หน้าแรกตัฟซีรSaba (34)

ตัฟซีร Saba (34) — سبأ

มักกียะฮ์ · 54 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِى لَهُۥ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ وَلَهُ ٱلْحَمْدُ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ ۚ وَهُوَ ٱلْحَكِيمُ ٱلْخَبِيرُ ﴿١﴾

มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์ ซึ่งทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด ทั้งการสร้าง การครอบครองและการจัดการเป็น กรรมสิทธิ์ของพระองค์ และมวลการสรรเสริญในปรโลกเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการจัดการ และเป็นผู้ทรงรอบรู้เกี่ยวกับสภาพบ่าวของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้

يَعْلَمُ مَا يَلِجُ فِى ٱلْأَرْضِ وَمَا يَخْرُجُ مِنْهَا وَمَا يَنزِلُ مِنَ ٱلسَّمَآءِ وَمَا يَعْرُجُ فِيهَا ۚ وَهُوَ ٱلرَّحِيمُ ٱلْغَفُورُ ﴿٢﴾

พระองค์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เข้ามาในแผ่นดิน จากน้ำและพืชผล และทรงรอบรู้สิ่งที่ออกจากแผ่นดินจากพืชผลและอื่นๆ และทรงรอบรู้สิ่งที่ลงมาจาก ฟากฟ้า จากฝน มลาอีกะฮ์และริสกี และทรงรอบรู้สิ่งที่ขึ้นสู่ฟากฟ้าจากมลาอีกะฮ์และการงานของบ่าวและวิญญานของพวกเขา และพระองค์เป็นผู้ทรง เมตตาต่อบ่าวที่ศรัทธา ผู้ทรงอภัยต่อบาปสำหรับผู้ที่กลับใจ

وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَا تَأْتِينَا ٱلسَّاعَةُ ۖ قُلْ بَلَىٰ وَرَبِّى لَتَأْتِيَنَّكُمْ عَـٰلِمِ ٱلْغَيْبِ ۖ لَا يَعْزُبُ عَنْهُ مِثْقَالُ ذَرَّةٍۢ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَلَا فِى ٱلْأَرْضِ وَلَآ أَصْغَرُ مِن ذَٰلِكَ وَلَآ أَكْبَرُ إِلَّا فِى كِتَـٰبٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٣﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์กล่าวว่า "วันอวสานนั้นจะไม่มาถึงเราอย่างแน่นอน" จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- " หามิได้ ขอสาบานด้วย พระเจ้าของฉัน วันกิยามะฮ์ที่พวกเจ้าปฏิเสธมันจะเกิดขึ้นกับพวกท่านอย่างแน่นอน เพียงแค่ไม่รู้ว่าเมื่อไหรจะเกิดขึ้นเว้นแต่อัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้เพราะ พระองค์คือผู้ที่รอบรู้สิ่งที่เร้นลับเกี่ยวกับวันอวสานโลกและอื่นๆ ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ไม่รู้จากการกระทำของพวกเจ้าไม่มีแม้แต่น้ำหนักเพียงเท่าธุลีทั้ง ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และไม่มีแม้สิ่งที่เล็กยิ่งกว่านั้นหรือที่ใหญ่กว่านั้น จะรอดพ้นจากพระองค์ได้ เว้นแต่จะอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้งทั้งสิ้นคือ แผ่นจารึกที่ถูกรักษา ณ ที่อัลลอฮ์ ที่บันทึกไว้ทุกอย่างจะยังคงอยู่ถึงวันกิยามะฮ์

لِّيَجْزِىَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُم مَّغْفِرَةٌۭ وَرِزْقٌۭ كَرِيمٌۭ ﴿٤﴾

อัลลอฮ์ได้บันทึกทุกสิ่งที่พระองค์ทรงมีไว้ในแผ่นจารึกเพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนผู้ที่มีศรัทธาในพระองค์และทำความดี ดังนั้นบรรดาผู้ที่มี คุณลักษณะเหล่านี้จะได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮ์สำหรับความผิดของพวกเขา พระองค์จะไม่ทรงลงโทษพวกเขาจากควมชามผิดนั้น และพวกเขาจะ ได้รับปัจจัยยังชีพอย่างดีในวันกิยามะฮ์ ซึ่งเป็นสวรรค์ของพระองค์

وَٱلَّذِينَ سَعَوْ فِىٓ ءَايَـٰتِنَا مُعَـٰجِزِينَ أُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُمْ عَذَابٌۭ مِّن رِّجْزٍ أَلِيمٌۭ ﴿٥﴾

และบรรดาผู้ที่ทำงานหนักเพื่อทำลายโองการที่อัลลอฮ์ประทานลงมา พวกเขากล่าวว่า "เป็นมายากล" และยังกล่าวต่อท่านเราะสูลของเราว่า นักบวช นักมายากลและกวี บรรดาผู้ที่ให้คุณสมบัติต่างๆเหล่านั้นแก่ท่านเราะสูล ในวันกิยามะฮ์พวกเขาจะได้รับการลงโทษที่ร้ายแรงและรุนแรงที่สุด

وَيَرَى ٱلَّذِينَ أُوتُوا۟ ٱلْعِلْمَ ٱلَّذِىٓ أُنزِلَ إِلَيْكَ مِن رَّبِّكَ هُوَ ٱلْحَقَّ وَيَهْدِىٓ إِلَىٰ صِرَٰطِ ٱلْعَزِيزِ ٱلْحَمِيدِ ﴿٦﴾

และบรรดาผู้รู้ในยุคเศาะฮาบะฮ์และผู้ที่ศรัทธาในบรรดาผู้รู้จากชาวคัมภีร์ ตระหนักเห็นว่า แท้จริงสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานแก่เจ้านั้นคือวะฮ์ยู มันเป็น ความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆในนั้น และชี้นำไปสู่เส้นทางของผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีผู้ใดที่สามารถมีอำนาจเหนือพระองค์ได้ ผู้ทรงได้รับการสรรเสริญใน โลกดุนยาและอาคิเราะฮ์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ هَلْ نَدُلُّكُمْ عَلَىٰ رَجُلٍۢ يُنَبِّئُكُمْ إِذَا مُزِّقْتُمْ كُلَّ مُمَزَّقٍ إِنَّكُمْ لَفِى خَلْقٍۢ جَدِيدٍ ﴿٧﴾

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในอัลลอฮ์กล่าวแก่กันและกันระหว่างพวกเขาด้วยความประหลาดใจและเยาะเย้ยต่อสิ่งที่เราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม นำ มาว่า "เราจะชี้แนะพวกท่านถึงชายผคนหนึ่งซึ่งจะบอกแก่พวกเจ้าว่า เมื่อพวกเจ้าตายไปและได้แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว พวกเจ้าจะถูกทำให้ ฟื้ นขึ้นมาหลังจากที่ได้ตาย ขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง เอาไหม?!"

أَفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا أَم بِهِۦ جِنَّةٌۢ ۗ بَلِ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ فِى ٱلْعَذَابِ وَٱلضَّلَـٰلِ ٱلْبَعِيدِ ﴿٨﴾

พวกเขากล่าวว่า: ชายคนนี้ได้ประดิษฐ์เรื่องโกหกใส่อัลลอฮ์โดยอ้างว่าเราจะถูกให้ฟื้ นคืนชีพหลังจากที่เราเสียชีวิตหรือว่าเขาเป็นคนบ้าที่พูดในสิ่งที่ไม่ เป็นความจริง? มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขากล่าวอ้างเลย แต่ความจริงที่ว่าคือคนที่ไม่ศรัทธาในปรโลกนั้นตกอยู่ในการลงโทษอย่างรุนแรงในวันกิยา มะฮ์ และอยู่ในความหลงผิดที่ห่างไกลจากความจริงในโลกดุนยานี้

أَفَلَمْ يَرَوْا۟ إِلَىٰ مَا بَيْنَ أَيْدِيهِمْ وَمَا خَلْفَهُم مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَٱلْأَرْضِ ۚ إِن نَّشَأْ نَخْسِفْ بِهِمُ ٱلْأَرْضَ أَوْ نُسْقِطْ عَلَيْهِمْ كِسَفًۭا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَةًۭ لِّكُلِّ عَبْدٍۢ مُّنِيبٍۢ ﴿٩﴾

บรรดาผู้ที่ปฏิเสธการฟื้ นคืนชีพพวกเขามิได้เห็นหรอกหรือ ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาที่เป็นแผ่นดินและสิ่งที่มีอยู่เบื้องหลังพวกเขาที่เป็น ท้องฟ้าหรอกหรือ? หากเราประสงค์เราจะให้แผ่นดินสูบพวกเขาลงจากเบื้องล่างของพวกเขา และหากเราประสงค์ที่จะให้ส่วนหนึ่งส่วนใดจากท้องฟ้า หล่นลงมาบนพวกเขา เราก็จะทำให้มันลงทับพวกเขา นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับบ่าวทุกๆคนที่จะกลับไปสู่การเชื่อฟังพระเจ้าของเขา สิ่งเหล่านั้น บ่งบอกถึงความสามารถของอัลลอฮ์ ดังนั้นผู้ที่สามารถทำเช่นนั้นได้ก็จะสามารถฟื้ นคืนชีพพวกเจ้าหลังจากที่พวกเจ้าเสียชีวิตและร่างกายของพวก เจ้าฉีกขาดไปแล้วได้เช่นกัน

۞ وَلَقَدْ ءَاتَيْنَا دَاوُۥدَ مِنَّا فَضْلًۭا ۖ يَـٰجِبَالُ أَوِّبِى مَعَهُۥ وَٱلطَّيْرَ ۖ وَأَلَنَّا لَهُ ٱلْحَدِيدَ ﴿١٠﴾

และแน่นอนเราได้มอบความเป็นนบี และการเป็นกษัตริย์ให้แก่ดาวูด อลัยฮิสสลาม และเราได้กล่าวแก่ภูเขาว่า โอ้ภูเขาเอ๋ย จงกล่าวคำตัสบีห์(สุบฮา นัลลอฮ์)พร้อมกับดาวูด และเช่นเดียวกันนั้นเราได้กล่าวแก่ฝูงนก และเราได้ทำให้เหล็กยืดหยุ่นสำหรับเขา เพื่อเขาจะได้ประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ ที่เขา ต้องการ

أَنِ ٱعْمَلْ سَـٰبِغَـٰتٍۢ وَقَدِّرْ فِى ٱلسَّرْدِ ۖ وَٱعْمَلُوا۟ صَـٰلِحًا ۖ إِنِّى بِمَا تَعْمَلُونَ بَصِيرٌۭ ﴿١١﴾

และจงทำ โอ้ดาวูดเอ๋ย เสื้อเกราะที่กว้างมันจะได้ป้องกันนักรบของเจ้าจากการโจมตีจากศัตรูของพวกเขา และทำหมุดย้ำตามสัดส่วนของวงแหวนเพื่อ ไม่ให้ละเอียดเกินไปจนไม่เกาะอยู่ในนั้น หรือหนาเกินไปจนไม่พอดี และจงทำความดี แท้จริงฉันรอบรู้ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีสิ่งใดจากการกระทำ ของพวกเจ้า จะซ่อนเร้นจากฉันได้ และฉันจะตอบแทนพวกเจ้าตามสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ

وَلِسُلَيْمَـٰنَ ٱلرِّيحَ غُدُوُّهَا شَهْرٌۭ وَرَوَاحُهَا شَهْرٌۭ ۖ وَأَسَلْنَا لَهُۥ عَيْنَ ٱلْقِطْرِ ۖ وَمِنَ ٱلْجِنِّ مَن يَعْمَلُ بَيْنَ يَدَيْهِ بِإِذْنِ رَبِّهِۦ ۖ وَمَن يَزِغْ مِنْهُمْ عَنْ أَمْرِنَا نُذِقْهُ مِنْ عَذَابِ ٱلسَّعِيرِ ﴿١٢﴾

และเราได้ทำให้ลมเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกแก่สุลัยมานบุตรของดาวูด ซึ่งมันจะพัดไปในยามเช้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน และมันจะพัดกลับในยามเย็น เป็นเวลาหนึ่งเดือน และเราได้ให้ไหลมาแก่เขาซึ่งตาน้ำที่เป็นทองเหลืองเพื่อให้เขาได้ทำจากทองเหลืองนั้นซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ และเราได้อำนวยความ สะดวกแก่เขาด้วยการทำให้ในหมู่ญินนั้นได้ทำงานให้แก่เขาตามคำสั่ของพระผู้อภิบาลของเขาและผู้ใดในหมู่ญินหันเหจากพระบัญชาของเรา เราจะให้ เขาลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟลุกโชติช่วง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

يَعْمَلُونَ لَهُۥ مَا يَشَآءُ مِن مَّحَـٰرِيبَ وَتَمَـٰثِيلَ وَجِفَانٍۢ كَٱلْجَوَابِ وَقُدُورٍۢ رَّاسِيَـٰتٍ ۚ ٱعْمَلُوٓا۟ ءَالَ دَاوُۥدَ شُكْرًۭا ۚ وَقَلِيلٌۭ مِّنْ عِبَادِىَ ٱلشَّكُورُ ﴿١٣﴾

บรรดาญินเหล่านั้นต่างก็ทำงานให้แก่สุลัยมานตามสิ่งที่เขาต้องการ จะเป็นการสร้างมัสยิดเพื่อการละหมาดหรือจะเป็นคฤหาสน์ต่างๆ หรือจะเป็นที่เขา ต้องการที่เป็นรูปภาพต่างๆ จำพวกชามโคม อย่างเช่นที่เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ หม้อไว้ทำอาหารที่ไม่ขยับเขยื้อนได้เนื่องด้วยขนาดที่ใหญ่ของมัน และ เราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "จงทำงานเถิด โอ้วงศ์วานของดาวู๊ดเอ๋ย เพื่อเป็นการขอบคุณต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่อัลลอฮ์ที่ได้ประทานความโปรดปรานต่างๆ แก่พวกเจ้า" และส่วนน้อยมากในหมู่บ่าวของฉันที่จะเป็นผู้ที่ขอบคุณต่อฉันในสิ่งที่ฉันได้มอบความโปรดปรานให้

فَلَمَّا قَضَيْنَا عَلَيْهِ ٱلْمَوْتَ مَا دَلَّهُمْ عَلَىٰ مَوْتِهِۦٓ إِلَّا دَآبَّةُ ٱلْأَرْضِ تَأْكُلُ مِنسَأَتَهُۥ ۖ فَلَمَّا خَرَّ تَبَيَّنَتِ ٱلْجِنُّ أَن لَّوْ كَانُوا۟ يَعْلَمُونَ ٱلْغَيْبَ مَا لَبِثُوا۟ فِى ٱلْعَذَابِ ٱلْمُهِينِ ﴿١٤﴾

เมื่อเราได้ตัดสินให้สุลัยมานเสียชีวิต ญินไม่ได้รับรู้ว่าแท้จริงเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว เว้นแต่หลังจากที่ปลวกได้กัดกินไม้เท้าที่สุลัยมานพิงอยู่ และเมื่อสุ ลัยมานได้ล้มลง ทำให้เหล่าญินรับรู้ว่าพวกเขานั้นไม่รู้ในสิ่งเร้นลับ เพราะถ้าหากพวกเขารู้ถึงสิ่งนั้นแล้ว แน่นอนพวกเขาคงไม่ตกอยู่ในการลงโทษอัน อัปยศ นั่นคือสภาพการทำงานที่หนักของพวกเขาแก่สุลัยมาน เพราะพวกเขาคิดว่าสุลัยมานนั้นยังมีชีวิตอยู่กำลังเฝ้าดูพวกเขา

لَقَدْ كَانَ لِسَبَإٍۢ فِى مَسْكَنِهِمْ ءَايَةٌۭ ۖ جَنَّتَانِ عَن يَمِينٍۢ وَشِمَالٍۢ ۖ كُلُوا۟ مِن رِّزْقِ رَبِّكُمْ وَٱشْكُرُوا۟ لَهُۥ ۚ بَلْدَةٌۭ طَيِّبَةٌۭ وَرَبٌّ غَفُورٌۭ ﴿١٥﴾

غفور และโดยแน่นอนสำหรับชนเผ่าสะบะอ์นั้นในที่พำนักของพวกเขาซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพวกเขาเป็นสัญญาณที่มองเห็นได้ชัดจากความสามารถและ ความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์และสิ่งที่พระองค์ได้มอบให้แก่พวกเขาพวก นั้นคือสวนสองแห่ง แห่งหนึ่งในทางด้านขวาและอีกแห่งหนึ่งในทางด้านซ้ายและ เราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าและจงขอบคุณต่อพระองค์ต่อความโปรดปรานของ พระองค์ อันเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ และอัลลอฮ์นั้นเป็นพระเจ้าผู้ทรงอภัยต่อบาปสำหรับบ่าวที่กลับเนื้อกลับตัว

فَأَعْرَضُوا۟ فَأَرْسَلْنَا عَلَيْهِمْ سَيْلَ ٱلْعَرِمِ وَبَدَّلْنَـٰهُم بِجَنَّتَيْهِمْ جَنَّتَيْنِ ذَوَاتَىْ أُكُلٍ خَمْطٍۢ وَأَثْلٍۢ وَشَىْءٍۢ مِّن سِدْرٍۢ قَلِيلٍۢ ﴿١٦﴾

แต่พวกเขาได้ผินหลังต่อการสำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์และปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ เราลงโทษพวกเขาด้วยการเปลี่ยนจาก ความโปรดปรานเป็นการลงโทษ ดังนั้นเราได้ส่งน้ำท่วมที่ทำลายเขื่อนของพวกเขาและฟาร์มของพวกเขาให้จมอยู่ในน้ำและทดแทนพวกเขาด้วยสวน ผลไม้สองสวนด้วยผลที่รสขม และในทั้งสองสวนนั้นมีต้นไม้ที่ไร้ผลและต้นพุทราบ้างเล็กน้อย

ذَٰلِكَ جَزَيْنَـٰهُم بِمَا كَفَرُوا۟ ۖ وَهَلْ نُجَـٰزِىٓ إِلَّا ٱلْكَفُورَ ﴿١٧﴾

การเปลี่ยนแปลงนั้น -ที่เกิดขึ้นกับความโปรดปรานที่พวกเขาเคยได้รับไว้นั้น- เกิดขึ้นเพราะการเนรคุณของพวกเขาและการไม่สำนึกในความกรุณา ของอัลลอฮ์ และเราจะไม่ลงโทษด้วยการลงโทษอย่างรุนแรงนี้เว้นแต่ผู้ที่ปฏิเสธต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และเนรคุณต่อพระองค์

وَجَعَلْنَا بَيْنَهُمْ وَبَيْنَ ٱلْقُرَى ٱلَّتِى بَـٰرَكْنَا فِيهَا قُرًۭى ظَـٰهِرَةًۭ وَقَدَّرْنَا فِيهَا ٱلسَّيْرَ ۖ سِيرُوا۟ فِيهَا لَيَالِىَ وَأَيَّامًا ءَامِنِينَ ﴿١٨﴾

และเราได้ทำให้ระหว่างชาวสะบะอ์ในเยเมนและเมืองต่างๆของเมืองชามซึ่งเราได้ประทานความจำเริญแก่มัน มีหมู่บ้านมากมายที่ไม่ไกลจากกัน และเรา ได้ทำให้ระยะทางนั้นสั้นลง ด้วยการเดินทางผ่านหมู่บ้านต่อหมู่บ้านโดยไม่รู้สึกลำบากอะไรจนถึงเมืองชาม และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจง เดินทางไปตามที่เจ้าต้องการทั้งตอนกลางคืนหรือกลางวันจะอยู่ในความปลอดภัยจากศัตรูและความหิวกระหาย" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَقَالُوا۟ رَبَّنَا بَـٰعِدْ بَيْنَ أَسْفَارِنَا وَظَلَمُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ فَجَعَلْنَـٰهُمْ أَحَادِيثَ وَمَزَّقْنَـٰهُمْ كُلَّ مُمَزَّقٍ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكَ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّكُلِّ صَبَّارٍۢ شَكُورٍۢ ﴿١٩﴾

صبار شكور แต่พวกเขาปฏิเสธความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่กำหนดระยะทางให้สั้นลงแก่พวกเขาอย่างเย่อหยิ่งและพวกเขากล่าวว่า: "โอ้ พระผู้ภิบาลของเราโปรด ให้การเดินทางของเรายาวนานขึ้นโดยการขจัดเมืองเหล่านั้นออกไปเพื่อที่เราจะได้ลิ้มรสความเหน็ดเหนื่อยของการเดินทาง และเราจะทำให้เห็นถึง ความเป็นเลิศของพวกเราในการขี่ม้า”. และพวกเขาได้ทำอธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธความโปรดปรานของอัลลอฮ์อย่างเย่อหยิ่ง และไม่สำนึกใน ความกรุณาของอัลลอฮ์และอิฉฉาต่อคนยากคนจนในหมู่พวกเขา ดังนั้นเราจึงทำให้พวกเขากลายเป็นเรื่องเล่าที่คนภายหลังพูดถึง และเราได้ทำให้ พวกเขาแตกแยกกันหว่างพวกเขา ในสิ่งที่ได้กล่าวมานั้น -จากควาสุขต่างๆที่มีต่อชาวสะบะอ์ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ลงโทษพวกเขา เพราะการเนรคุณ และการเย่อหยิ่งของพวกเขา- มันคือบทเรียนสำหรับผู้ที่อดทนกับการเชื่อฟังอัลลอฮ์ ละทิ้งการเนรคุณต่อพระองค์ และอดทนต่อบททดสอบต่างๆ และสำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา

وَلَقَدْ صَدَّقَ عَلَيْهِمْ إِبْلِيسُ ظَنَّهُۥ فَٱتَّبَعُوهُ إِلَّا فَرِيقًۭا مِّنَ ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٢٠﴾

อิบลีสนั้นได้บรรลุสิ่งที่มันคิดว่ามันสามารถล่อลวงพวกเขาและทำให้พวกเขาหลงต่อสัจธรรมได้ และพวกเขาได้ปฏิบัติตามมันไปด้วยการปฏิเสธ ศรัทธาและหลงผิด ยกเว้นเพียงกลุ่มคนที่เชื่อมั่นศรัทธาต่ออัลลอฮ์เท่านั้น แท้จริงพวกเขาขัดขวางความต้องการของอิบลีสเพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะ ติดตามมัน

وَمَا كَانَ لَهُۥ عَلَيْهِم مِّن سُلْطَـٰنٍ إِلَّا لِنَعْلَمَ مَن يُؤْمِنُ بِٱلْـَٔاخِرَةِ مِمَّنْ هُوَ مِنْهَا فِى شَكٍّۢ ۗ وَرَبُّكَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍ حَفِيظٌۭ ﴿٢١﴾

حفيظ และอิบลีสไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพวกเขาในการเอาชนะพวกเขาเพื่อทำให้พวกเขาหลทาง แต่มันกระซิบให้เห็นการเนรคุณเป็นสิ่งสวยงามและหลอกลวง พวกเขา นอกจากเป็นการยินยอมจากให้อิบลีสทำเช่นนั้น เพื่อจะได้รู้โดยชัดแจ้งว่าใครศรัทธาในปรโลกและรางวัลที่เตรียมไว้ในนั้น และใครที่สงสัยวัน ปรโลก และพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น โอ้ท่านเราะสูล เป็นผู้ทรงดูแลคุ้มครองทุกสิ่งทุกอย่าง ทรงดูแลการงานของปวงบ่าว และเป็นผู้ทรงตอบแทนแก่ พวกเขาตามการงานเหล่านั้น

قُلِ ٱدْعُوا۟ ٱلَّذِينَ زَعَمْتُم مِّن دُونِ ٱللَّهِ ۖ لَا يَمْلِكُونَ مِثْقَالَ ذَرَّةٍۢ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَلَا فِى ٱلْأَرْضِ وَمَا لَهُمْ فِيهِمَا مِن شِرْكٍۢ وَمَا لَهُۥ مِنْهُم مِّن ظَهِيرٍۢ ﴿٢٢﴾

شرك وما له منهم من ظهير จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี จงเรียกบรรดาผู้ที่พวกเจ้าอ้างว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าของพวกเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ เพื่อจะให้พวกเจ้า ให้ประโยชน์แก่พวกเจ้าหรือช่วยแก้ผลกระทบแก่พวกเจ้า ทั้งที่พวกมันนั้นไม่ได้ครอบครองแม้แต่เพียงน้ำหนักเพียงเท่าธุลีทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและ แผ่นดิน และพวกมันไม่ได้มีหุ้นส่วนกับอัลลอฮ์ และสำหรับอัลลอฮ์นั้นมิได้มีผู้ช่วยเหลือที่คอยช่วยเหลือพระองค์ เพราะแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงมั่งมีที่ ไม่ต้องการหุ้นส่วนหรือผู้ช่วยเหลือใดๆ

وَلَا تَنفَعُ ٱلشَّفَـٰعَةُ عِندَهُۥٓ إِلَّا لِمَنْ أَذِنَ لَهُۥ ۚ حَتَّىٰٓ إِذَا فُزِّعَ عَن قُلُوبِهِمْ قَالُوا۟ مَاذَا قَالَ رَبُّكُمْ ۖ قَالُوا۟ ٱلْحَقَّ ۖ وَهُوَ ٱلْعَلِىُّ ٱلْكَبِيرُ ﴿٢٣﴾

การชะฟาอะฮ์ จะไม่เกิดประโยชน์อันใด ณ ที่พระองค์ นอกจากผู้ที่พระองค์ทรงอนุญาตแก่เขา และอัลลอฮ์จะไม่ทรงอนุญาตให้ทำการชะฟาอะฮ์ยกเว้น แด่ผู้ที่ได้รับความพึงพอใจ เนื่องด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และจากความยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้น คือเมื่อพระองค์ทรงตรัสในชั้นฟ้า บรรดามลา อีกะฮ์ก็จะกระพือปีกเพื่อยอมจำนนต่อสิ่งที่พระองค์ตรัส จนกระทั่งเมื่อความกลัวหายไปจากใจของพวกเขา บรรดามลาอิกะฮ์ก็ได้ถามญิบรีลว่า "พระเจ้าของพวกท่านได้ตรัสอะไรบ้าง? ญิบรีลตอบว่า "พระองค์ทรงตรัสความจริง" พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงสูงส่งด้วยกับตัวพระองค์เองและอำนาจ ของพระองค์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

۞ قُلْ مَن يَرْزُقُكُم مِّنَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ قُلِ ٱللَّهُ ۖ وَإِنَّآ أَوْ إِيَّاكُمْ لَعَلَىٰ هُدًى أَوْ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٢٤﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีว่า ใครเป็นผู้ที่ประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกท่านจากชั้นฟ้าทั้งหลายด้วยการทำให้ฝนตกลงมา และแผ่นดินด้วยการทำให้พืชผักและผลไม้ต่าง ๆ ได้งอกเงยขึ้นมา? จงกล่าวเถิดว่า "อัลลอฮ์คือผู้ที่ให้ปัจจัยแก่พวกเจ้าจากสิ่งเหล่านั้น" และแท้จริงไม่ เราก็พวกท่านแน่นอน โอ้ผู้ที่ตั้งภาคี (มุชรีกีน) ที่อยู่บนแนวทางที่ถูกต้องหรืออยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้งในเส้นทางนั้น และหนึ่งในเราไม่ได้อยู่ในที่ ตรงนั้นแน่นอน และไม่ต้องสงสัยเลยว่า แท้จริงบรรดาผู้ที่ได้รับทางนำพวกเขาคือบรรดาผู้ศรัทธาและบรรดาผู้ที่หลงผิดนั้นคือพวกที่ตั้งภาคี(มุ ชรีกีน)

قُل لَّا تُسْـَٔلُونَ عَمَّآ أَجْرَمْنَا وَلَا نُسْـَٔلُ عَمَّا تَعْمَلُونَ ﴿٢٥﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้ท่านเราะสูลว่า- พวกเจ้าจะไม่ถูกถามในวันกียามะฮ์เกี่ยวกับบาปของพวกเราที่ได้กระทำไป และพวกเราก็จะไม่ถูกถามเกี่ยว กับสิ่งที่พวกท่านได้กระทำเช่นกัน

قُلْ يَجْمَعُ بَيْنَنَا رَبُّنَا ثُمَّ يَفْتَحُ بَيْنَنَا بِٱلْحَقِّ وَهُوَ ٱلْفَتَّاحُ ٱلْعَلِيمُ ﴿٢٦﴾

จงกล่าวเถิดแก่พวกเขาเถิด -โอ้ มุฮัมมัด- อัลลอฮ์จะทรงนำพวกเราทั้งสองฝ่ายมารวมตัวกันในวันกิยามะฮ์ แล้วจะตัดสินระหว่างพวกเราและพวกเจ้า ด้วยความยุติธรรม ดังนั้นความชัดเจนก็เป็นที่ปรากฎว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกและฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงตัดสินที่มีความยุติธรรมที่สุด ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พระองค์ทรงตัดสิน

قُلْ أَرُونِىَ ٱلَّذِينَ أَلْحَقْتُم بِهِۦ شُرَكَآءَ ۖ كَلَّا ۚ بَلْ هُوَ ٱللَّهُ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٢٧﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้ท่านเราะซูล ว่า พวกท่านจงแสดงให้ฉันเห็นสิ่งที่พวกท่านได้นำไปตั้งเป็นภาคีร่วมกับอัลลอฮ์ ที่พวกท่านตั้งภาคีร่วมกับ พระองค์ในการเคารพอิบาอะฮ์ ไม่เลย มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเจ้าคิดว่าสำหรับอัลลอฮ์มีภาคี แต่พระองค์คืออัลลอฮ์ ผู้ทรงมีอำนาจซึ่งไม่มีใครจะเหนือ พระองค์ได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง ในการกำหนดและการจัดการของพระองค์

وَمَآ أَرْسَلْنَـٰكَ إِلَّا كَآفَّةًۭ لِّلنَّاسِ بَشِيرًۭا وَنَذِيرًۭا وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٢٨﴾

และเราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- เว้นแต่เพื่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้แจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่มีความยำเกรงด้วยสวรรค์แก่พวก เขา และเป็นผู้ตักเตือนให้หวาดกลัวแก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและผู้ที่กระทำผิดจากไฟนรก แต่ส่วนมากของมนุษย์นั้นไม่รู้ถึงสิ่งนี้ ถ้าพวกเขารู้พวก เขาจะไม่ปฏิเสธเจ้าอย่างแน่นอน

وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هَـٰذَا ٱلْوَعْدُ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿٢٩﴾

และบรรดาที่ตั้งภาคี (มุชรีกีน) ได้กล่าวเพื่อขอให้การลงโทษที่พวกเขาถูกทำให้กลัวนั้นได้มาเร็วๆ โดยพวกเขากล่าวว่า "เมื่อไรสัญญาแห่งการลงโทษนี้ จะมาถึง หากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริงในสิ่งที่พวกเจ้าได้เรียกร้องว่ามันคือความจริง? قل ل كم ميعاد يوم لا تستٔخرون عنهساعة ولا تستقدمون

قُل لَّكُم مِّيعَادُ يَوْمٍۢ لَّا تَسْتَـْٔخِرُونَ عَنْهُ سَاعَةًۭ وَلَا تَسْتَقْدِمُونَ ﴿٣٠﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ที่รีบเร่งในบทลงโทษ "สำหรับพวกเจ้านั้นมีวันที่ถูกกำหนดแล้ว พวกเจ้าจะไม่ล่าช้าแม้ชั่วขณะหนึ่งและจะไม่ เร็วก่อนเวลาที่กำหนดแม้ชั่วขณะหนึ่งเช่นกัน และวันนั้นคือวันกียามะฮ์นั้นเอง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لَن نُّؤْمِنَ بِهَـٰذَا ٱلْقُرْءَانِ وَلَا بِٱلَّذِى بَيْنَ يَدَيْهِ ۗ وَلَوْ تَرَىٰٓ إِذِ ٱلظَّـٰلِمُونَ مَوْقُوفُونَ عِندَ رَبِّهِمْ يَرْجِعُ بَعْضُهُمْ إِلَىٰ بَعْضٍ ٱلْقَوْلَ يَقُولُ ٱلَّذِينَ ٱسْتُضْعِفُوا۟ لِلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوا۟ لَوْلَآ أَنتُمْ لَكُنَّا مُؤْمِنِينَ ﴿٣١﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์กล่าวว่า "เราจะไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอ่านนี้ ที่มูฮัมมัดอ้างว่ามันถูกประทานลงมาแก่เขา และเราจะไม่ศรัทธาต่อ บรรดาคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาจากฟากฟ้าก่อนหน้านี้ และหากเจ้า โอ้ท่านเราะสูล ได้เห็นเมื่อบรรดาผู้ที่อธรรมจะถูกจับให้ยืนต่อหน้าพระเจ้าของพวก เขาในวันกียามะฮ์เพื่อสอบสวน พวกเขาก็จะซัดคำพูดระหว่างพวกเขากันไปมา พวกเขาจะตำหนิและโทษกันและกัน ผู้ที่ตามซึ่งเป็นผู้ที่อ่อนแอกล่าวแก่ เจ้านำของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาอ่อนแอในโลกดุนยานี้ว่า หากพวกท่านไม่ทำให้พวกเรานั้นหลงผิดแน่นอนเราเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อเราะสูล ของพระองค์

قَالَ ٱلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوا۟ لِلَّذِينَ ٱسْتُضْعِفُوٓا۟ أَنَحْنُ صَدَدْنَـٰكُمْ عَنِ ٱلْهُدَىٰ بَعْدَ إِذْ جَآءَكُم ۖ بَلْ كُنتُم مُّجْرِمِينَ ﴿٣٢﴾

บรรดาผู้ที่เป็นแกนนำซึ่งโอ้อวดตนเหนือความจริงได้พูดกับบรรดาผู้ที่ติดตามซึ่งพวกเขาถูกกดขี่ในโลกนี้ว่า “พวกเราคือผู้ขัดขวางพวกเจ้าจากคำ แนะนำที่มาถึงพวกเจ้าผ่านทางมูฮัมหมัดหรือ? ไม่ แต่ตัวพวกเจ้าเองต่างหากเป็นผู้อธรรม เป็นคนชั่ว และบ่อนทำลาย”

وَقَالَ ٱلَّذِينَ ٱسْتُضْعِفُوا۟ لِلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوا۟ بَلْ مَكْرُ ٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ إِذْ تَأْمُرُونَنَآ أَن نَّكْفُرَ بِٱللَّهِ وَنَجْعَلَ لَهُۥٓ أَندَادًۭا ۚ وَأَسَرُّوا۟ ٱلنَّدَامَةَ لَمَّا رَأَوُا۟ ٱلْعَذَابَ وَجَعَلْنَا ٱلْأَغْلَـٰلَ فِىٓ أَعْنَاقِ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ ۚ هَلْ يُجْزَوْنَ إِلَّا مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٣٣﴾

และบรรดาผู้อ่อนแอกล่าวแก่บรรดาผู้นำของพวกเขาที่หยิ่งยโสว่า “แท้จริงแล้วเราถูกกีดกันจากแนวทางที่ถูกต้องโดยอุบายการหลอกลวงของพวก เจ้าที่มีต่อเราทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อท่านเรียกร้องให้เราปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และตั้งภาคีต่อพระองค์” และพวกเขา (พวกสาวกผู้หลงผิด และ พวกที่เป็นผู้นำไปในทางที่ผิด) ได้ซ้อนความเสียใจจากความผิดพลาดที่ได้กระทำไว้ในอดีตที่ไม่ยอมศรัทธา เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษและพวก เขารู้ว่าพวกเขาต้องถูกลงโทษ และเราได้ใส่ตรวนที่คอของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในนรก พวกเขาจะไม่ได้รับการลงโทษอย่างที่พวกเขาเผชิญ นอกจากตามการกระทำของพวกเขาในโลกดุนยาที่เป็นการเคารพสักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ และกระทำสิ่งเนรคุณต่างๆ

وَمَآ أَرْسَلْنَا فِى قَرْيَةٍۢ مِّن نَّذِيرٍ إِلَّا قَالَ مُتْرَفُوهَآ إِنَّا بِمَآ أُرْسِلْتُم بِهِۦ كَـٰفِرُونَ ﴿٣٤﴾

“และเราไม่ส่งเราะสูลคนหนึ่งคนใดไปยังเมืองหนึ่งเมืองใด เพื่อเป็นการเตือนพวกเขาถึงการลงโทษของอัลลอฮ์ นอกจากจะมีบรรดาผู้มีความมั่งคั่ง ในบรรดาผู้มีอำนาจ ผู้มีตำแหน่งและผู้มีทรัพย์สิน จะกล่าวว่า "แท้จริงพวกเราปฏิเสธ ต่อสิ่งที่พวกเจ้านำมา โอ้เราะสูลเอ๋ย” وقالوا نحن أكثرأمولا وأولدا وما نحن بمعذ بين

وَقَالُوا۟ نَحْنُ أَكْثَرُ أَمْوَٰلًۭا وَأَوْلَـٰدًۭا وَمَا نَحْنُ بِمُعَذَّبِينَ ﴿٣٥﴾

และบรรดาผู้มีอำนาจได้กล่าวอย่างหยิ่งยโสว่า "พวกเรามีทรัพย์สินและลูกหลานมากกว่า และสิ่งที่คุณอ้างว่าพวกเราจะถูกทรมานนั้น มันเป็นเรื่อง โกหก แน่นอนพวกเราจะไม่ถูกทรมานทั้งในโลกนี้หรือในปรโลก"

قُلْ إِنَّ رَبِّى يَبْسُطُ ٱلرِّزْقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقْدِرُ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٣٦﴾

จงกล่าวเถิด โอ้ ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่หลงระเริงในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานให้ให้แก่เขาว่า "พระผู้อภิบาลของฉันนั้นเป็นผู้ที่กว้าง ขวางในการให้ปัจจัยยังชีพสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ให้แก่เขา เพื่อเป็นบททดสอบเขาว่าจะเป็นผู้ที่ขอบคุณและจะเป็นผู้ที่เนรคุณ และทรงให้ ปัจจัยนั้นคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงพระสงค์เพื่อเป็นการทดสอบแก่พวกเขา เพื่อจะดูว่าเขาจะเป็นผู้ที่อดทนหรือจะเป็นผู้ที่ไม่พอใจโวยวาย? แต่ มนุษย์ส่วนมากจะไม่รู้ว่า อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณ พระองค์ไม่ทรงกำหนดสิ่งใดๆ ไว้ล่วงหน้า เว้นแต่ด้วยวิทยปัญญาอันลึกซึ้ง จะเป็นที่รู้แก่บรรดา ผู้ที่รู้ และจะเป็นซ่อนเร้นแก่ผู้ที่ไม่รู้" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمَآ أَمْوَٰلُكُمْ وَلَآ أَوْلَـٰدُكُم بِٱلَّتِى تُقَرِّبُكُمْ عِندَنَا زُلْفَىٰٓ إِلَّا مَنْ ءَامَنَ وَعَمِلَ صَـٰلِحًۭا فَأُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُمْ جَزَآءُ ٱلضِّعْفِ بِمَا عَمِلُوا۟ وَهُمْ فِى ٱلْغُرُفَـٰتِ ءَامِنُونَ ﴿٣٧﴾

และไม่ใช่ทรัพย์สินหรือบุตรหลานของพวกท่านที่พวกท่านรู้สึกภูมิใจและที่จะนำพวกท่านไปสู่ความพึงพอใจของอัลลอฮ์ แต่สำหรับผู้ที่ศรัทธาต่อ อัลลอฮ์และกระทำความดีเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่างทวีคูณ ดังนั้นทรัพย์สินจะนำไปสู่การเข้าไกล้อัลลอฮ์ได้ ด้วยการบริจาคมันเพื่อแนวทางของ พระองค์ และลูกหลานก็ด้วยการขอดูอาอ์ให้แก่เขา ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธา ที่ประกอบคุณงามความดีนั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่าง ทวีคูณเพราะความดีที่พวกเขาได้กระทำ และพวกเขาจะอยู่ในสถานะที่สูงส่งในสรวงสววรค์ด้วยความปลอดภัยจากสิ่งทั้งหมดที่เขากลัว ไม่ว่าจะเป็นบท ลงโทษ การตายและความโปรดปรานถูกตัดขาด

وَٱلَّذِينَ يَسْعَوْنَ فِىٓ ءَايَـٰتِنَا مُعَـٰجِزِينَ أُو۟لَـٰٓئِكَ فِى ٱلْعَذَابِ مُحْضَرُونَ ﴿٣٨﴾

และบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาที่ทุ่ทเทความพยายามในการเบี่ยงเบนผู้คนออกจากโองการของเราและพยายามที่จะให้บรรลุเป้าหมายของพวกเขา ซึ่ง พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ขาดทุนในโลกดุนยานี้ที่จะเป็นผู้ถูกทรมานในปรโลก

قُلْ إِنَّ رَبِّى يَبْسُطُ ٱلرِّزْقَ لِمَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦ وَيَقْدِرُ لَهُۥ ۚ وَمَآ أَنفَقْتُم مِّن شَىْءٍۢ فَهُوَ يُخْلِفُهُۥ ۖ وَهُوَ خَيْرُ ٱلرَّٰزِقِينَ ﴿٣٩﴾

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล "แท้จริง พระผู้อภิบาลของฉัน ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงแผ่ปัจจัยยังชีพอย่างกว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จาก ปวงบ่าวของพระองค์ และทรงให้คับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ สิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคในทางของอัลลอฮ์ ดังนั้นอัลลอฮ์-ซุบฮานาฮูวะตะอาลา- จะทรงทดแทนมันให้แก่พวกท่านในโลกดุนยานี้โดยการมอบสิ่งที่ดีกว่าให้ และในโลกอาคีเราะฮ์พระองค์จะทรงให้ผลบุญตอบแทนอย่างงาม และ อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮฺ นั้นทรงเป็นผู้ที่ดีเลิศแห่งบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพ ดังนั้นผู้ใดที่แสวงในเรื่องปัจจัยยังชีพก็จงวอนขอต่อพระองค์ ซุบฮานะฮฺ

وَيَوْمَ يَحْشُرُهُمْ جَمِيعًۭا ثُمَّ يَقُولُ لِلْمَلَـٰٓئِكَةِ أَهَـٰٓؤُلَآءِ إِيَّاكُمْ كَانُوا۟ يَعْبُدُونَ ﴿٤٠﴾

และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย ในวันที่อัลลอฮ์ได้รวบรวมพวกเขาทั้งหมด แล้วพระองค์ ได้ตรัสแก่มลาอีกะฮ์ในเชิงตำหนิแก่พวกที่ตั้งภาคี (มุ ชริกีน) ว่า พวกเขาเหล่านี้ใช่ไหมที่เคารพสักการะต่อพวกเจ้าในตอนที่ใช้ชีวิตบนโลกดุนยาแต่ก่อนอื่นจากอัลลอฮ์?

قَالُوا۟ سُبْحَـٰنَكَ أَنتَ وَلِيُّنَا مِن دُونِهِم ۖ بَلْ كَانُوا۟ يَعْبُدُونَ ٱلْجِنَّ ۖ أَكْثَرُهُم بِهِم مُّؤْمِنُونَ ﴿٤١﴾

บรรดามลาอิกะฮ์ตอบว่า “พระองค์ทรงบริสุทธิ์และสูงสุด พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์ของเราไม่ใช่พวกเขา ดังนั้นไม่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างเรากับ พวกเขา แต่บรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเคารพสักการะต่อชัยตอน ซึ่งชัยตอนได้ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในฐานะมลาอิกะฮ์ ดังนั้นพวกเขาจึงบูชาต่อพวก เขาอื่นจากอัลลอฮ์ ส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาจะศรัทธาต่อพวกเขา" ر

فَٱلْيَوْمَ لَا يَمْلِكُ بَعْضُكُمْ لِبَعْضٍۢ نَّفْعًۭا وَلَا ضَرًّۭا وَنَقُولُ لِلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ ذُوقُوا۟ عَذَابَ ٱلنَّارِ ٱلَّتِى كُنتُم بِهَا تُكَذِّبُونَ ﴿٤٢﴾

วันแห่งการชุมนุมและคิดบัญชี บรรดาสิ่งที่ถูกเคารพที่พวกเขาเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮ์บนโลกดุนยาจะไม่ยังประโยชน์ใดๆให้แก่พวกเขาและไม่ ยังโทษใดๆให้แก่พวกเขาอีกด้วย และเราจะกล่าวแก่บรรดาผู้อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำความผิดของพวกเขาว่า พวกเจ้าจง ลิ้มรสการลงโทษของไฟนรกซึ่งพวกเจ้าได้ปฏิเสธมันบนโลกดุนยา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَإِذَا تُتْلَىٰ عَلَيْهِمْ ءَايَـٰتُنَا بَيِّنَـٰتٍۢ قَالُوا۟ مَا هَـٰذَآ إِلَّا رَجُلٌۭ يُرِيدُ أَن يَصُدَّكُمْ عَمَّا كَانَ يَعْبُدُ ءَابَآؤُكُمْ وَقَالُوا۟ مَا هَـٰذَآ إِلَّآ إِفْكٌۭ مُّفْتَرًۭى ۚ وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ لِلْحَقِّ لَمَّا جَآءَهُمْ إِنْ هَـٰذَآ إِلَّا سِحْرٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٤٣﴾

และเมื่อได้มีการอ่านโองการของเราที่ถูกประทานลงมาแก่เราะสูลของเราที่มีความชัดเจนไม่มีข้อสงสัยใดๆ ให้บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ฟัง (มุชริกีน) พวก เขาจะกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากชายคนหนึ่งที่ปรารถนาจะให้พวกท่านละทิ้งสิ่งที่บรรพบุรุษได้เคารสักการะกันมาในอดีต" และพวกเขากล่าว ต่อว่า "อัลกุรอานนี้ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก นอกจากเรื่องเท็จที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นแก่อัลลอฮ์" และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ได้กล่าวในเรื่องของอัลกุ รอานที่มายังพวกเขาจากอัลลอฮ์ว่า "นี่ก็ไม่ใช่อื่นใดเลย นอกจากเวทมนตร์อย่างชัดแจ้ง เพื่อทำให้แตกแยกระหว่างคนที่เป็นสามีกับภรรยา ระหว่าง พ่อกับลูก

وَمَآ ءَاتَيْنَـٰهُم مِّن كُتُبٍۢ يَدْرُسُونَهَا ۖ وَمَآ أَرْسَلْنَآ إِلَيْهِمْ قَبْلَكَ مِن نَّذِيرٍۢ ﴿٤٤﴾

และเราไม่ได้ประทานบรรดาคัมภีร์ให้แก่พวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้อ่าน จนกระทั่งเพื่อชี้แนะพวกเขาว่าอัลกุรอ่านนี้เป็นสิ่งโกหก ที่มูฮัมมัดได้อุปโลกน์ ขึ้น และเรามิได้ส่งบรรดาเราะสูลอื่นให้แก่พวกเขาก่อนที่จะส่งเจ้ามา โอ้ท่านเราะสูล เพื่อให้พวกเขากลัวจากการลงโทษของอัลลอฮ์

وَكَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ وَمَا بَلَغُوا۟ مِعْشَارَ مَآ ءَاتَيْنَـٰهُمْ فَكَذَّبُوا۟ رُسُلِى ۖ فَكَيْفَ كَانَ نَكِيرِ ﴿٤٥﴾

และบรรดาประชาชาติที่มาก่อนนั้นได้ปฏิเสธ อย่างเช่น กลุ่มอ๊าด ษะมูดและกลุ่มชนของลูฏ และบรรดาผู้ตั้งภาคี (มุชรีกูน) จากกลุ่มของเจ้า พวกเขา ไม่ถึงหนึ่งในสิบเมื่อเทียบกับกลุ่มชนก่อนหน้าเจ้าในด้านความแข็งแกร่ง อุปกรณ์ ความมั่งคั่ง และจำนวนคน แต่กลุ่มชนเหล่านั้นก็ได้ปฏิเสธเราะซูล ของพวกเขา ดังนั้นสิ่งเหล่านั้น ที่เราได้ให้พวกเขาจากทรัพย์สิน พละกำลังและจำนวนคน ไม่ได้ยังประโยชน์แก่พวกเขาเลยดังนั้นพวกเขาจึงตกอยู่ใน การลงโทษของข้า และเจ้าจงพิจารณาดู โอ้ท่านเราะสูล ว่าพวกเขาได้ปฏิเสธอย่างไร และพวกเขาได้รับบทลงโทษของฉันอย่างไร

۞ قُلْ إِنَّمَآ أَعِظُكُم بِوَٰحِدَةٍ ۖ أَن تَقُومُوا۟ لِلَّهِ مَثْنَىٰ وَفُرَٰدَىٰ ثُمَّ تَتَفَكَّرُوا۟ ۚ مَا بِصَاحِبِكُم مِّن جِنَّةٍ ۚ إِنْ هُوَ إِلَّا نَذِيرٌۭ لَّكُم بَيْنَ يَدَىْ عَذَابٍۢ شَدِيدٍۢ ﴿٤٦﴾

بينيدى عذاب شديد จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี (มุชรีกูน) ฉันขอชี้แนะและตักเตือนแก่พวกเจ้าเพียงข้อเดียว นั้นคือ พวกท่านจงยืนขึ้นเพื่ออัลลอฮ์ ที่ปราศจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ ครั้งละสองคนและคนเดียว แล้วคิดใคร่ครวญถึงเรื่องราวชีวิตสหายของพวกเจ้า และในสิ่งที่พวกเจ้ารู้เกี่ยวกับปัญญาของ เขา ความซื่อสัตย์ของเขา และความรับผิดชอบของเขา เพื่อพวกเจ้าจะได้รับความกระจ่างว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮฺวะซัลลัม นั้นไม่ได้เป็นคนบ้า เขามิใช่ใครอื่นเว้นแต่เป็นผู้เตือนพวกเจ้าถึงการลงโทษที่ที่รุนแรง หากพวกเจ้าไม่สำนึกตัวต่ออัลลอฮ์จากการตั้งภาคีต่อพระองค์

قُلْ مَا سَأَلْتُكُم مِّنْ أَجْرٍۢ فَهُوَ لَكُمْ ۖ إِنْ أَجْرِىَ إِلَّا عَلَى ٱللَّهِ ۖ وَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ شَهِيدٌۭ ﴿٤٧﴾

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่ปฏิเสธ "ว่าฉันไม่ได้ขอผลตอบแทนใดๆหรือรางวัลใดๆ จากพวกท่านสำหรับสิ่งที่ฉันได้นำมาแก่ พวกท่าน ที่เป็นทางนำและความดี -หากว่ารางวัลจะมีจริง- เพราะสิ่งเหล่านั้นสำหรับพวกเจ้า ผลตอบแทนของฉันมีอยู่ณ ที่อัลลอฮเพียงองค์เดียว พระองค์คือผู้ทรงเป็นพยานในทุกสิ่ง ดังนั้นพระองค์จึงเป็นพยานว่าฉันได้มาเผยแพร่ถึงพวกเจ้าแล้ว และทรงเป็นพยานในการงานของพวกเจ้า และ จะทรงตอบแทนแก่พวกเจ้า

قُلْ إِنَّ رَبِّى يَقْذِفُ بِٱلْحَقِّ عَلَّـٰمُ ٱلْغُيُوبِ ﴿٤٨﴾

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล ว่าแท้จริงพระเจ้าของฉันทรงให้ความจริงมีอำนาจเหนือความเท็จและทรงทำลายมัน เพราะพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่ เร้นลับ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และการงานของปวงบ่าวของพระองค์ก็จะไม่สามารถจะซ่อนเร้นจาก พระองค์เช่นกัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلْ جَآءَ ٱلْحَقُّ وَمَا يُبْدِئُ ٱلْبَـٰطِلُ وَمَا يُعِيدُ ﴿٤٩﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธา “ความจริงได้มาแล้ว คือ อิสลาม ความเท็จได้หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยและความแข็ง แกร่งใดๆ และจะไม่หวนคืนสู่อำนาจ”

قُلْ إِن ضَلَلْتُ فَإِنَّمَآ أَضِلُّ عَلَىٰ نَفْسِى ۖ وَإِنِ ٱهْتَدَيْتُ فَبِمَا يُوحِىٓ إِلَىَّ رَبِّىٓ ۚ إِنَّهُۥ سَمِيعٌۭ قَرِيبٌۭ ﴿٥٠﴾

๕๐ จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธา ว่า “หากฉันหลงทางจากความจริงในสิ่งที่ฉันได้เรียกร้องให้พวกเจ้าฟัง ดังนั้นโทษ ของการหลงผิดของฉันก็ถูกจำกัดไว้เฉพาะฉัน ไม่มีสิ่งใดที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเจ้าเลย และหากฉันได้รับการชี้นำไปยังพระองค์ ก็เพราะสิ่งที่พระผู้ อภิบาลของฉันทรงวะห์ยูแก่ฉัน แท้จริงพระองค์ทรงได้ยินถ้อยคำของบ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงอยู่ใกล้ เพื่อที่พระองค์จะทรงได้ยินสิ่งที่ฉันพูด โดยง่าย”

وَلَوْ تَرَىٰٓ إِذْ فَزِعُوا۟ فَلَا فَوْتَ وَأُخِذُوا۟ مِن مَّكَانٍۢ قَرِيبٍۢ ﴿٥١﴾

และหากเจ้าได้เห็น โอ้ท่านเราะสูล บรรดาผู้ปฏิเสธที่ตื่นตระหนกตกใจเมื่อพวกเขาได้เห็นกับตาถึงบทลงโทษในวันกียามะฮ์ แล้วพวกเขาไม่มีทางหนี รอด และไม่มีที่พึ่งเพื่อที่จะหลบหนี และพวกเขาถูกจับเอาไปจากสถานที่อันใกล้อย่างง่ายดายตั้งแต่แรกเห็น และหากเจ้าได้เห็นสิ่งนั้น แน่นอนถือว่า เจ้าได้เห็นสิ่งที่แปลกมาก

وَقَالُوٓا۟ ءَامَنَّا بِهِۦ وَأَنَّىٰ لَهُمُ ٱلتَّنَاوُشُ مِن مَّكَانٍۭ بَعِيدٍۢ ﴿٥٢﴾

และพวกเขาได้กล่าวหลังจากที่ได้เห็นชะตากรรมของพวกเขาว่า "พวกเราได้ศรัทธาต่อวันกียามะฮ์แล้ว การศรัทธาของพวกเขาจะเป็นที่ยอมรับได้ อย่างไร ในเมื่อพวกเขาได้ห่างไกลจากสถานที่แห่งการตอบรับการศรัทธาแล้ว ด้วยการออกจากโลกดุนยาซึ่งเป็นสถานที่แห่งการปฏิบัติ ไม่ใช่การ ตอบแทน สู่อาคิเราะฮ์ซึ่งเป็นที่แห่งการรับการตอบแทน ไม่มีการปฏิบัติอีกต่อไป?!

وَقَدْ كَفَرُوا۟ بِهِۦ مِن قَبْلُ ۖ وَيَقْذِفُونَ بِٱلْغَيْبِ مِن مَّكَانٍۭ بَعِيدٍۢ ﴿٥٣﴾

และการศรัทธาของพวกเขาจะเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร เมื่อพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาตอนที่ใช้ชีวิตในโลกดุนยา พวกเขาตั้งข้อสงสัยจากทิศทางที่ห่าง ไกลจากความจริง พวกเขาพูดถึงเราะสูล ว่า "เขาเป็นพ่อมด หมอผี และนักกวี?!

وَحِيلَ بَيْنَهُمْ وَبَيْنَ مَا يَشْتَهُونَ كَمَا فُعِلَ بِأَشْيَاعِهِم مِّن قَبْلُ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ فِى شَكٍّۢ مُّرِيبٍۭ ﴿٥٤﴾

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธเหล่านั้นได้ถูกห้ามจากการได้รับความสุขในชีวิตบนโลกดุนยาและการกลับใจจากการปฏิเสธศรัทธาและการพ้นจากไฟนรก และ การกลับคืนสู่ชีวิตบนโลกดุนยาอีกครั้ง ดังเช่นที่พระองค์ได้ทรงทำให้เป็นตัวอย่างไว้กับบรรดาประชาชาติที่ปฏิเสธก่อนพวกเขา ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น อยู่ในการสงสัยจากสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมา ในเรื่องการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์และการศรัทธาในการฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นการสงสัยที่นำไปสู่การ ปฏิเสธศรัทธา ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Saba — سبأ

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา