يسٓ ﴿١﴾
ยา ซีน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
หน้าแรก›ตัฟซีร›Yaseen (36)
มักกียะฮ์ · 83 อายะฮ์
يسٓ ﴿١﴾
ยา ซีน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
وَٱلْقُرْءَانِ ٱلْحَكِيمِ ﴿٢﴾
อัลลอฮ์สาบานด้วยอัลกุรอานซึ่งโองการต่างๆ ถูกจัดวางอย่างรัดกุม ไม่ถูกแทรกซึมด้วยความเท็จทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง
إِنَّكَ لَمِنَ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٣﴾
แท้จริงเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- เป็นคนหนึ่งในหมู่บรรดาผู้ที่ถูกส่งมาเป็นเราะสูล ถูกส่งมายังบรรดาบ่าวของพระองค์ เพื่อสั่งใช้ให้พวกเขาได้ศรัทธาใน เอกภาพของพระองค์และเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงองค์เดียว عل صرط مستقيم
عَلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٤﴾
تَنزِيلَ ٱلْعَزِيزِ ٱلرَّحِيمِ ﴿٥﴾
เป็นผู้ที่อยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงและบทบัญญัติที่เที่ยงธรรม และแนวทางที่เที่ยงตรงและบทบัญญัติที่เที่ยงธรรมนั้น ถูกประทานลงมาจากพระผู้ อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงมีอำนาจซึ่งไม่มีใครสามารถท้าทายพระองค์ได้ ผู้ทรงเมตตาแก่บ่าวของพระองค์ผู้ที่ศรัทธา
لِتُنذِرَ قَوْمًۭا مَّآ أُنذِرَ ءَابَآؤُهُمْ فَهُمْ غَـٰفِلُونَ ﴿٦﴾
ฉันได้ประทานมันลงมาแก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้ตักเตือนประชาชาติหนึ่งและให้พวกเขาได้ระวัง พวกเขาคือชาวอาหรับซึ่งไม่มีศาสนทูตมาตักเตือนพวกเขา และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเพิกเฉยต่อการศรัทธาและการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ เช่นเดียวกัน กับประชาชาติอื่น การตักเตือนถูกตัดขาดจากพวกเขาไป พวกเขาต้องการเราะสูลเพื่อเตือนพวกเขา
لَقَدْ حَقَّ ٱلْقَوْلُ عَلَىٰٓ أَكْثَرِهِمْ فَهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿٧﴾
โดยแน่นอนการลงโทษได้เป็นที่สมจริงแล้วแก่ส่วนมากของพวกเขาหลังจากที่ความจริงของอัลลอฮ์ได้มายังพวกเขาจากปากของท่านเราะซูลของ พระองค์แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ศรัทธาต่อพระองค์ และพวกเขาก็ยังคงอยู่กับการปฏิเสธศรัทธา โดยที่พวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของ พระองค์ และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เราะสูลนำมาให้แก่พวกเขาที่เป็นความจริง
إِنَّا جَعَلْنَا فِىٓ أَعْنَـٰقِهِمْ أَغْلَـٰلًۭا فَهِىَ إِلَى ٱلْأَذْقَانِ فَهُم مُّقْمَحُونَ ﴿٨﴾
พวกเขาเปรียบเหมือนดั่งคนที่ถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอของพวกเขา และมัดรวบมือของพวกเขาพร้อมกับคอของพวกเขาตั้งใต้ต้นคอของพวกเขา เป็นผลให้ พวกเขาต้องเงยหน้าขึ้นฟ้าและไม่สามารถก้มศีรษะลงได้ คนเหล่านี้ถูกพันธนาการจากการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่นอบน้อมต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ก้มศีรษะลงเพราะเหตุนี้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร د د وجعلنامن بينأيديهم س اومن خلفهم س افأغشينهم فهم لا يبصرون
وَجَعَلْنَا مِنۢ بَيْنِ أَيْدِيهِمْ سَدًّۭا وَمِنْ خَلْفِهِمْ سَدًّۭا فَأَغْشَيْنَـٰهُمْ فَهُمْ لَا يُبْصِرُونَ ﴿٩﴾
และเราทำให้ข้างหน้าและข้างหลังของพวกเขามีอุปสรรคขวางกั้นต่อความจริง และเราได้บดบังการมองเห็นของพวกเขาต่อความจริง พวกเขาจึงมอง ไม่เห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาหลังจากที่พวกเขาแสดงความดื้อรั้นและความมุ่งมั่นที่จะปฏิเสธศรัทธา
وَسَوَآءٌ عَلَيْهِمْ ءَأَنذَرْتَهُمْ أَمْ لَمْ تُنذِرْهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٠﴾
มีผลเท่ากันแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นที่ต่อต้านความจริง เจ้าจะตักเตือนพวกเขา -โอ้มูฮัมมัดเอ๋ย- หรือไม่ตักเตือนพวกเขาก็ตาม พวกเขาก็ ไม่ศรัทธาในสิ่งที่เจ้าได้นำมาจาก อัลลอฮ์หรอก
إِنَّمَا تُنذِرُ مَنِ ٱتَّبَعَ ٱلذِّكْرَ وَخَشِىَ ٱلرَّحْمَـٰنَ بِٱلْغَيْبِ ۖ فَبَشِّرْهُ بِمَغْفِرَةٍۢ وَأَجْرٍۢ كَرِيمٍ ﴿١١﴾
ผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากการตักเตือนของเจ้านั้น ก็คือผู้ที่เชื่อในอัลกุรอานนี้และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในนั้น และเกรงกลัวต่อพระเจ้า ของเขาในยามที่โดดเดี่ยวในช่วงเวลาที่ไม่มีใครมองเห็น ดังนั้นจงบอกถึงผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ถึงสิ่งที่พวกเขาจะได้รับคือ อัลลอฮ์จะทรงลบล้าง ความผิดบาปและให้อภัยแก่เขาถึงความผิดบาปนั้นและมีรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่คอยเขาอยู่ในอาคีเราะฮ์นั้นคือการที่เขาได้เข้าสู่สวรรค์
إِنَّا نَحْنُ نُحْىِ ٱلْمَوْتَىٰ وَنَكْتُبُ مَا قَدَّمُوا۟ وَءَاثَـٰرَهُمْ ۚ وَكُلَّ شَىْءٍ أَحْصَيْنَـٰهُ فِىٓ إِمَامٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿١٢﴾
แท้จริงเราเป็นผู้ให้คนตายกลับมีชีวิตขึ้นมา ด้วยการทำให้พวกเขาฟื้ นคืนชีพพวกเขาเพื่อคิดบัญชีในวันกียามะฮ์ และเราได้จดบันทึกในสิ่งที่พวกเขาได้ ใช้ชีวิตของพวกเขาในโลกดุนยาที่ผ่านมาจากการกระทำที่ดีและไม่ดีและได้จดบันทึกในสิ่งที่พวกเขาได้สร้างที่เป็นผลแห่งความดีต่างๆที่ยังคงอยู่หลัง จากการเสียชีวิตของพวกเขา เช่น การบริจาคทานที่มีผลบุญต่อเนื่องหรือสิ่งที่ไม่ดีเช่นการปฏิเสธศรัทธา และเราได้รวบรวมทุกอย่างในบันทึกที่ ชัดเจน นั้นคือแผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้
وَٱضْرِبْ لَهُم مَّثَلًا أَصْحَـٰبَ ٱلْقَرْيَةِ إِذْ جَآءَهَا ٱلْمُرْسَلُونَ ﴿١٣﴾
จงทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธที่ดื้อรั้นเหล่านั้นได้บทเรียนเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ด้วยกับเรื่องราวของชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งในขณะที่บรรดาเราะสูลของพวก เขาได้มาหาพวกเขา
إِذْ أَرْسَلْنَآ إِلَيْهِمُ ٱثْنَيْنِ فَكَذَّبُوهُمَا فَعَزَّزْنَا بِثَالِثٍۢ فَقَالُوٓا۟ إِنَّآ إِلَيْكُم مُّرْسَلُونَ ﴿١٤﴾
เมื่อครั้นที่เราได้ส่งเราะสูลสองคนครั้งแรกเพื่อเชิญชวนพวกเขาไปสู่การศรัทธาในเอกภาพต่ออัลลอฮ์และเคารพภักดีต่อพระองค์ พวกเขาก็ได้ปฏิเสธ ต่อเราะสูลทั้งสอง และเราได้เสริมแก่ทั้งสองด้วยการส่งเราะสูลคนที่สามเข้าไปพร้อมพวกเขา และบรรดาเราะสูลทั้งสามได้กล่าวแก่ชาวบ้านนั้นว่า "แท้จริงเราทั้งสามคนถูกส่งมายังพวกเจ้าเพื่อเชิญชวนพวกเจ้าเข้าสู่ศรัทธาในเอกภาพต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์
قَالُوا۟ مَآ أَنتُمْ إِلَّا بَشَرٌۭ مِّثْلُنَا وَمَآ أَنزَلَ ٱلرَّحْمَـٰنُ مِن شَىْءٍ إِنْ أَنتُمْ إِلَّا تَكْذِبُونَ ﴿١٥﴾
ชาวบ้านนั้นได้กล่าวแก่บรรดาเราะสูลว่า “พวกท่านไม่ใช่อะไร เป็นเพียงมนุษย์เช่นเราเท่านั้น และไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าพวกเรา อัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาเสมอ ไม่ได้ประทานโองการใด ๆแก่พวกท่าน และพวกท่านไม่ใช่อะไร นอกจากโกหกในนามของอัลลอฮ์ในการกล่าวอ้างของพวกเจ้าเท่านั้น”
قَالُوا۟ رَبُّنَا يَعْلَمُ إِنَّآ إِلَيْكُمْ لَمُرْسَلُونَ ﴿١٦﴾
บรรดาเราะสูลทั้งสามคนกล่าวตอบโต้ต่อการปฏิเสธของชาวบ้านนั้นว่า "พระเจ้าของเราทรงรู้ดียิ่งว่า แท้จริง -โอ้ชาวบ้านเอ๋ย- เราถูกส่งมายังพวก ท่านอย่างแน่นอน มาจากพระองค์และนั่นเพียงพอสำหรับการโต้เถียงของเรา" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَمَا عَلَيْنَآ إِلَّا ٱلْبَلَـٰغُ ٱلْمُبِينُ ﴿١٧﴾
และไม่มีหน้าที่อื่นใดสำหรับเรานอกจากการประกาศในสิ่งที่ได้รับคำสั่งมาด้วยการประกาศแก่พวกเจ้าด้วยความชัดเจน และเราไม่ได้ครอบครองการให้ ทางนำแก่พวกเจ้า
قَالُوٓا۟ إِنَّا تَطَيَّرْنَا بِكُمْ ۖ لَئِن لَّمْ تَنتَهُوا۟ لَنَرْجُمَنَّكُمْ وَلَيَمَسَّنَّكُم مِّنَّا عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿١٨﴾
ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นได้กล่าวแก่บรรดาเราะสูลว่า "แท้จริงพวกเรารู้สึกเป็นลางร้ายเพราะพวกท่าน หากพวกท่านไม่ยอมหยุดยั้งในการเชิญชวนเราไป สู่การศรัทธาในเอกภาพของอัลลอฮ์ แน่นอนเราจะลงโทษพวกท่านด้วยการขว้างก้อนหินจนเสียชีวิตและพวกท่านจะได้สำผัสถึงความเจ็บปวดทรมาน จากการลงโทษของพวกเราอย่างแน่นอน"
قَالُوا۟ طَـٰٓئِرُكُم مَّعَكُمْ ۚ أَئِن ذُكِّرْتُم ۚ بَلْ أَنتُمْ قَوْمٌۭ مُّسْرِفُونَ ﴿١٩﴾
บรรดาเราะสูลได้กล่าวตอบโต้แก่พวกเขาว่า "ลางร้ายของพวกท่านเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกท่าน เนื่องด้วยกับสาเหตุการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ของพวกท่านและละทิ้งการปฏิบัติตามบรรดาเราะสูลของพระองค์ มันจะเป็นลางร้ายได้อย่างไรในเมื่อเราตักเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงอัลลอฮ? แต่ พวกท่านต่างหากเป็นกลุ่มชนที่หมกหมุ่นอยู่กับการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน
وَجَآءَ مِنْ أَقْصَا ٱلْمَدِينَةِ رَجُلٌۭ يَسْعَىٰ قَالَ يَـٰقَوْمِ ٱتَّبِعُوا۟ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٢٠﴾
และได้มีชายคนหนึ่งมาด้วยความรีบเร่งจากสถานที่ที่ห่างไกลจากหมู่บ้านนี้ เพราะกลัวกลุ่มชนของเขาปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลและได้ข่มขู่พวกเขา ด้วยความฆ่าและการทำร้าย เขากล่าวว่า "โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย จงปฏิบัติตามสิ่งที่บรรดาเราะสูลเหล่านี้นำมาเถิด"
ٱتَّبِعُوا۟ مَن لَّا يَسْـَٔلُكُمْ أَجْرًۭا وَهُم مُّهْتَدُونَ ﴿٢١﴾
พวกท่าน -โอ้ชนชาติของฉัน- จงปฏิบัติตามผู้ที่มิได้เรียกร้องค่าจ้างใดๆต่อการนำสิ่งที่พวกเขานำมาสู่พวกท่าน และพวกเขาเป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ ถูกต้อง ในสิ่งที่พวกเขาประกาศเชิญชวนที่มาจากอัลลอฮ์ที่เป็นวะห์ยูของพระองค์ และสำหรับใครที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นที่สมควรที่จะต้องปฏิบัติตาม
وَمَا لِىَ لَآ أَعْبُدُ ٱلَّذِى فَطَرَنِى وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ ﴿٢٢﴾
และชายคนนั้นที่มาแนะนำให้ตามบรรดาเราะสูล เขาได้กล่าวว่า "และอะไรเล่าที่ทำให้ฉันไม่เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างฉัน?! และอะไรเล่าที่ห้าม พวกเจ้าไม่ให้เคารพภักดีต่อพระเจ้าของพวกเจ้าที่เป็นผู้สร้างพวกเจ้า?และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะกลับไปและถูกให้ฟื้ นคืนชีพเพื่อรับการ ตอบแทน?!
ءَأَتَّخِذُ مِن دُونِهِۦٓ ءَالِهَةً إِن يُرِدْنِ ٱلرَّحْمَـٰنُ بِضُرٍّۢ لَّا تُغْنِ عَنِّى شَفَـٰعَتُهُمْ شَيْـًۭٔا وَلَا يُنقِذُونِ ﴿٢٣﴾
จะให้ฉันเคารพบูชาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ที่ทรงสร้างฉันมาด้วยการไปเคารพบูชาสิ่งที่ไม่ถูกต้องกระนั้นหรือ?! หากพระผู้ทรงกรุณาปรานีทรงประสงค์ ให้ความทุกข์ยากแก่ฉัน การช่วยเหลือของพวกเขาจะไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่ฉันเลย เพราะพวกมันไม่ได้ครอบครองสิทธิ์ใดๆ ในการให้ประโยชน์หรือ ให้โทษแก่ฉันเลย และไม่สามารถที่จะช่วยฉันให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายที่อัลลอฮ์ประสงค์แก่ฉันได้หากฉันตายไปในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา
إِنِّىٓ إِذًۭا لَّفِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍ ﴿٢٤﴾
แท้จริงถ้าฉันได้ยึดเอาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ ฉันจะอยู่ในความผิดอย่างชัดเจนโดยที่ฉันเคารพภักดีผู้ที่ไม่สมควรที่จะเคารพภักดี และได้ละทิ้งการ เคารพภักดีต่อผู้ที่สมควรแก่การเคารพภักดีนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
إِنِّىٓ ءَامَنتُ بِرَبِّكُمْ فَٱسْمَعُونِ ﴿٢٥﴾
แท้จริง โอ้กลุ่มชนเอ๋ย ฉันศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของฉันและพระผู้อภิบาลของพวกท่านทั้งหมด ดังนั้นพวกท่านจงฟังซิ ฉันไม่สนใจว่าพวกท่าน กำลังขู่ว่าจะฆ่าฉัน ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจากกลุ่มชนของเขานอกจากการฆ่าเขา ดังนั้นอัลลอฮ์จึงให้เขาเข้าสู่สวรรค์
قِيلَ ٱدْخُلِ ٱلْجَنَّةَ ۖ قَالَ يَـٰلَيْتَ قَوْمِى يَعْلَمُونَ ﴿٢٦﴾
بِمَا غَفَرَ لِى رَبِّى وَجَعَلَنِى مِنَ ٱلْمُكْرَمِينَ ﴿٢٧﴾
ได้มีเสียงกล่าวให้แก่เขาเพื่อเป็ฯการให้เกียรติเขาหลังจากที่เขาได้ตายชะฮีด ว่า "จงเข้าในสวรรค์ เมื่อเขาได้เข้าไปในสวรรค์แล้วได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้าง ในนั้น เขาได้กล่าวเชิงอวยพรให้ว่า "ขอให้กลุ่มชนของฉันที่ปฏิเสธฉันและฆ่าฉัน ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันจากการได้รับการอภัยต่อบาป และในสิ่งที่ พระองค์ได้ให้เกียรติแก่ฉัน เพื่อพวกเขาจะได้ศรัทธาต่อพระองค์เสมือนในสิ่งที่ฉันได้ศรัทธา และได้รับผลตอบแทนเช่นเดียวกับที่ฉันได้รับผล ตอบแทน"
۞ وَمَآ أَنزَلْنَا عَلَىٰ قَوْمِهِۦ مِنۢ بَعْدِهِۦ مِن جُندٍۢ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَمَا كُنَّا مُنزِلِينَ ﴿٢٨﴾
และเราไม่ได้ส่งทหารที่มาจากมลาอิกะฮ์จากฟากฟ้าลงมายังกลุ่มชนของเขาเพื่อทำลายพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ปฏิเสธเขาและฆ่าเขา และเราจะไม่ ส่งมลาอิกะฮ์มายังกลุ่มชนใดเมื่อเราต้องการทำลายพวกเขา เพราะการทำลายพวกเขานั้นเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเรา เราได้กำหนดการทำลายล้าง พวกเขาด้วยเสียงกัมปนาทจากฟากฟ้า ไม่ใช่ด้วยการส่งมลาอิกะฮ์ลงมา إن كانت إلا صيحة وحدة فإذا هم خمدون
إِن كَانَتْ إِلَّا صَيْحَةًۭ وَٰحِدَةًۭ فَإِذَا هُمْ خَـٰمِدُونَ ﴿٢٩﴾
มันมิใช่เรื่องราวความหายนะของกลุ่มชนของเขาอื่นใดเลย นอกจากเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียวที่เราได้ส่งไปยังพวกเขา แล้วเมื่อนั้นพวกเขาก็ดับ เงียบบนพื้นดินโดยไม่มีใครเหลือ อุปมาพวกเขาเหมือนไฟไหม้และดับลงไม่เหลือซากใดๆ
يَـٰحَسْرَةً عَلَى ٱلْعِبَادِ ۚ مَا يَأْتِيهِم مِّن رَّسُولٍ إِلَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿٣٠﴾
อนิจจาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในการสำนึกผิดและความเศร้าโศกของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ เมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษ นั่นก็เพราะว่าขณะที่พวก เขาอาศัยอยู่ในโลกดุนยานั้น เมื่อใดก็ตามที่เราะสูลคนใดจากอัลลอฮ์มายังพวกเขา พวกเขาจะเยาะเย้ยและเย้ยหยันเขา ดังนั้นผลที่พวกเขาได้รับ คือ ความเสียใจในวันฟื้ นคืนชีพที่พวกเขาได้ละเลยหน้าที่ของพวกเขาต่ออัลลอฮ์
أَلَمْ يَرَوْا۟ كَمْ أَهْلَكْنَا قَبْلَهُم مِّنَ ٱلْقُرُونِ أَنَّهُمْ إِلَيْهِمْ لَا يَرْجِعُونَ ﴿٣١﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธผู้เยาะเย้ยบรรดาเราะซูลเหล่านั้น พวกเขามิได้เห็นถึงบทเรียนของประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาหรอกหรือ? ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้เสีย ชีวิตไป โดยที่เขาเหล่านั้นมิได้กลับมายังดุนยาอีกเลย แต่พวกเขาจะถูกนำไปสู่การทำงานของพวกเขาที่เคยกระทำไว้ และอัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวก ل เขาในการกระทำของพวกเขา ون ك لما جميع لدينا محضرون
وَإِن كُلٌّۭ لَّمَّا جَمِيعٌۭ لَّدَيْنَا مُحْضَرُونَ ﴿٣٢﴾
๓๒ และจะไม่มีประชาชาติใด แม้ประชาชาติเดียว นอกจากจะถูกนำมาต่อหน้าเราในวันกิยามะฮ์ หลังจากที่พวกเขาฟื้นคืนชีพ เพื่อเราจะตอบแทนพวกเขา ตามการกระทำของพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ب
وَءَايَةٌۭ لَّهُمُ ٱلْأَرْضُ ٱلْمَيْتَةُ أَحْيَيْنَـٰهَا وَأَخْرَجْنَا مِنْهَا حَبًّۭا فَمِنْهُ يَأْكُلُونَ ﴿٣٣﴾
หลักฐานประการหนึ่งสำหรับผู้ที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ ว่าการฟื้นคืนชีพนั้นเป็นความจริง คือแผ่นดินที่แห้งแล้งนี้ เราได้ให้ฝนจากฟากฟ้าลงมาบนเขา และเราได้ทำให้พืชผลหลายชนิดได้งอกเงยออกมา และเราได้นำธัญพืชหลายชนิดมาเพื่อการบริโภคของมนุษย์ ดังนั้นผู้ที่สามารถชุบชีวิตให้แผ่นดินนี้ ด้วยการส่งฝนลงมา และให้พืชผลต่างๆได้งอกเงยออกมานั้น แน่นอนเขาผู้นั้นย่อมสามารถชุบชีวิตคนตายและให้ฟื้ นขึ้นมาได้เช่นกัน
وَجَعَلْنَا فِيهَا جَنَّـٰتٍۢ مِّن نَّخِيلٍۢ وَأَعْنَـٰبٍۢ وَفَجَّرْنَا فِيهَا مِنَ ٱلْعُيُونِ ﴿٣٤﴾
และเราได้ทำให้มีในแผ่นดินนี้ ที่เราได้ส่งฝนลงมานั้นด้วยสวนมากหลาย จากอินทผลัมและองุ่น และเราได้หลั่งจากแผ่นดินซึ่งตาน้ำเพื่อดื่มมัน
لِيَأْكُلُوا۟ مِن ثَمَرِهِۦ وَمَا عَمِلَتْهُ أَيْدِيهِمْ ۖ أَفَلَا يَشْكُرُونَ ﴿٣٥﴾
เพื่อให้ผู้คนได้กินผลไม้จากสวนที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้พวกเขา โดยที่พวกเขาไม่ต้องพยายามอะไรเลย แล้วพวกเขาจะไม่ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ได้ ประทานสิ่งเหล่านี้แก่พวกเขา ด้วยการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียวและศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์หรือ?!
سُبْحَـٰنَ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلْأَزْوَٰجَ كُلَّهَا مِمَّا تُنۢبِتُ ٱلْأَرْضُ وَمِنْ أَنفُسِهِمْ وَمِمَّا لَا يَعْلَمُونَ ﴿٣٦﴾
มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ ผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ทรงสร้างพืชและต้นไม้ต่างๆ และจากตัวของมนุษย์โดยสร้างมาเป็นคู่ ผู้ชายและผู้หญิงและสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้ จากสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮ์อื่นๆ ทั้งบนบกและในน้ำและอื่นๆ
وَءَايَةٌۭ لَّهُمُ ٱلَّيْلُ نَسْلَخُ مِنْهُ ٱلنَّهَارَ فَإِذَا هُم مُّظْلِمُونَ ﴿٣٧﴾
และสัญญาณประการหนึ่งสำหรับมนุษย์ที่ชี้ถึงความเป็นเอกภาพอัลลอฮ์นั้นคือเราได้ให้แสงแห่งความสว่างได้จากไป ด้วยการไปของกลางวันและการ มาของกลางคืนเมื่อเราได้ถอนกลางวันออกจากมัน แล้วเราจะนำมาซึ่งความมืดหลังจากที่กลางวันจากไป ทันใดนั้นมนุษย์ก็จะเข้าไปอยู่ในความมืด
وَٱلشَّمْسُ تَجْرِى لِمُسْتَقَرٍّۢ لَّهَا ۚ ذَٰلِكَ تَقْدِيرُ ٱلْعَزِيزِ ٱلْعَلِيمِ ﴿٣٨﴾
และสัญญาณอีกประการหนึ่งที่ชี้ถึงการเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์สำหรับพวกเขา คือดวงอาทิตย์จะโคจรตามวิถีที่อัลลอฮ์ทรงรู้ถึงความพอดีของมัน ไม่มีเกิน นั่นคือการกำหนดซึ่งเป็นการกำหนดของพระผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีใครเทียบได้ ผู้ทรงรอบรู้และไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ได้จากทุก กิจการของสิ่งถูกสร้างของพระองค์
وَٱلْقَمَرَ قَدَّرْنَـٰهُ مَنَازِلَ حَتَّىٰ عَادَ كَٱلْعُرْجُونِ ٱلْقَدِيمِ ﴿٣٩﴾
และสัญญาณอีกประการหนึ่งสำหรับพวกเขาที่บ่งบองถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ นั่นคือดวงจันทร์ที่เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่งใน ทุกๆคืน โดยจะเริ่มจากดวงเล็ก แล้วก็ใหญ่ขึ้นแล้วก็กลับมาเป็นดวงเล็กจงกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเหมือนกิ่งอินทผลัมแห้ง ในความบาง โค้งงอ เหลือง และความยาวนานของมัน ل
لَا ٱلشَّمْسُ يَنۢبَغِى لَهَآ أَن تُدْرِكَ ٱلْقَمَرَ وَلَا ٱلَّيْلُ سَابِقُ ٱلنَّهَارِ ۚ وَكُلٌّۭ فِى فَلَكٍۢ يَسْبَحُونَ ﴿٤٠﴾
และสัญญาณของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์กลางคืน และกลางวัน ถูกกำหนดด้วยการกำหนดจากอัลลอฮ์ และจะไม่มีการล้ำเส้นไปจากที่กำหนดไว้ ดัง นั้นดวงอาทิตย์จะไม่ไล่ทันดวงจันทร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางหรือทำให้แสงของดวงจันทร์หายไป และกลางคืนก็จะไม่ล้ำหน้ากลางวัน โดยเข้าในเวลากลาง วันก่อนที่จะหมดเวลาของกลางวัน และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดนี้และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆและการโคจร เส้นทางของมันนั้นจะมีเป็นการเฉพาะของพวกมัน ด้วยการกำหนดของอัลลอฮ์และการดูแลของพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَءَايَةٌۭ لَّهُمْ أَنَّا حَمَلْنَا ذُرِّيَّتَهُمْ فِى ٱلْفُلْكِ ٱلْمَشْحُونِ ﴿٤١﴾
และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาที่แสดงถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์เช่นเดียวกัน และแสดงถึงความโปรดปราณของพระองค์ต่อปวงบ่าวของ พระองค์นั่นคือ เราได้บรรทุกผู้ที่รอดจากน้ำท่วมจากลูกหลานของอาดัมในสมัยนูฮไว้บนเรือที่เต็มไปด้วยสิ่งตางๆของอัลลอฮ์ และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ ทรงบรรทุกไว้ในเรือนั้นซึ่งทุกสิ่งเป็นคู่ๆ وخلقنا لهم من مثله ما يركبون
وَخَلَقْنَا لَهُم مِّن مِّثْلِهِۦ مَا يَرْكَبُونَ ﴿٤٢﴾
และสัญญาณสำหรับพวกเขาที่แสดงถึงความเป็นเอกภาพและความโปรดปราณของพระองค์ต่อปวงบ่าวของพระองค์ คือการที่เราได้สร้างให้พวกเขา ซึ่งเสมือนกับเรือของนูฮเพื่อให้พวกเขาขับขี่ وإن نشأ نغرقهم فلا صريخلهم ولا هم ينقذون
وَإِن نَّشَأْ نُغْرِقْهُمْ فَلَا صَرِيخَ لَهُمْ وَلَا هُمْ يُنقَذُونَ ﴿٤٣﴾
และถ้าเราต้องการที่จะให้พวกเขาจมน้ำ เราก็สามารถจมพวกเขาได้ แล้วจะไม่มีผู้ใดช่วยเหลือพวกเขาหากเราต้องการที่จะให้พวกเขาจม และจะไม่มีผู้ใด เป็นผู้ช่วยเหลือเมื่อพวกเขาได้จมน้ำตายด้วยคำสั่งและคำตัดสินของเรา إلا رحمة منا ومتعا إلى حين
إِلَّا رَحْمَةًۭ مِّنَّا وَمَتَـٰعًا إِلَىٰ حِينٍۢ ﴿٤٤﴾
เว้นแต่เราจะเมตตาพวกเขาโดยให้พวกเขาได้รอดจากการจมน้ำและให้พวกเขาได้กลับมีความสุขจนถึงเวลาที่กำหนดซึ่งจะไม่เกินไปกว่านั้น หวังว่า พวกเขาจะไตร่ตรองแล้วศรัทธา
وَإِذَا قِيلَ لَهُمُ ٱتَّقُوا۟ مَا بَيْنَ أَيْدِيكُمْ وَمَا خَلْفَكُمْ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ ﴿٤٥﴾
และเมื่อได้มีการกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นว่า "จงระวังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้าในเรื่องของอาคิเราะฮ์และความยากลำบาก ของมันเถิด และจงระวังดุนยาที่กำลังจะล่วงไป เพื่อหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงโปรดปรานพวกเจ้าด้วยความเมตตาของพระองค์" พวกเขาไม่ปฏิบัติตาม แต่พวกเขาผินหลังให้โดยไม่สนใจ وما تأتيهم من ءاية من ءايت ربهم إلا كانواعنها معرضين
وَمَا تَأْتِيهِم مِّنْ ءَايَةٍۢ مِّنْ ءَايَـٰتِ رَبِّهِمْ إِلَّا كَانُوا۟ عَنْهَا مُعْرِضِينَ ﴿٤٦﴾
และเมื่อใดก็ตามที่โองการต่างๆของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของพระองค์และบ่งบอกถึงความเป็นสิทธิสำหรับพระองค์เพียงหนึ่งเดียว ที่ควรแก่การทำอิบาดะฮ์ได้มายังบรรดาผู้ตั้งภาคี พวกเขาเหล่านั้นจะผินหลังให้แก่โองการเหล่านั้น โดยไม่พิจารณาใดๆต่อมัน
وَإِذَا قِيلَ لَهُمْ أَنفِقُوا۟ مِمَّا رَزَقَكُمُ ٱللَّهُ قَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لِلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ أَنُطْعِمُ مَن لَّوْ يَشَآءُ ٱللَّهُ أَطْعَمَهُۥٓ إِنْ أَنتُمْ إِلَّا فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٤٧﴾
فى ضلل مبين และเมื่อมีการกล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธว่า "พวกท่านจงช่วยเหลือบรรดาผู้ขัดสนและยากไร้ จากทรัพย์สินที่อัลลอฮ์ทรงประทานเป็นปัจจัยยังชีพแก่ พวกเจ้า" พวกเขาก็ะตอบโต้โดยกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า "เราจะให้อาหารแก่ผู้ที่หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์จะให้อาหารแก่เขา แน่นอนพระองค์ก็จะให้ แก่เขากระนั้นหรือ?! ดังนั้นพวกเราจะไม่ละเมิดความประสงค์ของพระองค์ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกท่านมิใช่อื่นใดเลยนอกจากอยู่ในการหลงผิด อย่างชัดแจ้งและห่างไกลจากความจริง" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هَـٰذَا ٱلْوَعْدُ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿٤٨﴾
และบรรดาผู้ปฏิเสธที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ พวกเขากล่าวว่า "โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย การฟื้นคืนชีพจะมาถึงเมื่อใดเล่า หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริงในสิ่งที่ พวกท่านได้พูดถึงว่ามันจะเกิดขึ้นจริง?! ما ينظرون إلا صيحة وحدة تأخذهم وهم يخصمون
مَا يَنظُرُونَ إِلَّا صَيْحَةًۭ وَٰحِدَةًۭ تَأْخُذُهُمْ وَهُمْ يَخِصِّمُونَ ﴿٤٩﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธการฟื้ นคืนชีพมิได้คอยสิ่งใดเลยนอกจากเสียงสังข์ครั้งแรกขณะที่สังข์ถูกเป่า แล้วเสียงนั้นก็มายังพวกเขาโดยทันทีที่พวกเขาอยู่ใน ความลุ่มหลงทางโลกของพวกเขาซึ่งการซื้อขาย การเกษตรและปศุสัตว์และอื่นๆ
فَلَا يَسْتَطِيعُونَ تَوْصِيَةًۭ وَلَآ إِلَىٰٓ أَهْلِهِمْ يَرْجِعُونَ ﴿٥٠﴾
เมื่อเสียงจากการเป่าสังข์มายังพวกเขาอย่างกะทันหัน พวกเขาไม่สามารถจะสั่งเสียกันและกันได้ และไม่สามารถจะกลับไปยังบ้านและครอบครัวของ พวกเขาได้ แต่พวกเขาจะตาย ในความลุ่มหลงนี้
وَنُفِخَ فِى ٱلصُّورِ فَإِذَا هُم مِّنَ ٱلْأَجْدَاثِ إِلَىٰ رَبِّهِمْ يَنسِلُونَ ﴿٥١﴾
และสังข์ก็จะถูกเป่าขึ้นเป็นครั้งที่สองเพื่อฟื้ นคืนชีพ ทันใดนั้นพวกเขาทั้งหมดจะออกจากหลุมฝังศพของพวกเขาไปยังพระผู้อภิบาลของพวกเขา อย่างรีบเร่งเพื่อรับการตัดสินและรับผลตอบแทน
قَالُوا۟ يَـٰوَيْلَنَا مَنۢ بَعَثَنَا مِن مَّرْقَدِنَا ۜ ۗ هَـٰذَا مَا وَعَدَ ٱلرَّحْمَـٰنُ وَصَدَقَ ٱلْمُرْسَلُونَ ﴿٥٢﴾
บรรดาผู้ปฏิเสธที่ปฏิเสธการฟื้ นคืนชีพเหล่านั้นได้กล่าวด้วยความเสียใจว่า "โอ้ความหายนะที่ประสบแก่เรา ใครกันเล่าที่ทำให้เราฟื้ นขึ้นจากหลุ่มฝังศพ ของเรา?!" และก็มีการตอบต่อคำถามของพวกเขาว่า "นี่แหละคือสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสัญญาไว้ แท้จริงมันต้องเกิดขึ้น และบรรดาเราะสูลมีความสัตย์จริง ต่อสิ่งที่พวกเขาได้ประกาศไว้จากพระผู้อภิบาลของพวกเขา" إن كانت إلا صيحة وحدة فإذا هم جميع لدينا محضرون
إِن كَانَتْ إِلَّا صَيْحَةًۭ وَٰحِدَةًۭ فَإِذَا هُمْ جَمِيعٌۭ لَّدَيْنَا مُحْضَرُونَ ﴿٥٣﴾
การฟื้ นคืนชีพจากหลุมฝังศพนั้นมิใช่อื่นใดเลยนอกจากเป็นผลของเสียงกัมปนาทครั้งที่สอง แล้วเมื่อนั้นพวกเขาทั้งหมดก็จะถูกนำมาปรากฏต่อ หน้าเราในวันกิยามะฮ์เพื่อสอบสวน
فَٱلْيَوْمَ لَا تُظْلَمُ نَفْسٌۭ شَيْـًۭٔا وَلَا تُجْزَوْنَ إِلَّا مَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٥٤﴾
ในวันนั้นการตัดสินจะเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม โอ้ ปวงบ่าวเอ๋ย พวกท่านจะไม่ถูกอธรรมแต่ประการใดเลย จะด้วยการเพิ่มของความชั่วหรือการลดลง ของความดี แต่พวกท่านจะได้รับการตอบแทน ในสิ่งที่พวกท่านได้ปฏิบัติไว้ในดุนยา
إِنَّ أَصْحَـٰبَ ٱلْجَنَّةِ ٱلْيَوْمَ فِى شُغُلٍۢ فَـٰكِهُونَ ﴿٥٥﴾
แท้จริงบรรดาชาวสวรรค์ในวันกิยามะฮ์นั้นไม่ว่างที่จะคิดถึงคนอื่น เพราะพวกเขาได้เห็นความสุขนิรันดร์ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แล้วพวกเขาจะเพลิดเพลิน ไปกับสิ่งนั้นอย่างมีความสุข
هُمْ وَأَزْوَٰجُهُمْ فِى ظِلَـٰلٍ عَلَى ٱلْأَرَآئِكِ مُتَّكِـُٔونَ ﴿٥٦﴾
พวกเขาและคู่ครองของพวกเขาต่างก็มีความสุขกันอยู่บนเตียงภายใต้ร่มเงาของสวรรค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร لهم فيها فكهة ولهم ما يدعون
لَهُمْ فِيهَا فَـٰكِهَةٌۭ وَلَهُم مَّا يَدَّعُونَ ﴿٥٧﴾
สำหรับพวกเขาในสรวงสวรรค์นั้นจะมีผลไม้มากมายหลายชนิด เช่น องุ่น มะเดื่อ และทับทิม และสำหรับพวกเขาจะมีทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการที่มี รสชาติและความสุขสำราญที่หลากหลายประเภท โดยทุกสิ่งที่พวกเขาขอนั้น มันจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา سلم قولا من رب رحيم
سَلَـٰمٌۭ قَوْلًۭا مِّن رَّبٍّۢ رَّحِيمٍۢ ﴿٥٨﴾
และสำหรับพวกเขาที่เหนือกว่าความสุขสำราญนั้นคือ คำกล่าว "การให้สลาม"(ความสันติเกิดขึ้นกับพวกเขา) ซึ่งเป็นคำให้สลามจากพระเจ้าผู้ทรง เมตตาพวกเขา เมื่อพระองค์ได้ให้สลามแก่พวกเขา ความสันติสุขก็จะเกิดขึ้นกับพวกเขาในทุกๆด้าน และพวกเขาจะได้รับคำทักทายที่ไม่มีคำทักทาย ใดๆที่สูงส่งไปกว่านี้
وَٱمْتَـٰزُوا۟ ٱلْيَوْمَ أَيُّهَا ٱلْمُجْرِمُونَ ﴿٥٩﴾
และมีคนกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีในวันกิยามะฮ์ว่า "พวกเจ้าจงแยกตัวออกจากบรรดาผู้ศรัทธาเถิด พวกเจ้าไม่เหมาะที่จะอยู่ร่วมกับพวกเขา เพราะ ความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนของพวกเจ้ากับผลตอบแทนของพวกเขาو และความแตกต่างระหว่างคุณลักษณะของพวกเจ้ากับของพวกเขา
۞ أَلَمْ أَعْهَدْ إِلَيْكُمْ يَـٰبَنِىٓ ءَادَمَ أَن لَّا تَعْبُدُوا۟ ٱلشَّيْطَـٰنَ ۖ إِنَّهُۥ لَكُمْ عَدُوٌّۭ مُّبِينٌۭ ﴿٦٠﴾
ข้ามิได้สั่งเสียและบัญชาพวกเจ้าผ่านคำพูดของเราะสูลของข้าและได้บอกถึงพวกเจ้าหรอกหรือ โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย! พวกเจ้าอย่าได้เคารพบูชา ชัยฏอนมารร้ายด้วยการปฏิบัติสิ่งที่เป็นการเนรคุณประเภทต่างๆและความชั่วต่างๆ แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจะเป็น ไปได้อย่างไรสำหรับผู้ที่มีสติปัญญาจะเคารพบูชาผู้ที่เป็นศัตรูของเขาที่แสดงออกถึงความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้ง?
وَأَنِ ٱعْبُدُونِى ۚ هَـٰذَا صِرَٰطٌۭ مُّسْتَقِيمٌۭ ﴿٦١﴾
และข้าได้สั่งพวกเจ้า โอ้ ลูกหลานอาดัมเอ๋ย ให้เคารพภักดีต่อข้าเพียงองค์เดียว และจงอย่าทำภาคีต่อสิ่งใดๆ พร้อมกับข้า เพราะการทำอิบาดะฮ์ต่อข้า และเชื่อฟังข้าผู้เดียวนั้น คือ เส้นทางที่เที่ยงตรงที่จะนำไปสู่ความพึงพอใจของข้าและสู่สรวงสวรรค์ แต่พวกเจ้าไม่ได้ปฏิบัติตามในสิ่งที่ข้าสั่งเสียและ ل สั่งให้พวกเจ้าปฏิบัติ
وَلَقَدْ أَضَلَّ مِنكُمْ جِبِلًّۭا كَثِيرًا ۖ أَفَلَمْ تَكُونُوا۟ تَعْقِلُونَ ﴿٦٢﴾
และโดยแน่นอนชัยฏอนได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากจากพวกเจ้าหลงทาง พวกท่านไม่มีสติปัญญาหรอกหรือที่จะคอยสั่งให้พวกเจ้าเชื่อฟังพระเจ้าของ พวกเจ้าและเคารพสักการะพระองค์เพียงองค์เดียวและคอยห้ามพวกเจ้าจากการเชื่อฟังชัยฏอนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้า?!
هَـٰذِهِۦ جَهَنَّمُ ٱلَّتِى كُنتُمْ تُوعَدُونَ ﴿٦٣﴾
นี่คือนรกญะฮันนัม ซึ่งพวกเจ้าถูกสัญญาไว้ในดุนยาต่อการปฏิเสธของพวกเจ้า และมันเคยเป็นสิ่งที่เร้นลับสำหรับพวกเจ้า แต่วันนี้พวกเจ้าจะเห็นมัน ด้วยสายตาของพวกเจ้า
ٱصْلَوْهَا ٱلْيَوْمَ بِمَا كُنتُمْ تَكْفُرُونَ ﴿٦٤﴾
วันนี้พวกเจ้าจงเข้าไปในนรกญะฮันนัม และจงรับความทุกข์ทรมานจากความร้อนของมัน เนื่องจากการปฏิเสธของพวกเจ้าต่ออัลลอฮ์ในชีวิตบนโลก ดุนยาของพวกเจ้า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
ٱلْيَوْمَ نَخْتِمُ عَلَىٰٓ أَفْوَٰهِهِمْ وَتُكَلِّمُنَآ أَيْدِيهِمْ وَتَشْهَدُ أَرْجُلُهُم بِمَا كَانُوا۟ يَكْسِبُونَ ﴿٦٥﴾
วันนี้(วันกิยามะฮ์)เราจะปิดผนึกปากของพวกเขา พวกเขาจะกลายเป็นใบ้จะไม่สามารถพูดปฏิเสธในสิ่งที่เขาได้กระทำซึ่งความอธรรมและบาปต่างๆได้ และมือของพวกเขาจะพูดแก่เราในสิ่งที่ได้ทำมาในดุนยา และเท้าของพวกเขาจะเป็นพยานตามที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ซึ่งความชั่วและที่ได้เดินไปหามัน
وَلَوْ نَشَآءُ لَطَمَسْنَا عَلَىٰٓ أَعْيُنِهِمْ فَٱسْتَبَقُوا۟ ٱلصِّرَٰطَ فَأَنَّىٰ يُبْصِرُونَ ﴿٦٦﴾
และหากเราประสงค์ให้ตาของพวกเขาบอดลง เราก็จะทำให้เขาตาบอดและไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย จากนั้นพวกเขาก็รีบไปที่สะพานเพื่อข้ามไปยัง สวรรค์ และช่างไกลนักที่พวกเขาจะข้ามไปได้เพราะการมองเห็นของพวกเขาได้จากพวกเขาไปแล้วي
وَلَوْ نَشَآءُ لَمَسَخْنَـٰهُمْ عَلَىٰ مَكَانَتِهِمْ فَمَا ٱسْتَطَـٰعُوا۟ مُضِيًّۭا وَلَا يَرْجِعُونَ ﴿٦٧﴾
และหากเราประสงค์ที่จะแปลงรูปของพวกเขาและให้พวกเขานั่งบนเท้าของพวกเขา เราก็จะแปลงรูปของเขาและให้เขานั่งบนเท้าของพวกเขา แล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถออกจากที่ของพวกเขาได้ พวกเขาไม่สามารถที่จะเดินไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้
وَمَن نُّعَمِّرْهُ نُنَكِّسْهُ فِى ٱلْخَلْقِ ۖ أَفَلَا يَعْقِلُونَ ﴿٦٨﴾
และผู้ใดที่เราทำให้เขามีชีวิตยืนยาวขึ้นแล้วเราจะให้เขาไปยังช่วงที่อ่อนแอ พวกเขาจะไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญและรู้ว่าสถานที่นี้ไม่ใช่สถานที่คงอยู่และ อมตะ และสถานที่ที่นิรันดร์คือปรโลก
وَمَا عَلَّمْنَـٰهُ ٱلشِّعْرَ وَمَا يَنۢبَغِى لَهُۥٓ ۚ إِنْ هُوَ إِلَّا ذِكْرٌۭ وَقُرْءَانٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٦٩﴾
และเรามิได้สอน บทกวีแก่มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และไม่เหมาะสมสำหรับเขาที่จะเป็นนักกวี เพราะมันมิใช่ลักษณะนิสัยของเขา และไม่ จำเป็นต้องตามกลุ่มชนของเขาเพื่อที่พวกท่านจะได้อ้างว่าเขาเป็นนักกวี สิ่งที่เราได้สอนเขานั้นมันไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลยนอกจากเป็นข้อตักเตือนและเป็น ي คัมภีร์อันชัดแจ้งสำหรับผู้ที่พินิจพิจารณา
لِّيُنذِرَ مَن كَانَ حَيًّۭا وَيَحِقَّ ٱلْقَوْلُ عَلَى ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٧٠﴾
เพื่อเตือนผู้ที่หัวใจของเขายังมีชีวิต ผู้ที่หยั่งรู้เขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมันจริงๆ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาสมควรที่จะได้รับการลงโทษ เมื่อหลัก ฐานของเราให้ปรากฏแก่พวกเขา ดังนั้นไม่มีสำหรับพวกเขาข้อแก้ตัวใดๆ
أَوَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّا خَلَقْنَا لَهُم مِّمَّا عَمِلَتْ أَيْدِينَآ أَنْعَـٰمًۭا فَهُمْ لَهَا مَـٰلِكُونَ ﴿٧١﴾
และพวกเขามิได้พิจารณาดูดอกหรือว่า เราได้สร้างปศุสัตว์ขึ้นมา แล้วพวกเขาก็ได้ครอบครองมัน และใช้มันเพื่อเป็นประโยชน์แก่พวกเขา وذللنها لهم فمنها ركوبهم ومنها يأكلون
وَذَلَّلْنَـٰهَا لَهُمْ فَمِنْهَا رَكُوبُهُمْ وَمِنْهَا يَأْكُلُونَ ﴿٧٢﴾
และเราได้ให้ความง่ายดายและทำให้มันยอมจำนนแก่พวกเขา และบางชนิดมันก็เป็นพาหนะใช้ขี่หลังและบรรทุกสัมภาระแก่พวกเขา และบางชนิดพวก เขาก็ใช้กินเป็นอาหาร
وَلَهُمْ فِيهَا مَنَـٰفِعُ وَمَشَارِبُ ۖ أَفَلَا يَشْكُرُونَ ﴿٧٣﴾
และพวกเขายังได้รับประโยชน์อื่นๆอีกมากมายนอกเหนือจากการขี่และกินเนื้อของมัน เช่น ขนของมัน หนัง และราคาของมัน บางส่วนพวกเขาก็ทำ เป็นพรมและเสื้อผ้า พวกเขายังทำเป็นเครื่องดืมที่มาจากน้ำนมของมัน แล้วพวกเขาจะไม่ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ได้ทรงประทานความโปรดปรานเหล่านี้และ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร อื่นๆ แก่พวกเขากระนั้นหรือ?!
وَٱتَّخَذُوا۟ مِن دُونِ ٱللَّهِ ءَالِهَةًۭ لَّعَلَّهُمْ يُنصَرُونَ ﴿٧٤﴾
และบรรดาผู้ตั้งภาคีได้ยึดเอาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์เป็นที่เคารพสักการะ หวังว่าพระเจ้าเหล่านั้นจะช่วยเหลือพวกเขา แล้วช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจาก การลงโทษของอัลลอฮ์ لا يستطيعون نصرهم وهم لهم جند محضرون
لَا يَسْتَطِيعُونَ نَصْرَهُمْ وَهُمْ لَهُمْ جُندٌۭ مُّحْضَرُونَ ﴿٧٥﴾
พระเจ้าที่พวกเขาเคารพสักการะนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวของพวกมันเองได้ และไม่สามารถช่วยเหลือผู้ที่เคารพสักการะพวกมันอื่นจากอัลลอฮ์ได้ เช่นกัน ในขณะที่พวกเขาและบรรดาเทวรูปของพวกเขาทั้งหมดจะถูกนำมาปรากฏตัวสู่การลงโทษ พวกเขาต่างก็จะปฏิเสธซึ่งกันและกัน
فَلَا يَحْزُنكَ قَوْلُهُمْ ۘ إِنَّا نَعْلَمُ مَا يُسِرُّونَ وَمَا يُعْلِنُونَ ﴿٧٦﴾
ดังนั้นเจ้า โอ้ เราะสูลเอ๋ย อย่าได้ให้คำพูดของพวกเขาเป็นที่เสียใจแก่เจ้าเลย ที่ว่า แท้จริงเจ้านั้นไม่ใช่ผู้ที่ถูกส่งมา หรือเจ้านั้นเป็นนักกวีและอื่นๆจาก การโกหกของพวกเขา แท้จริงเรารู้ดีถึงสิ่งที่พวกเขาปิดบัง และสิ่งที่พวกเขาเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากเราและเราจะตอบแทนการกระทำของ พวกเขา
أَوَلَمْ يَرَ ٱلْإِنسَـٰنُ أَنَّا خَلَقْنَـٰهُ مِن نُّطْفَةٍۢ فَإِذَا هُوَ خَصِيمٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٧٧﴾
มนุษย์ที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพจากความตาย มิได้คิดดูหรอกหรือว่าเราได้บังเกิดเขามาจากน้ำอสุจิ จากนั้นเขาก็ผ่านหลายขั้นตอนก่อนที่เขาจะเกิดและ เติบโตในที่สุดจากนั้นเขาก็กลายเป็นคนที่ถกเถียงและโต้เถียงกันมาก เขามิได้พิจารณาดูถึงสิ่งนั้นเพื่อเป็นการยืนยันถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ ฟื้ นคืนชีพหรอกหรือ?!
وَضَرَبَ لَنَا مَثَلًۭا وَنَسِىَ خَلْقَهُۥ ۖ قَالَ مَن يُحْىِ ٱلْعِظَـٰمَ وَهِىَ رَمِيمٌۭ ﴿٧٨﴾
ผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่รู้อะไรเลย ที่เอากระดูกที่สึกหรอมาเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นไปไม่ได้ของการฟื้นคืนชีพ และกล่าวว่า ใครกันเล่าที่จะทำให้ มันกลับคืน? และเขาลืมถึงที่มาของเขาเอง นั่นคือจากความว่างเปล่า
قُلْ يُحْيِيهَا ٱلَّذِىٓ أَنشَأَهَآ أَوَّلَ مَرَّةٍۢ ۖ وَهُوَ بِكُلِّ خَلْقٍ عَلِيمٌ ﴿٧٩﴾
โอ้ มุฮัมมัด จงตอบพวกเขาเถิดว่า ผู้ที่จะให้กระดูกที่เป็นผุยผงนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น คือผู้ที่เคยให้กำเนิดมันครั้งแรก ดังนั้นผู้ที่เคยสร้างมัน มาในครั้งแรกก็ย่อมสามารถที่จะสร้างให้มันกลับมีชีวิตอีกครั้ง เขาคือพระองค์ผู้สูงส่ง ผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ได้
ٱلَّذِى جَعَلَ لَكُم مِّنَ ٱلشَّجَرِ ٱلْأَخْضَرِ نَارًۭا فَإِذَآ أَنتُم مِّنْهُ تُوقِدُونَ ﴿٨٠﴾
ผู้ทรงทำให้พวกเจ้า โอ้ มวลมนุษย์เอ๋ย ได้มีไฟจากต้นไม้เขียวชื้น ดังนั้นพวกเจ้าก็ได้จุดมันจากเชื้อไฟนั้น ดังนั้นผู้ที่สามารถรวมสองสิ่งที่ตรงกันข้าม กัน ระหว่างความชื้นของต้นไม้ กับไฟที่ลุกไหม้ได้นั้น แน่นอนเขาผู้นั้นย่อมสามารถทำการฟื้ นชีพคนที่ตายได้
أَوَلَيْسَ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ بِقَـٰدِرٍ عَلَىٰٓ أَن يَخْلُقَ مِثْلَهُم ۚ بَلَىٰ وَهُوَ ٱلْخَلَّـٰقُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٨١﴾
พระองค์ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินสิ่งที่อยู่ในทั้งสองนั้นซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จะไม่ทรงสามารถที่จะฟื้ นคืนชีพคนตายหลังจากการตายของ พวกเขากระนั้นหรือ? แน่นอน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงสามารถ และพระองค์เป็นผู้ทรงสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่ทรงสร้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ผู้ทรงรอบรู้จะ ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้ต่อพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร
إِنَّمَآ أَمْرُهُۥٓ إِذَآ أَرَادَ شَيْـًٔا أَن يَقُولَ لَهُۥ كُن فَيَكُونُ ﴿٨٢﴾
แท้จริงพระบัญชาของอัลลอฮ์ เมื่อพระองค์ทรงประสงค์สิ่งใด พระองค์ก็จะตรัสแก่สิ่งนั้นว่า จงเป็น แล้วมันก็จะเป็นไปตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และหนึ่งในความประสงค์ของพระองค์นั้นคือการให้ชีวิต การให้ตาย การฟื้ นคืนชีพและอื่นๆ
فَسُبْحَـٰنَ ٱلَّذِى بِيَدِهِۦ مَلَكُوتُ كُلِّ شَىْءٍۢ وَإِلَيْهِ تُرْجَعُونَ ﴿٨٣﴾
ดังนั้น มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์และยิ่งใหญ่เหนือสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวถึงพระองค์ว่า พระองค์นั้นอ่อนแอ ซึ่งแท้จริงแล้วพระองค์คือผู้ทรงครอบ ครองเหนือทุกสิ่งและทรงจัดการในสิ่งนั้นตามที่พระองค์ทรงประสงค์ กุญแจของทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพวกเจ้าจะถูกนำกลับไปยัง พระองค์เพียงองค์เดียวในวันปรโลก แล้วพระองค์จะทรงตอบแทนการงานของพวกท่าน ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม
ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร