٌۭ ۖ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَهُم مَّغْفِرَةٌۭ وَأَجْرٌۭ كَبِيرٌ ﴿٧﴾

บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ด้วยการปฏิบัติตามชัยฏอนนั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษที่รุนแรงแสนสาหัส ส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และปฏิบัติการงานที่ดี พวกเขาจะได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮ์และสำหรับพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่นั้นก็คือสวรรค์

أَفَمَن زُيِّنَ لَهُۥ سُوٓءُ عَمَلِهِۦ فَرَءَاهُ حَسَنًۭا ۖ فَإِنَّ ٱللَّهَ يُضِلُّ مَن يَشَآءُ وَيَهْدِى مَن يَشَآءُ ۖ فَلَا تَذْهَبْ نَفْسُكَ عَلَيْهِمْ حَسَرَٰتٍ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمٌۢ بِمَا يَصْنَعُونَ ﴿٨﴾

แท้จริงสำหรัผู้ที่ชัยฏอนได้ประดับให้การงานที่ไม่ดีของเขาดูสวยงาม และเขาก็ยึดมั่นว่าเป็นสิ่งที่ดี มันไม่เมือนกับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประดับให้เขาได้เห็น ถึงความสวยงามแห่งความจริงและเขาก็ยึดมั่นว่ามันคือความจริง แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงทำให้หลงผิดแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และจะทรงชี้แนะ แนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยที่ท่านอย่าได้เสียใจ โอ้ท่านเราะสูล อย่าทำให้จิตใจของเจ้ากลับกลายเป็นระทมทุกข์ในเรื่องที่พวก เขาหลงผิด แท้จริง อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮ์ นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ ไม่มีการงานใดที่จะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้

وَٱللَّهُ ٱلَّذِىٓ أَرْسَلَ ٱلرِّيَـٰحَ فَتُثِيرُ سَحَابًۭا فَسُقْنَـٰهُ إِلَىٰ بَلَدٍۢ مَّيِّتٍۢ فَأَحْيَيْنَا بِهِ ٱلْأَرْضَ بَعْدَ مَوْتِهَا ۚ كَذَٰلِكَ ٱلنُّشُورُ ﴿٩﴾

และอัลลอฮ์ผู้ซึ่งส่งลมทั้งหลายออกไป และมันได้หอบเคลื่อนเป็นเมฆขึ้น แล้วเราได้ให้เมฆนั้นพัดพาไปยังดินแดนที่ไม่มีพืชผักใดๆเลย แล้วเราได้ให้ แผ่นดินนั้นมีชีวิตชุ่มชื้นจากน้ำฝนหลังจากการแห้งแล้งด้วยการเจริญเติบโตของบรรดาพืชผักต่างๆ และเมื่อใดก็ตามที่เราฟื้ นแผ่นดินนี้ขึ้นหลังจาก ที่มันแห้งแล้งล้มตายของพืชผัก เช่นนั้นแหละที่เราจะให้มีการฟื้ นคืนชีพของผู้ที่ตายไปแล้วในวันกิยามะฮ์

مَن كَانَ يُرِيدُ ٱلْعِزَّةَ فَلِلَّهِ ٱلْعِزَّةُ جَمِيعًا ۚ إِلَيْهِ يَصْعَدُ ٱلْكَلِمُ ٱلطَّيِّبُ وَٱلْعَمَلُ ٱلصَّـٰلِحُ يَرْفَعُهُۥ ۚ وَٱلَّذِينَ يَمْكُرُونَ ٱلسَّيِّـَٔاتِ لَهُمْ عَذَابٌۭ شَدِيدٌۭ ۖ وَمَكْرُ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُوَ يَبُورُ ﴿١٠﴾

ผู้ใดที่ต้องการเกียรติยศบนโลกดุนยาหรืออาคีเราะฮ์ พวกเจ้าอย่าได้วอนขอสิ่งนั้น(จากผู้ใด)นอกจากอัลลอฮ์ เพราะเกีรยติยศทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ์ เพียงผู้เดียว คำรำลึกที่ดีที่รำลึกถึงพระองค์ย่อมจะขึ้นไปสู่พระองค์ และการงานที่ดีนั้นพระองค์ก็จะทรงยกมันไปยังพระองค์ และบรรดาผู้วางแผนชั่ว ร้ายทั้งหลายนั้น อย่างเช่นแผนการที่จะฆ่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันแสนสาหัส และแผนการณ์ของ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นจะพังพินาศและไม่บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้

وَٱللَّهُ خَلَقَكُم مِّن تُرَابٍۢ ثُمَّ مِن نُّطْفَةٍۢ ثُمَّ جَعَلَكُمْ أَزْوَٰجًۭا ۚ وَمَا تَحْمِلُ مِنْ أُنثَىٰ وَلَا تَضَعُ إِلَّا بِعِلْمِهِۦ ۚ وَمَا يُعَمَّرُ مِن مُّعَمَّرٍۢ وَلَا يُنقَصُ مِنْ عُمُرِهِۦٓ إِلَّا فِى كِتَـٰبٍ ۚ إِنَّ ذَٰلِكَ عَلَى ٱللَّهِ يَسِيرٌۭ ﴿١١﴾

และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงสร้างบิดาของพวกเจ้า อาดัม มาจาฝุ่นดินแล้วทรงสร้างพวกเจ้ามาจากเชื้ออสุจิแล้วทรงทำให้พวกเจ้าเป็นชายและหญิงเพื่อให้ แต่งงานกันระหว่างพวกเจ้า และจะไม่มีการตั้งครรภ์ใดๆจากผู้หญิงและจะไม่มีการคลอดบุตรออกมา เว้นแต่ด้วยความรอบรู้ของพระองค์เท่านั้น ซึ่ง มันจะไม่หายไปจากพระองค์เลยจากสิ่งเหล่านั้น และจะไม่ถูกเพิ่มอายุให้ยืดยาวแก่คนหนึ่งคนใดจากสิ่งที่ถูกสร้างของพระองค์และจะไม่มีการลดอายุ เช่นกัน เว้นแต่อายุไขเหล่านั้นได้ถูกบันทึกไว้ในแผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้ และในสิ่งที่กล่าวมานั้น ไม่ว่าจะเป็นจากการสร้างพวกเจ้าจากฝุ่นดิน สร้างพวก เจ้าเป็นขั้นเป็นตอนและการบันทึกอายุไขของพวกเจ้าในแผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้ي ทั้งหมดนั้นสำหรับอัลลอฮ์แล้วมันเป็นเรื่องง่าย

وَمَا يَسْتَوِى ٱلْبَحْرَانِ هَـٰذَا عَذْبٌۭ فُرَاتٌۭ سَآئِغٌۭ شَرَابُهُۥ وَهَـٰذَا مِلْحٌ أُجَاجٌۭ ۖ وَمِن كُلٍّۢ تَأْكُلُونَ لَحْمًۭا طَرِيًّۭا وَتَسْتَخْرِجُونَ حِلْيَةًۭ تَلْبَسُونَهَا ۖ وَتَرَى ٱلْفُلْكَ فِيهِ مَوَاخِرَ لِتَبْتَغُوا۟ مِن فَضْلِهِۦ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿١٢﴾

และทะเลทั้งสองนั้นไม่เหมือนกัน ทะเลหนึ่งจืดสนิท ดื่มง่ายเนื่องด้วยความจืดสนิทของมัน ส่วนอีกทะเลหนึ่งนั้นมีรสที่เค็มจัด ไม่สามารถที่จะดื่มได้ เนื่องด้วยความเค็มจัดของมัน และจากทั้งสองทะเลนั้น พวกเจ้าสามารถกินเนื้อปลาที่อ่อนนุ่ม และในทะเลทั้งสองนั้นมีไข่มุขและปะการังที่สามารถนำ มาสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ และเจ้าเห็นเรือ ซึ่งมันได้แล่นผ่าทะเลนั้นไปมา เพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮ์ในการทำการค้า และหวังว่า พวกเจ้าจะได้ขอบคุณในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้อย่างล้นหลาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ل م

يُولِجُ ٱلَّيْلَ فِى ٱلنَّهَارِ وَيُولِجُ ٱلنَّهَارَ فِى ٱلَّيْلِ وَسَخَّرَ ٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ كُلٌّۭ يَجْرِى لِأَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ۚ ذَٰلِكُمُ ٱللَّهُ رَبُّكُمْ لَهُ ٱلْمُلْكُ ۚ وَٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِهِۦ مَا يَمْلِكُونَ مِن قِطْمِيرٍ ﴿١٣﴾

อัลลอฮ์ทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวันจึงทำให้เวลาของมันยาวขึ้น และทรงให้กลางวันเข้าไปในกลางคืนจึงทำให้เวลาของมันยาวขึ้น และทรงให้ดวง อาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ ทั้งสองนั้นจะโคจรไปตามสัญญาที่ได้กำหนดไว้ซึ่งอัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ นั้นคือวันกิยามะฮ์ สิ่งเหล่านั้นที่เกิด ขึ้น เกิดขึ้นด้วยการกำหนดของอัลลอฮ์พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ทุกสิ่งล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ผู้เดียว และสิ่งที่พวกเจ้าเคารพสักการะอื่น จากพระองค์นั้นที่เป็นรูปปั้นนั้น ไม่ได้ครอบครองสิ่งใดแม้แต่เยื่อบางๆ ที่หุ้มเมล็ดอินทผลัม แล้วพวกเจ้าเคารพสักการะพวกมันอื่นจากอัลลอฮ์ได้ อย่างไร?!

إِن تَدْعُوهُمْ لَا يَسْمَعُوا۟ دُعَآءَكُمْ وَلَوْ سَمِعُوا۟ مَا ٱسْتَجَابُوا۟ لَكُمْ ۖ وَيَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ يَكْفُرُونَ بِشِرْكِكُمْ ۚ وَلَا يُنَبِّئُكَ مِثْلُ خَبِيرٍۢ ﴿١٤﴾

مثل خبير หากพวกเจ้าวิงวอนขอจากสิ่งที่พวกเจ้าเคารพทั้งๆที่พวกมันไม่ได้ยินคำวิงวอนนั้นเลย พวกเขาเป็นแค่ก้อนหินที่ไร้ชีวิตและไม่ได้ยินอะไรเลย และหาก พวกมันได้ยินคำวิงวอนของพวกเจ้า -ถ้าเป็นไปได้อย่างนั้น-พวกมันก็จะไม่ตอบรับพวกเจ้า และในวันกิยามะฮ์พวกมันจะปฏิเสธการ ตั้งภาคี และการ เคารพสักการะของพวกเจ้าที่มีต่อพวกมัน ดังนั้นจะไม่มีผู้ใดที่จะบอกให้กับเจ้า โอ้ท่านเราะสูล ที่จะสัจจริงยิ่งกว่าอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮ์

۞ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ أَنتُمُ ٱلْفُقَرَآءُ إِلَى ٱللَّهِ ۖ وَٱللَّهُ هُوَ ٱلْغَنِىُّ ٱلْحَمِيدُ ﴿١٥﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าเป็นผู้ที่ต้องพึ่งอาศัยอัลลอฮ์ในทุกๆกิจการของพวกเจ้า และในทุกๆสถานการณ์ของพวกเจ้า แต่อัลลอ์นั้นผู้ทรงมั่งมีที่ไม่ จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยพวกเจ้าเลย ผู้ทรงได้รับการสรรเสริญทั้งในโลกดุนยาและอาคีเราะฮ์ในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้แก่บ่าวของพระองค์ إن يشأ يذهبكم ويأت بخلق جديد

إِن يَشَأْ يُذْهِبْكُمْ وَيَأْتِ بِخَلْقٍۢ جَدِيدٍۢ ﴿١٦﴾

หากอัลลอฮ์นั้นทรงประสงค์เพื่อที่จะลบล้างพวกเจ้าไป ด้วยการทำลายล้างพวกเจ้า อัลลอฮ์ก็จะทรงทำลายล้างพวกเจ้าให้สูญสิ้นไป และจะทรงนำมาซึ่ง กลุ่มชนใหม่ที่พวกเขานั้นเคารพภักดีต่อพระองค์ และจะไม่ตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์เลย

وَمَا ذَٰلِكَ عَلَى ٱللَّهِ بِعَزِيزٍۢ ﴿١٧﴾

และการสลายพวกเจ้าไปด้วยการทำลายล้างพวกเจ้า และการนำกลุ่มอื่นมาแทนที่พวกเจ้า มันไม่เป็นเรื่องยากสำหรับอัลลอฮ์เลย

وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٌۭ وِزْرَ أُخْرَىٰ ۚ وَإِن تَدْعُ مُثْقَلَةٌ إِلَىٰ حِمْلِهَا لَا يُحْمَلْ مِنْهُ شَىْءٌۭ وَلَوْ كَانَ ذَا قُرْبَىٰٓ ۗ إِنَّمَا تُنذِرُ ٱلَّذِينَ يَخْشَوْنَ رَبَّهُم بِٱلْغَيْبِ وَأَقَامُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ ۚ وَمَن تَزَكَّىٰ فَإِنَّمَا يَتَزَكَّىٰ لِنَفْسِهِۦ ۚ وَإِلَى ٱللَّهِ ٱلْمَصِيرُ ﴿١٨﴾

๑๘ ى ى และจะไม่มีคนบาปคนใดที่จะรับแบกบาปของคนอื่น แต่ทุกคนนั้นจะแบกรับบาปของเขาเอง และถ้าผู้ที่แบกภาระบาปที่หนักอยู่แล้วขอร้องผู้อื่นให้ช่วย แบกมันก็จะไม่มีสิ่งใดถูกแบกออกจากเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นญาติสนิทก็ตาม แท้จริงเจ้าเป็นเพียงผู้ตักเตือนจากถึงลงโทษของอัลลอฮ์เท่านั้น โอ้ ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้เกรงกลัวพระเจ้าของพวกเขาโดยเร้นลับ และพวกเขาดำรงไว้ซึ่งการละหมาดอย่างสมบูรณ์และพวกเขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ จากการตักเตือนของเจ้า และผู้ใดที่ทำให้ตัวเองบริสุทธิ์ปราศจากการฝ่าฝืนต่างๆ -และการฝ่าฝืนที่ใหญ่ที่สุดคือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์- แท้จริง เขาก็ ขัดเกลาเพื่อตัวของเขาเอง เพราะประโยชน์กลับของมันจะกลับมาหาเขา และสำหรับอัลลอฮ์เป็นผู้ที่เหนือกว่าการเชื่อฟังและยังอัลลอฮ์เท่านั้นคือการก ลับไปในวันกียามะฮ์เพื่อสอบสวนและตอบแทน

وَمَا يَسْتَوِى ٱلْأَعْمَىٰ وَٱلْبَصِيرُ ﴿١٩﴾

และคนที่ปฏิเสธศรัทธากับคนที่ศรัทธานั้นย่อมไม่เหมือนกัน ดังเช่นคนตาบอดที่ไม่เหมือนกับคนตาดี بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَا ٱلظُّلُمَـٰتُ وَلَا ٱلنُّورُ ﴿٢٠﴾

และการปฏิเสธศรัทธากับการศรัทธานั้นย่อมไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับการที่ไม่เหมือนกันระหว่างความมืดและความสว่าง

وَلَا ٱلظِّلُّ وَلَا ٱلْحَرُورُ ﴿٢١﴾

และจะไม่เหมือนกันระหว่างสวรรค์กับนรกในด้านผลของมันทั้งสองเช่นเดียวกับที่ไม่เหมือนกันระหว่างร่มเงากับลมร้อน

وَمَا يَسْتَوِى ٱلْأَحْيَآءُ وَلَا ٱلْأَمْوَٰتُ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ يُسْمِعُ مَن يَشَآءُ ۖ وَمَآ أَنتَ بِمُسْمِعٍۢ مَّن فِى ٱلْقُبُورِ ﴿٢٢﴾

และไม่เหมือนกันระหว่างบรรดาผู้ศรัทธาและบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาเช่นเดียวกับการที่ไม่เหมือนกันระหว่างคนเป็นกับคนตาย แท้จริงอัลลอฮ์ทรงให้ ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้ยินการทางนำของพระองค์ และเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ไม่สามารถที่จะให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาผู้ที่อยู่ในหลุมฝังศพได้ยินได้ إن أنت إلا نذير

إِنْ أَنتَ إِلَّا نَذِيرٌ ﴿٢٣﴾

เจ้ามิใช่อื่นใดเว้นแต่เป็นเพียงคนที่ให้คำตักเตือนแก่พวกเขาในเรื่องที่เกี่ยวกับการลงโทษของอัลลอฮ์เท่านั้น

إِنَّآ أَرْسَلْنَـٰكَ بِٱلْحَقِّ بَشِيرًۭا وَنَذِيرًۭا ۚ وَإِن مِّنْ أُمَّةٍ إِلَّا خَلَا فِيهَا نَذِيرٌۭ ﴿٢٤﴾

และแท้จริงเราได้ส่งเจ้ามา -โอ้ท่านเราะสูล- พร้อมกับความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เป็นผู้แจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้เตรียมไว้แก่ พวกเขาจากผลตอบแทนที่มีเกียรติและเป็นผู้ตักเตือนแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้เตรียมบทลงโทษที่แสนสาหัสแก่พวกเขา และไม่มี ประชาชาติใดในยุคก่อนเว้นแต่จะมีการส่งเราะสูลมาจากอัลลอฮ์ที่คอยให้คำตักเตือนถึงบทลงโทษของพระองค์

وَإِن يُكَذِّبُوكَ فَقَدْ كَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ جَآءَتْهُمْ رُسُلُهُم بِٱلْبَيِّنَـٰتِ وَبِٱلزُّبُرِ وَبِٱلْكِتَـٰبِ ٱلْمُنِيرِ ﴿٢٥﴾

และหากกลุ่มชนของเจ้าปฏิเสธเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ดังนั้นเจ้าจงอดทน เพราะเจ้าไม่ได้เป็นคนเเรกที่ถูกกลุ่มชนของเจ้าปฏิเสธ เพราะได้มีกลุ่มชน ก่อนๆได้ปฏิเสธแก่บรรดาเราะสูลของพวกเขามาแล้ว เช่น กลุ่มชนอ๊าด ษะมูดและกลุ่มชนของลูฏ บรรดาเราะสูลได้นำข้อโต้แย้งที่ชัดเจนจากอัลลอฮ์ มายังพวกเขาเพื่อยืนยันถึงการเป็นเราะสูลที่แท้จริงของพวกเขา และบรรดาเราะสูลของพวกเขาได้มายังพวกเขาด้วยกับคัมภีร์ต่างๆ และคัมภีร์ที่ส่อง สว่างสำหรับผู้ที่ใคร่ครวญและพิจารณาต่อคัมภีร์นั้น

ثُمَّ أَخَذْتُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ۖ فَكَيْفَ كَانَ نَكِيرِ ﴿٢٦﴾

ถึงกระนั้น พวกเขายังคงไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ และไม่เชื่อในสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมาแก่พวกเขาจากอัลลอฮ์ ดังนั้น ฉันจึงทำลายบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา จงพิจารณาดูเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ว่าการปฏิเสธต่อฉันนั้นผลจะเป็นอย่างไร

أَلَمْ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَأَخْرَجْنَا بِهِۦ ثَمَرَٰتٍۢ مُّخْتَلِفًا أَلْوَٰنُهَا ۚ وَمِنَ ٱلْجِبَالِ جُدَدٌۢ بِيضٌۭ وَحُمْرٌۭ مُّخْتَلِفٌ أَلْوَٰنُهَا وَغَرَابِيبُ سُودٌۭ ﴿٢٧﴾

ألونها وغرابيب سود เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ -โอ้ท่านเราะสูล- แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงให้น้ำฝนลงมาจากฟากฟ้าแล้วเราได้ให้พืชผักผลไม้งอกเงยอย่างหลากหลายสี มีทั้งสีแดง สีเขียว สีเหลืองและสีอื่นๆหลังจากที่เราได้ให้น้ำแก่ต้นไม้จากน้ำฝนนั้น และในหมู่ภูเขาทั้งหลายมีเส้นทางที่มีทั้งสีขาว สีแดงและสีดำสนิท بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمِنَ ٱلنَّاسِ وَٱلدَّوَآبِّ وَٱلْأَنْعَـٰمِ مُخْتَلِفٌ أَلْوَٰنُهُۥ كَذَٰلِكَ ۗ إِنَّمَا يَخْشَى ٱللَّهَ مِنْ عِبَادِهِ ٱلْعُلَمَـٰٓؤُا۟ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ غَفُورٌ ﴿٢٨﴾

และในหมู่มนุษย์และปศุสัตว์ (อูฐ วัวและแพะ) ที่มีสีที่หลากหลาย เช่นที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ แท้จริงผู้ที่ให้เกียรติในความยิ่งใหญ่แก่สถานะขอ งอัลลอฮ์ ตะอาลา และให้ความยำเกรงต่อพระองค์นั้นคือผู้ที่มีความรู้ถึงพระองค์เท่านั้น เพราะพวกเขารู้ถึงลักษณะของพระองค์ บทบัญญัติและหลัก ฐานที่ชี้ถึงสามารถของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีผู้ใดจะชนะพระองค์ได้ر ผู้ทรงอภัยสำหรับบาปของบ่าวที่กลับเนื้อกลับตัว

إِنَّ ٱلَّذِينَ يَتْلُونَ كِتَـٰبَ ٱللَّهِ وَأَقَامُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَأَنفَقُوا۟ مِمَّا رَزَقْنَـٰهُمْ سِرًّۭا وَعَلَانِيَةًۭ يَرْجُونَ تِجَـٰرَةًۭ لَّن تَبُورَ ﴿٢٩﴾

แท้จริง บรรดาผู้ที่อ่านคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่ประทานลงมาแก่เราะสูลของเราและได้ปฏิบัติสิ่งที่อยู่ในอัลกุรอาน และดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์ และ บริจาคในสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาโดยการจ่ายซากาตและอื่นๆโดยแบบลับและเปิดเผย พวกเขาหวัง สำหรับการทำความดีเพื่อเป็น ธุรกรรมที่ไม่สูญเสียกับอัลลอฮ์

لِيُوَفِّيَهُمْ أُجُورَهُمْ وَيَزِيدَهُم مِّن فَضْلِهِۦٓ ۚ إِنَّهُۥ غَفُورٌۭ شَكُورٌۭ ﴿٣٠﴾

เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนรางวัลในการงานของพวกเขาให้แก่พวกเขาอย่างครบถ้วนและจะทรงเพิ่มให้แก่พวกเขาจากความโปรดปรานของ พระองค์ เพราะพวกเขาคือผู้ที่คู่ควรกับสิ่งนั้นอย่างแท้จริง พระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยในความผิดบาปของผู้ที่มีลักษณะเช่นนั้น ผู้ทรงชื่นชมด้วยกับ การงานที่ดีของพวกเขา

وَٱلَّذِىٓ أَوْحَيْنَآ إِلَيْكَ مِنَ ٱلْكِتَـٰبِ هُوَ ٱلْحَقُّ مُصَدِّقًۭا لِّمَا بَيْنَ يَدَيْهِ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ بِعِبَادِهِۦ لَخَبِيرٌۢ بَصِيرٌۭ ﴿٣١﴾

และสิ่งที่เราได้ประทานให้แก่เจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ที่เป็นคำภีร์นั้น มันคือสัจธรรมที่ไม่มีข้อสงสัยใดเลย ที่อัลลอฮ์ประทานมันลงมาเพื่อเป็นการยืนยันถึง ความจริงสำหรับคำภีร์ก่อนหน้านี้ แท้จริง อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงตระหนักรู้และผู้ทรงเห็นต่อปวงบ่าวของพระองค์ พระองค์คือผู้ที่ประทานวะห์ยูแก่เราะสูล ของแต่ประชาชาติซึ่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับแต่ละประชาชาตินั้นๆ

ثُمَّ أَوْرَثْنَا ٱلْكِتَـٰبَ ٱلَّذِينَ ٱصْطَفَيْنَا مِنْ عِبَادِنَا ۖ فَمِنْهُمْ ظَالِمٌۭ لِّنَفْسِهِۦ وَمِنْهُم مُّقْتَصِدٌۭ وَمِنْهُمْ سَابِقٌۢ بِٱلْخَيْرَٰتِ بِإِذْنِ ٱللَّهِ ۚ ذَٰلِكَ هُوَ ٱلْفَضْلُ ٱلْكَبِيرُ ﴿٣٢﴾

แล้วเราได้มอบให้แก่ประชาชาติของมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งเราได้เลือกให้แก่พวกเขาเหนือประชาชาติอื่นด้วยอัลกุรอาน โดยบางคนใน หมู่พวกเขาเป็นผู้อธรรมแก่ตัวเองด้วยการกระทำสิ่งที่ต้องห้ามและละทิ้งสิ่งที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติ และบางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้เดินสายกลางด้วย การทำในสิ่งที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติ ละทิ้งในสิ่งที่ต้องห้ามพร้อมๆกับการละทิ้งบางเรื่องที่เป็นสุนนะฮ์ส่งเสริมให้กระทำและกระทำในบางสิ่งที่น่า รังเกียจส่งเสริมให้ออกห่าง และบางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้รุดหน้าในการทำความดีทั้งหลายด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และสิ่งเหล่านั้นคือด้วยกับการกระ ทำในสิ่งที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติและเรื่องที่เป็นสุนนะฮ์ส่งเสริมให้กระทำและละทิ้งในสิ่งที่ต้องห้ามและสิ่งที่น่ารังเกียจส่งเสริมให้ออกห่าง ในสิ่งที่กล่าว มานั้น เป็นการเลือกให้แก่ประชาชาติของนบีมุฮัมมัดและให้อัลกุรอานเพื่อนำทางแก่ประชาชาตินี้ นั่นคือความโปรดปรานอันใหญ่หลวงที่ไม่สามารถ เปรียบเทียบได้

جَنَّـٰتُ عَدْنٍۢ يَدْخُلُونَهَا يُحَلَّوْنَ فِيهَا مِنْ أَسَاوِرَ مِن ذَهَبٍۢ وَلُؤْلُؤًۭا ۖ وَلِبَاسُهُمْ فِيهَا حَرِيرٌۭ ﴿٣٣﴾

สวรรค์ทั้งหลายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้บรรดาผู้ที่ถูกคัดเลือกได้พำนักอยู่ ในนั้นพวกเขาจะได้สวมเครื่องประดับจากกำไลทองและไข่มุขและเครื่องหนุ่ม ห่มของพวกเขานั้นทำมาจากผ้าไหม

وَقَالُوا۟ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِىٓ أَذْهَبَ عَنَّا ٱلْحَزَنَ ۖ إِنَّ رَبَّنَا لَغَفُورٌۭ شَكُورٌ ﴿٣٤﴾

และพวกเขาได้กล่าวหลังจากที่ได้เข้าในสวรรค์ว่า "มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์ทรงขจัดความระทมทุกข์ออกจากเรา เพราะพวกเรา นั้นเคยรู้สึกหวาดกลัวต่อการเข้าสู่ในไฟนรก แท้จริงพระผู้อภิบาลของเราเป็นผู้ทรงอภัยในบาปของบ่าวของพระองค์ที่กลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงชื่นชมต่ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร อผู้จงรักภักดีต่อพระองค์

ٱلَّذِىٓ أَحَلَّنَا دَارَ ٱلْمُقَامَةِ مِن فَضْلِهِۦ لَا يَمَسُّنَا فِيهَا نَصَبٌۭ وَلَا يَمَسُّنَا فِيهَا لُغُوبٌۭ ﴿٣٥﴾

ซึ่งพระองค์ผู้ทรงประทานให้เราได้พำนักในสถานที่ที่ถาวร ที่ไม่ย้ายไปไหนหลังจากนี้ ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ไม่ใช่ด้วยพลังและอำนาจของ เรา ที่จะไม่ทำให้เราประสบกับความเหน็ดเหนื่อยหรือมีปัญหา

وَٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَهُمْ نَارُ جَهَنَّمَ لَا يُقْضَىٰ عَلَيْهِمْ فَيَمُوتُوا۟ وَلَا يُخَفَّفُ عَنْهُم مِّنْ عَذَابِهَا ۚ كَذَٰلِكَ نَجْزِى كُلَّ كَفُورٍۢ ﴿٣٦﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ พวกเขาจะได้รับไฟนรกญะฮันนัมเป็นการตอบแทนอย่างถาวรในนั้น จะไม่ถูกตัดสินลงโทษให้พวกเขาตายเพื่อที่ พวกเขาจะได้ตายและจะได้พักจากการถูกลงโทษ โดยที่การลงโทษของไฟนรกญะฮันนัมก็จะไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขา เช่นนั้นแหละเราจะตอบแทน แก่ทุกผู้เนรคุณในวันกียามะฮฺทั้งหมดของคนที่เย่อหยิ่งในพระคุณของพระเจ้าของเขา

وَهُمْ يَصْطَرِخُونَ فِيهَا رَبَّنَآ أَخْرِجْنَا نَعْمَلْ صَـٰلِحًا غَيْرَ ٱلَّذِى كُنَّا نَعْمَلُ ۚ أَوَلَمْ نُعَمِّرْكُم مَّا يَتَذَكَّرُ فِيهِ مَن تَذَكَّرَ وَجَآءَكُمُ ٱلنَّذِيرُ ۖ فَذُوقُوا۟ فَمَا لِلظَّـٰلِمِينَ مِن نَّصِيرٍ ﴿٣٧﴾

และพวกเขาจะตะโกนอยู่ในนรกนั้นด้วยเสียงที่ดังว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ได้ทรงโปรดนำเราออกไปจากนรกเพื่อเราจะได้ปฏิบัติ การงานที่ดีอื่นจากที่เราได้เคยปฏิบัติไปในโลกดุนยา เพื่อเราจะบรรลุความพึงพอพระทัยของพระองค์และให้เรานั้นปลอดภัยจากการถูกลงโทษของ พระองค์" แล้วอัลลอฮก็ได้ตอบกลับแก่พวกเขาว่า "เรามิได้ทำให้พวกเจ้ามีอายุยืนนานพอ เพื่อผู้ที่ใคร่ครวญจะได้รำลึกถึงข้อตักเตือนและกลับเนื้อ กลับตัวสู่อัลลอฮ์และกระทำการงานที่ดีและยิ่งกว่านั้นได้ส่งท่านเราะสูลซึ่งเป็นผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าถึงบทลงโทษของอัลลอฮ์แล้วมิใช่หรือ?! ดังนั้น จึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆและไม่มีข้อผ่อนปรนใดๆ สำหรับพวกเจ้าหลังจากทุกอย่างนี้ พวกเจ้าจงลิ้มรสของไฟนรกเถิด เพราะสำหรับบรรดาผู้อธรรมที่ได้ อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำความชั่วนั้น จะไม่มีผู้ช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาให้ พวกเขาได้

إِنَّ ٱللَّهَ عَـٰلِمُ غَيْبِ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ إِنَّهُۥ عَلِيمٌۢ بِذَاتِ ٱلصُّدُورِ ﴿٣٨﴾

แท้จริง อัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ไม่มีอะไรที่พรากหายไปได้เลย แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่อยู่ใน ทรวงอกของบ่าวของพระองค์จากความดีและความชั่ว

هُوَ ٱلَّذِى جَعَلَكُمْ خَلَـٰٓئِفَ فِى ٱلْأَرْضِ ۚ فَمَن كَفَرَ فَعَلَيْهِ كُفْرُهُۥ ۖ وَلَا يَزِيدُ ٱلْكَـٰفِرِينَ كُفْرُهُمْ عِندَ رَبِّهِمْ إِلَّا مَقْتًۭا ۖ وَلَا يَزِيدُ ٱلْكَـٰفِرِينَ كُفْرُهُمْ إِلَّا خَسَارًۭا ﴿٣٩﴾

พระองค์คือผู้ทรงทำให้พวกเจบางคน -โอ้ มนุษย์เอ๋ย- เป็นตัวแทนต่อจากคนอื่นๆ ในแผ่นดิน เพื่อทดสอบพวกเจ้าว่าพวกเจ้าจะทำอย่างไร ดังนั้นผู้ใด ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อสิ่งที่บรรดาเราะสูลนำมา ดังนั้นบาปจากการปฏิเสธของเขาและบทลงโทษของมันนั้นจะกลับไปหาเขา และการ ปฏิเสธศรัทธาของเขานั้นไม่มีผลกระทบใดๆต่อพระผู้อภิบาลของเขา และการปฏิเสธศรัทธาของบรรดาผู้ปฏิเสธ ณ ที่อัลลอฮ์นั้นไม่ได้เพิ่มสิ่งใดให้แก่ พวกเขาเลย เว้นแต่ความพิโรธของพระองค์เท่านั้น และการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาจะไม่เพิ่มสิ่งใดให้แก่พวกเขานอกจากความขาดทุนหายนะ โดยที่พวกเขาจะสูญเสียสิ่งที่อัลลอฮ์ได้เตรียมไว้สำหรับพวกเขาในสวรรค์หากพวกเขาศรัทธา

قُلْ أَرَءَيْتُمْ شُرَكَآءَكُمُ ٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ أَرُونِى مَاذَا خَلَقُوا۟ مِنَ ٱلْأَرْضِ أَمْ لَهُمْ شِرْكٌۭ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ أَمْ ءَاتَيْنَـٰهُمْ كِتَـٰبًۭا فَهُمْ عَلَىٰ بَيِّنَتٍۢ مِّنْهُ ۚ بَلْ إِن يَعِدُ ٱلظَّـٰلِمُونَ بَعْضُهُم بَعْضًا إِلَّا غُرُورًا ﴿٤٠﴾

ى จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีว่า จงบอกฉันมาเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเจ้าตั้งภาคีที่พวกเจ้าเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ พวกมันได้สร้าง อะไรบ้างบนโลกนี้? พวกมันสร้างภูเขาให้แก่แผ่นดินนี้ใช่ไหม? หรือพวกมันได้สร้างแม่น้ำ? พวกมันได้สร้างบรรดาสัตว์ต่างๆหรือเปล่า? หรือว่าพวกมัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร มีส่วนร่วมกับอัลลอฮ์ในการสร้างชั้นฟ้า? หรือเราได้ให้คัมภีร์แก่พวกมันเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในความถูกต้องในการเคารพภักดีแก่พวกมัน? ไม่เลย แม้แต่น้อย แต่ทว่าบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน จะไม่สัญญาในกลุ่มพวกเขาซึ่งกันและกันเว้นแต่เป็นการหลอก ลวงเท่านั้น

۞ إِنَّ ٱللَّهَ يُمْسِكُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ أَن تَزُولَا ۚ وَلَئِن زَالَتَآ إِنْ أَمْسَكَهُمَا مِنْ أَحَدٍۢ مِّنۢ بَعْدِهِۦٓ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ حَلِيمًا غَفُورًۭا ﴿٤١﴾

حليما غفورا แท้จริงนั้นอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮ์ ทรงค้ำจุนชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเอาไว้ มิให้มันหล่นร่วงตกลงมา และหากมันทั้งสองร่วงตกลงมา -ในทำนองถ้าเกิด ขึ้น- ก็ไม่มีผู้ใดค้ำจุนมันทั้งสองได้ นอกจากพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงขันติไม่รีบที่จะลงโทษ ผู้ทรงให้อภัยต่อบาปของผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวจาก บ่าวของพระองค์

وَأَقْسَمُوا۟ بِٱللَّهِ جَهْدَ أَيْمَـٰنِهِمْ لَئِن جَآءَهُمْ نَذِيرٌۭ لَّيَكُونُنَّ أَهْدَىٰ مِنْ إِحْدَى ٱلْأُمَمِ ۖ فَلَمَّا جَآءَهُمْ نَذِيرٌۭ مَّا زَادَهُمْ إِلَّا نُفُورًا ﴿٤٢﴾

نفورا และบรรดาผู้ปฏิเสธที่ปฏิเสธศรัทธาได้สาบานต่ออัลลอฮ์ด้วยการสาบานอย่างของพวกเขาที่หนักแน่นว่า "หากมีเราะสูลจากอัลลอฮ์มาตักเตือนถึงบท ลงโทษของพระองค์ แน่นอนพวกเขาก็จะเป็นประชาชาติหนึ่งที่ยืนหยัดและตามในแนวทางที่ถูกต้องยิ่งกว่าบรรดายิว คริสต์และประชาชาติอื่นๆ ครั้น เมื่อท่านเราะสูล มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ถูกส่งมายังพวกเขาจากพระผู้อภิบาลของเขา เพื่อตักเตือนพวกเขาให้เกรงกลัวถึงการลงโทษขอ งอัลลอฮ์ ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นสำหรับพวกเขาจากการมาของท่านเราะสูล นอกจากการหนีห่างออกจากสัจธรรมและยึดติดกับความเท็จเท่านั้น ดังนั้นพวก เขาไม่ทำตามสิ่งที่พวกเขาได้สาบานไว้ ที่ได้สาบานอย่างแน่วแน่ว่าพวกเขาจะอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องยิ่งกว่าบรรดาผู้ที่มาก่อนพวกเขา

ٱسْتِكْبَارًۭا فِى ٱلْأَرْضِ وَمَكْرَ ٱلسَّيِّئِ ۚ وَلَا يَحِيقُ ٱلْمَكْرُ ٱلسَّيِّئُ إِلَّا بِأَهْلِهِۦ ۚ فَهَلْ يَنظُرُونَ إِلَّا سُنَّتَ ٱلْأَوَّلِينَ ۚ فَلَن تَجِدَ لِسُنَّتِ ٱللَّهِ تَبْدِيلًۭا ۖ وَلَن تَجِدَ لِسُنَّتِ ٱللَّهِ تَحْوِيلًا ﴿٤٣﴾

และการสาบานของพวกเขาที่ได้สาบานกับอัลลอฮ์นั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีเจตนาที่ดีและจุดประสงค์ที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการหยิ่งยโสในแผ่นดินและ หลอกลวงผู้อื่น แต่แผนชั่วนั้นจะไม่ห้อมล้อมผู้ใดนอกจากเจ้าของมันเองเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาไม่ได้รอคอยอะไรเลยนอกจากกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ที่ มั่นคงเท่านั้น นั้นคือการทำลายพวกเขาเสมือนที่เราได้ทำลายกลุ่มชนก่อนหน้าพวกเขาที่ทำตัวคล้ายพวกเขา? และเจ้าจะไม่มีทางพบถึงการ เปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์แต่ประการใดในการทำลายล้างบรรดาผู้ที่หยิ่งยโสด้วยกับการที่จะไม่ให้เกิดกับพวกเขา และไม่มีการ เปลี่ยนแปลงที่จะให้ไปตกแก่ผู้อื่น เพราะเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่ทรงกำหนดไว้อย่างมั่นคง

أَوَلَمْ يَسِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ فَيَنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ وَكَانُوٓا۟ أَشَدَّ مِنْهُمْ قُوَّةًۭ ۚ وَمَا كَانَ ٱللَّهُ لِيُعْجِزَهُۥ مِن شَىْءٍۢ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَلَا فِى ٱلْأَرْضِ ۚ إِنَّهُۥ كَانَ عَلِيمًۭا قَدِيرًۭا ﴿٤٤﴾

พวกที่ปฏิเสธเจ้าจากชาวกุเรชไม่ได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินหรอกหรือ เพื่อใคร่ครวญดูว่าบั้นปลายของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธจากประชาชาติก่อนหน้า พวกเขาเป็นอย่างไร? บั้นปลายของพวกเขานั้นมิใช่บั้นปลายที่ชั่วร้ายกระนั้นหรือ ที่อัลลอฮ์ทรงทำลายพวกเขาไป? ทั้งที่พวกเขานั้นมีพละกำลังที่เข้ม แข็งกว่าชาวกุเรชอีก และอัลลอฮ์นั้น ไม่มีสิ่งใดทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินที่จะพลาดไปจากพระองค์ได้ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้ในการงานของ บรรดาผู้ที่ปฏิเสธ และไม่มีการงานใดของพวกเขาที่จะซ่อนเร้นและพลาดไปจากพระองค์ได้ ผู้ทรงอานุภาพในการที่จะทำลายล้างลงโทษพวกเขาเมื่อไห م รก็ได้

وَلَوْ يُؤَاخِذُ ٱللَّهُ ٱلنَّاسَ بِمَا كَسَبُوا۟ مَا تَرَكَ عَلَىٰ ظَهْرِهَا مِن دَآبَّةٍۢ وَلَـٰكِن يُؤَخِّرُهُمْ إِلَىٰٓ أَجَلٍۢ مُّسَمًّۭى ۖ فَإِذَا جَآءَ أَجَلُهُمْ فَإِنَّ ٱللَّهَ كَانَ بِعِبَادِهِۦ بَصِيرًۢا ﴿٤٥﴾

หากอัลลอฮ์ทรงเร่งการลงโทษแก่มนุษย์สำหรับสิ่งที่พวกเขาได้กระทำในรูปแบบของการไม่เชื่อฟังและสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำในรูปของบาป พระองค์ จะทรงทำลายผู้คนทั้งหมดบนโลกในครั้งเดียว พร้อมกับสัตว์และความมั่งคั่งที่พวกเขาเป็นเจ้าของ แต่อัลลอฮ์ทรงชะลอพวกเขาไว้จนถึงเวลาที่พระอ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร งค์ทรงกำหนดไว้ในความรู้ของพระองค์คือวันแห่งการฟื้นคืนชีพ เมื่อเวลา (แห่งการพิพากษา) มาถึง แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้เห็นปวงบ่าวของ พระองค์ ไม่มีสิ่งใดถูกปิดบังจากพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขา หากทำดีก็จะได้การตอบแทนที่ดีและหากทำชั่วก็จะได้ผลตอบแทนที่ ชั่วไป ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Faatir — فاطر

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา