หน้าแรกตัฟซีรAl-Hashr (59)

ตัฟซีร Al-Hashr (59) — الحشر

มะดะนียะฮ์ · 24 อายะฮ์

อ่าน · ฟังไฟล์ PDF

سَبَّحَ لِلَّهِ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ ۖ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿١﴾

ความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺและบริสุทธิ์จากสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับพระองค์ในทุกๆสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและบนพื้นดิน และพระองค์เป็นผู้ทรงทรง อำนาจไม่มีใครเอาชนะได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง บทบัญญัติ และความสามารถของพระองค์

هُوَ ٱلَّذِىٓ أَخْرَجَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِنْ أَهْلِ ٱلْكِتَـٰبِ مِن دِيَـٰرِهِمْ لِأَوَّلِ ٱلْحَشْرِ ۚ مَا ظَنَنتُمْ أَن يَخْرُجُوا۟ ۖ وَظَنُّوٓا۟ أَنَّهُم مَّانِعَتُهُمْ حُصُونُهُم مِّنَ ٱللَّهِ فَأَتَىٰهُمُ ٱللَّهُ مِنْ حَيْثُ لَمْ يَحْتَسِبُوا۟ ۖ وَقَذَفَ فِى قُلُوبِهِمُ ٱلرُّعْبَ ۚ يُخْرِبُونَ بُيُوتَهُم بِأَيْدِيهِمْ وَأَيْدِى ٱلْمُؤْمِنِينَ فَٱعْتَبِرُوا۟ يَـٰٓأُو۟لِى ٱلْأَبْصَـٰرِ ﴿٢﴾

ه พระองค์เป็นผู้ทรงให้ลูกหลานของอันนะฎิร ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และปฏิเสธศรัทธาต่อเราะซูลของพระองค์(มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะ สัลลัม) ออกจากบ้านเรือนของพวกเขาในนครมะดีนะฮฺ เป็นครั้งแรกของการออกไปจากนครมะดีนะฮฺไปยังเมืองชาม พวกเขาเป็นพวกยะฮูด เจ้าของ คัมภีร์อัตเตารอด หลังจากการเพิกถอนพันธสัญญาและอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ตั้งภาคี ก็ได้ไล่พวกเขาออกไปยังแผ่นดินชาม โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ยพวก เจ้ามิได้คาดคิดกันเลยว่า พวกเขาจะออกไปจากบ้านเรือนของพวกเขาในขณะที่พวกเขามีอำนาจและเข้มแข็ง และพวกเขาคิดว่า แท้จริงป้อมปราการ ของพวกเขาที่พวกเขาสร้างมานั้นสามารถป้องกันพวกเขาให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้ แต่การลงโทษของอัลลอฮฺได้มีมายังพวกเขาโดย มิได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมา เมื่ออัลลอฮฺทรงบัญชาให้เราะซูลของพระองค์ต่อสู้กับพวกเขาและไล่พวกเขาออกจากบ้านเรือนของพวกเขา และ พระองค์ทรงทำให้ความหวาดกลัวอันรุนแรงเกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขา โดยพวกเขาได้ทำลายบ้านเรือนของพวกเขาด้วยน้ำมือของพวกเขาเองจาก ภายใน เผื่อจะเกิดประโยชน์แก่บรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ศรัทธาได้ทำลายจากภายนอก ดังนั้นพวกเจ้าจงยึดถือเป็นบทเรียนเถิด โอ้ผู้มีสติปัญญา ทั้งหลายเอ๋ย ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเพราะการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา ฉะนั้นแล้วพวกเจ้าจงอย่าเป็นเสมือนพวกเขา แล้วจะได้รับผลตอบแทน บทลงโทษของพวกเขาที่ได้ลงโทษไว้

وَلَوْلَآ أَن كَتَبَ ٱللَّهُ عَلَيْهِمُ ٱلْجَلَآءَ لَعَذَّبَهُمْ فِى ٱلدُّنْيَا ۖ وَلَهُمْ فِى ٱلْـَٔاخِرَةِ عَذَابُ ٱلنَّارِ ﴿٣﴾

และหากมิใช่เพราะอัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดการเนรเทศแก่พวกเขาแล้ว แน่นอนพระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาในโลกนี้ด้วยการฆาตกรรมและการถูก จองจำ เหมือนที่ได้กระทำกับพี่น้องของพวกเขา (ลูกหลานกุรอยเซาะฮ์) และสำหรับพวกเขาในปรโลกนั้นก็คือการลงโทษด้วยนรก ที่กำลังรอพวกเขา อยู่และพำนักอยู่ในนรกนั้นตลอดกาล

ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ شَآقُّوا۟ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ ۖ وَمَن يُشَآقِّ ٱللَّهَ فَإِنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلْعِقَابِ ﴿٤﴾

สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขานั้นเป็นเพราะว่าพวกเขาต่อต้านอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและละเมิดพันธสัญญาของพวกเขา และ ผู้ใดต่อต้านอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ แล้วเขาจะได้รับการลงโทษของพระองค์อันสาหัส

مَا قَطَعْتُم مِّن لِّينَةٍ أَوْ تَرَكْتُمُوهَا قَآئِمَةً عَلَىٰٓ أُصُولِهَا فَبِإِذْنِ ٱللَّهِ وَلِيُخْزِىَ ٱلْفَـٰسِقِينَ ﴿٥﴾

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย การที่พวกเจ้าโค่นต้นอินทผลัมเพื่อกระตุ้นศัตรูของอัลลอฮฺในสมรภูมิ ลูกหลานนะฎิร หรือปล่อยให้มันยืนไว้บนต้นของมัน เพื่อใช้ประโยชน์จากมันนั้น เนื่องด้วยคำบัญชาของอัลลอฮฺ ไม่ใช่การทำลายล้างบนพื้นแผ่นดินอย่างที่พวกเขาได้อ้างไว้ และเพื่อพระองค์จะทำให้ บรรดาผู้ที่ออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺได้รับอัปยศ เช่นพวกยะฮูดที่เพิกถอนพันธสัญญา และเลือกเส้นทางของการทรยศต่อเส้นทางแห่งความสำเร็จ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

وَمَآ أَفَآءَ ٱللَّهُ عَلَىٰ رَسُولِهِۦ مِنْهُمْ فَمَآ أَوْجَفْتُمْ عَلَيْهِ مِنْ خَيْلٍۢ وَلَا رِكَابٍۢ وَلَـٰكِنَّ ٱللَّهَ يُسَلِّطُ رُسُلَهُۥ عَلَىٰ مَن يَشَآءُ ۚ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَىْءٍۢ قَدِيرٌۭ ﴿٦﴾

ى และสิ่งที่อัลลอฮฺทรงให้เราะซูลของพระองค์ที่ยึดมาได้จากพวกเขา(พวกยะฮูด)ซึ่งทรัพย์สมบัติของบะนี อัน-นะฏีร เหตุใดพวกเจ้าจึงรีบร้อนที่จะไปขอ มัน ทั้งๆที่พวกเจ้ามิได้เหน็ดเหนื่อยด้วยการขี่ม้าหรือขี่อูฐออกไปและมิได้เกิดความยากลำบาทใดๆแก่พวกเจ้า แต่อัลลอฮฺทรงให้บรรดาเราะซูลของ พระองค์มีอำนาจเหนือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และโดยแน่นอนเราะสูลของพระองค์ได้มีอำนาจเหนือบะนี อัน-นะฏีร แล้วได้เปิดเมืองของพวกเขาโดย ไร้ซึ่งการฆ่า และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์ล้มเหลวได้

مَّآ أَفَآءَ ٱللَّهُ عَلَىٰ رَسُولِهِۦ مِنْ أَهْلِ ٱلْقُرَىٰ فَلِلَّهِ وَلِلرَّسُولِ وَلِذِى ٱلْقُرْبَىٰ وَٱلْيَتَـٰمَىٰ وَٱلْمَسَـٰكِينِ وَٱبْنِ ٱلسَّبِيلِ كَىْ لَا يَكُونَ دُولَةًۢ بَيْنَ ٱلْأَغْنِيَآءِ مِنكُمْ ۚ وَمَآ ءَاتَىٰكُمُ ٱلرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَىٰكُمْ عَنْهُ فَٱنتَهُوا۟ ۚ وَٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ ۖ إِنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلْعِقَابِ ﴿٧﴾

ه สิ่งที่อัลลอฮฺทรงโปรดปรานให้เราะซูลของพระองค์ซึ่งทรัพย์สินที่ยึดมาได้จากชาวเมืองโดยไม่ได้เข่นฆ่า สิ่งนั้นย่อมเป็นสิทธิของอัลลอฮฺที่จะให้แก่ผู้ที่ พระองค์ทรงประสงค์ และเราะซูลนั้นเป็นผู้ครอบครอง และญาติสนิทของเขา จากบะนีฮาชิม และบะนีมุฏฏอลิบ เพื่อชดเชยให้กับพวกเขาที่พวกเขาถูก ห้ามไม่ให้รับสิ่งบริจาค และเด็กกำพร้า และผู้ขัดสน และผู้เดินทางที่หมดเสบียงแล้ว เพื่อมันจะมิได้หมุนเวียนอยู่ในระหว่างผู้มั่งมีที่ไม่ใช่ผู้ขัดสน โอ้ผู้ ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย และทรัพย์สินใดที่เราะซูลได้นำมายังพวกเจ้าก็จงยึดเอาไว้ และอันใดที่ท่านได้ห้ามพวกเจ้าก็จงละเว้นเสีย พวกเจ้าจงยำเกรง อัลลอฮฺเถิดด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ จงพึง ระวังบทลงโทษของพระองค์เถิด

لِلْفُقَرَآءِ ٱلْمُهَـٰجِرِينَ ٱلَّذِينَ أُخْرِجُوا۟ مِن دِيَـٰرِهِمْ وَأَمْوَٰلِهِمْ يَبْتَغُونَ فَضْلًۭا مِّنَ ٱللَّهِ وَرِضْوَٰنًۭا وَيَنصُرُونَ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥٓ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلصَّـٰدِقُونَ ﴿٨﴾

ส่วนหนึ่งของทรัพย์สมบัติที่ยึดมาได้จากพวกยะฮูดนั้นจะถูกใช้สำหรับผู้ขัดสนที่อพยพในหนทางของอัลลอฮฺที่จำเป็นต้องทอดทิ้งทรัพย์สินของพวก เขาและลูกหลานของพวกเขา เพื่อหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่พวกเขา ด้วยปัจจัยยังชีพในดุนยาและความยินดีในอาคิเราะฮฺ และช่วยเหลือ อัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ด้วยการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ ผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว พวกเขาคือผู้ที่มั่นคงในความศรัทธาที่สัจจริง

وَٱلَّذِينَ تَبَوَّءُو ٱلدَّارَ وَٱلْإِيمَـٰنَ مِن قَبْلِهِمْ يُحِبُّونَ مَنْ هَاجَرَ إِلَيْهِمْ وَلَا يَجِدُونَ فِى صُدُورِهِمْ حَاجَةًۭ مِّمَّآ أُوتُوا۟ وَيُؤْثِرُونَ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمْ وَلَوْ كَانَ بِهِمْ خَصَاصَةٌۭ ۚ وَمَن يُوقَ شُحَّ نَفْسِهِۦ فَأُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْمُفْلِحُونَ ﴿٩﴾

และชาวอันศอรผู้ที่ได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นครมะดีนะฮฺก่อนชาวมุฮาญิรีน และพวกเขาเลือกศรัทธาในอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ พวกเขารักใคร่ผู้ที่ อพยพจากมักกะฮฺมายังพวกเขา และจะไม่พบความต้องการหรือความอิจฉาผู้อพยพในหนทางของอัลลอฮฺอยู่ในทรวงอกของพวกเขา เมื่อไม่ได้ให้สิ่ง ใดสิ่งหนึ่งจากส่วนแบ่งของทรัพย์สินโดยไม่ได้ให้พวกเขา และให้สิทธิแก่ชาวมุฮาญิรีนก่อนตัวของพวกเขาเองในส่วนแบ่ง ถึงแม้ว่าพวกเขามีความ ขัดสน หรือมีความต้องการอยู่มากก็ตาม และผู้ใดที่ยำเกรงอัลลอฮฺ กระตือรือร้นตัวของเขาในทรัพย์สิน และใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮฺ ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จด้วยสิ่งที่พวกเขาต้องการและรอดพ้นในสิ่งที่พวกเขาข่มขวัญل

وَٱلَّذِينَ جَآءُو مِنۢ بَعْدِهِمْ يَقُولُونَ رَبَّنَا ٱغْفِرْ لَنَا وَلِإِخْوَٰنِنَا ٱلَّذِينَ سَبَقُونَا بِٱلْإِيمَـٰنِ وَلَا تَجْعَلْ فِى قُلُوبِنَا غِلًّۭا لِّلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ رَبَّنَآ إِنَّكَ رَءُوفٌۭ رَّحِيمٌ ﴿١٠﴾

และบรรดาผู้ที่มาหลังจากพวกเขา และปฏิบัติตามพวกเขาด้วยความดีจงถึงวันกิยามะฮฺ พวกเขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเราทรงโปรดอภัยให้แก่เรา และพี่น้องร่วมศาสนาของเราผู้ซึ่งได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ก่อนหน้าเรา และขอพระองค์อย่าได้ให้มีความเกลียดชังในคนๆหนึ่งเกิด ขึ้นในหัวใจของเราต่อบรรดาผู้ศรัทธา ข้าแต่พระเจ้าของเรา แท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงเอ็นดูบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงเมตตาพวกเขาเสมอ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

۞ أَلَمْ تَرَ إِلَى ٱلَّذِينَ نَافَقُوا۟ يَقُولُونَ لِإِخْوَٰنِهِمُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوا۟ مِنْ أَهْلِ ٱلْكِتَـٰبِ لَئِنْ أُخْرِجْتُمْ لَنَخْرُجَنَّ مَعَكُمْ وَلَا نُطِيعُ فِيكُمْ أَحَدًا أَبَدًۭا وَإِن قُوتِلْتُمْ لَنَنصُرَنَّكُمْ وَٱللَّهُ يَشْهَدُ إِنَّهُمْ لَكَـٰذِبُونَ ﴿١١﴾

โอ้เราะซูลเอ๋ย เจ้ามิเห็นดอกหรือว่า บรรดาผู้ที่ซ่อนการปฏิเสธศรัทธาและแสดงตนเป็นผู้ศรัทธา พวกเขากล่าวแก่พี่น้องของพวกเขาที่ปฏิเสธศรัทธา ในหมู่ยะฮูดที่ปฏิบัติตาม คัมภีร์อัตเตารอต ที่ถูกแก้ไขสับเปลี่ยนแล้วว่า จงอยู่ในบ้านของพวกท่าน เราจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังและเราจะไม่มอบตัว พวกท่าน หากพวกท่านถูกมุสลิมีนไล่ออกจากบ้านของพวกท่าน แน่นอน เราก็จะออกไปพร้อมกับพวกท่านด้วยและเราจะไม่เชื่อฟังปฏิบัติตามผู้ใดที่ ต้องการห้ามเราไม่ให้ออกไปพร้อมพวกท่านเป็นอันขาด และหากพวกท่านถูกโจมตีแน่นอนเราจะช่วยเหลือพวกท่าน และอัลลอฮฺทรงเป็นพยานว่า แท้จริงบรรดาผู้กลับกลอกนั้นพวกเขาเป็นผู้กล่าวเท็จที่อ้างว่าพวกเขาจะออกพร้อมยะฮูดเมื่อพวกเขาถูกไล่ออก และจะต่อสู้พร้อมพวกเขาเมื่อพวก เขาถูกโจมตี

لَئِنْ أُخْرِجُوا۟ لَا يَخْرُجُونَ مَعَهُمْ وَلَئِن قُوتِلُوا۟ لَا يَنصُرُونَهُمْ وَلَئِن نَّصَرُوهُمْ لَيُوَلُّنَّ ٱلْأَدْبَـٰرَ ثُمَّ لَا يُنصَرُونَ ﴿١٢﴾

หากยะฮูดถูกมุสลิมีนขับไล่ออกไป บรรดาผู้กลับกลอกเหล่านั้นก็จะไม่ออกไปพร้อมกับพวกเขา และถ้าพวกเขาถูกโจมตี บรรดาผู้กลับกลอกก็จะไม่ สนันสนุนและช่วยเหลือพวกเขาและหากบรรดาผู้กลับกลอกสนับสนุนหรือช่วยเหลือพวกเขาจากมุสลิมีน แน่นอนบรรดาผู้กลับกลอกก็จะหลบหนีออก ไปจากพวกเขา แล้วจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากบรรดาผู้กลับกลอกอีกหลังจากนั้นแต่อัลลอฮฺจะทรงให้ความอัปยศอดสูแก่พวกเขา

لَأَنتُمْ أَشَدُّ رَهْبَةًۭ فِى صُدُورِهِم مِّنَ ٱللَّهِ ۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ قَوْمٌۭ لَّا يَفْقَهُونَ ﴿١٣﴾

โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย แน่นอน พวกเจ้านั้นเป็นที่หวาดเกรงในหัวใจของบรรดาผู้กลับกลอกและยะฮูด ยิ่งกว่าที่พวกเขามีต่ออัลลอฮฺ สิ่งที่ได้เอ๋ยถึง นั้นคือการหวาดเกรงของพวกเขาต่อพวกเจ้า และการหวาดเกรงของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮฺนั้นน้อยลง ทั้งนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ไม่เข้าใจ หากพวกเขาเข้าใจพวกเขาก็จะรู้ว่าอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พวกเขาต้องกลัวและหวาดเกรงยิ่งกว่า เพราะพระองค์ คือ ผู้ทรงประทานอำนาจแก่พวกเจ้าให้มี เหนือพวกเขา

لَا يُقَـٰتِلُونَكُمْ جَمِيعًا إِلَّا فِى قُرًۭى مُّحَصَّنَةٍ أَوْ مِن وَرَآءِ جُدُرٍۭ ۚ بَأْسُهُم بَيْنَهُمْ شَدِيدٌۭ ۚ تَحْسَبُهُمْ جَمِيعًۭا وَقُلُوبُهُمْ شَتَّىٰ ۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمْ قَوْمٌۭ لَّا يَعْقِلُونَ ﴿١٤﴾

ذلك بأنهم قوم لا يعقلون โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย ยะฮูดพวกเขาทั้งหมดจะไม่ต่อสู้กับพวกเจ้า เว้นแต่ในเมืองที่มีป้อมปราการ หรือจากเบื้องหลังของกำแพง พวกเขาไม่ สามารถเผชิญกับพวกเจ้าได้เพราะความขี้ขลาดของพวกเขา การเป็นศัตรูระหว่างพวกเขากันเองนั้นรุนแรงยิ่งนัก เจ้าเข้าใจว่าพวกเขาเป็นหนึ่งเดียว และรวมกันเป็นแถวเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว จิตใจของพวกเขาแตกแยกและแตกต่างกัน ความแตกต่างระหว่างพวกเขานั้น เพราะว่าพวกเขาเป็น หมู่ชนที่ไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ หากพวกเขาใช้สติปัญญาใคร่ครวญพวกเขาก็รู้ความเป็นจริงและปฏิบัติตาม และจะไม่แตกแยกกัน

كَمَثَلِ ٱلَّذِينَ مِن قَبْلِهِمْ قَرِيبًۭا ۖ ذَاقُوا۟ وَبَالَ أَمْرِهِمْ وَلَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌۭ ﴿١٥﴾

อุปมาสภาพของบรรดายะฮูดเหล่านั้นในการปฏิเสธของพวกเขาและบทลงโทษของพวกเขา เช่นเดียวกันกับผู้คนก่อนหน้าพวกเขาที่เป็นมุชริกมักกะฮฺ ในช่วงเวลาอันใกล้ ซึ่งพวกเขาได้ลิ้มรสผลร้ายจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา โดยที่บางคนในหมู่พวกเขาได้ถูกฆ่า และบางคนได้ถูกจับเป็นเชลย ในสมรภูมิบะดัร และสำหรับพวกเขาในอาคิเราะฮฺจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด

كَمَثَلِ ٱلشَّيْطَـٰنِ إِذْ قَالَ لِلْإِنسَـٰنِ ٱكْفُرْ فَلَمَّا كَفَرَ قَالَ إِنِّى بَرِىٓءٌۭ مِّنكَ إِنِّىٓ أَخَافُ ٱللَّهَ رَبَّ ٱلْعَـٰلَمِينَ ﴿١٦﴾

ประหนึ่งพวกเขาในการฟังของพวกเขาจากบรรดาผู้กลับกลอกเช่นเดียวกันชัยฏอนเมื่อมันหลอกล่อให้มนุษย์ปฏิเสธศรัทธา ครั้นเมื่อเขาได้ปฏิเสธ ศรัทธาเพราะการหลอกล่อของมันแล้ว มันจะกล่าวว่า แท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากท่านในสิ่งที่ท่านปฏิเสธศรัทธา แท้จริงฉันกลัวอัลลอฮฺ พระเจ้า แห่งการสร้าง بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

فَكَانَ عَـٰقِبَتَهُمَآ أَنَّهُمَا فِى ٱلنَّارِ خَـٰلِدَيْنِ فِيهَا ۚ وَذَٰلِكَ جَزَٰٓؤُا۟ ٱلظَّـٰلِمِينَ ﴿١٧﴾

ดังนั้นจุดจบคำสั่งของซัยฏอนและผู้ที่ปฏิบัติตามมัน พวกเขาทั้งสอง(คือ ชัยฏอนผู้ที่ถูกเชื่อฟัง และมนุษย์ผู้เชื่อฟัง)ในวันกิยามะฮฺจะอยู่ในนรกเป็นผู้ พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และนั่นคือผลตอบแทนที่กำลังรอพวกเขาทั้งสอง คือผลตอบแทนของบรรดาผู้อธรรม เพราะพวกเขาละเมิดขอบเขตขอ งอัลลอฮฺ

يَـٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ ٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ وَلْتَنظُرْ نَفْسٌۭ مَّا قَدَّمَتْ لِغَدٍۢ ۖ وَٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ ۚ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرٌۢ بِمَا تَعْمَلُونَ ﴿١٨﴾

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และปฏิบัติตามที่พระองค์ทรงบัญญัติแก่พวกเขาเอ๋ย พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของ พระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์เถิด และทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนได้เตรียมไว้ซึ่งการงานที่ดีสำหรับวันกิยามะฮฺ และจงยำเก รงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีการงานใดของพวกเจ้าถูกซ่อนเร้น ณ ที่อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺจะตอบแทนในสิ่ง ที่พวกเจ้ากระทำ

وَلَا تَكُونُوا۟ كَٱلَّذِينَ نَسُوا۟ ٱللَّهَ فَأَنسَىٰهُمْ أَنفُسَهُمْ ۚ أُو۟لَـٰٓئِكَ هُمُ ٱلْفَـٰسِقُونَ ﴿١٩﴾

และพวกเจ้าอย่าได้เป็นเช่นบรรดาผู้ที่ลืมอัลลอฮฺโดยละทิ้งการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ มิฉะนั้นอัลลอฮฺจะ ทรงทำให้พวกเขาลืมตัวของพวกเขาเอง พวกเขาไม่ได้ทำในสิ่งที่ทำให้พวกเขารอดพ้นจากความกริ้วโกรธและการลงโทษของอัลลอฮฺ ชนเหล่านั้นที่ลืม อัลลอฮฺนั้น พวกเขาจะไม่ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และไม่ยับยั้งจากข้อห้าม พวกเขาเป็นผู้ที่ออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ

لَا يَسْتَوِىٓ أَصْحَـٰبُ ٱلنَّارِ وَأَصْحَـٰبُ ٱلْجَنَّةِ ۚ أَصْحَـٰبُ ٱلْجَنَّةِ هُمُ ٱلْفَآئِزُونَ ﴿٢٠﴾

บรรดาชาวนรกกับบรรดาชาวสวนสวรรค์นั้นไม่เหมือนกันดอก แต่พวกเขาจะแตกต่างกันที่ผลตอบแทน เช่นเดียวกันกับความแตกต่างของการงาน ของเขาในดุนยา บรรดาชาวสวนสวรรค์พวกเขาเป็นผู้ได้รับความสำเร็จในสิ่งที่พวกเขาแสวงหา ผู้รอดพ้นจากสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว

لَوْ أَنزَلْنَا هَـٰذَا ٱلْقُرْءَانَ عَلَىٰ جَبَلٍۢ لَّرَأَيْتَهُۥ خَـٰشِعًۭا مُّتَصَدِّعًۭا مِّنْ خَشْيَةِ ٱللَّهِ ۚ وَتِلْكَ ٱلْأَمْثَـٰلُ نَضْرِبُهَا لِلنَّاسِ لَعَلَّهُمْ يَتَفَكَّرُونَ ﴿٢١﴾

يتفك رون โอ้เราะสูลเอ๋ย หากเราประทานอัลกุรอานนี้ลงมาบนภูเขาลูกหนึ่ง แน่นอนเจ้าจะเห็นภูเขาลูกนั้นที่มีความแข็งแกร่งของมันหมอบลงแตกแยกเป็นเสี่ยง ๆ เนื่องเพราะความกลัวต่ออัลลอฮฺ เพราะในอัลกุรอ่านนั้นมีข้อตักเตือนและคำสัญญาถึงบทลงโทษอันสาหัส และอุปมาเหล่านี้เราได้ยกมันมาเปรียบ เทียบสำหรับมนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้พิจารณาใคร่ครวญ แล้วพวกเขาได้ระวังสิ่งที่ครอบคลุมด้วยโองการต่างๆซึ่งคำตักเตือนและบทเรียน

هُوَ ٱللَّهُ ٱلَّذِى لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ ۖ عَـٰلِمُ ٱلْغَيْبِ وَٱلشَّهَـٰدَةِ ۖ هُوَ ٱلرَّحْمَـٰنُ ٱلرَّحِيمُ ﴿٢٢﴾

هُوَ ٱللَّهُ ٱلَّذِى لَآ إِلَـٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلْمَلِكُ ٱلْقُدُّوسُ ٱلسَّلَـٰمُ ٱلْمُؤْمِنُ ٱلْمُهَيْمِنُ ٱلْعَزِيزُ ٱلْجَبَّارُ ٱلْمُتَكَبِّرُ ۚ سُبْحَـٰنَ ٱللَّهِ عَمَّا يُشْرِكُونَ ﴿٢٣﴾

يشركون พระองค์คืออัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีผู้ควรแก่การเคารพสักการะใดๆ นอกจากพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้น ผู้ทรง กรุณาปรานีในดุนยาและอาคิเราะฮฺ ผู้ทรงเมตตาทั้งดุนยาและอาคิเราะฮฺ ความเมตตาของพระองค์กว้างขวาง ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงบริสุทธิ์จากการ ขาดแคลน และผู้ทรงปลอดภัยจากทุกข้อบกพร่อง ผู้ทรงรับรองความสัจธรรมของบรรดาเราะซูลของพระองค์ด้วยโองการที่ดีต่างๆ ผู้ทรงสอดส่อง ดูแลการงานของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงอำนาจเหนือสิ่งใดๆ ผู้ทรงอนุภาพด้วยพลังอำนาจของพระองค์ในทุกๆสิ่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่ และอัลลอฮฺทรง บริสุทธิ์ ในสิ่งบรรดามุชริกีนได้เทียบเคียงพระองค์ซึ่งรูปปั้ นเจว็ดและอื่นๆ بلغ อัลกุรอาน · ตัฟซีร

هُوَ ٱللَّهُ ٱلْخَـٰلِقُ ٱلْبَارِئُ ٱلْمُصَوِّرُ ۖ لَهُ ٱلْأَسْمَآءُ ٱلْحُسْنَىٰ ۚ يُسَبِّحُ لَهُۥ مَا فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ ۖ وَهُوَ ٱلْعَزِيزُ ٱلْحَكِيمُ ﴿٢٤﴾

พระองค์คืออัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างที่ทรงสร้างทุกๆสิ่ง ผู้ทรงให้บังเกิดสิ่งต่างๆ ผู้ทรงทำให้เป็นรูปร่างแก่สิ่งถูกสร้างทั้งหมดตามที่พระองค์ทรงประสงค์ สำหรับพระองค์คือพระนามทั้งหลายอันสวยงามไพเราะที่รวมถึงคุณลักษณะของพระองค์ที่สูงส่ง พระองค์ทรงบริสุทธิ์ต่อสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินจากข้อบกพร่อง พระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจที่ไม่ใครเหนือกว่า ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและบทบัญญัติและบททดสอบของพระองค์ ที่มา: อัลมุคตะศ็อร ฟี ตัฟซีร อัลกุรอาน อัลกะรีม

เรียนรู้ · Al-Hashr — الحشر

ตาม · ทวน · ท่อง · ไม่ต้องสมัคร

ตัฟซีร · 31 ภาษา