หน้าแรกตัฟซีรAl-A'raaf (7)

ตัฟซีร Al-A'raaf (7) — الأعراف

มักกียะฮ์ · 206 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

الٓمٓصٓ ﴿١﴾

(อะลิฟ ลาม มีม ศอด)ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ كتب أنزل إليك فلا يكن فى صدركحرج منهلتنذر به وذكر للمؤمنين

كِتَـٰبٌ أُنزِلَ إِلَيْكَ فَلَا يَكُن فِى صَدْرِكَ حَرَجٌۭ مِّنْهُ لِتُنذِرَ بِهِۦ وَذِكْرَىٰ لِلْمُؤْمِنِينَ ﴿٢﴾

โอ้เราะสูลเอ่ย อัลกรุอานุลการีมเป็นคัมภีร์หนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมาแก่เจ้า ดังนั้นจงอย่าได้มีความอึดอัด และลังเลในหัวอกของเจ้าเลย คัมภีร์ นั้นถูกประทานลงมาแก่เจ้าเพื่อตักเตือนให้ผู้คนเกรงกลัว และให้มันเป็นหลักฐานอันชัดแจ้ง และเพื่อเป็นข้อเตือนใจแก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เพราะพวก เขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการตักเตือน

ٱتَّبِعُوا۟ مَآ أُنزِلَ إِلَيْكُم مِّن رَّبِّكُمْ وَلَا تَتَّبِعُوا۟ مِن دُونِهِۦٓ أَوْلِيَآءَ ۗ قَلِيلًۭا مَّا تَذَكَّرُونَ ﴿٣﴾

โอ้มวลมนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงปฏิบัติตามคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาจากพระเจ้าของพวกเจ้าแก่พวกเจ้า และแนวทางของท่านนบีของพวกเจ้าเถิด และจงอย่าปฏิบัติตามความปรารถนาของพวกที่พวกเจ้าคิดว่าพวกเขาคือผู้คุ้มครองจากบรรดาชัยฏอนหรือผู้นำที่ไม่ดีที่ควบคุมพวกเจ้าให้ละทิ้งสิ่งที่ อัลลอฮ์ได้ประทานลงมาแก่เจ้าเพื่อสิ่งที่พวกเขาปรารถนา แต่น้อยนักที่พวกเจ้าจะรำลึก หากพวกเขารำลึกแน่นอนพวกเจ้าจะไม่แสวงหาสัจธรรมอื่น นอกจากของพระองค์ และจะดำเนินตามสิ่งที่เราะซูลของพวกเจ้านำมา และปฏิบัติตามมัน และละทิ้งสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากนั้น

وَكَم مِّن قَرْيَةٍ أَهْلَكْنَـٰهَا فَجَآءَهَا بَأْسُنَا بَيَـٰتًا أَوْ هُمْ قَآئِلُونَ ﴿٤﴾

กี่เมืองแล้วที่เราได้ทำลายมันด้วยบทลงโทษของเราเมื่อชาวเมืองนั้นยังคงอยู่ในการปฏิเสธและหลงผิด และบทลงโทษของเราอันเจ็บปวดก็ได้ลง มายังเมืองนั้น ในยามค่ำคืนที่มืดหรือยามกลางวัน และพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านบทลงโทษให้รอดพ้นด้วยตัวของพวกเขาเอง และบรรดา พระเจ้าที่ถูกแอบอ้างว่าเป็นพระเจ้าของพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะช่วยพวกเขาให้รอดจากบทลงโทษได้เช่นกัน

فَمَا كَانَ دَعْوَىٰهُمْ إِذْ جَآءَهُم بَأْسُنَآ إِلَّآ أَن قَالُوٓا۟ إِنَّا كُنَّا ظَـٰلِمِينَ ﴿٥﴾

ไม่มีอะไรจากพวกเขาหลังจากที่การลงโทษได้ลงมา นอกจากการสารภาพด้วยตัวของพวกเขาเองซึ่งการอธรรมและการปฏิเสธของพวกเขาต่อ อัลลอฮ์

فَلَنَسْـَٔلَنَّ ٱلَّذِينَ أُرْسِلَ إِلَيْهِمْ وَلَنَسْـَٔلَنَّ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٦﴾

ดังนั้นในวันแห่งการตัดสิน(วันกิยามะฮ์)แน่นอนเราจะถามประชาชาติต่างๆที่เราได้ส่งเราะสูลของเราไปยังพวกเขาในสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมา และ แน่นอน เราจะถามบรรดาเราะสูลทั้งหลายถึงการส่งสาสน์ ที่เราได้สั่งพวกเขาให้ปฏิบัติ และการตอบรับของประชาชาติของพวกเขา

فَلَنَقُصَّنَّ عَلَيْهِم بِعِلْمٍۢ ۖ وَمَا كُنَّا غَآئِبِينَ ﴿٧﴾

แล้วแน่นอนเราจะบอกให้ทุกสิ่งที่ถูกสร้างได้รู้ถึงการงานของพวกเขาที่ได้ปฏิบัติมาในโลกนี้ แท้จริงเราเป็นผู้รู้ถึงการงานของพวกเขาทั้งหมด และจะ ไม่หายไปจากเราเลย และเราไม่เคยหายไปจากพวกเขาในเวลาไหนก็ตาม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱلْوَزْنُ يَوْمَئِذٍ ٱلْحَقُّ ۚ فَمَن ثَقُلَتْ مَوَٰزِينُهُۥ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿٨﴾

และตราชั่งการงานในวันกิยามะฮ์นั้นจะชั่งด้วยความยุติธรรม จะไม่เกินหรืออยุติธรรม ดังนั้นผู้ใดเมื่อถูกชั่งแล้วความดีของเขาหนักกว่าความชั่วของ เขา ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับความสำเร็จที่ต้องการ และรอดพ้นจากความกลัว

وَمَنْ خَفَّتْ مَوَٰزِينُهُۥ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓا۟ أَنفُسَهُم بِمَا كَانُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا يَظْلِمُونَ ﴿٩﴾

และผู้ใดเมื่อถูกชั่งแล้วความชั่วของเขาหนักกว่าความดีของเขาแล้ว ชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ก่อความสูญเสียให้แก่ตัวของพวกเขาเอง ที่จะนำไปสู่ความ หายนะในวันกิยามะฮ์ เนื่องจากการปฏิเสธบรรดาโองการต่างๆของอัลลอฮ์

وَلَقَدْ مَكَّنَّـٰكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ وَجَعَلْنَا لَكُمْ فِيهَا مَعَـٰيِشَ ۗ قَلِيلًۭا مَّا تَشْكُرُونَ ﴿١٠﴾

โอ้วงค์วานของอาดัมเอ๋ย แท้จริงแล้ว เราได้ทำให้พวกเจ้ามีที่พำนักอยู่ในผืนแผ่นดิน และเราได้ให้มีขึ้นแก่พวกเจ้า ซึ่งบรรดาเครื่องยังชีพในผืนแผ่น ดินนั้น ดังนั้นสำหรับพวกเจ้าต้องขอบคุณอัลลอฮ์ถึงสิ่งนั้น แต่การขอบคุณของพวกเจ้านั้นมีเพียงน้อยนิด

وَلَقَدْ خَلَقْنَـٰكُمْ ثُمَّ صَوَّرْنَـٰكُمْ ثُمَّ قُلْنَا لِلْمَلَـٰٓئِكَةِ ٱسْجُدُوا۟ لِـَٔادَمَ فَسَجَدُوٓا۟ إِلَّآ إِبْلِيسَ لَمْ يَكُن مِّنَ ٱلسَّـٰجِدِينَ ﴿١١﴾

โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย แท้จริงเราได้บังเกิดอาดัมพ่อของพวกเจ้า แล้วเราได้ให้เขาเป็นรูปร่างที่ดียิ่ง และสวยงามยิ่ง แล้วเราได้สั่งให้มลาอิกะฮ์ ทำการก้ม กราบแก่อาดัม เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เขา แล้วพวกเขาก็ทำตามและนบนอบกัน นอกจากอิบลิสเท่านั้นที่ไม่ยอมก้มกราบเพราะความเย่อหยิ่งและ ละเมิด

قَالَ مَا مَنَعَكَ أَلَّا تَسْجُدَ إِذْ أَمَرْتُكَ ۖ قَالَ أَنَا۠ خَيْرٌۭ مِّنْهُ خَلَقْتَنِى مِن نَّارٍۢ وَخَلَقْتَهُۥ مِن طِينٍۢ ﴿١٢﴾

อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัส เพื่อเป็นการตำหนิอิบลิสว่า "อะไรเป็นสิ่งที่ขัดขวางเจ้ามิให้ปฏิบัติตามคำสั่งของข้าที่มีต่อเจ้าให้กราบอาดัม? อิบลิส ได้ตอบ พระเจ้าของเขาว่า "สิ่งที่ได้ขัดขวางข้าพระองค์นั้นเพราะข้าพระองค์นั้นดีกว่าเขา โดยที่พระองค์ทรงบังเกิดข้าพระพระองค์จากไฟ และได้บังเกิดเขา จากดิน และไฟนั้นย่อมมีเกียรติกว่าดิน"

قَالَ فَٱهْبِطْ مِنْهَا فَمَا يَكُونُ لَكَ أَن تَتَكَبَّرَ فِيهَا فَٱخْرُجْ إِنَّكَ مِنَ ٱلصَّـٰغِرِينَ ﴿١٣﴾

พระองค์ตรัสแก่เขาว่า "เจ้าจงลงจากสวนสวรรค์นั้นไปเสีย ไม่สมควรแก่เจ้าที่จะทำโอหังในนั้น เพราะเป็นที่พำนักสำหรับบรรดาคนดีที่บริสุทธิ์ ดังนั้น จึงไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับเจ้าที่จะอยู่ในนั้น" โอ้อิบลิสเอ๋ย "แท้จริงเจ้านั้นอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อยไม่มีเกียรติ แม้ว่าเจ้าเห็นว่าตัวเจ้านั้นมีเกียรติกว่าอาดัมก็ ตาม"

قَالَ أَنظِرْنِىٓ إِلَىٰ يَوْمِ يُبْعَثُونَ ﴿١٤﴾

อิบลิส กล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด จนข้าพระองค์นั้นชักชวนมวลมนุษย์ที่ข้า พระองค์สามารถชักชวนได้"

قَالَ إِنَّكَ مِنَ ٱلْمُنظَرِينَ ﴿١٥﴾

อัลลอฮ์ตรัสแก่เขาว่า "โอ้อิบลิส แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลาที่ข้าไดบันทึกความตายให้พวกเขาเมื่อถึงวันที่มีการเป่าสังข์ครั้งแรก โดยที่สิ่งถูก สร้างทั้งหมดจะตายและเหลือผู้สร้างพวกเขาเพียงองค์เดียว" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالَ فَبِمَآ أَغْوَيْتَنِى لَأَقْعُدَنَّ لَهُمْ صِرَٰطَكَ ٱلْمُسْتَقِيمَ ﴿١٦﴾

อิบลิสกล่าวว่า "ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงทำให้ข้าพระองค์นั้นหลงผิด จนข้าพระองค์ละทิ้งการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ นั่นคือ การก้มกราบต่ออาดั ม แน่นอนข้าพระองค์จะติดตามวงศ์วานของอาดัมบนเส้นทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ ข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาหลงไปจากทางนั้น ดั่งที่ข้า พระองค์ได้หลงผิดต่อการก้มกราบอาดัม บิดาของพวกเขา"

ثُمَّ لَـَٔاتِيَنَّهُم مِّنۢ بَيْنِ أَيْدِيهِمْ وَمِنْ خَلْفِهِمْ وَعَنْ أَيْمَـٰنِهِمْ وَعَن شَمَآئِلِهِمْ ۖ وَلَا تَجِدُ أَكْثَرَهُمْ شَـٰكِرِينَ ﴿١٧﴾

"แล้วข้าพระองค์จะมายังพวกเขาทุกทิศทาง โดยการหลอกล่อพวกเขาด้วยการไม่สนใจต่อปรโลก และปรารถนาแต่ทางโลก และสร้างความคลุมเคลือ และทำให้ดูดีงามในการปฏิบัติตามอารมณ์ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ พระองค์จะไม่พบว่าส่วนมากของพวกเขานั้น เป็นผู้ขอบคุณพระองค์ ใน เมื่อข้าพระองค์ได้ให้ความหวังแก่พวกเขาผ่านการปฏิเสธศรัทธา"

قَالَ ٱخْرُجْ مِنْهَا مَذْءُومًۭا مَّدْحُورًۭا ۖ لَّمَن تَبِعَكَ مِنْهُمْ لَأَمْلَأَنَّ جَهَنَّمَ مِنكُمْ أَجْمَعِينَ ﴿١٨﴾

พระองค์ตรัสว่า "โอ้อิบลิสเอ๋ย เจ้าจงออกจากสวนสวรรค์ไปในฐานะผู้ถูกติเตียน และถูกขับไล่จากความเมตตาของอัลลอฮ์ และข้าจะบรรจุให้เต็มนรก ญะฮันนัมในวันกิยามะฮ์จากเจ้า และทุกคนที่ปฏิบัติตามเจ้า และเชื่อฟังเจ้า และไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าของเขา"

وَيَـٰٓـَٔادَمُ ٱسْكُنْ أَنتَ وَزَوْجُكَ ٱلْجَنَّةَ فَكُلَا مِنْ حَيْثُ شِئْتُمَا وَلَا تَقْرَبَا هَـٰذِهِ ٱلشَّجَرَةَ فَتَكُونَا مِنَ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿١٩﴾

และอัลลอฮ์ได้ตรัสแก่อาดัมว่า "โอ้อาดัมเอ๋ย! เจ้าและคู่ครองเจ้า ฮาวาอ์ จงอยู่ในสวนสวรรค์นั้นเถิด แล้วจงบริโภคสิ่งที่ดีต่างๆ ตามที่เจ้าทั้งสอง ประสงค์ และเจ้าทั้งสองอย่ารับประทานจากต้นไม้ต้นนี้ (ต้นไม้ที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้แก่เขาทั้งสอง) แล้วถ้าหากเจ้าทั้งสองรับประทานจากต้นไม้นั้น หลังจากที่อัลลอฮ์ทรงห้ามพวกเจ้าทั้งสองแล้ว เจ้าทั้งสองก็จะอยู่ในหมู่ผู้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์"

فَوَسْوَسَ لَهُمَا ٱلشَّيْطَـٰنُ لِيُبْدِىَ لَهُمَا مَا وُۥرِىَ عَنْهُمَا مِن سَوْءَٰتِهِمَا وَقَالَ مَا نَهَىٰكُمَا رَبُّكُمَا عَنْ هَـٰذِهِ ٱلشَّجَرَةِ إِلَّآ أَن تَكُونَا مَلَكَيْنِ أَوْ تَكُونَا مِنَ ٱلْخَـٰلِدِينَ ﴿٢٠﴾

แล้วอิบลิสก็ได้บอกแก่ทั้งสองด้วยการกระซิบ เพื่อให้ทั้งสองเปิดเผยซึ่งสิ่งที่ถูกปกปิดสำหรับทั้งสองไว้ นั่นคือสิ่งอันพึงละอายของเขาทั้งสอง และอิบ ลิสได้กล่าวแก่เขาทั้งสองว่า "พระเจ้าของท่านทั้งสองมิได้ทรงห้ามท่านทั้งสองรับประทานจากต้นไม้ต้นนี้ นอกจากไม่อยากให้ท่านทั้งสองกลายเป็น มลาอิกะฮ์ หรือไม่ก็ไม่อยากให้ท่านทั้งสองกลายเป็นผู้อยู่ในสวนสวรรค์ตลอดกาล"

وَقَاسَمَهُمَآ إِنِّى لَكُمَا لَمِنَ ٱلنَّـٰصِحِينَ ﴿٢١﴾

และมันได้สาบานต่ออัลลอฮ์แก่ทั้งสองนั้นว่า "โอ้อาดัมและฮาวาอ์เอ๋ย แท้จริงฉันอยู่ในกลุ่มคนที่ให้การแนะนำแก่ท่านทั้งสองในสิ่งที่ได้แจ้งให้ท่านทั้ง สองทราบ"

فَدَلَّىٰهُمَا بِغُرُورٍۢ ۚ فَلَمَّا ذَاقَا ٱلشَّجَرَةَ بَدَتْ لَهُمَا سَوْءَٰتُهُمَا وَطَفِقَا يَخْصِفَانِ عَلَيْهِمَا مِن وَرَقِ ٱلْجَنَّةِ ۖ وَنَادَىٰهُمَا رَبُّهُمَآ أَلَمْ أَنْهَكُمَا عَن تِلْكُمَا ٱلشَّجَرَةِ وَأَقُل لَّكُمَآ إِنَّ ٱلشَّيْطَـٰنَ لَكُمَا عَدُوٌّۭ مُّبِينٌۭ ﴿٢٢﴾

แล้วพระองค์ก็ทำให้ทั้งสองนั้นตกจากสถานะที่เขาทั้งสองเคยอยู่ อันเนื่องจากการหลอกลวง ครั้นเมื่อทั้งสองได้ลิ้มรสจากต้นไม้ต้นนั้นที่ถูกห้ามไม่ให้ รับประทานแล้ว สิ่งอันพึงละอายของเขาทั้งสอง ก็เผยให้ประจักษ์แก่เขาทั้งสอง และเขาทั้งสองก็เริ่มปกปิดบนส่วนที่น่าละอายของเขาทั้งสองจาก ใบไม้แห่งสวนสวรรค์นั้น และพระเจ้าของเขาทั้งสองก็ได้ทรงเรียกเขาทั้งสอง โดยกล่าวว่า "ข้ามิได้ห้ามเจ้าทั้งสองกินจากต้นไม้นี้ดอกหรือ และข้ามิได้ กล่าวแก่เจ้าทั้งสอง เพื่อตักเตือนดอกหรือ ว่าแท้จริงชัยฏอน นั้นคือศัตรูที่ชัดแจ้งแก่เจ้าทั้งสอง" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالَا رَبَّنَا ظَلَمْنَآ أَنفُسَنَا وَإِن لَّمْ تَغْفِرْ لَنَا وَتَرْحَمْنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ ٱلْخَـٰسِرِينَ ﴿٢٣﴾

อาดัมและฮาวาอ์กล่าวว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา! เราทำผิดต่อตนเองด้วยการทำสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม นั่นคือการกิน (ผล) ของต้นไม้ หากพระองค์ ไม่ยกโทษบาปของเราและประทานความเมตตาของพระองค์แก่เรา แน่นอนเราจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะเราได้สูญเสียโชคลาภของเรา و ر ในโลกนี้และในโลกหน้า”

قَالَ ٱهْبِطُوا۟ بَعْضُكُمْ لِبَعْضٍ عَدُوٌّۭ ۖ وَلَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ مُسْتَقَرٌّۭ وَمَتَـٰعٌ إِلَىٰ حِينٍۢ ﴿٢٤﴾

อัลลอฮ์ได้ตรัสแก่อาดัม ฮาวาอ์ และอิบลิสว่า "พวกเจ้าจงลงจากสวนสวรรค์ไปยังพื้นแผ่นดิน โดยที่บางส่วนของพวกเจ้าคือศัตรูกับอีกบางส่วน และ ในแผ่นดินนั้นมีที่พำนัก และสิ่งอำนวยประโยชน์สำหรับพวกเจ้าจนถึงระยะเวลาที่ถูกกำหนด" قال فيها تحيون وفيها تموتون ومنها تخرجون

قَالَ فِيهَا تَحْيَوْنَ وَفِيهَا تَمُوتُونَ وَمِنْهَا تُخْرَجُونَ ﴿٢٥﴾

อัลลอฮ์ตรัสแก่อาดัม และฮาวาอ์ และลูกหลานของเขาทั้งสองว่า "ในแผ่นดินนี้แหละพวกเจ้าจะมีชีวิตอยู่ตามที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดเวลาแก่พวกเจ้า และ ในแผ่นดินนี้แหละพวกเจ้าจะตายและจะถูกฝังไว้ และจากหลุมฝังศพของพวกเจ้า พวกเจ้าจะถูกให้ออกมาฟื้ นคืนชีพอีกครั้ง"

يَـٰبَنِىٓ ءَادَمَ قَدْ أَنزَلْنَا عَلَيْكُمْ لِبَاسًۭا يُوَٰرِى سَوْءَٰتِكُمْ وَرِيشًۭا ۖ وَلِبَاسُ ٱلتَّقْوَىٰ ذَٰلِكَ خَيْرٌۭ ۚ ذَٰلِكَ مِنْ ءَايَـٰتِ ٱللَّهِ لَعَلَّهُمْ يَذَّكَّرُونَ ﴿٢٦﴾

لعلهم يذك رون โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย "แท้จริงเราได้ประทานให้แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็นเพื่อปกปิดสิ่งที่อันน่าละอายของพวกเจ้าและเราได้ประทานแก่ พวกเจ้าเครื่องนุ่งห่มเพื่อให้พวกเจ้าได้ประดับ และเครื่องนุ่งห่มแห่งความยำเกรงนั้นคือ การปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาและห่างไกลจากสิ่งที่ พระองค์ทรงห้ามนั้น ดีกว่าเครื่องนุ่มห่มที่สัมผัสได้ เครื่องนุ่งห่มที่ได้กล่าวมานั่นแหละคือส่วนหนึ่งจากบรรดาโองการของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความ สามารถของพระองค์ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รำลึกถึงความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อพวกเจ้าแล้วพวกเจ้าจะขอบคุณพระองค์

يَـٰبَنِىٓ ءَادَمَ لَا يَفْتِنَنَّكُمُ ٱلشَّيْطَـٰنُ كَمَآ أَخْرَجَ أَبَوَيْكُم مِّنَ ٱلْجَنَّةِ يَنزِعُ عَنْهُمَا لِبَاسَهُمَا لِيُرِيَهُمَا سَوْءَٰتِهِمَآ ۗ إِنَّهُۥ يَرَىٰكُمْ هُوَ وَقَبِيلُهُۥ مِنْ حَيْثُ لَا تَرَوْنَهُمْ ۗ إِنَّا جَعَلْنَا ٱلشَّيَـٰطِينَ أَوْلِيَآءَ لِلَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ ﴿٢٧﴾

โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย จงอย่าให้ชัยฏอนหลอกลวงพวกเจ้าโดยการล่อลวงให้ทำบาปด้วยการละทิ้งเครื่องนุ่งห่มที่ปกปิดสิ่งที่น่าละอายหรือละทิ้ง เครื่องนุ่งห่มแห่งความยำเกรง แท้จริงแล้วมันได้หลอกลวงบรรพบุรุษของพวกเจ้าให้รับประทานจากต้นไม้ที่พระองค์ทรงห้ามไว้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้ง สองต้องออกจากสวรรค์ และสิ่งที่น่าละอายของทั้งสองก็ได้เปิดเผยออกมา แท้จริงทั้งชัยฏอนและเผ่าพันธุ์ของมันมองเห็นและดูพวกเจ้าโดยที่พวก เจ้าไม่เห็นพวกมันหรือดูพวกมันได้ ดั้งนั้นจำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่ต้องระวังมันและเผ่าพันธุ์ของของมัน แท้จริงเราได้ให้บรรดาชัยฏอนเป็นสหายของ กับบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และส่วนบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติการงานที่ดีนั้น ก็จะไม่มีทางสำหรับพวกมัน ที่จะมีอำนาจเหลือพวกเขา

وَإِذَا فَعَلُوا۟ فَـٰحِشَةًۭ قَالُوا۟ وَجَدْنَا عَلَيْهَآ ءَابَآءَنَا وَٱللَّهُ أَمَرَنَا بِهَا ۗ قُلْ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَأْمُرُ بِٱلْفَحْشَآءِ ۖ أَتَقُولُونَ عَلَى ٱللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ ﴿٢٨﴾

๒๘ ما لا تعلمون และเมื่อบรรดาผู้ตั้งภาคีกระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ เช่นการตั้งภาคี และการเดินรอบๆ อัลกะอ์บะฮ์โดยเปลือยกายและอื่นๆ พวกเขามีเหตุผลว่า พวกเขา นั้นได้พบเห็นบรรดาบรรพบุรุษของพวกเขาเคยกระทำกันมา และอัลลอฮ์ก็ทรงใช้พวกเขาให้กระทำมันด้วย โอ้มุฮัมมัดเอ๋ย จงตอบพวกเขาเถิดว่า แท้ จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงใช้ให้กระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจดอกแต่พระองค์จะทรงห้ามมัน แล้วพวกท่านจะแอบอ้างสิ่งนั้นได้อย่างไร? โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย พวกท่านจะกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้กระนั้นหรือ?! بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُلْ أَمَرَ رَبِّى بِٱلْقِسْطِ ۖ وَأَقِيمُوا۟ وُجُوهَكُمْ عِندَ كُلِّ مَسْجِدٍۢ وَٱدْعُوهُ مُخْلِصِينَ لَهُ ٱلدِّينَ ۚ كَمَا بَدَأَكُمْ تَعُودُونَ ﴿٢٩﴾

โอ้มุฮัมมัด จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงสั่งให้มีความยุติธรรม และไม่ทรงสั่งให้กระทำสิ่งลามกและชั่วช้า และทรง สั่งให้พวกท่านบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ในทุกๆ อิบาดะฮ์ โดยทั่วไป และบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ในเวลาละหมาดเป็นการเฉพาะ และจงวิงวอนต่อพระองค์ เท่านั้นโดยเป็นผู้สุจริตมั่นต่อพระองค์ เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบังเกิดจากที่ไม่มีในครั้งแรก และให้พวกท่านกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง และอัลลอฮ์ผู้ ที่ทรงสามารถที่ทำให้พวกท่านบังเกิดขึ้นมาได้ก็ทรงสามารถที่จะให้พวกท่านตายและพื้นคืนชีพได้

فَرِيقًا هَدَىٰ وَفَرِيقًا حَقَّ عَلَيْهِمُ ٱلضَّلَـٰلَةُ ۗ إِنَّهُمُ ٱتَّخَذُوا۟ ٱلشَّيَـٰطِينَ أَوْلِيَآءَ مِن دُونِ ٱللَّهِ وَيَحْسَبُونَ أَنَّهُم مُّهْتَدُونَ ﴿٣٠﴾

และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงทำให้มนุษย์นั้นออกมาเป็นสองพวก พวกหนึ่งในหมู่พวกท่านคือพวกที่พระองค์ทรงชี้นำให้ และให้ความง่ายดายแก่เขาเพื่อเป็น สาเหตุที่จะได้รับคำแนะนำ และอุปสรรคทั้งหลายของเขาจะหมดไป และอีกพวกหนึ่งสมควรแก่พวกเขาแล้วซึ่งการหลงผิดจากทางแห่งสัจธรรม เพราะ พวกเขาทำให้บรรดาชัยฏอนกลายเป็นผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอฮ์ และปล่อยให้พวกเขาโง่เขลา และพวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับการชี้นำไปสู่ทางที่ เที่ยงตรง

۞ يَـٰبَنِىٓ ءَادَمَ خُذُوا۟ زِينَتَكُمْ عِندَ كُلِّ مَسْجِدٍۢ وَكُلُوا۟ وَٱشْرَبُوا۟ وَلَا تُسْرِفُوٓا۟ ۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلْمُسْرِفِينَ ﴿٣١﴾

โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย พวกเจ้าจงสวมใส่สิ่งที่จะปกปิดสิ่งพึงสงวนของพวกเจ้า และจงประดับกายของพวกเจ้าด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดในเวลาละหมาดและ ตอวาฟ และพวกเจ้าจงกินและจงดื่มสิ่งที่ดีที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตไว้ตามที่พวกเจ้าปรารถนา และจงอย่าละเมิดขอบเขตความเป็นกลางในเรื่องนี้ และ จงอย่าละเมิดสิ่งที่อนุญาตไปยังสิ่งที่ต้องห้าม แท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ชอบบรรดาผู้ที่ละเมิดขอบเขตความเป็นกลางทั้งหลาย

قُلْ مَنْ حَرَّمَ زِينَةَ ٱللَّهِ ٱلَّتِىٓ أَخْرَجَ لِعِبَادِهِۦ وَٱلطَّيِّبَـٰتِ مِنَ ٱلرِّزْقِ ۚ قُلْ هِىَ لِلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا خَالِصَةًۭ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ ۗ كَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَعْلَمُونَ ﴿٣٢﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เพื่อลบล้างคำกล่าวของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ห้ามทุกสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติไว้ ไม่ว่าในเรื่องของเสื้อผ้า อาหาร หรือสิ่งอื่นใด “ใครห้ามมิให้พวกเจ้าสวมเสื้อผ้าที่เป็นเครื่องประดับสำหรับพวกเจ้า? และใครเล่าที่ห้ามสิ่งที่ดีๆ จากอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอื่น ๆ ที่ อัลลอฮ์ได้จัดเตรียมไว้ให้พวกเจ้า?” กล่าว -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- “แท้จริงอาหาร, เครื่องดื่ม, เสื้อผ้า, ฯลฯ ที่จัดอยู่ในประเภทสิ่งที่ดีนั้นสงวนไว้สำหรับผู้ศรัทธา ในช่วงชีวิตของพวกเขาในโลกนี้ แม้ว่าจะมีคนอื่น ๆ มีส่วนกับพวกเขาในโลกก็ตาม แต่ในวันฟื้นคืนชีพจะถูกสงวนไว้สำหรับผู้ศรัทธาเท่านั้น ซึ่งในวัน นั้นไม่มีคนนอกศาสนาใดสามารถที่จะมีส่วนกับพวกเขาได้ เพราะสวรรค์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ไม่ศรีทธา เราอธิบายโองการโดยละเอียดแก่ผู้ที่ ต้องการคิด เพราะพวกเขาเป็นคนที่ได้รับประโยชน์จากมัน”

قُلْ إِنَّمَا حَرَّمَ رَبِّىَ ٱلْفَوَٰحِشَ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ وَٱلْإِثْمَ وَٱلْبَغْىَ بِغَيْرِ ٱلْحَقِّ وَأَن تُشْرِكُوا۟ بِٱللَّهِ مَا لَمْ يُنَزِّلْ بِهِۦ سُلْطَـٰنًۭا وَأَن تَقُولُوا۟ عَلَى ٱللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ ﴿٣٣﴾

จงกล่าวเถิด- โอ้เราะสูลเอ๋ย - แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ห้ามสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงห้ามเฉพาะสิ่งที่น่ารังเกียจแก่ปวงบ่าวของ พระองค์เท่านั้น นั่นคือบาปที่น่าเกลียดทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยเขายังห้ามการกระทำที่ผิดศีลธรรมทุกประเภท และการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่า จะเกี่ยวข้องกับเลือด ทรัพย์สิน หรือความภาคภูมิใจในตนเองโดยอธรรม เขายังห้ามไม่ให้พวกเจ้าเคารพสักการะพระเจ้าอื่นควบคู่กับอัลลอฮ์ โดยไม่มี หลักฐานที่ถูกต้อง และพระองค์ยังห้ามไม่ให้พวกเจ้าพูดในทางที่ไม่ดีเกี่ยวกับพระองค์ โดยปราศจากความรู้ ในเรื่องพระนามของพระองค์ คุณลักษณะของพระองค์ การกระทำของพระองค์ และบทบัญญัติแห่งกฎหมายของพระองค์ "

وَلِكُلِّ أُمَّةٍ أَجَلٌۭ ۖ فَإِذَا جَآءَ أَجَلُهُمْ لَا يَسْتَأْخِرُونَ سَاعَةًۭ ۖ وَلَا يَسْتَقْدِمُونَ ﴿٣٤﴾

แต่ละรุ่นมีระยะเวลาเฉพาะสำหรับช่วงเวลาที่กำหนดของพวกเขา ครั้นเมื่อเวลาที่ถูกกำหนดของพวกเขามาถึง ก็จะไม่ล่าช้าแม้แต่น้อยนิด และจะไม่มา ก่อนกำหนด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

يَـٰبَنِىٓ ءَادَمَ إِمَّا يَأْتِيَنَّكُمْ رُسُلٌۭ مِّنكُمْ يَقُصُّونَ عَلَيْكُمْ ءَايَـٰتِى ۙ فَمَنِ ٱتَّقَىٰ وَأَصْلَحَ فَلَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ ﴿٣٥﴾

يحزنون โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย ถ้ามีบรรดาเราะสูลจากข้าในหมู่พวกเจ้ามายังพวกเจ้า โดยบอกเล่าในสิ่งที่ข้าได้ประทานแก่พวกเขาถึงพระคัมภีร์ของข้า พวกเจ้า จงเชื่อฟังพวกเขาเถิด และปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาได้นำมาแก่พวกเจ้า แล้วผู้ใดที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และห่างไกล จากข้อห้ามของพระองค์และปรับปรุงแก้ไขการงานของเขาแล้ว ก็ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเขาในวันกิยามะฮ์ และทั้งพวกเขาก็จะไม่เสียใจในสิ่ง ที่พวกเขาพลาดจากสิ่งดีๆโลกนี้

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَٱسْتَكْبَرُوا۟ عَنْهَآ أُو۟لَـٰٓئِكَ أَصْحَـٰبُ ٱلنَّارِ ۖ هُمْ فِيهَا خَـٰلِدُونَ ﴿٣٦﴾

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา ซึ่งพวกเขาได้ปฏิเสธซึ่งโองการทั้งหลายของเราและไม่ศรัทธาต่อโองการเหล่านั้น และพวกเขาหยิ่งสโยต่อการงานที่ บรรดาเราะสูลของพวกเขาได้นำมา ชนเหล่านี้แหละคือ ชาวนรกโดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล

فَمَنْ أَظْلَمُ مِمَّنِ ٱفْتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا أَوْ كَذَّبَ بِـَٔايَـٰتِهِۦٓ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ يَنَالُهُمْ نَصِيبُهُم مِّنَ ٱلْكِتَـٰبِ ۖ حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَتْهُمْ رُسُلُنَا يَتَوَفَّوْنَهُمْ قَالُوٓا۟ أَيْنَ مَا كُنتُمْ تَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ ۖ قَالُوا۟ ضَلُّوا۟ عَنَّا وَشَهِدُوا۟ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ أَنَّهُمْ كَانُوا۟ كَـٰفِرِينَ ﴿٣٧﴾

كانوا كفرين ไม่มีผู้ใดที่อธรรมยิ่งกว่าผู้ที่อุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ ด้วยการให้สิ่งอื่นเป็นภาคีกับพระองค์ หรือพระองค์บกพร่อง หรือกล่าวถึงพระองค์ในสิ่ง ที่พระองค์ไม่ได้กล่าว หรือปฏิเสธต่อบรรดาโองการของพระองค์ที่ชัดแจ้งที่ชี้นำสู่ทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง พวกเขาคือกลุ่มชนที่ประสบกับสิ่งที่ ถูกบันทึกไว้สำหรับพวกเขาในแผ่นจารึกที่ถูกเก็บรักษาไว้ ทั้งดีและไม่ดี จนกว่าบรรดามะลาอิกะฮ์แห่งความตายและสมุนของเขาจากบรรดามะลาอิกะฮ์ ทั้งหลายนั้นได้มายังพวกเขา เพื่อกระชากวิญญาณของพวกเขาโดยกล่าวแก่พวกเขาด้วยความรังเกียจว่า "ไหนเล่า สิ่งที่พวกเจ้าวิงวอนขออื่นจา กอัลลอฮ์? จงร้องขอต่อพวกเขาเพื่อเป็นประโยชน์ในแก่พวกเจ้าซิ บรรดาผู้ตั้งภาคีก็ได้กล่าวแก่มะลาอิกะฮ์ว่า "บรรดาสิ่งที่เราได้วิงวอนขอนั้น มันได้ หายหน้าไปจากเราเสียแล้ว เราไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน" และพวกเขาได้ยืนยันแก่ตัวพวกเขาเองว่า พวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธา แต่การยืนยันของเขา ณ เวลานั้นเป็นหลักฐานต่อพวกเขาว่าสิ่งที่พวกเขาได้วิงวอนนั้นไม่สามารถให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้เลย

قَالَ ٱدْخُلُوا۟ فِىٓ أُمَمٍۢ قَدْ خَلَتْ مِن قَبْلِكُم مِّنَ ٱلْجِنِّ وَٱلْإِنسِ فِى ٱلنَّارِ ۖ كُلَّمَا دَخَلَتْ أُمَّةٌۭ لَّعَنَتْ أُخْتَهَا ۖ حَتَّىٰٓ إِذَا ٱدَّارَكُوا۟ فِيهَا جَمِيعًۭا قَالَتْ أُخْرَىٰهُمْ لِأُولَىٰهُمْ رَبَّنَا هَـٰٓؤُلَآءِ أَضَلُّونَا فَـَٔاتِهِمْ عَذَابًۭا ضِعْفًۭا مِّنَ ٱلنَّارِ ۖ قَالَ لِكُلٍّۢ ضِعْفٌۭ وَلَـٰكِن لَّا تَعْلَمُونَ ﴿٣٨﴾

ى ولكن لا تعلمون มลาอิกะฮ์ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า “พวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จงเข้าไปในนรกพร้อมกับบรรดาประชาชาติที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า จากญินและ มนุษย์ที่ปฏิเสธศรัทธาและหลงทางเถิด ทุกครั้งที่ประชาชาติหนึ่งได้เข้าไปต่างก็จะสาปแช่งประชาชาติเท่าเข้าก่อนหน้าเขา จนกระทั่งเมื่อพวกเขา ทั้งหมดรวมกันในนั้นแล้ว กลุ่มสุดท้ายของพวกเขา(คือกลุ่มผู้ตาม )ได้กล่าวแก่กลุ่มแรกของพวกเขา(กลุ่มผู้นำ)ว่า “ข้าแต่พระเจ้าของเรา พวกเขานั่น แหละที่ทำให้เราหลงจากทางที่เที่ยงตรง ดังนั้นจงลงโทษแก่พวกเขาเป็นสองเท่าเถิดเนื่องด้วยการกระทำของพวกเขาทำให้เราหลง อัลลอฮ์ตรัสว่า “สำหรับพวกเจ้าแต่ละกลุ่มจะได้รับการลงโทษเป็นสองเท่าตามสภาพของแต่ละกลุ่ม แต่พวกเจ้าไม่รู้”

وَقَالَتْ أُولَىٰهُمْ لِأُخْرَىٰهُمْ فَمَا كَانَ لَكُمْ عَلَيْنَا مِن فَضْلٍۢ فَذُوقُوا۟ ٱلْعَذَابَ بِمَا كُنتُمْ تَكْسِبُونَ ﴿٣٩﴾

บรรดาผู้นำ กล่าวแก่ผู้ติดตามของพวกเขาว่า " พวกเจ้าไม่มีความข้อได้เปรียบใดๆ เหนือพวกเราที่จะได้รับการลดหย่อนบทลงโทษของพวกเจ้า ดัง นั้นบทเรียนที่พวกท่านได้รับจากการงานนั้น ไม่ได้เป็นข้ออ้างแก่พวกเจ้าที่จะติดตามสิ่งที่ผิด โอ้ ผู้ติดตามเอ๋ย ดังนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษ เหมือนที่เราได้ลิ้มรสเถิด เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเจ้าแสวงหากันจากการปฏิเสธและความชั่ว" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنَّ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَٱسْتَكْبَرُوا۟ عَنْهَا لَا تُفَتَّحُ لَهُمْ أَبْوَٰبُ ٱلسَّمَآءِ وَلَا يَدْخُلُونَ ٱلْجَنَّةَ حَتَّىٰ يَلِجَ ٱلْجَمَلُ فِى سَمِّ ٱلْخِيَاطِ ۚ وَكَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلْمُجْرِمِينَ ﴿٤٠﴾

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธโองการที่ชัดแจ้งต่างๆ ของเรา และได้แสดงโอหังโดยไม่เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตามโองการต่างๆ และไม่มีต้องการกับทุกความดี นั้น บรรดาประตูแห่งฟากฟ้าจะไม่ถูกเปิดให้แก่การงานของพวกเขาเพราะการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และสำหรับวิญญานของพวกเขาก็เช่นกัน เมื่อพวกเขาได้ตายไป และพวกเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์ตลอดกาล จนกว่าอูฐ(ซึ่งเป็นสัตว์ที่ใหญ่)จะลอดเข้าไปในรูเข็มได้ซึ่งเป็นสิ่งที่แคบที่สุด ซึ่งสิ่งนี้ เป็นไปไม่ได้ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับมันในการเข้าสวนสวรรค์นั้นก็เป็นไปไม่ได้ และสิ่งตอบแทนเช่นนี้เหละที่อัลลอฮ์ทรงตอบแทนแก่ผู้ที่ทำบาปอันใหญ่ หลวง

لَهُم مِّن جَهَنَّمَ مِهَادٌۭ وَمِن فَوْقِهِمْ غَوَاشٍۢ ۚ وَكَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٤١﴾

สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธที่โอหังนั้น คือที่นอนจากนรกญะฮันนัม และจากเบื้องบนของพวกเขานั้นถูกปกคลุมด้วยไฟ และสิ่งตอบแทนในทำนองนี้แหละ ที่เราจะตอบแทนลงโทษแก่บรรดาผู้ล่วงละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ที่ได้ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังพระเจ้าของพวกเขา

وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ وَعَمِلُوا۟ ٱلصَّـٰلِحَـٰتِ لَا نُكَلِّفُ نَفْسًا إِلَّا وُسْعَهَآ أُو۟لَـٰٓئِكَ أَصْحَـٰبُ ٱلْجَنَّةِ ۖ هُمْ فِيهَا خَـٰلِدُونَ ﴿٤٢﴾

และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขาและประกอบคุณงามความดีทั้งหลายที่พวกเขาสามารถกระทำได้ และอัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้เป็นภาระแก่ ชีวิตใด ที่เกินความสามารถของพวกเขา ชนเหล่านี้แหละคือชาวสวรรค์ โดยที่พวกเขาจะเข้าพำนักอยู่ในสวรรค์นั้นชั่วนิรันดร์

وَنَزَعْنَا مَا فِى صُدُورِهِم مِّنْ غِلٍّۢ تَجْرِى مِن تَحْتِهِمُ ٱلْأَنْهَـٰرُ ۖ وَقَالُوا۟ ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ ٱلَّذِى هَدَىٰنَا لِهَـٰذَا وَمَا كُنَّا لِنَهْتَدِىَ لَوْلَآ أَنْ هَدَىٰنَا ٱللَّهُ ۖ لَقَدْ جَآءَتْ رُسُلُ رَبِّنَا بِٱلْحَقِّ ۖ وَنُودُوٓا۟ أَن تِلْكُمُ ٱلْجَنَّةُ أُورِثْتُمُوهَا بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴿٤٣﴾

และจากความสุขที่สมบูรณ์ของชาวสวรรค์นั้น คือการที่อัลลอฮ์ทรงขจัดความเกลียดชังและคับแค้นใจ ออกจากหัวอกของพวกเขา และให้มีบรรดา แม่น้ำไหลอยู่ภายใต้ของพวกเขา และบรรดาผู้ที่ยอมรับต่ออัลลอฮ์ในความสะดวกสบายที่พระองค์ได้ทรงมอบให้แก่พวกเขาได้กล่าวว่า "การสรรเสริญ ทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ผู้ทรงประทานการงานที่ดีแก่เราซึ่งเราได้รับระดับนี้ และใช่ว่าพวกเราจะได้รับการตอบรับด้วยตัวของเราเอง หากว่า อัลลอฮ์ไม่ทรงตอบรับพวกเรา แน่นอนบรรดาเราะสูลแห่งพระเจ้าของเรานั้นได้นำความจริงมาที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ และความสัตย์จริงถึงการสัญญาต่อ สิ่งที่ดีและชั่ว พวกเขาได้ถูกป่าวร้องว่า "นั้นแหละ คือสวนสวรรค์ที่บรรดาเราะสูลของข้าได้บอกแก่พวกเจ้าในดุนยา อัลลอฮ์ทรงมอบสวนสวรรค์นี้แก่ ที่พวกเจ้าต้องการพระพักตร์ของอัลลอฮ์"قพวกเจ้าต่อการงานที่ดีที่พวกเจ้าที่เคยกระทำกันไว้ق

وَنَادَىٰٓ أَصْحَـٰبُ ٱلْجَنَّةِ أَصْحَـٰبَ ٱلنَّارِ أَن قَدْ وَجَدْنَا مَا وَعَدَنَا رَبُّنَا حَقًّۭا فَهَلْ وَجَدتُّم مَّا وَعَدَ رَبُّكُمْ حَقًّۭا ۖ قَالُوا۟ نَعَمْ ۚ فَأَذَّنَ مُؤَذِّنٌۢ بَيْنَهُمْ أَن لَّعْنَةُ ٱللَّهِ عَلَى ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٤٤﴾

และชาวสวรรค์ได้ร้องเรียกชาวนรกหลังจากที่ทั้งสองได้เข้าไปอยู่ในที่ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับพวกเขาว่า "แท้จริงพวกเราได้พบแล้ว สิ่งที่พระเจ้าของเรา ได้สัญญาแก่เรา นั่นคือสวรรค์มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริง และพวกเราก็ได้เข้าไปอยู่ในนั้นแล้ว แล้วพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย- ได้พบ สิ่งที่พระเจ้าของพวกเจ้าได้ทรงสัญญาว่าจะให้อยู่ในนรกนั้นเป็นความจริงไหม? บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "แท้จริงเราได้พบสิ่งที่พระเจ้าของเรา ได้สัญญาแก่เราแล้ว มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริง แล้วมีผู้ประกาศได้ทำการประกาศ ได้ขอต่ออัลลอฮ์ให้ขับไล่ผู้อธรรมออกจากความเมตตาของ พระองค์ แท้จริงประตูแห่งความเมตตาได้ถูกเปิดแก่พวกเขาแล้ว แต่พวกเขาได้ผินหลังให้ต่อความเมตตานั้นตอนอยู่ในโลกดุนยา

ٱلَّذِينَ يَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ وَيَبْغُونَهَا عِوَجًۭا وَهُم بِٱلْـَٔاخِرَةِ كَـٰفِرُونَ ﴿٤٥﴾

บรรดาผู้อธรรมเหล่านี้ พวกเขาคือผู้ที่ผินหลังจากแนวทางของอัลลอฮ์และสนับสนุนให้ผู้อื่นหันหลังให้กับทางนั้น และพวกเขาหวังให้ทางที่ถูกต้อง กลายเป็นทางที่คดเคี้ยว เพื่อไม่ให้มนุษย์ผ่านไปได้ และพวกเขาปฏิเสธศรัทธาในปรโลก และพวกเขาไม่พร้อมสำหรับวันนั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَبَيْنَهُمَا حِجَابٌۭ ۚ وَعَلَى ٱلْأَعْرَافِ رِجَالٌۭ يَعْرِفُونَ كُلًّۢا بِسِيمَىٰهُمْ ۚ وَنَادَوْا۟ أَصْحَـٰبَ ٱلْجَنَّةِ أَن سَلَـٰمٌ عَلَيْكُمْ ۚ لَمْ يَدْخُلُوهَا وَهُمْ يَطْمَعُونَ ﴿٤٦﴾

يدخلوها وهم يطمعون และระหว่างทั้งสองกลุ่ม (ชาวสวรรค์และชาวนรก) มีกำแพงกั้นสูงเรียกว่า อัล-อะอ์รอฟ และบนส่วนสูงของกำแพงนั้นมีชายกลุ่มหนึ่งที่ความดีและ ความชั่วของพวกเขานั้นหนักเท่ากัน ซึ่งพวกเขารู้จักบรรดาชาวสวรรค์ ด้วยเครื่องหมายต่างๆบนใบหน้าพวกเขา เช่น การมีใบหน้าที่ขาวสะอาด และ บรรดาชาวนรกด้วยเครื่องหมายต่างๆ เช่น การมีใบหน้าที่มืดดำ และบรรดาผู้ชายเหล่านั้นก็เรียกร้องบรรดาชาวสวรรค์เพื่อเป็นเกียรติแก่พวกเขา โดยกล่าวว่า "ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกท่าน" โดยที่บรรดาชาวสวรรค์ในตอนนั้นยังมิได้เข้าสวรรค์ และพวกเขาก็ปรารถนาที่จะเข้าสวรรค์ด้วยความ เมตตาจากอัลลอฮ์

۞ وَإِذَا صُرِفَتْ أَبْصَـٰرُهُمْ تِلْقَآءَ أَصْحَـٰبِ ٱلنَّارِ قَالُوا۟ رَبَّنَا لَا تَجْعَلْنَا مَعَ ٱلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿٤٧﴾

และเมื่อสายตาของพวกที่อยู่บนกำแพงสูงถูกหันไปทางชาวนรก และได้ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในนรกซึ่งบทลงโทษที่แสนเจ็บปวดนั้น พวกเขาจึงกล่าวขอต่อ อัลลอฮ์ว่า "โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ โปรดอย่าให้พวกข้าพระองค์ร่วมอยู่กับกลุ่มผู้อธรรมที่ปฏิเสธและตั้งภาคีเหล่านั้นเลย"

وَنَادَىٰٓ أَصْحَـٰبُ ٱلْأَعْرَافِ رِجَالًۭا يَعْرِفُونَهُم بِسِيمَىٰهُمْ قَالُوا۟ مَآ أَغْنَىٰ عَنكُمْ جَمْعُكُمْ وَمَا كُنتُمْ تَسْتَكْبِرُونَ ﴿٤٨﴾

และบรรดาผู้ที่อยู่บนส่วนสูงของกำแพงนั้นได้ร้องเรียกชายกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นชาวนรกจากบรรดาผู้อธรรม โดยพวกเขารู้จักพวกนั้นด้วยเครื่องหมาย ของพวกเขา ที่มีใบหน้าที่ดำและมีตาสีฟ้า โดยกล่าวแก่พวกเขาว่า "มันไม่อำนวยประโยชน์ใดๆ เลยแก่พวกท่าน ซึ่งสิ่งที่พวกท่านสะสม ทั้งทรัพย์สิน และบรรดาผู้ติดตาม และไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกท่านเลย การที่พวกท่านผินหลังให้แก่สัจธรรมด้วยความหยิ่งยโสและโอหัง

أَهَـٰٓؤُلَآءِ ٱلَّذِينَ أَقْسَمْتُمْ لَا يَنَالُهُمُ ٱللَّهُ بِرَحْمَةٍ ۚ ٱدْخُلُوا۟ ٱلْجَنَّةَ لَا خَوْفٌ عَلَيْكُمْ وَلَآ أَنتُمْ تَحْزَنُونَ ﴿٤٩﴾

อัลลอฮ์ตรัสไว้เพื่อเป็นการดูแคลนผู้ปฏิเสธว่า "ชนเหล่านี้ใช่ไหมคือผู้ที่พวกเจ้าได้สาบานไว้ว่า อัลลอฮ์จะไม่ทรงให้แก่พวกเขาซึ่งความเอ็นดูเมตตาใดๆ จากพระองค์?! อัลลอฮ์ตรัสแก่ผู้ศรัทธาว่า "โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงเข้าสวรรค์เถิด ไม่มีความกลัวใดๆ สำหรับพวกเจ้า ในสิ่งที่พวกเจ้ากำลังจะ เผชิญ และพวกเจ้าจะไม่มีมีเสียใจในสิ่งที่พวกเจ้าเคยพลาดไปในดุนยา เมื่อพวกเจ้าได้พบกับความสุขของการอยู่ในสวรรค์"

وَنَادَىٰٓ أَصْحَـٰبُ ٱلنَّارِ أَصْحَـٰبَ ٱلْجَنَّةِ أَنْ أَفِيضُوا۟ عَلَيْنَا مِنَ ٱلْمَآءِ أَوْ مِمَّا رَزَقَكُمُ ٱللَّهُ ۚ قَالُوٓا۟ إِنَّ ٱللَّهَ حَرَّمَهُمَا عَلَى ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿٥٠﴾

และชาวนรกได้ร้องเรียกชาวสวรรค์ด้วยความหวัง ว่า "โอ้ ชาวสวรรค์เอ๋ย จงเทน้ำแบ่งมาให้แก่พวกเราด้วยเถิด หรือไม่ก็สิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เป็น ปัจจัยยังชีพแก่พวกท่าน เช่น อาหาร" ชาวสวรรค์ได้ตอบว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงให้สิ่งทั้งสองนั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายเพราะ การปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และพวกเราจะไม่ช่วยเหลือพวกท่านในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามแก่พวกท่านไว้"

ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُوا۟ دِينَهُمْ لَهْوًۭا وَلَعِبًۭا وَغَرَّتْهُمُ ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَا ۚ فَٱلْيَوْمَ نَنسَىٰهُمْ كَمَا نَسُوا۟ لِقَآءَ يَوْمِهِمْ هَـٰذَا وَمَا كَانُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا يَجْحَدُونَ ﴿٥١﴾

يجحدون บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ทำให้ศาสนาของพวกเขาเป็นสิ่งไร้ค่าและไร้สาระ และความสวยงามต่างๆ แห่งโลกดุนยาได้หลอกล่อพวก เขา ดังนั้นในวันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์จะลืมพวกเขา และจะละทิ้งพวกเขา ให้พวกเขาทุกข์ทรมานดังที่พวกเขาได้ลืมการพบกับวันกิยามะฮ์ พวกเขาไม่ได้ ปฏิบัติ(การงานที่ดี)และไม่ได้เตรียมพร้อมใดๆ เลย และสำหรับการปฏิเสธข้อโต้แย้งและหลักฐานของอัลลอฮ์และการปฏิเสธนั้นทั้งๆ ที่พวกเขารู้ว่ามัน เป็นความจริง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ولقد جئنهم بكتب فص لنهعل علمهدى ورحمةلقوم يؤمنون

وَلَقَدْ جِئْنَـٰهُم بِكِتَـٰبٍۢ فَصَّلْنَـٰهُ عَلَىٰ عِلْمٍ هُدًۭى وَرَحْمَةًۭ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٥٢﴾

และแท้จริงนั้นเราได้นำอัลกรุอานมาให้แก่พวกเขาแล้ว ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาแก่มุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม และเราได้แจกแจง คัมภีร์นั้นบนฐานแห่งความรอบรู้จากเรา และมันเป็นคัมภีร์ที่ชี้นำบรรดาผู้ศรัทธาไปสู่ทางที่ถูกต้องและไปสู่ความจริง และเป็นความเมตตาแก่พวกเขา เพราะมันมีแนวทางในการบรรลุความสุขทั้งในชีวิตในโลกนี้และในโลกหน้า

هَلْ يَنظُرُونَ إِلَّا تَأْوِيلَهُۥ ۚ يَوْمَ يَأْتِى تَأْوِيلُهُۥ يَقُولُ ٱلَّذِينَ نَسُوهُ مِن قَبْلُ قَدْ جَآءَتْ رُسُلُ رَبِّنَا بِٱلْحَقِّ فَهَل لَّنَا مِن شُفَعَآءَ فَيَشْفَعُوا۟ لَنَآ أَوْ نُرَدُّ فَنَعْمَلَ غَيْرَ ٱلَّذِى كُنَّا نَعْمَلُ ۚ قَدْ خَسِرُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ وَضَلَّ عَنْهُم مَّا كَانُوا۟ يَفْتَرُونَ ﴿٥٣﴾

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่างก็ไม่ได้รอคอยสิ่งใด นอกจากการลงโทษอันเจ็บปวดซึ่งได้มีแก่พวกเขา ซึ่งจะเป็นจุดจบของชะตากรรมของพวกเขาใน ปรโลก นั่นคือวันที่การลงโทษซึ่งได้ประกาศแก่พวกเขาจะมาถึง และเป็นวันที่รางวัลที่ประกาศแก่บรรดาผู้ศรัทธาจะมาถึง บรรดาผู้ที่ลืมอัลกุรอานใน ช่วงชีวิตของพวกเขาในโลกดุนยา และปฏิบัติตามคำสอนที่อยู่ในนั้น จะกล่าวว่า “แท้จริงบรรดาเราะสูลแห่งพระเจ้าของเราได้มายังพวกเราด้วยความ จริงซึ่งไม่มีสงสัยเลยและไม่มีความเคลือบแคลงใดๆ ว่ามันคือความจริงที่มาจากอัลลอฮ์ ถ้าเรามีผู้วิงวอนที่สามารถช่วยเราได้ ณ ที่อัลลอฮ์ เพื่อเราจะ ได้พ้นจากการทรมานนั้น หรือถ้าเราได้กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง เพื่อเราจะได้ทำความดีแทนความชั่วของเราที่เคยทำมา”บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ทำร้าย ตัวเองด้วยการพลัดพรากตัวเองลงไปในเหวแห่งความพินาศอันเป็นผลจากการไม่ศรัทธาของพวกเขา และบรรดาพระเจ้าที่พวกเขาเคยเคารพบูชาอื่น ๆ นอกเหนือจากอัลลอฮ์ได้ห่างหายจากพวกเขาไป ดังนั้นพวกเขาจะไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอีกเลย

إِنَّ رَبَّكُمُ ٱللَّهُ ٱلَّذِى خَلَقَ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ فِى سِتَّةِ أَيَّامٍۢ ثُمَّ ٱسْتَوَىٰ عَلَى ٱلْعَرْشِ يُغْشِى ٱلَّيْلَ ٱلنَّهَارَ يَطْلُبُهُۥ حَثِيثًۭا وَٱلشَّمْسَ وَٱلْقَمَرَ وَٱلنُّجُومَ مُسَخَّرَٰتٍۭ بِأَمْرِهِۦٓ ۗ أَلَا لَهُ ٱلْخَلْقُ وَٱلْأَمْرُ ۗ تَبَارَكَ ٱللَّهُ رَبُّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٥٤﴾

โอ้ มวลมนุษย์เอ๋ย แท้จริงพระเจ้าของพวกเจ้านั้น คือ อัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน โดยไม่มีแบบมาก่อน ภายในหกวัน แล้ว พระองค์ก็ทรงสถิตอยู่เหนือบัลลังก์ด้วยการสถิตที่สูงส่งที่เหมาะกับความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะทราบถึงลักษณะของมันได้ พระองค์ทรงให้ความมืดของกลางคืนหายไปด้วยแสงของกลางวัน และแสงของกลางวันหายไปด้วยความมืดของกลางคืน และทั้งสองนี้ต่างก็จะไล่ ตามกันอย่างรวดเร็ว โดยไม่ล่าช้า เมื่อความมืดไปความสว่างก็เข้ามา และทรงสร้างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์และบรรดาดวงดาว พึงรู้เถิด สิ่งถูก สร้างทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว หรือมีใครที่เป็นผู้สร้างอื่นจากพระองค์อีก?! และการงานทุกอย่างล้วนเป็นสิทธ์ของพระองค์ เพียงผู้เดียว และความดีของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่และความเอ็นดูเมตตาที่มากมาย และพระองค์ทรงมีคุณลักษณะความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบและผู้ เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก

ٱدْعُوا۟ رَبَّكُمْ تَضَرُّعًۭا وَخُفْيَةً ۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلْمُعْتَدِينَ ﴿٥٥﴾

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเจ้าในสภาพนอบน้อมถ่อมตนและเป็นส่วนตัว เป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจในการวิงวอนไม่ โอ้อวดหรือตั้งภาคีอื่นจากอัลลอฮ์ในการวิงวอน แท้จริงพระองค์ไม่ทรงชอบบรรดาผู้ที่ละเมิดขอบเขตของพระองค์ในการวิงวอน และหนึ่งในการ ละเมิดขอบเขตของพระองค์ที่ใหญ่ยิ่งสุดในการวิงวอน คือ การวิงวอนจากสิ่งอื่นพร้อมพระองค์ ดังที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ปฏิบัติกันมา

وَلَا تُفْسِدُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ بَعْدَ إِصْلَـٰحِهَا وَٱدْعُوهُ خَوْفًۭا وَطَمَعًا ۚ إِنَّ رَحْمَتَ ٱللَّهِ قَرِيبٌۭ مِّنَ ٱلْمُحْسِنِينَ ﴿٥٦﴾

และพวกเจ้าอย่าก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินด้วยการทำความชั่ว หลังจากที่อัลลอฮ์ได้ทรงปรับปรุงแก้ไขมันแล้วโดยการส่งบรรดาเราะสูลแก่พวก เขา และฟื้นฟูมันด้วยการเชื่อฟังพระองค์เพียงองค์เดียว และจงวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์พระองค์เดียวด้วยความรู้สึกที่ยำเกรงต่อบทลงโทษของ พระองค์และเป็นผู้ที่รอคอยผลตอบแทนของพระองค์ แท้จริงความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮ์นั้นใกล้แก่ผู้กระทำดีทั้งหลาย พวกเจ้าจงเป็นหนึ่งในพวก เขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَهُوَ ٱلَّذِى يُرْسِلُ ٱلرِّيَـٰحَ بُشْرًۢا بَيْنَ يَدَىْ رَحْمَتِهِۦ ۖ حَتَّىٰٓ إِذَآ أَقَلَّتْ سَحَابًۭا ثِقَالًۭا سُقْنَـٰهُ لِبَلَدٍۢ مَّيِّتٍۢ فَأَنزَلْنَا بِهِ ٱلْمَآءَ فَأَخْرَجْنَا بِهِۦ مِن كُلِّ ٱلثَّمَرَٰتِ ۚ كَذَٰلِكَ نُخْرِجُ ٱلْمَوْتَىٰ لَعَلَّكُمْ تَذَكَّرُونَ ﴿٥٧﴾

และพระองค์นั้นคือผู้ที่ส่งลมมาเป็นข่าวดีว่าจะเกิดฝน จนกระทั่งเมื่อลมได้แบกเมฆอันหนักที่เต็มไปด้วยน้ำ แล้วเราก็ได้นำเมฆไปสู่เมืองที่แห้งแล้ง แล้วเราก็ให้น้ำหลั่งลงที่เมืองนั้น แล้วเราได้ให้ผลไม้ทุกชนิดออกมาด้วยน้ำนั้น อุปมาการออกผลผลิตของต้นไม้เหมือนกับคนตายที่ถูกเอาออกมาจาก หลุมฝังศพของพวกเขาในสภาพมีชีวิต โอ้ มวลมนุษย์เอ๋ย เราทำเช่นนั้นหวังว่าพวกเจ้าจะได้รำลึกฤทธิ์เดชของอัลลอฮ์และการสร้างที่แปลกใหม่ของ พระองค์ และพระองค์ผู้ทรงสามารถฟื้ นคนตายได้

وَٱلْبَلَدُ ٱلطَّيِّبُ يَخْرُجُ نَبَاتُهُۥ بِإِذْنِ رَبِّهِۦ ۖ وَٱلَّذِى خَبُثَ لَا يَخْرُجُ إِلَّا نَكِدًۭا ۚ كَذَٰلِكَ نُصَرِّفُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَشْكُرُونَ ﴿٥٨﴾

يشكرون และพื้นดินที่ดีจะทำให้เกิดพืชพันธุ์งอกออกมาอย่างสวยงามและสมบูรณ์ ด้วยอนุมัติแห่งอัลลอฮ์ เช่นเดียวกับผู้ศรัทธาที่ฟังคำตักเตือนและรับ ประโยชน์จากมัน จะทำให้เกิดการงานที่ดี และแผ่นดินที่เค็มนั้นจะไม่ทำให้เกิดพืชพันธุ์ นอกจากด้วยความยากและไม่ดี เช่นเดียวกับผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ คำตักเตือนไม่ได้เกิดประโยชน์แก่เขา และไม่ก่อให้เกิดการงานที่ดีที่เป็นประโยชน์แก่เขา ความหลากหลายที่สวยงามเช่นนี้คือความหลากหลายของ หลักฐานและข้อโต้แย้งเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อผู้ที่ขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ดังนั้นจงอย่าเนรคุณ และจงเชื่อฟังพระเจ้าของพวกเขา

لَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِۦ فَقَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥٓ إِنِّىٓ أَخَافُ عَلَيْكُمْ عَذَابَ يَوْمٍ عَظِيمٍۢ ﴿٥٩﴾

และเป็นที่แน่นอนยิ่ง เราได้ส่งนูห์เป็นเราะสูล ไปยังหมู่ชนของเขาซึ่งเรียกร้องพวกเขาสู่การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และละทิ้งการเคารพภักดีต่อสิ่งอื่น นอกจากพระองค์ ดังนั้นเขาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮ์เพียงองค์เดียวเถิด เพราะไม่มีสำหรับพวก ท่านผู้ที่สมควรได้รับการเคารพภักดีอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น โอ้กลุ่มชนของฉัน แท้จริงแล้วฉันกลัวสำหรับพวกท่านต่อบทลงโทษในวันที่ ยิ่งใหญ่หากพวกท่านจะคงอยู่ในการปฏิเสธศรัทธา"

قَالَ ٱلْمَلَأُ مِن قَوْمِهِۦٓ إِنَّا لَنَرَىٰكَ فِى ضَلَـٰلٍۢ مُّبِينٍۢ ﴿٦٠﴾

บรรดาชนชั้นนำและผู้หลักผู้ใหญ่ของพวกเขากล่าวแก่เขาว่า "โอ้ นุห์เอ๋ย แท้จริงเราเห็นท่านห่างไกลจากความถูกต้องอันชัดแจ้ง"

قَالَ يَـٰقَوْمِ لَيْسَ بِى ضَلَـٰلَةٌۭ وَلَـٰكِنِّى رَسُولٌۭ مِّن رَّبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٦١﴾

นูห์กล่าวแก่บรรดาผู้นำแห่งประชาชาติของเขาว่า "ฉันไม่ได้หลงผิดอย่างที่พวกท่านได้อ้างไว้ แต่ทว่าฉันอยู่ในทางแนะนำจากพระเจ้าของฉัน และฉัน คือเราะสูลที่ถูกส่งมายังพวกท่าน จากอัลลอฮ์พระผู้เป็นเจ้าของฉันและของพวกท่านและเป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก"

أُبَلِّغُكُمْ رِسَـٰلَـٰتِ رَبِّى وَأَنصَحُ لَكُمْ وَأَعْلَمُ مِنَ ٱللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ ﴿٦٢﴾

"ฉันจะทำการประกาศซึ่งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ประทานแก่ฉันสู่พวกท่าน ฉันต้องการให้พวกท่านได้รับความดีโดยการสนับสนุนให้พวกท่านปฏิบัติตามพระ บัญญัติของพระเจ้าและรับรางวัลจากพระองค์ และโดยการเตือนพวกท่านให้ละทิ้งข้อห้ามของพระองค์และห่างไกลจากการลงโทษของพระองค์ และ ฉันรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากพระเจ้าที่พวกท่านไม่รู้ผ่านโองการที่พระองค์ประทานแก่ฉัน"

أَوَعَجِبْتُمْ أَن جَآءَكُمْ ذِكْرٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ عَلَىٰ رَجُلٍۢ مِّنكُمْ لِيُنذِرَكُمْ وَلِتَتَّقُوا۟ وَلَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ ﴿٦٣﴾

พวกท่านแปลกใจและประหลาดใจกระนั้นหรือ การที่โองการของอัลลอฮ์และข้อตักเตือนจากพระเจ้าของพวกท่านมายังพวกท่านโดยผ่านชายคนหนึ่ง ในหมู่พวกท่านและพวกท่านรู้จักเขาดี?! เขาได้ใช้ชีวิตกับพวกท่าน และเขาไม่ได้เป็นจอมโกหกและไม่ได้เป็นคนที่หลงทาง และ(เขาเป็นมนุษย์)ไม่ได้มา จากชนิดอื่น เขามายังพวกท่านเพื่อให้พวกท่านเกรงกลัวต่อบทลงโทษของอัลลอฮ์ หากพวกท่านโกหกและไม่เชื่อฟัง และเพื่อที่พวกท่านจะได้ยำเกรง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ต่ออัลลอฮ์ ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ และหวังให้พวกท่านจะได้รับการเอ็นดูเมตตาหากพวกท่าน ศรัทธาต่อพระองค์

فَكَذَّبُوهُ فَأَنجَيْنَـٰهُ وَٱلَّذِينَ مَعَهُۥ فِى ٱلْفُلْكِ وَأَغْرَقْنَا ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَآ ۚ إِنَّهُمْ كَانُوا۟ قَوْمًا عَمِينَ ﴿٦٤﴾

แล้วประชาชาติของนุห์ได้ปฏิเสธนูห์ พวกเขาไม่ศรัทธาต่อนุห์ แต่อยู่ในการปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นนุห์จึงได้วิงวอนขอให้อัลลอฮ์ทำลายพวกเขา แล้วเราได้นุหฺและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่กับนุห์บนเรือให้รอดพ้นจากการจมน้ำ และเราได้ให้ความหายนะแก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเราและ ปฏิเสธอย่างต่อเนื่องนั้น ให้พวกเขาจมน้ำและน้ำท่วมบ้านเพื่อเป็นบทลงโทษสำหรับพวกเขา แท้จริงแล้วหัวใจของพวกเขานั้นมืดบอดจากความจริง

۞ وَإِلَىٰ عَادٍ أَخَاهُمْ هُودًۭا ۗ قَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥٓ ۚ أَفَلَا تَتَّقُونَ ﴿٦٥﴾

และเราได้ส่งเราะสูลไปยังกลุ่มชนของอ๊าดซึ่งมาจากพวกเขา เขาก็คือฮูด อะลัยฮิสะลาม เขากล่าวว่า โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย "พวกท่านจงเคารพภักดีต่อ อัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเถิด เพราะไม่มีสำหรับพวกท่านผู้ที่สมควรได้รับการเคารพสักการะที่แท้จริงนอกจากพระองค์เท่านั้น ดังนั้นพวกท่านจะไม่ ยำเกรงต่อพระองค์กระนั้นหรือ ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ เพื่อพวกท่านจะได้รอดพ้นจากบท ลงโทษของพระองค์?!"

قَالَ ٱلْمَلَأُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦٓ إِنَّا لَنَرَىٰكَ فِى سَفَاهَةٍۢ وَإِنَّا لَنَظُنُّكَ مِنَ ٱلْكَـٰذِبِينَ ﴿٦٦﴾

บรรดาหัวหน้าและชนชั้นนำจากกลุ่มชนของเขาที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธเราะสูลของพระองค์กล่าวว่า "โอ้ ฮูดเอ๋ย แท้จริงเรารู้ว่าท่านอยู่ใน ความโฉดเขลาและไร้เดียงสาขณะที่ท่านได้เรียกร้องพวกเราให้เคารพสักการะต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว และละทิ้งการสักการะฮ์ต่อเทวรูป และแท้จริง พวกเราแน่ใจว่าท่านนั้นเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้มุสาในสิ่งที่ท่านอ้างว่าท่านนั้นเป็นเราะสูลที่ถูกส่งมา"

قَالَ يَـٰقَوْمِ لَيْسَ بِى سَفَاهَةٌۭ وَلَـٰكِنِّى رَسُولٌۭ مِّن رَّبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٦٧﴾

และฮูดก็ได้ตอบกลุ่มชนของเขาว่า "โอ้กลุ่มชนของฉัน ฉันไม่ได้โฉดเขลาและไร้เดียงสา แต่ทว่าฉัน คือเราะสูลคนหนึ่ง ซึ่งมาจากพระเจ้าแห่งสากล โลก" أبلغكم رسلت ربى وأنالكم ناص حأمين

أُبَلِّغُكُمْ رِسَـٰلَـٰتِ رَبِّى وَأَنَا۠ لَكُمْ نَاصِحٌ أَمِينٌ ﴿٦٨﴾

(หน้าที่ของฉัน)คือการประกาศแก่พวกท่านซึ่งสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้แก่ฉันทำการประกาศให้แก่พวกท่านถึงการศรัทธาในเอกภาพและบทบัญญัติ ของพระองค์ และฉันเป็นผู้ให้การตักเตือนที่ได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่ประกาศแก่พวกท่านอย่างซื่อตรง โดยฉันจะไม่เสริมสิ่งใดๆ เพิ่มเติมหรือตัดให้ลด ลง

أَوَعَجِبْتُمْ أَن جَآءَكُمْ ذِكْرٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ عَلَىٰ رَجُلٍۢ مِّنكُمْ لِيُنذِرَكُمْ ۚ وَٱذْكُرُوٓا۟ إِذْ جَعَلَكُمْ خُلَفَآءَ مِنۢ بَعْدِ قَوْمِ نُوحٍۢ وَزَادَكُمْ فِى ٱلْخَلْقِ بَصْۜطَةًۭ ۖ فَٱذْكُرُوٓا۟ ءَالَآءَ ٱللَّهِ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ ﴿٦٩﴾

และพวกท่านแปลกใจและประหลาดใจกระนั้นหรือ การที่ได้มีข้อตักเตือนจากพระเจ้าของพวกท่านมายังพวกท่านโดยผ่านชายคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน ที่ไม่ได้มาจากบรรดามลาอิกะฮ์หรือญินเพื่อมาตักเตือนพวกท่าน?! และจงสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าของท่านเถิดที่ทรงให้พวกท่านอยู่บนพื้นดิน และทรงให้พวกท่านเป็นผู้สืบช่วงหลังจากกลุ่มชนของนูห์ที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เกิดความหายนะเพราะการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และจงขอบคุณ อัลลอฮ์ที่ได้ทรงให้ร่างกายที่ใหญ่ แข็งแรง และทรงพลังเป็นการเฉพาะแก่พวกท่าน และจงถึงรำลึกถึงความกรุณาของอัลลอฮ์ที่กว้างขวางที่มีต่อ พวกท่านเถิด หวังว่าพวกท่านจะได้รับในสิ่งที่ต้องการ และปลอดภัยจากสิ่งที่หวาดกลัว بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالُوٓا۟ أَجِئْتَنَا لِنَعْبُدَ ٱللَّهَ وَحْدَهُۥ وَنَذَرَ مَا كَانَ يَعْبُدُ ءَابَآؤُنَا ۖ فَأْتِنَا بِمَا تَعِدُنَآ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿٧٠﴾

กลุ่มชนของเขากล่าวแก่เขาว่า "โอ้ ฮูดเอ๋ย การที่ท่านมาหาพวกเรา เพื่อให้เราเคารพสักการะอัลลอฮ์แต่เพียงองค์เดียว และให้เราละทิ้งสิ่งที่บรรดา บรรพบุรุษของพวกเราเคยเคารพกันมากระนั้นหรือ?! (ถ้าเช่นนั้นก็)จงนำสิ่งที่ท่านได้สัญญาแก่พวกเรามาที่เป็นบทลงโทษ หากท่านอยู่ในหมู่ผู้พูด จริงในสิ่งที่ท่านได้อ้างมา"

قَالَ قَدْ وَقَعَ عَلَيْكُم مِّن رَّبِّكُمْ رِجْسٌۭ وَغَضَبٌ ۖ أَتُجَـٰدِلُونَنِى فِىٓ أَسْمَآءٍۢ سَمَّيْتُمُوهَآ أَنتُمْ وَءَابَآؤُكُم مَّا نَزَّلَ ٱللَّهُ بِهَا مِن سُلْطَـٰنٍۢ ۚ فَٱنتَظِرُوٓا۟ إِنِّى مَعَكُم مِّنَ ٱلْمُنتَظِرِينَ ﴿٧١﴾

และฮูดก็ได้ตอบพวกเขาว่า "แน่นอนพวกท่านได้รับบทลงโทษจากอัลลอฮ์และความกริ้วโกรธจากพระองค์ และมันจะเกิดขึ้นกับพวกท่านที่ไม่สามารถ จะหลีกเลี่ยงได้ พวกท่านจะโต้เถียงฉันถึงเทวรูปที่พวกท่านและบรรพบุรุษของพวกท่านได้ตั้งให้มันเป็นพระเจ้าและมันไม่ใช่ความจริง อย่างนั้นหรือ?! โดยที่อัลลอฮ์มิได้ทรงประทานหลักฐานใดๆเพื่อเป็นการยืนยันถึงสิ่งที่พวกท่านวิงวอนอยู่นั้นคือพระเจ้า ดังนั้นพวกท่านจงรอคอยบทลงโทษที่พวก ท่านขอให้รีบเร่งเถิดและฉันก็จะร่วมกับพวกท่านด้วยในการเป็นผู้ที่รอคอย และมันจะเกิดขึ้นจริง"

فَأَنجَيْنَـٰهُ وَٱلَّذِينَ مَعَهُۥ بِرَحْمَةٍۢ مِّنَّا وَقَطَعْنَا دَابِرَ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا ۖ وَمَا كَانُوا۟ مُؤْمِنِينَ ﴿٧٢﴾

แล้วเราได้ให้ฮูด อะลัยฮิสะลาม และบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับเขาให้ปลอดภัย ด้วยความเอ็นดูเมตตาจากเรา และเราได้กำจัดด้วยการทำลายล้าง บรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา และมิเคยปรากฏว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธา แต่พวกเขาคือผู้ปฏิเสธศรัทธา และสมควรที่จะได้รับการลงโทษ

وَإِلَىٰ ثَمُودَ أَخَاهُمْ صَـٰلِحًۭا ۗ قَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥ ۖ قَدْ جَآءَتْكُم بَيِّنَةٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ ۖ هَـٰذِهِۦ نَاقَةُ ٱللَّهِ لَكُمْ ءَايَةًۭ ۖ فَذَرُوهَا تَأْكُلْ فِىٓ أَرْضِ ٱللَّهِ ۖ وَلَا تَمَسُّوهَا بِسُوٓءٍۢ فَيَأْخُذَكُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿٧٣﴾

ء และแท้จริงเราได้ส่งไปยังกลุ่มชนษะมูตซึ่งพี่น้องของพวกเขาคือศอลิห์ เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์และทำอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ ศอลิห์ ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย จงเคารพสักการะต่ออัลลอฮ์ผู้เดียวเถิด ไม่มีผู้ใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะและได้รับการภัคดี นอกจากพระองค์เท่านั้น แท้จริงได้มีหลักฐานอันชัดเจนจากพระเจ้าของพวกท่านมายืนยังถึงความสัตย์จริงในสิ่งที่ฉันนำมาแก่พวกท่าน นั้นก็คืออูฐ ตัวเมียที่ถูกนำออกมาจากหิน ซึ่งสำหรับมันมีเวลาที่เฉพาะในการดื่มน้ำ และสำหรับพวกท่านก็มีวันที่เฉพาะในดื่มน้ำในวันที่รู้กัน ดังนั้นพวกท่านจง ปล่อยมันกินในแผ่นดินของอัลลอฮ์เถิด พวกท่านไม่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือมันเลย และอย่าทำร้ายมัน เพระการทำร้ายมันนั้นเป็นเหตุทำให้พวก ท่านได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ

وَٱذْكُرُوٓا۟ إِذْ جَعَلَكُمْ خُلَفَآءَ مِنۢ بَعْدِ عَادٍۢ وَبَوَّأَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ تَتَّخِذُونَ مِن سُهُولِهَا قُصُورًۭا وَتَنْحِتُونَ ٱلْجِبَالَ بُيُوتًۭا ۖ فَٱذْكُرُوٓا۟ ءَالَآءَ ٱللَّهِ وَلَا تَعْثَوْا۟ فِى ٱلْأَرْضِ مُفْسِدِينَ ﴿٧٤﴾

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่ได้ทรงประทานแก่พวกเจ้าครั้นที่พวกเจ้าเป็นผู้สืบทอดหลังจากชาวอ็าด และได้ทรงให้พวกเจ้าได้อยู่ใน แผ่นดินของพวกเจ้าเพื่อพวกเจ้าจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งที่อยู่ที่นั่นและค้นหาสิ่งที่พวกเจ้ากำลังมองหา และทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ชาวอ็าดถูก ทำลายหลักจากที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาและไม่ยอมรับ พวกเจ้าได้สร้างวังบนพื้นที่ราบ และแกะสลักภูเขาเพื่อสร้างบ้านสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงระลึก ถึงความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่ทรงประทานแก่พวกเจ้าเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ขอบคุณพระองค์ และละความชั่วไว้บนแผ่นดิน นั่นคือโดยการละทิ้ง ความไม่เชื่อในพระเจ้าและหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดศีลธรรม

قَالَ ٱلْمَلَأُ ٱلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦ لِلَّذِينَ ٱسْتُضْعِفُوا۟ لِمَنْ ءَامَنَ مِنْهُمْ أَتَعْلَمُونَ أَنَّ صَـٰلِحًۭا مُّرْسَلٌۭ مِّن رَّبِّهِۦ ۚ قَالُوٓا۟ إِنَّا بِمَآ أُرْسِلَ بِهِۦ مُؤْمِنُونَ ﴿٧٥﴾

บรรดาผู้นำและบุคคลสำคัญที่หยิ่งผยองซึ่งดูถูกเหยียดหยามต่อบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งได้ถามพวกเขาว่า "พวกเจ้าเชื่อ -โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย- ว่า ศอลิห์ เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์จริงหรือ?" บรรดาผู้ศรัทธาที่พวกเขาเหยียดหยามตอบว่า“เราเชื่อมั่นในตัวเขาและเราปฏิบัติตามสิ่งที่เขานำมาให้เรา” بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالَ ٱلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوٓا۟ إِنَّا بِٱلَّذِىٓ ءَامَنتُم بِهِۦ كَـٰفِرُونَ ﴿٧٦﴾

บรรดาผู้หยิ่งยโสจากกลุ่มชนของเขากล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ต่อสิ่งที่พวกเจ้าได้ศรัทธากัน ดังนั้นเราจะไม่ศรัทธาต่อมันและจะไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งของมันอย่างแน่นอน"

فَعَقَرُوا۟ ٱلنَّاقَةَ وَعَتَوْا۟ عَنْ أَمْرِ رَبِّهِمْ وَقَالُوا۟ يَـٰصَـٰلِحُ ٱئْتِنَا بِمَا تَعِدُنَآ إِن كُنتَ مِنَ ٱلْمُرْسَلِينَ ﴿٧٧﴾

และพวกเขาก็ได้เชือดอูฐที่เคยถูกห้ามแก่พวกเขาไม่ให้แตะต้องทำร้าย เพราะความหยิ่งยโสต่อคำสั่งของอัลลอฮ์์ และพวกเขาได้กล่าวด้วยการเยาะเย้ย และดุแคลนต่อสิ่งที่ศอลิห์ได้ให้สัญญากับพวกเขา ว่า "โอ้ศอลิห์จงนำสิ่งที่เจ้าได้สัญญาแก่พวกเราไว้ซึ่งบทลงโทษอันเจ็บปวดมาให้แก่พวกเราเถิด ถ้า หากท่านเป็นผู้ที่อัลลอฮ์ส่งมาจริง"

فَأَخَذَتْهُمُ ٱلرَّجْفَةُ فَأَصْبَحُوا۟ فِى دَارِهِمْ جَـٰثِمِينَ ﴿٧٨﴾

ดังนั้นบทลงโทษที่บรรดาผู้ปฏิเสธได้เรียกร้องก็ได้มาถึง ซึ่งได้ทำลายพวกเขาด้วยการเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง จนกลายเป็นศพที่ล้มคว่ำบนหน้า พื้นดิน และไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเขาที่รอดจากความหายนะได้

فَتَوَلَّىٰ عَنْهُمْ وَقَالَ يَـٰقَوْمِ لَقَدْ أَبْلَغْتُكُمْ رِسَالَةَ رَبِّى وَنَصَحْتُ لَكُمْ وَلَـٰكِن لَّا تُحِبُّونَ ٱلنَّـٰصِحِينَ ﴿٧٩﴾

แล้วศอลิห์ อะลัยฮิสะลาม ได้ออกห่างจากประชาชาติของเขาหลังจากหมดหวังจากการตอบรับของพวกเขา และได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "โอ้ประชาชาติ ของฉันเอ๋ย แท้จริงฉันได้นำมาแก่พวกเจ้าแล้วซึ่งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ใช้ให้ฉันมาประกาศแก่พวกเจ้า และฉันก็ได้ตักเตือนพวกเจ้าด้วยการส่งเสริมให้ทำดี และด้วยการให้เกรงกลัวต่อการทำชั่ว แต่พวกเจ้าเป็นประชาชาติที่ไม่ชอบบรรดาผู้ที่ให้การตักเตือนที่จริงจังต่อการชี้แนะพวกเจ้าสู่แนวทางที่ดีและให้ พวกเจ้าห่างไกลจากความชั่ว"

وَلُوطًا إِذْ قَالَ لِقَوْمِهِۦٓ أَتَأْتُونَ ٱلْفَـٰحِشَةَ مَا سَبَقَكُم بِهَا مِنْ أَحَدٍۢ مِّنَ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿٨٠﴾

และจงรำลึกถึงลูฏ ขณะที่เขาได้กล่าวประณามแก่ประชาชาติของเขาว่า "พวกท่านทั้งหลายได้กระทำสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ นั้นก็คือการร่วมเพศกับผู้ชาย ด้วยกันกระนั้นหรือ?! การกระทำที่พวกเจ้าได้ทำมันขึ้นมานั้น! นา่ทกวพนอ่กามนัมำทะรกดใู้ผีม่มไ

إِنَّكُمْ لَتَأْتُونَ ٱلرِّجَالَ شَهْوَةًۭ مِّن دُونِ ٱلنِّسَآءِ ۚ بَلْ أَنتُمْ قَوْمٌۭ مُّسْرِفُونَ ﴿٨١﴾

อันที่จริงพวกเจ้ามาหาผู้ชายเพื่อสนองตัณหาของพวกเจ้าและเพิกเฉยต่อผู้หญิงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบายความใคร่ให้กับพวกเจ้า แท้จริงแล้วพวก เจ้าไม่ได้ปฏิบัติตามสามัญสำนึก คำสอนทางศาสนา หรือธรรมชาติดังเดิมของมนุษย์พวกเจ้าได้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์เพราะพวกเจ้าได้ออกจาก สภาวะปกติที่มีอยู่ในมนุษย์ คุณเบี่ยงเบนจากสามัญสำนึกและธรรมชาติอันสูงส่ง

وَمَا كَانَ جَوَابَ قَوْمِهِۦٓ إِلَّآ أَن قَالُوٓا۟ أَخْرِجُوهُم مِّن قَرْيَتِكُمْ ۖ إِنَّهُمْ أُنَاسٌۭ يَتَطَهَّرُونَ ﴿٨٢﴾

หมู่ชนของเขาซึ่งกระทำความผิดอันไร้ยางอายนี้ (รักร่วมเพศ) ซึ่งพวกเขาถูกห้ามไม่ให้กระทำ กลับตอบโต้ด้วยการหันหนีจากความจริงโดยกล่าวว่า “จงขับไล่ลูฏและครอบครัวของเขาออกจากเมืองของพวกเจ้าเสีย” แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงจากการกระทำของเรา ดังนั้นพวกเขา จึงไม่สมควรที่จะอยู่ท่ามกลางพวกเรา”

فَأَنجَيْنَـٰهُ وَأَهْلَهُۥٓ إِلَّا ٱمْرَأَتَهُۥ كَانَتْ مِنَ ٱلْغَـٰبِرِينَ ﴿٨٣﴾

แล้วเราได้ช่วยเขาและครอบครัวของเขาให้รอดพ้นโดยการสั่งให้พวกเขาออกจากหมู่บ้านที่จะเกิดการลงโทษนั้นในเวลากลางคืน เว้นแต่ภรรยาของเขา ซึ่งนางจะอยู่ในหมู่ประชาชาติที่เหลือ แล้วนางก็ได้ประสบกับบทลงโทษเช่นเดียวกับที่พวกเขาได้ประสบ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهِم مَّطَرًۭا ۖ فَٱنظُرْ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُجْرِمِينَ ﴿٨٤﴾

และเราได้ทำให้ฝนตกลงบนพวกเขาอย่างหนัก โดยเราได้ขว้างพวกเขาด้วยก้อนหินจากดิน และเราได้พลิกหมู่บ้าน แล้วทำให้ข้างบนของมันเป็นข้าง ล่าง ดังนั้นจงสังเกตุเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถึงจุดจบของประชาชาติลูฏที่กระทำชั่วนั้นเป็นอย่างไร? แท้จริงจุดจบของพวกเขาคือความพินาศและความ อัปยศอย่างถาวร

وَإِلَىٰ مَدْيَنَ أَخَاهُمْ شُعَيْبًۭا ۗ قَالَ يَـٰقَوْمِ ٱعْبُدُوا۟ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنْ إِلَـٰهٍ غَيْرُهُۥ ۖ قَدْ جَآءَتْكُم بَيِّنَةٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ ۖ فَأَوْفُوا۟ ٱلْكَيْلَ وَٱلْمِيزَانَ وَلَا تَبْخَسُوا۟ ٱلنَّاسَ أَشْيَآءَهُمْ وَلَا تُفْسِدُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ بَعْدَ إِصْلَـٰحِهَا ۚ ذَٰلِكُمْ خَيْرٌۭ لَّكُمْ إِن كُنتُم مُّؤْمِنِينَ ﴿٨٥﴾

كنتم م ؤمنين และเราได้ส่งชุอัยบ์ อะลัยฮิสสลาม แก่ชาวมัดยัน ซึ่งเป็นพี่น้องของพวกเขา แล้วเขาได้ตรัสกับพวกเขาว่า “โอ้ หมู่ชนของฉัน! จงเคารพสักการะต่อ อัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดสำหรับพวกเจ้าที่มีสิทธิจะเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น ได้มีหลักฐานอันชัดแจ้งจากอัลลอฮ์มายัง พวกเจ้า และข้อยืนยันอันชัดแจ้งที่บ่งบอกว่าคำสอนที่ฉันนำมาให้แก่พวกเจ้านั้นมาจากพระเจ้าของฉันจริงๆ จงให้แก่มนุษย์ซึ่งสิทธิของพวกเขาด้วย การตวงและชั่งให้ครบสมบูรณ์ และอย่าลดทอนสิทธิของพวกเขาด้วยการดูแคลนและทำให้สินค้าของพวกเขาเสื่อมเสียหรือหลอกลวงพวกเขา และอย่า ก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำความชั่วหลังจากที่บรรดานบีได้เคยทำให้มันดีก่อนหน้านั้น มันจะดีและมีประโยชน์ มากขึ้นสำหรับพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าศรัทธา เพราะมันหมายถึงการละทิ้งสิ่งที่ผิดศีลธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามต่างๆของอัลลอฮ์ และเป็นการเข้าใกล้ อัลลอฮ์มากขึ้นโดยการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์

وَلَا تَقْعُدُوا۟ بِكُلِّ صِرَٰطٍۢ تُوعِدُونَ وَتَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِ مَنْ ءَامَنَ بِهِۦ وَتَبْغُونَهَا عِوَجًۭا ۚ وَٱذْكُرُوٓا۟ إِذْ كُنتُمْ قَلِيلًۭا فَكَثَّرَكُمْ ۖ وَٱنظُرُوا۟ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُفْسِدِينَ ﴿٨٦﴾

และพวกเจ้าอย่านั่งบนทางทุกสาย เพื่อการขู่เข็ญผู้ที่เดินผ่านเพื่อปล้นทรัพย์สินของพวกเขา และอย่าสกัดกั้นผู้คนให้ออกจากทางของอัลลอฮ์ที่ ต้องการรับคำชี้นำ โดยหวังให้ทางของอัลลอฮ์คตเคี้ยวจงไม่มีผู้คนเดินอยู่บนเส้นทางนั้น และจงรำลึกความกรุณาของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้าเพื่อจะ ได้ขอบคุณพระองค์ แท้จริงพวกเจ้าเคยมีจำนวนน้อยแล้วพระองค์ก็ทรงทำให้พวกเจ้ามีจำนวนมากขึ้น และจงสังเกตุดูว่าจุดจบของบรรดาผู้ก่อ ความเสียหายบนแผ่นดินก่อนหน้าพวกเจ้านั้นเป็นอย่างไร แท้จริงจุดจบของพวกเขาคือความหายนะและความพินาศ

وَإِن كَانَ طَآئِفَةٌۭ مِّنكُمْ ءَامَنُوا۟ بِٱلَّذِىٓ أُرْسِلْتُ بِهِۦ وَطَآئِفَةٌۭ لَّمْ يُؤْمِنُوا۟ فَٱصْبِرُوا۟ حَتَّىٰ يَحْكُمَ ٱللَّهُ بَيْنَنَا ۚ وَهُوَ خَيْرُ ٱلْحَـٰكِمِينَ ﴿٨٧﴾

และถ้าหากว่ามีกลุ่มหนึ่งในหมู่พวกท่านศรัทธาต่อสิ่งที่ฉันนำมาจากพระเจ้าของฉัน และอีกกลุ่มหนึ่งมิได้ศรัทธาต่อสิ่งนั้น ดังนั้น -โอ้ บรรดาผู้ปฏิเสธ เอ๋ย- จงรอสิ่งที่อัลลอฮ์จะทรงชี้ขาดระหว่างพวกเจ้าเถิด และพระองค์คือผู้ทรงชี้ขาดที่ดีเยี่ยมและผู้ทรงตัดสินที่ยุติธรรม

۞ قَالَ ٱلْمَلَأُ ٱلَّذِينَ ٱسْتَكْبَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦ لَنُخْرِجَنَّكَ يَـٰشُعَيْبُ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ مَعَكَ مِن قَرْيَتِنَآ أَوْ لَتَعُودُنَّ فِى مِلَّتِنَا ۚ قَالَ أَوَلَوْ كُنَّا كَـٰرِهِينَ ﴿٨٨﴾

บรรดาผู้มีอิทธิพลและเหล่าผู้นำที่หยิ่งผยองจากหมู่ชนของชุอัยบ์ได้กล่าวกับเขาว่า "แน่นอนเราจะขับไล่เจ้า-โอ้ชุอัยบ์-และบรรดาผู้ที่ศรัทธากับเจ้าออก จากหมู่บ้านของเรา เว้นแต่ว่าเจ้าจะกลับมานับถือศาสนาของเรา" นบีชุอัยบ์จึงกล่าวแก่พวกเขาด้วยความประหลาดใจว่า "จะให้เราตามศาสนาและลัทธิ ของพวกเจ้า ถึงแม้ว่าเราเกลียดมัน เพราะเรารู้อย่างถ่องแท้ว่าสิ่งที่พวกเจ้ายึดมั่นนั้นมันไม่ถูกต้องกระนั้นหรือ?" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَدِ ٱفْتَرَيْنَا عَلَى ٱللَّهِ كَذِبًا إِنْ عُدْنَا فِى مِلَّتِكُم بَعْدَ إِذْ نَجَّىٰنَا ٱللَّهُ مِنْهَا ۚ وَمَا يَكُونُ لَنَآ أَن نَّعُودَ فِيهَآ إِلَّآ أَن يَشَآءَ ٱللَّهُ رَبُّنَا ۚ وَسِعَ رَبُّنَا كُلَّ شَىْءٍ عِلْمًا ۚ عَلَى ٱللَّهِ تَوَكَّلْنَا ۚ رَبَّنَا ٱفْتَحْ بَيْنَنَا وَبَيْنَ قَوْمِنَا بِٱلْحَقِّ وَأَنتَ خَيْرُ ٱلْفَـٰتِحِينَ ﴿٨٩﴾

หากเราเชื่อในสิ่งที่พวกท่านได้ปฏิเสธและตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ หลังจากที่อัลลอฮฺได้ทรงช่วยพวกเราให้พ้นจากสิ่งนั้นมาแล้ว แน่นอนเราจะกลายเป็นผู้ที่ อุปโลกน์และบิดเบือนข้อเท็จจริงที่มีต่อพระองค์ มันไม่ถูกต้องและมันไม่เป็นการควรสำหรับเราที่จะกลับไปสู่ศาสนาที่เป็นเท็จของพวกท่าน เว้นแต่ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความประสงค์จากพระผู้อภิบาลของเรา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ยอมจำนนต่อความประสงค์ของอัลลอฮฺทั้งสิ้น พระองค์ทรง รอบรู้ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ แด่อัลลอฮฺพระองค์เดียวเท่านั้นที่เราเชื่อมั่นเพื่อให้เราได้ยืนยัดอยู่บนเส้นทางที่ เที่ยงตรงนี้ และปกป้องเราจากเส้นทางแห่งไฟนรก โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดชี้ขาดด้วยความจริงระหว่างเรากับประชาชาติของเราเถิด และโปรด ช่วยเหลือผู้ที่อยู่บนความถูกต้องที่ถูกกดขี่จากน้ำมือของผู้อธรรมที่ดื้อดึงเถิด แท้จริง (โอ้พระผู้อภิบาลของเรา) พระองค์คือผู้ที่ชี้ขาดที่ดีที่สุด

وَقَالَ ٱلْمَلَأُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِن قَوْمِهِۦ لَئِنِ ٱتَّبَعْتُمْ شُعَيْبًا إِنَّكُمْ إِذًۭا لَّخَـٰسِرُونَ ﴿٩٠﴾

และบรรดาผู้มีอิทะิพลและบรรดาหัวหน้าจากหมู่ชนของเขาที่ปฏิเสธการเชิญชวนสู้การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺได้กล่าวเพื่อเป็นการข่มขู่เพื่อให้พวกเขา ห่างไกลจากชุอัยบฺและศาสนาของเขาว่า "โอ้หมู่ชนของเราเอ๋ย หากพวกเจ้าเข้ารับศาสนาของชุอัยบฺ แล้วละทิ้งศาสนาของพวกเจ้าและศาสนา บรรพบุรุษของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะได้รับความหายนะแน่นอน"

فَأَخَذَتْهُمُ ٱلرَّجْفَةُ فَأَصْبَحُوا۟ فِى دَارِهِمْ جَـٰثِمِينَ ﴿٩١﴾

แผ่นดินไหวได้ถล่มพวกเขาอย่างรุ่นแรง แล้วพวกเขากลายเป็นศพตายในสภาพนอนพังพาบอย่างราบคาบภายในบ้านของพวกเขาเอง

ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ شُعَيْبًۭا كَأَن لَّمْ يَغْنَوْا۟ فِيهَا ۚ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ شُعَيْبًۭا كَانُوا۟ هُمُ ٱلْخَـٰسِرِينَ ﴿٩٢﴾

บรรดาผู้ปฏิเสธชุอัยบฺได้ตายทั้งหมด คล้ายกับว่าพวกเขาไม่ทันได้ใช้ชีวิตอย่างมีสุขในหมู่บ้านของพวกเขา และบรรดาผู้ปฏิเสธชุอัยบฺนั้น พวกเขาเป็น ผู้ขาดทุน ขาดทุนทั้งชีวิตและกรรมสิทธิ์ที่พวกเขาครอบครอง ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาจากหมู่ประชาชาติของเขา (ชุอัยบฺ) พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ขาดทุนตาม ที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวอ้างกัน

فَتَوَلَّىٰ عَنْهُمْ وَقَالَ يَـٰقَوْمِ لَقَدْ أَبْلَغْتُكُمْ رِسَـٰلَـٰتِ رَبِّى وَنَصَحْتُ لَكُمْ ۖ فَكَيْفَ ءَاسَىٰ عَلَىٰ قَوْمٍۢ كَـٰفِرِينَ ﴿٩٣﴾

นบีชุอัยบฺได้หันออกจากพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ตายพินาศ พร้อมกับกล่าวว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน แท้จริงฉันได้ประกาศแก่พวกเจ้าตามที่พระ ผู้อภิบาลของฉันได้สั่งให้ประกาศ และฉันได้ทำการตักเตือนพวกท่านแล้ว แต่พวกท่านหาได้น้อมรับคำตักเตือนและปฏิบัติตามคำแนะนำของฉันไม่ แล้วฉันจะเสียใจต่อกลุ่มชนที่ยืนกรานปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮฺได้อย่างไร?!"

وَمَآ أَرْسَلْنَا فِى قَرْيَةٍۢ مِّن نَّبِىٍّ إِلَّآ أَخَذْنَآ أَهْلَهَا بِٱلْبَأْسَآءِ وَٱلضَّرَّآءِ لَعَلَّهُمْ يَضَّرَّعُونَ ﴿٩٤﴾

และเรามิได้ส่งนบีท่านใดไปยังเมืองใดเมืองหนึ่ง แล้วพวกเขาปฏิเสธไม่ศรัทธาต่อนบีของพวกเขา นอกจากเราได้ลงโทษชาวเมืองนั้นด้วยความ แร้นแค้น ความยากไร้และโรคภัยไข้เจ็บ เผื่อว่าพวกเขาจะนอบน้อมศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และละทิ้งสิ่งที่พวกเขาเคยอยู่กันมา เช่น การปฏิเสธศรัทธา ความหยิ่งยโสโอหัง เรื่องราวนี้เพื่อเป็นการเตือนต่อชาวกุเรชและต่อทุกคนที่ปฏิเสธ ด้วยการเล่าถึงกฎเกณฑ์ของอัลลอฮฺที่มีต่อเหล่าประชาชาติที่ ปฏิเสธศรัทธา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

ثُمَّ بَدَّلْنَا مَكَانَ ٱلسَّيِّئَةِ ٱلْحَسَنَةَ حَتَّىٰ عَفَوا۟ وَّقَالُوا۟ قَدْ مَسَّ ءَابَآءَنَا ٱلضَّرَّآءُ وَٱلسَّرَّآءُ فَأَخَذْنَـٰهُم بَغْتَةًۭ وَهُمْ لَا يَشْعُرُونَ ﴿٩٥﴾

يشعرون หลังจากเราได้ลงโทษพวกเขาด้วยความแร้นแค้นและโรคภัยไข้เจ็บ เราได้มอบแก่พวกเขาซึ่งความดีต่างๆ ความมั่นคั่ง และความสงบสุข จนกระทั่ง พวกเขาเริ่มมีจำนวนมากขึ้น และทรัพย์สมบัติของพวกเขาเริ่มมั่นคง พวกเขากล่าวว่า "ทุกสิ่่งทุกอย่างที่เคยประสบกับพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ ยากหรือความดี ล้วนเป็นเรื่องปกติที่เคยประสบกับบรรพบุรุษของพวกเรา พวกเขาไม่ทันได้คิดเลยว่าบทลงโทษที่เคยประสบกับพวกเขานั้นมันเป็น บทเรียน และความสุขสำราญที่พวกเขาได้ลิ้มรสนั้นมันเป็นแค่การประวิงเวลาให้พวกเขาชะล่าใจ" ผลสุดท้ายเราได้ลงโทษพวกเขาอย่างกะทันหัน โดยที่ พวกเขาไม่ทันรู้ตัวและคาดหมายมาก่อน

وَلَوْ أَنَّ أَهْلَ ٱلْقُرَىٰٓ ءَامَنُوا۟ وَٱتَّقَوْا۟ لَفَتَحْنَا عَلَيْهِم بَرَكَـٰتٍۢ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَٱلْأَرْضِ وَلَـٰكِن كَذَّبُوا۟ فَأَخَذْنَـٰهُم بِمَا كَانُوا۟ يَكْسِبُونَ ﴿٩٦﴾

كانوا يك سبون และถ้าหากชาวเมืองนั้นที่เราได้ส่งบรรดารอสูลไปยังพวกเขาเชื่อในแนวทางที่บรรดารอสูลได้นำมาและยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา ด้วยการ ละทิ้งการปฏิเสธศรัทธาและความชั่วต่างๆ และปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ แน่นอนเราจะเปิดประตูแห่งความจำเริญแก่พวกเขาจากทุกด้าน แต่ทว่า พวกเขาไม่เชื่อและไม่ยำเกรง มิหนำซ้ำพวกเขากลับมาปฏิเสธในแนวทางที่บรรดารอสูลของพวกเขาได้นำมา ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ลงโทษพวกเขาด้วย บทลงโทษอย่างกะทันหัน อันเนื่องมาจากบาปกรรมที่พวกเขาได้สะสมมา

أَفَأَمِنَ أَهْلُ ٱلْقُرَىٰٓ أَن يَأْتِيَهُم بَأْسُنَا بَيَـٰتًۭا وَهُمْ نَآئِمُونَ ﴿٩٧﴾

แล้วชาวเมืองที่ปฏิเสธศรัทธาจะปลอดภัยจากการลงโทษของเราที่จะมาเยือนพวกเขาในยามค่ำคืนขณะที่พวกเขากำลังหลับสบายอยู่ในที่พักอันสุข สบายและเงียบสงบของพวกเขากระนั้นหรือ?

أَوَأَمِنَ أَهْلُ ٱلْقُرَىٰٓ أَن يَأْتِيَهُم بَأْسُنَا ضُحًۭى وَهُمْ يَلْعَبُونَ ﴿٩٨﴾

และพวกเขาจะปลอดภัยจากการลงโทษของเราที่จะมาเยือนพวกเขาในตอนกลางวันขณะที่พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับการเล่นและหลงลืมอยู่กับโลก ดุนยาของพวกเขากระนั้นหรือ?

أَفَأَمِنُوا۟ مَكْرَ ٱللَّهِ ۚ فَلَا يَأْمَنُ مَكْرَ ٱللَّهِ إِلَّا ٱلْقَوْمُ ٱلْخَـٰسِرُونَ ﴿٩٩﴾

จงมองในสิ่่งที่อัลลอฮฺได้ประทานแก่พวกเขาซึ่งการผ่อนผันเวลา และจงมองในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่พวกเขาซึ่งความแข็งแกร่งและความมั่งมี ที่กว้างขวาง เพื่อเป็นการประวิงเวลาให้พวกเขาชะล่าใจ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ผู้ปฏิเสธจากชาวเมืองเหล่านี้จะปลอดภัยจากอุบายและแผนลับของอัลลอฮฺ กระนั้นหรือ?ไม่มีกลุ่มใดที่คิดว่าปลอดภัยจากกลอุบายของอัลลอฮฺได้นอกจากกลุ่มชนที่ขาดทุนเท่านั้น ส่วนผู้ประสบความสำเร็จ (จากผู้ศรัทธา) พวก เขาจะเกรงกลัวอุบายของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่หลงระเริงกับความสุขต่างๆที่พระองค์ได้ประทานให้แก่พวกเขา แต่พวกเขาจะสำนึกอยู่เสมอว่า นั่นคือความโปรดปรานที่พวกเขาต้องขอบคุณ

أَوَلَمْ يَهْدِ لِلَّذِينَ يَرِثُونَ ٱلْأَرْضَ مِنۢ بَعْدِ أَهْلِهَآ أَن لَّوْ نَشَآءُ أَصَبْنَـٰهُم بِذُنُوبِهِمْ ۚ وَنَطْبَعُ عَلَىٰ قُلُوبِهِمْ فَهُمْ لَا يَسْمَعُونَ ﴿١٠٠﴾

يسمعون ยังไม่ได้เป็นที่กระจ่างชัดสำหรับบรรดาผูู้ทีสืบทอดแผ่นดินจากประชาชาติต่างๆ ที่ได้พินาศจากบาปกรรมของพวกเขาอีกหรือ? แล้วพวกเขาก็มิได้รับ บทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเลย มิหนำซ้ำพวกเขาก็ยังทำในสิ่งที่คนก่อนหน้านั้นได้กระทำกัน ยังไม่ได้เป็นที่กระจ่างชัดสำหรับพวกเขาเหล่านี้ อีกหรือว่า หากอัลลอฮฺประสงค์ให้พวกเขาต้องประสบกับภัยพิบัติอันเนื่องมาจากบาปกรรมที่พวกเขาก่อ แน่นอนพวกเขาก็จะประสบกับมันตามที่ พระองค์ทรงประสงค์ เพราะมันคือกฎเกณฑ์ของพระองค์? และพระองค์ทรงปิดผนึกหัวใจของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเขามิได้รับประโยชน์จากคำตัก เตือนเลย بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

تِلْكَ ٱلْقُرَىٰ نَقُصُّ عَلَيْكَ مِنْ أَنۢبَآئِهَا ۚ وَلَقَدْ جَآءَتْهُمْ رُسُلُهُم بِٱلْبَيِّنَـٰتِ فَمَا كَانُوا۟ لِيُؤْمِنُوا۟ بِمَا كَذَّبُوا۟ مِن قَبْلُ ۚ كَذَٰلِكَ يَطْبَعُ ٱللَّهُ عَلَىٰ قُلُوبِ ٱلْكَـٰفِرِينَ ﴿١٠١﴾

ى บรรดาเมืองเหล่านั้น (หมายถึง เมืองนบีนุฮฺ ฮูด ศอลิห์ลูฏ และชุอัยบ์) ที่เราได้อ่านและเล่าให้เจ้าทราบ (โอ้รอสูลเอ๋ย) ถึงเรื่องราวของพวกเขา การ ปฏิเสธดื้อรั้นของพวกเขา และความหายนะที่พวกเขาได้รับมา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นบทเรียนแก่ผู้ที่เอามันมาเป็นบทเรียน และเป็นข้อเตือนสติแก่ผู้ที่ น้อมรับการตักเตือน แท้จริงแล้วบรรดารอสูลของพวกเขาได้ชี้แจงถึงความสัจธรรมของพวกเขาด้วยการนำหลักฐานที่ชัดแจ้งมายังพวกเขาแล้ว แต่ พวกเขากลับไม่ศรัทธาขณะที่บรรดารอสูลได้มายังพวกเขา เพราะด้วยความรู้ของอัลลอฮฺในเรื่องที่จะเกิดขื้นว่าพวกเขาจะปฏิเสธต่อบรรดารอสูลของ พวกเขา และจากการที่อัลลอฮฺได้ปิดผนึกหัวใจของชาวเมืองที่ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดารอสูลของพวกเขา พระองค์จึงปิดผนึกหัวใจของผู้ปฏิเสธ ศรัทธาต่อมูหัมมัดเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้รับทางนำไปยังการศรัทธาที่ถูกต้อง

وَمَا وَجَدْنَا لِأَكْثَرِهِم مِّنْ عَهْدٍۢ ۖ وَإِن وَجَدْنَآ أَكْثَرَهُمْ لَفَـٰسِقِينَ ﴿١٠٢﴾

และในส่วนใหญ่ของประชาชาติต่างๆ ที่เราส่งบรรดรอสูลไปยังพวกเขา เราไม่เคยพบว่าพวกเขานั้นเคารพต่อสัญญา หรือทำตามในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่ง เสียไว้ และเราไม่เคยพบเช่นเดียวกันว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ แต่ที่เราพบส่วนใหญ่จากพวกเขาจะไม่ภักดีต่ออัลลอฮฺ

ثُمَّ بَعَثْنَا مِنۢ بَعْدِهِم مُّوسَىٰ بِـَٔايَـٰتِنَآ إِلَىٰ فِرْعَوْنَ وَمَلَإِي۟هِۦ فَظَلَمُوا۟ بِهَا ۖ فَٱنظُرْ كَيْفَ كَانَ عَـٰقِبَةُ ٱلْمُفْسِدِينَ ﴿١٠٣﴾

แล้วหลังจากที่เราได้ส่งบรรดารอสูลเหล่านั้น เราก็ได้ส่งนบีมูซาไปยังฟิรฺเอาน์และหมู่ชนของเขาพร้อมกับหลักฐานยืนยันและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึง ความสัตย์จริงของเขา แต่พวกเขาได้ปฏิเสธสัญญาณต่างๆ และไม่ศรัทธาต่อมัน ดังนั้นเจ้า -โอ้ รอสูลเอ๋ย- จงคิดดูว่าบั้นปลายของฟิรเอาน์และหมู่ชน ของเขานั้นจะเป็นอย่างไร แท้จริงอัลออฮฺได้ทำลายพวกเขาด้วยการให้จมน้ำตายและตามด้วยการแสบแช่งทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

وَقَالَ مُوسَىٰ يَـٰفِرْعَوْنُ إِنِّى رَسُولٌۭ مِّن رَّبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٠٤﴾

และมูซาได้กล่าวขณะที่อัลลอฮฺได้ส่งเขาไปยังฟิรฺเอาน์ว่า "โอ้ฟิรฺเอาน์ แท้จริงฉันถูกส่งมาจากพระองค์ผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ผู้เป็นเจ้าของ และผู้ เป็นผู้บริหารทุกกิจการของสรรพสิ่งเหล่านั้น"

حَقِيقٌ عَلَىٰٓ أَن لَّآ أَقُولَ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلْحَقَّ ۚ قَدْ جِئْتُكُم بِبَيِّنَةٍۢ مِّن رَّبِّكُمْ فَأَرْسِلْ مَعِىَ بَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ ﴿١٠٥﴾

มูซาได้กล่าวว่า "ในเมื่อฉันคือทูตที่ถูกส่งมาจากพระองค์ ก็เป็นการสมควรแล้วที่ฉันจะไม่กล่าวถึงพระองค์นอกจากที่เป็นความจริงเท่านั้น ฉันได้นำ หลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเจ้าแล้ว เพื่อยืนยันถึงความสัตย์จริงของฉัน และยืนยันถึงความเป็นศาสนทูตของฉันที่พระผู้อภิบาลของฉันได้ส่ง มายังพวกเจ้า ดังนั้นจงปล่อยวงศ์วานอิสรออีลจากการกักขังและการกดขี่่ไปกับฉันเถิด"

قَالَ إِن كُنتَ جِئْتَ بِـَٔايَةٍۢ فَأْتِ بِهَآ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّـٰدِقِينَ ﴿١٠٦﴾

ฟิรฺเอาน์ได้กล่าวกับมูซาว่า "หากเจ้าได้นำมาซึ่งหลักฐานใดๆ ตามคำกล่าวอ้างของเจ้า ก็จงนำหลักฐานนั้นมา ถ้าหากว่าเจ้าเป็นผู้พูดความจริง" فألق عصاه فإذا هى ثعبان م بين

فَأَلْقَىٰ عَصَاهُ فَإِذَا هِىَ ثُعْبَانٌۭ مُّبِينٌۭ ﴿١٠٧﴾

จากนั้นมูซาก็ได้โยนไม้เท้าของเขา แล้วไม้เท้าก็กลายเป็นงูตัวใหญ่มากที่ปรากฎชัดแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَنَزَعَ يَدَهُۥ فَإِذَا هِىَ بَيْضَآءُ لِلنَّـٰظِرِينَ ﴿١٠٨﴾

และเขาได้นำมือของเขาออกมาจากช่องเสื้อของเขา บริเวณหน้าอกหรือใต้รักแร้ทันใดที่เอามือออกมานั้น ก็เป็นสีขาว-ไม่ใช่โรคเรื้อน-ได้ประกายออก มาเนื่องด้วยความขาวสว่างของมันทำให้เป็นที่มองเห็นสำหรับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

قَالَ ٱلْمَلَأُ مِن قَوْمِ فِرْعَوْنَ إِنَّ هَـٰذَا لَسَـٰحِرٌ عَلِيمٌۭ ﴿١٠٩﴾

หลังจากบรรดาหัวหน้าและบุคลลชั้นนำของฟิรฺเอาน์ได้เห็นไม้เท้ามูซากลายร่างเป็นงู และแสงสีขาวประกายออกจากมือของเขาโดยมิใช่โรคเรื้อน พวก เขากล่าวว่า "มูซาไม่ใช่ใคร นอกจากต้องเป็นนักมายากลที่เชี่ยวชาญในความรู้ที่เกี่ยวกับมายากลอย่างแน่นอน"

يُرِيدُ أَن يُخْرِجَكُم مِّنْ أَرْضِكُمْ ۖ فَمَاذَا تَأْمُرُونَ ﴿١١٠﴾

"ความต้องการของเขาที่ได้ทำอย่างนั้นก็เพื่อต้องการให้พวกเจ้าออกจากแผ่นดินของพวกเจ้า" (อียิปต์) จากนั้นฟิรฺเอาน์ได้ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง ของมูซาโดยกล่าวว่า "พวกเจ้ามีอะไรจะชี้แนะฉันในเรื่องนี้บ้าง?"

قَالُوٓا۟ أَرْجِهْ وَأَخَاهُ وَأَرْسِلْ فِى ٱلْمَدَآئِنِ حَـٰشِرِينَ ﴿١١١﴾

พวกเขาก็แนะนำฟิรฺเอาน์ว่า "จงรั้งตัวมูซาและฮารูนผู้เป็นพี่ชายของเขาไว้ก่อน แล้วจงส่งคนไปตามเมืองต่างๆของอิยิปต์เพื่อรวบรวมบรรดานัก มายากล" يأتوك بكل سحر عليم

يَأْتُوكَ بِكُلِّ سَـٰحِرٍ عَلِيمٍۢ ﴿١١٢﴾

พวกที่ท่านได้ส่งไปยังตัวเมืองต่างๆนั้น จะได้รวบรวมเหล่านักมายากลที่เก่งกาจเชี่ยวชาญที่ในเรื่องมายากลจากเมืองต่างๆมายังท่าน

وَجَآءَ ٱلسَّحَرَةُ فِرْعَوْنَ قَالُوٓا۟ إِنَّ لَنَا لَأَجْرًا إِن كُنَّا نَحْنُ ٱلْغَـٰلِبِينَ ﴿١١٣﴾

ดังนั้น ฟิรฺเอาน์ก็ได้ส่งคนเพื่อทำการรวบรวมเหล่านักมายากล เมื่อเหล่านักมายากลได้มายังฟิรฺเอาน์ พวกเขาก็ได้ยื่นข้อเสนอว่า "ถ้าหากพวกเขาสาม รถเอาชนะมูซาได้ด้วยมายากลของพวกเขา พวกเขาจะได้ค่าตอบแทนหรือไม่?

قَالَ نَعَمْ وَإِنَّكُمْ لَمِنَ ٱلْمُقَرَّبِينَ ﴿١١٤﴾

ฟิรฺเอาน์ได้กล่าวตอบว่า "แน่นอน พวกเจ้าจะได้รับรางวัลและค่าจ้างอย่างแน่นอน และพวกเจ้าจะได้รับตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับเรา"

قَالُوا۟ يَـٰمُوسَىٰٓ إِمَّآ أَن تُلْقِىَ وَإِمَّآ أَن نَّكُونَ نَحْنُ ٱلْمُلْقِينَ ﴿١١٥﴾

บรรดานักมายากลมั่นใจกับชัยชนะที่จะเกิดขึ้นเหนือมูซา พวกเขาจึงกล่าวด้วยความหยิ่งยโสและทะนงตนว่า "โอ้มูซา เจ้าจงเลือกตามที่เจ้าต้องการ เจ้าจะเป็นผู้โยนก่อนหรือจะให้พวกเราเป็นผู้โยนก่อน"

قَالَ أَلْقُوا۟ ۖ فَلَمَّآ أَلْقَوْا۟ سَحَرُوٓا۟ أَعْيُنَ ٱلنَّاسِ وَٱسْتَرْهَبُوهُمْ وَجَآءُو بِسِحْرٍ عَظِيمٍۢ ﴿١١٦﴾

มูซาได้ตอบแก่พวกเขาด้วยความมั่นใจในความช่วยเหลือจากพระผู้อภิบาลของเขาโดยไม่ได้สนใจใดๆกับพวกเขา ว่า "พวกเจ้าจงโยนเชือกและไม้เท้า ของพวกเจ้าก่อน" ครั้นที่พวกเขาได้โยนมันลงไป พวกเขาก็ได้ลวงตาผู้คน โดยได้หันเหสายตาของพวกเขาจากการมองเห็นที่แท้จริง และทำให้พวก เขาหวาดกลัว นักมายากลเหล่านี้ได้สร้างมายากลอันยิ่งใหญ่ในสายตาผู้ที่มาชม بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

۞ وَأَوْحَيْنَآ إِلَىٰ مُوسَىٰٓ أَنْ أَلْقِ عَصَاكَ ۖ فَإِذَا هِىَ تَلْقَفُ مَا يَأْفِكُونَ ﴿١١٧﴾

อัลลอฮฺได้มีโองการแก่นบีของพระองค์ผู้ที่พระองค์ได้พูดด้วยพระองค์เอง คือมูซา อะลัยฮิสสาลาม ว่า "เจ้าจงโยนไม้เท้าของเจ้าลงไป" เขาก็ได้โยนมัน ลงไป ทันใดนั้น ไม้เท้าของเขาได้กลายเป็นงู กลืนเชือกและไม้เท้าของพวกเขา ที่พวกเขาใช้ในการเปลี่ยนแปลงความจริง และหลอกลวงผู้คนว่า มัน(เชือกและไม้เท้า)เป็นงูที่เคลื่อนไหวได้

فَوَقَعَ ٱلْحَقُّ وَبَطَلَ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١١٨﴾

ดังนั้น สัจธรรมจึงได้ปรากฏ ความสัตย์จริงที่มูซาได้ป่าวประกาศก็ได้ประจักษ์ และมายากลที่บรรดานักมายากลได้กระทำขึ้นนั้นมันก็ได้มลายสิ้นไป

فَغُلِبُوا۟ هُنَالِكَ وَٱنقَلَبُوا۟ صَـٰغِرِينَ ﴿١١٩﴾

ดังนั้น พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้ และจากเหตุการณ์นั้นทำให้มูซาได้รับชัยชนะเหนือพวกเขา สุดท้ายพวกเขาต้องกลับไปอย่างผู้แพ้ที่ตกต่ำ

وَأُلْقِىَ ٱلسَّحَرَةُ سَـٰجِدِينَ ﴿١٢٠﴾

จากเหตุการณ์ที่บรรดานักมายากลได้เห็นกับตาถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ และบรรดาหลักฐานอันชัดแจ้งที่ปรากฎ ทำให้เหล่านักมายากลไม่มีทาง เลือกอื่นนอกจากการโค้งคำนับและสุญูดต่ออัลลอฮฺตาอาลา

قَالُوٓا۟ ءَامَنَّا بِرَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٢١﴾

บรรดานักมายากลได้กล่าวว่า "พวกเราได้น้อมรับศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งหลายแล้ว" رب موس وهرون

رَبِّ مُوسَىٰ وَهَـٰرُونَ ﴿١٢٢﴾

พระผู้อภิบาลของมูซาและฮารูน อาลัยฮุมัสสาลาม ซึ่งเป็นพระเจ้าที่สมควรแก่การเคารพภักดีเพียงองค์เดียว โดยปราศจากพระเจ้าอื่นๆ ที่ถูกอ้างว่า เป็นพระเจ้า

قَالَ فِرْعَوْنُ ءَامَنتُم بِهِۦ قَبْلَ أَنْ ءَاذَنَ لَكُمْ ۖ إِنَّ هَـٰذَا لَمَكْرٌۭ مَّكَرْتُمُوهُ فِى ٱلْمَدِينَةِ لِتُخْرِجُوا۟ مِنْهَآ أَهْلَهَا ۖ فَسَوْفَ تَعْلَمُونَ ﴿١٢٣﴾

تعلمون ฟิรฺเอาน์ได้ข่มขู่นักมายากลเหล่านั้นหลังจากที่พวกเขาได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียว โดยกล่าว่า "พวกเจ้าได้ศรัทธาต่อมูซาก่อนที่ข้าจะอนุญาต แก่พวกเจ้ากระนั้นหรือ? แท้จริงการศรัทธาของพวกเจ้าที่มีต่อเขา และการยอมรับของพวกเจ้าต่อสิ่งที่มูซาได้นำมานั้น แท้จริงมันเป็นกลลวงและเป็น แผนการที่พวกเจ้าได้ร่วมมือกันกับมูซาเพื่อต้องการขับไล่ชาวเมืองออกไปจากเมือง โอ้บรรดานักมายากลทั้งหลาย "แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ถึงผลที่จะ เกิดขึ้นกับพวกเจ้าจากการลงโทษในไม่ช้า" لأقطعن أيديكم وأرجلكم من خلف ثم لأصلبنكم أجمعين

لَأُقَطِّعَنَّ أَيْدِيَكُمْ وَأَرْجُلَكُم مِّنْ خِلَـٰفٍۢ ثُمَّ لَأُصَلِّبَنَّكُمْ أَجْمَعِينَ ﴿١٢٤﴾

แน่นอนที่สุด ข้าจะตัดมือและขาโดยสลับข้างกันของพวกเจ้าแต่ละคน โดยตัดมือขวาและขาซ้าย หรือมือซ้ายและขาขวา หลังจากนั้นข้าจะตรึงพวกเจ้า ทุกคนบนต้นอินทผลัม เพื่อเป็นการลงโทษพวกเจ้าและไว้เป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่เห็นพวกเจ้าในสภาพเช่นนั้น” بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قَالُوٓا۟ إِنَّآ إِلَىٰ رَبِّنَا مُنقَلِبُونَ ﴿١٢٥﴾

บรรดานักมายากลได้โต้ตอบคำขู่ของฟิรฺเอาน์ว่า "แท้จริงพวกเราเป็นผู้ที่กลับไปยังพระผู้อภิบาลของเราเพียงองค์เดียว โดยเราจะไม่เกรงกลัวและ สนใจคำขู่ของเจ้าเลย"

وَمَا تَنقِمُ مِنَّآ إِلَّآ أَنْ ءَامَنَّا بِـَٔايَـٰتِ رَبِّنَا لَمَّا جَآءَتْنَا ۚ رَبَّنَآ أَفْرِغْ عَلَيْنَا صَبْرًۭا وَتَوَفَّنَا مُسْلِمِينَ ﴿١٢٦﴾

โอ้ฟิรฺเอาน์ ที่เจ้าไม่พอใจและจับผิดเรา (ไม่ใช่เพราะเหตุผลอะไรเลย) เป็นเพราะเราได้ศรัทธาในสัญญานต่างๆ ที่มูซาได้นำมาจากพระผู้อภิบาลของเรา หากเจ้าคิดว่า การกระทำของเรานั้นเป็นความผิดที่จะต้องถูกตำหนิ มันก็เป็นความผิดของเรา หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้วิงวอนร้องขอจากอัลลอฮ์ด้วย ดุอาอ์ที่ว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ขอได้ทรงประทานแก่พวกเราซึ่งความอดทนที่ล้นหลามเพื่อที่เราจะได้ยืนหยัดบนสัจธรรม และโปรดทรงให้พวกเรา ตายในสภาพที่ยอมจำนนต่อพระองค์ ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์และรอสูลของพระองค์ด้วยเถิด"

وَقَالَ ٱلْمَلَأُ مِن قَوْمِ فِرْعَوْنَ أَتَذَرُ مُوسَىٰ وَقَوْمَهُۥ لِيُفْسِدُوا۟ فِى ٱلْأَرْضِ وَيَذَرَكَ وَءَالِهَتَكَ ۚ قَالَ سَنُقَتِّلُ أَبْنَآءَهُمْ وَنَسْتَحْىِۦ نِسَآءَهُمْ وَإِنَّا فَوْقَهُمْ قَـٰهِرُونَ ﴿١٢٧﴾

และบรรดาหัวหน้าจากพรรคพวกของฟิรฺเอาน์ได้กล่าวกับเขาว่า "โอ้ฟิรฺเอาน์ ท่านจะปล่อยให้มูซาและพรรคพวกของเขาก่อความเสียหายในแผ่นดิน โดยมองข้ามความสำคัญของท่านและพระเจ้าต่างๆ ของท่าน และทำการเชิญชวนผู้คนไปสู่การเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺแต่พระองค์เดียวกระนั้นหรือ?!" ฟิรฺเอาน์ตอบว่า "ข้าจะฆ่าบรรดาลูกชายวงศ์วานของอิสรออีล และจะไว้ชีวิตบรรดาหญิงของพวกเขาให้เป็นทาสรับใช้ และเราจะควบคุมพวกเขากดขี่ พวกเขาและปกครองพวกเขา"

قَالَ مُوسَىٰ لِقَوْمِهِ ٱسْتَعِينُوا۟ بِٱللَّهِ وَٱصْبِرُوٓا۟ ۖ إِنَّ ٱلْأَرْضَ لِلَّهِ يُورِثُهَا مَن يَشَآءُ مِنْ عِبَادِهِۦ ۖ وَٱلْعَـٰقِبَةُ لِلْمُتَّقِينَ ﴿١٢٨﴾

มูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน พวกท่านจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวในการขับสิ่งแล้วร้ายที่พวก เจ้าเผชิญ และนำมาซึ่งประโยชน์ที่พวกเจ้าหวัง และจงอดทนต่อบททดสอบที่พวกเจ้ากำลังเผชิญอยู่ แท้จริงแผ่นดินนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ เพียงองค์เดียว มันไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของฟิรฺเอาน์ และไม่ใช่ของใครทั้งนั้น ที่จะมาอ้างสิทธิ์ในการปกครองแผ่นดินนั้นได้ และอัลลอฮฺจะทรงทำให้มีการ สลับเปลี่ยนกันระหว่างมวลมนุษย์ด้วยความประสงค์ของพระองค์ แต่บั้นปลายที่ดีในแผ่นดินนี้จะตกเป็นของบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติตามในสิ่่งที่พระ ผู้อภิบาลของพวกเขาได้ทรงสั่งใช้ และหลีกเลี่ยงจากสิ่่งที่พระองค์ทรงห้าม ดังนั้นแผ่นดินผืนนี้จะตกเป็นของพวกเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้พวกเขาจะ ต้องประสบกับบททดสอบต่างๆนาๆ ก็ตาม"

قَالُوٓا۟ أُوذِينَا مِن قَبْلِ أَن تَأْتِيَنَا وَمِنۢ بَعْدِ مَا جِئْتَنَا ۚ قَالَ عَسَىٰ رَبُّكُمْ أَن يُهْلِكَ عَدُوَّكُمْ وَيَسْتَخْلِفَكُمْ فِى ٱلْأَرْضِ فَيَنظُرَ كَيْفَ تَعْمَلُونَ ﴿١٢٩﴾

หมู่ชนของมูซาจากวงศ์วานอิสรออีลได้ตอบว่า "โอ้มูซา ก่อนที่ท่านจะมายังพวกเราแม้กระทั่งตอนนี้ พวกเรายังได้รับการทารุณจากน้ำมือฟิรฺเอาน์ด้วย การเข่นฆ่าลูกหลานชายของพวกเรา และไว้ชีวิตบรรดาหญิงของพวกเรา "มูซาได้กล่าวกับพวกเขาเพื่อเป็นการตักเตือนและให้รู้สึกยินดีกับการได้เจอ ทางออก ว่า "หวังว่าพระผู้อภิบาลของพวกท่านจะทรงทำลายบรรดาศัตรูของพวกท่านทั้งฟิรฺเอาน์และพรรคพวกของเขา และจะทรงทำให้พวกท่าน เป็นผู้ปกครองในแผ่นดินนี้หลังจากพวกเขา แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกท่านจะประพฤติเช่นใด จะเป็นบ่าวที่ดีหรือบ่าวที่เนรคุณ?"

وَلَقَدْ أَخَذْنَآ ءَالَ فِرْعَوْنَ بِٱلسِّنِينَ وَنَقْصٍۢ مِّنَ ٱلثَّمَرَٰتِ لَعَلَّهُمْ يَذَّكَّرُونَ ﴿١٣٠﴾

แน่นอนเราได้ลงโทษวงศ์วานของฟิรฺเอาน์ด้วยความแห้งแล้งความแห้งแล้งและความอดอยาก และเราได้ทดสอบพวกเขาด้วยความขาดแคลนผลไม้ และราคาที่ขึ้นสูงของมัน เพื่อพวกเขาจะได้ไตร่ตรองและตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นการลงโทษจากอัลลอฮ์เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของ พวกเขาและเพื่อพวกเขาจะได้กลับใจมาหาพระองค์ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَإِذَا جَآءَتْهُمُ ٱلْحَسَنَةُ قَالُوا۟ لَنَا هَـٰذِهِۦ ۖ وَإِن تُصِبْهُمْ سَيِّئَةٌۭ يَطَّيَّرُوا۟ بِمُوسَىٰ وَمَن مَّعَهُۥٓ ۗ أَلَآ إِنَّمَا طَـٰٓئِرُهُمْ عِندَ ٱللَّهِ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَهُمْ لَا يَعْلَمُونَ ﴿١٣١﴾

ولكن أكثرهم لا يعلمون ครั้งเมื่อวงค์วานฟิรฺเอาน์ได้พบกับความอุดมสมบูรณ์และความเจริญงอกงามในด้านพืชผักผลไม้ และราคาสินค้าได้ถูกลงถูก พวกเขาจะกล่าวว่า "สิ่ง เหล่านี้ที่พวกเราได้มา เพราะมันเป็นสิ่งที่เราสมควรได้ และเป็นสิ่งที่พิเศษเฉพาะสำหรับเรา"และเมื่อพวกเขาได้ประสบกับความทุกข์ยาก ความ อดอยาก ความแห้งแล้ง โรคภัยไข้เจ็บ และความวิบัติต่างๆพวกเขาก็โยนสาเหตุของความโชคร้ายนั้นมาที่มูซาและผู้ติดตามของเขาที่มาจากวงค์วาน อิสรออีล แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขานั้น มันเป็นกำหนดการจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ต่างหาก พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและมูซาก็เช่น กัน ยกเว้นสิ่งที่เกิดขึ้นที่มาจากการวิงวอนของมูซาที่ทำให้พวกเขาต้องประสบกับมัน แต่พวกเขาส่วนใหญ่ไม่รู้ดังนั้นพวกเขาจึงพาดพิงว่า สิ่่งที่เกิด ขึ้นนั้น มาจากผู้อื่นที่ไม่ใช่อัลลอฮฺ وقالوامهما تأتنا به من ءاية لتسحرنا بها فما نحن لك بمؤمنين

وَقَالُوا۟ مَهْمَا تَأْتِنَا بِهِۦ مِنْ ءَايَةٍۢ لِّتَسْحَرَنَا بِهَا فَمَا نَحْنُ لَكَ بِمُؤْمِنِينَ ﴿١٣٢﴾

หมู่ชนของฟิรฺเอาน์ได้กล่าวแก่มูซาด้วยความดื้อรั้นต่อความจริงว่า "ไม่ว่าจะเป็นสัญญานหรือหลักฐานอะไรก็ตามที่เจ่าได้ยกมาเพื่อลบล้างสิ่งที่พวก เราได้ยึดมั่น และเพื่อต้องการหันเหเราจากความเชื่อของเรา แน่นอนเราจะไม่หลงเชื่อศรัทธาต่อท่าน"

فَأَرْسَلْنَا عَلَيْهِمُ ٱلطُّوفَانَ وَٱلْجَرَادَ وَٱلْقُمَّلَ وَٱلضَّفَادِعَ وَٱلدَّمَ ءَايَـٰتٍۢ مُّفَصَّلَـٰتٍۢ فَٱسْتَكْبَرُوا۟ وَكَانُوا۟ قَوْمًۭا مُّجْرِمِينَ ﴿١٣٣﴾

ในที่สุดเราได้ส่งน้ำท่วมไปยังพวกเขา เพื่อเป็นการลงโทษพวกเขา เพราะการปฏิเสธและความดื้อรั้นของพวกเขา จนในที่สุดพืชผักผลไม้ของพวกเขา ต้องจมน้ำ และเราได้ส่งฝูงตั๊กแตงมากินพืชผลของพวกเขาจนหมด เราได้ส่งสัตว์ตัวเล็กๆที่ เรียกว่าเหา ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งเพาะปลูกและได้สร้าง ความเดือดร้อนแก่ศรีษะคน เราได้ส่งฝูงกบเข้ามาอยู่ในภาชนะของพวกเขา ทำลายอาหารของพวกเขา และวงเวียนในบริเวณที่นอนของพวกเขา และ เราได้ส่งเลือด จนน้ำบ่อและลำน้ำของพวกเขาเปลี่ยนเป็นเลือด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญานอันชัดเจนที่เราได้ส่งไปยังพวกเขาเป็นชุดๆติดต่อกัน และ ทั้งหมดที่พวกเขาได้ประสบมานั้น พวกเขาก็ยังโอหังดื้อดึงไม่ยอมศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และไม่ยอมเชื่อคำเรียกร้องของมูซา พวกเขาเป็นหมู่ชนที่กระทำ บาป ไม่ลดละความชั่ว และไม่ยอมรับทางนำที่ถูกต้อง

وَلَمَّا وَقَعَ عَلَيْهِمُ ٱلرِّجْزُ قَالُوا۟ يَـٰمُوسَى ٱدْعُ لَنَا رَبَّكَ بِمَا عَهِدَ عِندَكَ ۖ لَئِن كَشَفْتَ عَنَّا ٱلرِّجْزَ لَنُؤْمِنَنَّ لَكَ وَلَنُرْسِلَنَّ مَعَكَ بَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ ﴿١٣٤﴾

และเมื่อพวกเขาได้รับการลงโทษจากสิ่งเหล่านั้น พวกเขาก็เข้ามาหามูซา และกล่าวว่า "โอ้มูซา จงขอต่อพระผู้อภิบาลของท่านโดยใช้ประโยชน์จากสิทธิ พิเศษของท่านในฐานะนบีของพระองค์ และด้วยคำสัญญาที่พระองค์ได้สัญญาไว้แก่ท่านว่าจะมีการยกโทษให้ด้วยการกลับเนื้อกลับตัว ขอให้พระองค์ ทรงหยุดการลงโทษที่เกิดกับเรา หากท่านสามารถทำให้เราพ้นจากการลงโทษดังกล่าวนี่ได้ แน่นอนเราจะศรัทธาต่อท่าน และจะปลดปล่อยวงค์วานอิส รออิลไปกับท่าน"

فَلَمَّا كَشَفْنَا عَنْهُمُ ٱلرِّجْزَ إِلَىٰٓ أَجَلٍ هُم بَـٰلِغُوهُ إِذَا هُمْ يَنكُثُونَ ﴿١٣٥﴾

หลังจากที่เราได้ยกเลิกการลงโทษนั้นไปจนถึงระยะเวลาที่กำหนด ก่อนที่ความหายนะของพวกเขาด้วยการจมน้ำจะเกิดขึ้น ทันใดนั้นพวกเขาก็ผิด สัญญาที่ว่าจะศรัทธาต่อมูซาและปลดปล่อยวงค์วานอิสรออิลให้แก่เขา ดังนั้นพวกเขาก็ยังคงยึดมั่นกับการปฏิเสธศรัทธา และไม่ยอมส่งวงค์วานอิสรอ อิลไปกับมูซา

فَٱنتَقَمْنَا مِنْهُمْ فَأَغْرَقْنَـٰهُمْ فِى ٱلْيَمِّ بِأَنَّهُمْ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَكَانُوا۟ عَنْهَا غَـٰفِلِينَ ﴿١٣٦﴾

เมื่อระยะเวลาที่กำหนดเพื่อความหายนะของพวกเขาได้มาถึง เราได้ทำการลงโทษพวกเขาด้วยการให้พวกเขาจมในทะเล เนื่องจากการที่พวกเขาได้ ปฏิเสธเหล่าสัญญานของอัลลอฮฺ และหันหลังให้กับสัจธรรมที่ไม่มีขัอสงสัยใดๆ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَأَوْرَثْنَا ٱلْقَوْمَ ٱلَّذِينَ كَانُوا۟ يُسْتَضْعَفُونَ مَشَـٰرِقَ ٱلْأَرْضِ وَمَغَـٰرِبَهَا ٱلَّتِى بَـٰرَكْنَا فِيهَا ۖ وَتَمَّتْ كَلِمَتُ رَبِّكَ ٱلْحُسْنَىٰ عَلَىٰ بَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ بِمَا صَبَرُوا۟ ۖ وَدَمَّرْنَا مَا كَانَ يَصْنَعُ فِرْعَوْنُ وَقَوْمُهُۥ وَمَا كَانُوا۟ يَعْرِشُونَ ﴿١٣٧﴾

ى ر และเราได้มอบแผ่นดินทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตก คือแผ่นดินชาม(ปาเลสไตน์ จอร์แดน ซีเรีย และเลบานอน )์ แก่วงศ์วานอิสรออีลซึ่ง เป็นกลุ่มชนที่ถูกกดขี่โดยฟิรเอาน์และพรรคพวกของเขา และเป็นแผ่นดินที่อัลลอฮฺได้ประทานความจำเริญ ด้วยการทำให้ผลผลิตทางการเกษตรนั้น อุดมสมบูรณ์ และถ้อยคำอันสวยงามแห่งพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น (โอ้รอสูล) ได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว นั่นคือถ่อยคำที่ถูกกล่าวไว้ในคำตรัสของ พระองค์ไว้ว่า "และเราปรารถนาที่จะมอบให้แก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอในแผ่นดิน และเราจะทำให้พวกเขาเป็นผู้นำ และทำให้พวกเขาเป็นผู้สืบทอด" [อัลเกาะ ศ็อศ: 5] ดังนั้น อัลลอฮฺทรงทำให้พวกเขาได้ครอบครองแผ่นดินนี้ ทั้งนี้เพราะความอดทนของพวกเขาต่อสิ่งที่ได้ประสบมาจากการกระทำของฟิรฺเอา น์และพรรคพวกของเขา และในที่สุดเราได้ทำลายบรรดาสวนไร่ที่พักอาศัย และพระราชวังที่ฟิรฺเอาน์และพรรคพวกของเขาได้สร้างขึ้นมา

وَجَـٰوَزْنَا بِبَنِىٓ إِسْرَٰٓءِيلَ ٱلْبَحْرَ فَأَتَوْا۟ عَلَىٰ قَوْمٍۢ يَعْكُفُونَ عَلَىٰٓ أَصْنَامٍۢ لَّهُمْ ۚ قَالُوا۟ يَـٰمُوسَى ٱجْعَل لَّنَآ إِلَـٰهًۭا كَمَا لَهُمْ ءَالِهَةٌۭ ۚ قَالَ إِنَّكُمْ قَوْمٌۭ تَجْهَلُونَ ﴿١٣٨﴾

และเราได้นำวงศ์วานอิสรออีลข้ามทะเลได้สำเร็จ หลังจากที่มูซาได้ทุบทะเลนั้นด้วยไม้เท้าของเขาดังนั้นมันก็แตกแยกออกมา แล้วพวกเขาก็ได้เดิน ผ่านชุมชนกลุ่มหนึ่งทีกำลังบูชารูปเจว็ดต่างๆ อื่นจากอัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเขาก็ได้กล่าวแก่มูซาว่า "โอ้มูซา ท่านจงสร้างรูปเจว็ดแก่พวกเราสักองค์ หนึ่งเราจะได้บูชามัน เหมือนกับชนกลุ่มนั้นมีเจว็ดหลายองค์ไว้เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺ" มูซาก็ตอบแก่พวกเขาว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน แท้จริง พวกเจ้าเป็นหมู่ชนที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่จำเป็นที่ควรสำหรับอัลลอฮฺ เช่น การสำนึกในความยิ่งใหญ่และการให้เอกภาพต่อพระองค์ และพวกเจ้าไม่รู้ในสิ่งที่ไม่ สมควรสำหรับพระองค์ เช่น การตั้งภาคีและการบูชาสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ"

إِنَّ هَـٰٓؤُلَآءِ مُتَبَّرٌۭ مَّا هُمْ فِيهِ وَبَـٰطِلٌۭ مَّا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٣٩﴾

แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นที่เคารพสักการะรูปเจว็ดต่างๆ จะถูกทำลายตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในสภาพนั้น และการงานที่ดีของพวกเขาที่ได้กระทำมา ทั้งหมดจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง เนื่องด้วยการตั้งภาคีของพวกเขาในการทำอิบาดะฮ์ต่อสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮ"

قَالَ أَغَيْرَ ٱللَّهِ أَبْغِيكُمْ إِلَـٰهًۭا وَهُوَ فَضَّلَكُمْ عَلَى ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٤٠﴾

มูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน จะให้ฉันแสวงหาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ที่พวกเจ้าอิบาดะฮ์อยู่ได้อย่างไร ทั้งที่พวกเจ้าได้เห็น สัญญานต่างๆ ที่ยิ่่งใหญ่ของพระองค์มาแล้วกับตา และพระองค์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ก็ได้ทรงเทิดทูนพวกเจ้าเหนือประชาชาติอื่นๆทั้งหลายในยุคของ พวกเจ้า ได้มอบความสะดวกสบายต่างๆ ได้ทำลายศัตรูของพวกเจ้า และได้ให้พวกเจ้าเป็นผู้นำมีอำนาจในการปกครองแผ่นดิน?!"

وَإِذْ أَنجَيْنَـٰكُم مِّنْ ءَالِ فِرْعَوْنَ يَسُومُونَكُمْ سُوٓءَ ٱلْعَذَابِ ۖ يُقَتِّلُونَ أَبْنَآءَكُمْ وَيَسْتَحْيُونَ نِسَآءَكُمْ ۚ وَفِى ذَٰلِكُم بَلَآءٌۭ مِّن رَّبِّكُمْ عَظِيمٌۭ ﴿١٤١﴾

๑๔๑ من ربكم عظيم วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย จงนึกถึงในตอนที่เราได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการกดขี่ของฟิรฺเอาน์และบริวารของเขา ซึ่งพวกเขาได้ทำการทรมานพวกเจ้า ด้วยการทรมานที่เลวร้ายที่สุด ด้วยการฆ่าบรรดาลูกชายของพวกเจ้า และไว้ชีวิตบรรดาผู้หญิงของพวกเจ้าใว้เป็นทาสรับใช้ และในการที่พวกเจ้าได้ รอดจากฟิรฺเอาน์และบริวารของเขานั้น ถือเป็นการทดสอบอันใหญ่หลวงจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเจ้าต้องขอบคุณ พระองค์

۞ وَوَٰعَدْنَا مُوسَىٰ ثَلَـٰثِينَ لَيْلَةًۭ وَأَتْمَمْنَـٰهَا بِعَشْرٍۢ فَتَمَّ مِيقَـٰتُ رَبِّهِۦٓ أَرْبَعِينَ لَيْلَةًۭ ۚ وَقَالَ مُوسَىٰ لِأَخِيهِ هَـٰرُونَ ٱخْلُفْنِى فِى قَوْمِى وَأَصْلِحْ وَلَا تَتَّبِعْ سَبِيلَ ٱلْمُفْسِدِينَ ﴿١٤٢﴾

และอัลลอฮฺได้กำหนดสัญญาแก่มูซาในการวิงวอนต่อพระองค์เป็นเวลาสามสิบคืน และพระองค์ได้ทรงเพิ่่มอีกสิบคืน จนกลายเป็นสี่สิบคืนเต็ม มูซาได้ กล่าวแก่ฮารูนพี่ชายของเขาก่อนที่เขาจะเดินทางไป เพื่อวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของว่า "โอ้ฮารูน จงทำหน้าที่แทนฉันในหมู่ชนของฉัน และจงแก้ไขปั بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ญหาของพวกเขา ด้วยวิธีการที่ดีและสุภาพอ่อนโยน และจงอย่าตามเส้นทางของผู้ก่อความเสียหายด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นบาปต่างๆและจงอย่าเป็นผู้ ให้การสนับสนุนแก่บรรดาผู้กระทำบาปทั้งหลาย"

وَلَمَّا جَآءَ مُوسَىٰ لِمِيقَـٰتِنَا وَكَلَّمَهُۥ رَبُّهُۥ قَالَ رَبِّ أَرِنِىٓ أَنظُرْ إِلَيْكَ ۚ قَالَ لَن تَرَىٰنِى وَلَـٰكِنِ ٱنظُرْ إِلَى ٱلْجَبَلِ فَإِنِ ٱسْتَقَرَّ مَكَانَهُۥ فَسَوْفَ تَرَىٰنِى ۚ فَلَمَّا تَجَلَّىٰ رَبُّهُۥ لِلْجَبَلِ جَعَلَهُۥ دَكًّۭا وَخَرَّ مُوسَىٰ صَعِقًۭا ۚ فَلَمَّآ أَفَاقَ قَالَ سُبْحَـٰنَكَ تُبْتُ إِلَيْكَ وَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلْمُؤْمِنِينَ ﴿١٤٣﴾

ى ى และครั้นที่มูซาได้มาหาพระผู้อภิบาลของเขาเพื่อวิงวอนพระองค์ตามเวลาที่กำหนดไว้ คือสี่สิบคืนเต็ม และพระผู้อภิบาลของเขาได้ตรัสแก่เขาในเรื่องที่ เกี่ยวกับคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามต่างๆ และอื่นๆ มูซารู้สึกต้องการที่จะเห็นพระผู้อภิบาลของเขา ดังนั้นเขาจึงขอต่อพระองค์เพื่อให้ได้เห็นพระองค์ พระองค์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบว่า"เจ้าไม่สามารถที่จะเห็นข้าบนโลกนี้เป็นอันขาด เพราะเจ้าไม่มีความสามารถพอในเรื่องนี้ แต่ว่าเจ้าจงมองไปยังภูเขา ลูกนั้น ถ้าหากมันมั่นอยู่ณ ที่ของมัน เจ้าก็จะเห็นข้า แต่ถ้ามันทลายตัวลงพื้นดินอย่างราบเรียบ เจ้าจะไม่ได้เห็นข้าในโลกนี้" ครั้นเมื่อพระผู้อภิบาลของ เขาได้ประจักษ์ที่ภูเขาลูกนั้น ภูเขาลูกนั้นก็ทลายตัวลงอย่างราบเรียบ ทันใดนั้นมูซาก็ล้มลงในสภาพที่หมดสติ และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาก็กล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่ไม่คู่ควรทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอลุแก่โทษต่อพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ขอให้เห็น พระองค์ในโลกนี้ และข้าพระองค์คือผู้ศรัทธาคนแรกในหมู่ชนของข้าพระองค์"

قَالَ يَـٰمُوسَىٰٓ إِنِّى ٱصْطَفَيْتُكَ عَلَى ٱلنَّاسِ بِرِسَـٰلَـٰتِى وَبِكَلَـٰمِى فَخُذْ مَآ ءَاتَيْتُكَ وَكُن مِّنَ ٱلشَّـٰكِرِينَ ﴿١٤٤﴾

อัลลอฮ์ได้ตรัสแก่มูซาว่า "โอ้มูซา แท้จริงข้าได้เลือกเจ้าและเทิดทูนเจ้าให้เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการให้เจ้าได้เผยแพร่สาส์นของข้าไปยังพวกเขา และข้าได้เทิดทูนเจ้าด้วยการสนทนากับเจ้าโดยตรงโดยไม่มีสื่อกลาง ดังนั้นเจ้าจงยึดสิ่งที่ข้าได้ให้แก่เจ้าที่มีเกียรตินี้ และจงอยู่ในหมู่ผู้ที่ขอบคุณ สำหรับการให้อันยิ่่งใหญ่นี้"

وَكَتَبْنَا لَهُۥ فِى ٱلْأَلْوَاحِ مِن كُلِّ شَىْءٍۢ مَّوْعِظَةًۭ وَتَفْصِيلًۭا لِّكُلِّ شَىْءٍۢ فَخُذْهَا بِقُوَّةٍۢ وَأْمُرْ قَوْمَكَ يَأْخُذُوا۟ بِأَحْسَنِهَا ۚ سَأُو۟رِيكُمْ دَارَ ٱلْفَـٰسِقِينَ ﴿١٤٥﴾

และเราได้บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้แก่มูซาในแผ่นจารึกซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับวงศ์วานอิสรออีล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาหรือเรื่องการใช้ชีวิตบนโลก นี้ เพื่อเป็นข้อตักเตือนสำหรับบางคนในหมู่พวกเขาที่ต้องการ และเพื่อเป็นการแจกแจงในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ที่ต้องอธิบาย เพิ่มเติม ดังนั้นมูซาเอ๋ย เจ้าจงยึดถือคัมภีร์อัตเตารอฮฺนี้อย่างจริงจังและแนวแน่ และจงสั่งใช้ประชาชาติของเจ้าวงศ์วานอิสรออีลให้ยึดถือสิ่งที่ดีที่สุด ของมันที่ผลบุญของมันนั้นใหญ่ยิ่ง ดังเช่นการปฏิบัติสิ่งที่ถูกสั่งใช้ในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด การอดทน และการให้อภัย เป็นต้น ข้าจะให้พวกเจ้าได้ เห็นการลงโทษสำหรับผู้ที่ละเมิดคำสั่งใช้ของข้า ไม่เชื่อฟังข้า และจะให้พวกเจ้าได้เห็นความหายนะที่เขาจะต้องเผชิญกับมัน

سَأَصْرِفُ عَنْ ءَايَـٰتِىَ ٱلَّذِينَ يَتَكَبَّرُونَ فِى ٱلْأَرْضِ بِغَيْرِ ٱلْحَقِّ وَإِن يَرَوْا۟ كُلَّ ءَايَةٍۢ لَّا يُؤْمِنُوا۟ بِهَا وَإِن يَرَوْا۟ سَبِيلَ ٱلرُّشْدِ لَا يَتَّخِذُوهُ سَبِيلًۭا وَإِن يَرَوْا۟ سَبِيلَ ٱلْغَىِّ يَتَّخِذُوهُ سَبِيلًۭا ۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَكَانُوا۟ عَنْهَا غَـٰفِلِينَ ﴿١٤٦﴾

ข้าจะทำให้บรรดาผู้ที่ประพฤติตัวหยิ่งยโสโอหังเหนือบ่าวของอัลลอฮ์และไม่ยอมรับสัจธรรมอย่างไม่ชอบธรรมออกห่างจากการได้รับบทเรียนจาก สัญญาณต่างๆ ของข้า เช่นสัญญาณต่างๆในจักรวาลอันไกลโพ้นและในตัวของพวกเขาเอง และข้าจะทำให้พวกเขายากที่จะเข้าใจบรรดาโองการที่อยู่ ในคัมภีร์ของข้า และหากพวกเขาได้เห็นสัญญานของข้าทั้งหมดทั้งมวล พวกเขาก็ไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น เนื่องด้วยการคัดค้านของพวกเขา และการหันหลังไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น และพวกเขาจงใจต่อต้านอัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์ และหากพวกเขาได้เห็นแนวทางที่ถูกต้องที่จะ นำพาพวกเขาไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ พวกเขาจะไม่พึงพอใจและไม่ปฏิบัติตาม แต่ทว่า เมื่อไรที่พวกเขาได้เห็นหนทางที่หลงผิดที่จะนำไปสู่ ความโกรธกริ้วอัลลอฮฺ พวกเขาจะปฏิบัติตามเส้นทางนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในสถานะดังกล่าวนั้น เกิดจากการปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อ สัญญานต่างๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นสัญญานที่บ่งบอกถึงสัจธรรมของสิ่งที่รอสูลได้นำมา และอีกสาเหตุหนึ่งคือ พวกเขาละเลยที่จะทบทวน พิจารณาสัญญาเหล่านั้น بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَلِقَآءِ ٱلْـَٔاخِرَةِ حَبِطَتْ أَعْمَـٰلُهُمْ ۚ هَلْ يُجْزَوْنَ إِلَّا مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٤٧﴾

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา และปฏิเสธการพบอัลลอฮฺในวันปรโลกนั้น บรรดาการงานของพวกเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงถึง ความจงรักภักดีต่อพระองค์ย่อมไร้ผล พวกเขาจะไม่ได้ผลบูญใดๆ จากการงานดังกล่าว เพราะพวกเขาขาดเงื่อนไขหนึ่ง คือ การศรักธา และในวัน ปรโลกพวกเขาจะไม่ได้รับการตอบแทนนอกจากสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ในโลกดุนยาเท่านั้น เช่น การปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและการตั้งภาคีร่วมกับ พระองค์ และแน่นอนที่สุดการตอบแทนนั้น คือ การที่พวกเขาต้องตกอยู่ในไฟนรกตลอดกาล

وَٱتَّخَذَ قَوْمُ مُوسَىٰ مِنۢ بَعْدِهِۦ مِنْ حُلِيِّهِمْ عِجْلًۭا جَسَدًۭا لَّهُۥ خُوَارٌ ۚ أَلَمْ يَرَوْا۟ أَنَّهُۥ لَا يُكَلِّمُهُمْ وَلَا يَهْدِيهِمْ سَبِيلًا ۘ ٱتَّخَذُوهُ وَكَانُوا۟ ظَـٰلِمِينَ ﴿١٤٨﴾

หลังจากที่มูซาออกไปเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา พวกพ้องของเขาได้นำเครื่องประดับของพวกเขาปั้นเป็นลูกวัวที่ไร้วิญญาณและมีเสียง พวกเขา ไม่รู้หรือว่า ลูกวัวรูปนั้นไม่สามารถพูกกับพวกเขาได้ และไม่สามารถชี้ทางให้พวกเขาไปสู่เส้นทางแห่งความดีได้ทั้งทางโลกและทางธรรม แถมลูกวัวรูป นั้นยังไม่สามารถให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้และไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากอันตรายได้ พวกเขาได้เอาลูกวัวตัวนั้นเป็นที่เคารพบูชา และด้วยเหตุดัง กล่าวนั้นพวกเขากลายเป็นผู้ที่อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง

وَلَمَّا سُقِطَ فِىٓ أَيْدِيهِمْ وَرَأَوْا۟ أَنَّهُمْ قَدْ ضَلُّوا۟ قَالُوا۟ لَئِن لَّمْ يَرْحَمْنَا رَبُّنَا وَيَغْفِرْ لَنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ ٱلْخَـٰسِرِينَ ﴿١٤٩﴾

และเมื่อพวกเขารู้สึกเสียใจและกังวลต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ และรู้ว่าพวกเขาได้หันเหจากเส้นทางที่ถูกต้องด้วยการสักการะบูชาลูกวัวร่วมกับ อัลลอฮฺ พวกเขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า "หากพระผู้อภิบาลของเรามิทรงเมตตาแก่เราด้วยการชี้นำให้เราภักดีต่อพระองค์และมิทรงให้อภัย แก่เราจากการสักการะบูชาลูกวัวนั้น แน่นอนพวกเราจะอยู่ในหมู่ชนที่ขาดทุนทั้งโลกนี้และปรโลก"

وَلَمَّا رَجَعَ مُوسَىٰٓ إِلَىٰ قَوْمِهِۦ غَضْبَـٰنَ أَسِفًۭا قَالَ بِئْسَمَا خَلَفْتُمُونِى مِنۢ بَعْدِىٓ ۖ أَعَجِلْتُمْ أَمْرَ رَبِّكُمْ ۖ وَأَلْقَى ٱلْأَلْوَاحَ وَأَخَذَ بِرَأْسِ أَخِيهِ يَجُرُّهُۥٓ إِلَيْهِ ۚ قَالَ ٱبْنَ أُمَّ إِنَّ ٱلْقَوْمَ ٱسْتَضْعَفُونِى وَكَادُوا۟ يَقْتُلُونَنِى فَلَا تُشْمِتْ بِىَ ٱلْأَعْدَآءَ وَلَا تَجْعَلْنِى مَعَ ٱلْقَوْمِ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿١٥٠﴾

หลังจากมูซาได้กลับมาจากการเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา มุ่งหน้าไปยังพวกพ้องของเขาด้วยความโกรธและเสียใจ ต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำจาก การสักการะบูชาลูกวัว เขาได้กล่าวว่า "โอ้พวกพ้องของฉัน การกระทำของพวกเจ้าช่วงที่ฉันไม่อยู่นั้นมันช่างชั่วช้าเหลือเกิน เพราะการกระทำดังกล่าว จะนำมาซึ่งความหายนะและความทุกข์ยากแก่พวกเจ้า พวกเจ้ารู้สึกเบื่อหน่ายที่จะรอฉันกลับมากระนั้นหรือ เลยทำให้พวกเจ้าต้องสักการะบูชาลูกวัวตัว นั้น?!" แล้วเขาก็ได้โยนแผ่นจารึกลง อันเนื่องจากความโกรธและเสียใจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้น และเขาได้จับหัวและเคราของฮารูนพี่ชายเขาและดึงเขา เข้าใกล้ เพราะพี่ชายของเขาอยู่พร้อมกับพวกเขาและไม่สั่งห้ามพวกเขาในการสักการะบูชาลูกวัว แล้วฮารูนได้กล่าวขอโทษและได้ขอร้องต่อมูซา "โอ้ลูก ของแม่ของฉันเอ๋ย คนพวกนี้มองฉันเป็นคนที่อ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาไม่ให้ค่าใดๆแก่ฉันเลย และพวกเขาเกือบที่จะฆ่าฉันด้วยซ้ำ ดังนั้นเจ้าจงอย่า ลงโทษฉันด้วยการลงโทษที่จะทำให้ศัตรูของฉันดีใจ และเจ้าจงอย่ารวมฉันอยู่ในกลุ่มผู้อธรรมที่สักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ อันเนื่องด้วยความ โกรธของเจ้าที่มีต่อฉัน"

قَالَ رَبِّ ٱغْفِرْ لِى وَلِأَخِى وَأَدْخِلْنَا فِى رَحْمَتِكَ ۖ وَأَنتَ أَرْحَمُ ٱلرَّٰحِمِينَ ﴿١٥١﴾

ดังนั้นมูซาจึงได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า โปรดอภัยโทษแก่ข้าและแก่พี่ชายของข้า (ฮารูน) ด้วย และโปรดให้เราได้เข้า อยู่ในความเมตตาของพระองค์ และโปรดทำให้ความเมตตาของพระองค์ครอบคลุมเราจากทุกด้านด้วยเถิด โอ้พระผู้อภิบาลของเรา พระองค์นั้น ผู้ทรงเมตตาต่อเราเหนือบรรดาผู้เมตตาทั้งหลาย" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنَّ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُوا۟ ٱلْعِجْلَ سَيَنَالُهُمْ غَضَبٌۭ مِّن رَّبِّهِمْ وَذِلَّةٌۭ فِى ٱلْحَيَوٰةِ ٱلدُّنْيَا ۚ وَكَذَٰلِكَ نَجْزِى ٱلْمُفْتَرِينَ ﴿١٥٢﴾

แท้จริงบรรดาผู้ที่เอาลูกวัวมาเป็นพระเจ้าสักการะบูชานั้น พวกเขาจะต้องเผชิญกับความกริ้วโกรธอันรุนแรงจากพระผู้อภิบาลของพวกเขา และชีวิต ของพวกเขาต้องประสบกับความตกต่ำ เพราะการกระทำของพวกเขาได้สร้างความโกรธแก่พระองค์ แถมยังเป็นการดูถูกเหยียดหยามพระองค์อีก ด้วย และการลงโทษเช่นนี้เราจะตอบแทนแก่ผู้ที่ชอบอุปโลกน์ต่ออัลลอฮฺทั้งหลายเช่นกัน

وَٱلَّذِينَ عَمِلُوا۟ ٱلسَّيِّـَٔاتِ ثُمَّ تَابُوا۟ مِنۢ بَعْدِهَا وَءَامَنُوٓا۟ إِنَّ رَبَّكَ مِنۢ بَعْدِهَا لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١٥٣﴾

และบรรดาผู้ที่กระทำความชั่วด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺและกระทำบาปต่างๆ แล้วหลังจากนั้น พวกเขาได้กลับเนื้อกลับตัวสู่อัลลอฮฺด้วยการศรัทธาต่อ พระองค์ พร้อมกับละทิ้งความชั่วทั้งหลายที่พวกเขาเคยกระทำมา หลังจากที่พวกเขาได้กลับเนื้อกลับตัวจากการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺไปสู่การศรัทธาต่อ พระองค์ และจากการกระทำบาปทั้งหลายไปสู่การภักดีต่อพระองค์ แท้จริงแล้วพระผู้อภิบาลของเจ้า (โอรอสูลุลลอฮฺ) ทรงเป็นผู้อภัยโทษแก่พวกเขา ด้วยการปกปิดและละเว้นบาปของพวกเขา และเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ

وَلَمَّا سَكَتَ عَن مُّوسَى ٱلْغَضَبُ أَخَذَ ٱلْأَلْوَاحَ ۖ وَفِى نُسْخَتِهَا هُدًۭى وَرَحْمَةٌۭ لِّلَّذِينَ هُمْ لِرَبِّهِمْ يَرْهَبُونَ ﴿١٥٤﴾

และเมื่อความโกรธของมูซา (อะลัยฮิสสาลาม) ได้คลายลงเขาก็หยิบแผ่นจารึกที่เขาขว้างทิ้งมันด้วยความกริ้วโกรธ และแผ่นจารึกเหล่านี้ประกอบด้วย การชี้ทางจากความหลงผิดเข้าสู่แสงสว่าง ชี้แจงถึงสัจธรรม และประกอบไปด้วยความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์และ เกรงกลัวต่อบทลงโทษของพระองค์

وَٱخْتَارَ مُوسَىٰ قَوْمَهُۥ سَبْعِينَ رَجُلًۭا لِّمِيقَـٰتِنَا ۖ فَلَمَّآ أَخَذَتْهُمُ ٱلرَّجْفَةُ قَالَ رَبِّ لَوْ شِئْتَ أَهْلَكْتَهُم مِّن قَبْلُ وَإِيَّـٰىَ ۖ أَتُهْلِكُنَا بِمَا فَعَلَ ٱلسُّفَهَآءُ مِنَّآ ۖ إِنْ هِىَ إِلَّا فِتْنَتُكَ تُضِلُّ بِهَا مَن تَشَآءُ وَتَهْدِى مَن تَشَآءُ ۖ أَنتَ وَلِيُّنَا فَٱغْفِرْ لَنَا وَٱرْحَمْنَا ۖ وَأَنتَ خَيْرُ ٱلْغَـٰفِرِينَ ﴿١٥٥﴾

และมูซาได้เลือกกลุ่มคนที่ดีที่สุดในหมู่พวกพ้องของเขาเจ็ดสิบคนเพื่อไปขออภัยโทษจากพระผู้อภิบาลของพวกเขาจากการกระทำของบรรดาผู้โฉด เขลาของพวกเขาที่ทำการเคารพบูชารูปปั้นวัว และพระองค์ได้กำหนดเวลาหนึ่งที่พวกเขาจะมารวมตัวกัน เมื่อพวกเขาได้รวมตัวกันพวกเขาช่างกล้า หาญกับอัลลอฮฺมากที่ได้ขอจากมูซาเพื่อให้พระเจ้าของเขาแสดงตัวให้พวกเขาเห็นกับตา ด้วยเหตุนี้พระองค์ได้ลงโทษพวกเขาด้วยการให้เกิดแผ่นดิน ไหวที่ทำให้พวกเขาต้องล้มลงตาย จงทำให้มูซาต้องอ้อนวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาด้วยการกล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า หากพระองค์ทรง ต้องการที่จะทำลายพวกเขารวมทั้งข้าด้วยแล้วก่อนหน้านี้ แน่นอนพระองค์จะทรงทำลายพวกเขาทั้งหมดแล้ว พระองค์จะทรงทำลายพวกเราเพราะ การกระทำของพวกโฉดเขลาบางคนในหมู่พวกเรากระนั้นหรือ? การที่พวกพ้องของข้า ได้กระทำมานั้น มันมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นการทดสอบของ พระองค์ ซึ่งโดยการนี้พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์หลงทาง และจะทรงให้ทางนำแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์เท่านั้นที่ทรง เป็นผู้คุ้มครองกิจการของเรา ดังนั้นโปรดทรงให้อภัยแก่เราซึ่งบรรดาบาปต่างๆของเรา และโปรดเมตตาเราด้วยความเมตตาของพระองค์อันกว้าง ขวาง เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ให้อภัยที่ดีที่สุดในบรรดาผู้ให้อภัยทั้งหลา"

۞ وَٱكْتُبْ لَنَا فِى هَـٰذِهِ ٱلدُّنْيَا حَسَنَةًۭ وَفِى ٱلْـَٔاخِرَةِ إِنَّا هُدْنَآ إِلَيْكَ ۚ قَالَ عَذَابِىٓ أُصِيبُ بِهِۦ مَنْ أَشَآءُ ۖ وَرَحْمَتِى وَسِعَتْ كُلَّ شَىْءٍۢ ۚ فَسَأَكْتُبُهَا لِلَّذِينَ يَتَّقُونَ وَيُؤْتُونَ ٱلزَّكَوٰةَ وَٱلَّذِينَ هُم بِـَٔايَـٰتِنَا يُؤْمِنُونَ ﴿١٥٦﴾

"และ(ขอพระองค์)ทำให้พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงให้เกียรติพวกเขาในโลกนี้ด้วยความโปรดปรานต่างๆ มีสุขภาพที่ดี และเป็นคน ที่พระองค์ทำให้พวกเขารักในการทำความดี และโปรดทำให้พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในหมู่คนดีจากบรรดาบ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้แก่ พวกเขาในวันปรโลกซึ่งสรวงสวรรค์ แท้จริง เราได้กลับไปยังพระองค์แล้วพร้อมกับการยอมรับในข้อบกพร่องของพวกเรา" อัลลอฮฺได้ตรัสว่า "สำหรับการลงโทษของข้า ข้าจะให้มันประสบแก่ผู้ที่ข้าประสงค์จากบรรดาผู้ที่กระทำการที่นำไปสู่ความทุกข์ยาก และความเมตตาของข้าครอบคลุมทุก สรรพสิ่งอย่างในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างมานอกจากจะได้รับความเมตตา ความโปรดปราน และความดีจากอัลลอฮฺ และข้าจะกำหนดความเมตตา ของข้าในปรโลกสำหรับบรรดาผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามข้อสั่งใช้และห่างไกลข้อสั่งห้ามของพระองค์ และความเมตตาของข้าจะถูก ประทานให้แก่บรรดาผู้ที่จ่ายซะกาตทรัพย์สินของเขาให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับ และความเมตตาของข้าจะถูกประทานเช่นกันแก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเห بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ล่าโองการของเราทั้งหลาย"

ٱلَّذِينَ يَتَّبِعُونَ ٱلرَّسُولَ ٱلنَّبِىَّ ٱلْأُمِّىَّ ٱلَّذِى يَجِدُونَهُۥ مَكْتُوبًا عِندَهُمْ فِى ٱلتَّوْرَىٰةِ وَٱلْإِنجِيلِ يَأْمُرُهُم بِٱلْمَعْرُوفِ وَيَنْهَىٰهُمْ عَنِ ٱلْمُنكَرِ وَيُحِلُّ لَهُمُ ٱلطَّيِّبَـٰتِ وَيُحَرِّمُ عَلَيْهِمُ ٱلْخَبَـٰٓئِثَ وَيَضَعُ عَنْهُمْ إِصْرَهُمْ وَٱلْأَغْلَـٰلَ ٱلَّتِى كَانَتْ عَلَيْهِمْ ۚ فَٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ بِهِۦ وَعَزَّرُوهُ وَنَصَرُوهُ وَٱتَّبَعُوا۟ ٱلنُّورَ ٱلَّذِىٓ أُنزِلَ مَعَهُۥٓ ۙ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿١٥٧﴾

บรรดาผู้ปฏิบัติตามมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นบีผู้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่อัลลอฮ์ทรงประทานโองการ (วะห์ยุ) ให้แก่เขา ซึ่งเขาคือผู้ที่ พวกเขาได้พบชื่อของเขา คุณลักษณะของเขาและสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เขาในคัมภีร์อัตเตารอฮ์ที่ถูกประทานลงมายังมูซา อะลัยฮิสสาลาม และ คัมภีร์อัลอินญีลที่ถูกประทานลงมายังอีซา อะลัยฮิสสาลาม เขาจะสั่งใช้คนเหล่านั้นให้ปฏิบัติตามคุณธรรมความดีและห้ามปรามพวกเขาจากสิ่งที่สติ ปัญญาและสัญชาตญาณอันเที่ยงธรรมรู้กันว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี และเขาจะอนุมัติสิ่งที่ดีทั้งหลายที่ไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขา เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และ การแต่งงาน และจะห้ามพวกเขาในสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านั้น และเขาได้ขจัดภาระอันหนักอึ้งที่พวกเขาเคยแบกรับกันในอดีต อาทิเช่น การ บังคับใช้การประหารชีวิตฆาตกรที่ฆ่าคนตายไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ดังนั้นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเขาจากวงศ์วานอิสราอีลหรือกลุ่มชนอื่น ๆ ด้วยการให้เกียรติแก่เขา ช่วยเหลือเขาในการต่อต้านศัตรูที่มาจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย และปฏิบัติตามอัลกุรอานที่เปรียบเสมือนแสง สว่างชี้นำทางที่ถูกประทานลงมาแก่เขา พวกเขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มชนที่ประสบความสำเร็จที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาร้องขอและจะได้รับการปกป้องให้ ห่างไกลจากสิ่งที่พวกเขาหวาดเกรง

قُلْ يَـٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنِّى رَسُولُ ٱللَّهِ إِلَيْكُمْ جَمِيعًا ٱلَّذِى لَهُۥ مُلْكُ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ يُحْىِۦ وَيُمِيتُ ۖ فَـَٔامِنُوا۟ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِ ٱلنَّبِىِّ ٱلْأُمِّىِّ ٱلَّذِى يُؤْمِنُ بِٱللَّهِ وَكَلِمَـٰتِهِۦ وَٱتَّبِعُوهُ لَعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ ﴿١٥٨﴾

จงกล่าวเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- "โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงฉันเป็นรอสูลของอัลลอฮฺที่ถูกประทานมายังพวกเจ้าทั้งมวล ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นกลุ่มอาหรับหรือไม่ ก็ตาม อัลลอฮฺองค์เดียวที่เป็นเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะที่แท้จริงนอกจากพระองค์ (ความ บริสุทธิ์จงมีแด่พระองค์) พระองค์ผู้ทรงให้ชีวิตแก่ผู้ที่ตายและทรงให้ตายแก่ผู้ที่มีชีวิต ดังนั้น -โอ้มนุษย์เอ๋ย- พวกท่านจงศรัทธาต่ออัลลอฮฺและมุหัม มัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเถิด ผู้ซึ่งเป็นรอสูลของอัลลอฮฺที่เขียนไม่ได้อ่านไม่ออก แต่เขาได้นำวะห์ยุจากพระผู้อภิบาลของเขา เขาเป็นผู้ที่ศรัทธา ต่ออัลลอฮฺและต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เขาและแก่บรรดานบีก่อนหน้าเขาโดยไม่แบ่งแยก และพวกเจ้าจงปฏิบัติตามเขาในสิ่งที่เขาได้นำมาเผยแพร่ จากพระผู้อภิบาลของเขา หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับทางนำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่พวกเจ้าทั้งในโลกดุนยาและวันปรโลก

وَمِن قَوْمِ مُوسَىٰٓ أُمَّةٌۭ يَهْدُونَ بِٱلْحَقِّ وَبِهِۦ يَعْدِلُونَ ﴿١٥٩﴾

จากพวกพ้องของมูซาที่มาจากวงศ์วานอิสราเอล มีกลุ่มหนึ่งได้ยืนหยัดบนเส้นทางแห่งศาสนาที่เที่ยงตรง พวกเขาจะแนะนำผู้คนให้รู้จักเส้นทางนั้น และพวกเขาจะตัดสินด้วยความยุติธรรมโดยพวกเขาจะไม่มีการละเมิดใดๆ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَقَطَّعْنَـٰهُمُ ٱثْنَتَىْ عَشْرَةَ أَسْبَاطًا أُمَمًۭا ۚ وَأَوْحَيْنَآ إِلَىٰ مُوسَىٰٓ إِذِ ٱسْتَسْقَىٰهُ قَوْمُهُۥٓ أَنِ ٱضْرِب بِّعَصَاكَ ٱلْحَجَرَ ۖ فَٱنۢبَجَسَتْ مِنْهُ ٱثْنَتَا عَشْرَةَ عَيْنًۭا ۖ قَدْ عَلِمَ كُلُّ أُنَاسٍۢ مَّشْرَبَهُمْ ۚ وَظَلَّلْنَا عَلَيْهِمُ ٱلْغَمَـٰمَ وَأَنزَلْنَا عَلَيْهِمُ ٱلْمَنَّ وَٱلسَّلْوَىٰ ۖ كُلُوا۟ مِن طَيِّبَـٰتِ مَا رَزَقْنَـٰكُمْ ۚ وَمَا ظَلَمُونَا وَلَـٰكِن كَانُوٓا۟ أَنفُسَهُمْ يَظْلِمُونَ ﴿١٦٠﴾

ى และเราได้แบ่งวงศ์วานอิสราอีลออกเป็นสิบสองชนเผ่า และเราได้ประทานโองการแก่มูซาครั้นที่พวกพ้องของเขาได้ขอให้เขาขอพรจากอัลลอฮฺเพื่อ ประทานน้ำแก่พวกเขา "โอ้มูซา เจ้าจงตีก้อนหินด้วยไม้เท้าของเจ้าเถิด มูซาก็ได้ตีก้อนหินนั้น แล้วตาน้ำสิบสองตาก็พุ่งออกมาตามจำนวนชนเผ่าทั้ง สิบสองของพวกเขาพอดี แต่ละชนเผ่าได้รู้แหล่งน้ำเฉพาะของพวกเขาโดยไม่ปะปนกับชนเผ่าอื่น และเราได้ทำให้ก้อนเมฆปกคลุมบังแดดให้แก่พวก เขา ซึ่งเมื่อพวกเขาเดินมันก็จะเดิน เมื่อพวกเขาหยุดมันก็จะหยุด และเราได้ประทานแก่พวกเขาซึ่งเครื่องดื่มที่ดีอย่างกับน้ำผึ้งและยังได้ประทานแก่ พวกเขานกตัวเล็กๆ ที่มีเนื้อดีเสมือนนกกระทา และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า"พวกเจ้าจงกินจากสิ่งที่ดีๆ ที่เราได้ประทานให้แก่พวกเจ้า" และพวกเขา ไม่ได้ทำให้เราต้องเสื่อมเสียอะไร ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจากพวกเขา เช่น การกดขี่ และการไม่สำนึกในความโปรดปราน และไม่เห็นคุณค่าในความโปรดปราน ของเรา แต่ทว่าพวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง ด้วยการสูญเสียความโปรดปรานเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขาได้นำตัวของพวกเขาเองสู่ความ หายนะ ด้วยการกระทำของพวกเขาที่ละเมิดพระบัญชาของอัลลอฮฺและไม่ยอมรับในความโปรดปรานของพระองค์

وَإِذْ قِيلَ لَهُمُ ٱسْكُنُوا۟ هَـٰذِهِ ٱلْقَرْيَةَ وَكُلُوا۟ مِنْهَا حَيْثُ شِئْتُمْ وَقُولُوا۟ حِطَّةٌۭ وَٱدْخُلُوا۟ ٱلْبَابَ سُجَّدًۭا نَّغْفِرْ لَكُمْ خَطِيٓـَٔـٰتِكُمْ ۚ سَنَزِيدُ ٱلْمُحْسِنِينَ ﴿١٦١﴾

และจงรำลึกเถิด -โอ้ท่านรอสูล- ขณะที่อัลลอฮฺได้ตรัสกับวงศ์วานอิสราอีลว่า "พวกเจ้าจงเข้าบัยตุลมักดิส จงกินผลไม้ต่างๆ ในเมืองนี้ทุกที่และทุก เวลาที่พวกเจ้าต้องการ และพวกเจ้าจงกล่าว "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดยกโทษให้พวกเราเถิด และพวกเจ้าจงเข้าประตูบัยตุลมักดิสในสภาพผู้โน้ม ศรีษะลงด้วยความนอบน้อมต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าทำอย่างนั้นเราจะให้อภัยต่อบาปของพวกเจ้า และเราจะเพิ่มพูนความดีงามแก่ผู้ ประกอบการดีทั้งในโลกนี้และวันปรโลก"

فَبَدَّلَ ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ مِنْهُمْ قَوْلًا غَيْرَ ٱلَّذِى قِيلَ لَهُمْ فَأَرْسَلْنَا عَلَيْهِمْ رِجْزًۭا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ بِمَا كَانُوا۟ يَظْلِمُونَ ﴿١٦٢﴾

หลังจากนั้น บรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเขาได้เปลี่ยนคำพูดที่พวกเขาถูกสั่งมา พวกเขากล่าวว่า "หับบะฮ์ ฟี เชียะอ์เราะฮ์" (เมล็ดในข้าวบาเล่ย์) แทนคำ ที่ถูกใช้ให้กล่าว ที่เป็นการใช้ให้ขออภัยโทษ และพวกเขายังเปลี่ยนการกระทำที่พวกเขาถูกสั่งมาอีกด้วย พวกเขาคลานด้วยก้นของพวกเขาขณะเข้า ประตูบัยตุลมักดิสแทนที่จะโน้มศรีษะเพื่อแสดงการนอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงส่งการลงโทษมายังพวกเขาจากชั้นฟ้า เพราะความอธรรมที่ พวกเขากระทำ

وَسْـَٔلْهُمْ عَنِ ٱلْقَرْيَةِ ٱلَّتِى كَانَتْ حَاضِرَةَ ٱلْبَحْرِ إِذْ يَعْدُونَ فِى ٱلسَّبْتِ إِذْ تَأْتِيهِمْ حِيتَانُهُمْ يَوْمَ سَبْتِهِمْ شُرَّعًۭا وَيَوْمَ لَا يَسْبِتُونَ ۙ لَا تَأْتِيهِمْ ۚ كَذَٰلِكَ نَبْلُوهُم بِمَا كَانُوا۟ يَفْسُقُونَ ﴿١٦٣﴾

โอ้รอสูลุลลอฮฺ เจ้าจงถามชาวยิว เพื่อให้พวกเขานึกถึงสิ่งที่อัลลอฮฺเคยลงโทษบรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งมันเกี่ยวกับเรื่องราวของเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่ง ทะเล ครั้งที่ชาวเมืองนั้นได้ละเมิดคำสั่งของอัลลอฮฺ โดยการจับปลาในวันเสาร์ที่พระองค์ทรงห้าม วันที่อัลลอฮฺทรงทดสอบพวกเขาโดยการที่ฝูงปลาได้ ลอยปรากฎบนผืนน้ำต่อหน้าพวกเขา แต่ในวันอื่นที่ไม่ใช่วันเสาร์ ฝูงปลากลับไม่มาปรากฎให้พวกเขาเห็น อัลลอฮฺทรงทดสอบพวกเขาด้วยวิธีนี้ อัน เนื่องมาจากการฝ่าฝืนและบาปที่พวกเขากระทำ ดังนั้นพวกเขาได้วางอุบายดักปลาโดยการตั้งอวนและขุดหลุมไว้ ทำให้ปลาติดอวนของพวกเขาในวัน เสาร์ พอถึงวันอาทิตย์พวกเขาจะเก็บมันมากิน

وَإِذْ قَالَتْ أُمَّةٌۭ مِّنْهُمْ لِمَ تَعِظُونَ قَوْمًا ۙ ٱللَّهُ مُهْلِكُهُمْ أَوْ مُعَذِّبُهُمْ عَذَابًۭا شَدِيدًۭا ۖ قَالُوا۟ مَعْذِرَةً إِلَىٰ رَبِّكُمْ وَلَعَلَّهُمْ يَتَّقُونَ ﴿١٦٤﴾

๑๖๔ يتقون และจงรำลึกเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย-ครั้นที่มีกลุ่มหนึ่งจากพวกเขาที่ได้ห้ามปรามและตักเตือนพวกเขาไม่ให้กระทำความชั่ว แล้วมีกลุ่มหนึ่งได้ถามพวกเขา ว่า "ทำไมพวกท่านได้ตักเตือนผู้คนที่อัลลอฮฺจะทรงทำลายพวกเขาในโลกนี้อันเนื่องจากความชั่วทั้งหลายที่พวกเขาก่อขึ้น หรือพระองค์จะทรงลงโทษ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร พวกเขาในวันปรโลกด้วยการลงโทษอันรุนแรง" กลุ่มผู้ตักเตือนตอบว่า "การที่เราตักเตือนพวกเขานั้น เพื่อเป็นเหตุผลสำหรับเราในการแก้ต้วต่อหน้า อัลลอฮฺ โดยการที่เรานั้นได้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ถูกมอบหมายแล้ว ได้เชิญชวนให้ผู้คนกระทำความดีและห้ามปรามพวกเขาไม่ให้กระทำความชั่ว เพื่อไม่ให้ พระองค์ลงโทษพวกเราเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และอีกอย่าง พวกเราหวังว่า พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการตักเตือนนี้ แล้ว ละทิ้งสิ่งชั่วช้าที่พวกเขากระทำอยู่"

فَلَمَّا نَسُوا۟ مَا ذُكِّرُوا۟ بِهِۦٓ أَنجَيْنَا ٱلَّذِينَ يَنْهَوْنَ عَنِ ٱلسُّوٓءِ وَأَخَذْنَا ٱلَّذِينَ ظَلَمُوا۟ بِعَذَابٍۭ بَـِٔيسٍۭ بِمَا كَانُوا۟ يَفْسُقُونَ ﴿١٦٥﴾

เมื่อพวกเขาไม่ยอมรับคำตักเตือนจากบรรดาผู้ตักเตือน และยังไม่คิดที่จะทิ้งความชั่วทั้งหลายแล้ว เราจึงได้ช่วยบรรดาผู้ห้ามปรามความชั่วให้ ปลอดภัยจากการลงโทษของเรา และเราได้ลงโทษบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย เพราะการละเมิดของพวกเขาด้วยการจับปลาในวันเสาร์ ด้วยการลงโทษ อันรุนแรง อันเนื่องมาจากการที่พวกเขาไม่ภักดีต่ออัลลอฮฺและยืนกรานที่จะทำความชั่ว فلما عتوا عن ما نهوا عنهقلنا لهم كونوا قردة خسٔين

فَلَمَّا عَتَوْا۟ عَن مَّا نُهُوا۟ عَنْهُ قُلْنَا لَهُمْ كُونُوا۟ قِرَدَةً خَـٰسِـِٔينَ ﴿١٦٦﴾

ดังนั้น เมื่อพวกเขาได้กระทำเกินขอบเขตด้วยการเนรคุณต่ออัลลอฮฺเพราะความหยิ่งยโสและความดื้อรั้นของพวกเขา และไม่คิดที่จะสำนึกจากคำตัก เตือนเหล่านั้น เราจึงได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "โอ้ผู้ที่เนรคุณทั้งหลาย พวกเจ้าจงกลายเป็นลิงที่อัปลักษณ์" ในที่สุดพวกเขาได้กลายเป็นลิงตามที่เรา ประสงค์ แท้จริงถ้าเราได้ปรารถนาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด เมื่อเราต้องมันแล้ว เราจะกล่าวแก่มันว่า "จงเป็น" แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

وَإِذْ تَأَذَّنَ رَبُّكَ لَيَبْعَثَنَّ عَلَيْهِمْ إِلَىٰ يَوْمِ ٱلْقِيَـٰمَةِ مَن يَسُومُهُمْ سُوٓءَ ٱلْعَذَابِ ۗ إِنَّ رَبَّكَ لَسَرِيعُ ٱلْعِقَابِ ۖ وَإِنَّهُۥ لَغَفُورٌۭ رَّحِيمٌۭ ﴿١٦٧﴾

لغفور ر حيم และจงรำลึกเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- ครั้นที่อัลลอฮฺได้ทรงประกาศอย่างชัดเจนโดยไม่คลุมเครือแต่อย่างใดว่า แน่นอนอัลลอฮ์จะทำให้พวกยิวนั้นตกต่ำ ด้วย การส่งผู้ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องอัปยศและตกต่ำในชีวิตนี้จนถึงวันแห่งการพิพากษา แท้จริงแล้ว -โอ้รอสูลเอ๋ย- พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็น ผู้ทรงรวดเร็วในการลงโทษต่อผู้ที่เนรคุณ แม้กระทั่งในโลกดุนยานี้ บางครั้งพระองค์จะทรงลงโทษเขาอย่างฉับพลัน และแท้จริงแล้ว พระองค์ทรง เป็นผู้ให้อภัยแก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮ์) จากบรรดาบ่าวของพระองค์ ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ

وَقَطَّعْنَـٰهُمْ فِى ٱلْأَرْضِ أُمَمًۭا ۖ مِّنْهُمُ ٱلصَّـٰلِحُونَ وَمِنْهُمْ دُونَ ذَٰلِكَ ۖ وَبَلَوْنَـٰهُم بِٱلْحَسَنَـٰتِ وَٱلسَّيِّـَٔاتِ لَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ﴿١٦٨﴾

يرجعون และเราได้ทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปในแผ่นดินและเราได้แบ่งพวกเขาออกเป็นกลุ่มๆ หลังจากที่พวกเขารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในหมู่พวกเขามีคน ที่เคร่งครัดในศาสนาที่ยืยหยัดในการรักษาสิทธิของอัลลอฮ์และสิทธิของบรรดาบ่าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาเป็นคนที่อยู่ในความพอดี และในหมู่ พวกเขามีผู้ที่ละเมิดต่อตนเองโดยการทำผิดศีลธรรม และเราได้ทอสอบพวกเขาในรูปแบบของความสุขสบายและความทุกข์ยาก เพื่อที่พวกเขาจะได้ ตระหนักถึงข้อผิดพลาดของพวกเขา

فَخَلَفَ مِنۢ بَعْدِهِمْ خَلْفٌۭ وَرِثُوا۟ ٱلْكِتَـٰبَ يَأْخُذُونَ عَرَضَ هَـٰذَا ٱلْأَدْنَىٰ وَيَقُولُونَ سَيُغْفَرُ لَنَا وَإِن يَأْتِهِمْ عَرَضٌۭ مِّثْلُهُۥ يَأْخُذُوهُ ۚ أَلَمْ يُؤْخَذْ عَلَيْهِم مِّيثَـٰقُ ٱلْكِتَـٰبِ أَن لَّا يَقُولُوا۟ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلْحَقَّ وَدَرَسُوا۟ مَا فِيهِ ۗ وَٱلدَّارُ ٱلْـَٔاخِرَةُ خَيْرٌۭ لِّلَّذِينَ يَتَّقُونَ ۗ أَفَلَا تَعْقِلُونَ ﴿١٦٩﴾

หลังจากนั้น ก็มีผู้ที่มาหลังจากพวกเขาซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ชั่ว พวกเขาได้สืบทอดคัมภีร์เตารอฮ์จากบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาอ่านมัน แต่ไม่ ปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในนั้น พวกเขาได้เอาความสุขบนโลกที่น่ารังเกียจ เพื่อเป็นสินบนในการบิดเบือนคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และได้ตัดสินด้วยสิ่งที่ไม่ได้ ถูกประทานลงมาในคำภีร์และพวกเขาสร้างความหวังให้แก่ตัวเองว่า "อัลลอฮฺจะทรงให้อภัยแก่พวกเขาจากความชั่วที่พวกเขากระทำ" และถ้าความสุข เล็กๆ น้อยๆ มายังพวกเขาอีกพวกเขาก็จะคว้ามันไว้อีก อัลลอฮฺมิได้กำหนดพันธสัญญาไว้แก่พวกเขาหรือ ว่า พวกเขาจะไม่กล่าวสิ่งใดถึงอัลลอฮฺ นอกจากความจริงโดยไม่มีการบิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ?! การที่พวกเขาได้ละทิ้งการปฏิบัติต่อสิ่งที่มีในคัมภีร์นั้น หาได้เป็นเพราะความโง่เขลา ของพวกเขาไม่ อันที่จริงแล้ว พวกเขารู้และได้อ่านสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้นเป็นอย่างดี ดังนั้น บาปของพวกเขาย่อมหนักกว่า بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร และความสุขอันนิรันดร์ในปรโลกย่อมดีกว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในโลกนี้สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺที่พวกเขาได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีก เลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ พวกที่ชอบเอาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในโลกนี้ ไม่คิดหรือว่า สิ่งที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้สำหรับบรรดผู้ยำเกรงนั้นมัน ประเสริฐมากว่าและจะคงอยู่กับพวกเขาอย่างนิรันดร์?!

وَٱلَّذِينَ يُمَسِّكُونَ بِٱلْكِتَـٰبِ وَأَقَامُوا۟ ٱلصَّلَوٰةَ إِنَّا لَا نُضِيعُ أَجْرَ ٱلْمُصْلِحِينَ ﴿١٧٠﴾

สำหรับบรรดาผู้ยึดมั่นในคัมภีร์ปฏิบัติตามคำสั่งสอนที่มีอยู่ในนั้น และดำรงไว้ซึ่งการละหมาดด้วยการรักษาเวลาของมัน เงื่อนไขของมัน สิ่งที่เป็นวา ญิบและสุนนะฮ์ของมัน แน่นอนอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนรางวัลแก่พวกเขาตามการงานต่างๆ ของพวกเขาที่ได้ปฏิบัติมา เพราะอัลลอฮฺจะไม่ปล่อยให้ รางวัลของผู้ที่กระทำความดีนั้นต้องสูญหายไป

۞ وَإِذْ نَتَقْنَا ٱلْجَبَلَ فَوْقَهُمْ كَأَنَّهُۥ ظُلَّةٌۭ وَظَنُّوٓا۟ أَنَّهُۥ وَاقِعٌۢ بِهِمْ خُذُوا۟ مَآ ءَاتَيْنَـٰكُم بِقُوَّةٍۢ وَٱذْكُرُوا۟ مَا فِيهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ ﴿١٧١﴾

تتقون และจงรำลึกเถิด -โอ้มุหัมมัด- เมื่อตอนที่เราได้ถอนภูเขาลูกนั้นและได้ยกมันขึ้นเหนือวงศ์วานอิสราอีล หลังจากที่พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับสิ่งที่มีใน คัมภีร์อัตเตารอฮ์ ภูเขาลูกนั้นเป็นเสมือนเมฆที่ปกคลุมเหนือศรีษะพวกเขา และพวกเขาคิดอย่างมั่นใจว่ามันจะตกลงมาบนพวกเขา และอัลลอฮ์กล่าว แก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจงยึดมั่นในสิ่งที่เราได้ประทานให้แก่พวกเจ้าด้วยความจริงจัง ทุ่มเท และมีความมุ่งมั่น และจงรำลึกถึงบทบัญญัติต่างๆ ที่ อัลลอฮ์ทรงประทานไว้ให้แก่พวกเจ้าและอย่าลืมมันเป็นอันขาด หวังว่าพวกเจ้าจะยำเกรงต่ออัลลอฮ์เมื่อพวกเจ้าได้ปฏิบัติตามที่กล่าวมา"

وَإِذْ أَخَذَ رَبُّكَ مِنۢ بَنِىٓ ءَادَمَ مِن ظُهُورِهِمْ ذُرِّيَّتَهُمْ وَأَشْهَدَهُمْ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ أَلَسْتُ بِرَبِّكُمْ ۖ قَالُوا۟ بَلَىٰ ۛ شَهِدْنَآ ۛ أَن تَقُولُوا۟ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ إِنَّا كُنَّا عَنْ هَـٰذَا غَـٰفِلِينَ ﴿١٧٢﴾

และจงรำลึกเถิด -โอ้มุหัมมัด- เมื่อตอนที่พระผู้อภิบาลของเจ้าได้นำออกมาจากกระดูกสันหลังของลูกหลานอาดัมซึ่งลูกหลานของพวกเขา และทรง กำชับให้พวกเขายืนยันถึงความเป็นพระผู้อภิบาลของพระองค์ ตามที่พระองค์ได้ทรงวางไว้ในสัญชาตญาณของพวกเขาด้วยการยอมรับว่า พระองค์ คือ ผู้สร้างและผู้อภิบาลพวกเขา โดยพระองค์ได้ตรัสถามพวกเขาว่า "ข้าไม่ใช่พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าหรอกหรือ? พวกเขาทั้งหลายตอบว่า "ใช่ พระองค์คือพระผู้อภิบาลของพวกเรา" อัลลอฮ์ตรัสว่า "แท้จริงที่เราได้ทดสอบและทำพันธสัญญาไว้กับพวกเจ้า ก็เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ไม่ปฏิเสธถึงหลัก ฐานของอัลลอฮฺในวันพิพากษา โดยอ้างว่า "พวกเราไม่รู้ในเรื่องนี้เลย"

أَوْ تَقُولُوٓا۟ إِنَّمَآ أَشْرَكَ ءَابَآؤُنَا مِن قَبْلُ وَكُنَّا ذُرِّيَّةًۭ مِّنۢ بَعْدِهِمْ ۖ أَفَتُهْلِكُنَا بِمَا فَعَلَ ٱلْمُبْطِلُونَ ﴿١٧٣﴾

หรือไม่ก็ พวกเจ้าจะอ้างว่า เพราะบรรพบุรุษของพวกเจ้านั่นแหละที่เป็นคนได้ผิดพันธสัญญานั้นแล้วตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ และพวกเจ้าได้เลียนแบบทำ ตามบรรพบุรุษของพวกเจ้าในการตั้งภาคีที่พวกเขากระทำอยู่ หลังจากนั้นพวกเจ้าก็จะกล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ พระองค์จะทรง ลงโทษพวกเราเพราะการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเราที่พวกเขาได้ทำลายการงานของพวกเขาด้วยการตั้งภาคีกับพระองค์กระนั้นหรือ? ฉะนั้น พวกเราไม่ผิด เพราะพวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย พวกเราแค่ทำตามบรรพบุรุษของพวกเราเองเท่านั้นเอง"

وَكَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ ٱلْـَٔايَـٰتِ وَلَعَلَّهُمْ يَرْجِعُونَ ﴿١٧٤﴾

ดังที่เราได้ชี้แจงโองการต่างๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธามาก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกันเราก็ได้ชี้แจงโองการต่างๆ แก่พวกเขา ทั้งนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้ละทิ้งการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ แล้วกลับมาสู่การให้เอกภาพและเคารพสักการะอัลลอฮ์แต่เพียงองค์เดียว ดังที่พวกเขาได้ให้พันธ สัญญากับตัวพวกเขาเองว่าจะเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์แต่เพียงองค์เดียว

وَٱتْلُ عَلَيْهِمْ نَبَأَ ٱلَّذِىٓ ءَاتَيْنَـٰهُ ءَايَـٰتِنَا فَٱنسَلَخَ مِنْهَا فَأَتْبَعَهُ ٱلشَّيْطَـٰنُ فَكَانَ مِنَ ٱلْغَاوِينَ ﴿١٧٥﴾

และจงเล่าให้วงศ์วานอิสราอีลได้รับรู้เถิด -โอ้รอสูล- ถึงเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เราได้ประทานแก่เขาซึ่งบรรดาโองการของเรา จากนั้นเขาก็ได้รู้มัน และเข้าใจถึงความจริงที่ปรากฎในโองการเหล่านั้น แต่เขาไม่ปฏิบัติตามมัน แถมยังละทิ้งมันและปลีกตัวออกจากมัน ดังนั้น ชัยฏอนจึงได้ติดตามเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร จนกระทั่งเขาได้กลายเป็นมิตรกับเขา และสุดท้ายเขาก็ตกอยู่ในกลุ่มผู้หลงทางที่หายนะ หลังจากที่เขาเคยเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่ได้รับทางนำ

وَلَوْ شِئْنَا لَرَفَعْنَـٰهُ بِهَا وَلَـٰكِنَّهُۥٓ أَخْلَدَ إِلَى ٱلْأَرْضِ وَٱتَّبَعَ هَوَىٰهُ ۚ فَمَثَلُهُۥ كَمَثَلِ ٱلْكَلْبِ إِن تَحْمِلْ عَلَيْهِ يَلْهَثْ أَوْ تَتْرُكْهُ يَلْهَث ۚ ذَّٰلِكَ مَثَلُ ٱلْقَوْمِ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا ۚ فَٱقْصُصِ ٱلْقَصَصَ لَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ ﴿١٧٦﴾

หากเราประสงค์ให้เขาได้รับประโยชน์จากโองการต่างๆ แน่นอนเราจะยกสถานะของเขาด้วยบรรดาโองการเหล่านั้น โดยการให้พวกเขาได้รับทางนำสู่ การปฏิบัติต่อบรรดาโองการเหล่านั้น แล้วสถานะของเขาก็จะสูงขึ้นทั้งในโลกนี้และในปรโลก แต่เขาเลือกสิ่งที่นำตัวเองสู่ความตกต่ำ เมื่อเขาได้โน้มตัว เองตามความปรารถนาทางโลก โดยการให้ค่าแก่มันเหนืออาคิเราะฮ์ เขาเลือกที่จะทำตามความพอใจของตัณหาอันไร้สาระของเขา ดังนั้นความโลภ ของเขาที่มีต่อโลกก็เหมือนกับสุนัขที่แลบลิ้นออกมาตลอดเวลา สุนัขที่อยู่ในท่าหมอบนั่งมันจะแลบลิ้นออกมาและเมื่อมันถูกไล่มันก็จะแลบลิ้นออกมา นั่นคืออุปมาของผู้ที่หลงผิดที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา ดังนั้นจงบอกพวกเขาเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย - ถึงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อพวกเขาจะได้คิด เพื่อจะ ได้ละทิ้งการปฏิเสธและการหลงทาง

سَآءَ مَثَلًا ٱلْقَوْمُ ٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا وَأَنفُسَهُمْ كَانُوا۟ يَظْلِمُونَ ﴿١٧٧﴾

คงไม่มีอะไรที่ชั่วช้ายิ่งกว่ากลุ่มชนที่ปฏิเสธและไม่เชื่อบรรดาหลักฐานของเรา ด้วยเหตุนี้พวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการนำตัวเองสู่ ความหายนะ

مَن يَهْدِ ٱللَّهُ فَهُوَ ٱلْمُهْتَدِى ۖ وَمَن يُضْلِلْ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْخَـٰسِرُونَ ﴿١٧٨﴾

ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้ทางนำแก่เขาไปยังหนทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ได้รับทางนำอย่างแท้จริง และผู้ใดที่พระองค์ทรงทำให้เขาต้อง ห่างไกลจากหนทางที่เที่ยงตรง พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ที่ไม่มีวาสนาอย่างแท้จริง ที่ทำให้ตัวของพวกเขาเองและครอบครัวของพวกเขาต้องขาดทุนใน วันแห่งการฟื้ นคืนชีพ พึงรู้เถิดว่านั่นคือการขาดทุนที่แท้จริง

وَلَقَدْ ذَرَأْنَا لِجَهَنَّمَ كَثِيرًۭا مِّنَ ٱلْجِنِّ وَٱلْإِنسِ ۖ لَهُمْ قُلُوبٌۭ لَّا يَفْقَهُونَ بِهَا وَلَهُمْ أَعْيُنٌۭ لَّا يُبْصِرُونَ بِهَا وَلَهُمْ ءَاذَانٌۭ لَّا يَسْمَعُونَ بِهَآ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ كَٱلْأَنْعَـٰمِ بَلْ هُمْ أَضَلُّ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْغَـٰفِلُونَ ﴿١٧٩﴾

และแท้จริงแล้ว เราได้สร้างญินและมนุษย์เป็นจำนวนมากสำหรับนรกญะฮันนัม เพราะด้วยความรู้ของเรา รู้ว่าพวกเขาจะปฏิบ้ติการงานของชาวนรก พวกเขามีหัวใจ แต่มิได้ใช้มันในการรับรู้ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเขา พวกเขามีดวงตา แต่มิได้ใช้มันในการมองเห็นถึง สัญญานต่างๆของอัลลอฮ์ ทั้งที่มีปรากฎในร่างกายของมนุษย์และขอบฟ้า เพื่อให้พวกเขาได้รับบทเรียนจากสิ่งที่มองเห็น พวกเขามีหูแต่มิได้ใช้มันใน การรับฟังโองการต่างๆ ของอัลลอฮ์และพิจารณาใคร่ครวญสิ่งที่อยู่ในโองการเหล่านั้น พวกที่มีคุณลักษณะดังกล่าวเหมือนกับปศุสัตว์ที่ไม่มีสติ ปัญญา แต่พวกเขาหลงยิ่งกว่าปศุสัตว์เหล่านั้น ทั้งนี้เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่เพิกเฉยในการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก

وَلِلَّهِ ٱلْأَسْمَآءُ ٱلْحُسْنَىٰ فَٱدْعُوهُ بِهَا ۖ وَذَرُوا۟ ٱلَّذِينَ يُلْحِدُونَ فِىٓ أَسْمَـٰٓئِهِۦ ۚ سَيُجْزَوْنَ مَا كَانُوا۟ يَعْمَلُونَ ﴿١٨٠﴾

และสำหรับอัลลอฮฺนั้น (ความบริสุทธิ์จงมีแด่พระองค์) ทรงมีพระนามอันสวยงามที่บ่งบอกถึงความสูงส่งและความสมบูรณ์แบบของพระองค์ พวก เจ้าจงใช้มันในการร้องขอจากอัลลอฮฺซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าปราถนา จงใช้มันในการสรรเสริญพระองค์ และจงปล่อยบรรดาผู้ที่หันห่างจากสัจธรรมในการ ตั้งพระนามของพระองค์ให้กับสิ่งอื่น หรือปฏิเสธมัน หรือบิดเบือนความหมายของมัน หรือทำให้สิ่งอื่นคล้ายกับมัน ในไม่ช้า เราจะตอบแทนผู้ที่หันห่าง จากสัจธรรมทั้งหลายนั้นด้วยการลงโทษอันเจ็บปวดตามสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้

وَمِمَّنْ خَلَقْنَآ أُمَّةٌۭ يَهْدُونَ بِٱلْحَقِّ وَبِهِۦ يَعْدِلُونَ ﴿١٨١﴾

และในบรรดาผู้ที่เราสร้างขึ้นมานั้นจะมีกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่พวกเขานำทางแก่ตัวเองด้วยสัจธรรม และเชิญชวนผู้อื่นให้ยึดมั่นกับมันจนกระทั่งพวกเขา ได้รับการชี้นำ และพวกเขาจะตัดสินกันด้วยความยุติธรรมและพวกเขาจะไม่ละเมิด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَٱلَّذِينَ كَذَّبُوا۟ بِـَٔايَـٰتِنَا سَنَسْتَدْرِجُهُم مِّنْ حَيْثُ لَا يَعْلَمُونَ ﴿١٨٢﴾

และบรรดาผู้ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเราและไม่ศรัทธาต่อมัน แถมยังดื้อไม่ยอมรับมันอีก เราจะเปิดบรรดาประตูแห่งปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา ไม่ใช่เป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา แต่เป็นการหลอกพวกเขาให้คงอยู่กับความหลงผิด หลังจากนั้นพวกเขาจะได้ลิ้มรสการลงโทษของเราช่วงที่พวก เขาเผลอ

وَأُمْلِى لَهُمْ ۚ إِنَّ كَيْدِى مَتِينٌ ﴿١٨٣﴾

และข้าจะยังไม่ลงโทษพวกเขา จนพวกเขาคิดว่า พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ สุดท้ายพวกเขาจะยังคงยืนหยัดอยู่กับการไม่เชื่อและปฏิเสธศรัทธาจนกระทั่ง การลงโทษที่พวกเขาจะได้รับนั้นจะทวีมากขึ้น แท้จริงแผนการของข้านั้นมันแข็งแกร่ง ซึ่งพวกเขาจะเห็นว่าเราทำดีกับพวกเขา แต่ความจริงเรา ต้องการให้พวกเขาตกต่ำ

أَوَلَمْ يَتَفَكَّرُوا۟ ۗ مَا بِصَاحِبِهِم مِّن جِنَّةٍ ۚ إِنْ هُوَ إِلَّا نَذِيرٌۭ مُّبِينٌ ﴿١٨٤﴾

พวกที่ปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์ จะไม่ใคร่ครวญบ้างหรือ ด้วยการใช้สติปัญญาที่พวกเขามีว่า เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ว่า มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น มิได้เป็นบ้า แท้จริงเขาเป็นรอสูลคนหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ส่งมา เพื่อเป็นผู้ตักเตือนอย่างชัดแจ้ง ให้ระวังการ ลงโทษของอัลลอฮ์

أَوَلَمْ يَنظُرُوا۟ فِى مَلَكُوتِ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ وَمَا خَلَقَ ٱللَّهُ مِن شَىْءٍۢ وَأَنْ عَسَىٰٓ أَن يَكُونَ قَدِ ٱقْتَرَبَ أَجَلُهُمْ ۖ فَبِأَىِّ حَدِيثٍۭ بَعْدَهُۥ يُؤْمِنُونَ ﴿١٨٥﴾

พวกเขาไม่ได้พิจารณาถึงอำนาจของอัลลอฮ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ไม่พิจารณาถึงสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย เช่นสัตว์ต่างๆ พืช และอื่นๆและไม่ พิจารณาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตของพวกเขาบ้างหรือ ซึ่งบางทีมันอาจใกล้เข้ามา เพื่อจะได้กลับเนื้อกลับใจก่อนที่มันจะสายเกินไป ดังนั้นหากพวก เขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานและสิ่งที่มีในนั้นจะเป็นสัญญาดีและสัญญาร้ายแล้วจะมีคำภีร์ใด อื่นจากอัลกุรฺอาน ที่พวกเขาจะศรัทธา?!

مَن يُضْلِلِ ٱللَّهُ فَلَا هَادِىَ لَهُۥ ۚ وَيَذَرُهُمْ فِى طُغْيَـٰنِهِمْ يَعْمَهُونَ ﴿١٨٦﴾

ผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงปล่อยให้หักเหจากเส้นทางแห่งสัจธรรมและทรงปล่อยให้หลงจากเส้นทางอันเที่ยงธรรมแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดนำทางให้แก่เขา อัลลอฮฺจะ ทรงปล่อยพวกเขาให้อยู่ในความหลงผิดและการปฏิเสธของพวกเขา พวกเขาจะตกอยู่ในสภาพที่สับสนไม่รู้ว่าทางไหนคือทางนำ

يَسْـَٔلُونَكَ عَنِ ٱلسَّاعَةِ أَيَّانَ مُرْسَىٰهَا ۖ قُلْ إِنَّمَا عِلْمُهَا عِندَ رَبِّى ۖ لَا يُجَلِّيهَا لِوَقْتِهَآ إِلَّا هُوَ ۚ ثَقُلَتْ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۚ لَا تَأْتِيكُمْ إِلَّا بَغْتَةًۭ ۗ يَسْـَٔلُونَكَ كَأَنَّكَ حَفِىٌّ عَنْهَا ۖ قُلْ إِنَّمَا عِلْمُهَا عِندَ ٱللَّهِ وَلَـٰكِنَّ أَكْثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعْلَمُونَ ﴿١٨٧﴾

يعلمون บรรดาผู้ปฏิเสธที่ดื้อรั้นจะถามเจ้าถึงเวลาแห่งการฟื้นคืนชีพว่า "เมื่อไรวันแห่งการฟื้นคืนชีพจะเกิดขึ้น และความรู้ที่เกี่ยวกับมันจะเป็นที่ประจักษ์ อย่างชัดเจน? จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด- "ความรู้ในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ฉันและไม่ได้อยู่ที่คนอื่นใด แต่มันอยู่ที่อัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว ไม่มีผู้ใด สามารถบอกถึงเวลาที่กำหนดของมันได้ นอกจากอัลลอฮฺ มันจะถูกซ่อนเร้นจากผู้ที่อยู่บนฟักฟ้าและบนแผ่นดิน และมันจะไม่มาเยือนพวกเจ้า นอกจากจะมาอย่างกระทันหัน" พวกเขาถามเจ้าถึงวันกิยามะฮ์เหมือนกับว่าเจ้ากระตือรือร้นที่จะรู้เรื่องนี้ และพวกเขาไม่รู้ว่าเจ้าจะไม่ถามถึงเรื่องนี้ เพราะความรู้อันสมุบูรณ์แบบของเจ้าที่มีต่อพระผู้อภิบาลของเจ้า จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด- "แท้จริงความรู้ในเรื่องเวลาฟื้นคืนชีพนั้นอยู่ที่อัลลอฮฺ เพียงพระองค์เดียว แต่ว่ามนุษย์ส่วนมากจะไม่รู้ในเรื่องดังกล่าว" بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

قُل لَّآ أَمْلِكُ لِنَفْسِى نَفْعًۭا وَلَا ضَرًّا إِلَّا مَا شَآءَ ٱللَّهُ ۚ وَلَوْ كُنتُ أَعْلَمُ ٱلْغَيْبَ لَٱسْتَكْثَرْتُ مِنَ ٱلْخَيْرِ وَمَا مَسَّنِىَ ٱلسُّوٓءُ ۚ إِنْ أَنَا۠ إِلَّا نَذِيرٌۭ وَبَشِيرٌۭ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿١٨٨﴾

จงบอกพวกเขาเถิด -โอ้มุหัมมัด- ฉันไม่มีอำนาจใดๆที่จะให้คุณหรือให้โทษแก่ตัวฉันเอง เว้นแต่ที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์เท่านั้น แท้จริงเรื่องดังกล่าวนั้น ขึ้นอยู่กับอัลลอฮ์พระองค์เดียว ฉันไม่สามารถรับรู้เว้นแต่ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบอกฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่รู้ในสิ่งที่เร้นลับ หากฉันรู้แน่นอนฉันก็จะทำสิ่งที่ เป็นสาเหตุของการได้มาซึ่งความดีต่างๆ และยับยั้งตัวเองจากความชั่วร้ายต่างๆ เพราะฉันรู้ทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่มันจะเกิดขึ้นและรู้ถึงผลลัพธ์ของ มัน ฉันไม่ใช่ใคร นอกจากเป็นรอสูลคนหนึ่งที่ถูกส่งมาจากอัลลอฮ์เพื่อแจ้งข่าวร้ายที่เกี่ยวกับการลงโทษที่เจ็บปวดที่สุดและแจ้งข่าวดีที่เกี่ยวกับการ ตอบแทนที่ประเสริฐที่สุดให้แก่กลุ่มที่ศรัทธาว่าฉันคือรอสูลที่มาจากพระองค์และศรัทธาต่อสิ่งที่ฉันได้นำมา

۞ هُوَ ٱلَّذِى خَلَقَكُم مِّن نَّفْسٍۢ وَٰحِدَةٍۢ وَجَعَلَ مِنْهَا زَوْجَهَا لِيَسْكُنَ إِلَيْهَا ۖ فَلَمَّا تَغَشَّىٰهَا حَمَلَتْ حَمْلًا خَفِيفًۭا فَمَرَّتْ بِهِۦ ۖ فَلَمَّآ أَثْقَلَت دَّعَوَا ٱللَّهَ رَبَّهُمَا لَئِنْ ءَاتَيْتَنَا صَـٰلِحًۭا لَّنَكُونَنَّ مِنَ ٱلشَّـٰكِرِينَ ﴿١٨٩﴾

พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเจ้า -โอ้บรรดาบุรุษและบรรดาสตรีทั้งหลาย- จากชีวิตหนึ่ง คือ อาดัม อะลัยฮิสสาลาม และจากอาดัม อะลัยฮิสสาลามพระองค์ ก็ทรงสร้างคู่ครองเขาขึ้นมา คือ เหาวาอ์ ทรงสร้างนางขึ้นมาจากซี่โครงของเขา เพื่อที่เขาจะได้มีชีวิตที่สงบและอบอุ่นใจกับนาง เมื่อสามีได้ร่วมหลับ นอนกับภรรยาของเขาแล้ว นางก็ได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ แบบไม่รู้สึกตัว เพราะนั่นเป็นระยะแรกของการตั้งครรภ์ และนางก็ยังคงอยู่กับการตั้งครรภ์นี้ไป เรื่อยๆ โดยที่นางไม่ได้รู้สึกลำบากเหน็ดเหนื่อยใดๆ ในการทำธุระของนาง เมื่อท้องของนางเริ่มโตขึ้นมาและรู้สึกหนักที่ต้องอุ้มมัน ทั้งสองสามีภรรยา นี้ก็ได้วิงวอนร้องขอว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา หากพระองค์ทรงประทานแก่เรา ซึ่งลูกที่ดีสมบูรณ์แบบ แน่นอนเราจะเป็นบ่าวที่อยู่ในกลุ่มผู้ขอบคุณ ต่อความโปรดปรานของพระองค์"

فَلَمَّآ ءَاتَىٰهُمَا صَـٰلِحًۭا جَعَلَا لَهُۥ شُرَكَآءَ فِيمَآ ءَاتَىٰهُمَا ۚ فَتَعَـٰلَى ٱللَّهُ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿١٩٠﴾

หลังจากที่อัลลอฮ์ได้ทรงตอบรับสิ่งที่เขาทั้งสองขอและทรงประทานแก่เขาทั้งสองซึ่งลูกที่ดีสมบูรณ์แบบตามที่ขอ เขาทั้งสองได้เริ่มตั้งภาคีควบคู่กับ อัลลอฮ์มาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้แก่พวกเขา คือ พวกเขาได้เชื่อมความเป็นบ่าวของลูกเขาทั้งสองกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อัลลอฮ์ และตั้ง ชื่อลูกชายว่า อับดุลหาริษ แล้วอัลลอฮฺนั้นทรงสูงส่งและทรงบริสุทธิ์จากบรรดาภาคีทั้งมวล พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดี่ยวในด้านการเป็นผู้ทรงอภิบาล และการเป็นพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะ أيشركون ما لا يخلق شئا وهم يخلقون

أَيُشْرِكُونَ مَا لَا يَخْلُقُ شَيْـًۭٔا وَهُمْ يُخْلَقُونَ ﴿١٩١﴾

พวกเขาจะให้บรรดาเจว็ดทั้งหลายและสิ่งอื่นๆ เป็นหุ้นส่วนภาคีกับอัลลอฮ์ในการเคารพสักการะกระนั้นหรือ? ทั้งๆ ที่พวกเขารู้ว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้าง สิ่งใดเลยที่จะบ่งบอกได้ว่า สมควรแก่การเคารพสักการะ มินำซ้ำมันยังถูกสร้างขึ้นมาอีก แล้วพวกเขาจะให้สิ่งเหล่านี้เป็นหุ้นส่วนภาคีกับอัลลอฮ์ได้ อย่างไร?!

وَلَا يَسْتَطِيعُونَ لَهُمْ نَصْرًۭا وَلَآ أَنفُسَهُمْ يَنصُرُونَ ﴿١٩٢﴾

และบรรดาเจว็ดเหล่านั้น ไม่สามารถที่จะช่วยบรรดาผู้ที่มาสักการะบูชาพวกมันได้ แม้กระทั่งตัวของพวกมันเองก็ยังไม่สามารถที่จะช่วยได้ แล้วพวก เขายังต้องสักการะบูชาพวกมันอีกได้อย่างไร?!

وَإِن تَدْعُوهُمْ إِلَى ٱلْهُدَىٰ لَا يَتَّبِعُوكُمْ ۚ سَوَآءٌ عَلَيْكُمْ أَدَعَوْتُمُوهُمْ أَمْ أَنتُمْ صَـٰمِتُونَ ﴿١٩٣﴾

โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย หากพวกเจ้าได้วิงวอนขอจากบรรดาเจว็ดที่พวกเจ้าได้บูชามันเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์สู่ทางนำที่ถูกต้อง พวกมันก็จะ ไม่ตอบรับและปฏิบัติตามคำวิงวอนของพวกเจ้าหรอก ดังนั้น ไม่ว่าพวกเจ้าจะขอพรจากพวกมันหรือนิ่งเฉยก็ตาม มันก็มีผลเท่ากัน เพราะพวกมัน เป็นแค่วัตถุที่ไม่มีชีวิต ไม่มีปัญญาไว้คิด ไม่ได้ยินและไม่พูด بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

إِنَّ ٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ عِبَادٌ أَمْثَالُكُمْ ۖ فَٱدْعُوهُمْ فَلْيَسْتَجِيبُوا۟ لَكُمْ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ ﴿١٩٤﴾

โอ้บรรดผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย แท้จริงบรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้สักการะบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้นพวกมันเป็นสิ่งถูกสร้างและเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์เยี่ยง พวกเจ้าเช่นกัน มินำซ้ำสถานะของพวกเจ้าดีกว่าพวกมันอีก เพราะพวกเจ้ามีชีวิตสามารถพูดได้ เดินได้ สามารถได้ยินและมองเห็นได้ แต่บรรดาเจว็ด ของพวกเจ้าไม่ใช่แบบนั้น ดังนั้นพวกเจ้าจงวิงวอนขอจากพวกมันเถิด แล้วให้พวกมันตอบรับสิ่งที่พวกเจ้าขอด้วย หากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริงในสิ่ง ที่พวกเจ้าอ้างให้กับพวกมัน

أَلَهُمْ أَرْجُلٌۭ يَمْشُونَ بِهَآ ۖ أَمْ لَهُمْ أَيْدٍۢ يَبْطِشُونَ بِهَآ ۖ أَمْ لَهُمْ أَعْيُنٌۭ يُبْصِرُونَ بِهَآ ۖ أَمْ لَهُمْ ءَاذَانٌۭ يَسْمَعُونَ بِهَا ۗ قُلِ ٱدْعُوا۟ شُرَكَآءَكُمْ ثُمَّ كِيدُونِ فَلَا تُنظِرُونِ ﴿١٩٥﴾

บรรดาเจว็ดที่พวกเจ้าได้บูชามันเป็นพระเจ้านั้น พวกมันมีเท้าไว้เดินไปหาสิ่งที่พวกเจ้าต้องการไหม? พวกมันมีมือไว้ปกป้องพวกเจ้าไหม? พวกมันมี ตาที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ถูกซ่อนเร้นแล้วมาแจ้งให้พวกเจ้ารับทราบไหม? พวกมันมีหูที่สามารถรับฟังสิ่งที่พวกเจ้าไม่สามารถได้ยินมันได้แล้วมาแจ้ง ให้พวกเจ้ารับฟังไหม? ดังนั้น หากพวกมันไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด แล้วพวกเจ้ายังต้องสักการะบูชาพวกมันโดยหวังว่าพวกมันจะนำ ประโยชน์และกำจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากพวกเจ้าได้อย่างไรอีก? จงกล่าวเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านี้ "พวกเจ้าจงวิงวอนขอต่อ ภาคีที่พวกเจ้าได้ตั้งขึ้นมาเทียบเท่ากับอัลลอฮฺ แล้วจงวางแผนทำลายฉัน และไม่ต้องมาผ่อนปรนให้แก่ฉัน"

إِنَّ وَلِـِّۧىَ ٱللَّهُ ٱلَّذِى نَزَّلَ ٱلْكِتَـٰبَ ۖ وَهُوَ يَتَوَلَّى ٱلصَّـٰلِحِينَ ﴿١٩٦﴾

แท้จริงผู้ช่วยเหลือของฉัน คือ อัลลอฮ์ผู้ทรงคุ้มครองฉัน ดังนั้น ฉันจะไม่อ้อนวอนจากใครอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์ และจะไม่กลัวสิ่งอื่นใดจาก บรรดาเจว็ดของพวกท่าน พระองค์ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรฺอานให้แก่ฉัน เพื่อเป็นทางนำแก่มวลมนุษย์และทรงคุ้มครองบรรดาบ่าวของพระองค์ที่มี คุณธรรมความดี ดังนั้น พระองค์จะทรงคุ้มครองและช่วยเหลือพวกเขา

وَٱلَّذِينَ تَدْعُونَ مِن دُونِهِۦ لَا يَسْتَطِيعُونَ نَصْرَكُمْ وَلَآ أَنفُسَهُمْ يَنصُرُونَ ﴿١٩٧﴾

โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย บรรดาผู้ที่พวกเจ้าวิงวอนจากบรรดาเจว็ดทั้งหลาย แท้จริงพวกมันไม่สามารถจะช่วยเหลือพวกเจ้าได้ และไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือแม้กระทั่งตัวของพวกมันเองด้วย พวกมันไร้ความสามารถ แล้วเหตุไฉนเล่าพวกเจ้าจึงวิงวอนขอจากพวกมันนอกเหนือจากอัลลอฮ์?!

وَإِن تَدْعُوهُمْ إِلَى ٱلْهُدَىٰ لَا يَسْمَعُوا۟ ۖ وَتَرَىٰهُمْ يَنظُرُونَ إِلَيْكَ وَهُمْ لَا يُبْصِرُونَ ﴿١٩٨﴾

โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย หากพวกเจ้าได้วิงวอนต่อบรรดาเจว็ดที่พวกเจ้าสักการะบูชาอื่นจากอัลลอฮฺสู่เส้นทางที่ถูกต้อง พวกมันจะไม่ได้ยินคำ วิงวอนของพวกเจ้า และเจ้าจะเห็นพวกมันกำลังมองเจ้าด้วยตาที่จำลอง ที่จริงแล้ว มันก็เป็นแค่วัตถุที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ จะเห็นได้ว่า พวกเขา ได้สร้างบรรดาเจว็ดของพวกเขาในรูปภาพลูกหลานอาดัมหรือสัตว์ต่างๆ ที่มีมือ เท้าและตา แต่มันก็เป็นวัตถุอยู่ดี ไม่มีชีวิต และไม่สามารถเคลื่องไหว ได้

خُذِ ٱلْعَفْوَ وَأْمُرْ بِٱلْعُرْفِ وَأَعْرِضْ عَنِ ٱلْجَـٰهِلِينَ ﴿١٩٩﴾

เจ้าจงตอบรับ -โอ้รอสูลเอ๋ย- ซึ่งผู้คนด้วยสิ่งที่พวกเขายอมรับได้ และในสิ่งที่มันง่ายดายแก่พวกเขาในเรื่องการงานและมารยาทต่างๆ และจงอย่า บังคับให้ทำในสิ่งที่นิสัยของพวกเขารับไม่ได้ เพราะนั่นเป็นการกระทำให้พวกเขาหนี จงกำชับพวกเขาด้วยคำพูดที่สวยงามและด้วยมารยาทที่ดี จง หลีกเลี่ยงการถกเถียงที่ไร้ประโยชน์กับผู้โฉดเขลาทั้งหลายเถิด อย่าไปเผชิญกับพวกเขาด้วยความโฉดเขลาของพวกเขา ดังนั้นผู้ที่เคยทำร้ายเจ้า ก็ อย่าไปทำร้ายเขา และผู้ที่เคยลิดรอนสิทธิของเจ้า ก็อย่าไปลิดรอนสิทธิของเขา بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَإِمَّا يَنزَغَنَّكَ مِنَ ٱلشَّيْطَـٰنِ نَزْغٌۭ فَٱسْتَعِذْ بِٱللَّهِ ۚ إِنَّهُۥ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ﴿٢٠٠﴾

๒๐๐ โอ้รอสูลเอ๋ย เมื่อเจ้ารู้สึกว่า ชัยฏอน (มารร้าย) กำลังจะทำให้เจ้ารู้สึกไขว้เขวหรือท้อแท้ในการทำความดี เจ้าจงพึ่งพาและปักหลักกับอัลลอฮ์ เพราะ พระองค์ทรงได้ยินในสิ่งที่เจ้าพูด ทรงรับรู้เหตุผลที่เจ้าต้องพึ่งพาพระองค์ แล้วพระองค์ก็จะทรงปกป้องเจ้าจากชัยฏอน

إِنَّ ٱلَّذِينَ ٱتَّقَوْا۟ إِذَا مَسَّهُمْ طَـٰٓئِفٌۭ مِّنَ ٱلشَّيْطَـٰنِ تَذَكَّرُوا۟ فَإِذَا هُم مُّبْصِرُونَ ﴿٢٠١﴾

แท้จริงแล้ว บรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ด้วยการปฏิบัติคำสั่งใช้และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์นั้น หากพวกเขาประสบกับการไขว้เขวจาก แผนการของชัยฎอนแล้วลงมือทำบาป พวกเขาจะนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ นึกถึงการลงโทษของพระองค์แก่บรรดาผู้กระทำความชั่วร้าย และ นึกถึงการตอบแทนทีดีที่พระองค์จะทรงมอบแก่บรรดาผู้จงรักภักดีทันที แล้วจะทำให้พวกเขากลับเนื้อกลับใจจากบาปที่พวกเขากระทำและกลับไป ยังพระผู้อภิบาลของพวกเขา แล้วท้ายสุด พวกเขาจะยืนยัดอยู่บนเส้นทางแห่งสัจธรรม จะรู้สึกผิดจากสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำ และจะไม่มีวันหันกลับไป หามันอีก

وَإِخْوَٰنُهُمْ يَمُدُّونَهُمْ فِى ٱلْغَىِّ ثُمَّ لَا يُقْصِرُونَ ﴿٢٠٢﴾

และบรรดาพี่น้องของชัยฏอนจากบรรดาผู้กระทำความชั่วและผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายจะถูกบรรดาชัยฏอนดึงพวกเขาไปสู่ความหลงผิดด้วยการกระ ทำบาปครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดยั้ง บรรดาชัยฏอนเองก็ไม่หยุดที่จะทำให้ผู้คนอยู่ในความหลงผิด และบรรดาผู้กระทำความชั่วก็เช่นกันไม่หยุดจากการ ถูกจูงให้กระทำความชั่ว

وَإِذَا لَمْ تَأْتِهِم بِـَٔايَةٍۢ قَالُوا۟ لَوْلَا ٱجْتَبَيْتَهَا ۚ قُلْ إِنَّمَآ أَتَّبِعُ مَا يُوحَىٰٓ إِلَىَّ مِن رَّبِّى ۚ هَـٰذَا بَصَآئِرُ مِن رَّبِّكُمْ وَهُدًۭى وَرَحْمَةٌۭ لِّقَوْمٍۢ يُؤْمِنُونَ ﴿٢٠٣﴾

ورحمة لقوم يؤمنون โอ้รอสูลเอ๋ย เมื่อเจ้าได้แสดงสัญญาณ (ปาฏิหาริย์) ให้พวกเขาได้เห็น พวกเขาจะปฏิเสธเจ้าและไม่สนใจมัน และเมื่อเจ้าไม่แสดงสัญญาณให้พวกเขา เห็น พวกเขาก็กล่าวว่า "ทำไมเจ้าจึงไม่คิดค้นสัญญาณและอุปโลกน์มันขึ้นมา โอ้รอสูลเอ๋ย เจ้าจงตอบพวกเขาเถิดว่า "ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงสัญญาณ ด้วยตัวของฉันเองได้ และฉันจะไม่ปฏิบัติตามอะไรทั้งสิ้นเว้นแต่ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้แก่ฉันเท่านั้น และนี่คืออัลกรฺอานที่ฉันกำลังอ่านให้พวก เจ้าฟังอยู่ มันคือข้อพิสูจน์และหลักฐานจากอัลลอฮ์พระองค์ผู้ที่สร้างพวกเจ้าและทรงเป็นผู้บริหารจัดการกิจการต่างๆพวกเจ้า และอัลกุรฺอานนี้มันยัง เป็นคำแนะนำและความเมตตาต่อบรรดาผู้ศรัทธาจากบรรดาบ่าวของพระองค์ ส่วนบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธา พวกเขาเป็นผู้หลงผิดมีความทุกข์"

وَإِذَا قُرِئَ ٱلْقُرْءَانُ فَٱسْتَمِعُوا۟ لَهُۥ وَأَنصِتُوا۟ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ ﴿٢٠٤﴾

และเมื่ออัลกุรอานได้ถูกอ่าน พวกเจ้าจงฟังมันเถิด อย่าได้พูดคุยและอย่ามัวยุ่งกับสิ่งอื่นใด หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงเมตตาพวกท่าน

وَٱذْكُر رَّبَّكَ فِى نَفْسِكَ تَضَرُّعًۭا وَخِيفَةًۭ وَدُونَ ٱلْجَهْرِ مِنَ ٱلْقَوْلِ بِٱلْغُدُوِّ وَٱلْـَٔاصَالِ وَلَا تَكُن مِّنَ ٱلْغَـٰفِلِينَ ﴿٢٠٥﴾

จงรำลึกเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- ถึงอัลลอฮ์ผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเจ้าด้วยความนอบน้อมและยำเกรง และจงทำให้การขอพรของเจ้าอยู่ระดับปาน กลาง ไม่ส่งเสียงดังเกินไปและไม่เบาเกินไป ทั้งในยามเช้าตรู่และยามเย็น เพราะความประเสริฐของทั้งสองช่วงเวลานี้ และเจ้าจงอย่าเป็นผู้หนึ่งใน บรรดาผู้เฉยเมยต่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์ (ผู้ทรงสูงส่ง)

إِنَّ ٱلَّذِينَ عِندَ رَبِّكَ لَا يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِهِۦ وَيُسَبِّحُونَهُۥ وَلَهُۥ يَسْجُدُونَ ۩ ﴿٢٠٦﴾

โอ้รอสูลเอ๋ย แท้จริงบรรดามลาอิกะฮ์ที่อยู่ ณ พระผู้อภิบาลของเจ้า พวกเขามิได้โอหังต่อการเคารพสักการะพระองค์ (ความบริสุทธิ์จงมีแด่พระองค์) แต่พวกเขายอมจำนนต่อการเคารพสักการะพระองค์ด้วยความนอบน้อมไม่เหน็ดเหนื่อย พวกเขากล่าวสดุดีให้ความบริสุทธิ์แก่พระองค์จากสิ่งที่ไม่ เหมาะสมทั้งหลาย ทั้งในยามค่ำคืนและกลางวัน และแด่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่พวกเขาก้มกราบ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-A'raaf — الأعراف

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา