หน้าแรกตัฟซีรAl-An'aam (6)

ตัฟซีร Al-An'aam (6) — الأنعام

มักกียะฮ์ · 165 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ وَجَعَلَ ٱلظُّلُمَـٰتِ وَٱلنُّورَ ۖ ثُمَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ بِرَبِّهِمْ يَعْدِلُونَ ﴿١﴾

การอธิบายถึงคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบ และการสรรเสริญถึงคุณงามความดีอันประเสริฐที่มาพร้อมกับความรักนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้ทรง สร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยไม่มีต้นแบบอื่นมาก่อน และได้ทรงสร้างกลางวันและกลางคืนให้มันหมุนเวียนสลับกันไป ซึ่งกลางคืนพระองค์ได้ ทรงทำให้มันมีความมืดและกลางวันทรงทำให้มันมีแสงสว่าง ถึงอย่างไรก็ตามแต่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น ก็ยังให้(สิ่งอื่น) เท่าเทียมกับพระเจ้า ของเขา และกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นภาคีคู่กับพระองค์อยู่

هُوَ ٱلَّذِى خَلَقَكُم مِّن طِينٍۢ ثُمَّ قَضَىٰٓ أَجَلًۭا ۖ وَأَجَلٌۭ مُّسَمًّى عِندَهُۥ ۖ ثُمَّ أَنتُمْ تَمْتَرُونَ ﴿٢﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ยพระองค์คือผู้ที่ทรงบังเกิดพวกเจ้าจากดินที่ได้สร้างบิดาของพวกเจ้ามาจากมัน คือนบีอาดัม อลัยฮิสสลาม แล้วได้ทรงกำหนดเวลาการ ดำเนินชีวิตในโลกดุนยาของพวกเจ้า และทรงกำหนดเวลาที่ถูกระบุไว้อีกกำหนดหนึ่งที่ไมมีใครรู้ถึงเกี่ยวกับมันเว้นเสียแต่เขานั้นคือผู้ที่เป็นผู้ที่ บังเกิดพวกเจ้า ณ วันกิยามะฮฺ แต่แล้วพวกเจ้าก็ยังสงสัยในความปรีชาสามารถของพระองค์ต่อการบังเกิดให้ฟื้ นคืนชีพหลังความตาย

وَهُوَ ٱللَّهُ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَفِى ٱلْأَرْضِ ۖ يَعْلَمُ سِرَّكُمْ وَجَهْرَكُمْ وَيَعْلَمُ مَا تَكْسِبُونَ ﴿٣﴾

และพระองค์นั้นคือ พระเจ้าที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ทั้งในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดิน ไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดเป็นความลับต่อพระองค์ได้ ดังนั้น พระองค์ทรงรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นกำลังปกปิดจากสิ่งที่เป็นการตั้งเจตนา คำพูด หรือการงาน และสิ่งที่พวกเจ้ากำลังเปิดเผยมันจากสิ่งนั้น และ พระองค์ก็จะทรงตอบแทนมันต่อพวกเจ้า وما تأتيهم من ءاية من ءايت ربهم إلا كانواعنها معرضين

وَمَا تَأْتِيهِم مِّنْ ءَايَةٍۢ مِّنْ ءَايَـٰتِ رَبِّهِمْ إِلَّا كَانُوا۟ عَنْهَا مُعْرِضِينَ ﴿٤﴾

และไม่มีหลักฐานอันใดที่มายังบรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่มาจากพระเจ้าของพวกเขา เว้นเสียแต่พวกเขานั้นได้ทิ้งมันไป โดยไม่แยแสกับมันเลย แท้จริง หลักฐานที่เห็นได้ชัดและข้อพิสูจน์ต่างๆที่โจ่งแจ้งนั้น ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺก็ได้มายังพวกเขาแล้ว และโองการต่างๆ ที่ได้ชี้ให้ เห็นถึงความสัจจะของบรรดาศาสนทูตของพระองค์ก็ได้มายังพวกเขาเช่นเดียวกัน แต่แล้วพวกเขาก็ได้ปฏิเสธมัน โดยที่พวกเขาไม่สะทกสะท้านอะไร เกี่ยวกับมันเลย

فَقَدْ كَذَّبُوا۟ بِٱلْحَقِّ لَمَّا جَآءَهُمْ ۖ فَسَوْفَ يَأْتِيهِمْ أَنۢبَـٰٓؤُا۟ مَا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿٥﴾

และหากว่าพวกเขาได้ปฏิเสธหลักฐานอันชัดแจ้งและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอันนั้น แน่นอนพวกเขาได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่มันมีความชัดเจนยิ่งกว่า พวกเขาได้ ปฏิเสธต่อสิ่งที่มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม นำมาจากอัลกุรอ่าน และพวกเขาก็จะได้ทราบว่าสิ่งที่พวกเขาได้เคยเย้ยหยันมันเอาไว้นั้น จากสิ่งที่ ยังพวกเขามันคือ ความจริง ก็ต่อเมื่อตอนที่พวกเขานั้นได้เห็นถึงการลงโทษในวันกิยามะฮฺ

أَلَمْ يَرَوْا۟ كَمْ أَهْلَكْنَا مِن قَبْلِهِم مِّن قَرْنٍۢ مَّكَّنَّـٰهُمْ فِى ٱلْأَرْضِ مَا لَمْ نُمَكِّن لَّكُمْ وَأَرْسَلْنَا ٱلسَّمَآءَ عَلَيْهِم مِّدْرَارًۭا وَجَعَلْنَا ٱلْأَنْهَـٰرَ تَجْرِى مِن تَحْتِهِمْ فَأَهْلَكْنَـٰهُم بِذُنُوبِهِمْ وَأَنشَأْنَا مِنۢ بَعْدِهِمْ قَرْنًا ءَاخَرِينَ ﴿٦﴾

พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นมิได้รู้ดอกหรือว่า แนวทางการทำลายล้างของอัลลอฮฺที่มีต่อบรรดาประชาชาติที่เป็นผู้อธรรมนั้นเป็นเช่นใด?! แน่นอ นอัลลอฮฺนั้นได้ทำลายล้างหลายๆประชาชาติมาแล้วก่อนหน้าพวกเขา พระองค์ได้ให้พวกเขามีอำนาจและความสามารถในแผ่นดิน ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ ให้มีแก่พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น และพระองค์ได้ประทานฝนลงมายังพวกเขาอย่างต่อเนื่อง และพระองค์ได้ให้มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่าง ที่พักอาศัยของพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ แล้วพระองค์ก็ทำลายพวกเขาเสีย เนื่องด้วยการก่อกรรมทำบาปของพวกเขา และ พระองค์ได้สร้างให้มีขึ้นหลังจากพวกเขาซี่งประชาชาติอื่น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَوْ نَزَّلْنَا عَلَيْكَ كِتَـٰبًۭا فِى قِرْطَاسٍۢ فَلَمَسُوهُ بِأَيْدِيهِمْ لَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ إِنْ هَـٰذَآ إِلَّا سِحْرٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿٧﴾

และหากเราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า โอ้เราะซูล ซึ่งคัมภีร์ฉบับหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในกระดาษ และพวกเจ้าก็จงมองสังเกตมันด้วยดวงตาของพวกเจ้า และก็สร้างความมั่นใจจากสิ่งนั้น โดยการให้พวกเขาสัมผัสคัมภีร์นั้นด้วยมือของพวกเขาเอง แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน โดยปฏิเสธความ จริงทั้ง ๆที่รู้และสร้างความยุ่งยาก และแน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาย่อมกล่าวว่า สิ่งที่เจ้านำมันมานั้น มันมิใช่อื่นใดนอกจากมายากลอันชัดแจ้ง เท่านั้น ดังนั้นพวกเราก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน

وَقَالُوا۟ لَوْلَآ أُنزِلَ عَلَيْهِ مَلَكٌۭ ۖ وَلَوْ أَنزَلْنَا مَلَكًۭا لَّقُضِىَ ٱلْأَمْرُ ثُمَّ لَا يُنظَرُونَ ﴿٨﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นได้กล่าวว่า หากว่าอัลลอฮฺได้ให้มะลักลงมาเคียงกับมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม มาบอกกับเราและเป็นพยาน ว่าเขานั้นเป็นผู้ส่งสาร แน่นอนเราก็จะศรัทธา และหากว่าเราได้ให้มะลักลงมาตามแบบที่พวกเขาต้องการนั้น แน่นอนเราจะทรงทำลายล้างพวกเขาหาก พวกเขานั้นไม่ศรัทธา แล้วพวกเขาก็จะไม่ถูกประวิงเวลาให้เพื่อการกลับเนื้อกลับตัวหากเขานั้นได้ลงมา ولو جعلنهملكا ل جعلنهرجلا وللبسنا عليهم ما يلبسون

وَلَوْ جَعَلْنَـٰهُ مَلَكًۭا لَّجَعَلْنَـٰهُ رَجُلًۭا وَلَلَبَسْنَا عَلَيْهِم مَّا يَلْبِسُونَ ﴿٩﴾

และหากว่าเราได้ทำให้ผู้ส่งสารไปยังพวกเขานั้นกลายเป็นมะลัก แน่นอนเราก็ย่อมทำให้เขานั้นอยู่ในรูปของผู้ชาย เพื่อที่พวกเขานั้นสามารถรับฟังเขา และสืบทอดจากเขา แน่นอนพวกเขาไม่สามารถกระทำสิ่งนั้นได้กับมะลักบนรูปร่างที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงสร้างเขามา และหากเราได้ทำให้เขานั้นอยู่ในรูป ของผู้ชาย แน่นอนสิ่งนั้นย่อมเป็นที่คลุมเครือแก่พวกเขา

وَلَقَدِ ٱسْتُهْزِئَ بِرُسُلٍۢ مِّن قَبْلِكَ فَحَاقَ بِٱلَّذِينَ سَخِرُوا۟ مِنْهُم مَّا كَانُوا۟ بِهِۦ يَسْتَهْزِءُونَ ﴿١٠﴾

แล้วหากว่าพวกเขาเหล่านั้นเย้ยหยันด้วยการขอให้การลงมาของมะลักนั้นมาพร้อมกับเจ้า แน่นอนประชาชาติที่มาก่อนหน้าเจ้านั้นก็เคยเย้ยหยันบรรดา เราะซูลของพวกเขามาแล้ว ดังนั้นการลงโทษก็ได้ห้อมล้อมพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขานั้นต่อต้านเขา และเย้ยหยันต่อเขา ครั้งเมื่อตอนที่เขานั้นข่มขู่ พวกเขา

قُلْ سِيرُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ ثُمَّ ٱنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُكَذِّبِينَ ﴿١١﴾

จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ปฏิเสธที่เย้ยหยันเหล่านั้นว่า: พวกท่านจงเดินไปในแผ่นดินเถิด แล้วจงดูว่า ผลสุดท้ายของบรรดาผู้ปฏิเสธต่อ บรรดาเราะซูลของอัลลอฮฺนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนบทลงโทษของอัลลอฮฺก็ได้ประสบกับพวกเขาหลังจากที่พวกเขานั้นมีทั้งความแข็งแรงและ ความต้านทาน

قُل لِّمَن مَّا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ قُل لِّلَّهِ ۚ كَتَبَ عَلَىٰ نَفْسِهِ ٱلرَّحْمَةَ ۚ لَيَجْمَعَنَّكُمْ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ لَا رَيْبَ فِيهِ ۚ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ فَهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٢﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า: ใครคือเจ้าของบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลาย และเป็นเจ้าของแผ่นดิน และเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและ แผ่นดิน? จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า: ทั้งหมดมันเป็นของอัลลอฮฺ พระองค์ได้ทรงกำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของพระองค์ เป็นการยกให้เกียรติ ของพระองค์แด่ปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ถูกเร่งรีบด้วยกับบทลงโทษจนกระทั่งแม้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้กลับเนื้อกลับตัว พระองค์จะ ทรงรวบรวมพวกเขาทั้งหมดในวันกิยามะฮฺ นี่คือวันที่ไม่มีการสงสัยใด ๆในวันนั้น บรรดาผู้ที่ทำให้ตัวของพวกเขาขาดทุนเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธา ต่ออัลลอฮฺ พวกเขาก็จะไม่ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาก็จะทำให้ตัวของพวกเขานั้นอยู่กับการขาดทุน

۞ وَلَهُۥ مَا سَكَنَ فِى ٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ ۚ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْعَلِيمُ ﴿١٣﴾

และแด่อัลลอฮฺเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของทุก ๆสิ่ง จากสิ่งที่สงบเงียบอยู่ในเวลากลางคืนและกลางวัน และพระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำพูดของ พวกเขา ผู้ทรงรอบรู้ถึงการงานของพวกเขา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาบนมัน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ي

قُلْ أَغَيْرَ ٱللَّهِ أَتَّخِذُ وَلِيًّۭا فَاطِرِ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَهُوَ يُطْعِمُ وَلَا يُطْعَمُ ۗ قُلْ إِنِّىٓ أُمِرْتُ أَنْ أَكُونَ أَوَّلَ مَنْ أَسْلَمَ ۖ وَلَا تَكُونَنَّ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿١٤﴾

จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่เคารพบูชาพร้อมกันกับอัลลอฮฺซึ่งสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากพระองค์ จากบรรดาเจว็ดและสิ่งที่นอก เหนือจากมัน ว่า: สมองมันรับได้หรือ การที่ฉันนั้นจะเอาสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺมาเป็นที่พึ่งโดยการที่ฉันจะต้องขอความคุ้มครองจากเขาและ ขอความช่วยเหลือจากเขา?! ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินที่ไม่เหมือนกับสิ่งใดมาก่อน ฉะนั้นแล้วทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยถูกสร้างมา ก่อนเลย และพระองค์คือผู้ที่ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาบ่าวของพระองค์ และไม่มีใครคนใดจากบรรดาบ่าวของ พระองค์ที่คอยประทานปัจจัยยังชีพให้แก่พระองค์ ดังนั้นพระองค์คือผู้ที่ทรงร่ำรวยไปจากบรรดาบ่าวของพระองค์ และบรรดาบ่าวของพระองค์นั้นคือ บรรดาผู้ที่ขัดสนยังต้องพึ่งพระองค์อยู่จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า: แท้จริงพระผู้ทรงอภิบาล ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่งนั้น สั่งใช้ให้ฉันเป็นคนแรกที่สวามิภักดิ์ ต่ออัลลอฮฺและยอมจำนนต่อพระองค์ในประชาชาตินี้ และได้สั่งห้ามฉันว่าอย่าได้เป็นส่วนหนึ่งในหมู่ผู้ที่ตั้งสิ่งอื่นใดเป็นภาคีต่อพระองค์เด็ดขาด

قُلْ إِنِّىٓ أَخَافُ إِنْ عَصَيْتُ رَبِّى عَذَابَ يَوْمٍ عَظِيمٍۢ ﴿١٥﴾

จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า แท้จริงฉันกลัว หากฉันได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺด้วยการกระทำในสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงห้ามแก่ฉัน ซึ่งจากการตั้งภาคีและสิ่งที่ นอกเหนือจากนั้น หรือละทิ้งสิ่งที่พระองค์ได้สั่งใช้ฉันให้ปฏิบัติมัน ซึ่งจากการศรัทธาและสิ่งที่นอกเหนือจากนั้นจากการเชื่อฟังทั้งหลายที่พระองค์นั้น จะลงโทษฉัน ซึ่งการลงโทษที่ยิ่งใหญ่ในวันกิยามะฮฺ

مَّن يُصْرَفْ عَنْهُ يَوْمَئِذٍۢ فَقَدْ رَحِمَهُۥ ۚ وَذَٰلِكَ ٱلْفَوْزُ ٱلْمُبِينُ ﴿١٦﴾

ผู้ใดที่อัลลอฮฺทำให้เขานั้นห่างไกลจากบทลงโทษในวันกิยามะฮฺ แท้จริงเขานั้นได้รับชัยชนะแล้ว ด้วยกับความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮฺที่มอบให้แก่เขา และการรอดพ้นจากการลงโทษนั่น คือ ชัยชนะที่ชัดเจนที่ไม่มีชัยชนะใดที่จะเทียบเคียงเท่ามันได้

وَإِن يَمْسَسْكَ ٱللَّهُ بِضُرٍّۢ فَلَا كَاشِفَ لَهُۥٓ إِلَّا هُوَ ۖ وَإِن يَمْسَسْكَ بِخَيْرٍۢ فَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿١٧﴾

และหากว่าภัยพิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากอัลลอฮฺมันได้มาประสบกับเจ้า โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย แน่นอนไม่มีใครปกป้องภัยพิบัตินั้นไปจากพระองค์ ได้ นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น และหากความดีอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากพระองค์ได้มาประสบแก่เจ้า แน่นอนไม่มีใครห้ามมันได้จากสิ่งนั้น และไม่มีใคร สามารถปฏิเสธความประเสริฐของมันได้ ดังนั้นพระองค์ คือ ผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

وَهُوَ ٱلْقَاهِرُ فَوْقَ عِبَادِهِۦ ۚ وَهُوَ ٱلْحَكِيمُ ٱلْخَبِيرُ ﴿١٨﴾

และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ที่มีความต่ำต้อยอันเหมาะสมแล้วสำหรับพวกเขา พระองค์เป็นผู้ทรงสูงส่งเหนือพวกเขาในทุก ๆ ด้าน ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์อ่อนแอได้ และไม่มีใครจะชนะเหนือพระองค์ได้ ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้พระองค์ พระองค์ทรงอยู่เหนือปวงบ่าวของ พระองค์ตามความเหมาะสมสำหรับพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การบริหาร และการบัญญัติของพระองค์ เอง ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلْ أَىُّ شَىْءٍ أَكْبَرُ شَهَـٰدَةًۭ ۖ قُلِ ٱللَّهُ ۖ شَهِيدٌۢ بَيْنِى وَبَيْنَكُمْ ۚ وَأُوحِىَ إِلَىَّ هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانُ لِأُنذِرَكُم بِهِۦ وَمَنۢ بَلَغَ ۚ أَئِنَّكُمْ لَتَشْهَدُونَ أَنَّ مَعَ ٱللَّهِ ءَالِهَةً أُخْرَىٰ ۚ قُل لَّآ أَشْهَدُ ۚ قُلْ إِنَّمَا هُوَ إِلَـٰهٌۭ وَٰحِدٌۭ وَإِنَّنِى بَرِىٓءٌۭ مِّمَّا تُشْرِكُونَ ﴿١٩﴾

ئ ى إ จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีและปฏิเสธเจ้าว่า: สิ่งใดเล่าที่จะประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่สุดในการเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน? จง กล่าวเถิดว่า: อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐยิ่งผู้ทรงเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน พระองค์คือผู้เป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า พระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่ฉันได้นำมันมาแก่พวกเจ้า และสิ่งพวกเจ้ากำลังจะโต้แย้งมัน และแท้จริงนั้นอัลลอฮฺได้ประทานวะฮฺยูให้แก่ฉัน คืออัลกุรอ่าน เพื่อที่ฉันจะได้ใช้มันตักเตือนพวกเจ้า และใช้มันตักเตือนทั้งหมู่มนุษย์และญิน โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี พวกท่านจะยังศรัทธาและเคารพสักการะสิ่งอื่น ร่วมกับอัลลอฮฺกระนั้นหรือ จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า: ฉันจะไม่รับรองในสิ่งที่พวกท่านนั้นเห็นด้วยกับมัน มันไร้ประโยชน์ จงกล่าวเถิด แท้จริง อัลลอฮฺนั้นคือพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และแท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกเจ้าตั้งมันเป็นภาคีกับพระองค์ ทั้งหมด

ٱلَّذِينَ ءَاتَيْنَـٰهُمُ ٱلْكِتَـٰبَ يَعْرِفُونَهُۥ كَمَا يَعْرِفُونَ أَبْنَآءَهُمُ ۘ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ فَهُمْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿٢٠﴾

บรรดายิวที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-เตารอฮฺแก่พวกเขา และบรรดาคริสเตียนที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-อินญีลแก่พวกเขาเช่นกันนั้น พวกเขารู้จักท่านนบีมูฮัมมัด ดียิ่ง เช่นเดียวกับการที่พวกเขารู้จักลูก ๆ ของพวกเขาเอง อย่างไรก็จะไม่สับสนกับลูก ๆ ของคนอื่น ดังนั้นพวกเขาเองต่างหากที่ทำให้พวกเขา ขาดทุนโดยยอมตกนรก โดยที่พวกเขาไม่ยอมศรัทธา

وَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّنِ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا أَوْ كَذَّبَ بِـَٔايَـٰتِهِۦٓ ۗ إِنَّهُۥ لَا يُفْلِحُ ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿٢١﴾

ไม่มีผู้ใดที่เป็นผู้อธรรมยิ่งกว่าผู้ที่เขานั้นได้ตั้งภาคีให้แก่อัลลอฮฺ แล้วเขาได้เคารพสักการะมันพร้อมกันกับพระองค์ หรือปฏิเสธบรรดาโองการของ พระองค์ที่ได้ประทานมันลงมาแก่ศาสนทูตของพระองค์ แท้จริงบรรดาผู้อธรรมนั้นได้ตั้งคู่ภาคีให้แก่อัลลอฮฺ และปฏิเสธบรรดาโองการของพระองค์ พวกเขาจะไม่ได้รับความสำเร็จตลอดกาล หากว่าพวกเขานั้นไม่กลับเนื้อกลับตัว

وَيَوْمَ نَحْشُرُهُمْ جَمِيعًۭا ثُمَّ نَقُولُ لِلَّذِينَ أَشْرَكُوٓا۟ أَيْنَ شُرَكَآؤُكُمُ ٱلَّذِينَ كُنتُمْ تَزْعُمُونَ ﴿٢٢﴾

และจงรำลึกถึงวันกิยามะฮฺ ในขณะที่เรากำลังรวบรวมพวกเขาทั้งมวลไว้ เราจะไม่ให้ใครสักคนออกไปจากพวกเขา แล้วเราก็จะกล่าวแก่บรรดาผู้ที่พวก เขานั้นได้เคารพสักการะผู้อื่นพร้อมกับอัลลอฮฺ เพื่อเป็นการตำหนิแก่พวกเขาว่า: ไหนเล่า บรรดาภาคีของพวกเจ้าที่พวกเจ้าอ้างกัน ที่โกหกว่าพวกเขา นั้นคือบรรดาภาคีของอัลลอฮฺ

ثُمَّ لَمْ تَكُن فِتْنَتُهُمْ إِلَّآ أَن قَالُوا۟ وَٱللَّهِ رَبِّنَا مَا كُنَّا مُشْرِكِينَ ﴿٢٣﴾

หลังจากนั้นการแก้ขอตัวพวกเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นเลย หลังจากการทดสอบครั้งนี้ นอกจากพวกเขาปลีกตัวจากบรรดาสิ่งสักการะของพวกเขา และพวก เขาก็ได้กล่าวแบบโกหกว่า: ข้าพระองค์ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าของพวกเรา พวกข้าพระองค์นั้นไม่เคยเป็นบรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นต่อ พระองค์เลย แต่ทว่าพวกเรานั้นเป็นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ต่างหาก เป็นบรรดาผู้ให้ความเป็นเอกภาพต่อพระองค์

ٱنظُرْ كَيْفَ كَذَبُوا۟ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ ۚ وَضَلَّ عَنْهُم مَّا كَانُوا۟ يَفْتَرُونَ ﴿٢٤﴾

จงดูเถิด โอ้มุฮัมมัด ว่า พวกเขาได้โกหกอย่างไรแก่ตัวของพวกเขาเองด้วยการปฏิเสธของพวกเขา ซึ่งการตั้งภาคีให้พ้นไปจากตัวของพวกเขา และให้ หายไปจากพวกเขา และการหักหลังของพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขาเคยอุปโลกน์มันขึ้นมาเอง จากบรรดาคู่ภาคีที่พร้อมกับอัลลอฮฺในชีวิตดุนยาของพวก เขา?! بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمِنْهُم مَّن يَسْتَمِعُ إِلَيْكَ ۖ وَجَعَلْنَا عَلَىٰ قُلُوبِهِمْ أَكِنَّةً أَن يَفْقَهُوهُ وَفِىٓ ءَاذَانِهِمْ وَقْرًۭا ۚ وَإِن يَرَوْا۟ كُلَّ ءَايَةٍۢ لَّا يُؤْمِنُوا۟ بِهَا ۚ حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءُوكَ يُجَـٰدِلُونَكَ يَقُولُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ إِنْ هَـٰذَآ إِلَّآ أَسَـٰطِيرُ ٱلْأَوَّلِينَ ﴿٢٥﴾

และในหมู่พวกที่ตั้งภาคีนั้นมีผู้ที่สดับฟังเจ้าอยู่บ้าง โอ้เราะซูล ครั้นเมื่อเจ้านั้นได้อ่านอัลกุรอ่าน แต่พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขาฟังมัน เลย เพราะว่าแท้จริงเรานั้นได้ทำให้มีสิ่งปิดกั้นอยู่บนหัวใจของพวกเขา จนกระทั่งพวกเขาไม่เข้าใจอัลกุรอ่านเพราะด้วยความดื้อรั้นของพวกเขาและ การหันหลังให้ของพวกเขา และเราได้ให้ในหูของพวกเขามีความหนวกอยู่ด้วยให้หลุดพ้นไปจากการฟังที่เป็นประโยชน์ และหากพวกเขาเห็นสัญญาณ ต่างๆที่ชัดเจนและข้อโต้แย้งที่เห็นได้ชัด พวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อสิ่งนั้น จนกระทั่งพวกเขาได้มาหาเจ้า แล้วก็จะโต้เถียงกับเจ้าด้วยความเท็จต่อความ จริง บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้นจะกล่าวว่า: สิ่งที่เจ้านำมันมานั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากมันเป็นสิ่งที่นำมาจากบรรดาหนังสือของคนก่อน ๆ เท่านั้น (นิยายโบราณ)

وَهُمْ يَنْهَوْنَ عَنْهُ وَيَنْـَٔوْنَ عَنْهُ ۖ وَإِن يُهْلِكُونَ إِلَّآ أَنفُسَهُمْ وَمَا يَشْعُرُونَ ﴿٢٦﴾

และพวกเขาได้ห้ามผู้คนจากการศรัทธาต่อเราะซูลและได้ทำให้ห่างไกลไปจากเขา ดังนั้นพวกเขาก็จะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ได้รับประโยชน์จากมัน และ พวกเขาจะไม่ได้รับประโยชน์เลย และพวกเขาจะไม่ทำให้ใครพินาศด้วยการกระทำของพวกเขาอันนี้ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น และพวกเขาก็ ไม่รู้เลยสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำมันอยู่นั้น สำหรับมันแล้ว คือ การทำให้พินาศ

وَلَوْ تَرَىٰٓ إِذْ وُقِفُوا۟ عَلَى ٱلنَّارِ فَقَالُوا۟ يَـٰلَيْتَنَا نُرَدُّ وَلَا نُكَذِّبَ بِـَٔايَـٰتِ رَبِّنَا وَنَكُونَ مِنَ ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿٢٧﴾

และหากเจ้าจะได้เห็น โอ้เราะซูล ขณะที่พวกเขาถูกให้หยุดยืนเบื้องหน้าไฟนรกในวันกิยามะฮฺนั้น แล้วพวกเขาก็จะกล่าวอย่างสลดใจว่า: โอ้! หวังว่าเราจะ ถูกนำกลับไปยังโลกดุนยา และเราก็จะไม่ปฏิเสธบรรดาโองการแห่งพระเจ้าของเราอีก และเราก็จะได้กลายเป็นผู้ที่อยู่ในหมู่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แน่นอนเจ้าจะได้เห็นอย่างประหลาดใจถึงสถานภาพอันเลวร้ายของพวกเขา

بَلْ بَدَا لَهُم مَّا كَانُوا۟ يُخْفُونَ مِن قَبْلُ ۖ وَلَوْ رُدُّوا۟ لَعَادُوا۟ لِمَا نُهُوا۟ عَنْهُ وَإِنَّهُمْ لَكَـٰذِبُونَ ﴿٢٨﴾

มันไม่ใช่เรื่องอะไรเลยของพวกเขา ดังสิ่งที่พวกเขานั้นได้กล่าวมาว่า หากว่าพวกเขาได้ถูกให้กลับไปแน่นอนพวกเขาก็จะศรัทธา แต่ทว่าได้ประจักษ์แก่ พวกเขาแล้ว สิ่งที่พวกเขาปกปิดไว้จากคำพูดของพวกเขาที่ว่า: (ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกเรานั้นไม่ได้เป็นบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเลย) ในขณะที่อวัยวะ ของพวกเขานั้นได้เป็นสักขีพยานต่อพวกเขา และแม้ว่าพวกเขาถูกให้กลับไปยังโลกดุนยา แน่นอนพวกเขาก็กลับกระทำอีกในสิ่งที่พวกเขาถูกห้ามไว้ จากการปฏิเสธและการตั้งภาคี และแท้จริงพวกเขาคือผู้ที่กล่าวเท็จในการให้สัญญาของพวกเขาว่าจะศรัทธาหากว่าพวกเขาได้กลับไป

وَقَالُوٓا۟ إِنْ هِىَ إِلَّا حَيَاتُنَا ٱلدُّنْيَا وَمَا نَحْنُ بِمَبْعُوثِينَ ﴿٢٩﴾

และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นได้กล่าวว่า: ไม่มีชีวิตไหนแล้ว นอกจากการดำรงชีวิตของเราในโลกนี้ และพวกเราก็ไม่ใช่ผู้ที่ถูกให้ฟื้นคืนชีพมาอีกเพื่อ การสอบสวน

وَلَوْ تَرَىٰٓ إِذْ وُقِفُوا۟ عَلَىٰ رَبِّهِمْ ۚ قَالَ أَلَيْسَ هَـٰذَا بِٱلْحَقِّ ۚ قَالُوا۟ بَلَىٰ وَرَبِّنَا ۚ قَالَ فَذُوقُوا۟ ٱلْعَذَابَ بِمَا كُنتُمْ تَكْفُرُونَ ﴿٣٠﴾

และหากว่าเจ้า โอ้เราะซูล จะได้เห็น ขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพถูกให้ยืนอยู่ในระหว่างพระหัตทั้งสอง แน่นอนเจ้าจะได้เห็นอย่างแปลกใจถึง สภาพของพวกอันเลวร้าย ครั้นเมื่อตอนที่อัลลอฮฺได้ทรงตรัสแก่พวกเขาว่า: นี่มิใช่การพื้นคืนชีพใหม่ดอกหรือ ที่พวกเจ้านั้นเคยปฏิเสธมันอย่างมั่นใจ เที่ยงแท้แน่นอน โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้งและข้อสงสัยใดๆเลยในนั้น?! พวกเขาตอบว่า: ใช่ขอรับ พวกเราขอสาบานด้วยพระเจ้าของพวกเราผู้ที่ได้สร้างเรา มา แท้จริงมันนั้นเที่ยงแท้แน่นอนไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยในนั้น ดังนั้นอัลลอฮฺก็ทรงตรัสแก่พวกในขณะนั้นว่า: พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษกันเถิด เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเจ้าต่อวันนี้ ซึ่งที่พวกเจ้านั้นได้เคยปฏิเสธมันในโลกดุนยา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَدْ خَسِرَ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِلِقَآءِ ٱللَّهِ ۖ حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَتْهُمُ ٱلسَّاعَةُ بَغْتَةًۭ قَالُوا۟ يَـٰحَسْرَتَنَا عَلَىٰ مَا فَرَّطْنَا فِيهَا وَهُمْ يَحْمِلُونَ أَوْزَارَهُمْ عَلَىٰ ظُهُورِهِمْ ۚ أَلَا سَآءَ مَا يَزِرُونَ ﴿٣١﴾

ى แน่นอนได้ขาดทุนไปแล้วบรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อการฟื้ นคืนชีพซึ่งวันกิยามะฮฺ และการที่ต้องการออกห่างจากการยืนอยู่ในระหว่างพระหัตทั้งสองของ พระองค์ จนกระทั่งเมื่อวันกิยามะฮฺได้มายังพวกเขาโดยกะทันหันที่ไม่มีใครรู้มาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ได้กล่าวอย่างเศร้าโศกว่า: โอ้ความเศร้าโศกและ ความผิดหวังของเรา ในสิ่งที่เราได้ทำให้บกพร่องในทางด้านของอัลลอฮฺซึ่งการปฏิเสธศรัทธาต่อมัน (การฟื้นคืนชีพ) และไม่ได้เตรียมความพร้อมต่อ วันกิยามะฮฺ และพวกเขาก็ต้องแบกบรรดาบาปของพวกเขาไว้บนหลังของพวกเขาด้วย แน่นอนมันช่างทุเรศเหลือเกิน สิ่งที่พวกเขานั้นกำลังแบกอยู่ จากบรรดาบาปนั้น

وَمَا ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَآ إِلَّا لَعِبٌۭ وَلَهْوٌۭ ۖ وَلَلدَّارُ ٱلْـَٔاخِرَةُ خَيْرٌۭ لِّلَّذِينَ يَتَّقُونَ ۗ أَفَلَا تَعْقِلُونَ ﴿٣٢﴾

และแน่นอนชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ที่พวกเจ้านั้นกำลังโน้มเอียงเขาหามันนั้น มิใช่อะไรอื่น นอกจากการเล่น และการเพลิดเพลินเท่านั้น สำหรับผู้ที่ ไม่ได้ปฏิบัติสิ่งใดเลยในนั้นซึ่งที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัย และส่วนบ้านแห่งอาคีเราะฮฺนั้นดียิ่งกว่า สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺที่ปฏิบัติต่อสิ่งที่ พระองค์ได้สั่งใช้มันจากการศรัทธาและการเชื่อฟัง และละทิ้งสิ่งที่พระองค์นั้นได้ห้ามมันจากการตั้งภาคีและการฝ่าฝืน พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาดอกหรือ โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีทั้งหลาย?! ดังนั้นพวกเจ้าจงศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลายเถิด

قَدْ نَعْلَمُ إِنَّهُۥ لَيَحْزُنُكَ ٱلَّذِى يَقُولُونَ ۖ فَإِنَّهُمْ لَا يُكَذِّبُونَكَ وَلَـٰكِنَّ ٱلظَّـٰلِمِينَ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ يَجْحَدُونَ ﴿٣٣﴾

โอ้เราะซูล พวกเรารู้ดีว่า การปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อเจ้าเป็นที่ประจักษ์นั้นทำให้เจ้าเสียใจ ดังนั้นก็พึงทราบเถิด แท้จริงในตัวของพวกเขานั้นหาได้ ปฏิเสธเจ้าไม่ เพราะว่าพวกเขานั้นรู้ถึงความสัจจะและความไว้วางใจของเจ้า แต่ทว่าบรรดาผู้อธรรมนั้น พวกเขาปฏิเสธหน้าที่ของเจ้าอย่างเป็นที่ ประจักษ์ต่างหาก ทั้งที่พวกเขานั้นมั่นใจในตัวพวกเขาเองเกี่ยวกับมัน

وَلَقَدْ كُذِّبَتْ رُسُلٌۭ مِّن قَبْلِكَ فَصَبَرُوا۟ عَلَىٰ مَا كُذِّبُوا۟ وَأُوذُوا۟ حَتَّىٰٓ أَتَىٰهُمْ نَصْرُنَا ۚ وَلَا مُبَدِّلَ لِكَلِمَـٰتِ ٱللَّهِ ۚ وَلَقَدْ جَآءَكَ مِن نَّبَإِى۟ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٣٤﴾

และเจ้าอย่าได้นับว่าการปฏิเสธอันนี้นั้นได้เจาะจงต่อสิ่งที่เจ้าได้นำมันมาเท่านั้น และแน่นอนบรรดาเราะซูลก่อนเจ้านั้นได้ถูกปฏิเสธ และหมู่ชนของ พวกเขาเองก็ได้ทำร้ายพวกเขา แล้วพวกเขาก็ได้เผชิญต่อสิ่งนั้นด้วยกับการอดทนบนการเผยแพร่และการสละชีพไปในหนทางของอัลลอฮฺ จนกระทั่ง ชัยชนะจากอัลลอฮฺได้มายังพวกเขา และไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้กำหนดมันมาได้ซึ่งชัยชนะ และพระองค์ก็ได้สัญญาด้วยกับมัน ต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์ และแท้จริงนั้นได้มายังเจ้าแล้ว โอ้เราะซูล จากข่าวคราวของบรรดาผู้ที่ถูกส่งมาก่อนหน้าเจ้า และสิ่งที่พวกเขานั้นได้ ประสบมันจากหมู่ชนของพวกเขา และสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงมอบให้แก่พวกเขา จากชัยชนะบนศัตรูของพวกเขา ด้วยการทำลายพวกเขานั่นเอง

وَإِن كَانَ كَبُرَ عَلَيْكَ إِعْرَاضُهُمْ فَإِنِ ٱسْتَطَعْتَ أَن تَبْتَغِىَ نَفَقًۭا فِى ٱلْأَرْضِ أَوْ سُلَّمًۭا فِى ٱلسَّمَآءِ فَتَأْتِيَهُم بِـَٔايَةٍۢ ۚ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّهُ لَجَمَعَهُمْ عَلَى ٱلْهُدَىٰ ۚ فَلَا تَكُونَنَّ مِنَ ٱلْجَـٰهِلِينَ ﴿٣٥﴾

๓๕ ى และหากว่ามันได้สร้างความลำบากให้แก่เจ้า โอ้เราะซูล สิ่งที่เจ้านั้นต้องเผชิญกับมันจากการปฏิเสธและการผินหลังให้ของพวกเขาไปจากสิ่งที่เจ้านั้น ได้นำมันยังพวกเขาจากความจริง หากเจ้าสามารถที่จะแสวงหาช่องใด ๆ ลงในแผ่นดิน หรือบันไดไปสู่ฟากฟ้า ดังนั้นเจ้าก็จงนำมายังพวกเขาซึ่งข้อ พิสูจน์และหลักฐานอื่นนอกเหนือสิ่งที่เราเคยได้สนับสนุนมันแก่เจ้า แล้วเจ้าก็จงทำ และหากว่าอัลลอฮฺ ทรงประสงค์รวบรวมพวกเขาให้อยู่บนทางนำที่ เจ้าได้นำมันมานั้น แน่นอนพวกเขาก็จะรวบรวม แต่พระองค์นั้นไม่ได้ประสงค์สิ่งนั้น ก็เพื่อเป็นข้อซ่อนเร้น ดังนั้นเจ้าก็จงอย่าได้เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้โง่ งมงายต่อสิ่งนั้น ฉนั้นแล้วเจ้าก็จะพาตัวของเจ้าไปสู่ความเศร้าโศกต่อการที่พวกเขานั้นไม่ศรัทธา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

۞ إِنَّمَا يَسْتَجِيبُ ٱلَّذِينَ يَسْمَعُونَ ۘ وَٱلْمَوْتَىٰ يَبْعَثُهُمُ ٱللَّهُ ثُمَّ إِلَيْهِ يُرْجَعُونَ ﴿٣٦﴾

แท้จริง ผู้ที่จะตอบรับสิ่งที่เจ้าได้นำมันมานั้น คือ บรรดาผู้ที่รับฟังคำพูดและเข้าใจมันเท่านั้น และบรรดาผู้ปฏิเสธที่ตายนั้นไม่มีกิจธุระแก่พวกเขาเลย แท้จริงแล้วหัวใจของพวกเขานั้นได้ตายด้านไปแล้ว และผู้ตาย อัลลอฮฺก็จะทรงให้พวกเขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺ แล้วพวกเขาก็จะต้องกลับไปยัง พระองค์เพียงผู้เดียว เพื่อที่พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาบนสิ่งที่พวกเขานั้นได้ทำมาก่อนหน้านี้

وَقَالُوا۟ لَوْلَا نُزِّلَ عَلَيْهِ ءَايَةٌۭ مِّن رَّبِّهِۦ ۚ قُلْ إِنَّ ٱللَّهَ قَادِرٌ عَلَىٰٓ أَن يُنَزِّلَ ءَايَةًۭ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَهُمْ لَا يَعْلَمُونَ ﴿٣٧﴾

และพวกตั้งภาคีที่พิถีพิถันพลัดวันประกันพรุ่งต่อการศรัทธาได้กล่าวว่า: ไฉนเล่าจึงไม่มีสัญญาณที่น่าอัศจรรย์ใดเลยที่ถูกประทานลงมาให้แก่มุฮัมมัด เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันจากพระเจ้าของเขาบนความสัจจะของเขา ในสิ่งที่เขาได้นำมันมา? จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงสามารถที่จะ ให้สัญญาณหนึ่งลงมาตามที่พวกเขาต้องการได้ แต่ทว่าส่วนมากในหมู่พวกตั้งภาคีที่ขอต่อการประทานซึ่งสัญญาณเหล่านั้นไม่รู้ว่าการทำให้สัญญาณ ต่างๆนั้นลงมา มันจะต้องเป็นไปตามข้อซ่อนเร้นของพระองค์ผู้ที่สูงส่ง ไม่ใช่ต้องตรงต่อสิ่งที่พวกเขาต้องการมัน ดังนั้นหากมันได้ทำให้ถูกลงมาแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ศรัทธา แน่นอนพระองค์ก็จะทรงพินาศต่อพวกเขา

وَمَا مِن دَآبَّةٍۢ فِى ٱلْأَرْضِ وَلَا طَـٰٓئِرٍۢ يَطِيرُ بِجَنَاحَيْهِ إِلَّآ أُمَمٌ أَمْثَالُكُم ۚ مَّا فَرَّطْنَا فِى ٱلْكِتَـٰبِ مِن شَىْءٍۢ ۚ ثُمَّ إِلَىٰ رَبِّهِمْ يُحْشَرُونَ ﴿٣٨﴾

ربهم يحشرون และไม่มีสัตว์ใด ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บนแผ่นดิน และไม่มีสัตว์ปีกใด ๆ ที่บินอยู่บนท้องฟ้า เว้นแต่เป็นเพียงประชาชาติเยี่ยงพวกเจ้านั่นเอง โอ้ลูกหลา นอาดัมเอ๋ย ในทางด้านการสร้างและปัจจัยยังชีพ เรามิได้ละทิ้งสิ่งใดเลยในปผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้ เว้นเสียแต่เรานั้นได้ทำให้มั่นคง และทั้งมวลนั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะต้องกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขาเพียงผู้เดียวในวันกิยามะฮฺ พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อแยกการสอบสวน แล้ว م พระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาทุกอย่างด้วยสิ่งที่พวกเขานั้นสมควรจะได้รับมัน

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا صُمٌّۭ وَبُكْمٌۭ فِى ٱلظُّلُمَـٰتِ ۗ مَن يَشَإِ ٱللَّهُ يُضْلِلْهُ وَمَن يَشَأْ يَجْعَلْهُ عَلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٣٩﴾

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานั้น เปรียบเสมือนคนหูหนวกที่ไม่ได้ยิน และเป็นใบ้ที่พูดไม่ได้ และพร้อมกันนั้นพวกเขาจะอยู่ในบรรดา ความมืดโดยที่พวกเขานั้นมองไม่เห็น ดังนั้นสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในสภาพนี้เขาจะได้รับทางนำได้อย่างไร?!ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะทำให้เขาหลง ซึ่ง จากหมู่มนุษย์พระองค์ก็จะทรงให้เขาหลงทางไป และผู้ใดที่พระองค์ทรงประสงค์มอบทางนำให้แก่เขา ด้วยการทำให้เขาอยู่บนหนทางอันเที่ยงตรงที่ ไม่ได้คดงอ

قُلْ أَرَءَيْتَكُمْ إِنْ أَتَىٰكُمْ عَذَابُ ٱللَّهِ أَوْ أَتَتْكُمُ ٱلسَّاعَةُ أَغَيْرَ ٱللَّهِ تَدْعُونَ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿٤٠﴾

จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นว่า: พวกท่านบอกฉันหน่อยสิ หากการลงโทษของอัลลอฮฺได้มายังพวกท่าน หรือวันกิยามะฮฺได้ มายังพวกท่าน ที่พวกท่านได้ถูกสัญญาถึงการมาของมันนั้น ใช่หรือไม่ในเวลานั้น พวกท่านจะขอสิ่งใดอื่นนอกจากอัลลอฮฺ เพื่อให้มันช่วยปลดเปลื้อง สิ่งที่ลงมายังพวกท่านจากภัยพิบัติและความทุกข์ หากพวกท่านเป็นผู้ที่พูดจริงในการอ้างว่าสิ่งที่ถูกสักการะของพวกท่านนั้นสามารถนำประโยชน์มา ได้ หรือช่วยปกป้องจากภัยอันตรายได้

بَلْ إِيَّاهُ تَدْعُونَ فَيَكْشِفُ مَا تَدْعُونَ إِلَيْهِ إِن شَآءَ وَتَنسَوْنَ مَا تُشْرِكُونَ ﴿٤١﴾

ความจริงนั้น พวกท่านนั้นมิต้องไปวิงวอนขอต่อสิ่งอื่นที่มันนอกเหนือจากอัลลอฮ์ที่สร้างพวกท่านมาหรอก เพราะพระองค์คือทรงทำให้ภัยพิบัติหันเห ออกไปจากพวกท่าน และก็ทรงยกสิ่งชั่วร้ายออกไปจากพวกท่าน ดังนั้นพระองค์คือผู้พิทักษ์และมีความสามารถเหนือมัน ส่วนสิ่งที่พวกท่านบูชาที่ พวกท่านทำเป็นภาคีพร้อมกับอัลลอฮ์นั้น ก็ทิ้งมันไปเถอะ เพราะพวกท่านก็รู้ว่ามันไม่ได้ให้ประโยชน์และก็ให้โทษเลย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَلَقَدْ أَرْسَلْنَآ إِلَىٰٓ أُمَمٍۢ مِّن قَبْلِكَ فَأَخَذْنَـٰهُم بِٱلْبَأْسَآءِ وَٱلضَّرَّآءِ لَعَلَّهُمْ يَتَضَرَّعُونَ ﴿٤٢﴾

และแท้จริงเราได้ส่งไปยังประชาชาติก่อนหน้าเจ้า โอ้เราะซูล บรรดาศาสนทูตแล้วพวกเขาก็ปฏิเสธต่อบรรดาศาสนทูต และพวกเขาก็ได้หันหลังไปจาก สิ่งที่บรรดาศาสนทูตนำพามันมา แล้วเราก็ได้ลงโทษพวกเขาด้วยความแร้นแค้น เช่น ความยากจน และสิ่งที่ทำให้โทษต่อร่างกายของพวกเขา เช่น การเจ็บป่วย เพื่อว่าพวกเขาจะได้นอบน้อมต่อพระเจ้าของพวกเขา และถ่อมตนต่อพระองค์

فَلَوْلَآ إِذْ جَآءَهُم بَأْسُنَا تَضَرَّعُوا۟ وَلَـٰكِن قَسَتْ قُلُوبُهُمْ وَزَيَّنَ لَهُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٤٣﴾

และหากว่าพวกเขานั้นได้ถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ ขณะที่ภัยพิบัติของเราได้มายังพวกเขา และได้นอบน้อมต่อพระองค์ แน่นอนพระองค์ก็จะทรงปลดเปลื้อง ภัยพิบัติออกไปจากพวกเขา เพราะเรานั้นได้เมตตาต่อพวกเขา แต่พวกเขานั้นก็ไม่ได้กระทำมัน แต่ทว่าหัวใจของพวกเขานั้นแข็งกระด้าง ดังนั้นพวก เขาก็จะไม่พิจารณาและคะยั้นคะยอเตือน และชัยฏอนก็ได้ให้เป็นที่สวยงามแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำกัน จากการปฏิเสธศรัทธาและการ ฝ่าฝืน ดังนั้นพวกเจ้าก็จงทำต่อไปเถิด บนสิ่งที่พวกเจ้านั้นได้คุ้นเคยอยู่กับมัน

فَلَمَّا نَسُوا۟ مَا ذُكِّرُوا۟ بِهِۦ فَتَحْنَا عَلَيْهِمْ أَبْوَٰبَ كُلِّ شَىْءٍ حَتَّىٰٓ إِذَا فَرِحُوا۟ بِمَآ أُوتُوٓا۟ أَخَذْنَـٰهُم بَغْتَةًۭ فَإِذَا هُم مُّبْلِسُونَ ﴿٤٤﴾

ครั้นเมื่อพวกเขาได้ละทิ้งสิ่งที่พวกเขาเคยถูกตักเตือนด้วยกับมัน จากความยากจนอันแร้นแค้นและการเจ็บไข้ได้ป่วย และพวกเขาก็ไม่ปฏิบัติตามคำ สั่งของอัลลอฮฺ เราก็ได้ตรึงพวกเขาไว้ และทำให้พวกเขาร่ำรวยภายหลังจากความยากจน และเราได้ทำให้ร่างกายของพวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงหลัง จากการเจ็บไข้ได้ป่วย จนกระทั่งเมื่อพวกเขานั้นได้ประสบกับความระเริง และความน่าชื่นชมนั้นที่ได้ปกคลุมอยู่บนพวกเขาด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับมัน การลงโทษของเราก็ได้มายังพวกเขาโดยกระทันหัน แล้วทันใดนั้นพวกเขาก็งงงวยหมดหวังจากสิ่งที่พวกเขานั้นกำลังหวังมัน

فَقُطِعَ دَابِرُ ٱلْقَوْمِ ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ ۚ وَٱلْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٤٥﴾

แล้วได้ถูกตัดขาด คนสุดท้ายของกลุ่มชนผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยการถอนรากถอนโคนพวกเขาทั้งหมดด้วยการทำลายล้าง และชัยชนะนั้นเป็นของ บรรดาเราะซูลของอัลลอฮฺ การขอบคุณและการสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก ซึ่งเหนือการ ทำลายล้างของพระองค์ต่อบรรดาปรปักษ์ของพระองค์ และชัยชนะของพระองค์ต่อบรรดาที่รักของพระองค์

قُلْ أَرَءَيْتُمْ إِنْ أَخَذَ ٱللَّهُ سَمْعَكُمْ وَأَبْصَـٰرَكُمْ وَخَتَمَ عَلَىٰ قُلُوبِكُم مَّنْ إِلَـٰهٌ غَيْرُ ٱللَّهِ يَأْتِيكُم بِهِ ۗ ٱنظُرْ كَيْفَ نُصَرِّفُ ٱلْـَٔايَـٰتِ ثُمَّ هُمْ يَصْدِفُونَ ﴿٤٦﴾

จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีหล่านั้นเถิด โอ้เราะซูล ว่า: พวกท่านบอกฉันมาสิว่า หากอัลลอฮฺทรงทำให้พวกท่านนั้นหูหนวก ด้วยการยึดปิดบรรดาหู ของพวกเจ้า และทรงทำให้พวกท่านนั้นตาบอดด้วยการเอาบรรดาดวงตาของพวกท่านไป และได้ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกท่าน แล้วพวกท่าน ก็จะไม่เข้าใจในสิ่งใดเลยแล้ว ใครเล่าคือผู้ซึ่งได้รับการเคารพสักการะที่เที่ยงแท้ ที่จะมายังพวกท่าน ด้วยสิ่งที่พวกท่านนั้นได้สูญเสียมันไปจากสิ่งนั้น? จงดูเถิด โอ้เราะซูล ว่าอย่างไรเล่าที่เราแจกแจงแก่พวกเขาถึงข้อพิสูจน์ทั้งหลาย และให้มีหลักฐานที่หลากหลาย แล้วพวกเขาก็ยังหันเหไปจากมัน

قُلْ أَرَءَيْتَكُمْ إِنْ أَتَىٰكُمْ عَذَابُ ٱللَّهِ بَغْتَةً أَوْ جَهْرَةً هَلْ يُهْلَكُ إِلَّا ٱلْقَوْمُ ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿٤٧﴾

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า: พวกท่านบอกฉันมาสิว่า หากการลงโทษของอัลลอฮฺนั้นได้มาหาพวกท่านอย่างกระทันหันโดยที่ไม่ใครเลยจาก พวกท่านที่รู้สึกถึงมัน หรือได้มายังพวกท่านโดยเปิดเผยอย่างชัดเจน แล้วแท้จริงมันจะไม่ถูกเอาไปด้วยกับการลงโทษอันนั้น เว้นเสียแต่บรรดาผู้ อธรรมเท่านั้น เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่ออัลลอฮฺและการปฏิเสธต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์

وَمَا نُرْسِلُ ٱلْمُرْسَلِينَ إِلَّا مُبَشِّرِينَ وَمُنذِرِينَ ۖ فَمَنْ ءَامَنَ وَأَصْلَحَ فَلَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ ﴿٤٨﴾

และเราจะไม่ส่งคนใดคนหนึ่งที่มาจากบรรดาเราะซูลของเราเลย เว้นเสียจากเพื่อแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาและเชื่อฟังเท่านั้น ด้วยสิ่งที่มันจะทำให้ พวกเขานั้นดีอกดีใจซึ่งที่มาจากความโปรดปรานที่มันจะไม่มีวันหมดและหยุดขาดหายไป และเพื่อเป็นการข่มขู่ต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและฝ่าฝืนถึง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร การลงโทษของเราอันเจ็บแสบ ดังนั้นผู้ใดที่ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูล และได้ปรับปรุงแก้ไขการงานของเขาแล้ว ก็ไม่มีความกลัวใด ๆ สำหรับพวกเขา เลยในสิ่งที่พวกเขานั้นจะต้องเผชิญกับมันในช่วงบั้นปลายของพวกเขา และทั้งนั้นพวกเขาก็จะไม่เศร้าโศกและก็เสียใจต่อสิ่งที่มันได้ผ่านพ้นไปจาก พวกเขา จากบรรดาโชคลาภทางด้านโลกดุนยา

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا يَمَسُّهُمُ ٱلْعَذَابُ بِمَا كَانُوا۟ يَفْسُقُونَ ﴿٤٩﴾

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเรานั้น การลงโทษจะประสบแก่พวกเขา เนื่องจากการออกไปของพวกเขาจากการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ

قُل لَّآ أَقُولُ لَكُمْ عِندِى خَزَآئِنُ ٱللَّهِ وَلَآ أَعْلَمُ ٱلْغَيْبَ وَلَآ أَقُولُ لَكُمْ إِنِّى مَلَكٌ ۖ إِنْ أَتَّبِعُ إِلَّا مَا يُوحَىٰٓ إِلَىَّ ۚ قُلْ هَلْ يَسْتَوِى ٱلْأَعْمَىٰ وَٱلْبَصِيرُ ۚ أَفَلَا تَتَفَكَّرُونَ ﴿٥٠﴾

ى โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า: ฉันจะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า: ฉันมีคลังสมบัติของอัลลอฮฺ ซึ่งปัจจัยยังชีพ แล้วฉันก็จะใช้ จ่ายมันตามสิ่งที่ฉันต้องการ และฉันก็จะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า: แท้จริงฉันนั้นรู้ถึงสิ่งเร้นลับ เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺนั้นทรงได้เปิดเผยมันให้แก่ฉัน จาก การวะฮฺยู และฉันก็จะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า: ฉันคือผู้หนึ่งที่มาจากบรรดามลาอิกะฮฺ จริงแล้วฉันนั้นคือเราะซูลที่มาจากอัลลอฮฺ ฉันจะไม่ปฏิบัติตาม นอกจากสิ่งที่ถูกให้เป็นโองการแก่ฉันเท่านั้น และฉันก็จะไม่แอบอ้างต่อสิ่งที่มันไม่ใช่ของของฉัน โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด ผู้ปฏิเสธศรัทธา ที่ดวงตาของเขามืดบอดจากความจริง กับผู้ศรัทธาที่มองเห็นความจริงและศรัทธาต่อมันนั้น จะเท่าเทียมกันหรือ? โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเอ๋ย พวกท่าน จะไม่ใคร่ครวญด้วยสติปัญญาของพวกท่านى ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวของพวกท่านจากบรรดาโองการต่างๆ ดอกหรือ

وَأَنذِرْ بِهِ ٱلَّذِينَ يَخَافُونَ أَن يُحْشَرُوٓا۟ إِلَىٰ رَبِّهِمْ ۙ لَيْسَ لَهُم مِّن دُونِهِۦ وَلِىٌّۭ وَلَا شَفِيعٌۭ لَّعَلَّهُمْ يَتَّقُونَ ﴿٥١﴾

และโอ้เราะซูลเอ๋ย เจ้าจงข่มขู่ด้วยอัลกุรอ่านอันนี้ ที่บรรดาผู้เกรงกลัวว่าพวกเขาจะถูกนำไปชุมนุมยังพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ โดยที่พวกเขา นั้นไม่มีผู้ปกครองอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺที่ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์ และไม่มีผู้ช่วยเหลือคนใดที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ไปจากพวกเขาได้ หวังว่า พวกเขาจะยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ต่าง ๆ ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ แล้วพวกเขาเหล่านั้นคือ บรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากอัลกุรอ่าน

وَلَا تَطْرُدِ ٱلَّذِينَ يَدْعُونَ رَبَّهُم بِٱلْغَدَوٰةِ وَٱلْعَشِىِّ يُرِيدُونَ وَجْهَهُۥ ۖ مَا عَلَيْكَ مِنْ حِسَابِهِم مِّن شَىْءٍۢ وَمَا مِنْ حِسَابِكَ عَلَيْهِم مِّن شَىْءٍۢ فَتَطْرُدَهُمْ فَتَكُونَ مِنَ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٥٢﴾

โอ้เราะซูล เจ้าจงอย่าทำให้ห่างเหินไปจากวงนั่งของเจ้า ซึ่งบรรดามุสลิมีนที่ขัดสน ที่พวกเขานั้นได้อยู่ในการทำอิบาดะฮฺอย่างตลอดต่ออัลลอฮฺ ทั้งใน เวลาเช้าและเย็น ซึ่งเป็นบรรดาผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการทำอิบาดะฮฺ และอย่าห่างเหินไปจากพวกเขาเพื่อที่เจ้านั้นจะได้เข้าใกล้ชิดกับบรรดาหัว หอกของพวกที่ตั้งภาคี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแก่เจ้าแต่อย่างใดเลย ต่อการชำระบัญชีบรรดาคนจนเหล่านั้น แต่ทว่าการชำระบัญชีของพวกเขานั้นอยู่ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา และก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแก่พวกเขาแต่อย่างใด ต่อการชำระบัญชีของเจ้า แท้จริงเจ้านั้น หากเจ้าได้ทำให้พวกเขาห่างเหินไปจาก วงนั่งของเจ้า (ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นแล้ว) เจ้าก็จะกลายเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ก้าวข้ามเกินขอบเขตของอัลลอฮฺ

وَكَذَٰلِكَ فَتَنَّا بَعْضَهُم بِبَعْضٍۢ لِّيَقُولُوٓا۟ أَهَـٰٓؤُلَآءِ مَنَّ ٱللَّهُ عَلَيْهِم مِّنۢ بَيْنِنَآ ۗ أَلَيْسَ ٱللَّهُ بِأَعْلَمَ بِٱلشَّـٰكِرِينَ ﴿٥٣﴾

และในทำนองนั้นเราได้ทดสอบบางคนของพวกเขาด้วยอีกบางคน แล้วเราก็ได้ทำให้พวกเขานั้นเป็นผู้ที่ผาดพลั้งในบรรดาโชคลาภแห่งโลกดุนยาของ พวกเขา เราได้ทดสอบพวกเขาด้วยสิ่งนั้น ก็เพื่อพวกปฏิเสธศรัทธาจะได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ยากจนและขัดสนว่า: บรรดาคนจนเหล่านี้กระนั้น หรือที่อัลลอฮฺทรงกรุณาแก่พวกเขาด้วยการให้ทางนำ ในระหว่างพวกเรา?! หากว่าการศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ดี พวกเขานั้นไม่อาจนำหน้าพวกเราไปได้ หรอก ดังนั้นพวกเราคือผู้ที่มาก่อน อัลลอฮฺนั้นมิใช่เป็นผู้ทรงรู้ยิ่งดอกหรือ?! ต่อบรรดาผู้ที่กตัญญูในความโปรดปรานของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ ทรงให้พวกเขาบรรลุผลสำเร็จต่อการศรัทธา และพระองค์ก็ทรงรู้ยิ่งต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธามัน ดังนั้นพระองค์ก็ทรงปล่อยพวกเขา แล้วพวกเขา นั้นก็ไม่ศรัทธา แน่นอนแท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ยิ่งต่อพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَإِذَا جَآءَكَ ٱلَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِـَٔايَـٰتِنَا فَقُلْ سَلَـٰمٌ عَلَيْكُمْ ۖ كَتَبَ رَبُّكُمْ عَلَىٰ نَفْسِهِ ٱلرَّحْمَةَ ۖ أَنَّهُۥ مَنْ عَمِلَ مِنكُمْ سُوٓءًۢا بِجَهَـٰلَةٍۢ ثُمَّ تَابَ مِنۢ بَعْدِهِۦ وَأَصْلَحَ فَأَنَّهُۥ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿٥٤﴾

بجهلةثم تاب من بعده وأصلح فأنه غفور رحيم และเมื่อบรรดาผู้ศรัทธาต่อบรรดาโองการของเราได้มาหาเจ้า โอ้เราะซูล ซึ่งบนความจริงในสิ่งที่เจ้าได้นำมา ก็จงกล่าวขอความศานติแด่พวกเขาเถิด เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา และจงแจ้งข่าวดีแก่พวกเขาถึงความเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺได้กำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของ พระองค์ ถือเป็นการกำหนดอันประเสริฐ แล้วผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากระทำความชั่วโดยที่ไม่รู้ แล้วเขาก็ได้สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว และปรับปรุงแก้ไข การงานของเขาหลังจากที่เขานั้นได้ทำมันลงไป แท้จริงอัลลอฮฺก็จะทรงยกโทษให้แก่เขาในสิ่งที่เขาได้ทำมา ดังนั้น อัลลอฮฺคือผู้ทรงอภัยโทษยิ่งแด่ผู้ที่ ได้สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวจากป่วงบ่าวของพระองค์ คือผู้ทรงเอ็นดูเมตตาต่อพวกเขา

وَكَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ ٱلْـَٔايَـٰتِ وَلِتَسْتَبِينَ سَبِيلُ ٱلْمُجْرِمِينَ ﴿٥٥﴾

และดังที่เราได้แจกแจงต่อเจ้าถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว เรานั้นได้แจกแจงหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ของเราแก่คนอธรรม และเป็นชี้แจงถึงแนวทาง ของผู้กระทำผิดและวิถีทางของพวกเขา เพื่อหลีกเลี่ยงไปจากมันและระวังมัน

قُلْ إِنِّى نُهِيتُ أَنْ أَعْبُدَ ٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ ۚ قُل لَّآ أَتَّبِعُ أَهْوَآءَكُمْ ۙ قَدْ ضَلَلْتُ إِذًۭا وَمَآ أَنَا۠ مِنَ ٱلْمُهْتَدِينَ ﴿٥٦﴾

จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า: แท้จริงอัลลอฮฺนั้นได้ห้ามฉันจากการเคารพสักการะ ที่พวกท่านนั้นกำลังเคารพสักการะกันอยู่อื่นจากอัลลอฮฺ จงกล่าว เถิด โอ้เราะซูล ว่า: ฉันจะไม่ปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเจ้า ในการเคารพสักการะที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺ ถ้าเช่นนั้น หากฉันได้ปฏิบัติตาม ความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเจ้าในสิ่งนั้น แน่นอนฉันก็ต้องเป็นผู้ที่หลงผิดไปจากหนทางที่เที่ยงแท้ ฉันก็จะไม่ได้รับทางนำที่จะไปยังมัน และนี่คือสภาพ ของคนทุก ๆ คนที่ปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำโดยปราศจากหลักฐานที่มาจากอัลลอฮฺ

قُلْ إِنِّى عَلَىٰ بَيِّنَةٍۢ مِّن رَّبِّى وَكَذَّبْتُم بِهِۦ ۚ مَا عِندِى مَا تَسْتَعْجِلُونَ بِهِۦٓ ۚ إِنِ ٱلْحُكْمُ إِلَّا لِلَّهِ ۖ يَقُصُّ ٱلْحَقَّ ۖ وَهُوَ خَيْرُ ٱلْفَـٰصِلِينَ ﴿٥٧﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า: แท้จริงฉันอยู่บนหลักฐานอันชัดเจนจากพระเจ้าของฉัน มิใช่อยู่บนอารมณ์ใฝ่ต่ำ และพวกเจ้า นั้นได้ปฏิเสธต่อหลักฐานนั้น ที่ฉันนั้นไม่มีสิ่งที่พวกเจ้าเร่งรีบให้มันเกิดมากันดอก จากการลงโทษและโองการต่าง ๆ อันมหัศจรรย์ที่พวกท่านนั้นได้ ร้องขอมัน แต่สิ่งนั้นมันเกิดมาด้วยพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ แท้จริงการชี้ขาดนั้นมิใช่สิทธิของใครอื่น –ทั้งหมดที่พวกท่านได้ขอมา- นอกจากเป็นสิทธิขอ งอัลลอฮฺเท่านั้น โดยที่พระองค์จะทรงแจ้งความจริง และชี้ขาดต่อมัน และพระองค์คือผู้ที่แจกแจงและแยกแยะผู้ถูกออกจากผู้เท็จที่ดีที่สุด

قُل لَّوْ أَنَّ عِندِى مَا تَسْتَعْجِلُونَ بِهِۦ لَقُضِىَ ٱلْأَمْرُ بَيْنِى وَبَيْنَكُمْ ۗ وَٱللَّهُ أَعْلَمُ بِٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٥٨﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า หากที่ฉันมีหรือในกำมือของฉันมีสิ่ง (อำนาจ) ที่พวกเจ้าเร่งรีบต่อมัน จากการลงโทษ แน่นอนฉันได้ส่งมันลงมา ให้แก่พวกท่าน และขณะนั้นเองกิจการทั้งหลายก็ถูกชี้ขาดระหว่างฉันกับพวกท่านอย่างแน่นอน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรู้ยิ่งต่อผู้อธรรมทั้งหลาย นาน แค่ไหนแล้วที่พระองค์ได้เลื่อนเวลาให้พวกเขา และเมื่อไหร่กันที่พระองค์นั้นจะทรงลงโทษพวกเขา

۞ وَعِندَهُۥ مَفَاتِحُ ٱلْغَيْبِ لَا يَعْلَمُهَآ إِلَّا هُوَ ۚ وَيَعْلَمُ مَا فِى ٱلْبَرِّ وَٱلْبَحْرِ ۚ وَمَا تَسْقُطُ مِن وَرَقَةٍ إِلَّا يَعْلَمُهَا وَلَا حَبَّةٍۢ فِى ظُلُمَـٰتِ ٱلْأَرْضِ وَلَا رَطْبٍۢ وَلَا يَابِسٍ إِلَّا فِى كِتَـٰبٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٥٩﴾

และ ณ ที่อัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้นมีคลังแห่งความเร้นลับ โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงมันได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น และพระองค์ทรงรู้ทุก ๆ สิ่งที่อยู่บนบก ซึ่งจากสัตว์ พืช และสิ่งที่ไม่มีชีวิต และพระองค์ก็ทรงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในท้องทะเล ซึ่งจากสัตว์และพืช และสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากใบไม้ ไม่ว่าที่แห่งหนใด และจะไม่มีเมล็ดพืชใดที่ซ่อนอยู่ในดิน และจะไม่มีความเปียกชื้นใด และความแห้งใด นอกจากมันจะมั่นคงอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้ง ซึ่งมันคือ กระดาน บันทึกที่ถูกปกปักษ์รักษาไว้ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร م

وَهُوَ ٱلَّذِى يَتَوَفَّىٰكُم بِٱلَّيْلِ وَيَعْلَمُ مَا جَرَحْتُم بِٱلنَّهَارِ ثُمَّ يَبْعَثُكُمْ فِيهِ لِيُقْضَىٰٓ أَجَلٌۭ مُّسَمًّۭى ۖ ثُمَّ إِلَيْهِ مَرْجِعُكُمْ ثُمَّ يُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٦٠﴾

ينبئكم بما كنتمتعملون และพระองค์คือผู้ที่ทรงจับขังบรรดาวิญญาณของพวกเจ้า (ให้พวกเจ้าตาย) ขณะที่หลับนอน ซึ่งมันคือการจับขังอันชั่วคราว และทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าได้ กระทำขึ้น จากการงานทั้งหลายในเวลากลางวัน ซึ่งช่วงเวลากิจกรรมของพวกเจ้า แล้วก็ทรงให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพในเวลากลางวัน ภายหลังจากการ จับขังบรรดาวิญญาณของพวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ประกอบการงานของพวกเจ้า จนกระทั่งเวลาแห่งอายุของพวกเจ้าที่ถูกกำหนดไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ นั้นจะสิ้นสุดไป แล้วยังพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นคือการกลับไปของพวกเจ้า ซึ่งการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์จะทรงบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่ พวกเจ้ากระทำกันในการใช้ชีวิตของพวกเจ้า ณ โลกดุนยา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนมันต่อพวกเจ้า

وَهُوَ ٱلْقَاهِرُ فَوْقَ عِبَادِهِۦ ۖ وَيُرْسِلُ عَلَيْكُمْ حَفَظَةً حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَ أَحَدَكُمُ ٱلْمَوْتُ تَوَفَّتْهُ رُسُلُنَا وَهُمْ لَا يُفَرِّطُونَ ﴿٦١﴾

และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ซึ่งที่ความต่ำต้อยนั้นมีแด่พวกเขา พระผู้ทรงอยู่สูงเหนือพวกเขาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งทุกสิ่งทุก อย่างนั้นได้นอบน้อมต่อพระองค์ อยู่เหนือปวงบ่าวของพระองค์อย่างเหมาะสมต่อเกียรติของพระองค์ ผู้ที่ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง โอ้มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงได้ส่งบรรดามลาอิกะฮฺผู้ที่มีเกียรติมายังพวกเจ้า เพื่อคำนวณนับการงานของของพวกเจ้า จนกระทั่งเมื่ออายุไขของคนใดคนหนึ่งในหมู่ ของพวกเจ้าสิ้นสุดลง ด้วยการจับขังวิญญาณเขา โดยทูตแห่งความตายและวงศ์วานของเขา และพวกเขาก็จะไม่ทำให้บกพร่องในสิ่งที่พวกเขานั้นถูก สั่งใช้ให้กระทำมัน

ثُمَّ رُدُّوٓا۟ إِلَى ٱللَّهِ مَوْلَىٰهُمُ ٱلْحَقِّ ۚ أَلَا لَهُ ٱلْحُكْمُ وَهُوَ أَسْرَعُ ٱلْحَـٰسِبِينَ ﴿٦٢﴾

แล้วทั้งหมดนั้น บรรดาผู้ที่วิญญาณของพวกเขาถูกจับขัง ก็จะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าอันแท้จริงของพวกเรา เพื่อที่พระองค์นั้นจะ ตอบแทนพวกเขาต่อการกระทำต่าง ๆ ของพวกเขา สำหรับพระองค์นั้นทรงมีการตุลาการที่มีประสิทธิภาพและยุติธรรมต่อพวกเขา และพระองค์เป็นผู้ ที่รวดเร็วยิ่งในการชำระพวกเขาและคิดบัญชีการงานของพวกเขา

قُلْ مَن يُنَجِّيكُم مِّن ظُلُمَـٰتِ ٱلْبَرِّ وَٱلْبَحْرِ تَدْعُونَهُۥ تَضَرُّعًۭا وَخُفْيَةًۭ لَّئِنْ أَنجَىٰنَا مِنْ هَـٰذِهِۦ لَنَكُونَنَّ مِنَ ٱلشَّـٰكِرِينَ ﴿٦٣﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า: ใครเล่า จะช่วยปกป้องพวกเจ้าและช่วยพวกเจ้าให้รอดพ้นจากความหายนะอันนี้ ที่พวกเจ้านั้น กำลังเผชิญกับมันในบรรดาความมืดของทางบกและทางทะเล? โดยที่พวกเจ้าวิงวอนขอต่อเขาด้วยความนอบน้อมถ่อมตนทั้งในที่ลับและเปิดเผยว่า: ถ้าหากพระองค์ทรงช่วยเราให้รอดพ้นจากความหายนะนี้แล้ว แน่นอนพวกเราก็จะเป็นผู้ที่กตัญญูรู้คุณในความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเรา โดยที่เรานั้นจะไม่เคารพสักการะสิ่งใดอื่นนอกจากพระองค์

قُلِ ٱللَّهُ يُنَجِّيكُم مِّنْهَا وَمِن كُلِّ كَرْبٍۢ ثُمَّ أَنتُمْ تُشْرِكُونَ ﴿٦٤﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า: อัลลอฮฺคือผู้ที่คอยปกป้องพวกท่านจากมันและจะทำให้เจ้านั้นรอดพ้นจากมัน และจากความทุกข์ยากทุกอย่าง ด้วย แต่แล้วพวกท่านก็ตั้งภาคีอื่นอีกกับพระองค์ในช่วงที่สุขสบาย แล้วความอยุติธรรมใดเล่า ที่อยู่เหนือสิ่งที่พวกท่านนั้นกำลังทำมันอยู่?!

قُلْ هُوَ ٱلْقَادِرُ عَلَىٰٓ أَن يَبْعَثَ عَلَيْكُمْ عَذَابًۭا مِّن فَوْقِكُمْ أَوْ مِن تَحْتِ أَرْجُلِكُمْ أَوْ يَلْبِسَكُمْ شِيَعًۭا وَيُذِيقَ بَعْضَكُم بَأْسَ بَعْضٍ ۗ ٱنظُرْ كَيْفَ نُصَرِّفُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لَعَلَّهُمْ يَفْقَهُونَ ﴿٦٥﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า อัลลอฮฺคือผู้ทรงสามารถที่จะส่งการลงโทษมายังพวกเจ้า โดยที่มันจะมายังพวกเจ้าจากทางเบื้องบนของพวก เจ้า เช่น หิน ฟ้าแลบและน้ำท่วม หรือจากทางด้านใต้ของพวกเจ้า เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยกแตกออกจากกัน หรือทำให้พวกเจ้าเกิดความเห็นต่าง กัน แล้วทุกคนจากหมู่ของพวกเจ้าก็จะปฏิบัติตามอารมณ์ของเขา และบางส่วนของพวกเจ้าก็จะรุกรานอีกบางส่วน โอ้เราะซูล จงดูเถิดว่า เรากำลัง แจกแจงบรรดาข้อพิสูจน์และหลักฐานต่างๆ ให้แก่พวกเขาอย่างไร และเราก็ได้อธิบายมันเพื่อว่าพวกเขาจะได้เข้าใจถึงสิ่งที่เจ้าได้นำมันมานั้น มันคือ ความจริง และถึงสิ่งที่อยู่ณ พวกเขานั้น มันเป็นเท็จ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَكَذَّبَ بِهِۦ قَوْمُكَ وَهُوَ ٱلْحَقُّ ۚ قُل لَّسْتُ عَلَيْكُم بِوَكِيلٍۢ ﴿٦٦﴾

และกลุ่มชนของเจ้านั้นได้ปฏิเสธอัลกุรอ่านอันนี้ ทั้ง ๆ ที่อัลกุรอ่านนั้นเป็นสัจธรรมที่ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ เลย ว่ามันมาจากอัลลอฮฺ โอ้เราะซูล จงกล่าว แก่พวกเขาเถิดว่า: ฉันมิใช่ผู้รับมอบหมายโดยการมาควบคุมพวกท่าน ฉันนั้นเป็นเพียงแค่ผู้ที่คอยตักเตือนพวกท่านเท่านั้นว่าในระหว่างสองฝามือ ของฉัน คือ การลงโทษอันเจ็บแสบ ر

لِّكُلِّ نَبَإٍۢ مُّسْتَقَرٌّۭ ۚ وَسَوْفَ تَعْلَمُونَ ﴿٦٧﴾

สำหรับแต่ละข่าวคราวนั้น ย่อมมีเวลาการเกิดขึ้นและเวลาการสิ้นสุดของมัน และจากข่าวนั้น คือ ข่าวเกี่ยวกับการกลับไปยังพระเจ้าของพวกเจ้าและ การรับรู้ถึงจุดจบของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็จะได้รู้ถึงสิ่งนั้นก็ต่อเมื่อพวกเจ้าฟื้ นคืนชีพมาในวันกิยามะฮฺ

وَإِذَا رَأَيْتَ ٱلَّذِينَ يَخُوضُونَ فِىٓ ءَايَـٰتِنَا فَأَعْرِضْ عَنْهُمْ حَتَّىٰ يَخُوضُوا۟ فِى حَدِيثٍ غَيْرِهِۦ ۚ وَإِمَّا يُنسِيَنَّكَ ٱلشَّيْطَـٰنُ فَلَا تَقْعُدْ بَعْدَ ٱلذِّكْرَىٰ مَعَ ٱلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٦٨﴾

ى และเมื่อเจ้า โอ้เราะซูล เห็นบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในบรรดาโองการของเราโดยการประชดและเยาะเย้ย แล้วเจ้าก็จงออกห่าง จากพวกเขาเสีย จนกว่าพวกเขาจะเข้าสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องอื่นที่ปราศจากการประชดและเยาะเย้ยต่อบรรดาโองการของเรา และเมื่อไหร่ที่ชัย ฏอนได้ทำให้เจ้าลืมและเผลอนั่งกับพวกเขา หลังจากนั้นเจ้าก็นึกขึ้นได้ ก็จงลุกขึ้นออกไปจากวงนั่งของพวกเขา และเจ้าก็ได้อย่านั่งร่วมกับผู้รุกราน เหล่านั้นอีกต่อไป

وَمَا عَلَى ٱلَّذِينَ يَتَّقُونَ مِنْ حِسَابِهِم مِّن شَىْءٍۢ وَلَـٰكِن ذِكْرَىٰ لَعَلَّهُمْ يَتَّقُونَ ﴿٦٩﴾

และไม่มีผลกระทบอันใดเลย ต่อบรรดาผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ จากการ ชำระบรรดาผู้อธรรม แต่ทว่าสำหรับพวกเขานั้น สมควรที่จะต้องห้ามปรามพวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขานั้นกำลังกระทำมันจากสิ่งที่เป็นการปฏิเสธ หวังว่า พวกเขาจะได้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ แล้วพวกเขาก็จะปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และก็จะออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์

وَذَرِ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُوا۟ دِينَهُمْ لَعِبًۭا وَلَهْوًۭا وَغَرَّتْهُمُ ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَا ۚ وَذَكِّرْ بِهِۦٓ أَن تُبْسَلَ نَفْسٌۢ بِمَا كَسَبَتْ لَيْسَ لَهَا مِن دُونِ ٱللَّهِ وَلِىٌّۭ وَلَا شَفِيعٌۭ وَإِن تَعْدِلْ كُلَّ عَدْلٍۢ لَّا يُؤْخَذْ مِنْهَآ ۗ أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ أُبْسِلُوا۟ بِمَا كَسَبُوا۟ ۖ لَهُمْ شَرَابٌۭ مِّنْ حَمِيمٍۢ وَعَذَابٌ أَلِيمٌۢ بِمَا كَانُوا۟ يَكْفُرُونَ ﴿٧٠﴾

إ حميم وعذاب أليمبما كانوايكفرون เจ้าจงปล่อยบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่ยึดเอาศาสนาของพวกเขาเป็นของเล่นและเป็นสิ่งเพลิดเพลิน โดยที่พวกเขานั้นทำมันให้เป็นสิ่งที่ตลกขบขันและเยาะ เย้ยต่อมัน และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ได้หลอกลวงพวกเขาจากความสุขอันชั่วครู่ และเจ้า โอ้เราะสูล จงเตือนมนุษย์ด้วยอัลกุรอานเพื่อมิให้ชีวิต หนึ่งชีวิตใดถูกส่งไปยังความพินาศ ด้วยสาเหตุที่ชีวิตหนึ่งนั้นได้ขวนขวายมัน ซึ่งความชั่วทั้งหลายสำหรับมันนั้นจะไม่มีมิตรใด ๆอื่นจากอัลลอฮ์ ที่มัน สามารถขอความช่วยเหลือได้ และไม่มีตัวกลางใดที่จะป้องกันมัน ซึ่งการลงโทษของพระเจ้าในวันกิยามะฮ์ และถ้าชีวิตนั้นได้ถูกไถ่ถอนจากการลงโทษ ของอัลลอฮ์ ด้วยสิ่งไถ่ถอนใด ๆ มันก็จะไม่ถูกรับจากชีวิตนั้น ชนเหล่านี้คือบรรดาผู้ที่ตัวของพวกเขานั้นได้ถูกส่งไปยังความพินาศ เนื่องจากสิ่งที่ พวกเขาได้กระทำไว้ ซึ่งสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืน สำหรับพวกเขาในวันกิยามะฮ์จะได้รับเครื่องดื่มจากน้ำที่ร้อนจัด และจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلْ أَنَدْعُوا۟ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَنفَعُنَا وَلَا يَضُرُّنَا وَنُرَدُّ عَلَىٰٓ أَعْقَابِنَا بَعْدَ إِذْ هَدَىٰنَا ٱللَّهُ كَٱلَّذِى ٱسْتَهْوَتْهُ ٱلشَّيَـٰطِينُ فِى ٱلْأَرْضِ حَيْرَانَ لَهُۥٓ أَصْحَـٰبٌۭ يَدْعُونَهُۥٓ إِلَى ٱلْهُدَى ٱئْتِنَا ۗ قُلْ إِنَّ هُدَى ٱللَّهِ هُوَ ٱلْهُدَىٰ ۖ وَأُمِرْنَا لِنُسْلِمَ لِرَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٧١﴾

โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกที่ตั้งภาคีเถิดว่า เราจะกราบไหว้สิ่งอื่นไปจากอัลลอฮฺ ซึ่งบรรดาเจว็ด ที่พวกมันมิได้มีคุณหรือโทษใด ๆ ที่จะมอบให้แก่เรา และเราจะถอยห่างจากการศรัทธา หลังจากที่อัลลอฮฺได้ทรงมอบมันให้แก่เราแล้วกระนั้นหรือ แล้วเรานั้นก็จะกลายเป็นดั่งเช่นผู้ที่พวกชัยฏอนได้ทำให้ เขาหลง โดยปล่อยเขาให้อยู่ในสภาพที่งงงวยที่ไม่ได้รับทางนำ ทั้ง ๆ ที่เขามีเพื่อน ๆ ที่ยืนหยัดอยู่บนหนทางที่เที่ยงตรง คอยเรียกร้องเขาให้ไปสู่ หนทางที่ถูกต้อง แต่เขาเองก็มิได้ขานรับต่อสิ่งที่เพื่อน ๆเขาได้เรียกร้องเขาไปสู่มัน โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด ว่า แท้จริงทางนำของอัลลอฮฺ เท่านั้นคือทางนำที่แท้จริง และพวกเราได้รับบัญชาให้เราสวามิภักดิ์แด่พระผู้มหาบริสุทธิ์และสูงส่ง โดยการยืนหยัดบนการให้เอกภาพต่อพระองค์ และ กราบไหว้ต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น พระองค์คือผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

وَأَنْ أَقِيمُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ وَٱتَّقُوهُ ۚ وَهُوَ ٱلَّذِىٓ إِلَيْهِ تُحْشَرُونَ ﴿٧٢﴾

และแท้จริงพวกเรานั้นได้รับบัญชา ให้ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และยำเกรงต่อพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของพระองค์ และ พระองค์คือผู้เดียวที่จะรวบรวมปวงบ่าวทั้งหลายกลับไปชุมนุมยังพระองค์ในวันกิยามะฮฺ เพื่อที่พระองค์จะได้ตอบต่อแทนพวกเขา ซึ่งบนการงานทั้ง หลายของพวกเขา

وَهُوَ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ بِٱلْحَقِّ ۖ وَيَوْمَ يَقُولُ كُن فَيَكُونُ ۚ قَوْلُهُ ٱلْحَقُّ ۚ وَلَهُ ٱلْمُلْكُ يَوْمَ يُنفَخُ فِى ٱلصُّورِ ۚ عَـٰلِمُ ٱلْغَيْبِ وَٱلشَّهَـٰدَةِ ۚ وَهُوَ ٱلْحَكِيمُ ٱلْخَبِيرُ ﴿٧٣﴾

และพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินด้วยความจริง และวันที่พระองค์ทรงตรัสแก่สรรพสิ่ง ว่า: เจ้าจง เป็นขึ้น แล้วพวกมันก็จะเป็นขึ้นมา หรือขณะที่พระองค์ทรงตรัสขึ้นในวันกิยามะฮฺว่า: เจ้าจงยืนขึ้น แล้วมันก็จะยืนขึ้น พระดำรัสของพระองค์คือความ จริงที่จะเกิดขึ้น ที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน และอำนาจทั้งหลายนั้นก็เป็นของพระองค์ ในขณะที่อิสรอฟีลนั้นเป่าเข้าไปในแตรครั้งที่สอง พระผู้ทรงรอบรู้ ในสิ่งเร้นลับ และในสิ่งเปิดเผย และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการบริหารของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่ไม่มีสิ่งใด เลยจะสามารถซ่อนไปจากพระองค์ได้ ดังนั้นส่วนลึกภายในของทุก ๆสิ่ง ณที่พระองค์นั้น เปรียบเสมือนส่วนภายนอกของมันที่แลเห็น

۞ وَإِذْ قَالَ إِبْرَٰهِيمُ لِأَبِيهِ ءَازَرَ أَتَتَّخِذُ أَصْنَامًا ءَالِهَةً ۖ إِنِّىٓ أَرَىٰكَ وَقَوْمَكَ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٧٤﴾

และโอ้เราะซูล จงรำลึกขณะที่อิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม ได้กล่าวแก่บิดาของเขาผู้ที่ตั้งภาคี คืออาซัรว่า: โอ้บิดาของฉัน ท่านจะยึดถือเอาบรรดาเจว็ดเป็น พระเจ้า โดยที่ท่านนั้นจะเคารพสักการะมันนอกเหนือไปจากอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?! แท้จริงฉันเห็นว่าท่านและกลุ่มชนของท่านนั้นที่กำลังเคารพสักการะ บรรดาเจว็ดนั้นอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้งและงงงวย หันเหออกไปจากหนทางที่เที่ยงแท้ ด้วยสาเหตุการเคารพสักการะของพวกท่านที่มิใช่ต่อ อัลลอฮฺ ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ และอื่น ๆ ที่มิใช่พระองค์นั้นมันถูกกราบไหว้โดยมดเท็จ

وَكَذَٰلِكَ نُرِىٓ إِبْرَٰهِيمَ مَلَكُوتَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَلِيَكُونَ مِنَ ٱلْمُوقِنِينَ ﴿٧٥﴾

และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้เขา (อิบรอฮีม) เห็นถึงความหลงผิดของบิดาเขาและกลุ่มชนของเขา ซึ่งเราจะให้เขาเห็นถึงความเป็นเจ้าแห่งบรรดาชั้น ฟ้าและแผ่นดินอันกว้างขวาง เพื่อที่เขาจะได้นำสิ่งนั้น (ความเป็นเจ้าอันกว้างขวาง) มาพิสูจน์ถึงความเป็นเอกะของอัลลอฮฺ และสิทธิของพระองค์ต่อ การเคารพสักการะแต่เพียงผู้เดียว เพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้เชื่อมั่นว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีภาคีใด ๆ เลยสำหรับพระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงมีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَلَمَّا جَنَّ عَلَيْهِ ٱلَّيْلُ رَءَا كَوْكَبًۭا ۖ قَالَ هَـٰذَا رَبِّى ۖ فَلَمَّآ أَفَلَ قَالَ لَآ أُحِبُّ ٱلْـَٔافِلِينَ ﴿٧٦﴾

ครั้นเมื่อกลางคืนได้ปกคลุมเขา เขาได้เห็นดาวดวงหนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า: นี้คือพระเจ้าของฉัน แต่เมื่อดาวดวงนั้นมันลับไป เขาก็กล่าวว่า: ฉันไม่ชอบ บรรดาสิ่งที่ลับไป เพราะแท้จริงแล้วพระเจ้าที่เที่ยงแท้นั้นจะต้องยืนยงไม่ไปไหน

فَلَمَّا رَءَا ٱلْقَمَرَ بَازِغًۭا قَالَ هَـٰذَا رَبِّى ۖ فَلَمَّآ أَفَلَ قَالَ لَئِن لَّمْ يَهْدِنِى رَبِّى لَأَكُونَنَّ مِنَ ٱلْقَوْمِ ٱلضَّآلِّينَ ﴿٧٧﴾

ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงจันทร์กำลังขึ้น เขาก็กล่าวว่า: นี้คือพระเจ้าของฉัน แต่เมื่อมันลับไป เขาก็กล่าวว่า: ถ้าพระเจ้าของฉันมิได้ทรงแนะนำฉันให้รู้ถึง ความเป็นเอกะของพระองค์และการเคารพสักการะต่อพระองค์แด่เพียงผู้เดียวแล้วนั้น แน่นอนฉันก็จะกลายเป็นคนหนึ่งในกลุ่มชนที่ห่างไกลไปจาก ศาสนาของพระองค์ที่เที่ยงแท้

فَلَمَّا رَءَا ٱلشَّمْسَ بَازِغَةًۭ قَالَ هَـٰذَا رَبِّى هَـٰذَآ أَكْبَرُ ۖ فَلَمَّآ أَفَلَتْ قَالَ يَـٰقَوْمِ إِنِّى بَرِىٓءٌۭ مِّمَّا تُشْرِكُونَ ﴿٧٨﴾

ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงอาทิตย์กำลังขึ้น เขาก็กล่าวว่า: นี้แหละคือพระเจ้าของฉัน สิ่งที่ขึ้นมานี้ใหญ่กว่าดวงดาวและดวงจันทร์แต่เมื่อมันได้ลับไป เขาก็ กล่าวว่า: โอ้กลุ่มชนของฉัน! แท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกท่านได้ตั้งภาคีขึ้นมาพร้อมกับอัลลอฮฺ

إِنِّى وَجَّهْتُ وَجْهِىَ لِلَّذِى فَطَرَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ حَنِيفًۭا ۖ وَمَآ أَنَا۠ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿٧٩﴾

แท้จริงข้าพระองค์ได้ทำให้ศาสนาของข้าพระองค์นั้นบริสุทธิ์แด่ผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยที่ไม่เหมือนสิ่งใดมาก่อนหน้านี้ เอนเอียง ออกไปจากการตั้งภาคีไปสู่การให้เอกภาพอันบริสุทธิ์ และข้าพระองค์มิใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ที่ตั้งภาคี ที่เคารพสักการะต่อสิ่งอื่นๆ พร้อมกันกับพระองค์

وَحَآجَّهُۥ قَوْمُهُۥ ۚ قَالَ أَتُحَـٰٓجُّوٓنِّى فِى ٱللَّهِ وَقَدْ هَدَىٰنِ ۚ وَلَآ أَخَافُ مَا تُشْرِكُونَ بِهِۦٓ إِلَّآ أَن يَشَآءَ رَبِّى شَيْـًۭٔا ۗ وَسِعَ رَبِّى كُلَّ شَىْءٍ عِلْمًا ۗ أَفَلَا تَتَذَكَّرُونَ ﴿٨٠﴾

และกลุ่มชนของเขา บรรดาผู้ตั้งภาคีในความเป็นเอกะของอัลลอฮฺผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ได้โต้เถียงเขา และได้ข่มขู่ด้วยบรรดาเจว็ดของพวกเขา แล้วเขา ได้กล่าวว่า: พวกท่านจะโต้เถียงฉันในเรื่องของความเป็นเอกะของอัลลอฮฺและความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ต่อการเคารพสักการะกระนั้นหรือ และ แท้จริงพระองค์ได้ทรงแนะนำฉันไปสู่มันแล้ว และฉันก็มิได้กลัวต่อบรรดาเจว็ดของพวกท่านเลย แท้จริงพวกมันนั้นมิได้ครอบครองโทษหรือให้คุณ ประโยชน์ใด ๆ เลย การที่มันจะให้โทษหรือประโยชน์แก่ฉันนั้น เว้นแต่เพียงอัลลอฮฺจะทรงประสงค์ แล้วสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประสงค์ไว้แล้วนั้นย่อมเป็นขึ้น แน่นอน และพร้อมกับการรอบรู้ของอัลลอฮฺถึงทุก ๆ สิ่ง ดังนั้นจะไม่มีสิ่งใดเลยในแผ่นดินและชั้นฟ้าที่จะซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ แล้วพวกเจ้าจะไม่ รำลึกกันหรือ?! โอ้กลุ่มชนของฉัน ถึงสิ่งที่พวกท่านนั้นได้ปฏิเสธต่ออัลลอฮฺและตั้งภาคีต่อพระองค์ ฉะนั้นพวกท่านจงศรัทธาต่ออัลลอฮฺเพียงองค์ เดียวเถิด

وَكَيْفَ أَخَافُ مَآ أَشْرَكْتُمْ وَلَا تَخَافُونَ أَنَّكُمْ أَشْرَكْتُم بِٱللَّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِۦ عَلَيْكُمْ سُلْطَـٰنًۭا ۚ فَأَىُّ ٱلْفَرِيقَيْنِ أَحَقُّ بِٱلْأَمْنِ ۖ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ ﴿٨١﴾

และฉันจะกลัวสิ่งที่พวกท่านบูชาโดยปราศจากอัลลอฮฺ ที่มาจากบรรดาเจว็ดได้อย่างไร? โดยที่พวกท่านเองก็ไม่ได้กลัวครั้งตอนที่พวกท่านนั้นได้ตั้งภา คีต่ออัลลอฮฺ ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ทรงให้มีหลักฐานใด ๆ ลงมาแก่พวกเจ้าในสิ่งนั้น! แล้วฝ่ายใดเล่าในสองฝ่ายนั้น: ฝ่ายบรรดาผู้ศรัทธาหรือฝ่าย บรรดาผู้ตั้งภาคี เป็นฝ่ายที่คู่ควรแก่ความปลอดภัยยิ่งกว่า? หากพวกท่านรู้ว่าฝ่ายใดที่คู่ควร พวกท่านก็จงปฏิบัติตามมัน และฝ่ายที่คู่ควรยิ่ง ที่ไม่มี ข้อสงสัยใด ๆนั้น คือ ฝ่ายบรรดาผู้ศรัทธา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَلَمْ يَلْبِسُوٓا۟ إِيمَـٰنَهُم بِظُلْمٍ أُو۟لَـٰٓئِكَ لَهُمُ ٱلْأَمْنُ وَهُم مُّهْتَدُونَ ﴿٨٢﴾

บรรดาผู้ที่ศรัทธาในอัลลอฮฺและได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ได้บัญญัติมา โดยที่มิได้ให้การศรัทธาของพวกเขาปะปนกับการอธรรมนั้น ชนเหล่านี้แหละเพียง กลุ่มเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับความปลอดภัย และพวกเขาคือผู้ที่รับเอาคำแนะนำไว้ ซึ่งผู้อภิบาลของเขาได้แนะนำพวกเขาไปสู่ซึ่งหนทางแห่งทาง นำ

وَتِلْكَ حُجَّتُنَآ ءَاتَيْنَـٰهَآ إِبْرَٰهِيمَ عَلَىٰ قَوْمِهِۦ ۚ نَرْفَعُ دَرَجَـٰتٍۢ مَّن نَّشَآءُ ۗ إِنَّ رَبَّكَ حَكِيمٌ عَلِيمٌۭ ﴿٨٣﴾

และหลักฐานนั้น มันคือคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า: (แล้วฝ่ายใดเล่าในสองฝ่ายนั้น เป็นฝ่ายที่คู่ควรแก่ความปลอดภัยยิ่งกว่า) ที่อิบรอฮีมได้นำมันมา เอาชนะเหนือกลุ่มชนของเขา จนกระทั่งทำให้การโต้แย้งของพวกเขานั้นถูกตัดออก มันคือหลักฐานของเรา เราได้ชี้นำเขาด้วยมันเพื่อเป็นเครื่องมือ โต้แย้งกับกลุ่มชนของเขา และเราก็ได้มอบมันให้แก่เขา เราจะยกขึ้นหลายขั้นในโลกดุนยานี้และก็โลกอาคีเราะฮฺ ผู้ที่เราประสงค์จากบรรดาปวงบ่าว ของเรา โอ้เราะซูล แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการบริหารของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ต่อปวงบ่าวของพระองค์

وَوَهَبْنَا لَهُۥٓ إِسْحَـٰقَ وَيَعْقُوبَ ۚ كُلًّا هَدَيْنَا ۚ وَنُوحًا هَدَيْنَا مِن قَبْلُ ۖ وَمِن ذُرِّيَّتِهِۦ دَاوُۥدَ وَسُلَيْمَـٰنَ وَأَيُّوبَ وَيُوسُفَ وَمُوسَىٰ وَهَـٰرُونَ ۚ وَكَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلْمُحْسِنِينَ ﴿٨٤﴾

ى และเราได้ประทานแก่อิบรอฮีม ซึ่งอิสฮากผู้เป็นลูกของเขา และยะอฺกูบผู้เป็นหลานของเขา และเราได้แนะนำแก่ทั้งสองคนนั้นแล้วซึ่งหนทางที่เที่ยง ตรง และเราก็ได้แนะนำแล้วตั้งแต่ก่อนโน้น และเราก็ได้แนะนำซึ่งหนทางที่ถูกต้องต่อลูกหลานของนูฮฺทุกคน ตั้งแต่ดาวูดและสุลัยมานลูกของเขา และ อัยยูบ และยูซุฟ และมูซา และฮารูนพี่ของเขา อลัยฮิมุสสลาม และเช่นเดียวกับการตอบแทนนี้ ที่เราได้ตอบแทนมันแก่บรรดาศาสนทูต ในคุณงาม ความดีของพวกเขา ในทำนองนั้นเราก็จะตอบแทนมันแก่ผู้กระทำดีทั้งหลายที่นอกจากพวกเขาل ในคุณงามความดีของพวกเขา

وَزَكَرِيَّا وَيَحْيَىٰ وَعِيسَىٰ وَإِلْيَاسَ ۖ كُلٌّۭ مِّنَ ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿٨٥﴾

และเราก็ได้แนะนำเช่นเดียวกันทั้งซะกะรียา และยะฮฺยา และอีซาบุตรของมัรยัม และอิลยาส อลัยฮิมุสสลาม และบรรดานบีเหล่านั้นทุก ๆ คน ที่อยู่ในหมู่ ของคนดีที่อัลลอฮฺได้ทรงเลือกพวกเขาให้เป็นบรรดาศาสนทูตل

وَإِسْمَـٰعِيلَ وَٱلْيَسَعَ وَيُونُسَ وَلُوطًۭا ۚ وَكُلًّۭا فَضَّلْنَا عَلَى ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٨٦﴾

และเราก็ได้แนะนำเช่นเดียวกัน ทั้งอิสมาอีล และอัล-ยะสะอฺ และยูนุส และลูฏ อลัยฮิมุสสลาม และบรรดานบีเหล่านั้นทุก ๆคน และหัวหน้าของพวกเขา นั้น คือนบีมูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม เรานั้นได้ให้พวกเขามีความดีเด่นเหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย

وَمِنْ ءَابَآئِهِمْ وَذُرِّيَّـٰتِهِمْ وَإِخْوَٰنِهِمْ ۖ وَٱجْتَبَيْنَـٰهُمْ وَهَدَيْنَـٰهُمْ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ ﴿٨٧﴾

และเราก็ได้แนะนำซึ่งส่วนหนึ่งจากบรรพบุรุษของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขา และส่วนหนึ่งจากพี่น้องของพวกเขาจากผู้ที่เราได้ประสงค์ความ สำเร็จให้แก่เขา และเราก็ได้เลือกพวกเขา และได้แนะนำพวกเขาไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง เป็นหนทางแห่งการให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺและการเชื่อฟังต่อ พระองค์

ذَٰلِكَ هُدَى ٱللَّهِ يَهْدِى بِهِۦ مَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦ ۚ وَلَوْ أَشْرَكُوا۟ لَحَبِطَ عَنْهُم مَّا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿٨٨﴾

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาซึ่งจากคำแนะนำ มันคือ คำแนะนำของอัลลอฮฺ โดยที่พระองค์จะทรงแนะนำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่ปวงบ่าวของ พระองค์ ด้วยคำแนะนำนั้น และหากพวกเขาได้มีการตั้งภาคีอื่นขึ้นมาพร้อมกับอัลลอฮฺแล้ว แน่นอนสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำกันมา ก็สูญสิ้นไปจากพวก เขา เพราะการตั้งภาคีนั้นเป็นสิ่งที่มาโมฆะการงานที่ดี بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ ءَاتَيْنَـٰهُمُ ٱلْكِتَـٰبَ وَٱلْحُكْمَ وَٱلنُّبُوَّةَ ۚ فَإِن يَكْفُرْ بِهَا هَـٰٓؤُلَآءِ فَقَدْ وَكَّلْنَا بِهَا قَوْمًۭا لَّيْسُوا۟ بِهَا بِكَـٰفِرِينَ ﴿٨٩﴾

บรรดานบีเหล่านั้นที่ถูกกล่าวมาขางต้น พวกเขาคือ บรรดาผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์แก่พวกเขา และให้คติพจน์ และให้การเป็นนบีด้วย แต่ถ้าหากกลุ่มชน ของเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่เราได้มอบให้แก่พวกเขาจากสามสิ่งนี้ แน่นอนเราได้เตรียมไว้สำหรับมันและได้มอบความไว้วางใจไว้แล้วแก่กลุ่มชน หนึ่งที่พวกเขามิใช่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อมัน แต่ทว่าพวกเขานั้นคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาที่ยึดมั่นในสิ่งเหล่านั้น และเขานั่นก็คือชาวมุฮาญิรีนและชา วอันศ็อร และบรรดาผู้ที่ติดตามพวกเขาด้วยการทำความดีเพื่อไปสู่วันแห่งการตอบแทน

أُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ هَدَى ٱللَّهُ ۖ فَبِهُدَىٰهُمُ ٱقْتَدِهْ ۗ قُل لَّآ أَسْـَٔلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا ۖ إِنْ هُوَ إِلَّا ذِكْرَىٰ لِلْعَـٰلَمِينَ ﴿٩٠﴾

บรรดานบีเหล่านี้ และผู้ที่ถูกกล่าวมาพร้อมกันกับพวกเขาจากบรรพบุรุษของพวกเขา ลูกหลานของพวกเขาและพี่น้องของพวกเขา พวกเขาคือกลุ่ม ชนที่ได้รับทางนำที่แท้จริง ดังนั้นเจ้าจงเจริญรอยตามพวกเขาเถิด และจงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่กลุ่มชนของเจ้าว่า: ฉันจะไม่ขอต่อพวกท่าน ซึ่งค่า จ้างใด ๆในการเผยแผ่อัลกุรอ่านอันนี้ แน่นอนอัลกุรอ่านนั้น มิใช่อะไรอื่นนอกจากคำตักเตือนสำหรับประชาชาติทั้งหลายที่รวมทั้งมนุษย์และญิน เพื่อ ที่พวกเขานั้นได้นำมันมาเป็นทางนำไปสู่หนทางที่เที่ยงตรงและหนทางที่ถูกต้อง

وَمَا قَدَرُوا۟ ٱللَّهَ حَقَّ قَدْرِهِۦٓ إِذْ قَالُوا۟ مَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ عَلَىٰ بَشَرٍۢ مِّن شَىْءٍۢ ۗ قُلْ مَنْ أَنزَلَ ٱلْكِتَـٰبَ ٱلَّذِى جَآءَ بِهِۦ مُوسَىٰ نُورًۭا وَهُدًۭى لِّلنَّاسِ ۖ تَجْعَلُونَهُۥ قَرَاطِيسَ تُبْدُونَهَا وَتُخْفُونَ كَثِيرًۭا ۖ وَعُلِّمْتُم مَّا لَمْ تَعْلَمُوٓا۟ أَنتُمْ وَلَآ ءَابَآؤُكُمْ ۖ قُلِ ٱللَّهُ ۖ ثُمَّ ذَرْهُمْ فِى خَوْضِهِمْ يَلْعَبُونَ ﴿٩١﴾

ى และพวกที่ตั้งภาคีทั้งหลายนั้นมิได้ให้ความยิ่งใหญ่แก่อัลลอฮ์อย่างแท้จริง ขณะที่พวกเขาได้กล่าวต่อท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่ง เป็นนบีของพวกเขา ว่า: อัลลอฮ์มิได้ทรงประทานสิ่งใดแก่ปุถุชนคนใด ซึ่งจากการวะฮ์ยู โอ้เราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า: ผู้ใดเล่าที่ได้ทรง ประทานลงมา ซึ่งคัมภีร์อัตเตารอฮ์แก่มูซาเพื่อมาเป็นแสงสว่าง ทางนำและคำแนะนำแก่กลุ่มชนของพวกเขา? ซึ่งพวกยิวนั้นได้บันทึกมันไว้ในกระดาษ โดยพวกเขาจะเปิดเผยมัน เฉพาะสิ่งที่มันตรงกับอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาเท่านั้น และก็จะปกปิดสิ่งที่มันมีข้อขัดแย้งกับอารมณ์พวกเขา เช่น คุณลักษณะของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และพวกเจ้าถูกสอนมาแล้ว โอ้อาหรับเอ๋ย จากคำภีร์อัลกุรอาน ในสิ่งที่พวกเจ้านั้นไม่รู้ และบรรพบุรุษของพวกเจ้าก็มิได้รู้มาก่อน โอ้เราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า: อัลลอฮ์นั้นได้ทรงประทานมันมา แล้วเจ้าก็จงปล่อยพวกเขาให้ตกอยู่ ในความโง่เขลาและการหลงทางของพวกเขาเถอะ จนกว่าจะมีความแน่นอนมาพบประสบแด่พวกเขา

وَهَـٰذَا كِتَـٰبٌ أَنزَلْنَـٰهُ مُبَارَكٌۭ مُّصَدِّقُ ٱلَّذِى بَيْنَ يَدَيْهِ وَلِتُنذِرَ أُمَّ ٱلْقُرَىٰ وَمَنْ حَوْلَهَا ۚ وَٱلَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ يُؤْمِنُونَ بِهِۦ ۖ وَهُمْ عَلَىٰ صَلَاتِهِمْ يُحَافِظُونَ ﴿٩٢﴾

ى นี่คืออัลกุรอาน เป็นคัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า โอ้นบีเอ๋ย และมันคือคัมภีร์ที่มีความจำเริญ ที่ยืนยันถึงสิ่งที่มาก่อนหน้านี้จากบรรดาคัมภีร์ แห่งชั้นฟ้า เพื่อที่เจ้าจะได้ตักเตือนชาวมักกะฮ์และมนุษย์ทุก ๆ คนในหน้าแผ่นดินตั้งแต่ทิศตะวันออกไปสุดยังทิศตะวันตกจนกว่าพวกเขาจะได้รับทาง นำ และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อการมีชีวิตในปรโลก พวกเขาก็จะศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอานนี้ และรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในนั้น และพวกเขาก็จะรักษาการละหมาด ของพวกเขา ด้วยการดำรงปฏิบัติสิ่งที่เป็นรูกุน (สิ่งที่เป็นหลัก) และสิ่งที่เป็นฟัรฎู (จำเป็น) และสุนนะฮ์ (สิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ) ทั้งหลาย ในช่วงเวลา ต่าง ๆ ของมันที่บทบัญญัติได้กำหนดไว้

وَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّنِ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا أَوْ قَالَ أُوحِىَ إِلَىَّ وَلَمْ يُوحَ إِلَيْهِ شَىْءٌۭ وَمَن قَالَ سَأُنزِلُ مِثْلَ مَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ ۗ وَلَوْ تَرَىٰٓ إِذِ ٱلظَّـٰلِمُونَ فِى غَمَرَٰتِ ٱلْمَوْتِ وَٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ بَاسِطُوٓا۟ أَيْدِيهِمْ أَخْرِجُوٓا۟ أَنفُسَكُمُ ۖ ٱلْيَوْمَ تُجْزَوْنَ عَذَابَ ٱلْهُونِ بِمَا كُنتُمْ تَقُولُونَ عَلَى ٱللَّهِ غَيْرَ ٱلْحَقِّ وَكُنتُمْ عَنْ ءَايَـٰتِهِۦ تَسْتَكْبِرُونَ ﴿٩٣﴾

ไม่มีใครคนใดเลยที่อธรรมยิ่งกว่าผู้ที่เขานั้นได้อุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮฺ โดยการที่เขาได้กล่าวว่า: อัลลอฮฺนั้นมิได้ทรงประทานสิ่งใดเลยให้แก่ มนุษย์คนใดคนหนึ่ง หรือกล่าวเท็จว่า: แท้จริงอัลลอฮฺนั้นได้ทรงวะฮฺยูแก่เขา แต่ความเป็นจริงแล้วอัลลอฮฺนั้นมิได้วะฮฺยูสิ่งใดมาแก่เขาเลย หรือกล่าว ว่า: ฉันจะทำให้ลงมาเช่นเดียวกับสิ่งที่อัลลอฮฺให้ลงมา ซึ่งอัลกุรอ่าน และหากเจ้าได้เห็น โอ้เราะซูล بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ขณะที่บรรดาผู้อธรรมเหล่านั้นได้ประสบกับความเจ็บปวดแห่งความตาย และมลาอิกะฮฺ กำลังแบมือของพวกเขาไปยังพวกเขาด้วยลงโทษและทุบตี โดยกล่าวกับพวกเขาอย่างทารุณว่า จงให้ชีวิตของพวกท่านออกมา แล้วเราก็จะจับขังมัน ในวันนี้พวกท่านจะได้รับการตอบแทน ซึ่งการลงโทษที่มันจะ ทำให้พวกเจ้าต่ำต้อยและน่าอัปยศ เนื่องจากที่พวกท่านกล่าวให้ร้ายแก่อัลลอฮฺด้วยการกล่าวอ้างถึงการเป็นนบีและการวะฮฺยู และการทำให้ลงมาเช่น เดียวกับสิ่งที่อัลลอฮฺให้ลงมา และเนื่องจากความยโสโอหังของพวกท่านต่อการศรัทธาด้วยบรรดาโองการต่าง ๆ ของพระองค์ หากเจ้ามองเห็นสิ่งนั้น แน่นอนเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่น่ากลัว

وَلَقَدْ جِئْتُمُونَا فُرَٰدَىٰ كَمَا خَلَقْنَـٰكُمْ أَوَّلَ مَرَّةٍۢ وَتَرَكْتُم مَّا خَوَّلْنَـٰكُمْ وَرَآءَ ظُهُورِكُمْ ۖ وَمَا نَرَىٰ مَعَكُمْ شُفَعَآءَكُمُ ٱلَّذِينَ زَعَمْتُمْ أَنَّهُمْ فِيكُمْ شُرَكَـٰٓؤُا۟ ۚ لَقَد تَّقَطَّعَ بَيْنَكُمْ وَضَلَّ عَنكُم مَّا كُنتُمْ تَزْعُمُونَ ﴿٩٤﴾

และได้มีการกล่าวขึ้นแก่พวกเขาในวันกิยามะฮฺว่า: แน่นอนพวกเจ้าได้มายังเราในวันนี้อย่างลำพัง โดยจะไม่มีทรัพย์สินหรือตำแหน่งใดๆ ที่จะมาพร้อม กับพวกเจ้า เยี่ยงที่เราได้บังเกิดพวกเจ้ามาในครั้งแรกอย่างเปล่าเปลือย และพวกเจ้าก็ได้ละทิ้งสิ่งนั้นที่เราได้มอบให้แก่พวกเจ้าไว้เบื้องหลังของพวก เจ้าในโลกดุนยา ทั้ง ๆ ที่พวกเจ้าไม่พอใจ และเราก็ไม่เห็นเลยว่าวันนี้พระเจ้าของพวกเจ้าจะมาอยู่กับพวกเจ้า ซึ่งบรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้อ้างไว้ว่าพวกเขา นั้นคือผู้ไกล่เกลี่ยของพวกเจ้า และอ้างว่าพวกเขานั้นคือบรรดาหุ้นส่วนของอัลลอฮฺในการขอรับสิทธิ์การเคารพสักการะ แน่นอนความสัมพันธ์ใน ระหว่างพวกเจ้าได้ถูกตัดขาดให้เป็นเสี่ยง ๆ แล้ว และมันก็ได้ห่างหายไปจากพวกเจ้า สิ่งที่พวกเจ้าได้อ้างไว้ ซึ่งการช่วยเหลือของพวกเขา และที่แท้แล้ว พวกเขานั้นเป็นหุ้นส่วนของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ

۞ إِنَّ ٱللَّهَ فَالِقُ ٱلْحَبِّ وَٱلنَّوَىٰ ۖ يُخْرِجُ ٱلْحَىَّ مِنَ ٱلْمَيِّتِ وَمُخْرِجُ ٱلْمَيِّتِ مِنَ ٱلْحَىِّ ۚ ذَٰلِكُمُ ٱللَّهُ ۖ فَأَنَّىٰ تُؤْفَكُونَ ﴿٩٥﴾

แท้จริงอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว เป็นผู้ทรงปริเมล็ดพืชแล้วต้นกล้าก็จะออกมาจากมัน และทรงปริเมล็ดอินทผลัมแล้วต้นพันธุ์ก็จะออกมาจากมัน พระองค์ทรงให้สิ่งที่มีชีวิตออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต คือการที่มนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ออกมาจากน้ำอสุจิ และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต คือ การที่อสุจิได้หลั่งออกมาจากมนุษย์และไข่ที่ออกมาจากไก่ กล่าวคือ ผู้ที่กระทำเช่นนี้ได้ก็คืออัลลอฮ์ ผู้ที่ทรงสร้างพวกท่านมา โอ้พวกที่ตั้งภาคีทั้งหลาย พวกเจ้าหันเหออกจากความจริงได้อย่างไรเล่า ทั้งที่สิ่งที่พวกเจ้ามองเห็นมันนั้น คือความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้สร้างมันมา?!

فَالِقُ ٱلْإِصْبَاحِ وَجَعَلَ ٱلَّيْلَ سَكَنًۭا وَٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ حُسْبَانًۭا ۚ ذَٰلِكَ تَقْدِيرُ ٱلْعَزِيزِ ٱلْعَلِيمِ ﴿٩٦﴾

และพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงทำให้แสงรุ่งอรุณสว่างไสวขึ้นจากความมืดของกลางคืน และทรงทำให้กลางคืนเป็นที่พักผ่อนให้ แก่มนุษย์ซึ่งพวกเขาก็จะได้หยุดพักจากกิจกรรมการงาน หยุดพักความอ่อนล้าจากการทำงานของพวกเขาในตอนกลางวัน และพระองค์ก็ทรงทำให้ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่กำลังโคจรอยู่นั่นเป็นสิ่งคำนวณเวลา ที่กล่าวมานั้นมันมาจากการสร้างอันสวยงาม นั่นคือการกำหนดให้มีขึ้นของผู้ทรง เดชานุภาพที่ไม่มีผู้เหนือไปกว่าพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณถึงการสร้างของพระองค์ และสิ่งที่เหมาะสำหรับพวกเขา

وَهُوَ ٱلَّذِى جَعَلَ لَكُمُ ٱلنُّجُومَ لِتَهْتَدُوا۟ بِهَا فِى ظُلُمَـٰتِ ٱلْبَرِّ وَٱلْبَحْرِ ۗ قَدْ فَصَّلْنَا ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَعْلَمُونَ ﴿٩٧﴾

และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงให้มีแก่พวกเจ้า โอ้ลูกหลานของอาดัม ซึ่งดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้รับการ ชี้นำด้วยดวงดาวเหล่านั้นในการเดินทางของพวกเจ้า เมื่อไหร่ที่ถนนหนทางมันมีความสลับซับซ้อนทั้งในทางบกและทางทะเล แน่นอนเราได้แสดง หลักฐานและข้อพิสูจน์ต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของเราไว้แล้ว สำหรับกลุ่มชนที่สดับรับรู้ถึงหลักฐานและข้อพิสูจน์อันนั้น แล้วพวกเขาก็จะได้ ر รับประโยชน์จากมัน

وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَنشَأَكُم مِّن نَّفْسٍۢ وَٰحِدَةٍۢ فَمُسْتَقَرٌّۭ وَمُسْتَوْدَعٌۭ ۗ قَدْ فَصَّلْنَا ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَفْقَهُونَ ﴿٩٨﴾

และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงสร้างพวกเจ้าขึ้นมาจากชีวิตหนึ่ง คือ จากบิดาของพวกเจ้า ซึ่งอาดัม แท้จริงการสร้างพวกเจ้า นั้นได้เริ่มต้นด้วยการสร้างพ่อของพวกเจ้าที่มาจากดินก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงบังเกิดพวกเจ้ามาจากเขา และพระองค์ก็ได้ทรงสร้างให้แก่พวกเจ้า ซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าจะต้องพำนักอยู่ในนั้น คือบรรดามดลูกมารดาของพวกเจ้า และคลังที่ฝาก ที่พวกเจ้าถูกสะสมไว้ในนั้น คือกระดูกสันหลังของ บรรพบุรุษของพวกเจ้า แน่นอนเราได้แจกแจงโองการทั้งหลายไว้แล้ว สำหรับกลุ่มชนที่เข้าใจในวจนะของอัลลอฮฺ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ب

وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۭ فَأَخْرَجْنَا بِهِۦ نَبَاتَ كُلِّ شَىْءٍۢ فَأَخْرَجْنَا مِنْهُ خَضِرًۭا نُّخْرِجُ مِنْهُ حَبًّۭا مُّتَرَاكِبًۭا وَمِنَ ٱلنَّخْلِ مِن طَلْعِهَا قِنْوَانٌۭ دَانِيَةٌۭ وَجَنَّـٰتٍۢ مِّنْ أَعْنَابٍۢ وَٱلزَّيْتُونَ وَٱلرُّمَّانَ مُشْتَبِهًۭا وَغَيْرَ مُتَشَـٰبِهٍ ۗ ٱنظُرُوٓا۟ إِلَىٰ ثَمَرِهِۦٓ إِذَآ أَثْمَرَ وَيَنْعِهِۦٓ ۚ إِنَّ فِى ذَٰلِكُمْ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٩٩﴾

และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง นั้นคือ ผู้ที่ทรงให้น้ำฝนลงมาจากฟากฟ้า แล้วทรงให้ออกมาด้วยน้ำนั้น ซึ่งพันธุ์พืชทุกชนิด และเราได้ให้ ออกจากพันธุ์พืชนั้น ซึ่งกล้าพันธุ์และต้นไม้ที่มีสีเขียว จากสิ่งที่มีสีเขียวนั้นเราได้ให้ออกมาซึ่งเมล็ดที่ซ้อนตัวทับกันอยู่ดั่งในช่อในรวง และจากต้นอิน ทผาลัมนั้น จั่นของมันจะออกมาเป็นทลายต่ำ ๆ ไม่ว่าผู้ที่ยืนหรือที่นั่งกันอยู่ก็สามารถเก็บเกี่ยวมันได้ และเราก็ได้ให้ออกมาด้วยน้ำนั้นอีก ซึ่งสวนองุ่น และเราก็ได้ให้ออกมา ซึ่งซัยตูน และทับทิม โดยที่ใบของมันทั้งสองมีสภาพคล้ายกัน แต่มีผลที่แตกต่างกัน โอ้มนุษย์เอ๋ยพวกเจ้าจงมองดู ผลของมัน เมื่อมันเริ่มออกผลและเมื่อมันแก่สุก โอ้มนุษย์เอ๋ยแท้จริงในสิ่งเหล่านั้น แน่นอนมันคือข้อพิสูจน์หลักฐานอันชัดแจ้งที่ชี้ให้เห็นถึงความปรีชาสามารถ ของอัลลอฮฺ แก่หมู่ชนผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ เหล่านี้

وَجَعَلُوا۟ لِلَّهِ شُرَكَآءَ ٱلْجِنَّ وَخَلَقَهُمْ ۖ وَخَرَقُوا۟ لَهُۥ بَنِينَ وَبَنَـٰتٍۭ بِغَيْرِ عِلْمٍۢ ۚ سُبْحَـٰنَهُۥ وَتَعَـٰلَىٰ عَمَّا يَصِفُونَ ﴿١٠٠﴾

และพวกที่ตั้งภาคีนั้นได้ทำให้ญินเป็นคู่ภาคีต่ออัลลอฮ์ในการเคารพสักการะ ครั้นเมื่อพวกเขาได้เชื่อว่าญินนั้นเป็นผู้ให้ประโยชน์และให้โทษ ซึ่งแท้จริง นั้นพระองค์ทรงได้บังเกิดพวกเขามา ซึ่งไม่มีใครอื่นเลยที่สร้างพวกเขามา ดังนั้นพระองค์คือผู้ที่สมควรยิ่งที่จะถูกเคารพสักการะ และพวกเขาได้อุป โลกษ์ขึ้นมาให้แก่พระองค์ซึ่งบรรดาบุตรชาย ดั่งเช่นที่ยิวได้กระทำต่ออุซัยร์ และที่คริสเตียนได้กระทำกับอีซา และเช่นเดียวกันพวกเขาก็ได้อุปโลกษ์ บรรดาบุตรหญิงให้แก่พระองค์ ดั่งเช่นที่พวกตั้งภาคีกระทำต่อมลาอิกะฮ์ พระองค์ได้ทรงปราศจากและทรงบริสุทธิ์ จากสิ่งที่พวกคนอธรรมเหล่านั้น ได้ให้ลักษณะไว้

بَدِيعُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ أَنَّىٰ يَكُونُ لَهُۥ وَلَدٌۭ وَلَمْ تَكُن لَّهُۥ صَـٰحِبَةٌۭ ۖ وَخَلَقَ كُلَّ شَىْءٍۢ ۖ وَهُوَ بِكُلِّ شَىْءٍ عَلِيمٌۭ ﴿١٠١﴾

และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ พระผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยที่ไม่เหมือนสิ่งใดมาก่อนหน้านี้ อย่างไรเล่าที่พระองค์จะ ทรงมีพระบุตรโดยที่พระองค์มิได้ทรงมีคู่ครอง?! และพระองค์นั้นทรงบังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง และพระองค์ก็ทรงรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่สิ่งใดเลยที่จะ ปิดบังพระองค์ได้

ذَٰلِكُمُ ٱللَّهُ رَبُّكُمْ ۖ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ ۖ خَـٰلِقُ كُلِّ شَىْءٍۢ فَٱعْبُدُوهُ ۚ وَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ وَكِيلٌۭ ﴿١٠٢﴾

กล่าวคือ โอ้มนุษย์ผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนั้นคือ พระผู้ทรงอภิบาลของพวกเจ้า แน่นอนไม่มีผู้อภิบาลอื่นใดแล้วที่นอกจากพระองค์สำหรับพวกเจ้า และ ไม่มีผู้ที่ถูกกราบไหว้อื่นใดโดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงบังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพสักการะต่อพระองค์เพียง องค์เดียวเถิด พระองค์คือผู้ที่สมควรได้รับการเคารพสักการะ และพระองค์ก็ทรงเป็นผู้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษาในทุกสิ่งทุกอย่าง

لَّا تُدْرِكُهُ ٱلْأَبْصَـٰرُ وَهُوَ يُدْرِكُ ٱلْأَبْصَـٰرَ ۖ وَهُوَ ٱللَّطِيفُ ٱلْخَبِيرُ ﴿١٠٣﴾

สายตาทั้งหลายนั้นไม่สามารถคลอบคลุมไปถึงพระองค์ได้ แต่พระองค์นั้นทรงรู้ตระหนักถึงสายตาเหล่านั้น และคลอบคลุมไปถึงมัน และพระองค์ก็คือ ผู้ที่ทรงอ่อนโยนต่อปวงบ่าวของพระองค์ที่ดีทั้งหลาย ผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนถึงพวกเขา

قَدْ جَآءَكُم بَصَآئِرُ مِن رَّبِّكُمْ ۖ فَمَنْ أَبْصَرَ فَلِنَفْسِهِۦ ۖ وَمَنْ عَمِىَ فَعَلَيْهَا ۚ وَمَآ أَنَا۠ عَلَيْكُم بِحَفِيظٍۢ ﴿١٠٤﴾

โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงบรรดาหลักฐานที่ชัดเจนและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ที่ชัดแจ้งจากพระเจ้าของพวกเจ้านั้นได้มายังพวกเจ้าแล้ว แล้วผู้ใดที่ใช้สติปัญญา ใคร่ครวญมันและยอมจำนน แน่นอนผลประโยชน์นั้นก็จะย้อนกลับไปหาเขา และผู้ใดมองไม่เห็นมัน และไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญมัน และไม่ยอมจำนน ต่อมัน แน่นอนโทษภัยนั้นมันถูกกักกั้นไว้บนตัวเขา และฉันมิใช่เป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์พวกท่าน หรือคำนวณนับการทำงานของพวกท่าน แท้จริง แล้ว ฉันนั้นคือเราะซูลคนหนึ่งที่มาจากพระเจ้าของฉัน และพระองค์นั้นต่างหากเป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์พวกท่าน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَكَذَٰلِكَ نُصَرِّفُ ٱلْـَٔايَـٰتِ وَلِيَقُولُوا۟ دَرَسْتَ وَلِنُبَيِّنَهُۥ لِقَوْمٍۢ يَعْلَمُونَ ﴿١٠٥﴾

และในทำนองเดียวกัน เราได้แจกแจงบรรดาหลักฐานและข้อพิสูจน์ทั้งหลายที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของอัลลอฮฺ เราก็จะแจกแจงบรรดาโองการ ต่าง ๆ ในสัญญา และการข่มขู่ และการตักเตือน และพวกที่ตั้งภาคีก็จะกล่าวว่า: นี่ไม่ใช่วะฮฺยู แท้จริงเจ้านั้นได้ศึกษามันมาจากชาวคัมภีร์ที่มาก่อนหน้า เจ้า เพื่อที่เราจะได้ให้ความจริงนั้นแจ่มแจ้งแก่มนุษย์ด้วยการแจกแจงของเราซึ่งบรรดาโองการต่าง ๆ เหล่านี้ และแก่บรรดาผู้ศรัทธาจากประชาชาติ ของมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม ดังนั้นพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ยอมรับความจริงและปฏิบัติตามมัน

ٱتَّبِعْ مَآ أُوحِىَ إِلَيْكَ مِن رَّبِّكَ ۖ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ ۖ وَأَعْرِضْ عَنِ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿١٠٦﴾

โอ้เราะซูลเอ๋ย จงปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ซึ่งสัจธรรม ที่มาจากพระเจ้าของเจ้าเถิด ดังนั้นเขาคือพระผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ไม่มีผู้ถูกกราบ ไหว้ใด ๆ โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ และเจ้าอย่าได้ทำให้หัวใจของเจ้านั้นไปยุ่งอยู่กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและความดื้อรั้นของพวกเขาเลย แน่นอนเรื่องของพวกเขานั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ

وَلَوْ شَآءَ ٱللَّهُ مَآ أَشْرَكُوا۟ ۗ وَمَا جَعَلْنَـٰكَ عَلَيْهِمْ حَفِيظًۭا ۖ وَمَآ أَنتَ عَلَيْهِم بِوَكِيلٍۢ ﴿١٠٧﴾

และหากว่าอัลลอฮฺได้ทรงประสงค์ที่จะไม่ให้พวกเขาได้ตั้งภาคีใดภาคีหนึ่งต่อพระองค์ แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ตั้งภาคีหนึ่งภาคีใดต่อพระองค์ และเราก็ มิได้ให้เจ้า โอ้เราะซูล เป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์ คำนวณนับการงานของพวกเขา และเจ้าก็มิใช่เป็นผู้รับผิดชอบต่อพวกเขา แท้จริงเจ้านั้นเป็นเพียง เราะซูล และไม่มีสิ่งใดเลยเหนือตัวเจ้าเว้นเสียจากการประกาศให้รู้

وَلَا تَسُبُّوا۟ ٱلَّذِينَ يَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ فَيَسُبُّوا۟ ٱللَّهَ عَدْوًۢا بِغَيْرِ عِلْمٍۢ ۗ كَذَٰلِكَ زَيَّنَّا لِكُلِّ أُمَّةٍ عَمَلَهُمْ ثُمَّ إِلَىٰ رَبِّهِم مَّرْجِعُهُمْ فَيُنَبِّئُهُم بِمَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٠٨﴾

مرجعهم فينبئهم بما كانوايعملون และพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่าด่าว่าบรรดาเจว็ดที่พวกตั้งภาคีนั้นกำลังเคารพบูชามันพร้อมกับอัลลอฮฺเถิด และถึงแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอัปยศ ยิ่งและสมควรแก่การด่าว่ามัน ก็เพื่อไม่ให้พวกตั้งภาคีนั้นด่าว่าอัลลอฮฺเป็นการยืดเยื้อ และปราศจากความรู้ต่อสิ่งที่เหมาะสมคู่ควรต่อพระองค์ และใน ขณะที่พวกเขาเหล่านั้นได้ถูกทำให้เห็นดีเห็นงามบนสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ซึ่งการหลงทาง เราได้ให้เห็นดีเห็นงามแก่ทุกประชาชาติ ซึ่งการงานของพวก เขาที่ดีงามและที่ชั่วช้า แล้วพวกเขาก็ได้นำมันมา ซึ่งสิ่งที่เรานั้นได้ทำมันให้เห็นดีเห็นงามสำหรับพวกเขา จากนั้นสถานที่กลับไปของพวกเขา ก็คือ การกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำกันไว้ในโลกดุนยา และพระองค์ก็จะ ทรงตอบแทนต่อพวกเขา

وَأَقْسَمُوا۟ بِٱللَّهِ جَهْدَ أَيْمَـٰنِهِمْ لَئِن جَآءَتْهُمْ ءَايَةٌۭ لَّيُؤْمِنُنَّ بِهَا ۚ قُلْ إِنَّمَا ٱلْـَٔايَـٰتُ عِندَ ٱللَّهِ ۖ وَمَا يُشْعِرُكُمْ أَنَّهَآ إِذَا جَآءَتْ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٠٩﴾

และพวกที่ตั้งภาคีนั้นได้สาบานต่ออัลลอฮฺ ซึ่งกับการสาบานของพวกเขาที่มันหนักแน่นยิ่ง ว่า: ถ้าหากมูฮัมมัดได้มายังพวกเขา พร้อมด้วยสัญญาณ ใดสัญญาณหนึ่งจากบรรดาสัญญาณทั้งหลายที่พวกเขานั้นได้เสนอแนะมัน แน่นอนพวกเขาจะศรัทธาต่อมัน จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า: แท้จริงสัญญาณทั้งหลายนั้นมิได้อยู่ณ ที่ฉัน แท้จริงมันอยู่ณ ที่อัลลอฮฺ พระองค์จะประทานมันลงมาเมื่อใดก็ได้ตามที่พระองค์ได้ประสงค์ โอ้ผู้ศรัทธา เอ๋ย และอะไรเล่าที่จะทำให้พวกเจ้ารู้ได้ว่าสัญญานทั้งหลายเหล่านี้ หากมันได้มาตามที่พวกเขาได้เสนอแนะแล้ว พวกเขาจะศรัทธา? แน่นอนพวกเขาก็จะ ไม่ศรัทธา แต่ทว่าพวกเขานั้นจะยังคงยืนกรานอยู่บนความความดื้อรั้นและความเย่อหยิ่งของพวกเขา เพราะว่าพวกเขานั้นไม่ต้องการรับทางนำ

وَنُقَلِّبُ أَفْـِٔدَتَهُمْ وَأَبْصَـٰرَهُمْ كَمَا لَمْ يُؤْمِنُوا۟ بِهِۦٓ أَوَّلَ مَرَّةٍۢ وَنَذَرُهُمْ فِى طُغْيَـٰنِهِمْ يَعْمَهُونَ ﴿١١٠﴾

และเราจะพลิกบรรดาหัวใจของพวกเขาและดวงตาของพวกเขา ด้วยการสกัดกั้นระหว่างมันกับการชี้นำไปสู่สัจธรรมที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่เรานั้น เคยได้สกัดกันระหว่างพวกเขากับการศรัทธาต่ออัลกุรอ่านในครั้งแรก เนื่องด้วยความดื้อรั้นของพวกเขา และเราจะปล่อยพวกเขาให้ระเหเร่ร่อนอยู่ใน การหลงทางของพวกเขา และการละเมิดของพวกเขาที่มีต่อพระเจ้าของพวกเขา อย่างสับสนซุ่มซ่ามต่อไป بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

۞ وَلَوْ أَنَّنَا نَزَّلْنَآ إِلَيْهِمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةَ وَكَلَّمَهُمُ ٱلْمَوْتَىٰ وَحَشَرْنَا عَلَيْهِمْ كُلَّ شَىْءٍۢ قُبُلًۭا مَّا كَانُوا۟ لِيُؤْمِنُوٓا۟ إِلَّآ أَن يَشَآءَ ٱللَّهُ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَهُمْ يَجْهَلُونَ ﴿١١١﴾

ولكن أك ثرهم يجهلون และแม้ว่าเรา(อัลลอฮ์)ได้ตอบรับพวกเขา ตามที่พวกเขาได้เสนอไว้ แล้วเราได้ส่งมลาอิกะฮ์ลงมายังพวกเขาและได้เห็นบรรดามลาอิกะฮฺเหล่านั้น และ ทำให้บรรดาคนตายได้พูดกับพวกเขา และได้บอกไปยังพวกเขาถึงความสัจจริงของเจ้าในสิ่งที่เจ้าได้นำมา และเราได้รวบรวมทุกสิ่งที่พวกเขาได้เสนอ มาอยู่ตรงหน้าพวกเขา ก็ใช่ว่าพวกเขาจะศรัทธาในสิ่งที่เจ้าได้นำมา นอกจากผู้ที่อัลลอฮ์จะทรงประสงค์ให้ทางนำแก่เขาเท่านั้น แต่ทว่าส่วนมากในหมู่ พวกเขานั้นไม่รู้ถึงสิ่งนั้นเลย และพวกเขาไม่ใช่ว่าจะหันไปยังอัลลอฮ์ เพื่อที่จะให้พระองค์นั้นทรงให้ทางนำแก่พวกเขาو

وَكَذَٰلِكَ جَعَلْنَا لِكُلِّ نَبِىٍّ عَدُوًّۭا شَيَـٰطِينَ ٱلْإِنسِ وَٱلْجِنِّ يُوحِى بَعْضُهُمْ إِلَىٰ بَعْضٍۢ زُخْرُفَ ٱلْقَوْلِ غُرُورًۭا ۚ وَلَوْ شَآءَ رَبُّكَ مَا فَعَلُوهُ ۖ فَذَرْهُمْ وَمَا يَفْتَرُونَ ﴿١١٢﴾

และในทำนองเดียวกัน ที่เราได้ทดสอบเจ้าด้วยการเป็นศัตรูของบรรดาผู้ตั้งภาคีที่มีต่อเจ้า เราได้ทดสอบบรรดานบีก่อนหน้าเจ้ามาแล้ว โดยเราได้ให้ ทุกๆนบีมีศัตรูจากคนพาลในหมู่มนุษย์และญิน โดยบางส่วนจะคอยกระซิบคำโกหกที่สวยงามแก่อีกบางส่วน เพื่อเป็นการหลอกลวงพวกเขา และหา กอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะไม่ให้พวกเขากระทำเช่นนั้น แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ทำ แต่พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้พวกเขากระทำเช่นนั้นเพื่อเป็นการ ทดสอบ ดังนั้นเจ้าจงปล่อยพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาอุปโลกน์ขึ้นที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาและความเท็จเถิด และอย่าเอาใจใส่พวกเขาเลย

وَلِتَصْغَىٰٓ إِلَيْهِ أَفْـِٔدَةُ ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ وَلِيَرْضَوْهُ وَلِيَقْتَرِفُوا۟ مَا هُم مُّقْتَرِفُونَ ﴿١١٣﴾

และเพื่อหัวใจของบรรดาผู้ไม่ศรัทธาในปรโลกเกิดการโน้มเอียงสู่สิ่งที่พวกเขาได้กระซิบกระซาบระหว่างกัน และเพื่อพวกเขาจะได้ยอมรับและพึงพอใจ เพื่อตัวของพวกเขาเอง และเพื่อให้พวกเขาได้กระทำการผิดศีลธรรมและบาปที่พวกเขามักทำกัน

أَفَغَيْرَ ٱللَّهِ أَبْتَغِى حَكَمًۭا وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَنزَلَ إِلَيْكُمُ ٱلْكِتَـٰبَ مُفَصَّلًۭا ۚ وَٱلَّذِينَ ءَاتَيْنَـٰهُمُ ٱلْكِتَـٰبَ يَعْلَمُونَ أَنَّهُۥ مُنَزَّلٌۭ مِّن رَّبِّكَ بِٱلْحَقِّ ۖ فَلَا تَكُونَنَّ مِنَ ٱلْمُمْتَرِينَ ﴿١١٤﴾

จงกล่าวเถิดโอ้เราะสูลเอ๋ย แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่สักการะสิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์ มันเป็นไปได้หรือที่ฉันจะยอมรับอื่นจากอัลลอฮ์เป็นผู้ชี้ขาดระหว่างฉัน กับพวกท่าน? ในเมื่ออัลลอฮฺผู้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานอันชัดแจ้งและเพียบพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างลงมาแก่พวกท่าน และชาวยิวที่เราได้มอบคัมภีร์ อัตเตารอตแก่พวกเขา และชาวคริสต์ที่เราได้มอบคัมภีร์อัลอินญีลแก่พวกเขา พวกเขารู้ดีว่า แท้จริงอัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาแก่เจ้าที่ประกอบ ด้วยความจริงทุกอย่าง เพราะพวกเขาได้พบในคัมภีร์ทั้งสองของพวกเขาที่พูดถึงอัลกุรอาน ดังนั้นเจ้าอย่าได้อยู่ในหมู่ผู้สงสัยในสิ่งที่เราได้ประทาน ลงมาแก่เจ้าเป็นอันขาด

وَتَمَّتْ كَلِمَتُ رَبِّكَ صِدْقًۭا وَعَدْلًۭا ۚ لَّا مُبَدِّلَ لِكَلِمَـٰتِهِۦ ۚ وَهُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلْعَلِيمُ ﴿١١٥﴾

และอัลกุรอานนั้นได้บรรลุถึงความสูงสุดแห่งความจริง ทั้งในด้านคำกล่าวและเรื่องราวต่างๆ จะไม่มีผู้ใดทำการเปลี่ยนแปลงบรรดาถ้อยคำของ พระองค์ได้ และพระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรง ตอบแทนผู้ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงถ้อยคำของพระองค์

وَإِن تُطِعْ أَكْثَرَ مَن فِى ٱلْأَرْضِ يُضِلُّوكَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ ۚ إِن يَتَّبِعُونَ إِلَّا ٱلظَّنَّ وَإِنْ هُمْ إِلَّا يَخْرُصُونَ ﴿١١٦﴾

และหากเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เชื่อฟังคนส่วนมากในแผ่นดินแล้ว พวกเขาจะทำให้เจ้าหลงจากศาสนาของอัลลอฮ์ เพราะกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ได้กำหนด ไว้แล้วว่า สัจธรรมจะอยู่กับคนส่วนน้อย และคนส่วนใหญ่มักจะไม่ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการสันนิษฐานที่ไม่มีที่มา โดยพวกเขาสันนิษฐานว่าบรรดา รูปปั้ นที่พวกเขาเคารพสักการะนั้นจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดอัลลอฮ์ และพวกเขาได้โกหกในเรื่องดังกล่าวนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ مَن يَضِلُّ عَن سَبِيلِهِۦ ۖ وَهُوَ أَعْلَمُ بِٱلْمُهْتَدِينَ ﴿١١٧﴾

แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงทางไปจากทางของพระองค์ในหมู่มนุษย์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่ได้รับการ ชี้นำสู่ทางนำ ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ได้

فَكُلُوا۟ مِمَّا ذُكِرَ ٱسْمُ ٱللَّهِ عَلَيْهِ إِن كُنتُم بِـَٔايَـٰتِهِۦ مُؤْمِنِينَ ﴿١١٨﴾

โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย ดังนั้นพวกเจ้าจงบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮ์ถูกกล่าวบนมันขณะเชือดเถิด หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาอย่างสัตย์จริงใน หลักฐานอันชัดแจ้งของพระองค์

وَمَا لَكُمْ أَلَّا تَأْكُلُوا۟ مِمَّا ذُكِرَ ٱسْمُ ٱللَّهِ عَلَيْهِ وَقَدْ فَصَّلَ لَكُم مَّا حَرَّمَ عَلَيْكُمْ إِلَّا مَا ٱضْطُرِرْتُمْ إِلَيْهِ ۗ وَإِنَّ كَثِيرًۭا لَّيُضِلُّونَ بِأَهْوَآئِهِم بِغَيْرِ عِلْمٍ ۗ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِٱلْمُعْتَدِينَ ﴿١١٩﴾

อะไรเป็นเหตุทำให้พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย- ไม่บริโภคจากสิ่งพระนามของอัลลอฮ์ได้ถูกกล่าวบนมัน(ในยามที่เชือดมัน) และแน่นอนอัลลอฮ์ได้ แจกแจ้งอย่างกระจ่างแล้วแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ดังนั้นจำเป็นเหนือพวกเจ้าต้องละทิ้งมัน เว้นแต่เมื่อพวกเจ้าต้องอาศัยมัน(กิน มัน)โดยความจำเป็นที่คับขัน เพราะสถานภาพที่คับขันทำให้สิ่งต้องห้ามเป็นที่อนุญาตได้ และส่วนมากในหมู่ผู้ตั้งภาคีจะพยายามทำให้ผู้ตามของพวก เขาให้ห่างไกลจากสัจธรรมเนื่องด้วยทัศนะคติที่ไม่ดีที่เกิดจากความไม่รู้ของพวกเขา โดยพวกเขาจะอนุมัติสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามเช่นซากสัตว์และอื่นๆ และจะไม่อนุมัติในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ และพวกเขาได้ทำให้เป็นที่ต้องห้าม เช่น บะฮีเราะฮฺ(แม่อูฐที่ผ่าหูอย่างกว้างและมันได้ออกลูกมาแล้ว 5 ตัว) และอื่นๆ แท้จริงพระเจ้าของเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- คือผู้ทรงรอบรู้ยิ่งต่อผู้ละเมิดขอบเขตของพระองค์ทั้งหลายและพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาต่อ การละเมิดของพวกเขาต่อขอบเขตของพระองค์

وَذَرُوا۟ ظَـٰهِرَ ٱلْإِثْمِ وَبَاطِنَهُۥٓ ۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَكْسِبُونَ ٱلْإِثْمَ سَيُجْزَوْنَ بِمَا كَانُوا۟ يَقْتَرِفُونَ ﴿١٢٠﴾

โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงละเสียซึ่งการกระทำบาปที่เปิดเผยและบาปที่ปกปิด แท้จริงบรรดาผู้ที่กระทำบาปที่เปิดเผยและบาปที่ปกปิดอยู่นั้น อัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามที่พวกเขากระทำกัน

وَلَا تَأْكُلُوا۟ مِمَّا لَمْ يُذْكَرِ ٱسْمُ ٱللَّهِ عَلَيْهِ وَإِنَّهُۥ لَفِسْقٌۭ ۗ وَإِنَّ ٱلشَّيَـٰطِينَ لَيُوحُونَ إِلَىٰٓ أَوْلِيَآئِهِمْ لِيُجَـٰدِلُوكُمْ ۖ وَإِنْ أَطَعْتُمُوهُمْ إِنَّكُمْ لَمُشْرِكُونَ ﴿١٢١﴾

أطعتموهم إ نكم لمشركون โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ยพวกเจ้าจงอย่าบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮ์มิได้ถูกกล่าวบนมัน แม้ว่าจะมีการกล่าวชื่ออื่นจากอัลลอฮ์หรือไม่ก็ตาม และ แท้จริงการกินจากสิ่งนั้นเป็นการเนรคุณต่ออัลลอฮ์ และแท้จริงบรรดาชัยฏอนนั้นจะกระซิบกระซาบแก่บรรดาสหายของมัน ด้วยการให้ความ คลุมเครือเพื่อพวกเขาจะได้โต้เถียงกับพวกเจ้าในเรื่องการรับประทานสัตว์ตาย(สัตว์ที่ตายโดยไม่ถูกกล่าวพระนามของอัลลอฮ์บนมัน)โอ้ผู้ศรัทธาทั้ง หลายเอ๋ย หากพวกเจ้าเชื่อฟังพวกเขาในสิ่งที่คลุมเครือนั้น -เพื่อนำไปสู่การอนุญาตให้รับประทานสัตว์ตายได้- แน่นอนพวกเจ้าและพวกเขาจะไม่แตก ต่างกันในการตกอยู่ในสภาพของการตั้งภาคี بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

أَوَمَن كَانَ مَيْتًۭا فَأَحْيَيْنَـٰهُ وَجَعَلْنَا لَهُۥ نُورًۭا يَمْشِى بِهِۦ فِى ٱلنَّاسِ كَمَن مَّثَلُهُۥ فِى ٱلظُّلُمَـٰتِ لَيْسَ بِخَارِجٍۢ مِّنْهَا ۚ كَذَٰلِكَ زُيِّنَ لِلْكَـٰفِرِينَ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٢٢﴾

كذلك زين للكفرين ما كانوايعملون และผู้ที่ก่อนการได้รับการชี้นำสู่อัลลอฮ์ที่เปรียบดังเป็นผู้ที่ตายไปแล้ว (อันเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธา ความโง่เขลา และการกระทำที่ผิดศีลธรรม ต่างๆ ) แล้วเราทำให้เขามีชีวิตขึ้นมา ด้วยการชี้นำเขาสู่การศรัทธา สู่ความรู้ที่ถูกต้องและการปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ (ผู้ที่มีชีวิตในลักษณะดังกล่าวนี้) จะเหมือนกับผู้ที่มีชีวิตในความมืด ความโง่เขลา และในการกระทำที่ผิดศีลธรรม กระนั้นหรือ?! ดังเช่น การกระทำที่เป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การกิน ซากสัตว์ที่ตายโดยไม่ได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ก่อนทำการเชือด และการโต้เถียงด้วยความเท็จได้ถูกประดับให้ดูสวยงามในสายตาของบรรดาผู้ตั้ง ภาคี ก็ได้ทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธได้ถูกประดับให้เห็นถึงความสวยงามในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำเช่นกัน จากการกระทำที่ผิดศีลธรรมต่างๆ เพื่อพวกเขา จะได้รับการตอบแทนในวันกิยามะฮ์ด้วยการลงโทษที่แสนสาหัส

وَكَذَٰلِكَ جَعَلْنَا فِى كُلِّ قَرْيَةٍ أَكَـٰبِرَ مُجْرِمِيهَا لِيَمْكُرُوا۟ فِيهَا ۖ وَمَا يَمْكُرُونَ إِلَّا بِأَنفُسِهِمْ وَمَا يَشْعُرُونَ ﴿١٢٣﴾

และดังที่เกิดขึ้นกับผู้นำของบรรดาผู้ตั้งภาคีในมักกะฮ์ที่ได้ขวางผู้อื่นจากหนทางของอัลลอฮ์ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมือง ซึ่งบรรดาผู้นำและผู้มี อิทธิพลได้วางเล่ห์เหลี่ยม และกลอุบายในการเรียกร้องสู่หนทางของชัยฏอนและการปราบปรามบรรดาเราะสูลและผู้ติดตามของพวกเขา และในความ เป็นจริงแล้วอุบายและเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขานั้นได้กลับคืนสนองพวกเขาเอง แต่พวกเขาไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้นเพราะความโง่เขลาของพวกเขาและทำตาม ความปรารถนาของพวกเขา

وَإِذَا جَآءَتْهُمْ ءَايَةٌۭ قَالُوا۟ لَن نُّؤْمِنَ حَتَّىٰ نُؤْتَىٰ مِثْلَ مَآ أُوتِىَ رُسُلُ ٱللَّهِ ۘ ٱللَّهُ أَعْلَمُ حَيْثُ يَجْعَلُ رِسَالَتَهُۥ ۗ سَيُصِيبُ ٱلَّذِينَ أَجْرَمُوا۟ صَغَارٌ عِندَ ٱللَّهِ وَعَذَابٌۭ شَدِيدٌۢ بِمَا كَانُوا۟ يَمْكُرُونَ ﴿١٢٤﴾

และเมื่อมีโองการได้มายังบรรดาผู้นำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์แก่นบีของพระองค์ พวกเขาก็กล่าวว่า "เราจะไม่ ศรัทธาเป็นอันขาดจนกว่าอัลลอฮ์จะให้เราเหมือนสิ่งที่ให้แก่บรรดานบี ซึ่งการเป็นนบีและการเป็นเราะสูล" แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงตอบแก่พวกเขาว่า พระองค์ทรงรอบรู้ดียิ่งถึงบุคคลที่เหมาะสมสำหรับการเป็นเราะสูล และสามารถที่จะทำหน้าที่ด้วยความยากลำบาก ดังนั้นจึงได้เลือกเขาเป็นนบีและ เป็นเราะสูล และบรรดาผู้อธรรมจะได้รับความอัปยศ ความตกต่ำเนื่องด้วยความหยิ่งของพาต่อสัจธรรมและการลงโทษที่แสนเจ็บปวดเพราะอุบายของ พวกเขา

فَمَن يُرِدِ ٱللَّهُ أَن يَهْدِيَهُۥ يَشْرَحْ صَدْرَهُۥ لِلْإِسْلَـٰمِ ۖ وَمَن يُرِدْ أَن يُضِلَّهُۥ يَجْعَلْ صَدْرَهُۥ ضَيِّقًا حَرَجًۭا كَأَنَّمَا يَصَّعَّدُ فِى ٱلسَّمَآءِ ۚ كَذَٰلِكَ يَجْعَلُ ٱللَّهُ ٱلرِّجْسَ عَلَى ٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٢٥﴾

ه ดังนั้นผู้ใดที่อัลลอฮ์ประสงค์จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่เขา พระองค์จะทรงเปิดใจเขา และจัดเตรียมมันเพื่อรับอิสลามโดยเต็มใจ และใครก็ตามที่ พระองค์ทรงประสงค์จะละทิ้งและไม่ชี้ทางให้แก่เขา พระองค์ก็จะทรงทำให้หน้าอกของเขาแคบลงอย่างยิ่งและไม่สามารถยอมรับความจริงได้ เปรียบ เสมือนคนที่ขึ้นไปบนฟากฟ้าสูงจนหายใจลำบาก เฉกเช่นที่อัลลอฮ์ทรงทำให้สภาพของผู้หลงทางแคบลง พระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่ไม่มีศรัทธาต่อ พระองค์

وَهَـٰذَا صِرَٰطُ رَبِّكَ مُسْتَقِيمًۭا ۗ قَدْ فَصَّلْنَا ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَذَّكَّرُونَ ﴿١٢٦﴾

นี่คือศาสนาที่เราได้บัญญัติแก่เจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- มันคือทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรงที่ไม่คดเคี้ยว แท้จริงเราได้แจกแจงโองการทั้งหลายสำหรับ กลุ่มชนที่มีความตระหนักรู้และมีความเข้าใจ ซึ่งตระหนักดีว่ามาจากอัลลอฮ์

۞ لَهُمْ دَارُ ٱلسَّلَـٰمِ عِندَ رَبِّهِمْ ۖ وَهُوَ وَلِيُّهُم بِمَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٢٧﴾

สำหรับพวกเขา คือที่พำนัก ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาจะปลอดภัยจากทุกสิ่งที่ไม่ดี มันคือสวรรค์นั่นเอง และอัลลอฮ์คือผู้ทรงช่วยเหลือพวกเขาและผู้ทรง สนับสนุนของพวกเขาให้ได้รับผลตอบแทนสำหรับการงานที่ดีที่พวกเขาได้ทำมา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَيَوْمَ يَحْشُرُهُمْ جَمِيعًۭا يَـٰمَعْشَرَ ٱلْجِنِّ قَدِ ٱسْتَكْثَرْتُم مِّنَ ٱلْإِنسِ ۖ وَقَالَ أَوْلِيَآؤُهُم مِّنَ ٱلْإِنسِ رَبَّنَا ٱسْتَمْتَعَ بَعْضُنَا بِبَعْضٍۢ وَبَلَغْنَآ أَجَلَنَا ٱلَّذِىٓ أَجَّلْتَ لَنَا ۚ قَالَ ٱلنَّارُ مَثْوَىٰكُمْ خَـٰلِدِينَ فِيهَآ إِلَّا مَا شَآءَ ٱللَّهُ ۗ إِنَّ رَبَّكَ حَكِيمٌ عَلِيمٌۭ ﴿١٢٨﴾

จงรำลึกเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ถึงวันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุม มนุษย์และญิน แล้วอัลลอฮ์ได้ตรัสว่า “โอ้หมู่ญินทั้งหลาย แท้จริงพวกเจ้าได้กระทำให้พวก มนุษย์ได้หลงทางอย่างมากมายและสกัดพวกเขาให้ห่างไกลจากหนทางของอัลลอฮ์” และสมุนของเขาที่มาจากมนุษย์ได้ตอบพระเจ้าของเขาว่า “โอ้พระ ผู้อภิบาลแห่งพวกข้าพระองค์ พวกเราต่างก็ได้รับประโยชน์ระหว่างกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นญินมีสุขกับการที่มนุษย์ได้เชื่อฟังเขา และมนุษย์มีความสุขที่ ได้ตามความปรารถนาของตน และพวกเราก็ได้ถึงเวลาที่พระองค์ทรงกำหนดแก่พวกเรา” และนี้คือ วันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์ตรัสว่า “นรกนั้นคือที่พำนัก ของพวกเจ้า โดยที่จะเป็นผู้อยู่ในนั้นตลอดกาล นอกจากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์เท่านั้นที่จะทรงกำหนดระยะเวลาระหว่างที่ฟื้นคืนชีพของพวกเขา จากหลุมศพของพวกเขาไปสู่ชะตากรรมของพวกเขาไปสู่นรก” นี่คือช่วงเวลาที่อัลลอฮ์ทรงยกเว้นจากการอยู่ในนรกตลอกกาลของพวกเขา แท้จริง พระเจ้าของเจ้า- โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ทรงปรีชาญาณยิ่งในการกำหนดและการจัดการ ผู้ทรงรอบรู้ยิ่งต่อปวงบ่าวของพระองค์และต่อผู้ที่สมควรจะได้รับบท ลงโทษ

وَكَذَٰلِكَ نُوَلِّى بَعْضَ ٱلظَّـٰلِمِينَ بَعْضًۢا بِمَا كَانُوا۟ يَكْسِبُونَ ﴿١٢٩﴾

และเช่นเดียวกับที่เราให้ญินผู้ดื้อรั้นบางคน และให้พวกมันมีอำนาจเหนือมนุษย์บางคนเพื่อหลอกล่อพวกเขาให้หลงทาง เราก็ได้ให้อำนาจแก่ผู้อธรรม เพื่อยุยงผู้อธรรมให้กระทำความชั่ว และทำให้เขาหลีกห่างจากความดี และมักน้อยในการทำดี มันเป็นรางวัลสำหรับพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขาได้ ขวนขวายไว้ จากการกระทำที่ผิดศีลธรรมทั้งหลาย

يَـٰمَعْشَرَ ٱلْجِنِّ وَٱلْإِنسِ أَلَمْ يَأْتِكُمْ رُسُلٌۭ مِّنكُمْ يَقُصُّونَ عَلَيْكُمْ ءَايَـٰتِى وَيُنذِرُونَكُمْ لِقَآءَ يَوْمِكُمْ هَـٰذَا ۚ قَالُوا۟ شَهِدْنَا عَلَىٰٓ أَنفُسِنَا ۖ وَغَرَّتْهُمُ ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَا وَشَهِدُوا۟ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ أَنَّهُمْ كَانُوا۟ كَـٰفِرِينَ ﴿١٣٠﴾

และเราได้กล่าวแก่พวกเขาในวันกิยามะฮ์ว่า “โอ้หมู่มนุษย์และญินเอ๋ย บรรดาเราะสูลจากพวกเจ้ามิได้มายังพวกเจ้า -ซึ่งพวกเขามาจากมนุษย์- เพื่อ ทำการบอกเล่าแก่พวกเจ้าในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมาให้แก่พวกเขา และตักเตือนพวกเจ้าให้เกรงกลัววันแห่งการพบกันของพวกเจ้ในวันกิยา มะฮ์หรอกหรือ? พวกเขากล่าวว่า “ใช่ เราขอยอมรับว่าบรรดาเราะซูลของพระองค์ได้ทำการบอกกล่าวแก่พวกเราแล้ว และเราขอยอมรับถึงวันแห่งการ พบกันในวันนี้(วันกิยามะฮ์) แต่เราได้ปฏิเสธบรรดาเราะสูลของพระองค์ และเราได้ปฏิเสธวันแห่งการพบกันในวันกิยามะฮ์นี้” และชีวิตความเป็นอยู่ที่ สวยหรูและสุขสบายที่ไม่มั่งคงแห่งโลกนี้ได้หลอกล่อพวกเขา และพวกเขาก็ได้ยืนยันแก่ตัวของพวกเขาเองว่า แท้จริงพวกเขาตอนอยู่ในโลกดุนยานั้น เป็นผู้ที่ปฏิเสธอัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ การยอมรับและการศรัทธานั้นไม่ได้เกิดปรโยชน์ใดๆแก่พวกเขาเลย เพราะเวลาของมันได้หมด ไปแล้ว

ذَٰلِكَ أَن لَّمْ يَكُن رَّبُّكَ مُهْلِكَ ٱلْقُرَىٰ بِظُلْمٍۢ وَأَهْلُهَا غَـٰفِلُونَ ﴿١٣١﴾

เหตุผลในการส่งบรรดาเราะสูลไปยังมนุษย์และญินนั้น ก็เพื่อที่จะไม่มีใครถูกลงโทษสำหรับความผิดที่พวกเขาทำ โดยไม่ได้ส่งเราะสูลไปเตือนพวกเขา ก่อนและคำเชิญชวนก็ไม่ถึงพวกเขา ดังนั้นเราจะไม่ลงโทษประชาชาติใด นอกจากได้ส่งเราะสูลไปหาพวกเขาเท่านั้น

وَلِكُلٍّۢ دَرَجَـٰتٌۭ مِّمَّا عَمِلُوا۟ ۚ وَمَا رَبُّكَ بِغَـٰفِلٍ عَمَّا يَعْمَلُونَ ﴿١٣٢﴾

และสำหรับแต่ละคนในหมู่พวกเขานั้นมีหลายระดับขั้นตามการกระทำของพวกเขา ผู้ที่มีความชั่วมากจะไม่เท่าเทียมกับผู้ที่มีความชั่วน้อย หรือผู้ตามกับ ผู้นำ เช่นเดียวกับผลบุญของผู้กระทำคุณงามความดีก็จะไม่เท่าเทียมกัน และพระเจ้าของเจ้าไม่ทรงเมินเฉยในสิ่งที่พวกเขากระทำกัน แต่พระองค์จะ ทรงรู้อยู่เสมอ ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ และพระองค์จะตอบแทนพวกเขาตามการงานของพวกเขา

وَرَبُّكَ ٱلْغَنِىُّ ذُو ٱلرَّحْمَةِ ۚ إِن يَشَأْ يُذْهِبْكُمْ وَيَسْتَخْلِفْ مِنۢ بَعْدِكُم مَّا يَشَآءُ كَمَآ أَنشَأَكُم مِّن ذُرِّيَّةِ قَوْمٍ ءَاخَرِينَ ﴿١٣٣﴾

และพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะซูลเอ๋ย- คือผู้ทรงมั่งมีเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพวกเขา และต่อการเคารพภักดี ของพวกเขา และการปฏิเสธของพวกเขาก็ไม่ได้กระทบอะไรต่อพระองค์ และด้วยความมั่งมีของพระองค์ต่อพวกเขาแล้ว พระองค์ยังเป็นผู้ทรงเอ็นดูเ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร มตตาพวกเขา หากพระองค์ประสงค์ที่จะกำจัดพวกเจ้า -โอ้บ่าวผู้เนรคุณทั้งหลาย- พระองค์ก็จะทรงนำบทลงโทษจากพระองค์ไปยังพวกเจ้า และหลัง จากการทำลายพวกเจ้าไปแล้ว ก็จะทรงให้มีบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์และเชื่อฟังพระองค์มาแทนที่พวกเจ้า ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังที่ได้ทรง บังเกิดพวกเจ้ามาจากลูกหลานของกลุ่มชนอื่นที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า

إِنَّ مَا تُوعَدُونَ لَـَٔاتٍۢ ۖ وَمَآ أَنتُم بِمُعْجِزِينَ ﴿١٣٤﴾

แท้จริงสิ่งที่ถูกสัญญาไว้แก่พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย- เช่น การฟื้นคืนชีพ การพิจารณาสอบสวน และการลงโทษนั้นต้องมาอย่าง แน่นอน และพวกเจ้านั้นไม่สามารถที่จะหลบหนีไปจากพระเจ้าของเจ้าได้ พระองค์จะจับที่หน้าผากหรือขมับของพวกเจ้า และทรงเป็นผู้ลงโทษพวกเจ้า ด้วยบทลงโทษของพระองค์

قُلْ يَـٰقَوْمِ ٱعْمَلُوا۟ عَلَىٰ مَكَانَتِكُمْ إِنِّى عَامِلٌۭ ۖ فَسَوْفَ تَعْلَمُونَ مَن تَكُونُ لَهُۥ عَـٰقِبَةُ ٱلدَّارِ ۗ إِنَّهُۥ لَا يُفْلِحُ ٱلظَّـٰلِمُونَ ﴿١٣٥﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- “หมู่ชนของฉันเอ๋ย พวกท่านจงยืนหยัดตามแนวทางของพวกท่านและตามที่พวกท่านได้ปฏิเสธศรัทธาและหลงผิดเถิด แท้จริงฉันได้เตือนและนำหลักฐานและแจ้งให้พวกท่านอย่างชัดแจ้งแล้ว ดังนั้นฉันจะไม่สนต่อการปฏิเสธศรัทธาและหลงผิดของพวกท่าน แต่ฉันจะ ยืนหยัดกับสิ่งที่ฉันกระทำอยู่จากสัจธรรม และพวกท่านจะได้รู้ว่าใครที่จะได้ความสำเร็จในโลกนี้ และใครจะได้ครอบครองแผ่นดิน และใครจะประสบผล สำเร็จในปรโลก แท้จริงบรรดาผู้ตั้งภาคีจะไม่ประสบผลสำเร็จทั้งในโลกนี้และปรโลก แต่ผลที่พวกเขาจะได้รับคือความสูญเสีย แม้ว่าพวกเขาจะได้ เพลิดเพลินกับความสุขที่พวกเขารักในโลกนี้ก็ตาม

وَجَعَلُوا۟ لِلَّهِ مِمَّا ذَرَأَ مِنَ ٱلْحَرْثِ وَٱلْأَنْعَـٰمِ نَصِيبًۭا فَقَالُوا۟ هَـٰذَا لِلَّهِ بِزَعْمِهِمْ وَهَـٰذَا لِشُرَكَآئِنَا ۖ فَمَا كَانَ لِشُرَكَآئِهِمْ فَلَا يَصِلُ إِلَى ٱللَّهِ ۖ وَمَا كَانَ لِلَّهِ فَهُوَ يَصِلُ إِلَىٰ شُرَكَآئِهِمْ ۗ سَآءَ مَا يَحْكُمُونَ ﴿١٣٦﴾

และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ได้ทำการถวายส่วนหนึ่งจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างจากพืชและปศุสัตว์แด่อัลลอฮ์ แล้วพวกเขาอ้างว่าส่วนนั้นถวาย สำหรับอัลลอฮ์ และถวายอีกส่วนหนึ่งแก่รูปเคารพของพวกเขา แล้วส่วนที่พวกเขาได้ให้แก่รูปเคารพของพวกเขาจะไม่ถึงบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรง กำหนดให้ผู้รับซะกาต เช่น คนยากจนและคนขัดสน แต่ส่วนที่พวกเขาถวายแด่อัลลอฮ์จะไปที่รูปเคารพของพวกเขาและจะใช้เพื่อประโยชน์ของรูป เคารพเหล่านั้น ช่างเป็นการตัดสินและการแบ่งที่ชั่วช้ามาก

وَكَذَٰلِكَ زَيَّنَ لِكَثِيرٍۢ مِّنَ ٱلْمُشْرِكِينَ قَتْلَ أَوْلَـٰدِهِمْ شُرَكَآؤُهُمْ لِيُرْدُوهُمْ وَلِيَلْبِسُوا۟ عَلَيْهِمْ دِينَهُمْ ۖ وَلَوْ شَآءَ ٱللَّهُ مَا فَعَلُوهُ ۖ فَذَرْهُمْ وَمَا يَفْتَرُونَ ﴿١٣٧﴾

เช่นเดียวกับที่ชัยตอนทำให้การตัดสินที่ไม่ยุติธรรมนี้ดูดีในสายตาบรรดาผู้ตั้งภาคี บรรดาชัยตอนยังทำให้พวกเขารู้สึกดีกับการฆ่าลูก ๆ ของพวกเขา เพราะความกลัวความยากจน ชัยตอนเหล่านั้นได้ดลใจพวกเขาด้วยสิ่งนี้เพื่อทำลายพวกเขาโดยการให้พวกเขาได้กระทำการฆาตกรรมผู้ที่อัลลอฮ์ได้ ทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยความถูกต้อง และทำให้พวกเขารู้สึกสับสนกับศาสนาของพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์สั่งหรือห้าม สำหรับพวกเขา หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้พวกเขาไม่ทำเช่นนี้ พวกเขาก็จะไม่ทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงประสงค์จากพระปรีชาญาณของ พระองค์ ดังนั้น จงปล่อยพวกเขาและการหลอกลวงของพวกเขาเกี่ยวกับอัลลอฮ์เถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - เพราะสิ่งนั่นจะไม่ทำอันตรายใดๆแก่เจ้า และจง มอบหมายเรื่องของพวกเขาไว้กับอัลลอฮ์เถิด

وَقَالُوا۟ هَـٰذِهِۦٓ أَنْعَـٰمٌۭ وَحَرْثٌ حِجْرٌۭ لَّا يَطْعَمُهَآ إِلَّا مَن نَّشَآءُ بِزَعْمِهِمْ وَأَنْعَـٰمٌ حُرِّمَتْ ظُهُورُهَا وَأَنْعَـٰمٌۭ لَّا يَذْكُرُونَ ٱسْمَ ٱللَّهِ عَلَيْهَا ٱفْتِرَآءً عَلَيْهِ ۚ سَيَجْزِيهِم بِمَا كَانُوا۟ يَفْتَرُونَ ﴿١٣٨﴾

และบรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่า "ปศุสัตว์และพืชผลนี้เป็นที่ต้องห้าม” ซึ่งไม่มีใครสามารถกินมันได้ นอกจากผู้ที่พวกเขาประสงค์เท่านั้น ตามสมมติฐานที่ ผิดของพวกเขา ที่เป็นคนรับใช้ของรูปเคารพและอื่น ๆ และนี่คือปศุสัตว์ที่หลังของมันเป็นที่ถูกห้ามใช้ขี่ และห้ามบรรทุกของบนหลังมัน และมันคืออูฐ ที่เขาปล่อยทิ้งไว้ไม่ขี่หรือบรรทุก และนี้เป็นปศุสัตว์ที่พวกเขาไม่ได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์บนมันตอนเชือด แต่พวกเขาจะกล่าวชื่อรูปปั้นของพวก เขาเวลาเชือด ทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ว่าสิ่งนั้นมาจากพระองค์ ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวกเขาด้วยบทลงโทษของพระองค์ ในสิ่งที่ พวกเขาอุปโลกน์ขึ้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَالُوا۟ مَا فِى بُطُونِ هَـٰذِهِ ٱلْأَنْعَـٰمِ خَالِصَةٌۭ لِّذُكُورِنَا وَمُحَرَّمٌ عَلَىٰٓ أَزْوَٰجِنَا ۖ وَإِن يَكُن مَّيْتَةًۭ فَهُمْ فِيهِ شُرَكَآءُ ۚ سَيَجْزِيهِمْ وَصْفَهُمْ ۚ إِنَّهُۥ حَكِيمٌ عَلِيمٌۭ ﴿١٣٩﴾

และพวกเขากล่าวว่า "สิ่งที่อยู่ในท้องของอูฐที่เก็บไว้เพื่อทำพันธุ์ที่ไม่ขี่ไม่บรรทุก และตัวอ่อนของอูฐนั้น หากคลอดออกมาแล้วมีชีวิตก็เป็นที่อนุญาต แก่บรรดาบุรุษของเรา และเป็นสิ่งที่ต้องห้ามสำหรับบรรดาสตรีของเรา และหากว่าคลอดออกมาแล้วตาย ดังนั้นทั้งบุรุษและสตรีจะเป็นหุ้นส่วนระหว่าง กัน" อัลลอฮ์จะทรงลงโทษพวกเขาต่อคำพูดของพวกเขาตามความเหมาะสมที่จะได้รับ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในบทบัญญัติของ พระองค์ และการจัดการสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ผู้ทรงรอบรู้เรื่องพวกเขา

قَدْ خَسِرَ ٱلَّذِينَ قَتَلُوٓا۟ أَوْلَـٰدَهُمْ سَفَهًۢا بِغَيْرِ عِلْمٍۢ وَحَرَّمُوا۟ مَا رَزَقَهُمُ ٱللَّهُ ٱفْتِرَآءً عَلَى ٱللَّهِ ۚ قَدْ ضَلُّوا۟ وَمَا كَانُوا۟ مُهْتَدِينَ ﴿١٤٠﴾

مهتدين แท้จริงบรรดาผู้ที่ฆ่าลูก ๆของพวกเขาเพราะไร้ความคิด และความโง่เขลาของพวกเขานั้นได้พินาศ และให้เป็นที่ต้องห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ให้เป็นปัจจัยบ ยังชีพแก่พวกเขาอย่างปศุสัตว์ที่เก็บไว้โดยไม่ขี่หรือบรรทุก ทั้งนี้เป็นการอุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเขาห่างไกลจากทางที่เที่ยงตรง และพวกเขาจะไม่เป็นผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากพระองค์

۞ وَهُوَ ٱلَّذِىٓ أَنشَأَ جَنَّـٰتٍۢ مَّعْرُوشَـٰتٍۢ وَغَيْرَ مَعْرُوشَـٰتٍۢ وَٱلنَّخْلَ وَٱلزَّرْعَ مُخْتَلِفًا أُكُلُهُۥ وَٱلزَّيْتُونَ وَٱلرُّمَّانَ مُتَشَـٰبِهًۭا وَغَيْرَ مُتَشَـٰبِهٍۢ ۚ كُلُوا۟ مِن ثَمَرِهِۦٓ إِذَآ أَثْمَرَ وَءَاتُوا۟ حَقَّهُۥ يَوْمَ حَصَادِهِۦ ۖ وَلَا تُسْرِفُوٓا۟ ۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلْمُسْرِفِينَ ﴿١٤١﴾

และอัลลอฮ์มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์คือผู้ทรงสร้างสวนต่างๆบนพื้นแผ่นดินนี้ ทั้งที่แบบไม่มีลำต้น(ไม้เลื้อย)และแบบสูงขึ้นด้วยลำต้น(ไม้ยืนต้น) และ พระองค์ผู้ทรงให้มีต้นอินทผลัม และไร่นาที่ออกผลชนิดต่างๆทั้งรูปแบบและรสชาติ และพระองค์คือผู้ทรงให้มีต้นมะกอก และต้นทับทิมและใบของทั้ง สองมีความละม้ายคล้ายกัน แต่มีรสชาติที่ต่างกัน โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงบริโภคจากผลของมันเถิดเมื่อมันออกผล และจงจ่าย(ซะกาต)ในส่วน ของมันในวันเก็บเกี่ยว และจงอย่าละเมิดขอบเขตของพระองค์ในการรับประทานและใช้จ่าย แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดบรรดาผู้ละเมิดขอบเขต ของพระองค์ต่อทั้งสองสิ่งนั้นหรือสิ่งอื่นจากสองสิ่งนั้น แต่พระองค์จะทรงเกลียดเขา แท้จริงผู้ที่ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนั้นคือผู้ที่ทรงอนุญาตให้ แก่บ่าวของพระองค์و ซึ่งบรรดาผู้ตั้งภาคีก็ไม่สามารถที่จะห้ามมันได้

وَمِنَ ٱلْأَنْعَـٰمِ حَمُولَةًۭ وَفَرْشًۭا ۚ كُلُوا۟ مِمَّا رَزَقَكُمُ ٱللَّهُ وَلَا تَتَّبِعُوا۟ خُطُوَٰتِ ٱلشَّيْطَـٰنِ ۚ إِنَّهُۥ لَكُمْ عَدُوٌّۭ مُّبِينٌۭ ﴿١٤٢﴾

และพระองค์คือผู้ทรงให้มีหมู่ปศุสัตว์แก่พวกเจ้าที่เหมาะแก่การถูกบรรทุกและขี่ เช่น อูฐตัวใหญ่ และที่ไม่เหมาะแก่การถูกบรรทุกและขี่ เช่น อูฐตัวเล็ก และเช่นเดียวกันกับแพะ โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย จงบริโภคจากสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากสิ่งต่างๆที่ได้อนุญาตไว้สำหรับพวกเจ้า เถิด และจงอย่าตามก้าวเดินของชัยฏอนที่อนุญาตสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้และห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตไว้ เช่นเดียวกับที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ กระทำไว้ โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย แท้จริงชัยฏอนนั้นคือศัตรูอันชัดแจ้งแก่พวกเจ้าโดยที่เขาต้องการให้พวกเจ้าเนรคุณต่ออัลลอฮ์

ثَمَـٰنِيَةَ أَزْوَٰجٍۢ ۖ مِّنَ ٱلضَّأْنِ ٱثْنَيْنِ وَمِنَ ٱلْمَعْزِ ٱثْنَيْنِ ۗ قُلْ ءَآلذَّكَرَيْنِ حَرَّمَ أَمِ ٱلْأُنثَيَيْنِ أَمَّا ٱشْتَمَلَتْ عَلَيْهِ أَرْحَامُ ٱلْأُنثَيَيْنِ ۖ نَبِّـُٔونِى بِعِلْمٍ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿١٤٣﴾

และพระองค์ได้ทรงให้มีสัตว์แปดประเภท คือจากแกะคู่หนึ่ง ซึ่งมีตัวผู้และตัวเมีย และจากแพะสองตัว จงกล่าวเถิด- โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคี ว่า “อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงห้ามตัวผู้สองตัวนั้นเพราะความเป็นเพศผู้ใช่ไหม?” หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “แล้วทำไมพวกเจ้าจึงห้าม ตัวเมีย?” หรือพระองค์ทรงห้ามเพราะทั้งสองเป็นเพศเมีย?” หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “แล้วทำไมถึงห้ามแพะและแกะตัวผู้? หรือ ว่าที่ห้ามตัวเมียเพราะมีตัวอ่อนอยู่ในมดลูกของตัวเมียทั้งสอง ที่ห้ามเพราะมีตัวอ่อนในมดลูกหรือ? หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “ทำไมพวกท่านถึงแยกระหว่างสิ่งที่มีในมดลูกนั้น ด้วยการห้ามตัวผู้ในบางครั้งและห้ามตัวเมียในบางครั้งล่ะ โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย จงบอกให้ฉัน รู้ถึงที่มาของความรู้ที่ถูกต้องหากพวกท่านสัตย์จริงต่อสิ่งที่พวกท่านได้อ้างว่า การไม่อนุญาตนั้นมาจากอัลลอฮ์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمِنَ ٱلْإِبِلِ ٱثْنَيْنِ وَمِنَ ٱلْبَقَرِ ٱثْنَيْنِ ۗ قُلْ ءَآلذَّكَرَيْنِ حَرَّمَ أَمِ ٱلْأُنثَيَيْنِ أَمَّا ٱشْتَمَلَتْ عَلَيْهِ أَرْحَامُ ٱلْأُنثَيَيْنِ ۖ أَمْ كُنتُمْ شُهَدَآءَ إِذْ وَصَّىٰكُمُ ٱللَّهُ بِهَـٰذَا ۚ فَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّنِ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًۭا لِّيُضِلَّ ٱلنَّاسَ بِغَيْرِ عِلْمٍ ۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهْدِى ٱلْقَوْمَ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿١٤٤﴾

ه ى ه และที่เหลือจากแปดประเภทนั้นคือจากอูฐหนึ่งคู่ และจากวัวหนึ่งคู่ จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีว่า “อัลลอฮ์ทรงห้ามเพราะความ เป็นตัวผู้ของมัน หรือเพราะความเป็นตัวเมียของมัน หรือเพราะมันอยู่ในครรภ์? หรือว่าพวกเจ้า- โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- ร่วมอยู่ด้วยขณะที่อัลลอฮ์ได้ ทรงรับสั่งแก่พวกเจ้า ด้วยการห้ามตามที่พวกเจ้าได้ห้ามสัตว์เหล่านี้หรือ?! ดังนั้นไม่มีใครที่จะอธรรมยิ่งหรือทำผิดที่ใหญ่ ยิ่งไปกว่าผู้ที่ได้อุปโลกน์ ความเท็จต่ออัลลอฮ์ โดยการทำเป็นสิ่งต้องห้ามในสิ่งที่ไม่ได้ถูกห้าม เพื่อต้องการหลอกลวงผู้คนให้หลงจากทางที่เที่ยงตรงโดยปราศจากแหล่ง อ้างอิงแห่งความรู้ที่นำมา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงชี้นำกลุ่มชนที่อธรรมที่ได้อุปโลกน์ความเท็จต่ออัลลอฮ์

قُل لَّآ أَجِدُ فِى مَآ أُوحِىَ إِلَىَّ مُحَرَّمًا عَلَىٰ طَاعِمٍۢ يَطْعَمُهُۥٓ إِلَّآ أَن يَكُونَ مَيْتَةً أَوْ دَمًۭا مَّسْفُوحًا أَوْ لَحْمَ خِنزِيرٍۢ فَإِنَّهُۥ رِجْسٌ أَوْ فِسْقًا أُهِلَّ لِغَيْرِ ٱللَّهِ بِهِۦ ۚ فَمَنِ ٱضْطُرَّ غَيْرَ بَاغٍۢ وَلَا عَادٍۢ فَإِنَّ رَبَّكَ غَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١٤٥﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ฉันไม่พบว่าในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้โองการแก่ฉันนั้น มีสิ่งต้องห้ามนอกเสียจากสิ่งที่ตายเองไม่ได้เชือด หรือเลือดที่ไหลออก หรือเนื้อสุกร แท้จริงมันเป็นสิ่งโสมมเป็นที่ต้องห้าม หรือถูกเชือดด้วยนามอื่นจากอัลลอฮ์ เช่น สิ่งที่ถูกเชือดที่เป็นการบูชาต่อรูปปั้นของพวกเขา ดัง นั้นผู้ใด(ถูกบังคับ)ด้วยการอยู่ในสภาพที่คับขันที่จำเป็นต้องกินสิ่งต้องห้ามเหล่านั้นเพราะความหิวโหยโดยมิใช่เป็นผู้แสวงหาที่จะกินมัน และมิใช่ผู้ ละเมิดขอบเขตของความจำเป็น ก็ไม่ถือเป็นบาป โอ้เราะสูลเอ๋ย แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษสำหรับผู้ที่จำเป็นหากจะต้องกิน เป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเขาเสมอ

وَعَلَى ٱلَّذِينَ هَادُوا۟ حَرَّمْنَا كُلَّ ذِى ظُفُرٍۢ ۖ وَمِنَ ٱلْبَقَرِ وَٱلْغَنَمِ حَرَّمْنَا عَلَيْهِمْ شُحُومَهُمَآ إِلَّا مَا حَمَلَتْ ظُهُورُهُمَآ أَوِ ٱلْحَوَايَآ أَوْ مَا ٱخْتَلَطَ بِعَظْمٍۢ ۚ ذَٰلِكَ جَزَيْنَـٰهُم بِبَغْيِهِمْ ۖ وَإِنَّا لَصَـٰدِقُونَ ﴿١٤٦﴾

และเราได้ห้ามแก่บรรดาผู้เป็นยิวซึ่งสัตว์ที่มีเท้าเป็นกีบทุกชนิด เช่นอูฐ และนกกระจอกเทศ และเราได้ห้ามแก่พวกเขาซึ่งไขมันของวัวและแกะนอกจาก ไขมันที่ติดอยู่บนหลังของมันทั้งสอง หรือตามลำไส้ หรือที่ปะปนอยู่ที่กระดูก เช่น สะโพกและข้างๆ แท้จริงเราได้ลงโทษพวกเขาในความอธรรมของ พวกเขาด้วยการห้ามสิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขา และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้สัตย์จริงในทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไป

فَإِن كَذَّبُوكَ فَقُل رَّبُّكُمْ ذُو رَحْمَةٍۢ وَٰسِعَةٍۢ وَلَا يُرَدُّ بَأْسُهُۥ عَنِ ٱلْقَوْمِ ٱلْمُجْرِمِينَ ﴿١٤٧﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย หากพวกเขาปฏิเสธเจ้า และไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้านำมาจากพระเจ้าของเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเพื่อเป็นการส่งเสริมพวกเขาว่า "พระเจ้าของพวกเจ้านั้นเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาอันกว้างขวาง และหนึ่งในความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อพวกเจ้า คือ การผ่อนปรนสำหรับพวกท่าน และไม่เร่งรีบที่จะลงโทษพวกเจ้า" และจงกล่าวตักเตือนพวกเขาว่า "แท้จริงบทลงโทษของพระองค์นั้นจะไม่ถูกโต้กลับให้พ้นจากกลุ่มชนที่กระทำ ความผิดและบาปทั้งหลาย"

سَيَقُولُ ٱلَّذِينَ أَشْرَكُوا۟ لَوْ شَآءَ ٱللَّهُ مَآ أَشْرَكْنَا وَلَآ ءَابَآؤُنَا وَلَا حَرَّمْنَا مِن شَىْءٍۢ ۚ كَذَٰلِكَ كَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ حَتَّىٰ ذَاقُوا۟ بَأْسَنَا ۗ قُلْ هَلْ عِندَكُم مِّنْ عِلْمٍۢ فَتُخْرِجُوهُ لَنَآ ۖ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا ٱلظَّنَّ وَإِنْ أَنتُمْ إِلَّا تَخْرُصُونَ ﴿١٤٨﴾

ى บรรดาผู้ตั้งภาคีจะกล่าวด้วยการนำเรื่องพระประสงค์และการกำหนดของอัลลอฮ์เป็นเหตุผลในการยอมรับถึงความถูกต้องในการตั้งภาคีของพวก เขาที่มีต่ออัลลอฮ์ว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ไม่ให้เราและบรรพบุรุษของเราตั้งภาคี แน่นอนพวกเราก็ย่อมไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ และหากอัลลอฮ์ทรง ประสงค์ไม่ให้เราทำเป็นสิ่งต้องห้ามในสิ่งที่เราได้ทำต่อตัวของพวกเราเอง แน่นอนพวกเราก็ย่อมไม่ทำสิ่งนั้น" และด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันนี้ บรรดาผู้ ที่มาก่อนหน้าพวกเขาก็ได้กล่าวเท็จต่อบรรดาเราะสูลของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ไม่ให้เรากล่าวเท็จต่อพวกเขา แน่นอนเรา ก็ย่อมไม่กล่าวเท็จต่อพวกเขา และพวกเขาจะกล่าวเท็จอย่างต่อเนื่องจงกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเราที่เราได้ประทานลงมาแก่พวกเขา โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า "การที่พวกท่านได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และได้อนุญาตในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามและได้ห้ามในสิ่ง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ที่พระองค์ทรงอนุญาตนั้นพวกท่านมีหลักฐานที่บ่งบอกว่าพระองค์นั้นพอพระทัยต่อพวกเจ้าหรือไม่? และด้วยแค่เพียงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเจ้ามัน ไม่ใช่หลักฐานถึงความพึงพอพระทัยของพระองค์ต่อพวกท่าน ความจริงแล้วพวกท่านมิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการคาดคิดเอาเท่านั้น และ แท้จริงแล้วการคาดเดานั้นไม่ได้ช่วยอะไรต่อความสัตย์จริงเลย และพวกท่านไม่มีอื่นใดนอกจากจะกล่าวเท็จเท่านั้น

قُلْ فَلِلَّهِ ٱلْحُجَّةُ ٱلْبَـٰلِغَةُ ۖ فَلَوْ شَآءَ لَهَدَىٰكُمْ أَجْمَعِينَ ﴿١٤٩﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเถิด ว่า "หากพวกเจ้าไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ นอกจากข้อโต้แย้งที่อ่อนแอนี้ ดังนั้นแท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีข้อโต้ แย้งที่ชัดเจนที่ชี้ขาดในสิ่งที่พวกท่านได้เสนอมา และทำลายข้อคลุมเคลือต่างๆที่พวกท่านยึดถือ โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ่ย หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ใน การให้พวกเจ้าได้รับทางนำกันทกคนแล้ว แน่นอนพระองค์ก็ย่อมให้ความง่ายดายเกิดขึ้นแก่พวกท่านทั้งหมดในการยอมรับในสัจธรรม

قُلْ هَلُمَّ شُهَدَآءَكُمُ ٱلَّذِينَ يَشْهَدُونَ أَنَّ ٱللَّهَ حَرَّمَ هَـٰذَا ۖ فَإِن شَهِدُوا۟ فَلَا تَشْهَدْ مَعَهُمْ ۚ وَلَا تَتَّبِعْ أَهْوَآءَ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَٱلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِٱلْـَٔاخِرَةِ وَهُم بِرَبِّهِمْ يَعْدِلُونَ ﴿١٥٠﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ยจงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นที่ได้ทำเป็นสิ่งห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาต และอ้างว่าอัลลอฮ์คือผู้ทรงกำหนดให้เป็นสิ่งต้องห้าม เอง "จงนำบรรดาพยานของพวกท่านที่สามารถยืนยันว่า แท้จริงฮัลลอฮ์ได้ทรงห้ามสิ่งเหล่านี้ที่พวกท่านได้ห้ามไว้ แล้วถ้าพวกเขาเป็นพยานยืนยันโดย ไม่มีความรู้เป็นที่ยืนยันว่า อัลลอฮ์คือทรงห้ามมันไว้ ดังนั้น โอ้เราะซูลเอ๋ย จงอย่าเชื่อในการเป็นยืนยันของพวกเขา เพราะมันเป็นการยืนยันที่เป็นเท็จ และเจ้าจงอย่าตามความปรารถนาของบรรดาผู้ที่ใช้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นการตัดสิน เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาได้ปฏิเสธโองการทั้งหลาย ของเราในขณะที่พวกเขาได้ห้ามสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตสำหรับพวกเขา และเจ้าจงอย่าตามบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อปรโลก พวกเขาตั้งภาตีต่อพระเจ้า ของพวกเขา และให้สิ่งอื่นเท่าเทียมกับพระองค์ และผู้ที่มีแนวทางกับพระเจ้าของเขาเป็นแบบนี้ แล้วพวกเขาจะเป็นตัวอย่างที่ควรปฏิบัติตามได้ อย่างไร?!

۞ قُلْ تَعَالَوْا۟ أَتْلُ مَا حَرَّمَ رَبُّكُمْ عَلَيْكُمْ ۖ أَلَّا تُشْرِكُوا۟ بِهِۦ شَيْـًۭٔا ۖ وَبِٱلْوَٰلِدَيْنِ إِحْسَـٰنًۭا ۖ وَلَا تَقْتُلُوٓا۟ أَوْلَـٰدَكُم مِّنْ إِمْلَـٰقٍۢ ۖ نَّحْنُ نَرْزُقُكُمْ وَإِيَّاهُمْ ۖ وَلَا تَقْرَبُوا۟ ٱلْفَوَٰحِشَ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ ۖ وَلَا تَقْتُلُوا۟ ٱلنَّفْسَ ٱلَّتِى حَرَّمَ ٱللَّهُ إِلَّا بِٱلْحَقِّ ۚ ذَٰلِكُمْ وَصَّىٰكُم بِهِۦ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ ﴿١٥١﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่มวลมนุษย์เถิด ว่า "ท่านทั้งหลายจงมากันเถิด ฉันจะสาธยายในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้แก่พวกท่าน นั่นคือ ห้ามไม่ให้พวก เจ้าตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์ และห้ามการเนรคุณต่อผู้บังเกิดเกล้าของพวกเจ้า แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่ต้องทำดีต่อพวกเขา และห้ามพวกเจ้าฆ่าลูก ของพวกเจ้าเพราะความจน อย่างที่ผู้คนญาฮิลียะฮ์ที่ได้กระทำมา เราเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าและแก่พวกเขา และห้ามการเข้าใกล้สิ่งชั่วช้าทั้ง หลายทั้งที่เปิดเผยและที่ปกปิด และห้ามการฆ่าชีวิตใดที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยสิทธิอันชอบธรรมเท่านั้น เช่น ลงโทษผู้ที่ผิดประเวณีหลังจาก แต่งงานแล้ว และการตกศาสนาหลังจากนับถือศาสนาอิสลาม สิ่งที่ได้กล่าวมานั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสั่งเสียไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะเข้าใจ ซึ่งคำบัญชาและข้อห้ามของพระองค์"

وَلَا تَقْرَبُوا۟ مَالَ ٱلْيَتِيمِ إِلَّا بِٱلَّتِى هِىَ أَحْسَنُ حَتَّىٰ يَبْلُغَ أَشُدَّهُۥ ۖ وَأَوْفُوا۟ ٱلْكَيْلَ وَٱلْمِيزَانَ بِٱلْقِسْطِ ۖ لَا نُكَلِّفُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَا ۖ وَإِذَا قُلْتُمْ فَٱعْدِلُوا۟ وَلَوْ كَانَ ذَا قُرْبَىٰ ۖ وَبِعَهْدِ ٱللَّهِ أَوْفُوا۟ ۚ ذَٰلِكُمْ وَصَّىٰكُم بِهِۦ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ ﴿١٥٢﴾

และจงอย่าใช้ทรัพย์สมบัติของเด็กกำพร้า(คือผู้ที่สูญเสียบิดาก่อนบรรลุวัยฉกรรจ์)นอกจากด้วยวิถีทางที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อเขา และทำให้ทรัพย์ สมบัติของเขาเพิ่มพูนขึ้น จนกว่าเขาจะบรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ และได้ห้ามพวกเจ้าถึงการลดปริมาณของการตวงและการชั่ง แต่จำเป็นที่จะต้อง เที่ยงตรงต่อการเอาและให้ในการซื้อขาย เราจะไม่ทำให้เป็นภาระแก่ชีวิตใดนอกจากมันมีความสามารถ และสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของปริมาณและอื่นๆนั้น ก็จะไม่ถือโทษ และห้ามมิให้พวกเจ้าพูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริงหรือการเป็ยพยานโดยปราศจากความลำเอียงถึงแม้ เป็นคนใกล้ตัวหรือเพื่อนก็ตาม และได้ห้ามมิให้พวกเจ้าเพิกถอนพันธสัญญาของอัลลอฮ์ถ้าพวกเจ้าได้สัญญากับพระองค์ หรือพวกเจ้าได้สัญญากับ อัลลอฮ์ แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่ต้องปฏิบัติตามพันธสัญญาให้ครบถ้วน นั่นแหละที่อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งมันไว้แก่พวกเจ้าซึ่งคำสั่งที่แน่นอน เพื่อว่า พวกเจ้าจะได้รำลึกถึงผลของการตัดสิน بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَأَنَّ هَـٰذَا صِرَٰطِى مُسْتَقِيمًۭا فَٱتَّبِعُوهُ ۖ وَلَا تَتَّبِعُوا۟ ٱلسُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَن سَبِيلِهِۦ ۚ ذَٰلِكُمْ وَصَّىٰكُم بِهِۦ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ ﴿١٥٣﴾

تتقون และได้ห้ามพวกเจ้าปฏิบัติตามแนวทางต่างๆ ที่หลงผิดและวิธีการของมัน แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าต้องปฏิบัติตามแนวทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรง ไม่คดเคี้ยว และแนวทางที่หลงผิดนั้นจะนำพาพวกเจ้าสู่การแตกแยกและออกห่างจากทางแห่งสัจธรรม การตามแนวทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรงนี่ แหละที่อัลลอฮ์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรงต่อพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของ พระองค์

ثُمَّ ءَاتَيْنَا مُوسَى ٱلْكِتَـٰبَ تَمَامًا عَلَى ٱلَّذِىٓ أَحْسَنَ وَتَفْصِيلًۭا لِّكُلِّ شَىْءٍۢ وَهُدًۭى وَرَحْمَةًۭ لَّعَلَّهُم بِلِقَآءِ رَبِّهِمْ يُؤْمِنُونَ ﴿١٥٤﴾

يؤمنون หลังจากที่ได้กล่าวสิ่งที่ถูกกล่าวนั้นแล้ว เราได้บอกว่า แท้จริงเรานั้นได้ให้คัมภีร์อัต-เตารอตแก่มูซา ที่จะทำให้ความโปรดปรานของเราครบครัน ซึ่ง เป็นการตอบแทนการทำความดีของเขาและชี้แจงทุกรายละเอียดที่จำเป็นต่อศาสนาและหลักฐานของสัจธรรม และการเอ็นดูเมตตา เพื่อว่าพวกเขาจะ ได้ศรัทธาต่อการพบกับพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการพบกับพระองค์ด้วยการทำคุณงามความดี

وَهَـٰذَا كِتَـٰبٌ أَنزَلْنَـٰهُ مُبَارَكٌۭ فَٱتَّبِعُوهُ وَٱتَّقُوا۟ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ ﴿١٥٥﴾

และอัลกรุอานนี้ คือ คัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมาที่มากด้วยความจำเริญ ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ประกอบด้วยประโยชน์ต่างๆ ทั้งทางศาสนาและทางโลก จง ปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกประทานลงมานั้นเถิด และจงระวังการขัดแย้งกับมัน เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา

أَن تَقُولُوٓا۟ إِنَّمَآ أُنزِلَ ٱلْكِتَـٰبُ عَلَىٰ طَآئِفَتَيْنِ مِن قَبْلِنَا وَإِن كُنَّا عَن دِرَاسَتِهِمْ لَغَـٰفِلِينَ ﴿١٥٦﴾

เพื่อว่าพวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จะไม่กล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงประทานคัมภีร์อัต-เตารอต และอัล-อินญีลแก่ชาวยิวและชาวคริสต์ก่อน หน้าเรา และพระองค์ยังไม่ได้ประทานลงมาแก่พวกเราสักเล่มเลย และแท้จริงเราไม่รู้เรื่องในการอ่านคัมภีร์ของพวกเขา เพราะมันเป็นภาษาของพวก เขาไม่ใช่ภาษาของพวกเรา"

أَوْ تَقُولُوا۟ لَوْ أَنَّآ أُنزِلَ عَلَيْنَا ٱلْكِتَـٰبُ لَكُنَّآ أَهْدَىٰ مِنْهُمْ ۚ فَقَدْ جَآءَكُم بَيِّنَةٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ وَهُدًۭى وَرَحْمَةٌۭ ۚ فَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّن كَذَّبَ بِـَٔايَـٰتِ ٱللَّهِ وَصَدَفَ عَنْهَا ۗ سَنَجْزِى ٱلَّذِينَ يَصْدِفُونَ عَنْ ءَايَـٰتِنَا سُوٓءَ ٱلْعَذَابِ بِمَا كَانُوا۟ يَصْدِفُونَ ﴿١٥٧﴾

ء และพวกเจ้าคงจะไม่กล่าวว่า หากคัมภีร์นั้นถูกประทานลงมาแก่เราเหมือนที่ถูกประทานลงมาแก่ชาวยิวและชาวคริสต์แล้วไซร้ แน่นอนพวกเราจะ ปฏิบัติตามมากยิ่งกว่าพวกเขา แท้จริงคัมภีร์นั้นได้ประทานลงมาแค่นบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยภาษาของพวกเจ้าได้มายังพวกเจ้า แล้ว และนี่เพื่อเป็นหลักฐานอันชัดแจ้ง และคำแนะนำไปยังสัจธรรมและความเมตตาแก่ประชาชาติ ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าหาข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักนี้มาอ้าง เลย และใช้เหตุผลที่เป็นเท็จ และจะไม่มีใครที่อธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่กล่าวเท็จต่อโองการต่างๆ ของอัลลอฮ์และผินหลังให้แก่โองการเหล่านั้น เราจะ ลงโทษแก่บรรดาผู้ที่ผินหลังให้แก่โองการทั้งหลายของเรา ซึ่งการลงโทษแสนสาหัส ด้วยการเอาพวกเขาลงนรกญะฮันนัม เพื่อเป็นการตอบแทนการ ผินหลังของพวกเขาและการปฏิเศษของพวกเขา

هَلْ يَنظُرُونَ إِلَّآ أَن تَأْتِيَهُمُ ٱلْمَلَـٰٓئِكَةُ أَوْ يَأْتِىَ رَبُّكَ أَوْ يَأْتِىَ بَعْضُ ءَايَـٰتِ رَبِّكَ ۗ يَوْمَ يَأْتِى بَعْضُ ءَايَـٰتِ رَبِّكَ لَا يَنفَعُ نَفْسًا إِيمَـٰنُهَا لَمْ تَكُنْ ءَامَنَتْ مِن قَبْلُ أَوْ كَسَبَتْ فِىٓ إِيمَـٰنِهَا خَيْرًۭا ۗ قُلِ ٱنتَظِرُوٓا۟ إِنَّا مُنتَظِرُونَ ﴿١٥٨﴾

โอ้เราะสูลเอ๋ย พวกเขามิได้รอคอยอะไร นอกจากการที่มลาอิกะฮ์แห่งความตายและผู้ช่วยของเขามายังพวกเขาเพื่อดึงวิญญาณของพวกเขาบนโลกนี้ หรือการที่พระเจ้าของเจ้าจะมาในวันแห่งการตัดสินเพื่อตัดสินระหว่างพวกเขา หรือการที่สัญญาณบางอย่างแห่งพระเจ้าของเจ้าจะมาที่บ่งบอกถึงวัน สิ้นโลก วันที่สัญญาณบางอย่างแห่งพระเจ้าของเจ้ามานั้น เช่น การที่พระอาทิตย์จากทิศตะวันตก การศรัทธาของผู้ปฏิเสธจะไม่อำนวยประโยชน์แก่เขา และผู้ที่ศรัทธาแต่ไม่กระทำความดีมาก่อนจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่กล่าวเท็จเถิด ว่า "พวกท่านจงรอบางสิ่ง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร บางอย่างเถิด แท้จริงพวกเราก็เป็นผู้รอคอย"

إِنَّ ٱلَّذِينَ فَرَّقُوا۟ دِينَهُمْ وَكَانُوا۟ شِيَعًۭا لَّسْتَ مِنْهُمْ فِى شَىْءٍ ۚ إِنَّمَآ أَمْرُهُمْ إِلَى ٱللَّهِ ثُمَّ يُنَبِّئُهُم بِمَا كَانُوا۟ يَفْعَلُونَ ﴿١٥٩﴾

แท้จริงบรรดาผู้ที่ทำให้ศาสนาของพวกเขาแตกแยก จากชาวยิวและคริสต์ โดยที่พวกเขาได้ปฏิบัติกับบางส่วน และละทิ้งบางส่วน พวกเขานั้นได้กลาย เป็นนิกายต่างๆที่แตกต่างกันไป โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้านั้นมิได้เป็นส่วนหนึ่งจากพวกเขาแต่อย่างใด เจ้านั้นบริสุทธิ์ห่างไกลจากการหลงทางอย่างที่พวก เขาหลง ไม่มีอะไรสำหรับเจ้านอกเสียจากการตักเตือนพวกเขาเท่านั้น ส่วนเรื่องราวของพวกเขานั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ แล้วในวันกิยามะฮ์ พระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขากระทำกันบนโลกนี้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขา

مَن جَآءَ بِٱلْحَسَنَةِ فَلَهُۥ عَشْرُ أَمْثَالِهَا ۖ وَمَن جَآءَ بِٱلسَّيِّئَةِ فَلَا يُجْزَىٰٓ إِلَّا مِثْلَهَا وَهُمْ لَا يُظْلَمُونَ ﴿١٦٠﴾

บรรดาผู้ศรัทธาที่นำความดีมาในวันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์จะทรงเพิ่มให้เขาสิบเท่าของความดีนั้น และผู้ใดนำความชั่วมา เขาจะไม่ถูกลงโทษ นอกจากเท่า ความชั่วนั้นเท่านั้นทั้งเบาและหนัก จะไม่มีเพิ่มไปจากนั้น และในวันกิยามะฮ์พวกเขาจะไม่ถูกอธรรมโดยการลดความดีหรือเพิ่มความชั่วแก่พวกเขา

قُلْ إِنَّنِى هَدَىٰنِى رَبِّىٓ إِلَىٰ صِرَٰطٍۢ مُّسْتَقِيمٍۢ دِينًۭا قِيَمًۭا مِّلَّةَ إِبْرَٰهِيمَ حَنِيفًۭا ۚ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلْمُشْرِكِينَ ﴿١٦١﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธเถิดว่า "แท้จริงฉันนั้น พระเจ้าของฉันได้ชี้นำฉันไปสู่ทางอันเที่ยงตรง คือ ทางแห่งศาสนาที่ หยึดบนหลักของประโยชน์ทางโลกนี้และปรโลก มันคือแนวทางของอิบรอฮีมผู้ที่เอนเอียงไปทางสัจธรรม และเขา(อิบรอฮีม) ไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคี เลย

قُلْ إِنَّ صَلَاتِى وَنُسُكِى وَمَحْيَاىَ وَمَمَاتِى لِلَّهِ رَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٦٢﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่าแท้จริงการละหมาดของฉัน และการเชือดสัตว์ของฉันเพื่ออัลลอฮ์และด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ไม่ใช่ผู้อื่นใดนอกจาก พระองค์ และการมีชีวิตของฉันและการตายของฉันนั้นเพื่ออัลลอฮ์ผู้เป็นพระผู้อภิบาลแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งปวงเพียงองค์เดียวเท่านั้น และไม่มีผู้อื่นที่มี ส่วนในเรื่องนี้

لَا شَرِيكَ لَهُۥ ۖ وَبِذَٰلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلْمُسْلِمِينَ ﴿١٦٣﴾

และมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีสำหรับพระองค์ และไม่มีผู้ใดที่ต้องเคารพบูชาที่แท้จริงนอกจากพระองค์ และด้วยการศรัทธาต่อความ เป็นเอกภาพที่บริสุทธิ์จากภาคีนี้แหละที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้แก่ฉัน และฉันเป็นคนแรกในหมู่ผู้นอบน้อมยอมจำนนต่อพระองค์ในประชาชาตินี้ب

قُلْ أَغَيْرَ ٱللَّهِ أَبْغِى رَبًّۭا وَهُوَ رَبُّ كُلِّ شَىْءٍۢ ۚ وَلَا تَكْسِبُ كُلُّ نَفْسٍ إِلَّا عَلَيْهَا ۚ وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٌۭ وِزْرَ أُخْرَىٰ ۚ ثُمَّ إِلَىٰ رَبِّكُم مَّرْجِعُكُمْ فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ فِيهِ تَخْتَلِفُونَ ﴿١٦٤﴾

ثم إلى ربكم مرجعكم فينبئكم بما كنتمفيه تختلفون จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิด ว่า "อื่นจากอัลลอฮ์กระนั้นหรือ ที่ฉันจะแสวงหาพระเจ้า ทั้งๆที่พระองค์ มหาบริสุทธิ์และ ทรงสูงส่งนั้น เป็นพระผู้ทรงอภิบาลของทุกสิ่ง ดังนั้นพระองค์คือพระผู้อภิบาลของทุกสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชาที่นอกเหนือพระองค์ และไม่มีผู้ บริสุทธิ์คนใดแบกบาปของผู้อื่นได้ แล้วยังพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเพียงองค์เดียวที่พวกเจ้าต้องกลับไปในวันกิยามะฮ์ แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่ พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าขัดแย้งกันในโลกนี้ถึงเรื่องของศาสนา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَهُوَ ٱلَّذِى جَعَلَكُمْ خَلَـٰٓئِفَ ٱلْأَرْضِ وَرَفَعَ بَعْضَكُمْ فَوْقَ بَعْضٍۢ دَرَجَـٰتٍۢ لِّيَبْلُوَكُمْ فِى مَآ ءَاتَىٰكُمْ ۗ إِنَّ رَبَّكَ سَرِيعُ ٱلْعِقَابِ وَإِنَّهُۥ لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌۢ ﴿١٦٥﴾

และอัลลอฮ์คือผู้ทรงทำให้พวกเจ้าเป็นผู้สืบทอดบนแผ่นดินแทนคนที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อบริหารจัดการมัน และได้ทรงยกฐานะของพวกเจ้าบาง คนในการสร้างและการให้ปัจจัยยังชีพและสิ่งอื่นๆ ให้เหนือกว่าอีกบางคนหลายขั้น เพื่อที่พระองค์จะทรงทดสอบพวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ทรง ประทานแก่พวกเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น เป็นผู้รวดเร็วในการลงโทษ เพราะทุกสิ่งที่กำลังมา มันเป็นสิ่งที่ใกล้เสมอ แท้จริง พระองค์เป็นผู้ทรงอภัยสำหรับบ่าวของพระองค์ที่กลับตัวกลับใจ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-An'aam — الأنعام

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา